~~~ทรรศนะที่หลากหลาย สู่ปัญญาที่กว้างไกล~~~
Group Blog
 
All blogs
 
ฤๅขวานทองด้ามนี้...จักต้องแหว่งวิ่นอีกครา

ดิฉันประทับใจกับนวนิยายเรื่องหนึ่งมาก...

นอกจากเนื้อเรื่องที่น่าประทับใจแล้ว คำนำผุ้เขียนในเรื่องนี้ยังกินใจดิฉันไม่น้อยเลยทีเดียว


“หากบ้านเมืองและสังคมเป็นเช่นไม้ใหญ่ มีประดาปราชญ์ราชเมธี วีรบุรุษวีรสตรี เป็นประดุจดอกผลให้ชื่นชม จากอดีตจนถึงปัจจุบัน มีใครสักกี่คนที่หวนระลึกถึงคนหลายคนผู้ต้องกลบฝังความต้องการ ชีวิต และหัวใจของตนเองไว้ภายใต้ภาระหน้าที่แห่งการค้ำจุนบ้านเมืองและสังคม

ดุจเดียวกับ 'ราก' ต้องฝังตัวอยู่ใต้พื้นพิภพ เพื่อค้ำจุน กิ่ง ใบ และลำต้นอันตระหง่านงาม ...ผู้คนเหล่านั้นก็เป็นดั่ง 'ราก' แห่ง 'นครา'...

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเลือกยืนอยู่ตรงจุดไหน... อาสาก้าวออกสู่แนวหน้าหรือเพียรพยายามดึงรั้งอดีตไว้... ทั้งสองด้านล้วนต้องบาดเจ็บเสมอกัน ทว่า โลก ผู้คน รวมทั้งสังคมต้องเปลี่ยนแปลง...ก็ความเปลี่ยนแปลงเท่านั้นที่เป็นความจริงแท้ จะดำรงอยู่ตลอดไป ไม่มีผู้ใดสามารถยับยั้ง หน้าที่ของมนุษย์จึงไม่ใช่ทั้งการผลักดันหรือฉุดดึง แต่เป็นการปล่อยวางและตั้งรับอย่างมีสติเท่านั้น”


นวนิยายเรื่องนั้นคือเรื่อง “รากนครา” ซึ่งประพันธ์โดยคุณ “ปิยะพร ศักดิ์เกษม”

ถามว่า... ดิฉันได้อะไรจากนวนิยายเรื่องนี้บ้าง?

...ได้ค่ะ ได้ข้อคิดหลายอย่างหลายแง่มุมเลยทีเดียว

โดยเฉพาะเหตุการณ์หนึ่งที่เป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมในขณะนี้


...เขาพระวิหาร...








อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าไทยเสียดินแดนบริเวณเขาพระวิหารให้กับกัมพูชาเพราะแพ้คดีแก่กัมพูชา ศาลโลกตัดสินให้กัมพูชาได้สิทธิ์ในดินแดนบริเวณเขาพระวิหาร ด้วยเหตุผลหลักๆ ที่ว่าเมื่อมีการจัดทำแผนที่เขตแดนบริเวณเขาพระวิหาร ไทยมิได้ทักท้วงในความผิดพลาดของแผนที่นั้น....


...เหตุไฉนไทยจึงไม่ทักท้วง?


