นิทานเรื่อง The Town Mouse and The Country Mouse (สองหนูผจญภัย: หนูเมืองและหนูชนบท)


A country mouse lives in the countryside.
หนูนาตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในชนบท

He likes to eat fruits. He is happy.
มันชอบกินผลไม้ มันอยู่อย่างมีความสุข

One day, his cousin comes from the town.
วันหนึ่งญาติของหนูนามาเยี่ยมจากในเมือง

The country mouse gathers many fruits for the town mouse, but the town mouse does not like fruit.
หนูนารวบรวมผลไม้มากมายไว้ให้หนูบ้านกิน แต่หนูบ้านไม่ชอบกินผลไม้

“This food is horrible!” he says.
หนูบ้านบอกว่า “อาหารพวกนี้น่าเบื่อเหลือเกิน”

“Come to the town with me, life in town is much more fun.”
“เธอเข้าไปในเมืองกับฉันเถอะ ชีวิตในเมืองสนุกสนานกว่าที่นี่มากนัก”

So, the country mouse follows his cousin to the town.
ดังนั้นหนูนาจึงติดตามญาติของมันเข้าไปในเมือง

They come to a big house. They enter under the back door.
พวกมันเดินทางมาถึงบ้านใหญ่หลังหนึ่ง พวกมันมุดลอดใต้ประตูหลังบ้านเข้าไปในบ้าน

The town mouse leads the country mouse to a dinning room.
หนูบ้านพาหนูนาเข้ามาในห้องรับประทานอาหาร

The table is covered with food. They start to eat up the food.
บนโต๊ะอาหารมีอาหารวางอยู่มากมาย พวกมันเริ่มกินอาหารเป็นการใหญ่

The country mouse is happy. “This food is delicious!” he says.
หนูนารู้สึกมีความสุข มันพูดว่า “อาหารพวกนี้ช่างอร่อยเหลือเกิน!”

Suddenly, there is a noise. The mice run to hide behind the food.
ทันใดนั้นมีเสียงบางอย่างดังแว่วเข้ามา หนูทั้งสองวิ่งไปหลบซ่อน อยู่หลังกองอาหาร

“Keep very still,” says the town mouse.
หนูบ้านบอกหนูนาว่า “อยู่เฉย ๆ ไว้น่ะ”

The country mouse is very afraid.
หนูนารู้สึกกลัวมาก

A cat comes into the room. He looks around the room. The cat jumps up on the table.
แมวตัวหนึ่งเดินเข้ามาในห้องอาหาร มันหันไปมองรอบ ๆ ห้อง แมวตัวนั้นกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะอาหาร

“Run!” cries the town mouse. The mice run into a mouse hole.
หนูบ้านร้องว่า “วิ่งหนีเร็ว!” หนูทั้งสองวิ่งเข้าไปในรูหนู

“Good-bye, cousin” says the country mouse.
หนูนาพูดกับหนูบ้านว่า “ลาก่อนน่ะ ญาติที่รัก”

“I am going back to the country. There, it is quiet and safe.”
“ฉันกำลังจะกลับไปที่ชนบท ที่นั่นมันปลอดภัยและเงียบสงบดีกว่าที่นี่”

นิทานเรื่องสอนให้รู้ว่า
“It is better to live a simple, quiet life than a rich, dangerous one.”
“อยู่สงบ            เรียบรื่น       สบายหนา
  ยังดีกว่า          ชีวิตชั่ว        มั่วเขลา
  เสพลาภยศ     แก่งแย่ง      มัวเมา
  ทุกข์เศร้า        ถมทวี          ติดกาย-ใจ”

คำศัพท์น่ารู้ (vocabularies)
countryside (n.) = ชนบท     cousin (n.) = ญาติ, ลูกพี่ลูกน้อง
gather (v.) = รวบรวม            horrible (adj.) = น่ากลัว, น่าเบื่อ
follow (v.) = ติดตาม              lead (v.) = นำทาง
quiet (adj.) = เงียบ                dinning room (n.) = ห้องอาหาร
afraid (adj.) = กลัว                hide (v.)= หลบซ่อน




 

Create Date : 18 ธันวาคม 2555   
Last Update : 18 ธันวาคม 2555 22:06:11 น.  


