Group Blog
 
All blogs
 

น้ำหอม (ที่ซื้อมา) หมดงบแล้วน้า...ปีนี้


ตามที่ตั้งใจไว้ กำหนด wish list ของตัวเองปีนี้ ปาเข้าไปตั้ง 9 ชิ้น
แต่...ไม่ได้ๆ เราต้องมีความหักห้ามใจ
จะโลภมากไม่ได้เด็ดๆ เลยให้สิทธิตัวเองในการซื้อน้ำหอมใหม่ได้ 2 ชิ้นเท่านั้น
ย้ำ 2 ชิ้นเท่านั้น....

พอดีคุณกู้ ต้องไปเกาหลี เลยได้โอกาศไปซื้อน้ำหอมที่ duty free รางน้ำ
โห...เดินอยู่ 3 ชม. ได้ แถมเกิดเรื่องเยอะมาก
คนก็เยอะ ไม่รู้จะซื้ออะไรกันนักหนา
Promotion ก็เยอะ ชวนให้ซื้อ ชวนให้จับจ่ายกันสุดฤทธิ์

สรุปว่างานนี้เราเลยได้น้ำหอมใหม่มา 2 ขวดตามโควตา
1. Miss Dior Cherie Blooming Bouquet
ให้ตายเหอะ ทำไมเธอช่างหมอหวานขนาดนี้ กลายเป็นน้ำหอมกลิ่นประจำไปเลย แซงทุกๆ กลิ่นที่มีขึ้นทำเนียบลูกรักเต็มตัว

2. Vera Wang: Flower Princess
หวานได้อีก หวานมาก กลิ่นติดทนดี แต่ไม่ค่อยได้ใช้เพราะว่าเอาไว้ที่บ้าน กทม ไม่ได้เอาไปปราจีนด้วย


แต่ว่า...น้ำหอมเก่าที่เคยใช้ ไม่นับนะ อิอิ
เพราะเราได้ DKNY green apple มาอีกขวด เพราะอดใจไม่ไหวในความหอมของน้อง apple เขียว เลยหรอยมาอีกเป็นครั้งที่ 2 แร้ว...
>


งานนี้ เลยได้มา 3 เกินเป้าไปนิ้ด...แต่ไม่ถือสา อิอิ

แถมได้ gift vouchur มาอีก 1,200 บาท เลยเอาไปเป็นส่วนลดซื้อกระเป๋ามาอีกใบ ได้ LC หูยาว สีช้อคโกแลตมาสมใจ อิอิ
ตอนนี้สั่งสีดำ หูสั้นไปอีกใบไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่จะได้มา



เฮ้อ...สงกรานต์นี้ จะฝากเค้าซื้อ lv ดีไหมเนี่ย...คิดไป คิดมา
จะซื้อทำไม ไอ้ที่มี ก้อหิ้วไปดิ ไม่เห็นต้องซื้อ lv เรย...
เก็บเงินไปเที่ยวตอนปลายปีดีกว่าเน้อ....




 

Create Date : 14 มีนาคม 2552    
Last Update : 14 มีนาคม 2552 10:18:24 น.
Counter : 535 Pageviews.  

Project แหวนแทนใจ...กว่าจะได้ออกมาเป็นวงนี้...

...แหวนแทนใจ...

จริงๆ แหวนวงนี้ ทำมาได้สักพักนึงแล้วแต่ยังไม่มีโอกาสได้ up ขึ้น blog วันนี้ สบโอกาส เอาสักหน่อย...

ไม่รู้ว่าเหมือนกันว่าตอนทำคุณชายปลื้มหรือเปล่า
แค่เค้าอยากใส่อ่ะ ไม่มาขอ งั้น..เอาเพชรมาเด๋วชั้นทำใส่เอง...เอิ้กๆ

แล้วช่วงนี้เป็นอะไรที่บ้าเครื่องประดับมากมาย...เลยเอาน่า อยากได้แหวนติดนิ้วนี่นา...
(ที่ใส่วงเดิมนี่ มันไม่ติดนิ้วเหรอคะ? - เสียงคุณชายแว่วมา...แต่หาได้สนใจไม่ ฮา..)

