Group Blog
 
All Blogs
 

หงสาจอมราชันย์ (The Ravages of Time)



หงสาจอมราชันย์ (The Ravages of Time)
ผู้แต่ง เฉิน เหมา
ผู้แปล ม. ประภา

ถ้าพูดถึงการ์ตูนที่ชอบแล้ว ไม่พูดถึงเรื่องนี้ก็คงไม่ได้

หงสาจอมราชันย์เป็นการ์ตูนที่ทำให้ผมรู้จักกับเว็บพันทิพ ห้องเฉลิมไทย เนื่องจาก search หาเล่นๆ จนมาเจอกระทู้เกี่ยวกับการ์ตูนในห้องนี้นั่นเอง ติดตามมาตั้งแต่ยังมีคนรู้จักไม่กี่คนจนตอนนี้มีแฟนๆ เยอะขึ้นมากทีเดียว.

ความจริงตอนเด็กเคยอ่านสามก๊กฉบับนิยายมาก็นานมากแล้วจนเกือบจำชื่อตัวละครไม่ได้แม้กระทั่งตัวเด่นๆ แต่ก็ยังชอบความเป็นสามก๊กมาตลอด เกมส์ออกมาก็เล่น การ์ตูนออกมาก็อ่าน.

ซึ่งการ์ตูนสามก๊กนั้นมีออกมามากมายหลายเวอร์ชั่น ตั้งแต่ผมเป็นเด็กจนโต อ่านมานับสิบเวอร์ชั่น ที่อ่านๆ มาแม้สนุกแต่ก็ไม่ได้ประทับใจอะไรเท่าไหร่ จนกระทั่งวันหนึ่ง พี่ชายได้เอาการ์ตูนเรื่องสามก๊กเวอร์ชั่นล่าสุด (ในสมัยนั้น) มาให้อ่าน นั่นก็คือเรื่อง หงสาจอมราชันย์(The Ravages of Time) นั่นเอง.

เวอร์ชั่นนี้ ต้องนับเป็นเวอร์ชั่นที่ถูกใจที่สุดในทุกๆ ด้าน

- ลายเส้น ที่มีความละเอียด สวยงาม ยิ่งวาดก็ยิ่งสวย. บางคนอาจบอกว่าวาดหน้าตาตัวละครเหมือนกันหมด แต่ผมว่าตัวละครในเรื่องนี้มีเยอะมากๆ การที่หน้าบางตัว(ละคร)จะคล้ายกันนั้น ถือเป็นสิ่งที่ยอมรับได้.

- คำแปล เรื่องนี้ต้องให้เครดิตกับผู้แปลคือท่าน ม.ประภา เป็นอย่างยิ่ง ที่สามารถแปลออกมาได้สละสลวย รวมทั้งทำการบ้านมาอย่างดี จากที่อ่านเห็นได้ว่าผู้แปลมีความรู้ทั้งในเรื่องสามก๊ก การ์ตูน ปรัชญา และการใช้ภาษาที่สละสลวยเป็นอย่างดี ทำให้การอ่านเรื่องนี้ลื่นไหลและมีคุณค่าเหมาะแก่การเก็บเป็นอย่างยิ่ง

- การตีความในรูปแบบใหม่ หลังจากได้อ่านเรื่องหงสาจอมราชันย์นี้แล้ว ทำให้ผมได้เห็นสามก๊กในอีกแง่มุมหนึ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน มีหลายๆ ตอนที่เคยอ่านในนิยายแล้วไม่เข้าใจการกระทำ/พฤติกรรมของตัวละคร แต่ผู้แต่ง(อาจารย์ เฉิน เหมา) ตอบโจทย์ที่เคยค้างคาใจได้ดีจริงๆ
สิ่งที่ผมชอบและประทับใจในการตีความใหม่ก็คือเรื่อง สามพี่น้อง(เล่าปี่ กวนอู เตียวหุย) สู้ศึกลิโป้
เคยสงสัยมาตลอดและคุยกับพี่ชายมาหลายครั้งว่า ทำไม เล่าปี่ที่ไม่มีฝีมือทางการต่อสู้ ถึงไปร่วมแจมกับเขาด้วย ทั้งๆ ที่การเข้าไปร่วมลุยโดยฝีมือไม่ถึงน่าจะเป็นการไปถ่วงน้องปล่าวๆ เพราะต้องมาคอยระวังไม่ให้ตาย แต่ผู้แต่งมองได้มุมใหม่ที่คิดว่านี่แหละเหมาะที่จะเป็นคำตอบของข้อสงสัยอันนี้ได้ดีที่สุด.

