Jack-A-Little-Monster
Nepal - Chapter 7: Lobuche - Gorak Shep - EBC

Lobuche - Gorak Shep

เวลาเดิน: 2 ชม.
ระยะทาง: 4.5 กม.
ความสูง: ขึ้น 250 ม.

Gorak Shep - EBC (ไป - กลับ)

เวลาเดิน: 3 1/2 ชม.
ระยะทาง: 10 กม.
ความสูง: ขึ้น 200 ม.ลง 200 ม.

Lobuche: 4930 ม.
Gorak Shep: 5160 ม.
EBC: 5340 ม.

บรรลุจุดหมายที่หนึ่ง





วันนี้เป็นวันสำคัญอีกหนึ่งวันของทริปนี้ หลายๆ คนมาที่เนปาลก็เพราะตั้งใจจะไปยังเป้าหมายสำคัญของวันนี้

Everest Base Camp

หรือ EBC ที่เรียกกันจนติดปาก

คนระดับน้ำทะเลอย่างพวกเรา เพียงแค่ได้ไปสัมผัส EBC ก็สุดยอดแล้ว

อารมณ์ประมาณพิชิตยอด Everest เห็นจะได้

ปีก่อนไปสัมผัสจากฝั่งเหนือด้านทิเบตมา

อันนั้นเห็น Everest อย่างใกล้ชิด แต่ไม่ได้เดินไปด้วยสองขาของตัวเอง

นั่งรถยาวเข้าไปถึง EBC เลย

ขนาดนั้น ยังเอามาโม้ได้สามบ้านแปดบ้าน

แล้วนี่ล่ะ ไม่ยิ่งน่าภูมิใจกว่าหรือ

..





ผมทำธุระส่วนตัวเสร็จ ออกมาสมาชิกก็หายไปหมดเหมือนอย่างเคย

ทุกคนมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ

จุดหมายแรกคือ Gorak Shep (5160 ม.)

หลายๆ คนในยามเช้า ดูไม่สดใส กระปรี้กระเปร่า

บางคนปวดหัว บางคนเบื่ออาหาร

อย่างไรก็แล้วแต่ ต้องกินยาให้หาย กินข้าวเพื่อให้พลังงานไว้ก่อน

หนทางยังอีกยาวไกลนัก





เส้นทางจาก Lobuche ไป Gorak Shep ไม่หนักหนาสาหัสอะไร มีบางช่วงที่ขึ้นชัน แต่ก็เป็นช่วงสั้นๆ





พยายามฝืนๆ ไม่มองมัน เดินจ้ำๆ ไปสักพักก็พ้นมาได้





..

เดินๆ พอเห็นยอดพูโมริ สูงทะลุฟ้าขึ้นมา ก็เริ่มดีใจ เพราะอีกไม่ไกลก็จะถึงแล้ว





ผมใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็เดินมาถึง Gorak Shep โดยตามหลังพี่วินัยมาไม่ห่างนัก

ขณะที่ทีมม้าเร็วอย่างหมอโอ และหมอ Arthur คาดว่าน่าจะถึงกันได้สักพักแล้ว





มองหาโรงแรม Snowland ที่ชิลีได้จองเอาไว้ ไม่เจอธง แต่เดินไปหน่อยก็เจอหมอโอยืนอยู่หน้าที่พัก

แปลกใจเล็กน้อยว่าคนมาถึงคนแรกไม่ใช่หมอโอ แต่เป็นป๋าคมรัฐนี่เอง

สงสัยแกคงอัดอั้นมานาน วันนี้ขอเดินเต็มสปีดหน่อย

ฝีเท้าแกนี่เชอร์ปาเมืองไทยนี่เอง!

..

ห้องพักวันนี้ดูสะอาดดี แต่ภายในห้องเย็นจนไม่อยากจะเข้าไปข้างใน

เหมือนกับห้องแช่แข็งยังไงไม่รู้

ผมเลือกได้ห้องติดกับห้องน้ำ คาดว่าเสียงคงไม่ดังนัก เพราะพื้นไม่ใช่พื้นไม้

จะฉี่ จะถ่าย คืนนี้สะดวกแน่

..

