วันที่ 12 ขึ้น Jungfraujoch - เดินเล่น เมืองในInterlaken ost - Luzern

ตื่นแต่เช้า เขาครัวทำอาหารให้คุณสามีทาน ก่อนจะใช้ห้องครัวส่วนร่วมก็ต้องอ่านกฏระเบียบการใช้ห้องครัวเสียก่อน มีอะไรให้ใช้ฟรี...

ลงมือทำอาหารเช้า (ไม่ได้ทำอะไรมากมายเลย..ก็แค่ ทอดไส้กรอก กับครัวซอง ..อิอิ )

หน้าตาอาหารเช้า

 

เสร็จพร้อมเสริฟแล้ว

อาหารเช้าพร้อมวิวสวยๆ เนื่องจากไม่มีกาแฟ ก็เลยซัดไวน์ที่เหลือจากเมื่อคืนกันแต่เช้าเลย..

เช้านี้เราตื่นกันแต่เช้า จึงทำให้มีเวลาที่จะเดินเล่นในเมือง Lauterbrunnen กันแบบสบายๆ ...เห็นหิมะดีใจรีบเดินเข้าไปเหยียบ  พอเหยีบบุ๊ป จมปั๊บ รองเท้าจมไปในหิมะเลย...ต้องยื่นทิ้งน้ำหนักตัวไปที่ขาข้างเดียว ไม่งั้นจมมันสองข้าง แล้วจะแย่  (แต่ก็ไม่วาย จะต้องถ่ายรูปก่อน..555)

หน้าโรงแรมที่พัก 

พร้อมชมเมือง Lauterbrunnen ยังเข้าอยู่มาก หมอกเยอะมากๆ

 

เดินกันไปเรื่อยๆ ไม่มีคนเลย...

เดินกันมาสักพัก เจอคุณป้าชาวสวิส  ทักทายสวัสดีต้อนเช้า ...  เราก็สวัสดีตอนเข้าตอบไป 

คนสวิสน่ารักจริงๆ.. นึกว่าจะไม่เจอใครเลยเพราะเงียบมาก สงสัยยังไม่ตื่นกัน

ชมวิวเรื่อยๆ

บ้านเรือนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ

โรงแรมน่ารักระหว่างทางเดินเล่น

 

เดินมาสุดทางที่ โบสถ์

แอบหยิบอุปกรณ์ในการแซะหิมะ มาเป็นพร๊อบ ในการถ่ายรูป  ได้ลองแซะหิมะไป 2 ที่ ไม่ไหว เมื่อยแขน เห็นหิมะขาวๆ อย่างนี้ หนักเอาเรื่องเหมือนกันนะเนี้ย ..

เสร็จแล้วก็เดินกลับทางเดิม  แวะถ่ายรูปกับน้ำตกที่ตกมาจากหน้าผาหินเสียหน่อย..

วิวภูเขา

มีรถบัสวิ่งผ่านด้วย  แต่ไม่ได้ขึ้นดูรอบเวลา แล้วรอนานมาก เดินเองดีกว่า

เดินกลับไป มุ่งหน้าไปสถานนีรถไฟ Lauterbrunnen

 

มีที่ลากเลื่อนขายด้วย

 

ระหว่างทางมีแวะ เรื่อยเลย สามีคงอ่อนใจ...

และแล้วก็เดินมาถึง สถานีรถไฟ Lauterbrunnen เข้าไปซื้อตั๋วรถไฟขึ้น Jungfraujoch แบบขึ้น ทางหนึ่ง ลงอีกทางหนึ่ง  (คือ ขึ้น จาก Lauterbrunnen ขาลงให้ลงทาง Grindel wald) ราคา 110 CHF ต่อคน  แต่ถ้าซื้อแบบ ขึ้นลง ทางเดิม ราคา จะถูกกว่านี้นิดหน่อย ไม่ว่าจะเลือกลงทางไหนสุดท้ายก็จะไปลงที่ Interlaken Ost เหมือนกัน  แต่สิ่งที่ได้ไม่เหมือนกันคือวิวที่แตกต่างกัน  

ระหว่างรอรถไฟ ก็ถ่ายรูปสถานีเล่นไปก่อน

ใช้เวลารอรถไฟไม่นานก็มาแล้ว...ขึ้นไปเลือกที่นั่งได้ตามใจเลย

วิวระหว่างทาง

 

มองลงไปเหมือนบ้านในเทพนิยายเลย สวยมากๆ

... มองเห็นหมู่บ้านอยู่ลิบๆ โน่น

ภูเขาปกคลุมไปด้วยหิมะ

 รถไฟจะมาสุดที่สถานี Kleine Scheidegg ก็ตกลงจากรถไฟเพื่อเปลี่ยนเป็นอีกขบวน  จะมีรถไฟอีกขบวนพาเราขึ้นยอดเขา Jungfraujoch