ตามสนธิสัญญาที่สยามทำกับฝรั่งเศส เมื่อปี ค.ศ.1904 ซึ่งตามสนธิสัญญาทวิภาคีจะใช้ "สันปันน้ำ" (watershed) ปราสาทพระวิหารจะอยู่ฝั่งไทย แต่หากพิจารณาตามแผนที่ ปราสาทพระวิหารจะอยู่ฝั่งกัมพูชา โดยที่แผนที่ฉบับนี้ไทยได้ร้องขอให้ฝรั่งเศสทำขึ้น เนื่องจากขณะนั้นไทยยังขาดผู้เชี่ยวชาญด้านการทำแผนที่ โดยที่การปักปันเขตแดนแล้วลงมาตราส่วนลงในแผนที่เป็นการกระทำฝ่ายเดียวของประเทศฝรั่งเศส โดยที่ฝ่ายไทยไม่มีส่วนร่วมเลย

มิใช่ว่าไทยไม่มีโอกาสที่จะทักท้วงความผิดพลาดของแผนที่ เช่นคราวกรณีการเจรจาทำสนธิสัญญาทางไมตรี พาณิชย์และการเดินเรือกับประเทศฝรั่งเศสที่ทำขึ้นในปี ค.ศ.1925-1937 มีโอกาสทักท้วง แต่ไทยก็มิได้ทักท้วง

ศาลโลกเห็นว่า การนิ่งเฉยของประเทศไทยเป็นเวลานานเท่ากับเป็นการยอมรับความถูกต้องของแผนที่แล้ว จะมาปฏิเสธในภายหลังนั้น ไม่อาจกระทำได้

ศาลโลกเห็นว่า นั่นเท่ากับเป็นการแสดงออกว่าไทยยอมรับอำนาจอธิปไตยของกัมพูชาเหนือดินแดนบริเวณเขาพระวิหาร จึงทำให้ต่อมาไทยจะมาปฏิเสธความไม่ถูกต้องของแผนที่มิได้


อดีต... ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้ เราไม่สามารถดึงรั้งอะไรให้กลับมาเป็นอย่างเดิมได้อีก

แต่ปัจจุบันและอนาคต...เราสามารถกำหนดได้ เพียงเราปล่อยวางเรื่องในอดีต และตั้งรับกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างมีสติ



การแพ้คดีนี้ในอดีตทำให้ไทยต้องเสียดินแดนบางส่วนไป ดินแดน...ที่บรรพบุรุษทั้งหลายของเราต้องเสียสละเลือดเนื้อ ชีวิต และวิญญาณให้ได้มีดินแดนสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ให้ไทยยังคงเป็นไทยจวบจนทุกวันนี้

หากประเทศไทยจะเสียดินแดนอีกครั้งหนึ่ง... ดิฉันเห็นว่าคงจะมิใช่เพราะไทยนำข้อมูลไปขายให้ต่างชาติ หรือเพราะคนไทยไม่สามัคคีกัน ไม่รักชาติ แต่เกิดจากความไม่รอบคอบ ความประมาทนิ่งเฉยของคนไทยนี่เอง!

บรรพบุรุษเปรียบดั่ง 'ราก' แห่ง 'นครา'
ลูกหลานอย่างเราเปรียบดั่ง 'กิ่ง ใบ และลำต้น'
'ราก' เสียสละที่จะฝังตัวอยู่ใต้พื้นพิภพ เพื่อให้กิ่ง ใบและลำต้นได้ยืดหยัดตระหง่าน....
แต่จะงามหรือไม่นั้น... ก็อยู่ที่พวกเราแล้ว...
ฤๅขวานทองด้ามนี้...จักต้องแหว่งวิ่นอีกครา!





นวลจันทร์



===============================================



ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงและเพิ่มเติมจาก :
1. นวนิยายเรื่องรากนครา ประพันธ์โดยคุณปิยะพร ศักดิ์เกษม
2. http://www.kapook.com
3. http://www.thairath.com
4. http://www.wikipidia.org


ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : http://www.kapook.com & http://www.flickr.com



Create Date : 01 กรกฎาคม 2551
Last Update : 2 กรกฎาคม 2551 0:10:36 น. 20 comments
Counter : 98 Pageviews.

 
การที่เราเสียเขาพระวิหารไปนั้น
มันเป็นเรื่องของอดีต เราก็ความ
จดจำ และไม่ให้มีกรณีแบบนี้อีก
แต่นะตอนนี้ประเทศของเรากำลัง
สู้กับตัวเอง เรื่องในประเทศก็ไม่สงบ
ก็อยากให้คนไทยสู้ค่ะ


โดย: แก้ว IP: 202.28.47.15 วันที่: 1 กรกฎาคม 2551 เวลา:8:46:22 น.  

