Jack-A-Little-Monster
== ตาดสักการะ ตาดน้ำพาก == อลังการน้ำตกลาว

เป็นทริปสุดท้ายของน้องพรหล้า..กล้องตัวเก่ง หลังจากรับใช้ชาติมานานกว่า 5 ปี

..

สามทุ่ม รวมพลพรรคกันได้ครบทีมแล้วก็เริ่มออกเดินทางจากหมอชิต มุ่งหน้าสู่ช่องเม็ก จ.อุบลราชธานี

ทริปนี้จากที่อ่านคร่าวๆ เผินๆ ก็ไม่น่าจะเหนื่อยอะไร คงจะเดินกันสบายๆ ชิลๆ ต่างจากทริปปีนเขาอื่นๆ ในเมืองไทย

..

วันแรกในลาว แวะซื้อเสบียงกันที่ตลาดดาวเรือง ก่อนจะมุ่งหน้าสู่บ้านหนองหลวง

ยังไม่ทันเริ่มเดิน ฝนก็เทลงมา แต่มาน้ำตก ฝนไม่ตกจะไปสนุกอะไร คว้าเสื้อฝนกันแล้วก็เดินลุยกันไปในสายฝน

..

เดินไปได้สักไม่ถึงชั่วโมงดี ก็ถึงที่กางเตนท์กันแล้ว !?

ทำไมช่างดายอย่างนี้ แถมทางก็ไม่ชันอะไรด้วย

แต่ละคนแยกย้ายกันไปกางเตนท์ กางเปล หาทำเลที่ถูกใจ แถวนี้มีต้นไม้ผูกเปลเยอะ แต่ทากก็ไม่ใช่น้อยเหมือนกัน

ทำอาหารกินกันเสร็จ ก็จับกลุ่มคุยกันละลายพฤติกรรมกันไป จากที่ไม่ค่อยรู้จักกันก็รู้จักกันมากขึ้น จากที่ไม่สนิท ก็สนิทกันได้อย่างรวดเร็ว

..




ด้วยความสูงที่อยู่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 1,200 เมตร ทำให้อากาศค่อนข้างเย็น ถึงหนาวกันเลยทีเดียว

พวกเราต้องตื่นกันแต่เช้า เพื่อเดินตัวเปล่ากันไปชมน้ำตกตาดสักการะ

เส้นทางชันดิก ต้องไต่ลงไปด้านล่าง บางช่วงชันแบบต้องปีนผากันเลย โดยมีลูกหาบขึงเชือกไว้ให้ขับและคอยช่วยเป็นระยะๆ





เส้นทางไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด! ยังคิดห่วงว่าตอนขึ้นจะไหวรึเปล่า

เดินลงไปเล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน

แต่สิ่งที่เห็นเบื้องหน้า..ไม่อาจบรรยายได้ด้วยคำพูด





สวยและยิ่งใหญ่กว่าที่เคยเห็นในภาพ

กล้องพรหล้าทำหน้าที่ของมัน แม้จะไม่ได้ภาพที่ดีที่สุด แต่ก็ได้บันทึกเหตุการณ์ที่น่าประทับใจที่สุดเหตุการณ์หนึ่ง

พวกเราเดินไปได้ถึงจุดๆ หนึ่งก็ไม่สามารถไปต่อ ด้วยความอันตรายและเวลาที่มีจำกัด





ซึมซับบรรยากาศกันจนคุ้มค่าแล้วก็เดินกลับ ขาขึ้นไม่มีลูกหาบรออยู่ตามจุดอย่างเคย จึงต้องช่วยๆ กันดัน ช่วยกันดึงขึ้นไป ทุลักทุเลแต่ก็ผ่านกันมาได้

..

