Japan Trip : Nippori Textile Town

เนื่องจากวันนี้นอนไม่หลับค่ะ เลยขอแวะมาเล่าเรื่องที่ยังค้างคาไว้


ตั้งกะญี่ปุ่นยังไม่โดนซึนามิ แต่ถึงยังไงก้อเป็นกำลังใจให้ชาวญี่ปุ่นสู้ๆค่ะ


ด้วยความที่เป็นคนรักผ้ามากกกกกก โดนปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก เพราะคุณย่าเป็นช่างตัดเสื้อมือทอง


ตอนนี้คุณย่าไปอยู่สวรรค์แล้วเลยทิ้งมรดกทางพันธุกรรมไว้ให้บ้างเล็กน้อยค่ะ


ไม่ว่าไปที่ไหน ก้อต้องขอไปดูแหล่งขายผ้าให้ได้ วันนี้เรยขอเอารูปมาให้เชยชมบรรยากาศพาหุรัด เอ้ย Nippori ค่ะ


ไปถึงย่านนั้นกันตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ ร้านไหนๆก้อยังไม่เปิดค่ะ แถมไม่มีสตาบัคให้นั่งรอเวลาซะด้วย


เหลือบไปเห็นร้านกาแฟคุณยายก้อเลยแวะเข้าไปนั่งดื่มกาแฟดำให้ร่างกายได้รับคาเฟอีนนิดๆ


พอเช็คบิลทีถึงกับตะลึง กาแฟดำร้านคุณยายกินสตาบัคได้แก้วนึงเรยค่ะ


เอาเป็นว่าไปดูบรรยากาศเลยดีกว่าค่ะ



นี่เป็นถนนที่จะพาเราไปสู่ความสุขสุดๆค่ะ Nippori Textile Town



ร้านนี้เป็นร้านแรกที่เห็นผ้ากองๆไว้ค่ะ แต่ยังธรรมดาๆไป



ร้านนี้ผ้าญี่ปุ่น สวยงามบาดใจมั่กๆ



ว้าวววว ซุปเปอร์ริบบิ้นสวยงาม 



ร้านยอดนิยมคงหนีไม่พ้น ร้าน Tomato ค่ะ มีทั้งหมด 5 ชั้น อย่ารอช้า เราไปสำรวจกันเลยดีกว่าค่ะ



ที่นี่เค้าจัดวางผ้าได้เป็นระเบียบมากๆ



ดูสิคะ ถึงจะเยอะขนาดไหน ก้อยังดูเรียบร้อยดี



น่าร๊ากกกกกกท้างงงงงน้านนนนน



อันนี้เป็นแบบที่ควิลท์ไว้เรียบร้อยแล้ว พร้อมเย็บประกอบร่างค่ะ



ลายการ์ตูนแสนน่ารัก แต่ราคานี่ไม่น่ารักเอาซะเรยค่ะ



บังเอิญเห็นกระเป๋าใบนี้แล้วกลับมาได้เห็นของป้าเกรซ ทรงเดียวกันเรยค่ะ



ชั้นบนสุด ซุปเปอร์ผ้างานควิลท์ เริ่ดที่ซู๊ดดดด อยากจะนอนตายในนี้มากกกก



เอ... อันนี้ชั้นบนด้วยรึป่าวว๊าา นานเกินค่ะ จำไม่ได้แล้ว ฮ่าๆๆSmiley


คราวหน้าจะพาไปดูอีกร้านนึงค่ะ Cotton Field ขอบอกว่าเลิฟมากเช่นกัน



หลับฝันดีนะคะ 


ชั้นรักเทอคุณผ้า




Create Date : 29 เมษายน 2554
Last Update : 29 เมษายน 2554 1:39:01 น.
Counter : 1237 Pageviews.

