No Pain, No Gain ยินดีต้อนรับทุกท่านค่ะ

Group Blog
 
All blogs
 

กว่าจะมาเป็นเรา 3 คน (พ่อ แม่ ลูก) ตอนที่ 2

ภาคต่อจากตอนที่ 1

นับจากวันที่เหตุการณ์น้ำท่วม ผ่านครบ 1 เดือน อ๊ะๆๆ มาถึงวันที่รอบเดือนของหม่าม๊าจะต้องมาเส่ะ (รอบเดือนครั้งสุดท้ายมา 24 ต.ค. 54) แต่ๆๆ มันกลับไม่มา แถมยังทำให้หม่าม๊าตื่นขึ้นมาแล้วมึนหัวจนเซเกือบล้มเลย ใจกระตุกวูบเลย เอาแต่คิดว่า "ไม่นะ ชั้นยังไม่อยากท้อง ขอให้ชั้นไม่ท้อง ชั้นยังไม่ได้แต่งงาน คนที่ทำเราท้อง (ปะป๊า) แค่ต้องการเอาชนะ และดึงเราไว้ เราอยากไปจากชีวิตเค้าอ่ะ (ในใจนี่เศร้ามากกกกก) เราเริ่มมีใจให้คนอื่นแล้ว"

วันนั้นมาทำงานก็ปรึกษากับเพื่อนที่ทำงาน (ป้ากุ้ง+ป้าหนู) ว่าทำไงดี ท้องแน่ๆ เค้าก็บอกให้ซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจให้แน่ใจไปเลย เอาวะ! ตรวจก็ตรวจ เพราะรอบเดือนหม่าม๊ามาตรงทุกเดือนไม่คลาดเคลื่อน

คืนนั้นก็เข้านอนปกติ ตื่นเช้ามาเข้าห้องน้ำพร้อมกับแผ่นทดสอบครรภ์ ทิ้งไว้แป๊บเดียว ขึ้น 2 ขีดจ้าาา ก็แปลว่าท้องสิจ๊ะ ร้องไห้เลย บอกน้าปุ้ยมาดู เนี่ยกูท้องแน่ๆ แล้ว (เสียใจหนักมาก ) อีกใจนึงก็คิดว่าไม่น่ะ อีกขีดนึงไม่ชัด ไม่ท้องหรอก ไปทำงานก็ไปปรึกษากับพี่ที่เคยมีประสบการณ์แล้ว เค้าบอกว่าท้องแน่ๆ พี่คนนี้ (ป้าแดง) เค้าก็รู้เรื่องหม่าม๊ากะปะป๊ามาโดยตลอด เค้าก็บอกว่าแต่งๆ กันไปเถอะ มาถึงตรงนี้แล้ว อีกอย่างคบกันมาตั้งนาน (แต่ในใจหม่าม๊าแอบค้าน เริ่มไม่มั่นใจว่าจะใช้ชีวิตเป็นครอบครัวกันได้)

หม่าม้า ตัดสินใจบอกปะป๊าว่าท้องนะ แล้วก็บอกอาม่าเกียว (หม่าม้าทำอาม่าเสียใจมาก และโกรธมาก) ส่วนปะป๊ากะอาม่าจิตก็พาหม่าม๊าไปตรวจครรภ์ที่รพ.กรุงเทพคริสเตียน (ณ ตอนที่ตรวจ เนื่องจากอายุครรภ์ยังน้อย ต้องอัลตราซาวน์ผ่านช่องคลอด เห็นถุงเล็กๆ ข้างในถุงมีสัญญาณชีพจรเต้นตุบๆๆ) ตรวจฮอร์โมนการตั้งครรภ์ (HCG) และอายุครรภ์ประมาณ 7-8 สัปดาห์ (หม่าม๊าขอสารภาพว่า เคยคิดจะเอาลูกออก แต่ลูกไม่ผิดที่จะเกิดมา และอาม่าเกียวบอกว่าห้ามทำแท้งเด็ดขาด ถ้าลูกออกมาอาม่าจะเลี้ยงหลานเอง T^T สุดท้ายก็ไม่ได้ทำ หม่าม๊าขอโทษน้าาาาา)

