~~~ทรรศนะที่หลากหลาย สู่ปัญญาที่กว้างไกล~~~
Group Blog
 
All blogs
 

นปช. VS พธม.



เมื่อเวลา 01.00 น.กลุ่มนปก.ได้เคลื่อนพลจากสนามหลวง ฝ่าแนวกั้นตำรวจจนมาถึงที่บริเวณแยกจปร. ระหว่างนั้นทางนายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำกลุ่มพันธมิตร ได้ประกาศบนเวที เพื่อขอกำลังการ์ดอาสาเพิ่ม เนื่องจากทางกลุ่มนปก.ได้เคลื่อนกำลังเข้ามาจำนวนหลายพันคน พร้อมกับเน้นย้ำให้การ์ดทำหน้าที่อยู่ในพื้นที่เท่านั้น

หลังจากนั้นเพียง 15 นาที ปรากฏว่าทางกลุ่มนปก.ที่เคลื่อนพลมาได้เกิดการประจันหน้ากับทางกลุ่มพันธมิตร ต่างฝ่ายต่างวิ่งเข้าหากัน พร้อมกับมีการปาขวดน้ำ ขวดโซดา ขว้างก้อนหินใส่กัน พร้อมกับมีการถืออาวุธไม้วิ่งไล่ตีกัน ระหว่างที่เกิดการปะทะกันนั้นได้เกิดเสียงปืนดังขึ้น 5-6 นัด ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมนปก.ล้มลงได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย เป็นที่น่าสังเกตุว่าระหว่างที่เกิดเหตุชุลมุนนั้นไม่มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาคอยดูแลแต่อย่างใด



นายกฯประกาศใช้พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตกรุงเทพมหานครวันนี้ (2 ก.ย.) นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ความว่า

ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ตามที่ปรากฎว่า ได้มีกลุ่มบุคคลที่ดำเนินกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวาย และนำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อยภายในประเทศ ทั้งจะไม่ส่งผลดีต่อการบริหารราชการแผ่นดิน และความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจ อันเป็นการกระทำที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน และเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ รวมทั้งส่งผลกระทบต่อกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตย และส่งผลกระทบต่อการใช้สิทธิ์และเสรีภาพของประชาชนผู้บริสุทธิ์ จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ยุติโดยเร็ว

อาศัย อำนาจตามมาตรา 5 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 อันเป็นกฎหมายที่บทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของ บุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบมาตรา 32 มาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 36 มาตรา 38 มาตรา 41 มาตรา 43 มาตรา 45 และมาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้ อาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย นายรัฐมนตรีจึงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 2 กันยายน 2551


สมาชิกสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจกว่า 2 แสนคนทั่วประเทศ เตรียมหยุดงานในวันที่ 3 ก.ย. กดดัน "สมัคร"ลาออก พร้อมเตรียมระงับการให้บริการหน่วยงานรัฐใช้ความรุนแรงกับประชาชน

นายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการ สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์(สรส.) แถลงภายหลังการปรชุมว่า สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ 43 แห่ง เป็นสมาชิกมีมติระงับให้บริการสาธารณูปโภคแก่หน่วยงานรัฐที่ใช้ความรุนแรงกับประชาชน โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย. และหากนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ยังไม่ลาออกจากตำแหน่งในวันนี้พนักงานรัฐวิสาหกิจทั่วประเทศ ราว 2 แสนคน จะนัดหยุดงานพร้อมกัน

"ภายหลังรัฐบาลใช้ความรุนแรงกับประชาชน เราจึงขอหยุดกระบวนการผลิตสาธารณูปโภคทุกอย่างในวันที่3 กันยายน เพื่อให้นายสมัคร ลาออกและยุติบทบาท" นายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการ สรส. กล่าวแถลงข่าวภายหลังการประชุมเมื่อบ่ายวันนี้

นายสาวิทย์ กล่าวว่า การดำเนินการเรื่องนี้ จะพยายามหลีกเลี่ยงให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เราจะดำเนินการงดให้บริหารกับหน่วยงานภาครัฐเป็นลำดับแรก โดยเริ่มจากหน่วยงานที่ใช้ความรุนแรงกับประชาชน

ด้าน นายศิริชัย ไม้งาม ประธานสหภาพแรงงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) หนึ่งในสมาชิก สรส. กล่าวว่า "ถ้าวันที่ 3 กันยายน นายสมัครยังไม่ลาออก เราจะหยุดงานพร้อมกันทั่วประเทศ

โดยสมาชิก สรส.43 องค์กรทั่วประเทศจะหยุดงาน"

-----------------------------------------------

คนไทย ทำ คนไทย ด้วยกันเอง แล้วประเทศชาติจะอยู่ได้อย่างไร ???


ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก mthai,คมชัดลึก,กรุงเทพธุรกิจ


ตรัยรัตน บุณยรังค 5131601076




 

Create Date : 02 กันยายน 2551    
Last Update : 2 กันยายน 2551 12:34:28 น.
Counter : 127 Pageviews.  

คำต่อคำหมักแถลงสู้พันธมิตร



นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการกลาโหม แถลงข่าวกรณีเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

วันนี้คณะรัฐมนตรีได้มาใช้สถานที่กองบัญชาการทหารสูงสุดเป็นที่ประชุมครม. นายกฯมีหน้าที่ต้องอธิบายให้ประชาชนทราบทั้งประเทศว่า กรณีมีบุคคลอ้างตัวว่ารัฐบาลทำความเสียหายแก่บ้านเมืองและขับไล่ พูดตลอดว่าจะทำด้วยความเรียบร้อย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา63 ไม่มีการใช้อาวุธ แต่สถานการณ์ปัจจุบันชี้ให้เห็นว่าไม่ได้ทำอย่างที่พูดไว้ตามที่รัฐธรรมนูญ.กำหนด กลับกระทำเกินยิ่งกว่า โชคดีมากที่ช่อง 11 NBT ได้ถ่ายบุคคลคณะนี้ และตำรวจได้จับกุมตัว ค้นตัวพบปืน ดาบ อาวุธอย่างอื่น พฤติการณ์แพร่หลายไปที่อื่น มีการปิดล้อมทำเนียบ บุกเข้าไป ความประสงค์คือต้องการขับไล่รัฐบาลอย่างไม่มีเหตุผล

ผมขอบอกให้ทราบว่าเราให้โอกาสและให้เวลานุ่มนวลอย่างที่สุดแล้วต่อพฤติการณ์นี้
ขอประกาศให้ผู้คนทั้งประเทศที่รับทราบอยู่ ท่านมีโอกาสพิจารณาถ้าไม่อยากให้ตัวเอง ครอบครัวตกเป็นผู้ต้องหาขอให้ถอยและกลับไปเสีย ขอบคุณชาวกรุงเทพฯที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการชุมนุม ส่วนคนต่างจังหวัดที่เดินทางเข้ามาประกอบการทำความผิดต่อบ้านเมือง เจ้าหน้าที่ใช้ความอดทนถึงที่สุด ผมแต่งตั้งให้พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่สั่งงานของตำรวจทั้งหมด ประสานกับกระทรวงมหาดไทย ดำเนินการทุกอย่างให้กลับคืนสู่ปกติ ใครปิดถนนอยู่ตำรวจจะปฏิบัติการ ขอให้คนทำผิดกฏหมายรู้ด้วยว่า เรามีอีกหลายขั้นตอน เราอยากจะยั้งมือไว้ไม่อยากให้บ้านเมืองเสียบรรยากาศ มีเครื่องมือมากมายที่จะทำ

ต่อไปนี้รองนายกฯโกวิทจะเป็นผู้สั่งการปฏิบัติการเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้อง ประชาชน คนต่างชาติที่อยู่ในประเทศได้รับความสงบสุข