นิทานเรื่อง Androcles (แอนโดรเคิลส์)


Once upon a time Androcles, a slave,escaped from his master to the forest.
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ทาสคนหนึ่งนามว่าแอนโดรเคิลส์ได้หลบหนีเจ้านายเข้าไปในป่า

As he was walking around there he found a Lion lying down and moaning.
เมื่อเขาเดินไปรอบๆ เขาก็พบสิงโตนอนร้องครวญครางอยู่

He turned to flee but he saw the Lion did not pursue him, so he turned back and went straight to him.
เขาหันหลังกลับไปเพื่อหนีแต่ เมื่อเห็นสิงโตไม่ได้ไล่ตาม เขาจึงกลับมาและตรงไปยังสิงโต

The Lion put out his bloody and swelled paw, so Androcles found a big thorn had got into it which was the cause of all the pain.
สิงโตกางอุ้งเท้าที่เต็มไปด้วยเลือดและบวมเป่งออก แอนโดรเคิลส์ก็พบว่ามีหนามอันใหญ่ตำอยู่ ซึ่งเป็นสาเหตุของความเจ็บปวดทั้งมวล

He decided to pull out the thorn.
เขาตัดสินใจดึงหนามออก

Then the Lion was able to stand up again because the pain had gone.
จากนั้นสิงโตก็สามารถลุกยืนได้อีกครั้ง และความเจ็บปวดก็หายไป

He licked the hand of Androcles to think him for his kindness.
มันเลียมือของแอนโดรเคิลส์เพื่อขอบคุณสำหรับความมีน้ำใจ

Afterwards the Lion took Androcles to his cave and brought him food every day.
จากนั้นสิงโตก็ได้พาแอนโดรเคิลส์ไปที่ถ้ำของมันและหาอาหารมาให้เขาทุกวัน

One day both Androcles and the Lion were captured.
วันหนึ่งแอนโดรเคิลส์และสิงโตถูกจับตัวได้

Androcles was judged to be the food of the Lion.
แอนโดรเคิลส์ถูกตัดสินให้เป็นอาหารของสิงโต

The Emperor also came to see the punishment.
จักรพรรดิทรงเดินทางมาทอดพระเนตรการลงโทษด้วย

At the middle of the arena Androcles stood alone.
ที่กลางสังเวียนแอนโดรเคิลส์ยืนอยู่แต่เพียงผู้เดียว

Then the Lion was let loose from his cage.
แล้วสิงโตก็ถูกปล่อยออกมาจากกรง

He ran straight to his food but as soon as he came near ho could remember that the poor victim was Androcles,his beloved friend.
มันวิ่งตรงไปยังอาหารของมัน แต่ทันทีที่เข้าไปใกล้ๆ มันก็จำได้ว่าเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายก็คือแอนโดรเคิลส์เพื่อนรัก

He licked his friend's hand and fawned upon him like a dog.
มันเลียมือของเพื่อนและประจบประแจงราวกับสุนัขอันแสนเชื่อง

The Emperor was surprised at this situation, so he called Androcles to him, Androcles told the Emperor the whole story.
จักรพรรดิประหลาดใจกับเหตุการณ์นี้มาก พระองค์จึงเรียกแอนโดรเคิลส์มาเข้าเฝ้า แอนโดรเคิลส์เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พระองค์ฟัง

Afterthat he was freed and apologized, and the gratful Lion let looseto his forest.
จากนั้นเขาก็ถูกปล่อยให้เป็นอิสระ และได้รับการขอโทษ ส่วนสิงโตยอดกตัญญูก็ถูกปล่อยกลับเข้าป่าตามเดิม

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
“Gratitude is the sign of noble souls”
“ความกตัญญูเป็นสัญลักษณ์ของคนดี”

คำศัพท์น่ารู้ (vocabularies)
slave (n.) = ทาส                          escaped (v.) = หลบหนี
moaning (v.) = ร้องครวญคราง    flee (v.) = หนี
pursue(v.) = ไล่ตาม                    swelled (v.) = บ่วมเป่ง
thorn (n.) = หนาม                        licked (v.) = เลีย
captured (v.) = จับได้                  judged (v.) = ตัดสิน พิพากษา
emperor (n.) = จักรพรรดิ             punishment (n.) = การลงโทษ
arena (n.) = สังเวียน                    victim (n.) = เหยื่อ ผู้เคราะห์ร้าย
fawned (v.) = เลียแข้งเลียขา กระดิกหาง
apologized (v.) = ขอโทษ
grateful (adj.) = กตัญญู
situation (n.) = สถานการณ์ เหตุการณ์




 

Create Date : 16 ธันวาคม 2555   
Last Update : 16 ธันวาคม 2555 12:49:19 น.  