- ลักษณะนิสัยตัวละครในมุมกลับ ที่มอง ลิโป้ เตียวหุยไม่ใช่คนโง่ดีแต่ใช้กำลัง อย่างที่กล่าวไว้ในเรื่องว่า ถ้ามีดีแต่ใช้กำลังคงไม่ไว้วางใจให้คุมทัพทหารเป็นพันเป็นหมื่นคนหรอก

- ความเท่ห์ของตัวละคร ตัวละครแต่ละตัวเปิดตัวออกมาได้อย่างเท่ห์ ประทับใจทุกตัว เช่น ลิโป้ ผมชอบฉากที่ลิโป้สู้กับอ้วนไทมาก เพราะเป็นการแสดงความอำมหิตได้ถึงใจจริงๆ ขนาดอาหว่อว่าแน่ๆ เห็นแล้วยังหนาว
กลยุทธ์การเปิดตัวของกุนซือแต่ละคนล้วนแล้วแต่พิสดารสมชื่อ (ชอบกลยุทธ์ กงจื้อถวายเศียรของกาเซี่ยง และอ้างคุณธรรมจัดทัพของกุยแกมากๆ) รวมถึงการเปิดตัวของสามพี่น้อง (เล่าปี่ กวนอู เตียวหุย) ด้วย (ปล้นหนึ่งเมืองช่วยสองเมือง และตอนสามพี่น้องสู้ศึกลิโป้)
ฉากตอนที่อาหว่อชี้ไปที่ไฟแล้วเล่าปี่นึกว่าเป็นเมฆ โดยมีคำประกอบว่า เตียวหุนเป็นนามเดิมของเตียวจูล่ง ทำเอาผมขนลุกและคิดว่าโครตเท่ห์เลยฟ่ะ (เนื่องจากไม่เคยอ่านด้านในปกว่าอาหว่อคือจูล่งเลยทำให้รู้สึกว่าฉากนี้เท่ห์โดนใจสุดๆ)

- แง่คิดในด้านปรัชญาต่างๆ ที่สอดแทรกให้เราได้คิดตาม ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์สมกับความเป็นสามก๊กของแท้

ข้อดียังมีอีกมากมายหากแต่สมควรอ่านด้วยตนเองจะดีกว่า ดังนั้นท่านใดที่ยังไม่เคยอ่านหรือตัดสินใจไม่ได้ขอแนะนำว่าเป็นอีกเรื่องที่สมควรเก็บสะสมไว้ในชั้นหนังสือของท่านเป็นอย่างยิ่ง.




 

Create Date : 14 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2550 23:51:25 น.
Counter : 1581 Pageviews.  

นักรบครบสลึง (Yul-Hyul-Kang-Ho)



เป็นการ์ตูนจอมยุทธ์ที่ถูกใจมากที่สุดแล้ว

อ่านเรื่องนี้ครั้งแรก ต้องบอกว่า งง!!!
ที่ งง นั้น ไม่ใช่จากอะไร แต่เป็นการ งง จากคำแปล ต้องยอมรับว่าการ์ตูนเกาหลีนั้น การแปลยังทำได้ไม่เหมือนกับแปลการ์ตูนญี่ปุ่น เข้าใจว่าภาษาเกาหลีนั้นยังใหม่อยู่(ในสมัยที่เรื่องนี้เข้ามาแรก ๆ-ประมาณปี 2538-39) ทำให้ผู้ที่แปลอาจจะยังไม่ชำนาญ เพราะอ่านแล้วสำนวนกับเนื้อเรื่องบางตอนจะยัง งงๆ อยู่

