~เดินเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก~

ที่แขวนกระทะสไตล์ industrial

อยากมีบ้านแบบ loftๆ industrialๆ แต่สาวโฉดอย่างเรามีปัญญาแค่ซื้อคอนโดห้องสตูดิโอเท่านั้น
แต่เงินมิอาจขวางกั้นทางรักของเรา
จึงเป็นที่มาของที่แขวนกระทะ DIY ที่ช่วยเติมอารมณ์ industrial เล็กๆให้ห้องครัว...นิดนึงก็ยังดี
ฉะนี้แล



คนไทยจะคุ้นแผ่นเหล็กแบบนี้ จากชั้นโชว์สินค้าตามห้าง
แต่ฝรั่งใช้เจ้าแผ่น peg board แบบนี้ในบ้านด้วย
ทั้งในครัว ในโรงรถ หน้าโต๊ะทำงาน...เรียกได้ว่าสารพัดประโยชน์
ดู round up ได้จาก link นี้
http://www.apartmenttherapy.com/ny/lumber-building-supplies/roundup-peg-board-095015

ส่วนของเรา จะเอามาแขวนกระทะ ตะหลิว kitchen ware ทั้งหลายแบบในรูปนี้



งานยากที่สุดคือการหา peg board
ใครจะทำตามไม่ต้องเสียเวลาหาที่ homepro homework...มันไม่มี
ลองพึ่ง internet ก็ไม่รู้อีกว่าคนไทยเรียกแผ่นนี้ว่าอะไร
search คำว่า pegboard ก็ไม่เจอร้านไหนขายเลย
สุดท้ายเลยลองไปหาแบบไร้จุดหมายที่คลองถม เพราะเห็นว่ามีร้านขาย tooling ขาย hardware เยอะ
ในที่สุดก็ได้มา ขนาด 46*98 cm ในราคา 1,530 บาท
จริงๆเค้าเอาไว้แขวน tooling ต่างๆในโรงงาน



วิธีติดตั้ง จะดูตาม link นี้ที่ฝรั่งอธิบายไว้ก็ได้
http://www.apartmenttherapy.com/chicago/how-to/how-to-install-a-pegboard-105114
แต่เราขี้เกียจอ่าน ฮ่าฮ่าฮ่า ลุยเลย

เอาสว่านเจาะ, ตอกพุก, เอา nut รอง, เอา pegboard วาง, ประกบด้านบนด้วยแหวนสปริง, ปิดท้ายด้วยการขันสกรู
ส่วนตะขอรูปตัว S ที่ใช้แขวนกระทะก็ซื้อจากคลองถมเช่นกัน ห่อละ 10 ตัว ราคา 20 บาท

ในครัวยังมีไอเทมกลิ่นอาย industrial อีกอย่าง
นั่นคือชั้นวางของขาเหล็ก สีเขียว Rivergum ซึ่งจริงๆมี 5 ชั้น ราคา 2,990 บาท แต่เราประกอบแค่ 3 ชั้น
ดูรูที่ขาของมันจิ เข้ากั๊นเข้ากันกับที่แขวนกระทะของเรา
(ส่วนเขียงเน่าๆ ไม่ต้องดูนะ พอดีตอนถ่ายรูปลืมสร้างภาพ ฮ่าฮ่าฮ่า)



ปิดท้ายด้วยการถ่ายรูปหมู่ DIY สไตล์โรงงาน

ส่วนอีกฝั่งของห้องครัวเป็นเคาเตอร์ที่แถมมากับห้อง เชยสุดใน 3 โลก
ยังไม่กล้าโชว์ และยังคิดไม่ออกว่าจะทำยังไงให้มัน industrial ดี



