ホームページ...    หน้าหลัก...   Home page...
Group Blog
 
All blogs
 

น้ำเอ่อจ่อหน้าบ้านนายกฯ ซอยโยธินพัฒนา 3 เขตบึงกุ่ม



วันที่ 7 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศหน้าบ้านพักของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ในซอยโยธินพัฒนา 3 เขตบึงกุ่ม

ปริมาณน้ำได้เริ่มผุดจากฝาท่อ บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 38/9 ของนายกฯ แล้ว แต่ยังไม่ได้มีการตระเตรียมการป้องกันอะไร เนื่องจากภายในบริเวณบ้านพักเป็นพื้นที่สูงจากระดับถนนประมาณ 1 เมตร แต่บริเวณลานจอดรถซึ่งมีตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งเป็นสถานที่พักของทีมรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ปริมาณน้ำก็เริ่มเอ่อเข้ามาประชิดแล้ว เนื่องจากน้ำในคลองรอบๆ ทั้งคลองเกียง คลองตาหนังและคลองลำเจียก ปริมาณน้ำเริ่มเอ่อล้นเล็กน้อย ทำให้ถนนบางช่วงที่เข้ามายังบริเวณบ้านพักของนายกฯ มีน้ำท่วมขังเป็นระยะๆ คาดว่าหากระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นอย่างนี้ต่อไปไม่เกิน 2 วัน ถนนในซอยโยธินพัฒนา 3 ซึ่งเป็นทางเข้า-ออก บ้านนายกฯ จะเกิดปัญหาน้ำท่วมขังอย่างแน่นอน

credit :  http://www.khaosod.co.th/
น้ำเอ่อจ่อหน้าบ้านนายกฯ ซอยโยธินพัฒนา 3 เขตบึงกุ่ม




 

Create Date : 08 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 8 พฤศจิกายน 2554 1:32:33 น.  

ร่มรื่นแบบไทยร่วมสมัย

นักธุรกิจหนุ่มอายุย่างเข้าเลข 3 เพียงไม่กี่ปี กับธุรกิจระดับพันล้านอย่าง คุณเอก - ณกรณ์ กรณ์หิรัญ เขายอมรับว่าด้วยหน้าที่การงานที่เป็น 1 ใน 3 หุ้นส่วน และ ผู้บริหารสายงาน การตลาดของ วุฒิ-ศักดิ์ คลินิก ทำให้ชีวิตต้องทำงานทุกวันและมีเรื่องให้คิดให้ตัดสินใจไม่น้อยเลยทีเดียวแต่คุณเอกก็ไม่ลืมที่จะหาความสุขส่วนตัว ด้วยการสร้างอาณาจักรอันสงบเงียบและร่มรื่น ท่ามกลางธรรมชาติใน จังหวัดลำพูน



ด้วยพื้นที่กว่า 4 ไร่ สวยงามด้วยการกำหนดพื้นที่ทางภูมิ สถาปัตย์ อย่างลงตัว มีเรือนหลังใหญ่ 1 หลัง เรือนพักรับรอง 2 หลัง ซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกราวกับ รีสอร์ท 5 ดาว มีเรือนพักผ่อนและห้องอาหาร 1 หลัง และ เรือนยุ้งข้าว แบบลำพูนซึ่งประยุกต์เป็น เรือนนวด อีก 2 หลัง พื้นที่ทั้งหมดร่มรื่นด้วย สนามหญ้าเขียวขจี มีต้นไม้นานาพรรณปลูกจนเต็มพื้นที่ทั้งไม้ดอก ไม้ใบ และไม้ใหญ่ยืนต้น ในพื้นที่ยังมีลำเหมืองเล็กๆ มีน้ำไหลรินให้เสียงสดชื่นคลอไปกับเสียงของน้ำตกจำลอง และเข้ากันได้ดีกับเสียงเพลงบรรเลงดนตรีพื้นบ้านแบบชาวเหนือ ที่ดังแว่วให้ได้ยินทั่วอาณาบริเวณ



