พ่อผมอยากเป็นอาจารย์

"เี๋ดี๋ยวอีกสักหน่อยพ่อก็จะไปเป็นอาจารย์"
อยู่ ดี ๆ พ่อพูดลอย ๆ ขึ้นมา

"แก่อย่างพ่อใครเขาจะเอาไปเป็นอาจารย์"
"บ๊ะ ไอ้นี่ จะอ่อนจะแก่ก็เป็นอาจารย์ได้ทั้งนั้นแหล่ะ อย่างพ่อนี่อีกไม่กี่ปีหรอก"
"โอ้ย อย่างพ่อนี่อีกนานกว่าจะได้เป็นอาจารย์"
"พ่อว่าิีอีกไม่นานหรอก อะไร ๆ มันก็ไม่แน่นอน"
พ่อหยุดพูด สายตาเหม่อลอย เหมือนแกมองอะไรสักอย่างที่ไม่ได้อยู่ตรงหน้า
ผมมองแก เห็นแผลเป็นจากฟันการฝ่าสู้ชีวิตปรากฏทั่วใบหน้า

ใช่แล้วล่ะ พ่อผมผ่านร้อนผ่านหนาวมานานจนทำให้แกรู้และเข้าใจความไม่แน่นอน
ได้อย่าง ถ่องแท้



พ่อผมเป็นลูกชาวนา เรียนจบการศึกษาภาคบังคับในสมัยนั้นซึ่งก็คือ ป. สี่ และ
พอจบก็แน่ นอนอยู่แล้วว่าต้องหางานทำ พ่อตะลอน ๆ ทำงานไปเรื่อย รับจ้างบ้าง
ขาย ของบ้าง ทำงานตามโอกาสและโชคจะอำนวย แกทำงานอยู่พักใหญ่ก็ได้พบ
กับแม่ และก็แต่งงานกัน หลังจากนั้นพ่อก็มาเปิดร้านขายยาแผนโบราณ ซึ่งกิจการ
ก็ ดี สามารถเลี้ยงตัวได้สบาย ๆ เรียกได้ว่าเป็นชีวิตที่มั่นคง

แต่แล้ว ก็เกิดเหตุการณ์พลิกผัน

พ่อไปค้ำประกันเงินกู้ให้เื่พื่อน และเพื่อนก็สนองคุณโดยการชิ่งหนี ทิ้งหนี้ไว้ให้ดู
ต่างหน้า นายประกันอย่างพ่อเลยต้องใช้หนี้แทน เงินทอง ทรัพย์สมบัติ ร้านยา
โดนยึด ไปหมด

พ่อผมกลายเป็นคนล้มละลาย

แต่ชีวิตเมื่อยังหายใจก็ต้อง สู้ต่อไป พ่อซึ่งไม่เหลือทรัพย์สมบัติอะไรนอกจากแรง
เลยต้องใช้แรงเพื่อ หาเงิน และยังดีที่วัยหนุ่มพ่อเคยผ่านงานพวกนี้และได้เรียนรู้
วิชามา พ่อจึงกลายมาเป็นช่างปูน จากเจ้าของร้านยาผันตัวเองมาเป็นกรรมกร

ชีวิต มันไม่แน่นอนจริง ๆ



"พ่อจะไปเป็นอาจารย์"
พ่อย้ำคำอย่าง หนักแน่น

"ไม่มีทาง ผมไม่ยอมให้พ่อไปเป็นหรอก"
ผมก็ย้ำคำอย่าง หนักแน่นเช่นกัน

พ่อนิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะพูดต่อ
"ชีวิตของพ่อนอก จากลูก ๆ แล้ว พ่อก็ไม่เคยได้สั่งสอนใคร จบก็แค่ ป.สี่ ความรู้
ก็น้อย เท่าหางอึ่ง จะไปสอนอะไรเขาได้"

แล้วดวงตาของพ่อฉายประกายแสงขึ้นมา วูบวาบ
"แต่ด้วยร่างกายพ่อนี่แหล่ะ สามารถสอนให้คนเป็นหมอได้ มันดีแค่ไหนที่คนไร้
ความรู้ความสามารถอย่างพ่อ สอนคนได้"
"ผมไม่ยอม หรอก ศพพ่อ ผมจะเผาเอง"

พ่อหันมาจ้องหน้าผม สายตาเราประสานกัน ผมหลบสายตาพ่อ ผมแพ้ประกาย
วูบวาบที่อยู่ในดวงตาฝ้า ๆ คู่นั้น

"เปา สังขารมันไม่เที่ยงแท้ แต่ถึงมันจะไม่เทียงแท้ ถ้าเกิดเราใช้มันเกิดประโยชน์
ได้ มันก็ดีไม่ใช่เหรอ "
"ให้พ่อได้ เป็นประโยชน์ โดยการไปเป็นอาจารย์สั่งสอนคนให้เป็นหมอเถอะ"
รอยยิ้มผุด ขึ้นบนใบหน้าเหี่ยวย่นนั้น

ผมนิ่งเงียบ ไม่ตอบ ไม่ต่อต้าน

รอย ยิ้มและดวงตาของพ่อดูหนักแน่นเสียเหลือเกิน


Create Date : 23 พฤษภาคม 2553
Last Update : 23 พฤษภาคม 2553 18:44:55 น. 3 comments
Counter : 286 Pageviews.

 
นีืคือเรื่องแต่ง มิใช่เรื่องจริงแต่อย่างใด


โดย: garnet19th วันที่: 23 พฤษภาคม 2553 เวลา:18:45:55 น.  

 


โดย: nuyza_za วันที่: 23 พฤษภาคม 2553 เวลา:19:09:18 น.  

 

อาจารย์ใหญ่ ท่านเป็นประโยชน์มากต่อการศึกษาจริงๆน่ะละ :)


โดย: ภูติ วันที่: 23 พฤษภาคม 2553 เวลา:22:26:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

garnet19th
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add garnet19th's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.