ระหว่างรอรถไฟขึ้นยอดเขา Jungfraujoch ที่สถานี  Kleine Scheidegg ก็ไปถ่ายรูปเล่นกันหน่อย

สภาพอากาศเป็นใจแก่การถ่ายรูปมาก

เดินกลับมารถขึ้นรถไฟ เจอน้องหมาน่ารัก เลยขอถ่ายรูป เพื่อมารยาทที่ดี ควรขออนุญาตเจ้าของน้องหมา ก่อนการถ่ายรูปนะคะ

ใช้เวลารอรถไฟไม่นานหรอกคะแป๊บเดียวก็มาแล้ว หน้าตารถไฟที่พาขึ้นไปเป็นแบบนี้

ระหว่างทางขึ้นยอดเขา Jungfraujoch  รถไฟจะหยุดให้นักท่องเที่ยวได้ลงไปดูวิวที่จุดชมวิว  2  ครั้ง  ครั้งละประมาณ  5  นาที

ภาพจากจุดชมวิว

พร้อมไปต่อแล้ว

มาถึงแล้วก็ต้องดูแผนผังกันก่อน จะได้เลือกเดินได้ถูก

อุณหภูมิวันนี้  ลบ 18  องศา  หนาวมากๆ

... Ice Palace เป็นอุโมงค์น้ำแข็งที่แกะสลัก   ทางเดินลื่นมากๆ  ต้องคอยจับราวทางเดินตลอดเลย

Top of Europe หมายถึงสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในโลกนะคะ ไม่ใช่ภูเขาคะ

ภาพถ่ายด้านนอกอาคาร   ออกไปยืนได้แป๊บเดียวเอง  ทนไม่ไหวต้องรีบวิ่งเข้าเลย  หนาวมากๆ  หิมะตีโดนหน้าเจ็บเลย  ยืนถ่ายรูปได้ 2 รูปเองอ่ะ

อากาศบนยอดเขาจะเบาบางมาก  แนะนำให้เดินช้าๆ  หายใจอย่าแรง  ถ้ารู้สึกหน้ามืด ก็ให้หยุดพักก่อน ไม่ต้องรีบเดินเที่ยว   เรากับสามี ยังหน้ามืดเลยขนาดเดินกันช้าๆนะเนี้ย  ขึ้นไปได้ฝั่งเดียวเอง  สามีบอกไม่ไหวแล้ว หายใจไม่ออก  เลยต้องนั่งพักรอรถไฟขาลงเที่ยวต่อไปแล้วลงเลยอ่ะ  ใช้เวลาอยู่ข้างบนไม่ถึง  30  นาที

มีกรุ๊ปทัวร์คนไทยที่ขึ้นไปเที่ยวพร้อมกับเรา มีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งเป็นลมล้มลงไปเลย  ต้องแบกขึ้นรถไฟลงทันที่เลย  ตกใจเหมือนกันว่าพี่เขาจะเป็นอะไรหรือเปล่า ก็ส่งยาดมที่สามีก็นั่งดมอยู่ ให้เพื่อนๆพี่เขาไป เพราะอาการพี่เขาแย่กว่าสามีเรา แต่โชคดีบนรถไฟมีหมอที่เป็นชาวต่างชาติพอดี ดูอาการให้  บอกว่าไม่เป็นไร  พอรถไฟไต่ระดับลงไปแล้วจะดีขึ้น  จะหายใจได้ดีขึ้น  พอถึงสถานีข้างล่าง ก็จะแยกย้ายกันอยู่แล้ว นึกมาได้ว่า ยังไม่ได้ยาดมคืน เลยไปขอคืนจากพี่เขา เพราะพกมาแค่อันเดียว ยังต้องใช้อีกหลายวัน..อิอิ

การขึ้นยอดเขาไม่เหมาะกับคนเป็นโรคหัวใจ  และความดัน  นะคะ  อาจทำให้เสียชีวิตได้

วิวระหว่างขาลงอีกเส้นทางหนึ่ง

 

สถานีรถไฟ Interlaken ost

coop  ใกล้สถานีรถไฟเลย  ถ้าหิวก็แวะหาอะไรกินก่อนก็ได้  แต่เราตั้งใจจะไปหาอะไรกินในเมือง  Interlaken

   