สถาปนิกกำหนดรูปแบบและพื้นที่การใช้สอยให้เรือนหลังใหญ่มีกลิ่นอายของเรือนแบบลำพูน
คือเป็นเรือน 2 ชั้น ใต้ถุนสูงโปร่งรับแสงและลม มีบันไดขึ้นหน้าบ้านและบันไดลงหลังบ้าน ด้านหน้าขึ้นไปจะพบกับระเบียงกว้าง มีมุมพักผ่อน 2มุม พื้นยกระดับขึ้น เข้าสู่ภายในเป็นห้องพักผ่อน
และรับรองแขก มีทางเดินเล็กๆ เข้าห้องนอน 2ห้อง และห้องทำงาน ด้านหลังสุดเป็นห้องโถงทานอาหารและห้องครัว ส่วนด้านล่างมี 2 ห้องนอน และมุมพักผ่อนแบบเปิดโล่ง



คุณเอกมีมัณฑนากร
ระดับอาจารย์เป็นที่ปรึกษา โดยกำหนดอารมณ์ของบ้านให้มีกลิ่นอายแบบพื้นถิ่นด้วยของประดับตกแต่ง และการดึงเอา ลวดลายของผ้าทอโบราณ มาสร้างสรรค์ใหม่ในรูปแบบไม้แกะสลักและนำไปประดับจุดต่างๆ ภายในบ้าน ส่วนคุณเอกจะดูแลทุกจุดทุกมุมของบ้านอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกวัสดุ การกำหนดพื้นที่ใช้สอย เลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน ของแต่งสวน และแม้กระทั่งต้นไม้ ทั้งยังตกแต่งมุมต่างๆ ได้อย่างสวยงามกลมกลืนไปกับธรรมชาติ คุณเอกเล่าว่าเมื่อมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ อารมณ์ และการใช้ชีวิตจะแตกต่างจากการอยู่บ้านที่กรุงเทพฯเลยทีเดียว



"ผมคิดว่าบ้านที่เหมาะกับผมอาจจะมีความเป็นคอนเทมโพรารีได้แต่ต้องโมเดิร์นด้วย
ทุกอย่างใช้ใจทำงานไม่ใช้เงินกำหนด ทุกสิ่งที่ผมเลือกคือสิ่งที่อยากได้ ไม่ต้องแพง ไม่แบรนด์เนม แต่ถูกใจ ผมต้องการให้บ้านหลังนี้อยู่แล้วสุขสบาย ได้ว่ายน้ำ ดูสวน ดูต้นไม้ อยากดูหนังก็มีจอหนังกลางแปลงหลังบ้าน ได้ทำกิจกรรมที่อยากทำในพื้นที่ส่วนตัว ผมอยากให้ทุกคนทำบ้านให้มีความสุข อย่าไปหาความสุขนอกบ้าน นั่นเป็นค่านิยมที่ผิด ผมมาบ้านหลังนี้บ่อยจนจะเป็นบ้านหลักแล้ว เพราะเดินทางสะดวกอยู่ใกล้สนามบิน และเป็นที่ที่อยู่แล้วอบอุ่นครับ"

credit :   gm
ร่มรื่นแบบไทยร่วมสมัย




 

Create Date : 07 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2554 5:35:37 น.  