6 comment
Japan Trip : ร้านน่ารักไม่มีวันลืมเลือน

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจกับชาวญี่ปุ่นและผู้ประสบภัยทุกคนด้วยนะคะ


หวังว่าทุกคนคงจะยังปลอดภัย รวมถึงบรรดาร้านน่ารักๆที่ไปเยือน


หวังว่าคงจะไม่ได้รับความเสียหายกันมากนักนะคะ



สถานีต่อไปไดกันยามะ เดินทางจากชิบุยะมาเพียงสถานีเดียว ด้วยรถไฟสาย Tokyu Toyoko


เป็นย่านที่มีร้านค้าเล็กๆเต็มไปด้วยความอบอุ่น ร้านน่ารักๆที่มักจะแฝงตัวอยู่ตามซอกหลืบ


หลังจากที่ส่งบรรดาหนุ่มๆที่ร้านโอนิซึกะไทเกอร์ บรรดาสาวๆก้อแยกตัวไปชมของน่ารักทันที


ร้านแรกที่ประทับใจมากๆคือร้าน Swimmer ไม่เกี่ยวอะไรกับชุดว่ายน้ำเลยสักกะติ๊ด


ขอบอกว่าร้านนี้สวรรค์มากๆค่ะ ของทุกชิ้นน่ารักมากกกก ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า รองเท้า


ของใช้ในบ้าน อัดแน่นเต็มอยู่ในร้านเล็กๆแห่งนี้ น้องสาวถึงกับได้ฤกษ์เสียทรัพย์เลยค่ะ





เดินต่อไปอีกไม่ไกลมากก้อจะเจอร้านขายต้นไม้ กระถางต้นไม้แบบวินเทจน่ารักๆ


เป็นร้านขายต้นไม้ที่จัดร้านได้น่ารักมาก ได้ใจคนรักบ้านไปเลยเต็มๆ 




กว่าจะถึงร้านที่ตั้งใจจะไปเชยชมก้อเล่นเอาขาลาก




ชื่อออกจะดูฝรั่งเศสมากกว่าญี่ปุ่นนะคะเนี่ยะ


ภายในร้านก้อยังมีกลิ่นอายของฝรั่งเศสนิดๆ ญี่ปุ่นหน่อยๆ 





ทีแรกที่ตั้งใจมาร้านนี้เพราะในหนังสือเค้าว่ามีของสำหรับงานผ้าเยอะค่ะ


พอไปถึงแอบผิดหวังนิดหน่อย เพราะว่าไม่ค่อยมีมากนัก มีแค่ริบบิ้นลูกไม้เล็กๆน้อยๆ


แต่ก้อให้อภัยได้ค่ะ คุณเจ้าของร้านใจดีเลี้ยงน้ำชาอุ่นๆแก้หนาวด้วยค่ะ


 


 



 


สถานีต่อไปจิยูกาโอกะ เป็นย่านที่ขึ้นชื่อเรื่องขนมหวานมากๆค่ะ จากที่เดินผ่านก้อน้ำลายเยิ้มเลยทีเดียว


แต่ของกินรึจะสู้ของกุ๊กกิ๊กกั๊กได้ ไม่มีซะล่ะค่ะ



ด้วยเวลาที่เหลือน้อย ใกล้จะเย็ยเต็มที เลยต้องเร่งฝีเท้าไปยัง Trainchi


ซึ่งมีลักษณะคล้ายๆห้างเล็กๆแถวๆสถานีรถไฟ ที่รวบรวมความกุ๊กกิ๊กเอาไว้ด้วยกัน


ของกุ๊กกิ๊กกระจุ๊กกระจิ๊กพวกนี้ชาวญี่ปุ่นเค้าเรียกว่า "Zakka" ค่ะ



ร้านนี้ขายของแนววินเทจค่ะ มีทั้งเครื่องประดับ ทั้งของแต่งบ้าน




ร้านนี้เป็นร้านที่ชอบที่สุดแต่ดันจำชื่อไม่ได้ค่ะ ของน่ารักๆที่เห็นทุกชิ้น 100 เยนค่ะ ดูดีมากๆ


เลยกดมาทั้งลูกไม้ แกนหลอดด้ายไม้และอีกมากมายมาขายในร้านตัวเองด้วยซะเลย




ร้านนี้ก้อเป็นอีกร้านที่น่ารักมากเลยค่ะ เป็นร้านขายผ้าคอตตอนและกระเป๋า มีทรงเก๋ๆ แบบแปลกๆมากมาย