ก้อคุณชายเค้าอยากมีข้อแม้เองนี่ ว่า ถ้าอยากใส่ไม่อยากเก็บเอาไว้เฉยๆ ก็เอาไปทำนะ ถ้าจะรอผมขึ้นเรือนให้ ต้องรอปีหน้านะ...อ่ะเหรอ ใส่ปีนี้ได้ป่ะ งั้น ทำเองล่ะนะ อิอิ


แต่ที่บอกว่าบ้าเนี่ย ไม่ได้บ้าซื้อเยอะหรอกนะจ๊ะ บ้าดูน่ะ เหอๆ ดูอยู่นั่นแหละ แล้วพอดีว่าเพื่อนอิฉันก็มีกำหนดการเอาแหวนวงเก่าไปรื้อ เพราะว่าเบื่อของเก่า ได้ที เราเลยเอาไปทำกะเค้าด้วย

ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าจะตัดสินใจเลือกนานนนน ขนาดนั้น เพื่อนบอกว่า "แกเลือกอยู่สองเดือน" ถามจริ้ง...

"อือ...รอตั้งนาน เด๋วแหวน เด๋วนาฬิกา กว่าจะเลือกว่าจะทำแหวน ไหนจะรอเลือกร้านอีก ร้านนี้ดีไหม ร้านโน้นดีไหม ร้านนั้นราคาถูก แต่อาจจไม่ถูกใจ เอาไงดี สารพัด ชั้นรอโจ้น...เกือบไม่ไปทำ.."

อ่ะนะ คนมันเบี้ยน้อยนี่หว่า ทำไงได้
เลือกอยู่หลายแบบมาก ถามคนโน้น คนนี้ ี่หาอยู่นาน ท่องไปทั่วทุก web ที่มีแหวน ในที่สุดได้แบบที่อยากได้มาประมาณนี้



บางแบบต้องเพิ่มเพชร บางแบบเติมเล็กๆ บางแบบเติมใหญ่ๆ ฮา...สุดท้ายเลือกแบบนี้ไม่ต้องเติม อิอิ แต่ต้องขอโทษจริงๆ ที่ไม่ได้จดมาว่ามาจาก web ไหน ขอยืมภาพไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
ขอบพระคุณมากค่า...
แหวนต้นแบบ




ไปที่ร้าน ตุ้มๆ ต่อมๆเพราะว่าร้านช่างอยู่ในย่ายที่อิฉันไม่ค่อยคุ้นเคย...เกสรน่ะค่ะ เกสร พอดีปกติำไม่มีกิจธุระอันใดที่จะต้องไปที่นั่น ไม่ใช้แนว...ฮา... เข้าไปที่ร้าน โอ้แม่เจ้า เกิดมาไม่เคยเข้าร้านเพชรแบบนี้ ทำไม ทำไม เม็ดมันช่างใหญ่ ยักษ์ ฮักกี่ อย่างนี้ละคะ คุณผู้โช้ม... ไอ้ที่เอามาทำนี่...เศษร้านเค้าเหรอคะ...เอ่อ เขินเลยอ่ะ

คุณพี่ที่ร้านน่ารักมาก แม้เราจะดูมอมแมม แต่ก็เอาเพชรมาให้ดูอย่างไม่กลัวในตัวเราเท่าไหร่ อิอิ ที่ประทับใจคือ รู้สึกว่าเค้าดูว่าเราเลือกที่จะขอดูแบบไหน แล้วจะไปหาแบบที่คิดว่าเราน่าจะชอบ แบบที่เป็นไสตล์ที่เราเลือกมาให้ดูเพิ่ม เพราะของเค้าเยอะมากกกกกก

เราต้องทิ้งของไว้ประมาณ 10 วันถึงจะได้ แต่แบบที่เราเอามาก็ไม่ได้ยาก พี่เค้าบอกด้วยว่าแบบนี้มีเลยนะ จะเอาไปเลยไหมล่ะ (ไม่กล้าค่ะพี่) ของพีมี cert. ของน้องไม่มีค่ะ เหอๆ

มาถึงวันรับของ ตื่นเต้นๆ
พอเห็นของ เออ...เฉยๆ นะไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ มาดูกันดีกว่าว่าหน้าตาเป็นไง
กล่องหรูหรา น่าทะนุทะนอม






ของที่ร้าน เราชอบอยู่สองวง
วงนึงเป็นเหมือนกำไลนิ้ว เพราะว่าไม่ได้สุดเป็นวง เหมือนกำไลนิ้ว ที่ปลายด้านหนึ่ง .50ct อีกด้านหนึ่ง .10ct และมีเพชรเล็กๆ ประมาณ .01ct รอบวง สวยมาก D color ไม่ได้ดูราคา มารู้ที่หลังว่า วงนั้น 105,000 thb แม่เจ้า....

