Jack-A-Little-Monster
== Preikestolen - Norway ==

Preikestolen บัลลังก์หินแห่งนอร์เวย์


เมษายน 2555

..






หาโอกาสมาเที่ยวนอร์เวย์เป็นครั้งแรก

ค้นหาแหล่งที่เที่ยวในหนังสือท่องเที่ยวแล้วก็ต้องสะดุดตากับแท่งหินแท่งนี้ ไปลำบากยังไงก็ขอไปยลสักครั้งในชีวิตเถอะ

นั่งเครื่องบินจาก Oslo ไปยังเมือง Stavanger ถึงช่วงเย็นๆ

เมืองนี้น่ารัก น่าอยู่ดีแฮะ

..

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ทานอาหารเช้าที่โรงแรม พนักงานใจดีบอกให้แพ็คอาหารกลางวันไปด้วย

ค่ากินค่าอยู่ที่นอร์เวย์ แพงนรกมาก อาหารแต่ละมื้อ กินไปปาดน้ำตาไป มื้อไหนประหยัดได้ต้องรีบประหยัดเลย อิอิ

..

ไปรอขึ้นเรือที่ท่าเรือ ที่อยู่ไม่ไกลนักจากโรงแรม รอเวลาเรือก็ยังไม่มา แต่มีนักท่องเที่ยวอยู่สามสี่คน เลยสอบถามได้ความว่าจะไป Preikestolen เหมือนกัน

เรามีเพื่อนแย้ว!

..

ล่องเรือเฟอร์รี่ขนาดใหญ่ ฝ่าความหนาวเย็น มีเราบ้าอยู่คนเดียว ออกไปถ่ายรูปต้านลมหนาว เพราะวิวมันสวยงามเหลือเกิน

ยิ่งใกล้ Lysefjord แล้วอดใจไม่ไหว งัดหมวก เสื้อหนาวจัดเต็ม พร้อมลุย

..

ถึงท่าเรือต้องนั่งรถบัสต่อไปถึงจุดเริ่มเดิน อันนี้จองทริปก่อนจะบินมาที่นี่แล้ว เลยไม่ต้องห่วง

นั่งรถชมวิวสวยๆ สองข้าง ต้นไม้งามๆ ฟยอร์ดอลังการ แปบเดียวก็ถึงจุดเริ่มเดิน

..

เส้นทางเดินระยะทาง 3.8 กม. ไม่มีเจ้าหน้าที่นำทาง มีแต่รอยเท้าบนหิมะที่นักท่องเที่ยวก่อนหน้าฝากทิ้งไว้ให้เราเดินตาม ระหว่างทางไม่มีร้านค้าใดๆ แถมเป็นช่วงหลังหน้าหนาวมาไม่นานนัก

ทางเดินจึงเต็มไปด้วยหิมะที่เริ่มจะละลาย เดินๆ ก็ลื่นล้มโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

..






ผมเดินสะพายเป้ ดุ่มๆ ไปตามทาง บางช่วงเป็นทางแยกต้องอาศัยดูรอยเอาบ้าง เพราะป้ายก็มีบ้างไม่มีบ้าง

มาเที่ยวช่วงนี้ พบเจอนักท่องเที่ยวน้อยมาก บางครั้งรู้สึกว่ามันก็เหงา วังเวงอยู่เหมือนกัน

ทางเดินช่วงแรกๆ ยังจะพอเดินได้สบาย แต่ช่วงหลังๆ มีแต่หิมะเกาะขาวโพลน ยิ่งเป็นหิมะที่มันๆ เพราะคนเหยียบกันเยอะ ยิ่งอันตราย

ผมจำไม่ได้แล้วว่าลื่นล้มไปกี่ครั้ง รองเท้าหนังเพิ่งถอยมาจากเฮลซิงกิ หวังว่าจะช่วยให้การเดินทางราบรื่น แต่ก็ยังไม่วายลื่นไปหลายดอก

มีจุดหนึ่งต้องปีนป่ายไปบนก้อนหิมะที่อัดแน่นเป็นมัน ขาขวาเหยียบไปแล้วรู้ทันทีว่าลื่นมาก ขาซ้ายพยายามจะหาที่ค้ำก็ไม่มี

มือทั้งสองจะไปเกาะยึดอะไรได้ เพราะข้างหน้าเป็นหิมะหมด ไม่มีต้นไม้หรือต้นหญ้าเล็กๆ เลย

ตัวไปคาอยู่ตรงนั้น เสียววาบ

ด้านล่างเป็นเหวลึก

ตกลงไปคงไม่ต้องคิด นี่ยังไม่รวมว่าจะมีใครรู้รึเปล่าว่าเราตกอยู่ตรงนี้!?

รวบรวมสมาธิ แล้วค่อยๆ วางเท้า ไม่รู้อะไรทำให้ผมสามารถดันตัวขึ้นไปได้ โดยไม่ลื่น

ผ่านจุดนี้ไปได้ ผมใจหายวาบเลย

..

เดินเดินไปอยู่ชั่วโมงนึงไม่เจอใครสวนมาเลย กลุ่มที่มาด้วยกันขณะนี้ก็อยู่ด้านหลัง ผมมองไปด้านหน้าไกลๆ ก็ไม่เจอใคร

พอหันกลับไปก็ไม่เห็นใครสักคน

รู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียวบนฟยอร์ดแห่งนี้

ทางมีขึ้นมีลง บางช่วงต้องปีนป่าย เกาะต้นไม้ บู๊เอาการ

อาศัยรอยเท้าคนคอยนำทาง ไม่ได้เดินหลงผิด

เพราะทางมันหลงได้ง่ายอยู่

สักพักช่วงทางเดินขึ้นก็เจอชายสองคนเดินสวนมา

เค้าว่าอีกประมาณชั่วโมงนึงก็ถึง ได้ยินเค้าว่าวิวสวยคุ้มค่าทำเอาผมมีแรงฮึดอีกครั้ง

..







