Group Blog
 
All blogs
 

ดำเนินชีวิตแบบ"ประตูสองบาน"

การดำเนินชีวิตในสังคมปัจุบันนี้กลายเป็นเรื่องยาก เนื่องด้วยปัญหาที่มีนับวันจะเข้ามาในชีวิตมากขึ้น หากเมื่อมองย้อยไปในวันเด็กจะเห็นว่าชีวิตเราและรายล้อมนั้นสวยงาม ความทุกข์กายทุกข์ใจต่างๆ ดูจะห่างใกลเมื่อย้อนรำลึง  ในความเป็นจริงนั้นเมื่อเราเติบโต มิใช่เพียงแต่พัฒนาการทางร่างกายที่เติบใหญ่ หากต้องควบคู่กับกับพัฒนาการทางสติปัญญาและความรับผิดชอบร่วมมาควบคู่ไปกับสติ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดๆ โดยใช้สติควบคุมไม่ให้จิตรตก เมื่อจิตรตกความคิดในเชิงบวกก็จะหาย ทำให้ลุแก่โทษะมีความอาฆาต พยาบาท คิดอิจฉาริษยา ชิงดีชิงเด่น ก่อเกิดการกลั่นแกล้งรังแกกันไม่สิ้น


เพื่อนๆ ที่น่ารักส่ง forward mail ที่ท่าน ว.วัชรเมธีบรรยายธรรมมาให้อ่าน เห็นว่าน่าจะเป็นประโ่ยชน์ไม่มากก็น้อยทั้งในการทำงานและการดำเนินชีวิต อยากให้ลองอ่านกันดูนะคะ


1. อย่าเป็นนักจับผิด
คนที่คอยจับผิดคนอื่น แสดงว่า หลงตัวเองว่าเป็นคนดีกว่าคนอื่น ไม่เห็นข้อบกพร่องของตนเอง  กิเลสฟูท่วมหัว ยังไม่รู้จักตัวอีก
คนที่ชอบจับผิด จิตใจจะหม่นหมอง ไม่มีโอกาส จิตประภัสสร ฉะนั้น จงมองคน มองโลกในแง่ดี แม้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ถ้ามองเป็น ก็เป็นสุข
 
2. อย่ามัวแต่คิดริษยา

“แข่งกันดี ไม่ดีสักคน ผลัดกันดี ได้ดีทุกคน” คนเราต้องมีพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา  คนที่เราริษยาเป็นการส่วนตัว มีชื่อว่า “เจ้ากรรมนายเวร” ถ้าเขาสุข เราจะทุกข์ ฉะนั้น เราต้องถอดถอน ความริษยาออกจากใจเรา เพราะไฟริษยา เป็น ไฟสุมขอน ( ไฟเย็น) เราริษยา 1 คน เราก็มีทุกข์ 1 ก้อน เราสามารถถอดถอนความริษยาออกจากใจเราโดยใช้วิธี  แผ่เมตตา  หรือ ซื้อโคมมา แล้วเขียนชื่อคนที่เราริษยา แล้วปล่อยให้ลอยไป

3. อย่าเสียเวลากับความหลัง

90% ของคนที่ทุกข์ เกิดจากการย้ำคิดย้ำทำ
“ปล่อยไม่ลง ปลงไม่เป็น” มนุษย์ที่สลัดความหลังไม่ออก เหมือนมนุษย์ที่เดินขึ้นเขาพร้อมแบกเครื่องเคราต่างๆ ไว้ที่หลังขึ้นไปด้วย ความทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้ว จงปล่อยมันซะ  อย่าปล่อยให้คมมีดแห่งอดีต มากรีดปัจจุบัน  “อยู่กับปัจจุบันให้เป็น”  ให้กายอยู่กับจิต จิตอยู่กับกาย คือมี  สติ กำกับตลอดเวลา

4. อย่าพังเพราะไม่รู้จักพอ

ตัณหา  ที่มีปัญหา คือ ความโลภ ความอยากที่เกินพอดี เหมือนทะเลไม่เคยอิ่มด้วยน้ำ ไฟไม่เคยอิ่มด้วยเชื้อ ธรรมชาติของตัณหา คือ
“ยิ่งเติมยิ่งไม่เต็ม” ทุกอย่างต้องดูคุณค่าที่แท้ ไม่ใช่ คุณค่าเทียม เช่น คุณค่าที่แท้ของนาฬิกา คืออะไร คือ ไว้ดูเวลา ไม่ใช่มีไว้ใส่เพื่อความโก้หรู
คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์มือถือ คืออะไร คือไว้สื่อสาร แต่องค์ประกอบอื่นๆ ที่เสริมมาไม่ใช่คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์ เราต้องถามตัวเองว่า
“เกิดมาทำไม” คุณค่าที่แท้จริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์อยู่ตรงไหน ตามหาแก่น ของชีวิตให้เจอ  คำว่า พอดี  คือ ถ้าพอ แล้วจะดี  รู้จักพอจะมีชีวิตอย่างมีความสุข