เรียบง่ายพอเพียงสไตล์โมเดิร์นโอเรียนทัล



ปัจจุบันแม้ว่าจะมีรูปแบบการตกแต่งบ้านที่หลากหลายให้ได้เลือกสรรกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ยังต้องให้ความสำคัญ นั่นคือความเหมาะสมในการใช้งาน ยิ่งในสถานการณ์ที่น้ำท่วมเอ่อ เดือดร้อนกันไปทั่วเช่นนี้

การตกแต่งบ้านแบบเรียบง่ายพอเพียง ไม่มีรายละเอียดมากเกินไป ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่จะตอบรับได้ทั้งในแง่ของงบประมาณ การดูแลรักษา และการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น

การตกแต่งแบบโมเดิร์นโอเรียนทัล (Modern Oriental) เป็นหนึ่งในสไตล์ที่เหมาะกับบ้านในปัจจุบัน เพราะสามารถปรับใช้ได้ทั้ง บ้านหลังใหญ่และบ้านขนาดกะทัดรัด โดยอาจสร้างความลงตัวด้วยภาพรวมแบบ โมเดิร์น (Modern) วางผังบ้านเปิดโล่งให้มีพื้นที่ว่างมากพอสำหรับการใช้งาน นำโทนสีอ่อนมาใช้กับผนังและเพดานเพื่อช่วยกระจายแสง ผสมผสานกับการใช้เส้นสายสมัยใหม่ และ เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งรูปทรงเรขาคณิตมาสร้างความน่าสนใจ โดยควรทำเป็นงานบิวท์-อิน (Built-in) เพียงบางส่วน เท่าที่ต้องการใช้จัดเก็บของ และผสมกับงานลอยตัวเป็นหลักเพื่อให้ง่ายต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต หรือถ้าเป็นแบบสารพัดประโยชน์อยู่ในชิ้นเดียวกันได้ก็ยิ่งดี



จุดเด่นของการตกแต่งแบบโอเรียนทัล (Oriental) ที่เห็นได้จากทั้ง โทนสีที่อบอุ่น สบายตา ผสมโทนสีสดและสีที่เป็นสิริมงคล เช่น สีแดง สีทอง และสีเงิน รวมถึงวัสดุที่เป็นธรรมชาติ และการใช้งานศิลปะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาประดับตกแต่ง เมื่อนำมาผสมใช้ในบ้านแบบโมเดิร์น ก็จะช่วยสร้างความน่าสนใจได้ โดยควรเลือกมาให้พอดี เสริมไว้ในรายละเอียดต่าง ๆ เช่น การปูพื้นด้วยไม้และ กระเบื้องดินเผา การกรุแต่งผนังด้วยไม้ไผ่และหวายสาน การประดับตกแต่งด้วยงานหัตถกรรมต่าง ๆ เช่นงานเซรามิก งานผ้าไหม งานจักสาน และที่ขาดไม่ได้คืองานศิลปะที่จะเติมชีวิตชีวาให้กับบ้านได้ดี อาจเลือกที่มีกลิ่นอายแบบไทย จีน ญี่ปุ่น และอื่น ๆ ตามความชอบ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะมีรูปแบบที่สอดคล้องกับภูมิประเทศ ภูมิอากาศและวิถีชีวิตอยู่แล้ว



กาลเวลาผ่าน กระแสนิยมความทันสมัย และ ศิลปะแบบตะวันตก เข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็ว การคงไว้ซึ่งศิลปะการตกแต่งในกลิ่นอายตะวันออกอันเป็นเอกลักษณ์ ภายใต้การหมุนตามกระแสโลกอย่างสมดุล ก็เป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยได้ เช่นเดียวกับการตกแต่งบ้านแบบโมเดิร์นโอเรียนทัลที่นำมาฝากนี้ น่าจะตอบรับความต้องการทั้งสะดวกสบาย เรียบง่าย และมีชีวิตชีวาได้ดี ยิ่งในช่วงเวลานี้ที่ไม่มีอะไรแน่นอน การตกแต่งบ้านแบบกลาง ๆ ไม่ฟุ้งเฟ้อ ปรับนำสิ่งที่มีอยู่มาใช้ผสมกับการสร้างสรรค์อย่างมีเหตุผลก็น่าจะช่วยได้.







บ้านในฝัน

credit :  http://www.dailynews.co.th/
Picture : http://freshome.com/
เรียบง่ายพอเพียงสไตล์โมเดิร์นโอเรียนทัล




 

Create Date : 05 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2554 2:45:26 น.  

