มรดกโลกในญี่ปุ่น (2)


กลับมาแล้วค่ะ แอบแว่บไปเขียนบล็อคอื่นอยู่ตั้งนาน ^ ^

กลับมาที่มรดกโลกในญี่ปุ่นของเราต่อดีกว่า คราวที่แล้วลงมาถึงเกียวโตกันแล้ว ไปต่อกันด้วย...

มรดกโลกแห่งที่หก “มรดกทางวัฒนธรรมเมืองหลวงเก่านารา (古都奈良の文化財
)” ได้รับการบันทึกเป็นมรดกโลกในปี 1998 มีทั้งสิ้น 8 แห่งด้วยกัน


ใครมานาราก็ต้องแวะมาที่นี่ค่ะ วัด Todai-ji (東大寺)

อาคารหลักของวัดเป็นอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่คนญี่ปุ่นเรียกกันว่า Daibutsu (大仏)

Todai-ji ผ่านการซ่อมแซมหลายครั้งหลายครา ทั้งจากน้ำมือของแผ่นดินไหวและเหตุการณ์ไฟไหม้ อาคารหลักที่เราเห็นในปัจจุบันก็มีขนาดเพียง 2 ใน 3 ของอาคารเดิม ส่วนตัวองค์พระพุทธรูปเองก็เหลือส่วนดั้งเดิมแค่เพียงบางส่วนเท่านั้น


วัด Kofuku-ji (興福寺) เป็นวัดซึ่งมีอิทธิพลมากในสมัยนั้น ที่รัฐบาลทหาร (โชกุน) ทั้งในสมัยคามาคุระและสมัยมุโรมาจิไม่สามารถเข้ามาควบคุมได้

เจดีย์ 5 ชั้นของที่นี่สูง 50.8 เมตร เป็นเจดีย์ไม้ที่สูงเป็นอันดับ 2 ในญี่ปุ่นรองจากเจดีย์ของวัด To-ji (東寺) ในเกียวโต


Kasuga-taisha Shrine (春日大社) ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะนารา เป็นศาลเจ้าหลักของศาลเจ้า Kasuga อื่นๆในญี่ปุ่น


วัด Gango-ji (元興寺) แตกมาจากวัด Hoko-ji (法興寺) หรือเรียกอีกชื่อว่าวัด Asuka-dera (飛鳥寺) วัดทางพระพุทธศาสนาอย่างเต็มรูปแบบแห่งแรกของญี่ปุ่น


วัด Yakushi-ji (薬師寺) เจดีย์ที่นี่สูงเพียง 3 ชั้นเท่านั้น แต่มีปีกหลังคายื่นออกมาถึง 6 ชั้น ปีกหลังคาที่สร้างเพิ่มขึ้นมาระหว่างชั้นนี่ก็เพื่อป้องกันลมฝน และหิมะ แต่อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ สร้างขึ้นเพื่อความสวยงามนั่นเอง


วัด Toshodai-ji (唐招提寺) สร้างขึ้นโดยพระจีนนามว่า Jian Zhen อุโบสถหลังนี้เป็นอุโบสถเพียงแห่งเดียวที่สร้างขึ้นในสมัยนาราที่ยังคงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน (ส่วนอุโบสถของวัดอื่นๆไม่ได้ทำหน้าที่เป็นอุโบสถมาตั้งแต่เริ่มแรก)


ร่องรอยพระราชวัง Heijo-kyu (平城宮) พระราชวังในเมือง Heijo-kyo (平城京) เมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่นในยุคนารา สร้างขึ้นเลียนแบบซีอาน เมืองหลวงแห่งราชวังถังของจีน เป็นร่องรอยทางโบราณคดีแห่งแรกของญี่ปุ่นที่ได้รับการบันทึกเป็นมรดกโลก


ป่าธรรมชาติ Kasugayama (春日山原始林) ป่าศักดิ์สิทธิ์แห่ง Kasuga-taisha Shrine เป็นป่าที่ห้ามตัดทำลายมานานกว่าพันปี จึงทำให้ป่าธรรมชาติแห่งนี้แผ่ขยายถึงขีดสุด