พอดีมีโอกาสได้อ่านเรื่อง”ประตูสองบาน” ของคุณประภัสสร เสวิกุล แล้วชอบใจเพราะให้แง่คิด มุมมองที่เป็นรูปธรรมได้ชัดเจน จึงขอแอบเอามาเผยแพร่เพื่อจะเป็นประโยชน์แก่หลายๆ คนต่อไปค่ะ


ประตูมีหลายแบบ ความทุกข์และปัญหาก็มีหลายแบบเช่นกัน

บางครั้งเราใช้ชีวิตแบบดึง ทั้งที่ประตูบอกว่าผลัก

และใช้ชีวิตแบบผลัก ทั้งที่ประตูบอกให้เลื่อน

ประตูเปิดไม่ออก ปัญหาผลักไม่ออก


ไม่ใช่เป็นเพราะปัญหาแก้ไม่ได้ หรือประตูเปิดไม่ได้

หากแต่เป็นที่ตัวเราไม่เคยใช้  ความคิด
เพื่อค้นหาวิธีการเปิดประตูอย่างถูกต้องเลย










 

Create Date : 29 สิงหาคม 2551    
Last Update : 1 กันยายน 2551 7:40:43 น.
Counter : 225 Pageviews.  

สมการความสุข

ความสุขของคุณคืออะไรคะ การที่มีเงินมากมาย เป็นเจ้าของ Aston Martinโก้ๆ ซักคัน หรือซื้อทีมฟุตบอลดังๆซักทีมหรือเปล่า! ในความเป็นจริงแล้วความสุขเป็นสิ่งที่เราใขว่คว้ากันจังทั้งๆ ที่อยู่ใกล้ตัว.....

ดิฉันเองเคยได้ยินแต่ว่า
“ความสุขไม่มีสูตรสำเร็จ” แต่มาวันนี้อาจต้องเปลี่ยนความคิด ซะใหม่เพราะนักจิตวิทยาหัวใสชาวอังกฤษได้คิดค้น “สมการความสุข” ขึ้นมาได้สำเร็จแล้วค่ะ ลองมาให้คะแนนความสุขของตัวคุณเองดูซิคะแล้วคุณอาจประหลาดใจที่ได้พบว่าตัวเองพอใจกับชีวิตมากกว่าที่คิด


หากความสุข = P + (5 x E) + (3 x H)

โดย
P หมายถึง บุคลิกส่วนบุคคล รวมถึงมุมมองต่อโลก ความสามารถในการปรับตัว และความยืดหยุ่น
E หมายถึง ความเป็นอยู่ ซึ่งเกี่ยวพันกับสุขภาพ ความมั่นคงทางการเงิน และมิตรภาพ
H แสดงถึง ความต้องการระดับสูง ครอบคลุมถึงการเคารพตนเอง ความคาดหวัง ความทะเยอทะยาน และอารมณ์ขัน


นักวิจัยกลุ่มนี้ได้ออกไปสัมภาษณ์คนกว่า 1,000 คน โดยใช้คำถามพื้นฐานง่าย ๆ (อ่านด้านล่าง) และรวบรวมข้อมูลจนได้สูตรสำเร็จข้างต้น ยิ่งได้คะแนนมาก ยิ่งหมายความว่าผู้ตอบคำถามมีความสุขมาก


พวกเขาค้นพบว่า ชายและหญิงมีปัจจัยความสุขแตกต่างกัน ผู้ชาย 4 ใน 10 เห็นว่าเซ็กส์คือสิ่งที่ทำให้พวกเขามีความสุข ขณะที่ 3 ใน 10 แฮปปี้สุด ๆ เมื่อทีมกีฬาที่ตนเองชื่นชอบแข่งชนะ สำหรับผู้หญิงแล้ว 7 ใน 10 มีความสุขเมื่อได้อยู่กับครอบครัว ขณะที่ 25% บอกว่าดีใจมากที่สุดเวลาน้ำหนักลด นอกจากนี้สิ่งที่ทำให้ทั้งชายและหญิงมีความสุข ยังได้แก่เรื่องโรแมนติก การได้ขึ้นเงินเดือน และทำงานอดิเรกที่ตนเองชอบ



มาเริ่มคำนวณระดับความสุขของตัวเองกันดีกว่าึคะ


ตอบคำถามโดยให้คะแนนตั้งแต่ 1 ถึง 10 โดย 1 = ไม่เลย และ 10 = มากที่สุด


P = คะแนนจากคำถามข้อ 1 และ 2
E = คะแนนจากคำถามข้อ 3
H = คะแนนจากคำถามข้อ 4


1. คุณเป็นคนช่างสังคม กระปรี้กระเปร่า ยืดหยุ่น และเปิดรับการเปลี่ยนแปลงหรือไม่?