 
ใช่ๆเราเห็นด้วย


โดย: อิน IP: 202.28.47.15 วันที่: 2 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:24:46 น.  

 
หนึบหนับ


ไม่เข้าใจว่าทำไมคนไทยถึงมาเดือดร้อนกันตอนนี้
ก่อนหน้าเป็นสิบๆปี ทำไมไม่คิดจะโต้แย้งกันตั้งแต่ต้น
พอมีปัญหาเกิด ต่างคนต่างกล่าวหากันไปมา อยู่นั่น

สื่งเดียวที่ทำได้ คือ ยอมรับสภาพกะสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วถ้ามีปัญหาอะไร ก็ช่วยๆกันแก้ต่อไปในอนาคต


โดย: nongjojo_102 IP: 61.7.172.22 วันที่: 3 กรกฎาคม 2551 เวลา:0:01:08 น.  

 
ก้าวเดินไปข้างหน้า
ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
อดีตเก็บมันไว้เป็นความทรงจำ


โดย: น้ำ IP: 202.28.47.15 วันที่: 3 กรกฎาคม 2551 เวลา:8:59:04 น.  

 
ก้าวเดินไปข้างหน้า
ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
อดีตเก็บมันไว้เป็นความทรงจำ


โดย: น้ำ IP: 202.28.47.15 วันที่: 3 กรกฎาคม 2551 เวลา:8:59:15 น.  

 
คือที่ไทยแย้งก็เพราะพื้นที่ซับซ้อนที่ทางเค้าจะเอาเข้าไปร่วมกับพื้นที่ของเค้าเพื่อขอเป็นมรดกโลก
ประมาณนี้นะคะเท่าที่จับใจความจากข่าว
และเป็นคนศรีสะเกษคนหนึ่งค่ะ แหะๆ
แต่ก็ไม่รู้ข่าวคราวเกี่ยวกับเรื่องนี้เท่าไหร่นัก
ไม่ค่อยได้ติดตามข่าว..

แต่คิดว่าปัญหาที่หนักกว่าการคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก
คือการไม่สงบ การขัดแย้งกันเองของคนในประเทศ
ปัญหานี้มากกว่าที่ควรจะยุติลงเสียที...


โดย: fonrin วันที่: 3 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:22:30 น.  

 


โดย: superss วันที่: 4 กรกฎาคม 2551 เวลา:4:34:08 น.  

 


อรุณสวัสดิ์ค่ะ สุขสันต์วันศุกร์นะคะ
ขอบุคณที่ไปเยี่ยมบลอกนะคะ ยินดีที่รู้จักค่ะ


โดย: เนระพูสี วันที่: 4 กรกฎาคม 2551 เวลา:5:28:47 น.  

 
สวัสดีค่ะ เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก
จะยังไงก็ตาม ไม่อยากให้เกิดกรณีน้ำผึ้งหยดเดียวเหมือนเมื่อ 4-5 ปีที่แล้วอีก

เราคนไทยยังไงก็รักชาติอยู่แล้วนะคะ


โดย: ป่ามป๊าม วันที่: 4 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:12:06 น.  

 
ติดตามเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ ละเอียดอ่อนมาก

มีความสุขกับวันศุกร์นะจ๊ะ พรุ่งนี้ได้พักผ่อนแว้วว


โดย: บ้านดินริมสวน วันที่: 4 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:17:48 น.  

 
ม่าายเข้าจัย ทำม้าายมาประท้วงตอนนี้ ร้อยสิบปีก่อนทำม่าายไม่
ท้วง ทุกอย่างมาพูดกันตอนสาย เห็นกันชัดๆๆว่าหาเรื่อง การเมือง
เบื่อพูดวุ้ยยย


โดย: Opey วันที่: 5 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:24:29 น.  