ทานอาหารเช้าเพิ่มพลังเสร็จ ก็เก็บเตนท์ พับเปล ขึ้นเป้ เดินกันต่อ จุดหมายต่อไปของเราในวันนี้คือ

น้ำตกตาดน้ำพาก

เดินกันไปเป็นระยะเอาเรื่องพอสมควร ก็ถึงจุดวางเป้ และเดินลงไปชมน้ำตกตัวเปล่า

ที่จุดนี้มีสมาชิกในทีมตัดสินใจรออยู่สามสี่คน ด้วยอาการเมาค้าง หรือเดินไม่ไหวก็ไม่แน่ใจ

ผมเดินอยู่ในกลุ่มนำร่วมกับหมอโอ ขาเดินไวประจำทริป โดยมีลูกหาบเป็นคนนำทาง

จำไม่ได้ว่าใช้เวลาเท่าไหร่ แต่นานเอาเรื่อง พวกเราพักรอกลุ่มหลังกันเป็นช่วงๆ จนเดินมาถึงขอนไม้ใหญ่ที่วางพาดไว้เพื่อข้ามลำห้วย

และแล้วอวสารของพรหล้าก็มาถึง

แม้ว่าจะรู้ตัวอยู่แล้วว่ารองเท้า The Northface มันลื่นปรื้ดสุดๆ เวลาเดินบนหิน หรือเดินบนไม้ แต่ก็ไม่ชะล่าใจเก็บกล้องใส่ถุงให้ดี เห็นหมอโอเดินผ่านไปแล้ว เราก็เดินตาม ไปได้แค่สองก้าวก็เกิดอาการเสียหลัก

เพียงพริบตาเดียว ครึ่งตัวล่างก็ลงไปอยู่ในน้ำเสียแล้ว

สมองเพิ่งสั่งการว่ามีกล้องอยู่ในกระเป๋ากางเกง แต่ก็สายไปเสียแล้ว กล้องเปียกไปหมด

ที่ทำได้คือ ถอดแบต

..

เดินต่อ พลางคิดเสียดายกับทริปที่เหลือที่จะไม่ได้บันทึกภาพกลับไป

จนกระทั่ง เดินมาถึงหน้าผาที่ต้องไต่ลงไปชมน้ำตก

วิวที่ปรากฎมันทำให้เผลอร้องว้าวออกมาโดยไม่รู้ตัว




(ขอบคุณพี่ก้อยเอื้อเฟื้อรูป)

อาการที่เสียดายวิวสวยๆ บวกกับการยั้งคิด ทำให้รีบเอาแบตใส่เข้าไปในกล้อง แล้วเปิดกล้องโดยไม่ได้รู้เรื่องเล้ยว่าข้างในมันยังมีน้ำอยู่

หน้าจอขึ้นเป็นขาวๆ แล้วก็ดับสนิท..

คราวนี้ ถึงเวลาจากไปจริงๆ ของเจ้าพรหล้า

..

หลังจากทำใจไม่ค่อยได้ พี่ก้อยก็ใจดีให้ยืมกล้องมาถ่ายชั่วคราว ถ่ายได้หน่อยก็คืนแกไป เพราะกลัวทำเจ๊งไปอีกตัว

ถึงจังหวะนี้ต้องไต่ระห่ำลงไปยังเบื้องล่าง

ตอนเช้าไต่ลงไปชมตาดสักการะว่าโหดแล้ว เจออันนี้ ต้องบอกว่าไต่ยากกว่ามากนัก

ขายาวๆ อย่างผม ยังช่วยไม่ได้ แถมถ้าพลาดไปด้านข้างเป็นเหวเลย

ลูกหาบคอยช่วยกำกับจังหวะให้ทุกๆ คน คอยบอกสเตปก้าวอยู่ แต่กระนั้นก็ยังไม่ง่าย

ป๋าคมรัฐคอยดูแลลูกทริปอยู่ไม่ห่าง น่าที่งแกมาก หนุ่มๆ อย่างเรายังอายเลย จังหวะไต่ จังหวะปีน แกเทพมาก

..