สมาชิกเริ่มมาสมทบมากขึ้น ขณะที่ป๋าบอกว่า 11.30 am จะเริ่มออกเดินทางกันสำหรับกลุ่มแรกที่จะไป EBC

พอใกล้ได้เวลา อาการปวดท้องก็มาเยือนผมอีกแล้ว

รีบแจ้นเข้าห้องน้ำ

พื้นห้องน้ำนี่ลื่นปรื้ดเพราะมีน้ำแข็งเกาะทั่วไปหมด เหยียบไม่ดี ขาพรวดลงไปคอห่านได้ง่ายๆ

เขียนไปเขียนมาก็วกกลับเข้ามาเรื่องสุขาได้ทุกทีสิ

รีบๆ ทำธุระแล้วออกไปดีกว่า

..

พอผมออกมา สมาชิกกลุ่มแรกหายไปหมดแล้ว มีอยู่สองสามคน ที่ตัดสินใจไม่ไปนั่งพักผ่อนกันในห้องอาหาร





เดินมาสมทบกับพี่เอ ที่ด้านหน้าที่มอง Kala Pattar ตระหง่านอยู่ตรงหน้า

พรุ่งนี้จะขึ้นไปบนนั้น แต่วันนี้ขอพักไว้ก่อน

มุ่งหน้าสู่ EBC





..





เส้นทางเดินค่อนข้างลำบาก บางช่วงเดินบนกลาเซียร์ บางช่วงก็เป็นหินก้อนเล็กก้อนใหญ่ ต้องอาศัยการทรงตัวที่ดี

ผมเดินๆ ไปตามจังหวะตัวเอง จนในที่สุดก็ไปสมทบกับกลุ่มกองหน้า

มีป๋านำทัพ ตามด้วยหมอโอ หมอ Arthur และพี่วินัยยืนปิดท้าย

กลุ่มนี้เดินกันไว เวลาเดินตามต้องคอยคุมฝีเท้าให้ดี

จังหวะหายใจก็สำคัญ หากเร่งเกินไป เหนื่อยจัดจะหลุดกลุ่มได้ง่ายๆ

พวกเราเดินกันไปตามทางที่มีขึ้นมีลง ส่วนใหญ่จะขึ้น

แม้ไม่ชันมาก แต่ด้วยความสูงระดับนี้ก็เล่นเอาเหนื่อยหอบ

สักพักใหญ่ ก็พบว่าตัวเองยืนอยู่บนสันเขา





ด้านหน้าฝั่งตะวันออก มียอด Nuptse ตั้งตระหง่านอยู่

ขณะที่ Everest ยืนหลบตัวอยู่ด้านหลัง แม้จะโดนบังแต่ด้วยความสูงก็บังไม่มิด

มองไปเบื้องล่างไกลๆ ข้างหน้า เห็นเตนท์สีเหลืองกระจัดกระจายกันอยู่

ใช่แล้ว พวกเรามาถึง Everest Base Camp กันแล้ว

แต่ยัง..ยังไม่ถึง ยังจะต้องไต่ลงไปด้านล่าง เพื่อไปชมกันในระยะใกล้

ทางเริ่มดิ่งชัน เดินแล้วก็เริ่มห่วงตอนขากลับ

ขบวนจามรีไม่รู้มาจากไหนกันเยอะแยะ เดินเบียดมา ดูสับสนวุ่นวาย

ตอนนี้ต้องแยกตัวชั่วคราวกัน ทางใครทางมัน

ลงไปจนสุดแล้วยังต้องไต่ขึ้นเนินเล็กๆ อันเป็นที่ตั้งของกองหินที่ถูกกำหนดให้เป็น Base Camp





กว่าจะถึงเนินนี้ได้ แทบรากเลือด





เช่นเดียวกับพวกเรา นักท่องเที่ยวหลายคนมาถึงจุดนี้เพื่อบันทึกภาพเวลาสำคัญ

ครั้งหนึ่งในชีวิต ข้าคือ

"ผู้พิชิต EBC"





..





อากาศบนนี้หนาวมาก ลมก็พัดแรง ขนาดผมใส่เสียเต็มยศก็ยังเอาไม่อยู่

สมาชิกในทีมเริ่มทยอยมากันหลายคน ก่อนกลับจึงได้มีโอกาสถ่ายรูปหมู่กันใบสองใบ





..

ช่วงบ่ายแก่ๆ ท้องฟ้าดูเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาอีกรอบแล้ว

ทัพหน้าที่ใช้เวลาซึมซับบรรยากาศ EBC จนหนำใจแล้วจึงเริ่มเดินทางกลับ Gorak Shep

เดินย้อนกลับมาได้สักพัก ก็เจอหมอสุ่นค่อยๆ เดินสวนมา

หมอฟันอารมณ์ดีรายนี้ เน้นเก็บรายละเอียดในทุกๆ ส่วนของการเดินทาง

เรื่องราวต่างๆ ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นภาพถ่าย

เห็นแล้วก็ประทับใจไม่รู้ลืม





..

