~เดินเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก~

ฉันจะอ่านอะไรในปี 2553

ด้วยความที่อ่านเยอะ แต่ไม่เคยสรุปความหรือเขียนอะไรออกมาให้เป็นสิ่งที่จับต้องได้เลย(เปรียบได้กับการทำ thesis แล้วโดน advisor บ่นว่า เธอจะ study ไปถึงไหนฮ้า เขียน paper ออกมาซักที ไม่ต้องมี contribution สูงส่งอะไรก็ได้ แค่เปลี่ยน case study ก็พอ เขียนให้เสร็จแล้วเอามาให้ผมดู ให้ว่องด้วย)ทำให้เลือนๆไปบ้าง ที่แย่หน่อยก็จำไม่ได้เลยว่าเรื่องเป็นยังไง จำได้แต่ว่ามันโคตรเศร้า (เช่นต้นส้มแสนรักเป็นต้น)พอไปอ่านเจอเค้าคุยกันว่าเล่มโน้นดี เล่มนี้แฝงปรัชญา อ่า...อาไรฟระเนี่ย ตูก็อ่าน แต่ไม่มีอะไรติดหัวเลย รู้แต่ว่าดี


มันก็เหมือนการเรียนนั่นแหละ แค่ฟัง แค่อ่าน จะไปเข้าใจลึกซึ้งเท่ากับได้เขียนสรุปหรือได้ติวเพื่อนได้ยังไง ไหนๆเสียเวลาอ่านแล้ว เสียเวลาอีกซักนิดเขียนถึงมันหน่อยเป็นไร เริ่มจากหนังสือที่เคยอ่านแล้วและรู้สึกว่าดี ชาวบ้านก็ว่าดี จากนั้นค่อยหาหนังสือที่ชาวบ้านหลายคนว่าดีและถูกจริตกับเรามาอ่านและรีวิวในลำดับต่อไป ส่วนหนังสือออกใหม่ คงยังไม่อ่าน รอให้กาลเวลาช่วยพิสูจน์ก่อน เพราะเราขี้เกียจ และยังมีภารกิจต้องอ่านเทกซ์และเปเปอร์อีกเป็นกระบุง


บล็อกนี้จะอัพเดทเรื่อยๆ รายชื่อและ priority เปลี่ยนได้ตลอด แล้วแต่อารมณ์ 555+


หนังสือที่เคยอ่านแล้วแต่จะกลับมาอ่านใหม่


คนนอก ต้นส้มแสนรัก


 


หนังสือที่ยังไม่เคยอ่าน


เงาสีขาว เจ้าการะเกด หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว มนุษย์สองหน้า


Free TextEditor




 

Create Date : 23 ธันวาคม 2552    
Last Update : 23 ธันวาคม 2552 15:14:08 น.
Counter : 204 Pageviews.  

สอบทานตัวเองผ่านเพชรพระอุมาและคุณป้าขี้โมโห

เมื่อประมาณ 2 เดือนที่แล้วมั้ง เผอิญเปิดวิทยุผ่านไปเจอคลื่น 89.75MHz ได้ยินเสียงคุณน้าคนนึงกำลังอ่านนิยายเรื่องนึงอยู่ สัญญานไม่ค่อยชัด แต่ก็พอจับใจความได้ว่าเป็นเรื่องเพชรพระอุมา


อันว่าเรื่องเพชรพระอุมานี้ เราเคยหยิบมาอ่านครั้งนึงช่วงปิดเทอมใหญ่สมัยม.ปลาย (10+ ago) หน้าปกเป็นภาพวาดคลาสสิกๆ ไม่ใช่เวอร์ชั่น ณ บ้านวรรณกรรมนะ เก่ากว่านั้นมาก แต่อ่านไม่จบ...ไม่ใช่เพราะมันยาวเกินไป แต่เพราะตอนนั้นรู้สึกรับไม่ได้กับพระเอกของเรื่อง (((spoil warning))) ปั้ดโธ่ นึกว่าเป็นคนดี ที่แท้พอได้อยู่สองต่อสองกับมาเรีย ก็ตบะแตกเหมือนกันละว้า อะไรก็ไม่น่าเจ็บใจเท่ากับน้ำเสียงของคนแต่ง มันเหมือนกับว่า...พระเอกทำสิ่งที่สมควรแล้ว และเนื้อเรื่องหลังจากนั้น(ทนอ่านต่อได้อีกเล่มนึงมั้ง) ก็ไม่พบว่ารพินทร์จะสำนึกผิด หรือดารินจะจับได้ แต่อย่างใด ตอนนั้น ด้วยวัย 16-17 เราจึงสุดจะทนอ่านได้อีกต่อไป แม้ว่าจะชอบธีมผจญภัยของเรื่องซักแค่ไหน แม้ว่าจะให้ความรู้ใหม่ๆ เปิดโลกทัศน์เรื่องแปลกๆ ซักเพียงใด