วิธีทำบ้านเย็นโดยธรรมชาติ



อิทธิพลจากภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน ส่งผลให้บ้านที่สร้างปกติจะมีอุณหภูมิสูงมากกว่าที่ควร ทางเลือกในการสร้างบ้านให้ปลอดโปร่งและเย็นสบายจึงเป็นแนวทางที่หลายครบครัวควรคำนึงถึง ซึ่งวันนี้ เดลินิวส์ออนไลน์ มีวิธีง่ายๆมานำเสนอให้ได้รู้กัน

เริ่มจากการเลือก หลังคาบ้านและฝ้า กระเบื้องมุงหลังคาควรใช้ชนิดที่มีค่าการสะท้อนสูงๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสะท้อนแสงอาทิตย์ และอย่าลืมติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อน ที่ใต้หลังคา รวมถึงกำแพงบ้านเพื่อช่วยสะท้อนป้องกันรังสีความร้อนแผ่เข้าตัวบ้าน

สำหรับ ฝ้าเพดานภายใน อย่าลืมติดตั้งฉนวนกันความร้อนเพื่อป้องกันความร้อนที่สะสมอยู่ภายใต้หลังคาไม่ให้ผ่านฝ้าเพดานห้องลงมายังด้านล่าง อีกทั้งควรเลือกใช้ฝ้าชายคาที่มีช่องระบายอากาศ เพื่อช่วยหมุนเวียนและระบายอากาศร้อนที่สะสมอยู่ภายใต้หลังคา

ด้านการเลือก ผนังอาคาร ควรเลือกใช้ ผนังสมาร์ทบอร์ด ติดตั้งบนโครงคร่าว พร้อมติดตั้งฉนวนกันความร้อน เพื่อป้องกันความร้อนจาก แสงอาทิตย์ ที่ตกกระทบผนังอาคารไม่ให่ผ่านเข้าในบ้าน จากนั้นควรเลือกติดตั้ง ระแนงกันแดด โดยเฉพาะทางด้านทิศใต้และทิศตะวันตก เพื่อช่วยลดปริมาณแสงอาทิตย์ที่จะตกกระทบผนังอาคาร

สุดท้ายเลือกใช้ บล็อกปูพื้นเพิ่มความเย็น ในการปูพื้นทางเดินรอบบ้าน บล๊อกจะสามารถกักเก็บน้ำไว้ในตัว และจะคลายไอน้ำออกมาในอากาศเมื่อถูกแสงอาทิตย์ ทำให้บ้านของเราเย็นลง

เพียงทำตามวิธีทางต้นบ้านของเราก็จะเย็นสบาย โดยไม่ต้องพึ่ง เครื่องทำความเย็น ต่างๆ ทำให้บ้านเย็นสบายและ ประหยัดพลังงาน ไปในตัวอีกด้วย


credit :  http://www.dailynews.co.th/
วิธีทำบ้านเย็นโดยธรรมชาติ




 

Create Date : 04 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2554 9:52:17 น.  

บ้านไม่บาน บ้านไม่กลัวน้ำ (ท่วม) บ้านไม่บาน บ้านไม่กลัวน้ำ (ท่วม)

บ้านไม่กลัวน้ำ (ท่วม) 3:คนรักบ้าน/บ้านไม่บาน โดย... อ.เชี่ยว



สวัสดีครับแฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” ในสัปดาห์นี้มาว่ากันต่อถึงสาระน่ารู้ที่ควรจะรู้และผมเชื่อว่าจะเป็นสารประโยชน์เป็นอย่างยิ่งสำหรับแฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” ทั่วประเทศที่กำลังคิดจะมี “บ้าน” หรือคิดที่จะปรับปรุงซ่อมแซม “บ้าน” เพราะในปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่าสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติโดยรวมนั้นขาดความสมดุล เลยเป็นผลให้เกิดเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติขึ้นซ้ำซากอยู่อย่างบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็น ภัยแล้ง ภัยน้ำท่วม ภัยที่เกิดจากพายุโซนร้อน ภัยจากพายุไต้ฝุ่น ภัยจากสึนามิ ภัยจากแผ่นดินไหว และภัยอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย ที่ไม่เคยเกิดก็มาเกิดกันในช่วงเวลานี้ ผมเชื่อว่าเป็นผลมาจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่บันยะบันยัง