อีกวง เหมือนเจ้านางมาก เม็ดกลาง 1.5ct แล้วไม่มีเตยแต่เป็นเหมือนพัดโอบชูเพชรขึ้นมา สวยมาก แต่ก็ใหญ่มากเช่นกัน..ไม่กล้าดูราคา..กลัว


เปิดออกมา หน้้าตาเป็นแบบนี้





พอเอามาดูใกล้ จะเห็นว่าก็ไม่ค่อยเหมือนแบบเท่าไหร่...ตอนแรกอึ้งๆ ว่าอ้าว...ไหนว่าเป๊ะๆ แต่ก็เออนะ เก็บอาการเล็กน้อย ไม่ถึงกับไม่ชอบ แต่ไม่ได้ชอบมากเท่าที่คิดน่ะ

ดูแบบ close-up





พอใส่ที่นิ้วเรา เออ ชอบแฮะ...เราว่ามันเหมาะกะขนาดของเพชรเลย เพื่อนผู้ชายคนนึงที่บ้านมันมีอันจะกิน บอกว่าสวย เหมือน setting ทำมาเพื่อขนาดนี้โดยเฉพาะ เออ ก้อใช่ดิ ขึ้นเรือนใหม่นี่หว่า ฮา...

ลองมาดูเวลาอยู่บนนิ้ว...




เราว่ามันพอดีกะขนาดนิ้วเรานะ (อย่าสนใจเรื่องความเหี่ยว อิอิ)
ใส่ไปใส่มา ปลื้มมากกก เห็นของเพือนๆ คนอื่น (ซึ่งเค้าเป็นแหวนแต่งงาน) เตยจะค่อนข้างชูสูงมาก เราว่าประมาณนี้ น่ารักดี ใส่ได้เรื่อยๆ ไม่ชู ไม่เกี่ยวเสื้อผ้า หรือกระเป๋ากางเกงเวลาล้วงด้วย ชอบจัง... แต่พี่สาวที่ออฟฟิสบอกว่าตัวเรือนมันใหญ่ไป ดูแมนไปหน่อย แหวนแบบนี้ก้านมันต้องเล็กๆ เรียวๆ ชูเพชรให้เด่นน่ะ

แต่นั่นแหละ ไม่ว่าใครจะว่ายังไง ช้านก้อคิดว่ามันเหมาะกันกับช้านนน

อีกอย่าง เพื่อนบอกว่า เีนี่ย..ถ้าเพชรหลุดหายไป แกคงไม่รู้เพราะความวาววับของทองคำขาวมันเด่นกว่าเพชรแกซะอีก...ฮา...




สรุปว่า งานนี้ เราปลื้ม...
แหวนเพื่อนสวยมากกก อลังการงานสร้าง เห็นแล้วไม่กล้าใส่ แต่เพื่อนมันชอบใหญ่ๆ เยอะๆ น่ะเอาไว้ออกงาน เราก็เจ็บตัวกันไป...
แบบนี้เค้าเรียก เจ็บตัว (กระเป๋า) แต่สุขใจใช่ไหมนี่...ฮา...

สรุปสุดท้าย เราใช้เวลาเกือบ 3 เดือนในการได้แหวงวงนี้มาในครอบครอง
..สมใจ..




 

Create Date : 28 ธันวาคม 2551    
Last Update : 29 ธันวาคม 2551 12:46:30 น.
Counter : 732 Pageviews.  

Perfume Mania: 2009 my perfume wish list


ปีใหม่ๆ ใกล้เข้ามาทุกทีๆ

อยากได้น้ำหอมใหม่...แต่คิดแล้วว่าจำกัดตัวเองให้ซื้อแค่ 2 ขวดต่อปีเท่านั้น ห้ามเกิน...