แต่ไม่สามารถถ่ายรูปมาฝากได้ค่ะ เลยถ่ายมาให้เชยชมกันแต่หน้าร้าน



ก่อนจะหมดวันก้อต้องหาอะไรลงท้องนิดส์นึง ไม่มากมาย


พี่ชายลากไปกินเอ็มเคบุฟเฟ่ค่ะ อยากจะกรี๊ดใส่หูพี่ชายว่าน้องเพิ่งมาจากไทยน๊าาาา


น้ำจิ้มก้อเหมือนบ้านเราเดะๆ แถมมีตะเกียบที่มีภาษาไทยอีก



แต่ไอ้ที่แปลกก้อคือที่นี่มีจอให้เราสามารถเลือกสั่งอาหารเองได้ค่ะ นั่นยังไม่แปลก


ไอ่ที่แปลกประหลาดของจริงก้อคือ สั่งข้าวโพด แครอท หมูสับ ไปอย่างละหนึ่ง


คุณพนักงานเทอก้อมาเสิร์ฟค่ะ หนึ่งจริงๆค่ะ แต่เป็นหนึ่งชิ้นนะคะ ไม่ใช่หนึ่งจาน



อย่างที่เห็นในรูปนี่ล่ะค่ะ กว่าจะสั่งได้ต้องกะด้วยว่าจะกินกี่ชิ้น Smiley


ขำกลิ้งกันทั้งโต๊ะ






Create Date : 15 มีนาคม 2554
Last Update : 15 มีนาคม 2554 1:31:07 น.
Counter : 1424 Pageviews.

9 comment
Japan Trip : แวะเยี่ยมเยียนเจ้าหมาน้อยฮาจิโกะ

ข้อดีของการไปเที่ยวเองไม่ง้อทัวร์ก้อคือ เราสามารถไปไหนต่อไหนก้อได้ที่เราต้องการ


ไม่ว่าจะเป็นซอกเล็ก มุมน้อยก้อหลงไปได้หมด อิอิSmiley


แต่ขอแนะนำให้ทำการบ้านไปให้ดีก่อนนะคะ ไม่งั้นจะหลงทางเหมือนกะลูก งงๆวึนๆถึงบ้างไม่ถึงบ้าง


เล่าต่อจากบล็อกที่แล้วนะคะ  ยังไม่มีคำตอบสำหรับข้อสงสัยทั้งสองข้อเลยค่ะ


สงสัยต้องไล่ให้พี่ชายไปสืบ ไม่งั้นมันข้องใจจริงจัง


ออกจากพระราชวังอิมพีเรียลมา ต้องไปต่อรถที่ชิบุยะค่ะ ก้อเลยได้ไปเยี่ยมเจ้าฮาจิโกะ



ประวัติของเจ้าหมาน้อยฮาจิโกะมีอยู่ว่าเจ้าหมาน้อยแสนซื่อสัตย์ตามไปส่งเจ้านายของมันที่สถานีรถไฟชิบุยะ และรอรับเจ้านายตอนเลิกงานทุกวัน 


จนกระทั่งวันนึงเจ้านายของมันเกิดเสียชีวิตกระทันหันด้วยโรคหัวใจค่ะ


แต่เจ้าฮาจิโกะก้อยังคงทำหน้าที่ของมันไม่เคยขาด นั่นคือเดินไปที่สถานีทุกวัน


และรอจนเวลาเลิกงานจึงเดินกลับ ด้วยหวังว่าจะได้เจอนายของมันอีกสักครั้ง


ทำอย่างนี้อยู่เป็นสิบปี ตราบเท่าที่ลมหายใจของเจ้าหมาน้อยสิ้นลงค่ะ เศร้าจังเลยนะคะ


หัวใจเรายังเศร้าขนาดนี้ หัวใจดวงน้อยของเจ้าฮาจิโกะจะเศร้ามากแค่ไหนกันนะที่ไม่ได้เจอกับเจ้านายที่รักอีก


เป็นความเซนซิทีฟจัดส่วนตัวกับเรื่องน้องหมาค่ะ


เพราะคิดมาตลอดว่าหมามันน่ารัก น่าสงสาร ถึงเศร้าก้อพูดไม่ได้ บอกไม่ได้ 


คนแถวนั้นที่ได้เห็นภาพนี้จนชินตาเลยนำเอาเจ้าฮาจิโกะมาเป็นอนุสาวรีย์แสดงถึงความจงรักภักดีค่ะ 