ขอเรียกร้องให้ประชาชนทั้งประเทศใช้วิจารณาญาณว่าควรจะเข้าข้างไหน รัฐบาลได้ทำความเสียหายให้บ้านเมืองอย่างไร ผมมั่นใจว่าไม่ได้ทำสิ่งนั้น และมั่นใจว่าทั้ง 5-6 คนที่ร่วมกันเป็นหัวโจก เราต้องดำเนินคดีต่อไป การตั้งเป็นแก๊งข้างถนนประกาศจะยึดบ้านเมือง ตำรวจยอมไมได้แต่อขอให้ดำเนินการอย่างถูกระเบียบ ทหารก็ยอมไม่ได้แต่ขอให้ถึงเวลา ใครก็ตามที่อยู่ข้างหลังกลุามนี้ยังมีโอกาสถอยออกจากกลุ่มพวกนี้ ขอให้ออกมาจากทำเนียบ รัฐบาลมีมาตรการนำท่านออกมา เราต้องรักษาความสงบของบ้านเมือง ที่ผ่านมาบ้านเมืองมีความสงบสุข แต่มี 5-6 คนก่อกวนให้เกิดความเสียหาย เราอดทนถึงเพียงเท่านี้ ต่อไปนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายกำหนด


สื่อมวลชนควรมีวิจารณญาณท่านจะคิดอยู่หรือว่ารัฐบาลทุจริต การกล่าวหาไม่มีเหตุผล ขอให้ดูพฤติการณ์ของคนเหล่านี้ว่าทำถูกต้องหรือไม่

ขอให้นึกถึงเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินของเรา จะเสนอข่าวอะไรให้คิดไตร่ตรอง ถ้าถือข่าวเป็นข่าว รายงานต้องรายงาน หรือพร้อมจะร่วมมือกับคนพวกนั้น ผมจะอยู่ป้องกันบ้านเมืองไม่ไปไหน มีข่าวจะจับผมที่โน่นที่นี่ให้ไปเซ็นลาออก บอกให้รู้ว่าเรารู้ทุกอย่าง แต่ไม่อยากให้เสียบรรยากาศ ขอแถลงข้างเดียวไม่ตอบคำถามเพราะจะต่อความยาวสาวความยืด สื่อมวลชนช่วยเสนอข่าวว่าอะไรเกิดขึ้นในบ้านเมือง เราบันทึกเทปไว้ทั้งหมด ท่าน(พันธมิตร) ไม่ไช่คนวิเศษมาจากไหน ยืนด่าได้ด่าเอา คนพวกนั้นได้รับเลือกตั้งมาจากใคร มีกฎหมายอะไรรับรองอนุญาตให้ปั่นป่วนบ้านเมือง ผมไม่ยอม ครม.ก็ไม่ยอม ตำรวจ ทหารก็ไม่ยอม สื่อต้องชั่งน้ำหนักว่าจะอยู่ข้างไหน อยู่ตรงกลางไม่ได้ ท่านส่งเสริมให้บ้านเมืองเสียหายด้วย



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด


พงศพสิน บินสมประสงค์
5131601129




 

Create Date : 28 สิงหาคม 2551    
Last Update : 30 สิงหาคม 2551 13:57:58 น.
Counter : 75 Pageviews.  

หลังพันธมิตรบุก สถานที่ราชการ จะเกิดอะไรขึ้น?