มีเพื่อนสมาชิกถามมาว่าซื้อ pegboard ที่ร้านไหน
ต้องขอโทษด้วยนะคะที่จำชื่อร้านไม่ได้ แต่ตำแหน่งคร่าวๆก็ตามรูปค่ะ
ร้านอยู่บนถนนจึงเจริญพาณิชย์ ฝั่งซ้ายมือ (ถ้าเดินจากคลองถมเซ็นเตอร์)
ทั้งเส้นจะมีเพิงขายสินค้าตั้งบนถนนบังหน้าร้านไปตลอดทาง
อย่าได้แคร์ ให้เดินบนฟุตบาทมองหาร้านที่ขาย tooling ต่างๆ
จะมีอยู่ร้านเดียวที่เอา pegboard สีแดงมาแขวนไว้หน้าร้าน
(เวลาไปซื้อ อาจโดนแซวเหมือนเราว่า โห...พี่เอาเหล็กอิตาลี่ไปแขวนกระทะเลยเหรอ ฮ่าฮ่าฮ่า)







Free TextEditor




 

Create Date : 08 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 8 กรกฎาคม 2553 22:33:27 น.  

ทอฟฟี่ถั่วน้ำผึ้งภายใน 10 นาที

ด้วย BMI 17.9 วันนี้เราขอนำเสนอขนมที่ทั้งหวานทั้งมันเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้เป็นที่พอใจแก่บรรดาญาติผู้ใหญ่ อันว่าชื่อจริงของขนมนี้มันคือ Milk and Honey Peanut Butter Balls ที่เราได้สูตรมาจาก thekitchn.com ว่ากันว่าเป็นขนมที่ง่ายที่สุดในชีวิตแล้ว ฝรั่งทั่วไปต่างรู้จักและเคยได้ทำในวัยเด็ก (อารมณ์เดียวกับพวกบัวลอยหรือถั่วเขียวต้มน้ำตาลของบ้านเรามั้ง) ซึ่งบอกส่วนผสมและวิธีทำไว้ดังนี้


Milk and Honey Peanut Butter Balls
2-3 dozen balls, depending on size


1/2 cup natural unsweetened creamy peanut butter
1/3 cup honey or agave syrup
1/3 cup unsweetened coconut
1 cup malted milk powder


Mix all ingredients until they form a crumbly, sticky mass. Roll into balls. Try not to eat all at once.


แต่เนื่องจากเราขี้เกียจไปตลาด จึงตัดมะพร้าวขูดออกจากสูตรไปดื้อๆซะงั้น ส่วน malted milk powder ก็หาไม่ได้ และที่สำคัญไม่รู้จักว่ามันคืออะไร (อ่านคอมเมนต์ในสูตรต้นฉบับ ฝรั่งบางคนก็ไม่รู้จักเหมือนกัน 555+) เลยขอเปลี่ยนมาใช้โอวัลตินไวท์มอลต์แทน มันจะแทนกันได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ เห็นมันมอลต์ๆเหมือนกันก็เลยจัดไป


ส่วนผสมของเราจึงเหลือแค่นี้



จากนั้นก็ตวงโอวัลตินไวท์มอลต์ 1 ถ้วยตามสูตรพอเป็นพิธี ส่วนอย่างอื่นกะเอาโลด ปริมาณน้ำผึ้งก็ยั้งๆไว้ก่อน เพราะเราไม่ชอบขนมที่หวานจัด



จากนั้นก็ขยำขยี้ให้เข้ากัน ชิมดู เติมเนยถั่วหรือน้ำผึ้งตามชอบ เราเพิ่มน้ำผึ้งไปอีกนิดหน่อยเพราะส่วนผสมแห้งไป เดี๋ยวปั้นไม่ได้


ไม่เกิน 10 นาทีหลังจากเตรียมส่วนผสม เราก็จะได้ PB ball หน้าตาแบบนี้ (ปริมาณจริงมากกว่านี้ 2 เท่าแต่จานใส่ไม่หมด) wrap แล้วแช่ตู้เย็นไว้กินได้อีกหลายมื้อเลย



ผลการชิมพบว่า อร่อยหวานมัน เหมือนกินทอฟฟี่ถั่วแถวมวกเหล็ก แต่สดชื่นกว่าด้วยความหวานของน้ำผึ้ง เลยได้ไอเดียว่าคราวหน้าจะปั้นให้ลูกเล็กๆหน่อย ห่อด้วยกระดาษไขหลายๆสี ทำเป็นทอฟฟี่ถั่วไฮโซแจกชาวบ้านก็น่าจะเวิร์คดี


