Jack-A-Little-Monster
++ทิเบต++ ดินแดนหลังคาโลก #1 เริ่มต้นด้วยความทุกข์ทรมาน




ประเดิมบล็อกทิเบตด้วยการจั่วหัวไว้น่ากลัวเล็กน้อย ซึ่งก็ไม่ได้ผิดไปจากความจริงเท่าไหร่นัก

...

เริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพเพียงลำพัง เพื่อไปพบพ่อที่รออยู่ที่กวางเจาแล้ว

สายการบินเคนย่าแอร์ไลน์ จากที่จะต้องบินเวลาบ่าย 3 โมงกว่า ไปๆ มาๆ เครื่องขัดข้อง ทำเอาผู้โดยสารติดแหงกอยู่ที่สุวรรณภูมิประมาณ 9 ชั่วโมง ได้บินจริงๆ ก็ตอนเที่ยงคืนกว่าแล้ว

งานนี้เล่นเอาผู้โดยสารเสียความรู้สึกกับสายการบินที่เรียกว่า pride of Africa ไปมากทีเดียว ทั้งเรื่อง Voucher ที่แจกล่าช้า รวมถึงคำตอบในเรื่องเวลาบินที่เหมือนจะถูกปิดบังอยู่ตลอดเวลา

แต่ในความโชคร้ายก็มีความโชคดี พยายามมองบวกเข้าไว้ อย่างน้อยไฟลท์นี้ก็ไม่ถูกยกเลิก เพราะกำลังห่วงอยู่ถ้ายกเลิก ทริปที่จองไว้จะปรับเปลี่ยนได้ยังไงกัน

...

จากกวางเจา พวกเราในทริปนี้สี่คน มีคุณพ่อ คุณอา คุณลุง และผม (สว.เสียส่วนใหญ่) จะต้องบินไปยังเมือง Xining เมืองหลวงของแคว้นชิงไห่





เหมือนโดนกลั่นแกล้ง ไฟลท์ดีเลย์อีกแล้ว... แต่ต้องบอกว่าสายการบินที่จีนเค้าดูจะมีความรับผิดชอบที่ดีกว่า หลังจากทราบเวลาดีเลย์แน่นอนแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ทำการแจกข้าวกล่องให้โดยไม่มีอิดออด ผู้โดยสารรับอาหารมาแล้วก็ทานแก้หิวฆ่าเวลาไปพลาง

ไฟลท์นี้ดีเลย์ไป 3 ชั่วโมง ซึ่งสำหรับผมก็ค่อนข้างจะชินแล้วล่ะ

ที่ซีหนิง พวกเราพอจะมีเวลาเดินเล่นชมเมือง ซื้อเสบียงที่จำเป็นในการเดินทางไว้





ถึงตอนเย็น รถตู้พาพวกเราไปส่งที่สถานีรถไฟซีหนิง ซึ่งคุณพ่อวางแผนไว้ว่าจะนั่งรถไฟจากซีหนิงไปยังลาซา Lhasa ของทิเบต

ระยะทางไกลแสนไกล ใช้ระยะเวลาประมาณ 24 ชั่วโมงหรือ 1 วันเต็มๆ

แน่นอนว่ารถไฟเที่ยวนี้ก็...ดีเลย์ อีกเช่นกัน!

ชั่วโมงกว่าๆ ที่รถไฟมาช้า แต่มันก็ไม่นานมากนัก

รถไฟมาถึงก็รีบขนของกันขึ้นรถไฟ แต่แล้วก็ต้องตกใจ...

รถไฟแคบเหลือเกิน!





ห้องหนึ่งแบ่งเป็น 6 เตียงนอน มี 3 ชั้น ชั้นละ 2 เตียง

ผมอาสาขึ้นไปนอนบนสุด ซึ่งชั้นบนถ้าขึ้นไปแล้ว ต้องนอนอย่างเดียว เพราะมันเตี้ยเหลือเกิน ไม่มีสิทธิ์จะนั่งได้เลย

ถ้าจะนั่งก็ต้องมานั่งเตียงล่างสุด ซึ่งก็ค่อนข้างอึดอัดพอสมควร





เวลา 3 ทุ่มก็รถไฟก็ปิดไฟแล้ว จึงไม่มีกิจกรรมอย่างอื่นทำนอกจากนอน...

....


