วิ่ง

ผมขยับรองเท้าวิ่งคู่เก่งให้กระชับ วอร์มเล็กน้อย ก่อนเริ่มออกวิ่งเหยาะ ๆ

จะว่าไป ผมเองก็ไม่ได้ออกวิ่งมานานพอสมควรแล้ว ตั้งแต่จบมาทำงาน ผมก็ไม่ได้
ออกกำลังกายให้เป็นกิจลักษณะเท่าใดนัก ไม่เหมือนกับสมัยเรียน ช่วงนั้นผมเป็น
นักกีฬา ต้องฝึกซ้อมและวิ่งอยู่เสมอๆ ร่างกายเลยแข็งแรง รู้สึกตัวเองคล่องแคล่วและ
ปราดเปรียวกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้

ราวกับว่าหน้าที่การงานดูดความกระฉับกระเฉงของผมออกไปเรื่อย ๆ

เนื่องจากเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน วันนี้ผมก็เลยตั้งเป้าไว้ว่าจะวิ่งสักสองกิโล
เพราะขืนฝืนมากไปจะไม่มีแรงทำงานเอาได้ วิ่งแค่นี้ก็เพียงพอที่จะเรียกเหงื่ออกจากตัว
ของผมแล้ว

เสียงรองเท้ากระทบพื้นเบา ๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ สายตาของผมมองทางแค่ไม่เกิน
สองเมตรข้างหน้าเท่านั้น พยายามควบคุมลมหายใจให้ผ่านเข้าออกแต่ทางรูจมูกเท่านั้น
รักษาจังหวะการวิ่งให้สม่ำเสมอ

สมองว่างเปล่า ไม่มีเรื่องใดให้คิด

วิ่งได้สักหน่อย ผมก็เร่งจังหวะการวิ่งขึ้นเรื่อยๆ รู้อยู่ว่ามันเริ่มที่จะฝืนตัวเองแล้ว แต่ผมก็
อยากจะไปข้างหน้าให้เร็วขึ้นกว่านี้ อยากวิ่งเสร็จเร็วขึ้น จังหวะการหายใจที่อุตส่าห์
ควบคุมมาตั้งแต่เริ่มวิ่งก็เสียจังหวะไป ผมเริ่มออกอาการหมายิ้ม วิ่งไล่งับอากาศ เสียง
หายใจดังฟืดฟาด

รู้สึกได้ถึงการเต้นของหัวใจและการไหลเวียนของเลือดในตัว

ในที่สุดก็วิ่งครบสองกิโล ผมโซซัดเซกลับหอ ระหว่างเดินกลับ จมูกผมก็แสบจนน้ำมูก
ไหลออกมาอยู่เรื่อย ผมต้องคอยเช็ดทิ้ง มันเป็นอย่างนี้ทุกครั้งเวลาที่ผมเริ่มกลับมา
ออกกำลังกาย อาการนี้จะหายไปเมื่อออกกำลังกายจนเริ่มอยู่ตัว

แต่ก็น่าแปลก ทั้งๆ ที่น้ำมูกไหลออกมาตลอดอย่างนั้น ผมกลับได้กลิ่นเหม็นของควันรถ
กลิ่นน้ำมันเบนซินจากการสันดาปที่ไม่สมบูรณ์ปะปนในอากาศอย่างชัดเจน ทั้งๆ ที่ก่อน
เริ่มวิ่ง ผมไม่ได้กลิ่นพวกนี้เลย

ราวกับว่าจมูกผมกลับมามีความสามารถในการดมกลิ่นเหมือนเดิม

ใช่แล้วล่ะ ในที่สุดผมก็เริ่มนึกขึ้นมาได้ว่า ทำไม ทั้งๆ ที่วันนี้เป็นวันฟ้าหม่นและมืดครึ้ม
บรรยากาศไม่เป็นใจสำหรับการวิ่งแบบนี้ ผมกลับหยิบรองเท้าออกมาวิ่ง ที่แท้ก็เป็นเพราะ
ผมต้องการเรียกบางสิ่งบางอย่างกลับคืนมาสู่ตัวผม สิ่งที่ค่อยๆ ลบเลือนหายไปเรื่อย ๆ

ความมีชีวิต

ทุกครั้งที่วิ่ง ผมจะรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นโครมคราม ใช่แล้ว หัวใจยังไม่ตายด้าน
ทุกครั้งที่วิ่ง ผมจะปวดเส้นเลือดที่ขมับ ใช่แล้ว ร่างกายผมยังไม่ได้แห้งแล้ง ยังมีเลือด
หล่อเลี้ยงอยู่
ทุกครั้งที่วิ่ง ผมจะดมกลิ่นได้ดีขึ้น ใช่แล้ว ผมยังสามารถได้กลิ่นหอมหวลที่อาจลอยมา
ตามลมได้

ดังนั้นต่อไปนี้ ทุกครั้งเวลาที่ฟ้าครึ้มหรือฝนตก ผมจะออกวิ่งเพื่อไล่กวดตัวผมที่แอบหนี
ไปกลับคืนมา ผมจะเรียกตัวผมกลับคืนมาด้วยการวิ่ง





Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2552 15:46:53 น. 2 comments
Counter : 266 Pageviews.

 

การออกกำลังเป็นสิ่งที่ดีนะ ไม่ว่าจะทำเพื่ออะไรก็เถอะ

ขอเพียงอย่าฝืนออกจนเกินกำลัง





โดย: ภูติ วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:19:27:30 น.  

 
สวัสดียามดึก...

เมื่อสมัยเด็ก ๆ เคยเป็นนักวิ่งของโรงเรียน...

แต่สมัยนี้...แค่วิ่งเล่นกะมะหมาที่บ้านซัก 5 นาที

ก็ลิ้นห้อย ปากซีด น้ำลายยืดแว้ว ว ว!



ปล. การวิ่งที่เหนื่อยที่สุด คือการวิ่งหนีใจตัวเอง...


โดย: i am_giddy วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:22:58:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

garnet19th
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add garnet19th's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.