มีหลายอย่างมากที่อยากได้ ทำไงดี...
ไปเดินดูมาเพียบ...ดมจนไม่รู้จะเลือกอะไรแร้ว...เลยลองเอามาเรียบเรียงดูว่า เราอยากได้อะไร กลิ่นประมาณไหน แล้วกลิ่นเค้าเป็นยังไงบ้าง...

แนวหวาน...

(1) Vera Wang: Flower Princess

ตัวแรก เป็น wish list ที่อยากมานาน แต่ยังไม่ได้ซื้อสักที จนตัวอื่นเริ่มเบียดมาแระ ฝากเพื่อนซื้อไปครั้งนึง มีของด้วยนะ แต่ปันใจให้ขวดอื่นไปซะเฉย เลยไม่เอามา ฮา...

Flower Princess is a floral-fruity composition with green ivy notes, tangerine and lotus in the top. The heart unites orange blossom petals, Moroccan rose, jasmine Sambac and mimosa, while the base notes bring peach peel notes, amber, precious woods accords and musk.




(2) Miss Dior Cherie Blooming Bouquet

ตัวที่สอง อยากได้ฝากเพื่อนซื้อ 2 ครั้ง ไม่ได้เหมือนว่าของจะไม่มี หรือหมด ไม่แน่ใจ แต่เซงเปร็ด

Dominant notes of this fragrance are mandarin in the top notes, peony flowers in the heart and sensual white musk trace in the base note. The bottle has the same shape, liquid is pink, which contributes to the feeling of romance.



(3) LANVIN: Rumeur 2 Rose

ตัวนี้ ชอบแฮะ อยากไป test ตัวอื่น แต่ BA หนุ่มน้อยหน้าหวานดันฉีดอันนี้ให้ แม่เจ้า ชอบเลย...กุหลาบดีนะ

Rumeur 2 Rose is also dedicated to rose, being very gentle and romantic. The perfume has become lighter, fruitier and sweeter, aimed at younger audience. The base notes are: orange, rose, magnolia, jasmine, patchouli, and musk.





(4) LANVIN: Jeanne Lanvin

อันนี้ ตั้งใจไปดม...เพราะว่าชอบขวด ดูเรียบๆ แต่หรู หลงรัก Brand นี้ซะแล้วสิ

Jeanne Lanvin is a floral fruity fragrance for women. Jeanne Lanvin is a new fragrance and it was introduced in 2008. The nose behind this fragrance is Anne Flipo. Top notes are blackberry, citruses and pear; middle notes are peony, freesia and raspberry; base notes are sandalwood, amber and musk.



(5) Lauren Style by Ralph Lauren

ตัวนี้ เห็นเค้าว่าเป็นน้ำหอมในตำนาน หอมจริงจัง ใครได้กลิ่นก็ชอบ...เค้าก้อชอบนะตัวเอ้ง...ลองแบบแบ่งมาแล้ว ตอนนี้ติดใจอยากได้เต็มๆ

The noses behind this fragrance are Harry Fremont and Richard Herpin. Top notes are lime, orange blossom, violet leaf and tangerine; middle notes are magnolia, gardenia, indian tuberose and jasmine; base notes are patchouli, musk and vanilla.




แนวร่าเริง ผลไม้ แอบเซ็กซี่เล็กๆ

(6) Paco Rabanne: Black XS For Her

อยากได้เหมือนกันนะ แต่ที่ลังเลเล็กน้อย เราว่ามันเหมือน Escada ไปหน่อย แต่พอดีชอบกลิ่นทำนองนี้ ร่าเริงดี

This modern floral-fruity composition starts sharp and spicy with cranberry, pink peppercorn and tamarind notes around the heart of hellebore noir rose, black violet and cocoa blossom. The base notes are patchouli, Massoia wood and vanilla.





(7) Jennifer Lopez: Live Platinum

ฺBA เค้าว่า Limited Edition มีขนาดเดียว อยากได้จัง หอมด้วยเราไม่เคยมีเร้ย..เจ้โลเนี่ย

The composition offers a blend of gourmand notes of marzipan, plum and ruby grapefruit, to warm and inspire your snowy days, accompanied with Christmas rose, orange blossom and hint of heliotrope accords in the heart of composition. The base combines vanilla, musk, white cedar wood and amber.