คำแนะนำ


ใส่มะพร้าวขูดด้วยก็น่าจะดี เพราะนอกจากจะเพิ่มความมันแล้ว ยังเพิ่ม texture ที่หลากหลายให้ขนมด้วย







Free TextEditor




 

Create Date : 28 ธันวาคม 2552    
Last Update : 28 ธันวาคม 2552 16:03:07 น.  

วิธีกำจัดกลิ่นอาหารตกค้างในคอนโด

(แปลและเรียบเรียงจาก http://www.apartmenttherapy.com/la/how-to/how-to-eliminate-cooking-smells-from-a-studio-apartment-073866)


แน่นอนว่าวิธีเหล่านี้ต้องใช้หลังจากได้พยายามเปิดหน้าต่าง ดูดควันไล่กลิ่นทุกวิถีทางแล้ว แต่ก็ยังคงเหลือกลิ่นตกค้างอยู่ตามที่ม่านและที่นอน


มาตรการระดับนุ่มนวล ฝานเลมอน(ต้องเข้าใจว่านี่คือบทความของฝรั่ง ใครอยากเปลี่ยนเป็นไลม์ก็น่าจะได้มั้ง) 2 ลูก ต้มจนเดือด


มาตรการระดับกลาง เทน้ำสมสายชูลงชาม ตั้งทิ้งไว้ในห้องข้ามคืนเพื่อให้มันทำหน้าที่ดูดกลิ่น แน่นอนว่าในตอนแรกเราจะเปลี่ยนเป็นเหม็นกลิ่นน้ำส้มสายชูแทน แต่ก็เพียงแค่สองสามนาทีเท่านั้น (วิธีนี้มีหลาย comment ในบทความต้นฉบับบอกว่าเวิร์คจริง)


มาตรการขั้นสุดท้าย ถ้าทำสองอย่างแรกแล้วกลิ่นก็ยังติดคงทนอยู่อย่างนั้น ก็ให้ใช้สเปรย์ดับกลิ่นผ้าฉีดลงบนผ้าปูที่นอนโดยตรงซะเลย และแน่นอนฝรั่งซะอย่าง DIY อยู่แล้ว วิธีทำสเปรย์ดับกลิ่นผ้ามีดังนี้



ส่วนผสม


น้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์ หรือกลิ่นอื่นที่ชอบ (แต่เราว่ากลิ่นนี้แหละเวิร์ค ฉีดแล้วหลับสบาย) 1 ช้อนชา


ว้อดก้าแบบไม่มีรส (มันมีแบบอื่นด้วยเหรอ ?) 1/4 ถ้วยตวง


น้ำสะอาด 3 1/2 ถ้วยตวง


วิธีทำ


ผสมน้ำมันหอมระเหยกับว้อดก้าในชาม แอลกอฮอล์ในเหล้าจะทำหน้าที่เป็น emulsifier เพื่อทำให้น้ำมันผสมกับน้ำได้ดี (ถ้าหาว้อดก้าไม่ได้ก็ไม่ต้องใช้ แต่ต้องเขย่าก่อนใช้กันหัวสั่นหัวคลอนเพื่อไม่ให้มันแยกชั้นออกจากน้ำ) เทส่วนผสมลงในขวดสเปรย์ เติมน้ำสะอาด เท่านี้ก็เสร็จแล้ว อย่างไรก็ตามเพื่อความแน่ใจ shake well before use เน้อ



Free TextEditor




 

Create Date : 23 ธันวาคม 2552    
Last Update : 23 ธันวาคม 2552 7:52:29 น.  

แมวบอส
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




~เราอยู่ในมหาสมุทร
~คลื่นจะพัดพาเราไปเอง
~สิ่งที่เราต้องทำ ก็แค่ลอยคอดีๆ
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แมวบอส's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.