ไม่เข้าพวก

ผมกำลังซื้อของที่เจ็ด-สิบเอ็ด

ของที่ซื้อมีแค่สองชิ้น ผมเดินตรงไปหยิบมันมาโดยไม่สนใจของอย่างอื่นที่วางล่อตา
ล่อใจ ไม่ว่ารูปลักษณ์ หีบห่อ โฆษณาชวนเชื่อจะดูดีสํกแค่ไหน ผมก็ไม่สนใจ พอได้
ของครบ ผมเดินไปต่อแถวเพื่อจ่ายเงิน เมื่อถึงคิว ผมก็วางของลงบนเคาท์เตอร์

นมแล็ตตาซอยกับเบียร์ไฮเนเก้น

พนักงานหยิบของทั้งสองไปคิดเงิน ระหว่างสแกนบาร์โค้ดไปก็มองหน้าผมไป สายตา
ของน้องดูแหม่งๆ ผมเลยรู้สึกแปลกๆ พอดูของที่ซื้ออีกที ก็รู้สึกถึงบางสิ่งขึ้นมาทันที

ของที่ซื้อมันขัดกันยังไงก็ไม่รู้

มิน่า น้องเขาถึงได้มองผมแบบประมาณว่า พี่จะซื้อเบียร์ไปทำลายตับแล้วซื้อนมบำรุง
คืนรึไง อะไรประมาณนี้ ซึ่งผมรู้สึกเขินอย่างบอกไม่ถูก เลยรีบบอกน้องเขาว่าอย่าเพิ่ง
คิดเงิน ก่อนจะรีบเดินไปหยิบปลากระป๋องมาวางเพิ่ม

"ทั้งหมดเจ็ดสิบบาทค่ะ"
ผมรู้สึกได้ทันทีเลยว่า อะไรฟ่ะ ของแค่สามอย่างราคาตั้งเจ็ดสิบบาท แพงชิบ

ผมยื่นแบงค์ร้อยให้น้องเขา รับเงินทอนและของ แต่ก่อนที่จะผละออกมา ผมตรวจเช็ค
ของในถุง ปลากระป๋อง นม เบียร์ ของครบ

แต่พอเห็นของทั้งหมด ผมก็คิดอะไรขึ้นมาได้บางอย่าง

ตอนแรกเบียร์กับนมมันขัดแย้งกันมาก ผมก็เลยไปหยิบปลากระป๋องมาเพิ่มเพราะคิดว่า
มันน่าจะช่วยได้ แต่พอดูดีๆ มันก็ยังมีอะไรบางอย่างที่ขัดแย้งกันอยู่ดี

ปลากระป๋องกับเบียร์บรรจุในกระป๋อง ส่วนนมบรรจุในกล่อง ดังนั้นนมไม่เข้าพวก
ปลากระป๋องกับนมเป็นอาหาร แต่เบียร์ไม่ใช่ ดังนั้นเบียร์ไม่เข้าพวก
นมกับเบียร์เป็นเครื่องดื่ม แต่ปลากระป๋องไม่ใช่ ดังนั้นปลากระป๋องไม่เข้าพวก

อ้าว ! ไอ้ของพวกนี้มันไม่เข้าพวกกันทั้งหมดเหรอ

ไม่ใช่สิ ถ้าลองลำดับความสัมพันธ์ดูดีๆ ของพวกนี้ล้วนแต่เข้าพวกกันสองครั้งและไม่
เข้าพวกกันหนึ่งครั้งเหมือนกันทุกชิ้น สองมากกว่าหนึ่ง ดังนั้นของพวกนี้เข้าพวกกัน

มันยังไงกันแน่เนี่ย สรุปเข้าพวกกันหรือไม่เข้าพวกกัน กันแน่ ?