ช่วงที่ใกล้จะถึง เส้นทางลัดเลาะริมหน้าผา ที่อันตรายๆ ก็มีโซ่กั้นเอาไว้ ทำให้เรารู้สึกอุ่นใจมาก (จริงๆ กั้นๆ ไปให้หมดเลยก็ดีนะ บางช่วงอันตรายมาก)

ไม่นานนัก Pulpit Rock หรือหินประมุข หรือหินบัลลังก์สุดแล้วแต่จะเรียกก็ปรากฎโฉมให้เห็น

ใจผมนี่อยากจะกระโดดไปตรงนั้นเสียให้ไวๆ แต่ดูจากเส้นทางต้องค่อยๆ กระดึ๊บๆ ไปอย่างช้าๆ

อากาศยังหนาวเหน็บ ฟ้าปิดเหมือนเคย

ดูรอบๆ แล้วไม่มีคนเลยแฮะ แต่แอบเห็นสองคนกำลังขึ้นไปยอดเขาด้านบน

พอจะมีแรงเดินต่อ เลยตามขึ้นไปชมวิวบ้าง








ทางขึ้นต้องบอกว่าเสียวกว่าขามาก่อนหน้านี้ มันคล้ายๆ กับการปีนหน้าผา แต่ชันเป็นบางช่วง

ที่ยากคือมันลื่นมาก

ผมต้องปีนไป สวดมนต์ไป ขออย่าให้มีอันตรายใดๆ เกิดขึ้นด้วยเถิด







จนในที่สุดก็พาตัวเองขึ้นมาอยู่ด้านบนซึ่ง ณ จุดนี้สามารถเห็น Pulpit Rock พร้อมกับวิวสุดอลังการได้

ในขณะที่อีกด้านหนึ่งสามารถเห็นวิวเมืองและทิวเขาสุดลูกหูลูกตา






..

ผมทักทายหนุ่มสาวชาวนอร์เวย์ที่ขึ้นมาก่อนผม ก่อนจะปลีกตัวไปถ่ายรูป

สักพักก็ลงมายัง Pulpit Rock ด้านล่าง

แสงแดดเริ่มสาดส่องพอทำให้อุ่นหัวใจได้บ้าง

หยิบเอาอาหารกลางวันที่แพ็คมานั่งกินไป ชมวิวไป

นักท่องเที่ยวเริ่มมากันมากขึ้น สักพักผมก็อาสาถ่ายรูปให้พวกเค้า

แน่นอน เค้าก็เลยถ่ายผมให้ผมรูปนึง

พอได้เวลาสักพัก ผมก็เดินลง








ขากลับผมสวนกับนักท่องเที่ยวมากมาย บางคนพาหมามาด้วย ดูแล้วน่ารักดี

ขาลงยากไม่แพ้ขาขึ้น ผมซุ่มซ่ามเดินทำน้ำแข็งแตกไปหลายหน

กางเกงเลอะ รองเท้าเยินไปหมด แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความสุข








ตัดสินใจไม่ผิดจริงๆ ที่มาเยือน Preikestolen

หากมีโอกาสมานอร์เวย์อีกครั้ง

อยากจะแวะไป Kjeragbolten บ้าง

หวังว่าสักวันคงจะเป็นจริง







Create Date : 23 มกราคม 2556
Last Update : 20 สิงหาคม 2556 21:56:47 น. 3 comments
Counter : 1101 Pageviews.

 
สุดยอดครับ ไปนอร์เวย์ ดินแดนแห่งพระอาทิตย์เที่ยงคืน แต่เที่ยวไม่ซ้ำกับคนอื่น เคยเห็นแต่คนเขาไปเที่ยวชมอาทิตย์เที่ยงคืนที่นอร์ทเคป และชมแสงเหนือ แต่ยังไม่เคยเห็นใครไปเดิน Hiking แบบนี้เลยซักที .....

เท่าที่คุ้นๆ เหมือนว่าราคาทัวร์นอร์เวย์นี่เป็นแสนเหมือนกันใช่ไหมครับ อยากไปบ้าง แต่ราคาแรงเหลือเกิน ......



โดย: NET-MANIA วันที่: 23 มกราคม 2556 เวลา:21:37:56 น.  

 
อ่านแล้วลุ้นไปด้วยเลย รูปสวย ๆ ไปเที่ยวระวังด้วยนะฮะ


โดย: h@-more IP: 182.52.69.161 วันที่: 24 มกราคม 2556 เวลา:0:04:48 น.  

 
สุดสุดอีกแล้วคุณ Prinzknecht ลงจากคีรีแล้วมาต่อนอรเวย์ได้อีก อัพบล็อกเร็วเป็นจรวดเลย แต่เร็วขนาดนี้ยังเหมือนอัพไม่ทันการเดินทางของบ้านนี้เลยนะครับ

หลังจากติดตามเป็นแฟนประจำคำถามนึงที่ผุดมาเสมออยากถามแต่สะกดใจไว้ ตอนนี้สะกดไม่ไหวแล้ว บอกหน่อยได้มั้ยทำไมชีวิตถึงอิสระเสรีมีโอกาสผจญภัยท่องโลกได้มากมายขนาดนี้ครับ _/\\_


โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา วันที่: 25 มกราคม 2556 เวลา:11:33:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เม่าดอยตุง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




นับๆ ดูแล้วยังเหลืออีกหลายอุทยานเลยที่ยังไม่ได้ไป ว่าแล้วก็กางแผนที่ ออกเดินทางพิชิตอุทยานกันต่อไป..
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เม่าดอยตุง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.