นิทานเรื่อง The Wind and The Sun (ลมกับดวงอาทิตย์)


One day the wind and the sun were disputing which was the stronger.
วันหนึ่งลมกับดวงอาทิตย์โต้เถียงกันว่าใครมีกำลังมากกว่ากัน

Suddenly they saw a traveler coming down the road, and the sun said:
ทันใดนั้นพวกเขาก็เห็นคนเดินทางคนหนึ่งกำลังเดินมาตามถนน แล้วดวงอาทิตย์ก็พูดขึ้นว่า

“I see a way to decide our dispute. Whichever of us can cause that traveler to take off his cloak shall be regarded as the stronger. You begin.”
“ข้าพบวิธีีที่จะตัดสินการโต้เถียงของเราแล้ว ไม่ว่าใครก็ตามที่สามารถทำให้คนเดินทางผู้นั้นถอดเสื้อคลุมได้ จะถูกนับว่าเป็นผู้ที่แข็งแรงกว่า ท่านเริ่มก่อนน่ะ”

So the sun got behind a cloud. And the wind began to blow as hard as it could upon the traveler.
ดังนั้นดวงอาิทิตย์จึงหลบไปอยู่หลังก้อนเมฆ แล้วลมก็เริ่มพัดคนเดินทางแรงที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้

But the harder he blew the more closely did the traveler wrap his cloak round him, till at last the wind had to give in despair.
แต่ิยิ่งลมพัดแรงเท่าไรคนเิดินทางก็ยิ่งคลุมร่างกายมิดชิดมากขึ้นเท่านั้น จนกระทั่งในที่สุดลมก็หมดหวัง

Then the sun came out and shone in all his glory upon the traveler, who soon found it too hot to walk with his cloak on.
จากนั้นดวงอาทิตย์ก็ออกมาและส่องแสงสว่างเต็มกำลังไปยังคนเดินทางผู้นั้น ไม่นานเขาก็เริ่มรู้สึกร้อนเกินกว่าจะเดินต่อไปพร้อมกับถอดเสื้อคลุมออกด้วย

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
“ Kindness affects more than severity.”
“ความอ่อนโยนได้ผลกว่าความรุนแรง”

คำศัพท์น่ารู้ (vocabularies)
dispute (v.) = โต้เถียง         suddenly (adv.) = อย่างทันทีทันใด
cloak (n.) = เสื้อคลุม           behind (adj.) = ข้างหลัง
despair (v., n.) = สิ้นหวัง    kindness (n.) = ความเอื้ออารี
wrap (v.) = ห่อ                   severity (n.) = ความรุนแรง




 

Create Date : 15 ธันวาคม 2555   
Last Update : 15 ธันวาคม 2555 12:22:37 น.  


นิทานเรื่อง The Frogs Desiring a King (กบเลือกนาย)


At a beautiful lake the frogs were living peacefully for a long long time, but one day some of them thought that they should have a King to overrule them all.
ณ ทะเลสาบที่สวยงามแห่งหนึ่ง กบฝูงหนึ่งดำรงชีวิตอยู่อย่างสงบสุขมาเป็นเวลานานแสนนาน แต่แล้ววันหนึ่ง พวกมันบางตัวก็คิดว่าน่าจะมีกษัตริย์ปกครอง

Thus they made up their mind to sent ambassadors to Jupiter asking for the King.
ดังนั้นพวกมันจึงตัดสินใจส่งคณะทูตไปพบเทพจูปิเตอร์เพื่อขอกษัตริย์จากพระองค์

Jupiter laughed at their request and cast down a huge Log into the lake.
เทพจูปิเตอร์หัวเราะเยาะในคำขอร้องของพวกมัน แล้วก็โยนไม้ท่อนหนึ่งลงไปในทะเลสาบ

The frogs were frighten at the splash, and all rushed to the depth of the lake.
น้ำกระเด็นทำให้บรรดากบตกใจกลัว และต่างก็ดำดิ่งสู่ก้นทะเลสาบ

But after they saw that the huge Log did not move, they swam to the top of the water again.
แต่หลังจากที่พวกมันเห็นว่าซุงใหญ่ไม่เคลื่อนไหว พวกมันจึงว่ายกลับขึ้นมาเหนือน้ำอีกครั้ง

They climbed upon the Log and dance on it carelessly.
พวกมันปีนขึ้นไปบนท่อนซุงและเต้นรำอย่างไม่สนใจใยดี

After some time they began to recognize that the King Log was too inert, thus they sent ambassadors to Jupiter again to send over them another ruler.
หลังจากชั่วระยะเวลาหนึ่ง พวกมันก็เริ่มสำนึกว่าราชาขอนไม้นั้นไร้ชีวิตเกินไป ดังนั้นพวกมันจึงส่งคณะทูตไปพบเทพจูปิเตอร์อีกครั้งเพื่อจัดส่งผู้ปกครองคนใหม่มาให้แก่พวกมัน