ตั้งใจเข้าในเมืองด้วยการขึ้นรถเมล์  หน้าสถานี Interlaken ost  ไปประมาณ  3 -4 ป้าย ก็ถึงกลางเมืองแล้ว  หรือจะใช้วิธีเดินเล่นไปเรื่อยๆก็ได้  แต่เราเลือกขึ้นรถเมล์ไปลงที่สถานี  Interlaken west Bahnhof  แล้วเดินย้อยลงมา  
ก่อนขึ้นรถเมล์ก็รู้อยู่แล้วว่าต้องขึ้น รถเบอร์ 3  แต่ยืนรออยู่สักพักไม่เห็นรถมาเสียที ด้วยความใจร้อน เราเลยเดินไปถามคนขับรถเบอร์ 5  ว่าผ่าน Interlaken west Bahnhof  รึเปล่า  เขาบอกว่าผ่าน ก็เลยโดดขึ้นเสียงั้น  มารู้ตัวอีกที่ว่ารถวิ่งอ้อมก็สายเสียแล้ว  แต่เป็นสายที่วิ่งขนานไปกับ สาย 3  แต่วิ่งไปแถวที่พักอาศัยในเมืองมากกว่า  นั่งประมาณ 10  นาที ก็ถึงเหมือนกัน
ยอมรับผิดแต่โดยดีค่ะ
เลยบอกคุณสามีว่า ถือเสียว่านั่งชมบ้านเรือนคนในเมืองแล้วกันเนอะ ...

พอลงที่ป้าย Interlaken west Bahnhof  ก็เดินเที่ยวโดยการย้อนกลับไปทาง  Interlaken ost   จะเจอร้านค้ามากมาย

 วิวเมือง น่าอยู่ดีค่ะ อิจฉาคนสวิสจังมีคุณภาพชีวิตดีมาก

 

อาหารเย็นเราเลือกทานร้านที่อยู่ตรงข้ามกับลานสนามหญ้าค่ะ นั่งกินแล้วได้ชมวิวสวยๆไปด้วย มีความสุขที่สุด...

ถ่ายจากโต๊ะที่นั่งคะ

เห็นเมนูแนะนำเป็นปีกไก่ทอด เลยตกลงว่าจะลองดูเสียหน่อย สั่งมาแล้วไม่ผิดหวังคะ อร่อยคลายไก่วิงแซ่บ KFC บ้านเราเลย แต่รสชาติไม่เผ็ดเท่าไร ส่วนอีกจานเป็นสเต็คเนื้อ รสชาติก็โอเค แต่ไก่อร่อยกว่า
แล้วสัง โค๊ก มะนาว 2 แก้ว อร่อยดี ราคาอาหารมื้อนี้ 41 ฟรัง เป็นเงินไทย 1,271 บาท ไม่แพงคะ แถมได้ชมวิวด้วย

 

กินอิ่มเรียบร้อย  ก็เดินข้ามฝั่งมายืนรอรถเมล์ เพื่อกลับไปสถานีรถไฟ Interlaken ost

 

ภาพป้ายรถเมล์ ที่ป้ายรถเมล์จะมีบอกเวลาที่รถเมล์จะมาถึงป้ายนี้ตอนกี่โมง ขอบอกว่ามาตรงเวลามากๆ ไม่น่าเชื่อ
ขากลับนั่งรถเมล์เบอร์ 3 กลับไปที่สถานีรถไฟ Interlaken ost เพื่อนั่งรถไฟไป Luzern

ระหว่างยืนรอรถเมล์ ก็ถ่ายบรรยากาศตอนกลางคืนแถวๆนั้น

 

รถไฟจาก Interlaken ost - Luzern (ใช้เวลา 2 ช.ม.)
ที่พักคืนนี้ โรงแรมwladstac tterhot hotel ราคาคืนละ 6,080 บาท เป็นราคาที่พักแพงที่สุดในทริปเลย แต่ว่าก็คุ้มค่าค่ะ เพราะใกล้สถานีรถไฟ เดินประมาณ 60 เมตรเอง ห้องสะอาด กว้างมาก ห้องน้ำใหญ่ และใกล้แหล่งท่องเที่ยวเลย ไม่ต้องเดินไกล สามารถเดินเที่ยวได้ตลอดเวลา

พอเก็บของเสร็จก็ออกมาเดียวเที่ยวกันเลย เดินมาเที่ยว สะพานไม้ Kapell Bruecke ห่างจากโรงแรมไม่เกิน 100 เมตร ค่ะ

 

เดินถ่ายรูปบนสะพาน สบายๆ  ไม่มีใครเลย ประมาณว่าสะพานนี้เป็นของเรา 555

 

วิวยามค่ำคืน

 

อีกฝั่งหนึ่งของเมือง




Create Date : 15 กันยายน 2556
Last Update : 15 มิถุนายน 2558 14:17:15 น.
Counter : 175 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

friend&ko
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]