อีกทั้งยังไม่ได้เดินตาม “ศาสตร์พระราชา” ที่ว่าด้วยความ “พอเพียง” ประสานกันอย่างสมดุลระหว่าง “ประโยชน์” และ “ความสุข” มุ่งแต่กอบโกยตักตวงแสวงหาผลประโยชน์บนพื้นฐานของ “ความทุกข์” อันขับเคลื่อนด้วย “ความโลภ” ดังนั้น จะเห็นได้ว่ายิ่งพัฒนาก้าวไปข้างหน้ามากขึ้นเท่าไรก็ยิ่งเป็นการเร่งรัดให้เกิดการทำลายบรรดา “ของดี มีอยู่” อันเป็น “ภูมิบ้าน ภูมิเมือง ภูมิสังคม” ที่ก่อให้เกิดเป็น “ภูมิปัญญา” ในการบริหารจัดการทรัพยากรทางธรรมชาติอย่างรู้เท่าทัน ก่อให้เกิดเป็น “ภูมิคุ้มกัน” ให้แก่สังคมไทยมายาวนานหลายช่วงอายุคน แต่พอได้ทำลาย “ภูมิคุ้มกัน” เหล่านี้ สังคมไทยก็เลยสับสนวุ่นวายจับต้นชนปลายกันไม่ถูกดังที่เห็นในปัจจุบันนี้ครับ

สาระน่ารู้เกี่ยวกับ “บ้านไม่บาน” ที่ไม่กลัวน้ำ (ท่วม) ในอาทิตย์นี้ผมอยากฝาก แนวคิดที่สำคัญ 6 ประการ เพื่อที่แฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” จะได้นำไปต่อยอดทางความคิด เป็น “ภูมิคุ้มกัน” เอาไว้สู้กับวิกฤติการณ์ทางธรรมชาติ อันประกอบไปด้วย แนวคิดประการที่ 1 คือ กระบวนการออกแบบอาคารบ้านเรือนที่ถูกต้อง ตามหลักสถาปัตยกรรมในเขตร้อนชื้น คงต้องย้ำกันอยู่เสมอ ว่าสภาพภูมิศาสตร์และสภาพภูมิอากาศของบ้านเรานั้น ฝนตกชุกและมีแดดแรงตลอดทั้งปี เพราะตั้งอยู่ในเขต “เส้นศูนย์สูตร” อยู่ภายใต้อิทธิพลของ “ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้”

รวมทั้งพายุโซนร้อนและมีน้ำท่วมหลากเป็นช่วงๆ เป็นประจำอย่างนี้ทุกปี เมื่อทำ การออกแบบอาคารบ้านเรือนโดยไม่เคารพกฎกติกามารยาทของธรรมชาติ นอกจากจะทำให้เราอยู่อย่างไม่ร่มเย็นเป็นสุขแล้ว เรายังต้องทนทุกข์กับภัยพิบัติต่างๆ ทางธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นผลให้อาคารบ้านเรือนของท่านจะไม่ยืนยง คงทนถาวร และออกอาการให้เห็นเป็นระยะๆ ต้องซ่อมโน่น แก้ไขนี่ อยู่ตลอดเวลา