"เอ่อ พี่คะ รบกวนพี่ขยับไปสักหน่อย พี่คนอื่นเขาจะจ่ายตังค์ค่ะ"
พนักงานเตือนผม เมื่อเห็นผมยืนฟุ้งซ่านขวางทางคนอื่นที่รอจ่ายเงิน ผมขอโทษแล้ว
รีบเดินออกจากเจ็ด-สิบเอ็ด แต่ก่อนที่จะเดินออก ผมเห็นหนังสือพิมพ์ที่วางขายไว้ข้าง
ประตูทางออกพาดหัวข่าวเกี่ยวกับเรื่องการเมือง ผมเลยหยุดอ่านอย่างสนใจ พออ่าน
เสร็จ จู่ๆ ผมก็คิดถึงคนสามคนขึ้นมา

คุณสมัคร คุณอภิสิทธิ์ คุณจำลอง

จากความคิดสาระตะที่ได้มาจากการซื้อของ ผมก็เลยมาลองจัดความสัมพันธ์ของคน
ทั้งสามคนนี้ดู

คุณสมัครกับคุณจำลองเคยเป็นผู้ว่ากรุงเทพฯ แต่คุณอภิสิทธิ์ไม่เคยเป็น
ดังนั้นคุณอภิสิทธิ์ไม่เข้าพวก
คุณสมัครกับคุณอภิสิทธิ์ไม่ได้เป็นทหาร แต่คุณจำลองเป็นถึงนายพล
ดังนั้นคุณจำลองไม่เข้าพวก
คุณอภิสิทธิ์กับคุณจำลองไม่เคยเป็นนายกฯ (ณ. วันนี้) แต่คุณสมัครเคยเป็น
ดังนั้นคุณสมัครไม่เข้าพวก

จากบทสรุปที่เคยได้มา ความเข้าพวกมากกว่าความไม่เข้าพวก ดังนั้นสามคนนี้เป็นพวก
เดียวกัน ...งั้นเรอะ ?...

ผมเดินออกจากเจ็ด-สิบเอ็ดโดยทิ้งความฟุ้งซ่านทั้งหมดไว้ที่นั่น ผมดูดนมไประหว่าง
เดินทางกลับ กะว่าพอไปถึงห้องจะยำปลากระป๋องแกล้มกับเบียร์ซะหน่อยดีกว่า




 

Create Date : 12 ธันวาคม 2551    
Last Update : 12 ธันวาคม 2551 16:12:55 น.  

ปฏิกิริยาลูกโซ่

ช่วงหัวค่ำจนถึงสี่ทุ่มเป็นช่วงที่ผมรำคาญใจที่สุด

พอถึงช่วงเวลานั้น มิตรรักชาวหอทั้งหลายต่างพากันกระหน่ำใช้ไฟฟ้าจนทำให้เกิดอาการ
ไฟตกอยู่เรื่อย ที่จริงตอนผมย้ายมาอยู่ใหม่ๆ ไฟมันก็ไม่ได้ตกนะ แต่พออยู่ไปซักพัก คน
เริ่มย้ายเข้ามาอยู่เรื่อยๆ อาการไฟตกก็เริ่มรุนแรงหนักขึ้น จนในที่สุดก็ถึงขั้นที่ทำให้คอม
ของผมดับไปเลย แถมเป็นบ่อยอีกต่างหาก สร้างอารมณ์เสียให้ผมอย่างถึงที่สุด งานการ
ที่อุตส่าห์ทำไว้ อันตรธานหายไปหมดจนต้องเซฟไว้บ่อยๆ

น่าเบื่อมาก

ผมเคยไปบ่นกับถึงเรื่องนี้กับเจ้าของหอหลายต่อหลายครั้งแล้ว บอกให้เพิ่มหม้อแปลง
แต่ก็ไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรเท่าไร แล้วยิ่งเมื่อเร็วๆนี้ พื้นที่รอบข้างต่างพากันสร้างหอพัก
จนผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด รับรองได้เลยว่าแย่งไฟกันสุดๆ พอรูปการณ์มันเป็นแบบนี้ ผมคง
ต้องเผชิญกับปัญหาไฟตกที่หนักยิ่งขึ้นกว่าเดิม