ที่นี่กลายเป็นจุดนัดพบ หรือเปรียบได้อีกอย่างว่าฮาจิโกะ เป็นสัญลักษณ์แห่งการรอคอย


เพราะคนที่มานั่งรออยู่ที่นี่ก้อคงรอคอยใครสักคนเช่นกัน


สุดท้ายเจ้าฮาจิโกะก้อคงได้ไปพบเจ้านายของมันบนสรวงสวรรค์


เช้านี้มาโหมดเรื่องเศร้าเคล้าน้ำตานิดนึงนะคะ 


ไปเรียนเพ้นรูปก่อนแล้วจะกลับมาอัพเรื่องของน่ารักๆให้อ่านกันเล่นๆค่ะ 




Create Date : 11 มีนาคม 2554
Last Update : 11 มีนาคม 2554 8:51:33 น.
Counter : 119 Pageviews.

5 comment
Japan Trip : วันใหม่ ณ อิมพีเรียลพาเลส

วันใหม่ที่โตเกียว..... วันนี้ไปหลายที่มากมายยยย


ที่แรกไม่กุ๊กกิ๊กแต่ Must Go สำหรัยคนไปโตเกียวครั้งแรกค่ะ


อิมพีเรียลพาเลส พระราชวังแห่งจักรพรรดิญี่ปุ่นค่ะ ตั้งอยู่ที่สถานีโตเกียว เดินไกลมากได้อีกกกกกกก 



ที่นี่มีสะพานที่ทอดไปสู่ประตูใหญ่ ที่น่าสนใจอยู่ที่เงาที่สะท้อนไปกับผิวน้ำค่ะ  ทำให้ผู้คนเรียกว่า "สะพานแว่นตา"



เหมือนแว่นตามั๊ยคะ ใช้เวลาถ่ายรูปนี้นานมากกว่าจะถ่ายได้เงาสะท้อนงามๆ


มาเพื่อถ่ายรูปสองมุมนี่ล่ะค่ะ ให้รู้ว่ามาถึงแล้ว แล้วก้อได้ฤกษ์ไปต่อเรย


ระหว่างทางก้อจะเจอกับสิ่งที่ทำให้ต้องตั้งคำถามว่าเค้าทำอะไรกัน 



อย่างแรกคนพวกนี้มานอนกลางสวนสาธารณะกันทำไมนะ บางคนอาจจะเป็น Homeless แต่บางคนเล่นใส่สูทนอนกันเลยค่ะ


งงเลย หนาวก้อหนาว ถึงจะมีแดดก้อเถอะค่ะ



นี่อีกอย่างค่ะ สาวๆยืนต่อแถวอารายก๊านในรถไฟใต้ดิน ไม่ได้มีแค่มุมนี้นะคะ มีทุกมุมเลยทีเดียว


ฝากไว้ให้ทุกๆคนช่วยคิดนะคะว่าเค้าทำอะไรกัน


ไว้เด๋วมาเล่าต่อค่ะ ว่าที่ญี่ปุ่นแอบซ่อนอะไรกุ๊กกิ๊กเอาไว้บ้าง




Create Date : 10 มีนาคม 2554
Last Update : 10 มีนาคม 2554 19:59:08 น.
Counter : 101 Pageviews.

8 comment
Japan Trip : ครั้งหนึ่งที่โอไดบะ ดินแดนที่สร้างจากกองขยะ

วันนี้มาเล่าต่อตอนไปโอไดบะค่ะ
เค้าเล่าว่าโอไดบะเกิดจากการที่คนญี่ปุ่นอยากที่จะมีแผ่นดินเพิ่มค่ะ
เลยนำขยะมาผสมกับคอนกรีตแล้วถมทะเลจนกลายมาเป็นแผ่นดินค่ะ
โอไดบะมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายๆแห่งค่ะ เช่น Rainbow Bridge, Venus Fort, Palette Town, Fuji TV, Toyota
การเดินทางก้อสะดวกสบายตามเคยค่ะ นั่งสาย Yurikamome ที่แปลว่านกกระเรียน สายนี้จะวิ่งตรงไปที่โอไดบะโดยเฉพาะเลยค่ะ
รถไฟสายนี้ถ้าจะให้ดีต้องรีบไปจับจองพื้นที่ขบวนหน้าสุดค่ะ เพราะเป็นรถไฟที่ไม่มีคนขับ เลยทำให้เราเห็นวิวสวยๆได้ทั่วจริงๆค่ะ
เริ่มต้นกันที่ห้าง DECK ค่ะ