หลังจากนั้นอาม่าเกียวก็สั่งให้หม่าม๊าบอกกับปะป๊า ให้พาผู้ใหญ่มาคุย แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฮอร์โมน หรือความดื้อรั้น ทำให้หม่าม๊าทะเลาะกับปะป๊า และไม่มีผู้ใหญ่มาคุย และหม่าม๊าขอร้องอาม่าเกียวว่าจะขอเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว โดยจะขอเลิกยุ่งเกี่ยวกับปะป๊าโดยเด็ดขาด แต่ปะป๊าก็ไม่ยอม พยายามมาหาหม่าม๊าที่ทำงาน หม่าม๊าก็หนีหน้า ตอนนั้นเหมือนเด็กๆ เล่นซ่อนแอบ ส่วนปะป๊าก็คงจะเสียใจไม่น้อยทีเดียว

หลังจากที่ตัดสินใจจะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ก็ต้องบอกคุณตา ตอนที่คุณตาได้ยินว่าหม่าม๊าท้อง เค้าเงียบไปเลย คงทั้งเสียใจและโกรธ แต่คนที่คุณตาโกรธที่สุดคือปะป๊า คุณตาก็คาดโทษไว้ ว่าต่อไปนี้ห้ามให้มาเห็นหน้า ไม่งั้นต้องมีคนตายแน่ๆ

หลังจากนั้นเหตุการณ์ก็เงียบๆ ไป พร้อมกับที่หม่าม๊าก็เลิกติดต่อกับผู้ชายคนนั้นด้วย พอคืนวันสิ้นปีก็ชวนน้าเป้ น้าแพร (อดีตแฟนน้าเป้) ป้ากุ้ง ไปสวดมนต์ข้ามปีกันที่วัดราชบพิตร วัดนี้หม่าม้าเคยพาปะป๊ามาตักบาตรดอกไม้เมื่อตอนเดือนกรกฎาคม 2554 (ช่วงที่มีปัญหากัน)

จบตรงนี้ ตอนต่อไปจะเล่าถึงตอนท้องจนเจอร์รี่เกิดนะ

รักลูก
หม่าม๊า











 

Create Date : 03 กรกฎาคม 2558    
Last Update : 3 กรกฎาคม 2558 14:10:53 น.
Counter : 45 Pageviews.  

กว่าจะมาเป็นเรา 3 คน (พ่อ แม่ ลูก) ตอนที่ 1

blog ก่อนหน้านี้เป็นเรื่องราวระหว่างปะป๊ากับหม่าม๊า อย่างที่บอกไว้..ความรักมีทั้งสุขและทุกข์ ปะป๊ากับหม่าม๊าคบกันมา โดยมีมือที่สาม (ที่ปะป๊าคอยเกี่ยวเข้ามา) โดยตลอด รักๆ เลิกๆ เป็นอย่างงี้มาตลอดเวลาที่คบกัน

จริงๆ หม่าม๊าก็หวังมาตลอดเวลาว่าวันนึงปะป๊าจะนึกถึงความรู้สึกเสียใจของหม่าม๊าต่อการกระทำของปะป๊าบ้าง แต่เปล่าเลย ปะป๊ายังคงมีความสุขบนความเสียใจของหม่าม๊าตลอด เวลาทะเลาะกัน ไม่เคยพูดดีต่อกันเลย นับวันความไว้ใจ ความเชื่อใจ ความศรัทธาเริ่มมีน้อยลง

