ห้องโถงของคนบาป  ~ บท เรไรร่ำร้อง ~

นี่ไม่ใช่ลูกกวาดแต่มันคือคาวเลือด
นี่ไม่ใช่ความรักแต่มันคือความตาย
นี่ไม่ได้เพื่อบันเทิงแต่เพื่อจิตตก

เตือนแล้วนะ













บท เรไรร่ำร้อง

ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ

"หนวกหู !"
ผมตะคอกกลับด้วยเสียงอันดัง

......

ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ
ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ

เสียงขอโทษชะงักเงียบหายไปนิดหนึ่ง ราวกับฟังผมพูดเพียงครู่เดียวเท่านั้น ก่อนจะ
พร่ำกลับมาอีก
"บอกว่าหนวกหูโว้ย ! เมื่อไหร่จะเลิกขอโทษซะที ! กูหนวกหู ! "

......

ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ
ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ
ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ

เหมือนเดิม เสียงขอโทษเงียบหายไปก่อนจะกลับมากระหน่ำผมอีกครั้ง คราวนี้ผมแผด
เสียงตะโกนตอบอย่างเต็มกำลังจนลำตัวสั่น
"โว้ยยยยยยย ! กูหนวกหู ! รู้เรื่องมั้ยยย ! กูหนวกหู ! กูหนวกหู !"

......

ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ
ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ
ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ

"โว้ยยยยยย ! ไม่ต้องมาขอโทษ ! กูไม่ยกโทษ ! กูไม่ยกโทษให้ !"
แม้ผมจะกู่ตะโกนไปเท่าไร แต่เสียงขอโทษก็ไม่ยอมหยุดแม้แต่น้อย ยังคงพร่ำร้องอยู่
ราวกับว่าต้องการให้ผมยกโทษให้กับความผิดนั้นเป็นอย่างยิ่ง

แต่ผมไม่มีวันยกโทษให้

ผมหยุดแผดเสียงตะโกนสู้ เพราะไม่ว่าจะตะเบ็งไปเท่าไร เสียงขอโทษนั้นก็แค่เงียบไป
ชั่วคราวก่อนจะกลับมาขอโทษอีกครั้ง มันไม่ยอมหยุด ผมเลยตัดสินใจเดินไปที่กระติก
น้ำร้อนไฟ้าที่อยู่ในห้องครัว หยิบแก้วน้ำขึ้นมา มือที่เปื้อนเลือดของผมกดน้ำร้อนใส่จน
เต็มแก้ว ไอน้ำพวยพุ่งออกมาจากแก้วจนเห็นเป็นควันสีขาว

เสียงขอโทษยังคงตามมาซัดกระหน่ำใส่ผมอย่างต่อเนื่อง คงจะทำผิดมากมายนักหนา
ถึงได้ต้องการให้ยกโทษถึงขนาดนี้

ผมตะแคงหัว เทน้ำร้อนจากแก้วลงใส่ในรูหูจนล้นราดไหลออกมา ก่อนเปลี่ยนไปรดรูหู
อีกข้าง น้ำร้อนที่ไหลย้อยออกมาได้ลวกแก้ม ต้นคอและบ่าของผม ทุกที่ที่โดนน้ำร้อน
อาบเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ

ผมขว้างแก้วเปื้อนเลือดลงที่พื้น เสียงเพล้งพร้อมกับเศษแก้วที่กระเด็นกระจาย ไม่นาน
นักเสียงทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยได้ยินรอบกายค่อยๆแผ่วเบาไปเรื่อยๆ

เสียงขอโทษค่อยๆจางหายไป

"ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ เอื้อ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ เฮื้อ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า อะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า
วะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ว้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ! "
ผมเงยหน้าขึ้นแผดเสียงหัวเราะอย่างคลุ้มคลั่งด้วยความสะใจโดยที่ตัวเองไม่ได้ยิน
เสียงหัวเราะนั้นแต่อย่างใด