มาวันนี้ ได้ยินเสียงอ่านนิยายของคุณน้า จึงเกิดความคิดอยาก reread อีกครั้งหนึ่ง แบบเดียวกับที่คนทั่วไปชอบบอกว่า ให้หยิบ"เจ้าชายน้อย"มาอ่านใหม่อยู่เนืองๆนะ เพราะอายุที่มากขึ้นจะทำให้มุมมองต่อเรื่องนี้เปลี่ยนไปเรื่อยๆ(แต่บอกตามตรง เราคงไม่โรแมนติกพอสำหรับเจ้าชายน้อยว่ะค่ะ อ่านครั้งเดียวก็เก็บลงลังแล้ว ไม่คิดจะ"สอบทานตัวตน"ของตัวเอง ผ่านการ reread เจ้าชายน้อยแต่อย่างใด) ไม่แน่...ด้วยพฤติกรรมเดิมของรพินทร์ น้ำเสียงเดิมของพนมเทียน สิบกว่าปีผ่านไป เราอาจเห็นเป็นเรื่องขี้ผง หรืออาจถึงกับคล้อยตามเลยก็ได้


แต่ช่วงนี้ชีวิตไม่ค่อยมีเวลาอ่านนิยายยาวๆ เป็นสิบๆเล่มจบ เหมือนสมัยเด็กอีกแล้ว เลยกะว่าใช้การ "ฟัง" แทน แบบว่า ทำงานไปฟังไป...มันคงจบเข้าซักวันแหละเนาะ แต่การณ์ปรากฏว่า คุณน้าแกมาอ่านแค่เสาร์-อาทิตย์ วันละหนึ่งชั่วโมง กว่าจะฟังจบ คงเป็นการสอบทานตัวตนในวัย 40 เป็นแน่แท้ อย่ากระนั้นเลย เราเลยฝากผู้เชี่ยวชาญเสาะหาและโหลดบิตให้ ได้เป็นไฟล์ MP3 มาหนึ่งกระบุง (ตำรวจอย่ามาจับเรานะ เราเข้าใจว่ามันไม่ใช่ audio book หรอก แค่คุณน้าอ่านเองขำๆ)เสียงอ่านตอนต้นๆเรื่องเป็นเสียงเดียวกับคุณน้าที่ได้ยินทางวิทยุ แต่หลังจากนั้นจะเป็นเสียง"คุณป้าขี้โมโห" อันเป็นที่มาของชื่อ blog อันนี้ จนจบเรื่อง


บางครั้งเวลาอยู่ท่ามกลางฝูงชน หรือแค่กลุ่มคนเล็กๆก็ตาม เราเคยคิดเล่นๆอยู่บ่อยๆว่า มุมมอง ความรู้สึก ความคิด ของคนอื่นๆในโมเมนท์เดียวกับเรา มันเป็นยังไง (อ่า...เรื่องนี้ต้องพูดกันยาว มีโอกาสจะลองเรียบเรียงความคิดและเขียนดู วันนี้ขอโฟกัสแค่ประเด็นเดียวก่อน) คนสองคน ล้อมวงกันฟังเพื่อนคนนึงเล่าเรื่อง แค่เสี้ยวหน้าของคนเล่า แบ็คกราวด์ข้างหลังคนเล่า เราก็เห็นต่างกันแล้ว ยังไม่รวมถึงประสบการณ์ชีวิตอีกเป็นสิบๆปี อารมณ์ของเราในขณะนั้น ความสนใจต่อเรื่องที่กำลังเล่า เหล่านี้ล้วนทำให้สารที่ได้รับ แตกต่างกันออกไปอย่างเหลือเชื่อ


ความคิดนี้ถูกทำให้ประจักษ์โดยคุณป้าขี้โมโห ด้วยหนังสือเรื่องเดียวกัน แค่ตัวหนังสือล้วนๆ ไม่มีภาพประกอบ คุณป้าทำให้เราตระหนักว่า จินตนาการของคนเรามันช่างต่างกันเสียนี่กระไร อารมณ์ของคำพูดภายในเครื่องหมาย" " ในสายตาคุณป้ามันช่างดุเดือด ดราม่า ยิ่งกว่าละครเวที พูดคำ โมโหคำกันทั้งเรื่อง ฟังแล้วรู้สึกว่า พระเจ้าทำไมช่างลงโทษเอาคนเจ้าอารมณ์ 12 คนมาเดินป่าด้วยกันอย่างงี้ มันจะตีกันตายก่อนถึงขุมเพชรป่าวว้า


การสอบทานตัวเองผ่านคุณป้าขี้โมโหยังคงดำเนินต่อไป อีกไม่นานก็จะจบภาคหนึ่งแล้ว ได้ความเป็นอย่างไร ถ้ามีเวลาจะเล่าในที่นี้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เราต้องพยายามฟังเอาเฉพาะใจความเท่านั้น ส่วนอารมณ์...เราขอคิดของเราเองนะป้านะ






Free TextEditor




 

Create Date : 17 ธันวาคม 2552    
Last Update : 18 ธันวาคม 2552 7:59:44 น.
Counter : 144 Pageviews.  


แมวบอส
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




~เราอยู่ในมหาสมุทร
~คลื่นจะพัดพาเราไปเอง
~สิ่งที่เราต้องทำ ก็แค่ลอยคอดีๆ
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แมวบอส's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.