ระหว่างทางที่คบกันหม่าม๊าไม่เคยมองใครเลย จนอายุล่วงเลยมาเลข 3 จำได้ว่าเคยบอกปะป๊าว่าอยากแต่งงาน อยากมีลูก แต่ปะป๊าพูดออกมาคำนึง ซึ่งฟังแล้วจุกและเสียใจ จำขึ้นใจจนถึงทุกวันนี้ เค้าพูดว่า "อย่างเธอจะเอาอะไร (ข้อคิด/วิธี) ไปเลี้ยงลูก" ตอนนั้นฟัง ได้แต่เสียใจ คิดแต่ว่า ถ้าเป็นแบบนี้ คงไม่มีอนาคตร่วมกัน (ซึ่งตลอดเวลาที่คบกัน เราไม่เคยคุยหรือวางแผนที่จะมีอนาคตร่วมกันเลย ตรงนี้สำคัญนะลูก หากคบใครแล้วไม่มีภาพอนาคตร่วมกัน ลูกปล่อยอีกฝ่ายไปให้เค้าได้มีอนาคตที่ดีเถอะ)

จนมาถึงจุดพีคที่คิดว่าจะไม่รอปะป๊าแล้ว คิดไว้ในใจว่าจะรอถึงแค่อายุ 35 (ถ้าไม่ได้แต่งงานกัน หรือมีลูก ก็จะบอกเลิกกับปะป๊า เพราะเค้าเองก็มีผู้หญิงอื่นที่แอบคบกันมาตลอด แต่ถามกี่ครั้งไม่เคยยอมรับ)

เหตุการณ์ที่เกือบจะเป็นจุดเปลี่ยนของเรา 3 คน (ปะป๊า หม่าม๊าและเจอร์รี่)??

ตอนต้นปี 2554 หม่าม๊าอายุ 34 ปีแล้ว ซึ่งใกล้ deadline ความสัมพันธ์กับปะป๊า หม่าม๊าเริ่มเปิดใจ ซึ่งตอนนั้นหม่าม๊าเริ่มคุยกับผู้ชายซึ่งเป็นเพื่อนในที่ทำงานเดียวกันกับหม่าม๊า ด้วยความที่เราไม่เคยเปิดโอกาสหรือเปิดใจคุยกับผู้ชายคนอื่นเลย พอมีคนเข้ามาคุยและพูดดีด้วย ก็เกิดอาการเขว เป๋ เซ อย่างแรง มีความสุข (คิดไปเองทั้งนั้น) วาดฝันว่าชั้นเจอคนที่ใช่แน่ๆ (ใช่สิ ชั้นรอพ่อเธอมาสิบกว่าปี ไม่เอ่ยปากชวนแต่งงานซะที) ในขณะที่ปะป๊าเอง ก็กำลังมีผู้หญิงคนใหม่เข้ามาในชีวิต ซึ่งผู้หญิงคนนี้พยายามอย่างมากที่จะครอบครองปะป๊า

ช่วงที่ปะป๊าหม่าม๊าเริ่มระหองระแหงกัน น่าจะเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน 2554 แหละ ตอนนั้นหม่าม๊าเริ่มคิดที่จะเลิกกับปะป๊าจริงๆ นะ เพราะคิดว่าที่ผ่านมาปะป๊าเค้าไม่ได้รักเราเลย และคงไม่คิดจะแต่งงานกับเราหรอก อีกอย่างหม่าม๊าอยากแต่งงานมีลูก ไม่อยากมีลูกช้า

แต่ๆๆๆ ด้วยกรรมที่เคยร่วมสร้างกันมาหรือเปล่า ก็มีเหตุน้ำท่วมใหญ่ทำให้ปะป๊ากับหม่าม๊าก็ต้องมาใช้ชีวิตด้วยกันสองคนพักนึง (นานมากนะ ตั้งเกือบ 2 อาทิตย์ แหน่ะ)

จำเหตุการณ์วันที่น้ำท่วมเจ้าพระยาฝั่งธนฯ เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2554 ได้แม่นว่าค่ำของวันนั้น น้ำเริ่มล้นตลิ่งเจ้าพระยาเข้ามาท้ายซอยแล้ว หม่าม๊าปั่นจักรยานไปดูแถวดับเพลิงบวรมงคล เขื่อนกั้นน้ำแตก น้ำทะลักเข้ามาแล้ว ไม่พ้นคืนนั้น น้ำท่วมกทม. แน่ๆ (ท่วมแค่ฝั่งธน ฝั่งพระนครไม่ท่วม!!!)