แห่งที่เจ็ด “สิ่งก่อสร้างทางพุทธศาสนาแห่งวัด Horyu-ji (法隆寺地域の仏教建造物)” ขึ้นเป็นมรดกโลกในปี 1993


สิ่งก่อสร้างทางพุทธศาสนาในบริเวณนี้มีทั้งสิ้นประมาณ 48 แห่ง สร้างขึ้นระหว่างปลายศตวรรษที่ 7 ถึงต้นศตวรรษที่ 8 บางแห่งถือเป็นอาคารไม้ที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน

สิ่งก่อสร้างในบริเวณนี้นอกจากจะมีค่าทางด้านประวัติศาสตร์ศิลป์แล้ว ยังเป็นตัวแสดงถึงประวัติของศาสนาพุทธในญี่ปุ่นที่ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศจีนอีกด้วย

แห่งที่แปดค่ะ “สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเส้นทางแสวงบุญบนเทือกเขาคิอิ (紀伊山地の霊場と参詣道)” ได้รับการบันทึกเป็นมรดกโลกในปี 2004

มรดกโลกชิ้นนี้กินพื้นที่ 3 จังหวัดด้วยกัน คือ นารา, วาคายามะ และมิเอะ

มรดกโลกส่วนที่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แบ่งออกเป็น 3 แห่ง

- แห่งแรก แถบ Yoshino-Oomine (吉野・大峯) ในจังหวัดนารา สถานที่ที่ขึ้นเป็นมรดกโลกในแถบนี้ คือ


ภูเขา Yoshino-yama (吉野山) สถานที่ชมซากุระที่มีชื่อเสียงมากมาตั้งแต่ยุคโบราณ
Yoshino Mikumari Shrine (吉野水分神社) ตั้งอยู่บนยอดเขา Aonega-mine (青根ヶ峰) ยอดเขาที่สูงที่สุดบนภูเขา Yoshino-yama ซึ่งยอดเขาแห่งนี้เป็นต้นน้ำของแม่น้ำ Yoshino-gawa (吉野川) ในจังหวัดนาราและวาคายามา
Kimpu Shrine (金峯神社) ศาลเจ้าเก่าตั้งอยู่ในส่วนลึกสุดของ Yoshino
วัด Kimpusen-ji (金峯山寺) เริ่มเป็นสถานที่จาริกแสวงบุญในสมัยเฮอัน อาคารหลักของวัดนี้ถือเป็นอาคารไม้ที่ใหญ่เป็นอันดับสองในญี่ปุ่น รองจากอาคารไม้ของวัด Todai-ji ในนารา
Yoshimizu Shrine (吉水神社) เป็นศาลเจ้าประจำหมู่บ้านในสมัยนั้น
วัด Oominesan-ji (大峯山寺) บนยอดเขา Oomine ก่อตั้งโดย En no Ozunu (役小角) ผู้ก่อตั้งพุทธศาสนานิกาย Shugendo (修験道) และที่นี่สตรีไม่มีสิทธิ์ผ่านประตูเข้าไปค่ะ

- แห่งที่สอง ศาลเจ้าใหญ่ 3 แห่งใน Kumano หรือที่เรียกรวมว่า Kumanosan-zan (熊野三山) ในจังหวัดวาคายามา มีสถานที่ที่ขึ้นเป็นมรดกโลก คือ


Kumano Hongu Taisha Shrine (熊野本宮大社) ไม่ทราบปีที่ก่อสร้างอย่างแน่ชัด แต่ว่าสร้างขึ้นก่อนคริสตกาล เดิมศาลเจ้านี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Kumano-gawa แต่หลังจากน้ำท่วมใหญ่ในปี 1889 ศาลเจ้านี้ก็ย้ายขึ้นมาอยู่บนเขาแทน และได้สร้างประตู Torii (鳥居) สูง 33.9 เมตร ไว้ ณ บริเวณศาลเจ้าเดิม ซึ่งเป็น Torii ที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น
Kumano Hayatama Taisha Shrine (熊野速玉大社) หรือเรียกอีกชื่อว่า Shingu (新宮)
และ Kumano Nachi Taisha Shrine (熊野那智大社) ตั้งอยู่บนเขา Nachi-san (那智山)