คาดการณ์สถานการณ์การเมือง หลังพันธมิตรบุกสถานที่ราชการ

สถานการณ์ด้านการเมือง ณ ปัจจุบัน สืบเนื่องมาจากสถานการณ์ที่ทาง SIU ได้ประเมินไว้ใน จดหมายข่าวคาดการณ์เรื่องการเมืองระยะยาว ฉบับที่ 3 ซึ่งเผยแพร่ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2551 (หมายเหตุ: จดหมายข่าวฉบับนี้ได้ลงพิมพ์ในประชาไทด้วย)

เปรียบเทียบการประเมินในจดหมายข่าว และสถานการณ์ปัจจุบัน

1. กระบวนการตุลาการภิวัฒน์ไม่ส่งผลดีกับ พ.ต.ท. ทักษิณ และ พรรคพลังประชาชน มีการฟ้องยึดทรัพย์

2. พ.ต.ท. ทักษิณเลือกลี้ภัย พ.ต.ท. ทักษิณ เลือกเดินทางไปยังอังกฤษหลังจากเดินทางออกนอกประเทศไปยังประเทศจีน และส่งแถลงการณ์ว่าจะไม่กลับเข้าประเทศ

3. สมัครจะยังไม่เลือกยุบสภา ยังไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น

4. ปราสาทพระวิหารจะลดความร้อนแรงลง สถานการณ์ลดความตึงเครียดลง มีการเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่าย

5. จะยังไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงนี้ ยังไม่มีการรณรงค์แก้ไขจากรัฐบาล หรือยื่นเป็นกระทู้

6. กระทรวงการคลังจะขัดแย้งกับธนาคารแห่งประเทศไทย มีกระแสข่าวขัดแย้งกันเกิดขึ้นจริง แต่ภายหลังพระราชดำรัส ท่าทีของกระทรวงการคลังออกมาประนีประนอมมากขึ้น

7. มีความเสี่ยงแตกหัก การนัดหยุดงาน, ชุมนุมใหญ่, ระเบิด พันธมิตรฯ ประกาศอารยขัดขืนขั้นสูงสุด ยึด NBT, ยึดทำเนียบ และเข้าไปยึดพื้นที่หน้ากระทรวงการคลัง



บทวิเคราะห์คาดการณ์ได้ใกล้เคียงความเป็นจริงล่วงหน้า สะท้อนถึงทฤษฎีและข่าวกรองที่ถูกต้อง คาดการณ์สถานการณ์ระยะต่อไปดังนี้


ยุทธศาสตร์ของพันธมิตรฯ


1. พยายามยั่วยุให้รัฐบาลใช้ความรุนแรงตอบโต้ + สร้างภาพให้เกิดความวุ่นวายและรัฐบาลปฏิบัติงานไม่ได้

2. หากยั่วยุไม่สำเร็จจะชุมนุมยืดเยื้ออย่างต่ำ 3 วัน แต่ปัญหาคือ แกนหลักเป็นชนชั้นกลาง ซึ่งจะเช้าไปเย็นกลับและไม่ทนการชุมนุมนานๆ (คนที่ชุมนุมนานๆ จะเป็นพวกสันติอโศก)

ความเชื่อของพันธมิตร วางอยู่บนพื้นฐานที่ว่า หากรัฐบาลปฏิบัติภารกิจไม่ได้ ไม่สามารถควบคุมกลไกราชการได้ ก็จะต้องลาออก หรือมีรัฐบาลชั่วคราว หากปราบ ก็จะพบกับการลุกฮือของฝูงชนซึ่งเหมือนกรณี 14 ตุลา, พฤษภาทมิฬ แต่ตอนนี้เชื่อว่ายังเป็นไปได้ยากเพราะจำนวนคนน้อยเกินไป (1-2 หมื่นคน ตามการประเมินของหน่วยข่าวกรอง) การกดดันให้ได้ผลมากกว่านี้ต้องใช้คนอย่างต่ำ 100,000 คนขึ้นไปและโฟกัสเป็นจุด มากกว่าดาวกระจาย