แต่ถึงยังงั้นความสนุกของการ์ตูนเรื่องนี้ก็ยังคงทำให้เรามองข้ามเรื่องการแปลไปได้ (แม้ในใจอยากให้มีการแปลและเรียบเรียงใหม่ก็เถอะ)

ความสนุกของจอมยุทธ์ที่ท่องยุทธภพ พบเจอเรื่องราววุ่นวายต่าง ๆ เข้าไปเกี่ยวข้องกับสำนักต่าง ๆ การต่อสู้ของพรรคมารและฝ่ายธรรมะ การค้นหาคัมภีร์วิชาและอาวุธล้ำค่าต่าง ๆ รวมไปถึงการฝึกฝีมือให้เก่งขึ้นนั้น มีครบหมดอยู่ในเรื่องนี้

จุดเด่นที่ทำให้ผมชอบเรื่องนี้มากคือ นางเอกเก่งกว่าพระเอก(แต่ต่อไปไม่รู้ใครจะเก่งกว่ากัน)
ไม่รู้เป็นไง ผมจะชอบเรื่องที่พระเอกไม่เก่งแล้วค่อย ๆ เก่งขึ้นมาเรื่อย ๆ เหมือนมันได้เห็นพัฒนาการ การเปลี่ยนแปลงขึ้นเรื่อย ๆ ล่ะมั้ง

พระเอก(ฮันกวาง)ในตอนแรกนั้นไม่มีฝีมืออะไรมากนอกจากวิชาตัวเบา (จริง ๆ แล้วผมว่ามีวิชาตัวเบาเก่ง ๆ ก็ได้เปรียบเยอะแล้ว-ดูได้จากเรื่องแปดเทพอสูรฯ ต้วนยี่ใช้ท่าก้าวเท้าอย่างเดียวก็หลบการโจมตีได้ทุกประเภทแล้ว) ซึ่งพระเอกนั้นเป็นคนที่ไม่ชอบเข้าไปเกี่ยวข้องกับการต่อสู้และยุทธภพ จึงไม่สนใจในการฝึกฝนวิชาการต่อสู้ แต่ต่อมาเมื่อได้พบเจอนางเอก(ฮาริน) การท่องยุทธภพไปด้วยกันกับฮารินทำให้พระเอกต้องเปลี่ยนความคิดไปและได้เริ่มฝึกฝนฝีมือให้เก่งขึ้น

เนื้อเรื่องเป็นอย่างไรนั้น อยากแนะนำให้คนที่ชอบเรื่องเกี่ยวกับยุทธภพลองหาอ่านดู เพราะคิดว่าคงมีหลายท่านที่ได้รู้จักเรื่องนี้เนื่องจากเกมออนไลน์ แต่อาจจะยังไม่เคยอ่าน ผมว่าการ์ตูนเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่สนุกและก็ดังได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งความดังของเกมออนไลน์เลยด้วยซ้ำ (แต่ตอนนี้มีเกมแล้วก็ถือว่าช่วยกันสนับสนุนไปละกัน)

เรื่องนี้นับว่าเป็นอีกเรื่องที่น่ามีติดไว้ที่ห้องหนังสือ(การ์ตูน)ของท่านครับ

ปล. ข่าวดีสำหรับเพื่อน ๆ ที่สะสมเป็นเล่มเล็กมาด้วยกันตั้งแต่แรก ตอนนี้ SIC พิมพ์เล่มเล็กต่อแล้วครับ





 

Create Date : 17 มิถุนายน 2550    
Last Update : 17 มิถุนายน 2550 21:09:45 น.
Counter : 1750 Pageviews.  