ศาลเจ้า Kumano Shrine (熊野神社) ทั้ง 3 แห่งนี้ เป็นแหล่งกำเนิดชินโตสาย Kumano ซึ่งปัจจุบันมีศาลเจ้าสายนี้อยู่ทั้งสิ้นมากกว่า 3,000 แห่งทั่วญี่ปุ่น


วัด Seiganto-ji (青岸渡寺) วัดในพุทธศาสนานิกาย Tendai (天台) บนเขา Nachi-san ในบริเวณเดียวกับ Kumano Nachi Taisha Shrine
น้ำตก Nachi no Taki (那智の滝) บนเขา Nachi-san หนึ่งในน้ำตกที่มีชื่อเสียง 3 แห่งในญี่ปุ่น (อีก 2 แห่งคือ น้ำตก Kegon no Taki ในจ.โทจิงิ และน้ำตก Fukuroda no Taki ในจ.อิบารากิ)
วัด Fudarakusan-ji (補陀洛山寺) วัดในพุทธศาสนานิกาย Tendai ชื่อวัดนี้ตรงกับภาษาสันสกฤตที่ว่า “โปตาลกะบรรพต” เขาแห่งพระอวโลกิเตศวร
ป่าธรรมชาติ Nachi (那智原始林) ป่าของศาลเจ้า Kumano Nachi Taisha Shrine มีพันธุ์พืชแปลกๆหายากอยู่มากมาย

- แห่งที่สาม เขา Koya-san (高野山) ในจังหวัดวาคายามา มีสถานที่ที่ขึ้นเป็นมรดกโลก คือ


Niukanshobu Shrine (丹生官省符神社) สร้างขึ้นโดยพระ Kukai (空海) หรือ Kobodaishi (弘法大師) ผู้ก่อตั้งนิกายชินงอน (真言宗)
วัด Kongobu-ji (金剛峯寺) วัดหลักของนิกายชินงอน ในเขา Koya-san ดูแลวัดลูกอื่นๆราว 100 วัดในบริเวณเดียวกัน ซึ่งถือเป็น “เมืองวัด” ที่หาดูที่ไหนไม่ได้ในญี่ปุ่น
วัด Jison-in (慈尊院) วัดในนิกายชินงอน เป็นประตูเข้าสู่เขา Koya-san
Niutsuhime Shrine (丹生都比売神社) ศาลเจ้าหลักของ Niutsuhime Shrine อื่นๆในญี่ปุ่น

มาต่อกันที่มรดกโลกส่วนที่เป็นเส้นทางแสวงบุญ


เส้นทาง Omine Okugake Route (大峯奥駈道) ระหว่างนาราและวาคายามา
เส้นทาง Kumano Sankei Route (熊野参詣道) แยกย่อยเป็นเส้น Iseji (伊勢路) จากศาลเจ้า Ise Jingu Shrine (伊勢神宮) ในจังหวัดมิเอะ, เส้น Nakahechi (中辺路) และ Oohechi (大辺路) ในจังหวัดวาคายามา, เส้น Kohechi (小辺路) ระหว่างจังหวัดนาราและวาคายามา และเส้น Kiiji (紀伊路) ระหว่างจังหวัดวาคายามาและโอซากา
เส้นทางสุดท้าย เส้นทาง Koyasancho-Ishi Route (高野山町石道) ในจังหวัดวาคายามา เชื่อมระหว่างวัด Jison-in กับเขา Koya-san

ใครศรัทธาแรงกล้า อยากจะเดินจาริกแสวงบุญตามเส้นทางเหล่านี้บ้างก็ได้นะคะ เพียงแต่ต้องข้ามเขาหลายลูกหน่อย ^ ^

มาถึงมรดกโลกในญี่ปุ่นแห่งที่เก้า “ปราสาท Himeji (姫路城)” ในจังหวัดเฮียวโกะ ที่นี่ได้รับการบันทึกเป็นมรดกโลกในปี 1993