ยุทธศาสตร์ของรัฐบาล

1. รัฐบาลจะไม่ใช้กระบวนการรุนแรงในการจัดการกับพธม. เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดการขยายผล

2. หากการชุมนุมยืดเยื้อ และคนยังเยอะ รัฐบาลอาจจะต้องตอบโต้ด้วย รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

- รูปแบบแรง ประกาศ พรก. ฉุกเฉิน, จับกุมแกนนำ
- รูปแบบเบาสมัครลาออก หรืออาจจะยุบสภา
- แต่น่าจะเป็นยื้อไปเรื่อยๆ จนกว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอดทนไม่ได้มากกว่า รัฐบาลน่าจะใช้วิธีว่า ถ้าโดนยึดทางนี้ ก็ใช้ช่องทางอื่นปฏิบัติหน้าที่แทน ทำให้ดูเหมือนว่าไม่มีผลกระทบ

ความเชื่อของรัฐบาลวางอยู่บนพื้นฐานที่ว่า พันธมิตรฯ หมดเงินทุนเคลื่อนไหว ซึ่งจะมีผลกระทบโดยเฉพาะ การออกอากาศของ ASTV ซึ่งเป็นอาวุธหลัก




ยุทธศาสตร์ของฝ่ายทหาร

1. ทหารปีกอนุพงษ์จะไม่ออกมารัฐประหาร เนื่องจากไม่มีความขัดแย้งกับรัฐบาล การรัฐประหารในช่วงนี้เสี่ยงเกินไป และไม่ได้รับผลประโยชน์ เทียบกับผลตอบแทนที่ได้งบจากทหาร เพิ่มขึ้น 11.9% และสมัครให้อิสระอนุพงษ์ในการจัดโผเต็มที่

ปฏิกิริยาของกลไกรัฐ

1. การประปานครหลวง และการไฟฟ้านครหลวง เตรียมรับมือกรณีโดนตัดน้ำไฟ หากมีเหตุเกิดขึ้น จะแก้ไขภายใน 30 นาที

2. NBT เตรียมแผนรับมือกันการเชื่อมสัญญาณจาก ASTV ซึ่งหาก ASTV ทำได้จะเป็นสัญลักษณ์ว่าการรัฐประหารโดย uprising มีผลในเชิงจิตวิทยา

ปฏิกิริยาชนชั้นกลางและสื่อ

1. สมาคมสื่อออกแถลงการณ์ประณาม 80 พันธมิตรฯ ที่ใช้อาวุธ + เข้ายึด NBT ควรใช้วิธีและกลไกตามกฎหมาย

2. ชนชั้นกลางมีความเห็นว่าทำให้สังคมวุ่นวาย และตลาดหุ้นตก

สรุป: คาดการณ์ยุทธศาสตร์ของทั้งสองฝ่าย จะออกมาเป็นชุมนุมยืดเยื้อ ตามจุดต่างๆ จนกว่าพันธมิตรฯ จะเปลี่ยนเกมส์อื่น


การบุกสถานที่ราชการของพันธมิตร เป็นการกดดันรัฐหรือเป็นการทำลายภาพลักษร์ของประเทศ
ยุทธศาสตร์ของแต่ละฝ่าย แต่ละฝ่ายต้องคำนึงถึงคนส่วนใหญ่ในประเทศ จะทำอะไรต้องคิดภึงผลกระทบที่จะกลับมาก

แล้วคุณเห็นด้วยกับยุทธสาสตร์ของแต่ละฝ่ายควรจะเป็นอย่างไร???



#################################################



ศิริลักษณ์ ปิมปา 5131601186




ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก http://www.kapook.com ค่ะ




 

Create Date : 27 สิงหาคม 2551    
Last Update : 27 สิงหาคม 2551 14:33:32 น.
Counter : 109 Pageviews.  