(8) Emporio Armani Diamonds (for women)

อันนี้เห็นเพื่อนๆ ห้องแป้งเค้าว่าหอม ลองไปดมเฮ้ย..ชอบวุ้ย...แนวนี้ เราเลย ร่าเริงไม่เป็นพิษกับใครๆ (กลิ่นนะ) สดชื่น..สะกิดจายยย

This perfume was created by Thierry Wasser of Firmenich and the fragrance is classified as gourmand-floral. The top notes are litchi and raspberry, the middle notes – freesia and lily of the valley, and the base are vetiver, cedar wood, patchouli and vanilla. The Emporio Armani PR team says: ' We're using the rose but in a very gourmand way, like a flower that can be eaten'.





(9) Gucci by Gucci

ท้ายสุด ชอบ Brand นี้ ติดมาตั้งแต่ Rush & Envy ปลื้มเชียว...ตัวนี้ออกใหม่ก็ปลื้มนะ แต่ชอบแบบที่เป็น EDT มากกว่า Perfume นะ เพราะว่ากลัวเพื่อนมึน ฮา...





ไปๆ มาๆ list ชักยาวเป็นหางว่าว แล้วนี่ชั้นจะตัดอะไรออกดีละเนี่ย ยิ่งดม ยิ่งอยากได้ เฮ้อ...

ขอบคุณข้อมูลรายละเอียดของกลิ่นทั้งหมด จาก http://www.fragrantica.com ค่ะ




 

Create Date : 26 ธันวาคม 2551    
Last Update : 26 ธันวาคม 2551 23:44:42 น.
Counter : 370 Pageviews.  

Preview - Review Skinfood - สำหรับสาวที่ผิวมีปัญหา

นายไปเที่ยวเกาหลี เลยได้โอกาสฝากซื้อของมานิดหน่อย ดีจัง

เพิ่งรู้ว่า Skinfood ที่โน่นราคาถูกกว่าบ้านเรามากกก เราได้ของทั้งหมดมาในราคาไมถึง 1,000 บาท...พระเจ้าถูกกว่าที่นี่เกือบ 3 เท่าเรยนะ
เห็นเค้าบอกว่า คนเกาหลีเองก็ไม่นิยมใช้เท่าไหร่นัก ส่วนมาถ้ามีตังหน่อยก็จะใช้ Brand ทั่วไปเลย เอ...แต่เค้าว่าชาตินิยมนี่นา...

ชุดนี้เป็นชุดที่ใช้เพื่อผิวมีปัญหา เอามาทั้งหมด ดังนี้

Skinfood Parsly & Mandarin set
1) Toner
2) Spot Gel
3) Essence
4) Cream
จริงๆ ในเซทนี้มีอีกตัว แต่เราไม่ได้มาคือ Emulsion ค่ะ
ตอนนี้ใช้มาได้ 3 อาทิตย์แล้ว ยังไม่แพ้ (ก้อเค้าทำเพื่อผิวมีปัญหา นี่นา)ดีจัง

ตามมาดูกันดีกว่าเนอะ

รวมมิตร สะกิดใจ




แยกออกเป็น...
โทเนอร์ เช็ดหน้าหลังล้างหน้า
กลิ่น - หอมสดชื่นเย็นๆ และมีกลิ่นแอลกอฮอล์เล็กน้อย
ความรู้สึกหลังใช้ - ตึงๆ หน้านิดหน่อย แต่ก็ดูสดชื่นดี
ชอบไหม - เฉยๆ นะเพราะว่าเราเคยใช้ Lancome แล้วรู้สึกดีกว่านี้ค่ะ

Toner





ต่อมา ที่แต้มสิว ช่วงนี้ นอนดึกหน้าเยินอย่างแรงต้องเอามาดับอาการอักเสบหน่อย

กลิ่น - หอมสดชื่นเฉกเช่นโทเนอร์
ความรู้สึกหลังใช้ - ตึงๆ หน้านิดหน่อย ไม่แสบ
ชอบไหม - พูดยาก เพราะไม่รู้สึกว่าใช้แล้วยุบอย่างรวดเร็ว