แล้วทำไมไฟมันตกได้ตกดี

ก็รู้ๆกันอยู่ ช่วงหัวค่ำจนถึงสี่ทุ่มเป็นช่วงที่มีความต้องการไฟฟ้าสูงสุดของวัน ดังนั้น
บริเวณที่มีชุมชนอาศัยหนาแน่น ถ้าการไฟฟ้าไม่ Boost กระแสไฟให้เพียงพอต่อความ
ต้องการ ไฟก็อาจจะตกได้

แล้วทำยังไงถึงจะมีไฟฟ้าพอใช้งาน

นี่เป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องหาลู่ทางเพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้า ก็เพราะ
ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ดังนั้นหลวงจึงพยายามที่จะสร้างโรงไฟฟ้า
เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และโรงไฟฟ้าที่มีแผนจะสร้างส่วนใหญ่ก็เป็นโรงไฟฟ้าพลัง
ความร้อนที่ใช้การเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทแก็ส ถ่านหิน น้ำมันเตาหรือชีวมวล แต่
โรงไฟฟ้าพวกก็สร้างปัญหาให้กับชุมชนข้างเคียง จนทำให้เกิดการประท้วงต่อต้านกัน
อยู่เนืองๆ

ไม่ได้สร้างกันพอดี

แต่พวกโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนพวกนี้ล้วนแต่ใช้เชื้อเพลิงที่กำลังหมดไปจากโลก
ดังนั้นโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์จึงถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงความเป็นไปได้ในการ
สร้างเพื่อมารองรับความต้องการไฟฟ้าในอนาคตที่เพิ่มสูงขึ้น

พลังงานนิวเคลียร์ที่นำมาใช้ในที่นี้คือปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิสชันที่เกิดจากการระดมยิง
Uranium 235 ด้วยนิวตรอน ทำให้เกิดการแตกตัวได้ไอโซโทปเลขอะตอมต่ำกว่าคือ
แบเรียม และคริปทอน กระบวนการนี้จะคายพลังงานออกมามากมายมหาศาล และการ
แตกตัวนี้ทำให้เกิดนิวตรอน 2-3 ตัว นิวตรอนเพิ่มออกมาจะไปทำให้ U235 2-3 ตัว
แตกตัวออกให้นิวตรอนเพิ่มมากขึ้นอีกจนกลายเป็นปฏิกริยาลูกโซ่ไปเรื่อย ๆ จำนวน
การแตกตัวจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและคายความร้อนออกมาอย่างมหาศาล ดังนั้นจึง
ต้องมีวิธีการควบคุมพลังงานความร้อนที่คายออกมา สำหรับในเตาปฎิกรณ์นิวเคลียร์
ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะมีแท่งควบคุม (control rod) เป็นตัวหยุดปฎิกริยาลูกโซ่
ทำจากโลหะที่สามารถดูดนิวตรอนได้ เช่น แคดเนียม (Cadmium, Cd) หรือโบรอน
(Boron, B) สามารถควบคุมอัตราการเกิดปฎิกริยาให้มากหรือน้อยได้

ด้วยเหตุที่พลังงานนิวเคลียร์เป็นพลังงานที่มีอันตรายมาก ดังนั้นโรงไฟฟ้าพลังงาน
นิวเคลียร์จึงต้องมีมาตรการควบคุมความปลอดภัยที่สูงมากและเป็นสาเหตุที่ทำให้
โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์มีราคาในการก่อสร้างที่สูง ประมาณกันว่าโรงไฟฟ้า
พลังงานนิวเคลียร์ขนาด 1000 Mwatt ใช้เงินในการก่อสร้างถึง 3100 ล้านดอลลาร์