Then he sent an eel to rule them.
จากนั้นพระองค์ก็ส่งปลาไหลลงมาปกครอง

As the frogs found out the eel did not suit them, they sent the ambassadors the third time to Jupiter to give them another King.
เมื่อพบว่าปลาไหลไม่เหมาะสมกับพวกมันอีก จึงส่งคณะทูตไปพบเทพจูปิเตอร์อีกเป็นครั้งที่สาม

This made him very angry, so he sent a big stork who eat the frogs day by day until there were none left. Then the frogs knew when too late.
ครั้งนี้ทำให้พระองค์ทรงพิโรธมาก พระองค์จึงส่งนกกระสาตัวใหญ่ลงมา เจ้านกกระสากินพวกกบวันแล้ววันเล่าจนกระทั่งไม่เหลือรอดสักตัว กว่่าพวกกบจะรู้สึกตัวก็สายเสียแล้ว

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
“There is no ruler is better than cruel ruler.”
“ไม่มีผู้ปกครองเสียเลยยังดีกว่ามีผู้ปกครองที่ทารุณโหดร้าย”

คำศัพท์น่ารู้ (vocabularies)
lake (n.) = ทะเลสาบ                 overrule (adj.) = ปกครอง
ambassador (n.) = นักการทูต    laugh (v.) = หัวเราะ
huge (adj.) = ใหญ่โต                recognize (v.) = สำนึก, ยอมรับ
eel (n.) = ปลาไหล                    stork (n.) = นกกระสา




 

Create Date : 14 ธันวาคม 2555   
Last Update : 14 ธันวาคม 2555 13:05:46 น.  


นิทานเรื่อง The dog and The Shadow (สุนัขกับเงา)


Once upon a time a dog met a piece of meat unexpectedly.
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว สุนัขตัวหนึ่งพบเนื้อชิ้นหนึ่งโดยมิคาดฝัน

He gripped the meat in this mouth and went straight home to eat.
มันคาบเนื้อชิ้นนั้นไว้ในปากและตรงรี่กลับบ้าน

On his way home while he was crossing a bridge over a brook, he saw his own shadow reflected in the water beneath.
ระหว่างทางกลับบ้าน ขณะที่มันกำลังข้ามสะพานเหนือลำธารสายเล็ก ๆ สายหนึ่ง มันก็เห็นเงาของมันเองสะท้อนอยู่ในน้ำเบื้องล่าง

He misunderstood that it was another dog with another piece of meat double his own in size.
มันเข้าใจผิดว่าเป็นสุนัขอีกตัวหนึ่งที่มีเนื้ออีกชิ้นหนึ่งซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าของมันที่อยู่ในปาก

With cupidity he wanted that meat also, so barked at the dog in the water threateningly to get his larger piece.
ด้วยความโลภ มันอยากได้เนื้อชิ้นนั้นเช่นกัน ดังนั้นมันจึงเห่าสุนัขที่อยู่ในน้ำอย่างเกรี้ยวกราด เพื่อที่จะได้เนื้อชิ้นที่ใหญ่กว่า

But as he opened his mouth, the piece of meat fell out and dropped into the water.
แต่ขณะที่มันอ้าปาก เนื้อก็ร่วงหล่นไปในน้ำ

He lost both of meat in the water and his own.
มันสูญเสียเนื้อทั้งสองชิ้นทั้งที่อยู่ในน้ำและของมันเอง

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
“If you grasp at the shadow you will lose the substance”
“ถ้าท่านไขว่คว้าเงาอย่างลุ่มหลง ท่านก็จะสูญเสียสาระสำคัญไป”

คำศัพท์น่ารู้ (vocabularies)
unexpectedly (adv.) = อย่างไม่คาดหวัง        brook (n.) = ลำธาร, ห้วย
reflect (v.) = สะท้อนกลับ                             beneath (adv.) = อยู่ข้างล่าง
misunderstood (v.) = เข้าใจผิด                   cupidity (n.) = ความโลภ
threaten (v.) = คุกคาม, ข่มขู่                        bark (v.) = เห่า




 

Create Date : 12 ธันวาคม 2555   
Last Update : 12 ธันวาคม 2555 12:27:53 น.  


1  2  3  4  5  6  
sanphetch
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]








aroydeeseafood
[Add sanphetch's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com