แนวคิดประการที่ 2 คือ การเลือกใช้วัสดุที่มีความเหมาะสม มีราคาที่ไม่แพงจนเกินไปหรือมีราคาถูกจนเกินไป จนด้อยคุณภาพ และควรเป็นวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างและตกแต่งภายในที่มีความคงทนถาวรต่อการใช้งาน แนวคิดประการที่ 3 คือ การก่อสร้างที่ถูกต้อง รวดเร็ว และประหยัด อีกทั้งยังต้องถูกหลักวิชาการ ทั้งทางด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ซึ่งคำว่า “ประหยัด” ของผมในที่นี้จะต้องครอบคลุมถึงการ ประหยัดทั้งทุนทรัพย์ ประหยัดเวลา ประหยัดพลังงาน รวมทั้งจำเป็นต้องประหยัดทรัพยากรไปพร้อมกัน ดังนั้น ในการก่อสร้างจะต้องไม่ทำซ้ำและไม่เหลือเศษ อีกทั้งยังต้องลงมือทำโดยใช้ “ความรู้” ไม่ใช่ใช้ “ความรู้สึก” รวมถึงการศึกษาค้นคว้าหาระบบระเบียบกรรมวิธีการก่อสร้าง ในรูปแบบใหม่ๆ ที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบการ “ก่อสร้างสำเร็จรูป” (PRE-FABRICATION) ที่จะทำให้ราคาในการก่อสร้างลดลงและสร้างได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

แนวคิดประการที่ 4 คือ การออกแบบตกแต่งภายในในราคาประหยัด ต้องทำแบบ “ไฮโซ-โลว์คอสต์” อย่าง “พอเหมาะ พอดี พอสมควร” ให้ถึงพร้อมกับ “อรรถประโยชน์” โดยยึดหลักว่าจะต้องสามารถใช้งานได้จริง เพราะ “อาคารบ้านเรือนที่ไม่บาน” นั้น ไม่ใช่โชว์รูมเฟอร์นิเจอร์หรือห้องแสดงสินค้า ดังนั้น ทุกอย่างควรใช้งานได้จริง ไม่ใช่ตั้งไว้ดูเล่นโก้ๆ หรือเพียงเพื่อ “อวดรวย” หรือ เพื่อความ “ทันสมัย”

แนวคิดประการที่ 5 คือ การทะนุบำรุงดูแลรักษาอาคารบ้านเรือน ซึ่งในปัจจุบันปัญหาหลักที่กำลังเผชิญอยู่ คือ “ร้อน รั่ว ร้าว” ตลอดจน “การต่อเติม” และการซ่อมบำรุง ดังนั้นจึงต้องคิดเสมอว่า ยิ่งเราเอาใจใส่ดูแลรักษาอาคารบ้านเรือนดีเท่าไร อาคารบ้านเรือนก็จะกลับมาดูแลเราดีเท่านั้น

แนวคิดประการที่ 6 คือ ความ “งามง่าย พอเพียง” อันจะนำไปสู่ “อาคารบ้านเรือนที่ไม่บาน” อันเป็น “ทั้งที่รักและที่พัก” เพราะในสภาพสังคม “แดกด่วน” ในปัจจุบันที่มาพร้อมกับกระแส “โลกาภิวัตน์” (หรือ “โลกาวิบัติ”) คนส่วนใหญ่จึงมักจะหลงไปกับลัทธิ “วัตถุนิยม” (หรือ “บริโภคนิยม”) จนทำให้ลืมคิดไปว่าอาคารบ้านเรือนแต่ละหลังนั้นไม่ใช่เพียงแค่ประกอบไปด้วย เหล็ก, หิน, ปูน, ทราย, ไม้, อิฐ, กระจก ฯลฯ ตลอดจนอุปกรณ์ตกแต่งที่สวยงาม ทันสมัยเท่านั้น แต่แท้จริงแล้ว “อาคารบ้านเรือนที่ไม่บาน” นั้นควรเป็นที่ที่มีชีวิตชีวา ต้องเป็นทั้ง “ที่รัก” และ “ที่พัก” ไปพร้อมๆ กัน ซึ่ง แนวคิดที่สำคัญ ทั้ง 6 ประการที่ผมกล่าวมานี่แหละครับเป็นหัวใจที่จะขาดเสียข้อหนึ่งข้อใดไปไม่ได้ ก็เลยอยากฝากไว้ให้แก่บรรดาแฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” ทั่วประเทศเพื่อพิจารณากันครับ