หม่าม๊าชวนอาม่าเกียว น้าปุ้ย กะซูชิ (หมาพูเดิ้ลทอยสีน้ำตาล ตายแล้ว เมื่อพ.ย. 2557) ให้รีบเก็บเสื้อผ้าและของมีค่าให้เร็วที่สุด (โดยน้าเป้ไม่ยอมไปด้วย บอกว่าจะอยู่ดูแลบ้าน ส่วนคุณตาแอ๊ดตอนนั้นยังอยู่บ้านโป่งคนเดียวและไม่โดนผลกระทบจากน้ำท่วม) แล้วหม่าม๊าก็พาทุกคนมุ่งหน้าไปหัวหินพักที่บ้านพักของที่ทำงานหม่าม๊า จำได้ว่าอยู่หัวหิน 26-30 ต.ค. 2554

ส่วนปะป๊าก็พาอาม่าจิต ไปพักที่คอนโดของเหล่ากู๋ (พ่อแป๊ะอู๊ด) ที่ชะอำ ลืมบอกไปว่าช่วงที่มีปัญหากัน ผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งรับรู้มาตลอด จนน้ำท่วมนี่แหละ อาม่าเกียว ได้เจอกับผู้ใหญ่ทางปะป๊า และคุยกัน เรื่องปะป๊ากับหม่าม๊า
แต่ก็ยังไม่ได้ตกลงอะไรเป็นเรื่องราว

ต่อมาวันที่ 31 ต.ค. 2554 น้าปุ้ยกลับไปทำงานโดยพักที่คอนโดกับเพื่อนร่วมงานที่ออฟฟิศเช่าให้พนักงานที่เดือดร้อนจากน้ำท่วม ส่วนหม่าม๊าก็พาอาม่าเกียวมาบ้านโป่ง เพื่อหาที่ลี้ภัยต่อ โดยมีปะป๊าตามมาด้วย (ทิ้งอาม่าจิตไว้กับอาเหล่ากู๋โดยให้เหตุผลว่า ปลอดภัยไร้กังวล) ช่วงน้ำท่วมนี่ โรงแรมในจังหวัดรอบกรุงเทพฯ เต็มหมด ที่บ้านโป่งก็เหมือนกัน จะไปพักกับญาติก็เกรงใจ (ห้องพักไม่พอ) ก็พยายามหาจนได้ห้องพักที่บ้านโป่งอินน์ (โรงแรมเก่าริมแม่น้ำแม่กลอง) คืนนั้นก็จบปัญหาเรื่องที่พักไป

เช้าวันรุ่งขึ้น หม่าม๊าต้องกลับเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปทำงาน ปะป๊าก็ตามมาด้วยบอกว่าเป็นห่วง (หรือหวงก้าง เพราะตอนนั้นหม่าม๊าก็ยังมีคุยกะผู้ชายคนนั้นบ้าง) ส่วนอาม่าเกียวก็ให้เค้าเช่าบ้านอยู่บ้านโป่ง 1 เดือน เพื่อรอให้เหตุการณ์น้ำท่วมกลับเข้าสภาวะปกติ

พอเข้ากทม. หม่าม๊าก็ไปทำงาน แล้วก็จะหาห้องพักแถวออฟฟิศ (แถวถนนข้าวสาร) ก็มาลงเอยที่โรงแรมเวียงใต้ บางลำภู โดยมีปะป๊าคอยเฝ้า 555 ระหว่างพักอยู่ด้วยกันก็มีทะเลาะกันตลอด ทั้งปะป๊าเองก็มีผู้หญิงคนอื่นมาเกาะแกะ หม่าม๊าก็อยากจะเลิกกะปะป๊าเพราะมโนไปเองว่า คนที่ชั้นคุยด้วยเนี่ยต้องใช่เนื้อคู่เราแน่แล้ว อีกอย่างปะป๊าก็ไม่เด็ดขาด หรือเลิกยุ่งกับผู้หญิงทั้งคนเก่าๆ และคนใหม่เลย (เพิ่งนึกออกว่า หม่าม๊าเขียนจดหมายระบายความในใจถึงปะป๊าด้วย 3-4 หน้ากระดาษเนี่ยล่ะ ปะป๊าบอกว่าทุกวันนี้ยังเก็บไว้อยู่เลย อยากขอกลับมาอ่าน ว่าตอนนั้นเราเวิ่นเว้อมากแค่ไหน - -")