ไม่นานนักพวกเราก็เจอพี่นเรศร์ที่เดินมาอย่างช้าๆ โดยมีชิลี่คอยประกบอยู่

พี่แกดูหน้าตาซูบซีดมากเพราะอาการป่วยเมื่อสองสามวันก่อน

ผมนับถือแกจริงๆ หัวจิตหัวใจแกร่งมาก

แม้จะอยู่ในสภาพที่อิดโรย ยังสามารถพยายามดั้นด้นมาได้ขนาดนี้

อดเป็นห่วงไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็อุ่นใจตรงที่ชิลี่คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง

ได้แต่บอกแกว่า อีกไม่ไกลนักก็จะถึงแล้ว

สู้ๆ นะพี่!

..

ทนไปเพื่ออะไร!?

ช่วงขาลง ผมลงแบบไม่หยุดพัก เดินจ้ำๆ เพราะใจอยากจะพักเต็มที่แล้ว

เลยเดินให้มันเสร็จๆ ไปในทีเดียว

ถึงที่พักเจอพี่เหมียวนั่งคุยกับลูกหาบอยู่ในห้องอาหาร

กำลังฝึกภาษาเนปาลกันอยู่

อีกมุมหนึ่ง พี่แมวลุกขึ้นนั่งเมื่อเห็นผม เรียกผมไปนั่งใกล้ๆ

แกเริ่มเล่าถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา

สักพักก็ร้องไห้ออกมา!

เวลานี้ผมรับรู้ความยากลำบากของแกได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

น้ำตาพาลจะไหลออกมาด้วย

แต่ก็ต้องกลั้นเอาไว้

..

ทริปนี้มันไม่ใช่ทริปร่าเริง หรรษา ผ่อนคลายอะไรนัก

มันเหมือนด่านทดสอบ

ทดสอบตัวเอง

มีขีดความอดทนมากน้อยแค่ไหน

ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ผมจะอดทนไปได้สักแค่ไหน

แต่เย็นวันนั้น หลังจากคิดตรึกตรองดูแล้ว

ผมบอกป๋า..

"ผมตัดสินใจไม่ไป Island Peak แล้ว!"

จบตอนที่ 7

==================================================================================




Create Date : 12 มิถุนายน 2554
Last Update : 12 มิถุนายน 2554 7:40:24 น. 3 comments
Counter : 711 Pageviews.

 
ติดตามอ่านนะคะ.. เล่าเรื่องได้สนุกดีค่ะ ^^


โดย: Holly IP: 58.11.103.148 วันที่: 12 มิถุนายน 2554 เวลา:13:45:42 น.  

 
มันเหมือนมีหลายอารมณ์ที่บีบคั้น เพราะเราก็ไม่รู้ว่าเราจะมี limit ที่จะทนได้อยู่ตรงไหน เพราะมันเป็นครั้งแรก และก็ท้าทายสุด ๆ นะคะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 12 มิถุนายน 2554 เวลา:15:39:24 น.  

 
โห ถึงกลับถอดใจจะไม่ขึ้นIsland Peakเลย แสดงว่าต้องแสนสาหัสกันจริงๆ ถึงกับบางคนร้องไห้ออกมาด้วย จินตนาการไม่ถูกจริงๆครับ
แต่อารมณ์คงแบบเดียวกะผมตอนเดินขึ้นเชียงดาว มืด หนาว เหนื่อย หมดแรง แถมยังอยู่แค่กลางทาง มันก็พาลถามตัวเองว่ามาทำไม!!

นับถือเลยครับไปได้ถึงEBC แต่แปลกใจไปถึงแล้วทำไมรีบลง เค้าไม่ได้ตั้งแค้มป์กันบนนั้นหรอกเหรอครับ


โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา วันที่: 27 มิถุนายน 2554 เวลา:14:36:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เม่าดอยตุง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




นับๆ ดูแล้วยังเหลืออีกหลายอุทยานเลยที่ยังไม่ได้ไป ว่าแล้วก็กางแผนที่ ออกเดินทางพิชิตอุทยานกันต่อไป..
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เม่าดอยตุง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.