หุ่นเชิดสังหาร (Karakuri Circus)

หุ่นเชิดสังหาร



เป็นหนังสือที่ผมอ่านเพราะพี่ชายแนะนำ ทั้ง ๆ ที่รู้จักเรื่องนี้มาก่อนพี่เสียอีก

เรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวกับผู้วาด “อุชิโอะกับโทระ” หรือ “ล่าอสูรกาย” นั่นเอง ซึ่งล่าอสูรกายเป็นเรื่องที่ผมชื่นชอบมากสมัยเด็ก อ่านจากวิบูลย์กิจสมัยไพเรท แต่ต้องหยุดอ่านไปเนื่องจากปัญหาลิขสิทธิ์และไม่มีการพิมพ์ต่อ

เมื่อหุ่นเชิดสังหารออกมาครั้งแรก ๆ นั้น ผมกลับไม่สนใจเลยและปล่อยมันผ่านไปจน 30 กว่าเล่ม เคยเช่ามา 5 เล่มแต่ช่วงนั้นไม่มีเวลาอ่าน พี่ชายจึงอ่านแทน พอคืนหนังสือไปก็เลยไม่ได้ยืมต่อ
จนกระทั่งปีสองปีที่แล้ว พี่ชายไปเช่ามาอ่านใหม่หลังจากอ่าน หงสาจอมราชันย์ เล่มล่าสุดจบ(คงไม่รู้จะอ่านอะไร)
เลยแนะนำให้ผมอ่านดู อ่านแค่เล่มแรก ๆ ก็ประทับใจมากแล้วในฉากที่ นารุมิกอดมาซารุไว้เพื่อกันแรงระเบิดให้
ตอนมาซารุหันมาบอกว่า “พี่นารุมิ พวกเรารอดแล้ว” พร้อมกับหันมาพบกับ... ฉากนี้กระชากใจได้ดีมาก ๆ ทำให้รู้สึกว่าทั้ง ๆ ที่นารุมิมีบทบาทร่วมกับ มาซารุ และ ชิโรงาเนะ ในตอนแรก ๆ แค่ไม่กี่เล่ม แต่ตลอดทั้งเรื่องสองคนนั้นไม่
เคยลืมและพูดนารุมิถึงอยู่เสมอ ก็ไม่ทำให้ความน่าเชื่อถือในบทบาทของนารุมิลดลงเลย ยังคงทำให้เรารู้สึกประทับใจและจดจำไปกับตัวละครทั้งสองอยู่ตลอด

เรื่องนี้เป็นการดำเนินเรื่องแบบคู่ขนาน ซึ่งจะเป็นเรื่องของ มาซารุ และ นารุมิ ที่ทั้งสองคนที่ได้เจอกันในเล่มแรกแต่
ต้องแยกทางกัน ทั้งสองต่างมีเรื่องราวของตนเองโดยผู้แต่งจะสลับไปมา ซึ่งสนุกทั้งคู่ เหมือนได้สองอรรถรสในเรื่องเดียวเพราะการดำเนินเรื่องของทั้งสองคนจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

การต่อสู้ด้วยหุ่นเชิด
การต่อสู้ในเรื่องนี้ไม่ยืดเยื้อ ทำให้เบื่อหน่ายเลยแต่กลับกระชับฉับไว้ยิ่งนัก และผมรู้สึกว่าผู้แต่ง
ไม่เน้นความอลังการของฉากสู้ด้วยหุ่นมากเกินไปนัก คนวาดออกแบบหุ่นเชิดไว้หลากหลาย แต่ในฉากต่อสู้บางฉากเพียงแค่ไม่กี่ช่อง หุ่นตัวนั้นก็ถูกทำลายด้วยความรวดเร็ว เพราะเนื้อหาหลักของเรื่องไม่ได้โชว์ความอลังการของหุ่น แต่อยู่ที่ปมปริศนาที่ถูกคลายมาทีละน้อยละน้อยต่างหาก

ปริศนาที่เกิดขึ้นภายในเรื่อง
ทั้งหมดมีที่มาที่ไปซึ่งผู้แต่งจะเฉลยออกมาเรื่อย ๆ ตามเนื้อเรื่องที่ดำเนินไป ไม่ช้าหรือเร็วไป ทำให้อารมณ์และความสนุกในการอ่านต่อเนื่องและทำให้เราทึ่งกับการคลายปมปริศนา ไม่ว่าจะชาติกำเนิดของ เอเลโนออล กรี มาซารุ