ตื่นมาประมาณ 6 โมงเพราะว่าปวดหลัง ไม่สามารถนอนต่อไปได้อีกแล้ว
แสงสว่างสาดส่องเข้ามาจนทำให้เริ่มเห็นวิวภายนอก ภูเขาน้อยใหญ่พาดผ่านเป็นทิวแถว ดูยิ่งใหญ่ สวยงาม แต่ก็ดูแห้งแล้ง เปล่าเปลี่ยว อ้างว้างอยู่ในตัว

รถไฟเพิ่งผ่าน Golmud หรือเก๊อเอ้อมุไป อ่านในหนังสือ Lonely Planet ของเก่าเก็บ (สมัยก่อนยังไม่มีทางรถไฟ) เค้าไม่แนะนำเส้นทางนี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่คอยไถเงินนักท่องเที่ยวอยู่บ่อยๆ

อาการปวดหัวเริ่มมาเยือนทีละนิดๆ แต่ยังไม่รุนแรงนัก

พวกเราตื่นกันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้วก็เดินไปทานอาหารเช้ากันที่ตู้เสบียง ที่อยู่เบอร์ 7 อาหารมื้อแรกช่างน่าเบื่อเสียจริงๆ ข้าวต้มกับผักดอง และผัดผักน้ำมันเยิ้ม ผมกินแต่ข้าวต้มโดยแทบจะไม่ได้แตะผักเหล่านั้นเลย..

...





เส้นทางรถไฟจะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่จะวิ่งผ่านที่ระดับความสูงกว่า 5,000 เมตร พวกเราพยายามสังเกตอยู่ แต่ไปๆ มาๆ กลับเลยไปได้เสียนี่

...

อาการปวดหัวของผมเริ่มรุนแรงขึ้น ในขณะที่อาการคลื่นไส้เริ่มตามมา พยายามจะกินยาแก้ปวดเพื่อไประงับ แต่ตอนนี้คงไม่มีอะไรดีกว่า การเอาของข้างในออกมาแล้ว

นี่รึเปล่าที่เค้าเรียก อาการ Altitude Sickness ผมก็ไม่เคยเจอมาก่อน แล้วทำไมคนอื่นเค้าไม่เป็นเหมือนผมมั่งเลย

สรุปว่าผมจัดการอาเจียนไป 2 รอบ ซึ่งมันก็ทำให้รู้สึกดีขึ้น แต่ร่างกายอ่อนแอเหลือเกิน

...





เวลาประมาณ 2 ทุ่ม ในที่สุดรถไฟก็มาถึงลาซา เมืองหลวงของทิเบต

ไกด์มารอรับที่สถานี ทำเรื่องติดต่อตำรวจเสร็จแล้วก็พาไปขึ้นรถบัสคันใหญ่ที่รออยู่

ทหาร ตำรวจ ยืนกันเต็มไปหมด

ทราบความจากไกด์ก็ตกใจ วันพรุ่งนี้เป็นวันครบรอบ 2 ปีที่ชาวทิเบตเข่นฆ่าชาวฮั่น

ผลก็คือ พรุ่งนี้พวกเราไม่สามารถออกไปไหนได้ ต้องอยู่แต่ในโรงแรม

หลังจากอาหารเย็น เข้าโรงแรมเสร็จ ผมก็ประเดิมด้วยการอาเจียนอีกรอบ

...





และทั้งคืน ไม่ว่าจะทานอะไรเข้าไป น้ำ ยา ผมอาเจียนออกหมด แทบจะไม่ได้นอนทั้งคืน หลับตาก็มีอะไรต่ออะไรเข้ามาในหัวสมองตลอดเวลา ไม่ใช่ความฝัน ไม่ใช่ภาพหลอน แต่เหมือนเรื่องราวอะไรต่างๆ รุมเร้าเข้ามาให้ครุ่นคิด

เป็นคืนหนึ่งที่ทรมานมากที่สุด ความคิดที่จะขอยอมแพ้ไม่ไปต่อผุดขึ้นมาในสมอง

นี่เรามาได้แค่นี้เองหรือนี่..

(มีต่อ)





Create Date : 01 เมษายน 2553
Last Update : 1 เมษายน 2553 1:20:29 น. 4 comments
Counter : 1730 Pageviews.

 
สุดยอดเลยค่ะพี่ เป็นการเดินทางที่ทรมาณ แต่ก้อคุ้มนี่ค่ะ เพราะสวยอ่ะ
นี่แหล่ะค่ะชีวิตนักเดินทาง


โดย: kwan_3023 วันที่: 1 เมษายน 2553 เวลา:11:27:39 น.  

 


โดย: sierra whiskey charlie วันที่: 1 เมษายน 2553 เวลา:12:36:46 น.  

 
สวยมาก โดยเฉพาะภาพสุดท้าย แต่เกลียดหิมะค่ะ...

เห็นแล้วขอไปแวะที่แคชเมียร์ก่อนดีกว่า

ปล.ภานในคอมเม้นท์เห็นแล้วทรมานใจค่ะ สงสารเจ้าของมองตาแป๋ว


โดย: ColdOut วันที่: 1 เมษายน 2553 เวลา:12:38:14 น.  

 
ติดตามค่ะ แล้วจะรอตอนต่อไป


โดย: chantibha วันที่: 1 เมษายน 2553 เวลา:13:39:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เม่าดอยตุง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




นับๆ ดูแล้วยังเหลืออีกหลายอุทยานเลยที่ยังไม่ได้ไป ว่าแล้วก็กางแผนที่ ออกเดินทางพิชิตอุทยานกันต่อไป..
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เม่าดอยตุง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.