จนวันที่ 11 พย. 2554 น้ำที่ท่วมลดลงเหลือแค่ตาตุ่ม หม่าม๊าก็ตัดสินใจจะย้ายกลับมาอยู่ที่บ้าน โดยไล่ให้ปะป๊ากลับไปดูแลอาม่าจิตที่ชะอำต่อ (แม่ตัวเองไม่ดูแล มาดูผู้หญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานด้วย แล้วแม่เค้าจะคิดยังไงฮึ!)

เด๋วต่อตอนใหม่นะ




 

Create Date : 03 กรกฎาคม 2558    
Last Update : 3 กรกฎาคม 2558 14:27:02 น.
Counter : 44 Pageviews.  

เรื่องราวของปะป๊ากับหม่าม๊า

ปะป๊ากับหม่าม๊ารู้จักกันได้ยังไง?

ณ ห้องเรียนชั้นปีสุดท้าย ปี 3/2 ของชีวิตวัยมัธยมปลาย ตอนนั้นหม่าม๊ากับปะป๊าได้เรียนห้องเดียวกัน หม่าม๊าเป็นคนซื่อๆ เงียบๆ แต่ถ้าสนิทกับใครก็จะเป็นคนตลกโปกฮา ส่วนปะป๊าก็หน้าตาดี สูงโปร่ง เนื้อหอม วันๆ รวมกลุ่มกับเพื่อนหลังห้อง เล่นเล็บตุ่ย (555 หน้าตาเป็นยังไงหรือเล่นยังไงไปถามปะป๊าเองนะ)

ปิ๊งกันตอนไหน เริ่มจากใคร?

จำไม่ได้ว่าตอนไหน รู้แต่โดนปะป๊าและเพื่อในห้องแซวอ่ะ กลายเป็นหม่าม๊าแอบชอบปะป๊าข้างเดียวไปซะแระ (ตอนนั้นปะป๊าไว้ผมยาวเสมอกัน ผมดำเงางาม หน้าตาดี) คงจะหลงคารมมั้ง

อ้อ เริ่มสนิทกันตอนช่วงกีฬาสี ปะป๊าได้รับเลือกเป็น เชียร์ลีดเดอร์ ส่วนหม่าม๊าหรอ ไม่เกี่ยวกะอะไรกับเค้าหรอก อิอิ แต่เค้าไปซ้อมเต้นกันที่คอนโดเพื่อนหม่าม๊า แถวคลองสานอ่ะ ก็ตามเค้าไป (ปัจจุบันเพื่อนคนนี้น่าจะแต่งงานกะชาวต่างชาติไปแล้ว และขาดการติดต่อกันไปตั้งแต่จบม.ปลาย)

หลังจากนั้น...จำได้ว่าก่อนถึงวันวาเลนไทน์ปีนั้น หม่าม๊าไปเดินเลือกซื้อกระดาษสีทองกับขวดโหล ตั้งใจพับดาวครบ 999 ดวง เสร็จแล้วแต่งด้วยริบบิ้นสีทอง+ม่วง เอาไว้ให้ปะป๊าแทนความในใจ (น้ำเน่านะเนี่ย 555) แล้วกะจะให้ปะป๊าตอนเย็นหลังเลิกเรียน โดยมีเพื่อนสนิทหม่าม๊า (น้าเกด) เป็นคนเรียกให้ พอปะป๊าเดินมา หม่าม๊าก็รีบยื่นให้แล้ววิ่งหนีกลับบ้านโดยไม่พูดอะไร มารู้ตอนหลังที่คุยกับปะป๊าๆ บอกว่า งงเลย อยู่ๆ ก็มายื่นโหลดาวให้ แล้วหม่าม๊าก็หน้าแดง(อาย) แล้วจู่ๆ ก็วิ่งหนีไป 555 พอนึกภาพย้อนกลับไปแล้วตลกตัวเอง ทำไปได้เนอะเรา