Spot Gel





อีกอย่างที่ได้มา
Essence....อันนี้ชอบสุดแล้ว ซึมเร็วมาก ทั้งๆ ที่ไม่ใช่น้ำใสๆ เย็นหน้าเล็กน้อยเวลาใช้ อืม...ดีแฮะ
กลิ่น - หอมสดชื่นเฉกเช่นโทเนอร์
ความรู้สึกหลังใช้ - รู้สึกว่าซีมเข้าผิวอย่างรวดเร็ว
ชอบไหม - ชอบที่สุด เมื่อเทียบกับตัวอื่นๆ

Essence






สุดท้าย ท้ายสุด
Cream....ตรงกันข้ามกับด้านบน....ไม่ชอบเลย...
อะไรกันนี่ เอากาวมาให้ช้านทาหน้าทำไม...เหนียวมากกก แล้วก็ไม่รู้ว่าซึมหรือเปล่า โอว...หน้าช้านสิวอุดตันจะถามหาหรือเปล่า (ไม่รู้) เซรง...
กลิ่น - ไม่ชอบเลย ทั้งๆ ที่กลิ่นเดียวกัน
ความรู้สึกหลังใช้ - รู้สึกว่า-ไม่-ได้-ซึม-เข้าผิวเร้ย....
ชอบไหม - ไม่-ชอบ-ที่-สุด เมื่อเทียบกับตัวอื่นๆ

Cream






คราวนี้ มาเปรียบเทียบเรื่องราคาดีกว่า
ชิ้น ต่อชิ้นราคาเงินวอน จำไม่ได้จริงๆ แต่รู้ว่ารวมทั้งหมด 4 ชิ้น 920 บาท
ส่วนราคาในเมืองไทย หน้า web ที่ยังไม่ได้ลดก็...

Skinfood Parsly & Mandarin set (THB)
1) Toner - 650
2) Spot Gel - 580
3) Essence - 720
4) Cream - 720
รวมกันเอาเองนะจ๊ะ...

ถือว่าคุ้มมากสำหรับเรา ในแง่ราคาซื้อ
แต่จะทำให้ผิวหน้าดีขึ้นหรือเปล่านี่ ต้องรอดูต่อไปค่ะ







 

Create Date : 15 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 7 ธันวาคม 2551 13:31:45 น.
Counter : 350 Pageviews.  

ของฝาก (ซื้อ) จากเมืองมะกัน

เพื่อนหนุ่มต้องไปทำงานที่เมืองมะกันอยู่พักนึง ไอ่เราก็เป็นเพื่อนสาวแสนดีรอมานาน ได้ฤกษ์ฝากซื้อของผ่าน he สักที ก่อนไปเลือกๆๆๆๆ อยู่นานมาก ว่าจะไปช้อปที่ king power เองซะเลย เวลาก้อช่างน้อยนิด เลยเลือกเอาที่ฝากซื้อได้ถูกๆ ที่โน่นดีกว่า

มันก้อแทบจะกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง เพราะนอกจากเราแล้วก็ยังมีเพื่อนที่รักฝั่งผู้ชายฝากซื้อของที่มีมูลค่าสูงอยู่หลายอย่าง เดากันว่าถ้ามันถูกตรวจคงโดนจับ

สุดท้ายเลยต้องส่ง wish list ไปแค่ชุดเดียว ไอ่ที่อยากได้เป็น set ที่สั่งซื้อทาง net แล้วถูกสุดๆ มันดันอ้อยอิ่งอยู่จนนึกได้ก็สายเสียแล้ว ของมาไม่ทัน อดเลยเรา...

ยังดีที่เพื่อนยังเห็นใจ เลยออกไปซื้อมาจากห้างให้ ได้ของมาเท่าที่ต้องการแป๊ะๆ ไม่มีแถม เอาเหอะ ทำไงได้ ก้อมัน ผช นี่นา...ได้ของมาเท่าที่สั่งก้อบุญแร้ว....