ราคาแพงมาก

ดังนั้นถ้าจะลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ รัฐบาลจะต้องซื้อทั้งเทคโนโลยี
ต้องทำการเปิดประมูลผู้รับเหมาทั้งในประเทศและนอกประเทศเพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้านี้
ขึ้นมา ซึ่งผู้รับเหมาก็ต้องสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างและมีการจ้างแรงงานเป็นจำนวนมาก ทำให้
บริษัทวัสดุก่อสร้างต้องเร่งกำลังการผลิต คนงานต้องทำงานโอทีเพิ่มขึ้นจนมีเงินเหลือ
พอที่จะไปดาวน์รถมอเตอร์ไซค์มา ความต้องการมอเตอร์ไซค์เพิ่มขึ้น บริษัทผลิตรถ
มอเตอร์ไซค์ต่างก็ต้องเร่งทำการโหมโฆษณาสินค้าของตัวเองมากขึ้น จึงต้องจ้าง
เอเยนซีให้ทำสปอตโฆษณา พนักงานบริษัทต้องอยู่โยงทำโอทีจนดึก กลัวว่าตัวเองจะ
หิวก็เลยซื้อกล้วยแขกขึ้นมากิน แม่ค้าขายกล้วยแขกขายดีมากจนต้องสั่งกล้วยเพิ่มขึ้น
จากเดิม ชาวสวนเองเองก็มีกล้วยไม่พอขายให้เนื่องจากแม่ค้าขายกล้วยแขกตามหน้า
โรงงานประกอบรถมอเตอร์ไซค์และโรงงานผลิตวัสดุก่อสร้างต่างก็สั่งกล้วยเพิ่มขึ้นด้วย
ชาวสวนก็เลยต้องขยายพื้นที่ปลูกกล้วยเพิ่ม ต้องจ้างแรงงานมาปลูกกล้วยเพิ่ม แรงงาน
พอมีเงินก็ไปซื้อ.....

นี่มันปฏิกิริยาลูกโซ่ชัดๆ !

ทำยังไงดี แค่รัฐบาลลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ แต่ผลพวงที่ได้กลับเป็นการจุด
ปฏิกิริยาลูกโซ่ของการซื้อ-ขายและจ้างงานอันบ้าคลั่งนี้ขึ้นมา มันต้องมีอะไรควบคุม
ปฏิกิริยานี้ ไม่เช่นนั้นผู้คนจะต้องทำการซื้อ-ขายและจ้างงานกันอย่างไม่รู้จักจบสิ้น
มันคืออะไร สิ่งที่จะมาควบคุมความบ้าคลั่งนี้

อ้า ! ผมนึกออกแล้ว สิ่งที่จะมาหยุดยั้งปฏิกิริยาลูกโซ่นี้นั่นก็คื




 

Create Date : 09 ธันวาคม 2551    
Last Update : 9 ธันวาคม 2551 11:07:44 น.  

เขาเรียกกันว่าอะไร ?

โลกนี้ช่างโหดร้าย
รู้ไหมว่า มีบางสิ่งบางอย่างอยู่ในโลก
สิ่งที่อ่อนโยนและแสนหวาน
ถ้าเราเกิดบังเอิญไปเห็นเข้า แน่นอนเลยล่ะว่า เราจะต้องถวิลหามัน
ดังนั้นโลกจึงได้ซ่อนเร้นสิ่งนั้นไว้ไม่ให้เราเห็น
และก็ไม่ยอมให้ใครไขว่คว้าไปได้ง่ายๆ
แต่ถึงยังไง ก็ยังมีคนเห็นมันเข้าอยู่ดี
คนผู้ซึ่งสมควรจะเห็นมันและสามารถที่จะเห็นมันได้
โลกก็เป็นเช่นนี้แหละ




 

Create Date : 05 ธันวาคม 2551    
Last Update : 5 ธันวาคม 2551 8:28:10 น.  

ปฏิทิน

ผมจำไม่ได้แล้วล่ะว่าตั้งแต่เมื่อไรกัน ที่ทั้งบ้านของผมและห้องพักของผมเริ่มแขวน
ปฏิทินรูปพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง รู้แต่ว่า ตั้งแต่เริ่มให้ความใส่ใจกับวัน
และเวลา ปฏิทินที่ดูก็จะเป็นรูปพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่านเสมอ