หลังจากนั้นก็มีโทร.คุยกะปะป๊า อยากคุยอยากได้ยินเสียง แต่ก็ไม่รู้จะคุยอะไร ปะป๊าก็คงรำคาญเลยดีดกีต้าร์ใส่หม่าม๊าซะเลย (ปะป๊ามาบอกทีหลังว่า คนอะไรวะ โทร.มาก็ไม่คุย เอาแต่เงียบ แล้วก็ไม่ยอมวางสาย บ้ารึป่าว) แต่ก็ไม่ได้สานสัมพันธ์ หรือคบกันฉันท์แฟน เรียนจบแล้วก็แยกย้ายกันเรียนต่อในมหาวิทยาลัย(เดียวกันนั่นแหละ) แล้วก็ค่อยๆ ทิ้งห่างการติดต่อไป จนขาดการติดต่อในที่สุด

แล้วยังไงอีก???

จนในเทอมสุดท้ายของการเรียนในมหา"ลัย วันนึงได้บังเอิญเจอปะป๊าในร้านขายอาหารแถวมหา"ลัย เค้าเข้ามาทักก่อนและบอกว่า ตอนนี้ได้ย้ายมาอยู่ใกล้ๆ บ้านหม่าม๊าละนะ ยังไม่ค่อยมีเพื่อนแถวนั้นเท่าไหร่ ยังไงก็ให้หม่าม๊าโทร.ไปคุยเล่นบ้าง พร้อมกับให้เบอร์บ้านมา หม่าม๊าก็พยักหน้ารับทราบ แล้วก็ลืมไปเลย

วันหนึ่งปะป๊าเป็นคนโทร.มา แล้วก็ทวงว่า ไหนรับปากว่าจะโทร.มาคุยไง ไม่เห็นโทร.มาเลย ไอ้เราก็ตอบ "อ่อ...โทษที ลืมเบอร์ไปแล้ว จดไว้ที่ไหนก็ไม่รู้" (ลืมจริงๆ ว่าจดไว้ตรงไหน)

หลังจากนั้นก็คุยกันมาตลอด จำได้ว่าตกลงเป็นแฟนกันเดือนตุลาคม 2541 วันเวลาผ่านไป ถึงวัยทำงาน ชีวิตความรักก็มีทั้งสุขและทุกข์กันไป

คบกับปะป๊าได้ไม่กี่ปี อากง (พ่อของปะป๊า) ก็เสียชีวิตลง ในวันที่ 25 มกราคม (จำปีไม่ได้) จำได้แค่ปีนั้นเจ็กลิ้งเพิ่งคบกับอาแอน

จุดเริ่มต้นของปะป๊าและหม่าม๊า จบลงแค่ตรงนี้ก่อน ต่อไปจะเริ่มต้นเรื่องราวของเราสามคน (ปะป๊า หม่าม๊า และเจอร์รี่)




 

Create Date : 03 กรกฎาคม 2558    
Last Update : 3 กรกฎาคม 2558 14:16:20 น.
Counter : 36 Pageviews.  

แรงบันดาลใจ

วันศุกร์ 3 กรกฎาคม 2558

แรงบันดาลใจเขียน blog diary สำหรับเด็กชายน้อยของหม่าม๊า คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน อยากจะบันทึกไว้ให้ลูกได้กลับมาอ่าน เมื่อวันนึงที่ลูกเริ่มอ่านหนังสือออก

อาจจะเริ่มเขียนช้าไป และเริ่มลืมเรื่องราวจุดเริ่มต้นของเด็กน้อยคนนี้แล้ว แต่ก็ยังอยากจะเขียนไว้ เพื่อรำลึกถึง

รักเจอร์รี่มากที่สุด
หม่าม๊า




 

Create Date : 03 กรกฎาคม 2558    
Last Update : 3 กรกฎาคม 2558 11:47:36 น.
Counter : 215 Pageviews.  


GrapeWine
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Color Codes ป้ามด
New Comments
Friends' blogs
[Add GrapeWine's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.