ตัวละครแต่ละตัวในเรื่อง
ล้วนมีที่มาที่ไปและเรื่องราวของตัวเองทั้งนั้น ผมเป็นคนชอบการ์ตูนเรื่องยาวและตัวละครเยอะซึ่งตัวละครแต่ละตัว
จะต้องมีประวัติของตนเองแล้วได้มาพบเจอกัน เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มีลักษณะแบบที่ว่าและทำให้ผมเพลิดเพลินกับประวัติของตัวละครแต่ละตัว อาจมีบางเรื่องที่รู้สึกว่าไม่สมเหตุสมผล แต่ก็รับได้และไม่ทำให้เสียอรรถรสของเรื่อง

การพัฒนาการของตัวละคร
แต่ละตัวจะมีพัฒนาการขึ้นมาอยู่ตลอดแต่เรื่องจะเน้นพัฒนาการของมาซารุเป็นพิเศษ ตั้งแต่เป็นเด็กอ่อนแอในต้นเรื่องจนกระทั่งท้ายเรื่องกลับเปลี่ยนไป มีการเติบโต ความพยายาม และการฝึกฝน เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายาม หากคนเรามีความพยายามแล้วก็จะทำสำเร็จในที่สุด

เทคนิคในการจบตอน
รู้สึกว่านี่จะเป็นเอกลักษณ์ของเรื่องหุ่นเชิดฯเลยทีเดียว ที่จบตอนแบบข้ามช็อต พอเปิดตอนใหม่ต่อมาจะมาลงรายละเอียดว่าก่อนตอนจบที่แล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้น เช่น กำลังสู้กันอยู่ในตอนพอหน้าสุดท้าย สู้จบ-พระเอกชนะ ตอนต่อมาก็จะมาวาดย้อนว่าพระเอกสู้ยังไง เกิดเรื่องอะไร และชนะได้อย่างไร เป็นต้น
ซึ่งนี่ก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างของเรื่องนี้เช่นกัน

สิ่งที่ได้จากเรื่องนี้
นอกจากความสนุกแล้วแง่คิดในเรื่องนี้ยังมีอีกมาก ขอยกตัวอย่างอันหนึ่งที่ผมชอบมากเป็นพิเศษคือ

ตอนที่ออโตมาต้าตัวนึงถามมาซารุว่า “ทำไมมนุษย์ต้องอยู่ร่วมกัน”
มาซารุตอบว่า “มนุษย์นั้นจะมอบสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ให้กับมนุษย์คนต่อไป แล้วก็นำไปพัฒนาปรับปรุงเพื่อที่จะสร้างสิ่งนั้นให้ดียิ่งขึ้น”

นึกถึงคำว่า Hand down ของฝรั่งเลยครับ

นักวิทยาศาสตร์หลาย ๆ ท่านก็นำความรู้ที่ท่านอื่น ๆ ได้ค้นพบ นำมาพัฒนาและปรับปรุงให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป หลอดไฟฟ้า รถยนต์ วิทยุ โทรทัศน์ จนกระทั่งโทรศัพท์มือถือที่เดี๋ยวนี้ ถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอได้ สามารถนำไปทำประโยชน์หลาย ๆ อย่างได้ ก็เกิดจากการค้นคว้า
ต่อเนื่องกันเรื่อยมา

ถ้ามนุษย์เราไม่ถ่ายทอดความรู้แล้วนำไปปรับปรุง โลกเราคงไม่มีการพัฒนาใด ๆ คิดอย่างนี้แล้ว จึงยิ่งรู้สึกว่ายินดีที่จะสอนหรือถ่ายทอดความรู้ให้กับคนอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้นครับ

เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ขอแนะนำสำหรับท่านที่ยังไม่ได้อ่าน อาจเป็นเรื่องที่ท่านอาจเสียใจเมื่อได้อ่าน ว่าทำไมเรามองข้ามไป...




 

Create Date : 23 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 23 พฤษภาคม 2550 21:04:02 น.
Counter : 3938 Pageviews.  