ปราสาท Himeji ได้รับการขนานนามว่า “ปราสาทนกกระสาขาว (Hakuro-jo: 鷺城)” ซึ่งก็มีที่มาจากการที่ว่า ปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่บน “เขานกกระสา (Sagi-yama: 鷺山)” อีกทั้งผนังของปราสาทก็เป็นสีขาวสว่างตา ในบริเวณนี้ยังมีนกกระสาขาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และท้ายสุด ..เพื่อเป็นการเปรียบเทียบกับปราสาท Okayama ที่มีผนังปราสาทเป็นสีดำ ซึ่งได้รับการขนานนามว่า “ปราสาทนกกา (U-jo: 烏城

ปราสาท Himeji เป็นตัวอย่างแม่แบบของปราสาทญี่ปุ่นที่สมบูรณ์ เริ่มสร้างในปี 1346 แต่ก็มีการโอนย้ายเปลี่ยนมือ ต่อเติม เสริมแต่ง ซ่อมแซมกันมาเรื่อย จนมาเสร็จสมบูรณ์ในปี 1618

เฮ้อ.. ใกล้จบแล้วค่ะ เหลืออีก 5 แห่งเท่านั้น ขอจขบ.พักหน่อยนะคะ ^ ^



Create Date : 14 มกราคม 2553
Last Update : 10 มีนาคม 2553 17:02:00 น. 3 comments
Counter : Pageviews.

 


โดย: ผมชอบกินข้าวมันไก่ วันที่: 14 มกราคม 2553 เวลา:21:17:18 น.  

 
ปราสาทฮิเมจิสวยน่าเที่ยวมาก
แล้วนาราก็อลังการงานสร้างจริงๆ จะเที่ยวคันไซให้ครอบคลุมนี่สงสัยต้องวางแผนดีๆ แล้วก็ให้เวลากับที่เที่ยวเยอะๆ ขอบคุณมากนะคะสำหรับข้อมูลดีๆ รูปสวยๆ


โดย: Toppo IP: 180.222.144.107 วันที่: 29 กรกฎาคม 2554 เวลา:11:17:41 น.  

 
เที่ยวปราสาทญี่ปุ่นพี่ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่อ่ะ
ขึ้นไปก็เป็นห้องโล่งๆ มีกล่องกระจกโชว์ของใช้สมัยโบราณ เหมือนเป็นพิพิธภัณฑ์ย่อมๆก็จริง
แต่พี่ชอบแบบไปเที่ยวตำหนักในเมืองไทยมากกว่า
มีข้าวของเครื่องใช้ที่ใช้ในสมัยโบราณตั้งอยู่ในห้องที่มันเคยถูกใช้งานจริงๆ
จินตนาการได้ว่าห้องนี้เคยเป็นอะไร เค้าใช้ชีวิตกันยังไง
ไม่ใช่อะไรๆก็เก็บไว้ในตู้ในกล่องอ่ะ


โดย: HappyToBeMe* วันที่: 30 กรกฎาคม 2554 เวลา:12:29:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
HappyToBeMe*
Location :
Shizuoka Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




เรียนเอกญี่ปุ่น ทำงานบริษัทญี่ปุ่น แต่งงานกับคนญี่ปุ่น มาใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่น บางช่วงก็เกลียดญี่ปุ่นเข้าไส้ บางช่วงก็รักใจจะขาด ไม่นึกว่าญี่ปุ่นจะมายุ่งเกี่ยวกับชีวิตมากมายขนาดนี้เลยนะเนี่ย

เพื่อการอ่านหน้าบล็อคให้ได้ตามความตั้งใจของจขบ. ลองดาว์นโหลดฟอนต์ดู ที่นี่ เลยค่ะ
ขอขอบคุณคุณ iannnnn มากๆที่สร้างสรรค์ฟอนต์สวยๆให้ได้ใช้กันนะคะ

**สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของรูปภาพ และ ข้อความใน blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และเพื่อการอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุดนะคะ**

New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add HappyToBeMe*'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.