วันนี้ผมมองไปที่ปฏิทิน ทั้งๆที่ขึ้นเดือนใหม่แล้ว แต่ผมยังไม่ได้ฉีกของเดือนที่แล้ว
ออกเลย ผมจึงเดินไปฉีกปฏิทินเพื่อเปลี่ยนจากเดือนพฤศจิกาเป็นเดือนธันวา
ปฏิทินแกว่งไกวไปมาตามแรงฉีก ด้วยการแกว่งไกวนี้ ผมเลยสังเกตเห็นบางสิ่ง

ปฏิทินเก่าๆที่ซ้อนๆทับกันอยู่ข้างหลัง

เนื่องจากเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ ผมก็เลยไม่กล้าเอาไปเก็บไว้ในที่ที่ไม่เหมาะสม
ห้องพักของผมเองก็มีขนาดเล็กซะด้วยไม่มีที่เก็บที่ดีๆ ดังนั้น ผมก็เลยเอาปฏิทินมา
ซ้อนทับกันไปเรื่อยๆ แบบนี้

ผมเลิกปฏิทินขึ้นดู เห็นปฏิทินเก่าๆ จำนวนหลายแผ่นไล่ย้อนหลังไปเรื่อยๆ ปี 50,
49, 48 ทั้งหมดล้วนแต่เป็นรูปพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง

ด้วยปฏิทินที่ซ้อนๆกันอยู่ ทำให้ผมเห็นความเปลี่ยนแปลงของพระองค์ท่านชัดเจน
กาลเวลาที่ไหลผ่านอย่างต่อเนื่องทำให้พระพักตร์ของพระองค์ท่านมีริ้วรอยและ
สีสันที่ค่อยเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ทรงพระชราภาพตามจำนวนปีที่เพิ่มขึ้น

ตั้งแต่จำความได้ เมื่อถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษาทีไร เวลาที่เขาจุดเทียนชัย
ถวายพระพร แม่จะนำผมและน้องมาร่วมกันจุดเทียนถวายพระพรอยู่เสมอ เรา
แม่ลูกจะร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงสดุดีมหาราชาเป็นประจำทุกปี
ตอนเรียนประถม ทุกวันศุกร์เวลาเลิกเรียน เด็กนักเรียนจะเข้าแถวเพื่อร้องเพลง
สรรเสริญพระบารมี มันเป็นเช่นนั้นตลอดจนกระทั่งผมเรียนจบชั้นประถม

เวลาผ่านไปหลายปี อายุของผมก็เพิ่มขึ้นตาม แต่น่าแปลกใจที่กิจกรรมเหล่านี้กลับ
ค่อยๆลดลงไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นว่าวันที่ 5 ธันวากลายเป็นหนึ่งในวันหยุดไป
ราวกับว่าความจงรักภักดีของผมค่อยๆลดลงไปเรื่อยๆ

หลายปีที่ผ่านมานี้ ข่าวการประชวรของพระองค์ได้ยินถี่ขึ้นเรื่อย และบางครั้งก็ได้
ข่าวว่าพระองค์ทรงประชวรหนักจนต้องประทับโรงพยาบาลเป็นเวลานาน

อกผมสะท้อนหวั่นไหว

ผมยังไม่เคยเข้าเฝ้าพระองค์เลย เคยแต่แค่ตั้งแถวรอรับเสด็จตอนงานพระราชทาน
ปริญญาบัตรที่มหาวิทยาลัยของผม ซึ่งปีนั้นเป็นปีสุดท้ายที่พระองค์ท่านเสด็จมา
พระราชทาน ระหว่างที่ตั้งแถวรอ เจ้าหน้าที่ก็เดินมาบอกว่า เวลารถพระที่นั่งผ่าน
ให้ทุกคนถวายความเคารพ ห้ามจ้อง ซึ่งพอถึงเวลารถพระที่นั่งจะผ่าน ผมคำนับก่อน
รถจะมาถึงเสียอีก และก้มลงจนรถพระที่นั่งผ่านไปโดยไม่ได้มองดูพระองค์เพื่อเป็น
บุญตาแต่อย่างใด