พันธมิตร ชูปฎิบัติการไทยคู่ฟ้า




จากกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นัดรวมพลเป่านกหวีดครั้งสุดท้ายในวันที่ 26 สิงหาคม เพื่อทำสงครามขับไล่รัฐบาลแบบไม่ชนะไม่เลิกนั้น ล่าสุด นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมาเตือนกลุ่มพันธมิตรฯ ให้ชุมนุมอยู่ในกรอบ ไม่เช่นนั้นจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมดักคออย่าสร้างความปั่นป่วนแล้วไปโยนความผิดให้มือที่ 3

ขณะที่ นายสุริยะใส กตะศิลา แถลงข่าวว่า ทันทีที่ประกาศสงครามครั้งสุดท้ายภายใต้ "แผนปฏิบัติการไทยคู่ฟ้า" ซึ่งจะเริ่มแผนปฏิบัติการไทยคู่ฟ้าตั้งแต่เช้ามืด ในเวลา 07.00 น. วันที่ 26 สิงหาคม โดยจะขึ้นเวทีประกาศเจตนารมณ์บนเวที และแถลงมาตรการว่าจะเคลื่อนไปที่ไหนอย่างไร รวมทั้งแผนปฏิบัติการองค์กรแนวร่วมต่างๆ เสริมในหลายจังหวัด จะมีผู้ชุมนุมมามากกว่า 3 แสนคน คาดว่าจะจบในวันเดียว

ถ้านายกรัฐมนตรียุติบทบาทโดยการลาออกทุกอย่างก็คงจบ แต่ถ้าแผนไทยคู่ฟ้าไม่สำเร็จ ยุทธการดาวกระจายก็จะเป็นแผนเสริมที่นำมาปฏิบัติการในแบบวันต่อวัน โดยจะใช้บริเวณสะพานมัฆวานฯ เป็นศูนย์บัญชาการใหญ่ประสานงานเครือข่ายพันธมิตร

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่กลุ่มพันธมิตรประกาศจุดยืน "แตกหัก" ขับไล่รัฐบาลทำให้ พล.อ.อนุพงษ์ สั่งกำชับเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมสนับสนุนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากมีการร้องขอให้ไปช่วยดูแลความสงบเรียบร้อย ถ้าเกิดกรณีฉุกเฉิน ขณะที่ทางรัฐบาลได้เตรียม พ.ร.ก.ฉุกเฉินปี 2548 เอาไว้รองรับหากเกิดความรุนแรงเกิดขึ้น ส่วนภารกิจของนายสมัครในวันที่ 26 สิงหาคม จะปฏิบัติหน้าที่ภายในทำเนียบตลอดทั้งวัน แม้พันธมิตรจะมาปิดล้อมก็ตาม

ด้าน พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) กล่าวว่า ผบ.เหล่าทัพ ยังไม่ได้หารือถึงกรณีกลุ่มพันธมิตรชุมนุมใหญ่ เพราะคิดว่าตำรวจดูแลได้ แต่หากรับมือไม่ไหว จะมีการประสานฝ่ายทหารเพื่อขอกำลังสนับสนุน กองทัพคงติดตามสถานการณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรอย่างใกล้ชิด

ขณะที่ พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น. กล่าวว่า คาดการณ์จุดมุ่งหมายพันธมิตรน่าจะเป็นทำเนียบรัฐบาล จากการประมาณการถนนรอบทำเนียบน่าจะมีปัญหาทั้งหมดตั้งแต่เช้า คือ ถนนพิษณุโลก ต่อเนื่องถึงยมราช ถนนศรีอยุธยา จากหน้า บช.น. ไปแยกวัดเบญจฯ ถึงแยกเสาวนีย์ ถนนราชวิถี ที่เกี่ยวเนื่องจากราชดำเนินนอกไปลานพระรูป ถนนราชสีมา และถนนราชดำเนินกลาง รวมทั้งบนทางด่วนไปถึงทางลงด่วนได้ ซึ่งจัดตำรวจจราจร ไปประจำตามแยกต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ จุดไหนที่ไปไม่ได้จะมีแผงเหล็กกั้นอยู่ และมีป้ายประชาสัมพันธ์ว่าข้างหน้ามีการชุมนุมอยู่ เพื่อให้เลี่ยง และขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดทั้งทาง จส.100 และสวพ. 91


ปองพล สนแสวงผล 5131601120



credit
http://www.thairath.co.th
http://www.kapook.com




 

Create Date : 26 สิงหาคม 2551    
Last Update : 26 สิงหาคม 2551 15:21:42 น.
