ความมืด

ผมชอบที่จะจมอยู่กับความมืด

เมื่อใดที่ผมได้อยู่กับความมืด ผมจะรู้สึกผ่อนคลายไร้กังวลราวกับความมืดได้โอบอุ้มและห่ม
คลุมตัวของผมโดยใช้ร่างกายของมัน มันช่างอบอุ่นและอ่อนโยนเสียเหลือเกินให้ความรู้สึก
เป็นนัย ๆ ว่า ความมืดจะปกปักคุ้มครองผมและอยู่กับผมเสมอ

และด้วยเหตุนี้ ผมจึงพึงพอใจเลือกที่จะอยู่ห้องอันมืดมิดมากกว่าอยู่กลางทุ่งโล่งแจ้งที่มีสายรุ้ง
พาดผ่านและประกายแดดระยิบระยับ เพราะถึงแม้รุ้งจะสวยงามแค่ไหนแต่แสงที่สว่างสดใส
ของมันกลับทำให้ผมรู้สึกว่า ผมกำลังโดนแผดเผา แสงสว่างจะส่องทำลายร่างกายของผมให้
มอดไหม้จนหมดสิ้น

ผมจึงรักความมืด

ห้องของผมจึงเป็นห้องที่ไม่เปิดไฟ ปิดประตู หน้าต่างและม่านไว้อย่างมืดชิด พยายามที่จะเก็บ
กักความมืดเอาไว้เพื่อโอบอุ้มและเยียวยาตัวของผมซึ่งไม่พิศสมัยแสงสว่างให้สามารถดำรง
ตัวตนและอัตตาอยู่บนโลกนี้ได้

ที่นี่จึงเป็นสรวงสวรรค์ของผม

แต่ด้วยที่ความมืด ต่อให้ดำมืดมิดสักแค่ไหน ก็ยังพ่ายแพ้แก่แสงสว่างที่เล็กกว่าลำเข็มอยู่ดี
มันคงจะเป็นเพราะธรรมชาติที่ได้กำหนดให้ผู้ที่แข็งแกร่งกัดกินผู้ที่อ่อนแอกว่า ความมืดอัน
อ่อนโยนและรักสงบถึงได้พ่ายแพ้ต่อแสงสว่างผู้แข็งกร้าวที่รุกรานเข้ามา

ไม่เว้นแม้แต่ห้องอันมืดมิดของผม

แสงสว่างได้แอบทะลวงเข้ามาในห้องของผม ทำให้ความมืดของผมต้องถูกเผาจนมอดไหม้
มันรุกรานเข้ามา ขู่เข็ญ ขับไล่ แย่งชิงเอาพื้นที่ที่เรียกได้แหล่งพักพิงสุดท้ายของผม ราวกับหื่น
กระหายอยากได้ อยากครอบครองทุกสิ่ง ด้วยความต้องการอันเป็นอนันต์ของมัน

แม้ว่าผมจะพยายามต่อสู้กับมันอย่างเต็มที่ ทั้งปิด ปะ และบังช่องที่แสงเหล่านั้นลอดผ่านเข้ามา
เท่าไรก็ตาม มันก็ยังหาจุดเล็ดลอดตรงที่อื่นเข้ามาได้เรื่อย ๆ และเพิ่มจำนวนการรุกรานมากขึ้น
ความมืดค่อย ๆ ถูกฆ่าตาย ห้องเริ่มสว่างขึ้นเรื่อย ๆ

ผมกำลังพ่ายแพ้

ผมทรุดเข่าลงอย่างท้อแท้ ไร้เรี่ยวแรงและกำลังใจที่จะต่อสู้ ไม่ว่าจะพยายามเท่าไรก็ตาม ผมก็
ไม่สามารถเอาชนะได้เลย มันเป็นอะไรที่เปล่าประโยชน์ เป็นการต่อสู้ที่เห็นจบจุด และผู้พ่ายแพ้
ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว

ผมต้องถูกแผดเผาด้วยแสงสว่าง

มันจะเป็นเช่นนั้นหรือ ผมจะยอมให้แสงสว่างรุกรานความมืดที่ปกป้องคุ้มครองผมเหรอ แล้วก็
ยอมให้แสงสว่างแผดเผาร่างของผมจนมอดไหม้กลายเป็นธุลีอย่างนั้นเหรอ

ผมกดนิ้วชี้เข้าที่หัวตา แต่นิ้วกลับไม่สามารถทะลวงผ่านเนื้อเยื่อได้ สงสัยแรงคงจะยังไม่พอ
ผมจึงเพิ่มแรงกดเข้าไปอีก ใช้นิ้วแซะชอนไชให้มันชำแรกแทรกผ่านเนื้อเยื่อและเส้นเอ็นที่
ยึดติดดวงตาเอาไว้จนขาดออกจากกัน ความเจ็บปวดอันเหลือคณานับพุ่งจากปลายนิ้วแล่นเข้า
โดยตรงสู่สมอง น้ำตาเลือดหลั่งรินออกมาเป็นสายสีชาดอาบรดแก้มและหน้าอกของผม ผมใช้
นิ้วคว้านรอบเบ้าตาจนรอบแล้วจึงทำนิ้วเป็นตะขอ กระชากจนลูกตาจนหลุดออกมาจากเบ้า

และผมทำเช่นเดียวกันกับตาอีกข้าง

แน่นอนว่าสิ่งที่ผมทำนั้น มันไม่ใช่การต่อสู้เพื่อเอาชนะแสงสว่าง ผมพ่ายแพ้ให้กับมันไปแล้ว
ผมไม่สามารถปกป้องความมืดอันเป็นที่รักของผมได้ ความมืดได้ถูกแสงสว่างกัดกินไปจน
หมดแล้ว ไม่เหลือความอ่อนโยนที่คุ้นเคยอีกต่อไป เหลือเพียงตัวของผมคนเดียวที่ยืนอาบ
แสงอันร้อนและเจิดจ้าอย่างไร้การปกป้อง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะต้องถูกแผดเผา
ด้วยแสงสว่าง ผมไม่มีวันยอม ไม่มีทางยอมให้เป็นเช่นนั้น ผมจึงต่อสู้กับมันอย่างจนตรอกโดย
การควักลูกตาของผมออกมา

ถึงผมจะไม่มีวันชนะ และรู้ว่ามันยังอยู่รอบตัวผม แต่ผมก็ไม่มีวันเห็นมันอีกต่อไป





Create Date : 12 มีนาคม 2552
Last Update : 12 มีนาคม 2552 16:09:54 น. 1 comments
Counter : 280 Pageviews.

 
ถึงแม้จะมองไม่เห็นด้วยดวงตา...

แต่...ภายใน ก็ยังคงเห็นภาพอันน่ากลัวอยู่นั่นเอง.

บรื๋อว์......


ปล.สวัสดียามค่ำค่ะ
สบายดีนะคะ
แล้วจาแวะมาทักทายใหม่ค่า...


โดย: i am_giddy วันที่: 14 มีนาคม 2552 เวลา:20:35:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

garnet19th
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add garnet19th's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.