จบบท เรไรร่ำร้อง

************************************************************

"ทำอะไร ?"
ผมถามเธอด้วยน้ำเสียงที่แข็งและห้วน ความไม่ไว้วางใจต่อเธอพุ่งขึ้นสูงจนถึงขีดสุด

ตั้งแต่แต่งงานกันมา แม้จะมีการทะเลาะเบาะแว้งกันบ้าง แต่ก็เป็นตามประสาลิ้นกับฟัน
ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะเกิดความคลางแคลงใจ ไม่เชื่อซึ่งกันและกัน

แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่อย่างที่เคยเป็น

สถานการณ์ตอนนี้มันไม่เหมือนเก่าก่อน สิ่งที่เธอทำกับผมมันส่อให้เห็นว่า เธอกำลัง
จ้องจะฆ่าผมอยู่

เธอยืดตัวขึ้นนิดหน่อยก่อนหันกลับมาจ้องผม
"ไม่มีอะไรหรอก กินข้าวเสร็จแล้วเหรอ ?"
"ถามว่าทำอะไร ทำไมไม่ตอบ"
"ไม่ได้ทำอะไรหรอก ไม่มีอะไรจริงๆ กินแล้วเสร็จแล้วใช่ไหม งั้นเดี๋ยวไปเก็บสำรับนะ"

เธอเลี่ยงที่จะตอบคำถามผม เดินเสออกจากผมไปเพื่อไปเก็บสำรับกับข้าวที่ผมเพิ่งผละ
จากมา ผมรีบพูดขัดเธอ
"อย่าเพิ่งไป บอกมาก่อน คิดจะทำอะไรหันแน่ ? หา !"
"อะไร ? ไม่ได้คิดจะทำอะไรนี่ ก็แค่จะไปเก็บสำรับแค่นั้นเอง"

ผมรู้ได้เลยว่าเธอกำลังโกหกเพราะเธอไม่ยอมแม้แต่จะหันหลังมาตอบ
"บอกมาเดี๋ยวนี้ ! คิดจะทำอะ.....ไร...."

ผมยังไม่ทันพูดจบประโยค ก็รู้สึกวูบ ตัวเซเหมือนคล้ายกับจะเป็นลม มือไม้ป่ายปะไปทั่ว
ทรงตัวไม่อยู่ ผมจึงเอาร่างไปพิงผนังไว้

ผมมองเห็นภาพข้างหน้าพร่าเลือน เธอหันหน้ามาอย่างช้าๆ ยิ้ม ใช่เธอยิ้ม สีหน้าแสดง
ความพึงพอใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะเอ่ยปากถามผม
"เป็นอะไร ง่วงเหรอ ไหวไหมเนี่ย พาไปนอนเอาไหม?"

เธอเดินเข้ามาหาผม ผมพยายามกระตุ้นตัวเอง สะบัดหน้าไปมาเพื่อให้ลืมตาตื่น แต่ดู
เหมือนมันจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร ประสาทตื่นตัวระแวดระวังภัยของผมกำลังจะดับวูบ
ผมพยายามขยับตัวให้ห่างจากเธอ

"อย่าเข้ามา ! ออกไป !"
ผมไล่เธอ

เธอมองหยุดมองผม ใบหน้าของเธอยังคงยิ้มอยู่ ดูมีเลศนัย
"ไม่ไหวแล้วมั๊ง เป็นไรมากไม๊ มา เดี๋ยวพาไปนอน"

พูดพร้อมกับยื่นมือมาที่ผม คำพูดที่ดูเป็นห่วงไปใยดูช่างค้านกับสิ่งที่เธอทำกับผม
มันเลวร้าย เธอคิดจะฆ่าผม ผมไม่ยอมหรอก ผมไม่ยอมให้เธอฆ่า

ผมปัดมือเธอทิ้ง รีบพาร่างเดินหนีออกให้ห่างเธอ ชักจะเริ่มไม่ไหว สมองผมตื้อไปหมด
แล้ว ตาจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ พยายามฝืนเต็มที่ รู้ตัวดีเลยล่ะ ว่าถ้าผมเผลอหลับไป
นั่นจะเป็นการหลับที่ไม่ตื่นอีกเลย