2. คุณมองโลกในแง่ดี ฟื้นตัวจากปัญหาต่าง ๆ ได้เร็ว และรู้สึกว่าควบคุมชีวิตตัวเองได้หรือไม่?


3. คุณมีพร้อมตามความต้องการพื้นฐาน อันเกี่ยวกับสุขภาพส่วนตัว การเงิน ความปลอดภัย เสรีในการตัดสินใจ และความรู้สึกเป็นชุมชนหรือไม่?


4. คุณสามารถเรียกหากำลังใจจากคนใกล้ชิด จดจ่ออยู่กับสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอย่างเต็มที่ ทำตามความคาดหวังของตัวเอง และเข้าร่วมกิจกรรมที่ทำให้คุณรู้สึกว่าได้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่


ขอบคุณที่มา ladytip.com คะ




 

Create Date : 18 สิงหาคม 2551    
Last Update : 1 กันยายน 2551 7:35:43 น.
Counter : 188 Pageviews.  

แตกต่างอยู่ข้างกัน


เมื่อสองสามเดือนที่ผ่านมาชีวิตดิฉันมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย อันเนื่องมาจากผู้คนรอบข้าง สถานที่ ตลอดจนทัศนคติใหม่ๆ ทำให้ต้องเกิดการปรับตัวอย่างกระทันหัน ท่ามกลางความใหม่และสับสน ก็ทำให้เกิดความคิดขึ้นมาว่า่ช่วงชีวิตหนึ่งของคนเปรียบเสมือนการเดินทาง เดินทางไปที่ต่างๆ ได้พบ ได้เจอสิ่งใหม่ๆ เก็บเกี่ยวมาไว้เป็นประสบการณ์ ซึ่งก็ดีเหมือนกันนะ เลยต้องกลับมานั่งมองไปรอบๆ ตัว ซึ่งก็น่าแปลกคะว่ามนุษย์เรานะมันจะมองหาแต่สิ่งที่ทำให้เกิดความสบายใจ ชอบสิ่งไหนก็ไปหาสิ่งนั้น หาจะคบหาใครสักคนก็มองดูว่าเค้ากับเรานิสัยใจคนไปกันได้ ชอบเหมือนกัน คุยภาษาเดี่ยวกัน (ไม่ใช่แค่ภาษาไทยนะคะ) มี Lifestyle คล้ายๆ กัน ก็ดูจะมีความสุขดีที่มีเพื่อนแบบเดี่ยวกัน โดยที่หลีกเลี่ยงคนที่ไม่เหมือนเรา หรือต่างจากเราไปซะ

ในความเป็นจริงแล้วชีิวตเราก็มีตัวเลือกไม่มากนักนะคะ คุณจะเลือกงานให้ได้ดั่งใจคงเป็นไปไม่ได้ และนั่นก็หมายความว่าคุณก็คงเลือกเพื่อนร่วมงานให้ได้ดั่งใจไม่ได้เช่นกันแหละคะ มันจึงเป็นที่มาของความแตกต่างทั้งหลายแหล่ซึ่งตัองมานั่งทำงานรวมอยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันรวมสิบกว่าชั่วโมงด้วยกัน หากเข้าใจกัน ยอมรับในความเป็นตัวตนของคนที่ไม่เหมือนเราได้ มันก็คงดี ปัญหาความขัดแย้งต่างๆ ก็คงไม่เกิดขึ้นให้เราเห็นอยู่ดาษเดื่อนในทุกสังคมเช่นทุกวันนี้


ด้วยความที่ต้องมาปกครองดูแลบุคคลที่มี Lifestyle ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทำให้ดิฉันเองเกิดความว้าวุ้นใจไปด้วยเหมือนกัน อานิสงค์จากน้องสาวคนสวยเอาบทความน่ารัก ๆ จาก A Day มาให้อ่าน จึงทำให้ดิฉันเกิดความฮึกเหิมในใจขึ้นว่าอีกรอบคะ

ต้องขอบคุณคอลัมม์ a an the ใน A Day ทีมีช่างมีมุมมองและแง่คิดดีๆ มาเล่าสู่กันฟังโดยการหยิบยกเอาเพลง Juxtapose ของวง Super Furry Animal ที่เค้าแต่งเพลงชื่อ Juxtapose with you มาขยายความได้โดนใจคะ