เมื่อเพื่อนกลับมา ชายมาดแมนถือถุงใบนี้มาให้เราแทบกรี๊ดสลบ รักมันขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเลย


กล้ามาก เพื่อนชั้น....เปิดดูถุง โอย..จะเปนลม รอมานานได้สักที


เพื่อนรักแบกมาไกล เลยรีบเอาเงินให้มันโดยไว...มันกล่าวดีมาก ขอบใจ แล้วเดินไปจำหน่ายของให้เพื่อนคนอื่นต่อ

สาวๆ ร้องกรี๊ดกร้าด เปิดดูของกันใหญ่เลย ออกมาจากนอกถุงแล้วมีหน้าตาของทั้งหมด ทั้งสิ้นดังนี้


ชุดแรก...เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของ Victoria Secret ได้มา 6 ชิ้น ในราคา 30$ เป็น Promotion ของเค้าพอดี


เราเอามาแบบครบชุด เพราะตอนนั้นอยากให้กลิ่นติดตัวมากๆ แต่พอได้มากลับมาคิดว่า น่าจะเอามากลิ่นละ 3 ชิ้น ไม่ทันแระ
ทั้งหมดก็มี Shower, Lotion, Cream, Butter, Scrub and eau de toilette แต่คุ้มค่ะ งานนี้

อีกชุดเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหน้าของ Philo ที่อยากได้มานานแระ แต่เห็นราคาที่เมืองไทยแล้ว เฮ้อ...แพงเกิ้น...โดยเฉพาะ microdelivery peel นะ จับไม่ลง สุดท้ายเพื่อนก็ทำให้สมหวัง มีกล่องสวยงาม


เปิดออกมาจะเป็นแบบนี้


สองชิ้นนี้ สนนราคาอยู่ที่ 105$ ถ้าสั่งทาง net จะได้ครบทั้งชุดทั้งเซรั่ม ครีมบำรุง ตา ในราคาเท่ากัน เพือนหนอเพื่อน....ช้าช้านเลยอด เศร้า... คิดอีกที มับแบกมาให้นี่ก็บุญแล้วนะ...

ขอบอกว่าใช้ microdelivery peel แล้วรู้สึกดีมากก เราเพิ่งกลับมาจากไปทะเล ก็คิดว่ามันช่วยให้เราดูกลับมาผิวเดิมได้เร็วทีเดียว แม้ว่าตอนนี้ยังไม่เหมือนเดิมเท่าไหร่เพราะดำง่าย (ดูดสีดีนักแล..) แต่เท่าที่เห็นผลจากการใช้มาสองอาทิตย์ นับว่าดีทีเดียว จาก review ที่อ่านดูทาง web คงต้องรอสักเดือนนึงจะเห็นผลชัดเจน แต่เรานะแค่ 2 อาทิตย์ก็ประทับใจแล้วล่ะ

อีกชิ้นที่ได้มา เป็นของแถมที่ห้างเค้าให้มาปลอบใจ เพราะเพื่อนเราไม่สามารถทำบัตรสมาชิกได้เลยไม่ได้ลดราคาอีก 10% เค้าเลยให้กระเป๋าเครื่องสำอางค์เล็กๆ มาใบนึง ข้างในเป็น gift set clinique ซะงั้น องที่เป็น philo เราไม่ได้เลย คงเพราะ ผช มันขอเค้าไม่เป็น ไอ้เราก็ลืมกำชับว่าให้เอาตัว tester มาเยอะๆ เพราะว่าเกรงใจมันน่ะ อดไปซะ



ทั้งหมดก็ได้มาเท่านี้ บวกภาษีโน่นนี่นั่นก็จ่ายเงินไป 4,400 เพราะคิดที่ 31฿ /1$ เราว่าโอเคนะ

ตอนนี้เลยเล็งน้องที่จะกลับเมืองไทยตอนเดือนสิงหา ให้แบก set ใหญ่ที่สั่งทางไปรษณีย์มา เปิดดู web ทุกวัน แต่ตอนนี้ของดันหมดเพราะเค้าสั่งกันกระหน่ำมาก....รอจังหวะกันต่อไปนะคะ




 

Create Date : 05 เมษายน 2551    
Last Update : 5 เมษายน 2551 14:28:23 น.
Counter : 174 Pageviews.  


From Venus
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Heading Comment Box Comment Counter
Friends' blogs
[Add From Venus's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.