เมื่อได้รับรู้ รับทราบเช่นนี้แล้ว ก็กลับมาเถอะครับ กลับสู่ “บ้านไม่บาน” ในรูปแบบ “ร่วมสมัยแบบไทย” โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกแบบให้มีการยกพื้นสูง อีกทั้งยังเป็น “บ้านไม่บาน” ที่ไม่กลัวน้ำ (ท่วม) และยังเป็น “บ้านไม่บาน” ที่มีหลังคาสูงชัน มีชายคายื่นยาวทำให้ไม่กลัวทั้งแดดและฝน ก็เลยเป็นผลให้เป็น “บ้านไม่บาน” ที่ “สวยทน สวยทาน สวยนาน” เพราะได้นำแนวคิดที่สำคัญทั้ง 6 ประการ ของผมมาประยุกต์ใช้ ในใจผมลึกๆ ก็อยากให้สังคมไทยหันกลับมาเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับ “วัฒนธรรมน้ำ” และ “วัฒนธรรมข้าว” แบบการใช้ชีวิตใน “เรือนทรงไทย” ของ คุณย่า ของผมที่ “บางแพ” จ.ราชบุรี ที่ไม่เคยกลัวน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก แต่กลับเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตร่วมกันอย่างกลมกลืน ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน เป็นวิถีชีวิตที่นอกจากมี “ภูมิคุ้มกัน” แล้วยังถึงพร้อมด้วย “ประโยชน์” และ “ความสุข” แบบ “งามง่าย พอเพียง” อย่างแท้จริงครับ

สำหรับในสัปดาห์นี้ก็อยากฝากเตือนสติบรรดาผู้ที่มี “อำนาจวาสนา” รวมทั้งบรรดาชาว “คนรักบ้าน” ที่กำลังหลงใหลได้ปลื้มไปกับความ “ทันสมัย” แบบฉาบฉวย ที่ “มาแรงไปเร็ว” จนทำให้ลืม “ภูมิบ้าน ภูมิเมือง ภูมิสังคม” อันเป็นพื้นฐานของ “ภูมิปัญญา” และนำมาซึ่ง “ภูมิคุ้มกัน” ที่ทำให้เราอยู่รอดปลอดภัยอย่างร่มเย็นเป็นสุขใน “บ้านไม่บาน” ที่ไม่กลัวน้ำ (ท่วม) ของพวกเรา สำหรับในสัปดาห์นี้คงมีสาระน่ารู้เพียงแค่นี้ ท่านที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลย้อนหลังได้ใน เว็บไซต์ยอดฮิตของชาวคนรักบ้าน http://www.homeloverthai.com แล้วพบกับสาระน่ารู้กัน

credit :  http://www.komchadluek.net/
บ้านไม่บาน บ้านไม่กลัวน้ำ (ท่วม) บ้านไม่บาน บ้านไม่กลัวน้ำ (ท่วม)




 

Create Date : 03 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2554 10:46:07 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  

ขุนเพชรขุนราม
Location :
Western United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 68 คน [?]





"ตลอดเวลาที่บาปยังไม่ส่งผล
คนพาลสำคัญบาปเหมือนน้ำผึ้ง
เมื่อใดบาปให้ผล คนพาลย่อมเข้าถึงทุกข์เมื่อนั้น"
ขุ.ธ. 25/15/24
เวลา 4.57PM :sat,Mar 29,2557




BlogGang Popular Award # 9


BlogGang Popular Award # 10




Friends' blogs
[Add ขุนเพชรขุนราม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.