Counter : 76 Pageviews.  

สิทธิมนุษยชนกับการลี้ภัยทางการเมืองของทักษิณ ชินวัตร

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ย่อมมีสิทธิขอลี้ภัยทางการเมืองกับอังกฤษ ส่วนจะรับหรือไม่รับก็เป็นนโยบายและกฎหมายเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยทางการเมืองของรัฐบาลอังกฤษ



หลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปพำนักที่ประเทศอังกฤษ มีกระแสการแสดงความคิดเห็นและวิจารณ์กรณีนี้ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ผลดี ผลเสีย ต่อการเมืองอย่างไรกันอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ยังมีสถาบันในกระบวนการยุติธรรมได้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน ริบเงินประกันตัว อัยการสูงสุดแถลงว่าจะตั้งคณะทำงาขอตัวผู้ร้ายข้ามแดน ศาลอาญาเตรียมถอนประกันตัวคุณหญิงพจนมาน ชินวัตร คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจะยื่นให้ศาลยึดทรัพย์สินหลายหมื่นล้าน เหล่านี้เป็นต้น

การเดินทางไปอังกฤษแม้จะยังไม่ชัดเจนว่าไปขอลี้ภัยทางการเมืองหรือไม่ แต่มีผลกระทบต่อสิทธิพลเมืองของอดีตนายกรัฐมนตรีและภรรยาหลายประการแล้ว ทั้งๆที่การลี้ภัยทางการเมืองเป็นธรรมเนียมทางการเมือง และเป็นสิทธิมนุษยชนอย่างหนึ่ง

สมัยก่อนการลี้ภัยทางการเมืองถือเป็นการช่วยเหลือ และหนีร้อนไปพึ่งเย็นระหว่างผู้นำประเทศต่างๆ อันเป็นธรรมเนียมทางการเมืองระหว่างประเทศอย่างหนึ่ง ประเทศไทยเคยรับผู้ลี้ภัยทางการเมืองมาตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีเจ้านายจากประเทศเพื่อนบ้านเมื่อมีปัญหาทางการเมือง แย่งชิงอำนาจ ราชบัลลังก์ ก็หนีมาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร เช่น องค์เชียงสือ จากเวียดนาม นักองค์เอ นักองค์ด้วง จากเขมร

ในทางกลับกันเจ้านายไทยหลายพระองค์เคยลี้ภัยทางการเมืองไปพำนักที่ประเทศอื่นโดยเฉพาะหลังการปฏิวัติ 2475 เช่น สมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระยานครสวรรค์วรพินิต เสด็จไปประทับ ณ กรุงบันดุง อินโดนีเซีย สมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จไปประทับที่ปีนัง พระยาทรงสุรเดช ไปอยู่กัมพูชา และที่สำคัญ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จไปประทับที่อังกฤษจนกระทั่งเสด็จสวรรคต

ต่อมายังมีผู้นำทางการเมืองหลายคนหนีไปลี้ภัยทางการเมืองในประเทศอื่น เช่น ท่านปรีดี พนมยงค์ ไปอยู่สาธารณรัฐประชาชนจีนและฝรั่งเศส จอมพล ป.พิบูลสงคราม ไปอยู่ญี่ปุ่น จอมพลถนอม กิตติขจร ไปอยู่สหรัฐอเมริกา พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน ไปอยู่อังกฤษ

เมื่อมาถึงยุคสหประชาชาติ การขอลี้ภัยทางการเมืองถือเป็นสิทธิมนุษยชนประการหนึ่ง เพราะเป็นสิทธิกำหนดโชคชะตาอนาคตของตนเอง สิทธิที่จะมีชีวิตอย่างอิสระเสรี มีความปลอดภัยในชีวิตและร่างกาย บุคคลใดที่จะถูกจับกุม คุมขัง การดำเนินคดีด้วยเหตุมีความคิดเห็น ความเชื่อ อุดมการณ์ทางการเมือง มีเชื้อชาติ ผิวพรรณ ศาสนาต่างกัน หรือกำลังตกอยู่ในภาวะอันตรายถึงชีวิต ย่อมมีสิทธิขอลี้ภัยทางการเมืองกับประเทศอื่น