คำว่า Juxtapose อาจดูไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ เพราะแรกเริ่มเดิมที ดิฉันเองคิดไปว่าอาจไม่ใช่ภาษาอังกฤษด้วยซ้ำ หากจริงๆ แล้วศัพท์คำนี้ ช่างมีความหมายที่พิเศษด้วยความที่แปลออกมาว่า To put things with are not similar next to each other หรือการเอาของสองสิ่งที่แตกต่างกันไว้่เคียงข้างกัน ไม่ว่าจะเป็นต่างความคิด ต่างสี ต่างฐานะ ต่างชนชั้นฯลฯ ในคอลัมม์ a an the ยังให้ข้อมูลอีกด้วยคะว่าคำนี้เป็นที่คุ้นเคยในวางการศิลปะซะเป็นส่วนใหญ่ เพราะเค้ามีความเชื่อที่ว่าสิ่งมีมัน “contrast” กันนั้นเมื่อเรานำอะไรที่มันต่างกันโดยสิ้นเชิงมาวางไว้ใกล้ๆ กัน เราจะเกิดงานศิลปะขึ้นมาใหม่ที่เรียกว่า The art of Juxtaposition


เมื่อลองทบทวนดูก็จะรู้อีกว่าต่อให้คุณเลือกที่จะอยู่กับคนที่เหมือนกัน คุยกันรู้เรื่อง เข้ากันได้ก็มีอะไรรับประกันว่าจะไม่มีปัญหา ในทางกลับกันของสองสิ่งหรือคนสองที่ที่แตกต่างกันมาอยู่ใกล้กันก็ใช่จะประหัดประหารกัน หากมันจะเริ่ม Osmosis สิ่งดีๆ เข้าหากันได้ ขอหยิบยกตัวอย่างจาก A Day มาเล่าสู่กันฟังคะ


คนใจร้อนเมื่อมาอยู่กับคนใจเย็นก็จะเป็นสุขขึ้นเพราะไม่ต้องมาร้อนแข่งกัน
คนขี้อายก็จะเริ่มมีความกล้ามากขึ้นเมื่อมาอยู่กับ(คนหน้าด้าน)
คนขี้เหนียวก็จะเริ่มรู้จักใช้ัเงิน และมีความสุขกับชีวิตเมื่อมาอยู่กับคนสุรุ่ยสุร่ายจับจ่ายมือเิติบ
ในขณะที่คนที่สุรุ่ยสุร่ายก็จะเริ่มรู้จักใช้เงิน และหาความมั่นคงให้กับชีวิตมากขึ้น
คนโง่จะเริ่มฉลาดขึ้นเมื่ออยู่กับคนที่ฉลาด


และเมื่อกลับมาดูที่เนื้อเพลงจะเห็นได้ว่าผู้แต่งแฝงแง่คิดเลิศๆไว้ในท่อนฮุกว่า
You’ve got to tolerate all those people that you hate
I’m not in love with you, but I won’t hold that again you


ความหมายของ Tolerate นั้นน่าสนใจคะ เพราะไม่ได้แปลว่า “อดทน” ตามรากศัพท์เพียงอย่างเดียว แต่หมายรวมไปถึงความอดกลั้น ยอมให้เกิดขึ้น หรือยอมรับความแตกต่างของคนอื่นอย่างเข้าใจ รับได้ว่าเขามีความเชื่อ ความคิด ไม่เหมือนเรา โดยที่ไม่มาทะเลาะกันเมื่อเขาไม่เห็นด้วยกับเรา ในขณะที่ hold (something) against (someone) หมายถึงการที่เราชอบคนสักคนน้องลงเพียงเพราะเขาแตกต่างจากเรา เช่น ถ้าเขาคนนั้นทำอะไรไม่ถูกใจเรา หรือไม่ได้มาตรฐานตามที่เราต้องการเราก็พาลจะเกลียดเค้าไป


นี่แหละคะชีวิตมนุษย์เราในปัจจุบัน หากเราเรียนรู้ที่จะอดทนต่อความแต่กต่างของคนอื่นและพยายามอยู่กับเขาให้ได้ อะไรๆ มันก็คงง่ายขึ้นปัญหาร้อยแปดในโลกปัจจุบัีนก็คงไม่มี หรือมีน้อยลง เห็นด้วยกับข้อความที่ว่า


ไม่ได้รักกัน ก็ไม่เห็นต้องเกลียดกัน
แตกต่างกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าอยู่ร่วมกันไม่ได้








 

Create Date : 26 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 1 กันยายน 2551 7:39:54 น.
Counter : 4231 Pageviews.  

Greeting





 

Create Date : 03 เมษายน 2551    
Last Update : 10 สิงหาคม 2551 0:13:22 น.
Counter : 134 Pageviews.  


Doungchampa
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หนึ่งฤทัย
Comment
--
Friends' blogs
[Add Doungchampa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.