251 อู่นี้ซ่อมได้

ขออนุญาตเอาของเก่ามาใช้ก่อนนะครับ อันนี้เป็นเรื่องที่ผมเคยตั้งกระทู้ไว้ในพันทิพ (หยิบมาใช้ก่อน แต่เพิ่มเติมบางส่วนครับ)



...251 อู่นี้ซ่อมได้...

เป็นเรื่องของตากับหลานที่เป็นช่างฟื้นฟูรถเก่า
ที่ไม่ใช่ฟื้นฟูรถเท่านั้น แต่ยังฟื้นฟูไปถึงจิตใจของเจ้าของอีกด้วย

เรื่องนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่ใช้ตัวเอกที่เป็นคนแก่ ซึ่งตอนแรกผมนึกว่าตัวเอกจะเป็นหลานซะอีกแต่พออ่านไปจึงได้รู้ว่าผู้แต่งเน้นไปที่เรื่องราวของรถเก่าและคนแก่ คิดว่าผู้แต่งต้องการให้สอดคล้องกับเรื่องของรถเก่า ฉะนั้นเรื่องราวและตัวละครที่มีบทสำคัญส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของคนแก่




อ่านเรื่องนี้แล้วได้แง่คิดหลาย ๆ อย่างรวมทั้งความรู้เรื่องรถเก่า ๆ อีกด้วย(ด้วยความรู้สึกที่ไม่ถูกยัดเยียด) ลายเส้นของผู้วาดเรื่องนี้(ริวจิ สึงิฮาร่า) วาดได้สวยทีเดียวทั้งรถและคน วาดได้ละเอียด สวย และเก็บรายละเอียดได้ดีทีเดียว เป็นลายเส้นที่ผมค่อนข้างชอบ

ผมว่าในเรื่องนี้มีครบทุกรสชาติ ทั้งตลก สนุกสนาน เศร้า ซึ้งและโรแมนติก มีเรื่องราวของมิตรภาพและความรักที่มากมายหลายรูปแบบจนผมอยากจะให้ชื่ออู่นี้ว่า "251 อู่นี้มีรัก" จัง ซึ่งความรักที่อยู่ในเรื่องนี้นั้นมีทั้ง
ความรักของคนที่มีต่อรถ
ความรักของตาที่มีต่อหลาน
ความรักของหลานที่มีต่อตา
ความรักของพ่อแม่ต่อลูก
ความรักของเพื่อนสนิท
ความรักของเพื่อนร่วมงาน
ความรักของชายกับหญิงที่ยึดมั่น
ความรักและการเสียสละให้กับคนที่ตนรัก
รวมไปถึงความรักและความภูมิใจที่มีต่องาน

รถหนึ่งคันมันประกอบไปด้วยความทรงจำอันมากมายจริง ๆ เวลาที่ผมนึกถึงรถคันเดิมที่เคยขับ ก็จะนึกถึงคนที่เคยนั่งรถเราด้วยเช่นกัน นึกถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เคยทำ ที่ๆ เคยไปกับรถคันนั้นๆ(รวมถึงคนนั่งด้วย) อาจจะเป็นเพราะอย่างนี้มั้ง ผมถึงได้ชอบเรื่องนี้มาก ที่ผู้เขียนนำจุดนี้(เรื่องของความทรงจำของคนที่มีต่อรถ) มาแต่งเป็นการ์ตูนแล้วทำให้รู้สึกประทับใจมาก

ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนอยากหาการ์ตูนดี ๆ สักเรื่องมาอ่าน ผมขอแนะนำเรื่องนี้นะครับ




 

Create Date : 14 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 14 พฤษภาคม 2550 23:10:45 น.
Counter : 1736 Pageviews.  

พูดถึงหนังสือการ์ตูนที่ชอบ...