(ขอบคุณพี่ก้อยเอื้อเฟื้อรูป)


ลงไปได้นิดเดียว ก็เห็นละอองน้ำฟุ้งทั่วไปหมด เสียงน้ำกระหึ่มๆ ดังลั่นป่า

มองไปทางซ้าย แล้วหัวใจเต้นแรง อดใจรอชมไม่ไหวกับน้ำตกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยเห็นมา

รองเท้าดูเหมือนจะเป็นอุปสรรคมากในการเดินบนพื้นลื่นๆ จำไม่ได้แล้วว่าลื่นไปกี่ครั้ง สะดุดไปกี่หน

มองลงไปด้านล่างเห็นหัวคนๆ ลิบๆ ทำให้ต้องรีบตามลงไปให้ไว เพื่อสัมผัสสุดยอดน้ำตกแห่งนี้

ไปถึงกลุ่มข้างล่างด้วยความทุลักทุเล แต่ความเหนื่อยมันหายไปโดยสิ้นเชิง เมื่อย้อนหันกลับมามอง

ตาดน้ำพาก สุดยอดจริงๆ !!


..

รวมพลกันด้านล่างจนครบก็ชักภาพร่วมกัน ได้กล้องกันน้ำของพี่ๆ ทำให้ได้ภาพหายากอีกภาพหนึ่งของทริปนี้

อยู่กันได้ไม่นานก็ต้องกลับ เพราะอากาศเริ่มเย็น แถมเวลาก็เกือบบ่ายสามแล้ว!

เริ่มทยอยกันกลับ ระยะทางยังอีกไกล เพราะคืนนี้จะไปนอนกันที่บ้านหนองหลวง

..

ออกเดินกันจากน้ำตกตาดน้ำพาก เดินไปจนถึงจุดวางเป้ก็ใช้เวลาเกือบสามชั่วโมง แสงเริ่มน้อย ได้เป้คืนปุ๊บ ผมก็รีบคว้าขนมมาเพิ่มพลังงานก่อน หยิบไฟฉายมาคาดหัวไว้ แล้วก็รอสมาชิกมาสมทบอีกสักชุดหนึ่ง ก่อนจะเริ่มเดินต่อ

แต่ละคนอ่อนล้าเต็มที ลูกหาบบอกจะพาไปเส้นทางลัด ได้ยินแล้วก็ใจชื้น จะได้ถึงไวๆ แต่เดินมาได้หน่อยเดียวก็พอขึ้นเขาแบบชันดิก แต่ทางก็เละสุดๆ

ผมเดินไปรอพี่บุ๋มไป ซึ่งห่วงแกเวลาจะข้ามน้ำ ข้ามห้วย เพราะบางช่วงกระแสน้ำแรง

เดินกันไปอยู่นานมาก ก็ยังไม่มีที่ท่าว่าจะถึง

ไฟฉายเริ่มส่องแสง ในขณะที่แสงอาทิตย์ก็หายลับไปแล้ว เหลือแต่เพียงความมืด

ขณะนี้กลุ่มข้างหลังเดินตามมาอยู่ห่างๆ ผมเดินกับลูกหาบกันสองคน ตอนนี้ในใจไม่คิดอะไรมาก ก้มหน้าก้มตาเดินไปอย่างเดียว พวกเราก้าวเท้ากันอย่างรวดเร็ว แม้ทางจะราบเรียบ แต่ก็อ่อนล้าเต็มที

เดินไนท์เทรล ต้องคอยระวังไม่ให้พลัดหลงกัน จับกลุ่มกันสองสามคน เดินด้วยกันยิ่งดี เพราะมืดๆ มองอะไรไม่เห็น จะหลงเอาได้ง่ายๆ

ผมหยุดรอทีมหลังตรงทางแยก เป็นการพักเล็กๆ ไปในตัว ถามลูกหาบ ก็บอกใกล้แล้วๆ แต่ใกล้มาหลายที แต่ก็ไม่ถึงเสียที

พอเริ่มเข้าสู่หมู่บ้าน เริ่มมีกำลังใจกลับมาอีกครั้ง ลูกหาบพาพวกเราเดินลัดเลาะไปตามถนนเลน จนในที่สุดก็มาถึงที่พักของเราในค่ำคืนนี้

เป็นวันที่เหนื่อยมากวันหนึ่ง!

อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แกะทาก ล้างรอยเลือดที่ทากน้อยทิ้งไว้ กันเสร็จ

พอช่วงดึก ก็นั่งล้อมวงกินอาหารเย็นกัน ป๋าบอกว่าทริปนี้ไม่เคยจัดมาก่อน ปกติจัดสี่วัน แต่ทริปนี้จัดสามวัน

วันนี้พวกเราน่าจะเดินกันเป็นระยะทาง 25 กม.

แต่ละคนฟังแล้วก็ทึ่งตัวเองทั้งนั้น ที่เดินกันไปได้ขนาดนี้

..

เมื่อคืนนอนกันหลับสบาย อากาศบริสุทธิ์แถมเย็นจนไม่กล้าอาบน้ำตอนเช้า

วันนี้เป็นวันกลับแล้ว ก็เลยสบายๆ กันหน่อย




ป๋าพาพวกเราแวะน้ำตกตาดเยือง น้ำตกที่ไม่ต้องเดินอะไรมาก

มีนักท่องเที่ยวมาเยอะทีเดียว

ต่อด้วยตาดฟาน สายน้ำตกลงจากที่สูง ตรงจุดนี้มองไม่เห็นก้นล่างเลย







และปิดท้ายด้วยตาดผาส้วม





ก่อนจะกลับเมืองไทย บางคนบอก ครั้งหน้าป๋าจัดอีก ก็จะมาอีก

ส่วนผมขอไว้ฟิตๆ แล้วจะคิดดูอีกที...






Create Date : 20 ตุลาคม 2553
Last Update : 20 ตุลาคม 2553 22:16:52 น. 7 comments
Counter : 649 Pageviews.

 
ผมเคยไปแต่น้ำตกง่ายๆ อย่างตามฟาน ตาดเยือน ตาดผาส้วม

แต่น้ำตกตาดสักการะนี่ ไปไม่ไหวแล้วล่ะ เคยได้ยินชื่ออยู่เหมือนกันว่าเป็นน้ำตกที่ใหญ่โตอลังการมากๆ เห็นจากรูปแล้ว เชื่อเลยว่าใหญ่จริงๆ


โดย: NET-MANIA วันที่: 20 ตุลาคม 2553 เวลา:23:20:33 น.  

 
พักนี้ จขบ.ใจดีจังเลย
ไม่ทิ้งบ้าน
ตาม มาเที่ยวค่ะ เป็นอีกมุมนึง ที่น่าไปนะคะ
เก่งจริงๆๆ จขบ.นี้


โดย: kwan_3023 วันที่: 21 ตุลาคม 2553 เวลา:7:21:46 น.  

 
น้ำตก สวยอลังการจริงๆค่ะ อยากไปเห็นซักครั้ง แต่คงแรงหมดตั้งแต่ สามก้าวแรก


โดย: Panino วันที่: 21 ตุลาคม 2553 เวลา:13:14:33 น.  

 
สวยมาก ๆ เลย คุ้ม ๆ ๆ

ไปใหม่ก็คุ้มค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 21 ตุลาคม 2553 เวลา:16:17:51 น.  

 
อยากไปมาก ตั้งใจไว้หลายหนแล้ว รถก็พร้อม คนก็พร้อม ใจก็พร้อม แต่... ติดด้วยเงื่อนไขของเวลานี่ อดทุกที !

ปล.หน้าฝน ละอองน้ำคงเย็นสดชื่นแนาเลย


โดย: sirimas_m วันที่: 21 ตุลาคม 2553 เวลา:19:32:27 น.  

 
และแล้ว จขบ.นี้ ก้อ มาให้เราอยากดู และไม่ยอม Up ต่อ
งอน


โดย: kwan_3023 วันที่: 25 ตุลาคม 2553 เวลา:7:15:07 น.  

 
ตามมาเที่ยวด้วยคนครับ


โดย: auraball วันที่: 26 ตุลาคม 2553 เวลา:9:22:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เม่าดอยตุง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




นับๆ ดูแล้วยังเหลืออีกหลายอุทยานเลยที่ยังไม่ได้ไป ว่าแล้วก็กางแผนที่ ออกเดินทางพิชิตอุทยานกันต่อไป..
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เม่าดอยตุง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.