ที่นี่จะเป็นบรรยากาศแบบย้อนยุค มีขนมนมเนยแบบย้อนยุคให้ซื้อกลับไปเก็บสะสมเยอะแยะเลยค่ะ



ดูอาหารสิคะ ยังโบราณได้ใจจริงๆ



ส่วนรูปนี้เป็นบรรยากาศความเรียบง่ายของบ้านญี่ปุ่นสมัยโบราณค่ะ



มีพิพิธภัณฑ์ทาโกะยากิ ที่ดูแล้วเหมือนเป็นการรวมร้านทาโกะหลายๆเจ้าเอาไว้ด้วยกันมากกว่า
ไหนๆก้อมาแล้วเลยทดลองไปหนึ่งเจ้า โออิชี่มากค่ะ


จากนั้นก้อได้เวลาเดินไปทักทายแม่นางเทพีเสรีภาพ
อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ ที่โอไดบะมีเทพีเสรีภาพจริงๆค่ะ



บรรยากาศเหมือนอยู่เมกาจิงๆ ที่มีเทพีเสรีภาพและเบื้องหลังคือสะพานโกลเด้นเกต แต่ของที่นี่เป็นสะพานเรนโบว์ค่ะ


แอบสงสัยว่าแม่นางจะเหงามั๊ยนะ ยืนเดียวดายอยู่คนเดียว หรือเธอจะเมื่อยมือที่ต้องชูอยู่นานแล้ว อิอิ


แล้วเราก้อเดินๆๆๆๆไปที่สถานีทีวี Fuji ค่าเข้าก้อคนละ 500 เยนค่ะ




ด้านในก้อไม่ค่อยมีอะไรมาก ส่วนใหญ่ก้อเป็นตัวการ์ตูน ที่รู้จักก้อจะเป็น one piece กะเจ้าหมาน้อยนี่


แต่ไม่ค่อยอินเพราะไม่ใช่พวกโดเรมอน หรืออะไรที่เราๆรู้จักกันดีน่ะค่ะ
เสร็จแล้วชาวคณะก้อเดินไปเล่นเกมส์เซนเตอร์กันค่ะ
เหล่าชายหนุ่มท่าทางจะติดใจ เพราะเล่นได้ของเล่นกันมาเพียบ (ได้ข่าวว่าพี่ท่านสามสิบกว่าแล้ว)
แอบอยากได้ผ้าห่มน่ารักๆที่อยู่ในตู้แต่ไม่มีปัญญาจะหยิบมาได้
เลยทำใจ แล้วก้อได้แต่อ้างค่ะว่าเราไม่มีพรสวรรค์ทางด้านเกมส์ตู้ Smiley

หลังจากนั้นก้อเดินไป Palette Town ค่ะ สิ่งที่ชอบที่สุดในห้างนี้มีหลายอย่างมากค่ะ



อย่างแรกคือ Kitty Land ทำให้นึกถึงความหลังครั้งยังเยาว์วัย ว่าบ้าคิตตี้ขนาดไหน
อย่างที่สองก้อคือห้างนี้เริ่ดมากกกก ให้น้องหมามาเดินได้ด้วย
แถมยังมีร้านขายของน้องหมามากพอๆกับร้านคนเลยค่ะ
น่าอิจฉาแทนน้องหมาบ้านเรา ที่เค้ามีเสื้อผ้าอลังการงานสร้างใส่กันเยอะแยะ

ก่อนกลับก้อแวะไปร่ำลาแม่นางเทพีสันติภาพอีกรอบค่ะ
เพื่อเก็บภาพสวยๆยามค่ำคืนเอาไว้ในหัวใจดวงน้อยอีกครั้ง




Create Date : 07 มีนาคม 2554
Last Update : 7 มีนาคม 2554 1:48:13 น.
Counter : 359 Pageviews.

8 comment
1  2  3  

happy2nd
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]