หลาย ๆ คนอาจมองว่าหนังสือการ์ตูนเป็นเพียงหนังสือสำหรับเด็กเท่านั้น

เป็นหนังสือที่ไม่มีสาระอะไรนอกจากสู้กันไปกันมา

บั่นทอนปัญญา และไม่สร้างสรรค์

มีแต่ความรุนแรง และเรื่องเหลวไหล

แต่...ผมเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านคงคิดเหมือนกันที่ว่าหนังสือการ์ตูนเป็นมากกว่าหนังสือไร้สาระ และมีข้อดีมากมาย

ไม่นับรวมเรื่องอ่านคลายเครียด แต่อยากจะพูดถึงสิ่งที่ได้จากการ์ตูน

การ์ตูนที่เป็นแรงจูงใจให้หลาย ๆ คนหันมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ (เช่น เล่นกีฬาเป็นต้น)

รวมทั้งมีข้อคิดดี ๆ ที่หาไม่ได้จากในสื่อประเภทอื่น ๆ

และการ์ตูนหลาย ๆ เรื่องนั้นก็ได้ให้แง่คิดมากมาย ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายว่าการ์ตูนบางเรื่องกลับถูกมองข้ามไป เนื่องจาก อาจจะวาดไม่สวย คนไม่ชอบลายเส้น ดูแล้วเหมือนจะเครียด ปกไม่สวย มองแล้วไม่น่าอ่าน เนื้อเรื่องเหมือนจะน่าเบื่อ ไม่น่าสนใจ และอื่น ๆ

ทำให้หลายคนได้พลาดโอกาสที่จะได้พบกับการ์ตูนดี ๆ สักเรื่อง(ที่ตัวเองอาจจะชอบหลังจากได้อ่าน)

ผมจึงตั้งใจว่าอยากจะรีวิวการ์ตูนที่อ่านในหัวข้อเรื่อง CoMiC TalK นี้ทุก ๆ สัปดาห์ โดยจะพยายามเลือกเรื่องที่ดี ๆ แต่คนไม่ค่อยพูดถึงกัน หรืออาจจะเป็นการ์ตูนเก่าหน่อย เพราะมีการ์ตูนหลาย ๆ เรื่องที่บางคนเห็นแล้วอาจจะไม่นึกอยากอ่าน แต่ความจริงแล้วเป็นหนังสือที่สนุกกว่าที่คิดและคุณอาจรู้สึกเสียใจที่พลาดอ่านมาก็เป็นได้

ผมจึงอยากใช้พื้นที่ใน BloG นี้พูดถึงการ์ตูนที่ผมอ่านแล้วคิดว่าดีจึงอยากนำมาเล่าสู่ให้เพื่อน ๆ ที่ยังไม่เคยอ่านได้รับทราบและอาจเปลี่ยนใจมาลองอ่านกันดูมั่ง

ดังนั้นการเล่าเรื่องการ์ตูนในนี้อาจจะมีการสปอยล์*หลุดออกไปบ้างขอทุกท่านจงโปรดอภัย หากความคิดของผมไม่ตรงกับใครก็ขออภัยให้ด้วยนะครับ และขอออกตัวไว้ก่อนว่าการ์ตูนบางเรื่อง บางท่านอ่านแล้วอาจจะสนุก แต่บางท่านอาจจะไม่ชอบ ฉะนั้นการ์ตูนที่ผมกล่าวถึงจะมาจากมุมมองของผมเท่านั้น

จะยินดีเป็นอย่างยิ่งถ้าหากเพื่อน ๆ ร่วมด้วยช่วยกันแสดงความคิดเห็นออกมาคุยกันถึงแง่มุมอื่น ๆ ที่ผมอาจจะไม่ทราบหรือคิดไม่ถึง...ขอบคุณครับ


*สปอยล์ = พูดถึงเนื้อเรื่องส่วนสำคัญในการ์ตูน




 

Create Date : 14 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 14 พฤษภาคม 2550 22:10:24 น.
Counter : 218 Pageviews.  


ดีสุดขั้วชั่วสุดขีด
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




*~เกิดมาทั้งที ต้องขอลอง ขอลุย
อย่างที่ใจฝัน ...แม้ว่ามัน...
จะดีสุดขั้ว หรือว่า ชั่วสุดขีดก็ตาม~*
Friends' blogs
[Add ดีสุดขั้วชั่วสุดขีด's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.