เธอยังคงเดินตามผมมา แย่แล้ว ผมต้องป้องกันตัวเอง สายตาผมสอดส่ายหาสิ่งที่อยู่
ใกล้ตัวที่พอจะใช้เป็นอาวุธได้ ผมโซซัดโซเซไปหาถุงไม้กอล์ฟ ก่อนหันหลังไปเผชิญ
หน้ากับเธออีกครั้ง

ผมเอามือข้างหนึ่งไพล่หลัง แอบหยิบไม้กอล์ฟเตรียมไว้

"บอกมา คิดจะทำอะไร ใส่อะไรลงไปในกับข้าว หา !"
"เอ๋ ? พูดเรื่องอะไร ? ไม่เข้าใจ กับข้าวทำไม ? กินโดนอะไรงั้นเหรอ ?"
"ไม่ต้องมาไขสือ ! คิดจะฆ่ากันใช่ไหม ?!"
"พูดอะไรเนี่ย เป็นเอามากแล้วนะเนี่ย ไปนอนพักดีกว่าไหม ?"
เธอเดินเข้ามาหาผม ผมรู้สึกได้ถึงบรรยากาศมุ่งร้ายที่แผ่ออกมารอบตัวเธอ

"อย่าเข้ามา ! หยุดเดี๋ยวนี้ อะไรอยู่ในกระเป๋าเสื้อ เอาออกมาดูเดี๋ยวนี้ !"
กระเป๋าเสื้อของเธอดูตุงๆ ผิดสังเกต มันเหมือนมีของบางสิ่งอยู่ในนั้น ผมรู้สึกระแวง
อย่างเป็นที่สุด

"อ๋อ ไอ้นี่เหรอ อยากเห็นใช่ไหม เดี๋ยวเอาออกมาให้ดู"
เธอล้วงเข้าไปในกระเป๋า หยิบของสิ่งนั้นออกพร้อมกับสืบเท้าเข้ามาใกล้ผม

ประกายไฟฟ้าแลบแปล๊บออกมาจากวัตถุสีดำ ที่ช็อตไฟฟ้าอยู่ในมือเธอ

ผมชักไม้กอล์ฟที่แอบเตรียมไว้หวดใส่ทันที



ปึก ! โพล๊ะ !
เพละ !
เพละ !
เพละ !
เพละ !

ผมง้างไม้กอล์ฟขึ้นเหนือหัว แต่ก่อนที่จะหวดลงไป ก็มีของบางสิ่งตกลงมาใส่มือของ
ผมเสียก่อน สิ่งนั้นมันพันข้อมือของผม

หนังศรีษะที่ผมอันยาวชุ่มโชกไปด้วยเลือด

ผมสลัดมันทิ้ง ไม้กอล์ฟที่คดงอและถูกย้อมจนเป็นสีแดงกระเด็นไปตามแรงสะบัด
ผมเหนื่อยหอบจนตัวโยน ยืนไม่อยู่ ต้องก้มตัวลงใช้สองมือชันเข่าเอาไว้ หายใจทั้งทาง
ปากและจมูก พยายามกลืนน้ำลายที่เหนียวข้นลงคอ

กองเลือดนองเต็มพื้น มันสมองกระเด็นมาติดรองเท้า กลิ่นคาวตลบอบอวล

ผมหอบหายใจอยู่ในท่านั้นอยู่นานจนกระทั่งหายเหนื่อย ลมหายใจกลับมาเป็นปกติ
ความเงียบสงัดเข้ามาปกคลุมห้อง แต่ก็ไม่นานนัก

เสียงคนพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับอยากให้ได้ยินกันแค่สองคนก็ดังขึ้นมาทำลาย
ความเงียบ

ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ

***********************************************************




 

Create Date : 06 ธันวาคม 2551    
Last Update : 9 ธันวาคม 2551 11:05:58 น.
Counter : 151 Pageviews.  


garnet19th
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add garnet19th's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.