ทั้งๆที่ครั้งนั้น เป็นโอกาสเพียงแค่ครั้งเดียว แต่ผมกลับไม่ได้เห็นพระองค์แบบเต็มๆตา
ไม่รู้ว่าจะได้มีโอกาสได้เข้าเฝ้าพระองค์อย่างใกล้ชิดหรือไม่ ทุกวันนี้ ผมได้เห็นพระองค์
จากปฏิทินเท่านั้น และผมเองก็ไม่รู้ว่าปฏิทินของผมจะซ้อนหนาเพิ่มขึ้นได้อีกเท่าไร
ตอนนี้ผมรู้เพียงอย่างเดียว และจะทำเพื่อสิ่งนั้นด้วยดวงจิตปรารถนาอันแรงกล้า

ด้วยอำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยตลอดจนสิ่งศักดิสิทธิ์ทั้งหลายจากสากลโลก
จงดลบันดาลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเกษมสำราญ พระชนมายุยิ่งยืนนาน

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ




 

Create Date : 04 ธันวาคม 2551    
Last Update : 4 ธันวาคม 2551 8:29:50 น.  

คิดถึงเพลงเก่าๆ

เคยมีบ้างสักครั้งบ้างไหมในชีวิตเรา ที่เคยมีความรู้สึกพิเศษกับใครซักคน
มันใจสั่น วาบหวาม เกินห้ามตัวเอง จนเผลอปล่อยใจไปกับเขาคนนั้น
แต่สุดท้ายเรากับเขาคนนั้นก็ไม่ได้สานความสัมพันธ์อะไรกัน จากกันไป
เหลือไว้เพียงแค่ความทรงจำที่ยากจะลืมเลือนว่าตัวเราเคยรู้สึกกับเขาคนนั้นอย่างไร
ที่ต้องเก็บเอาไว้กับตัวเอง ไม่ได้บอกเขาไป

“แต่กับเธอที่ผ่านมาชั่วคราว"
"และเรื่องราวที่ผ่านไปชั่วข้ามคืน"
"กับอะไรที่เป็นไป ก็ยังไม่เคยลืม เหมือนว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของหัวใจ”

ผมเคยมีช่วงหนึ่งที่เคยรู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่ง
เราเจอกับบ่อยๆ เราชอบพูดคุยหยอกล้อกันเล่นอยู่เสมอ
จนนานวันเข้าความรู้สึกก็เริ่มเปลี่ยนไป
เริ่มรู้สึกวาบหวามหัวใจเมื่อใกล้เธอ รู้สึกอยากอยู่ใกล้เธอตลอดเวลา
แต่ผมพยายามข่มใจ หักห้ามใจ ควบคุมตัวเองไว้
จนสุดท้าย เราก็จากกันไป
เหลือแค่ภาพตัวตนของเธอและช่วงเวลานั้น อยู่ในหัวใจเท่านั้น

“เราไม่เคยจะรักกัน มีแต่วันที่อ่อนไหว ผ่านเลยไปและไม่เคยจะกลับมา"
"เป็นแค่ความประทับใจ ที่ยังคงแน่นหนา มีแต่ฝนมีแต่ฟ้าที่เข้าใจ”

“ใต้ต้นไม้ที่ไม่มีร่มเงา"
"กิ่งก้านมันคงไม่สูงสักเท่าไร"
"แต่รากลึกลงในดิน หยั่งลึกลงในใจ มีความหมายที่มากมายตลอดมา”

ต้นไม้ที่ไม่มีร่มเงา
เราจะเข้าไปนั่งพักผ่อนอะไรใต้ร่มไม้นี้ก็ไม่ได้
เหมือนกับความรู้สึกตอนนั้นของเรา
พลุ่งพล่าน เอ่อล้นท้นใจ
แต่กลับไม่สามารถยึดถือ เชื่อมั่นได้
ต้องปล่อยผ่านไป
มีเพียงแต่รากแห่งความทรงจำเท่านั้น
ที่ฝังความรู้สึกดีๆ เอาไว้ในใจเราและจะคงอยู่ตลอดไป




 

Create Date : 03 ธันวาคม 2551    
Last Update : 3 ธันวาคม 2551 13:00:20 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  
garnet19th
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add garnet19th's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.