โดยนานาประเทศร่วมกันทำอนุสัญญาว่าด้วยสถานะของผู้ลี้ภัย ค.ศ. 1651 (Convention Relating to the Status Of Refugee 1951 ) และต่อมาสหประชาชาติมีตำแหน่งข้าหลวงใหญ่ด้านผู้ลี้ภัย (UN High Commissioner for Refugee-UNHCR) และตั้งสำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านผู้ลี้ภัยของสหประชาชาติทุกภูมิภาคทั่วโลก ในประเทศไทยก็มีสำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านผู้ลี้ภัยเพื่อดูแลผู้ลี้ภัยจากประเทศภูมิภาคแถวนี้

อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ย่อมมีสิทธิขอลี้ภัยทางการเมืองกับอังกฤษ ส่วนจะรับหรือไม่รับก็เป็นนโยบายและกฎหมายเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยทางการเมือง (political asylum) ของรัฐบาลอังกฤษ ถ้ารับเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมือง อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ก็จะมีสถานะถูกกฎหมาย มีสิทธิเสรีภาพเหมือนพลเมืองอังกฤษเกือบทุกประการ

และที่สำคัญในฐานะเป็นคนไทย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็ยังมีสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองครบถ้วน ตราบใดที่ศาลยังไม่ได้พิพากษาลงโทษจำคุก แม้จะถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯตัดสินจำคุกก็ยังมีสิทธิของบุคคลในกระบวนการยุติธรรม เช่น สิทธิขออภัยโทษ สิทธิที่จะได้รับความยุติธรรมจากการดำเนินคดีอื่นๆ สิทธิทวงคืนทรัพย์สินที่ถูกอายัดหรือถูกยึด และเสรีภาพทางความคิด สิทธิความเป็นส่วนตัว สิทธิในครอบครัว ชื่อเสียง เกียรติยศ ฯลฯ

การขอเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองไม่ได้ทำให้หมดสิทธิมนุษยชนและพลเมืองตามที่ฝ่ายไม่เอาทักษิณและต่อต้านรัฐบาลพูดกัน.

##############################################


...นวลจันทร์




ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก http://www.parliament.go.th ค่ะ




 

Create Date : 23 สิงหาคม 2551    
Last Update : 23 สิงหาคม 2551 12:52:23 น.
Counter : 88 Pageviews.  

1  2  3  4  

เด็กน้อย ณ ดอยแง่ม
Location :
เชียงราย Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"เด็กน้อย ณ ดอยแง่ม"


เด็กนิติศาสตร์กลุ่มเล็กๆ ที่เพิ่งก้าวล่วงรั้วโรงเรียนมัธยมมาเป็นนักศึกษาน้องใหม่แห่งมหาวิทยาลัยที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในประเทศไทย...


"มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง"


ณ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ จักเป็นที่ที่พวกเราได้สานความฝันให้เป็นจริง เป็นที่ซึ่งหล่อหลอมให้เด็กน้อยในวันวาร เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป...


...ปลูกป่า สร้างคน...
พวกเราจักสืบสานปณิธานแห่งแม่ฟ้าหลวงไทย


=============================

ขอบคุณที่ร่วมแสดงความคิดเห็นค่ะ!
Friends' blogs
[Add เด็กน้อย ณ ดอยแง่ม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.