 
จริงหรือที่ "การนิ่งเฉย" หรือ "กฎหมายปิดปาก" มิใช่เป็นหลักกฎหมาย


หลังจากที่ไทยแพ้คดี นายถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเวลานั้นกล่าวทำนองว่าศาลโลกนำหลักกฎหมายที่ไม่ชัดเจนมาตัดสินคดี ที่น่าคิดก็คือ ทำไมทนายฝ่ายไทยไม่ทราบ หรือว่า "หลักกฎหมายปิดปาก" หรือ "การนิ่งเฉย" นั้น ศาลโลกหรืออนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศเคยนำมาใช้หลายคดีแล้ว


เพราะหลักว่าด้วย "การถูกการตัดสิทธิ" (Preclusion) หรือ "การนิ่งเฉย" อาจเทียบได้หรือมีผลเท่ากันกับ "หลักกฎหมายปิดปาก" อันเป็นหลักกฎหมายอังกฤษ หรือแองโกลแซกซอน


อืม.... อันนี้ก็คงเป็นสาเหตุ ด้วยล่ะมั้ง





โดย: S & P IP: 202.28.47.15 วันที่: 6 กรกฎาคม 2551 เวลา:19:17:12 น.  

 
หิวข้าวเกี่ยวกับการเมืองมั้ยครับ


โดย: ดอด IP: 202.28.47.15 วันที่: 8 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:06:55 น.  

 
ไม่มีใครเป็นคนของเราจริงๆ หรอก

^
^

เห็นด้วยเลยครับ
ผมคิดว่าทุกสิ่ง...
ไม่มีอะไรเป็นของเราอย่างแท้จริง



โดย: ก.ก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 8 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:34:27 น.  

 
น่าเสียดายจังเนอะ
เป็นของเขาไปเสียแล้ว
อย่าลืมมาเม้นให้ด้วยเน้อ


โดย: زاكية IP: 202.28.47.15 วันที่: 11 กรกฎาคม 2551 เวลา:1:36:48 น.  

 
ผมนาย นพดพ ปัทมะ ในฐานะที่ไม่มีส่วนเกียวกับเรื่อง

นี้ แต่ผมขอแสดง สปิริต ด้วย การ ลาออก

ง่ายๆๆ งี้เรยเหรอ

ลาลอกไปแล้วมันช่วยอะไรได้ รึป่าว หึหึห


โดย: S & P IP: 202.28.47.15 วันที่: 12 กรกฎาคม 2551 เวลา:0:28:08 น.  

 
จงสามัคคีเอาไว้เถอะนักการเมืองทั้งหลายจงทำเพื่อในหลวงของเราและประชาชนในประเทศไทยด้วยกัน
อย่า...บ้า...อำนาจ...มากนัก...นะ...พ่อนักเมืองเอ๋ย


โดย: กิ่งแก้ว IP: 118.172.201.111 วันที่: 17 กรกฎาคม 2551 เวลา:16:50:53 น.  

 
เบื่อ การเมืองประเทศไทย



^^


โดย: Icarus IP: 222.123.132.163 วันที่: 18 กรกฎาคม 2551 เวลา:8:50:17 น.  

 


โดย: รถเมล์สาย 170 วันที่: 3 สิงหาคม 2551 เวลา:16:14:36 น.  

 
เมื่อมีการจัดทำแผนที่เขตแดนบริเวณเขาพระวิหาร ไทยมิได้ทักท้วงในความผิดพลาดของแผนที่นั้น

ฉไนไทยจึงไม่ทักท้วง นั้นเป็นเรื่องของอดีต

แต่ปัจจุบัน ได้รับการตัดสินไปเรียบร้อยแล้ว

ถามว่าเสียดายมั๊ย ก็เสียดายนะ แต่ตัดสินไปแล้วนี่นา

ฟ้องร้อง ทำสงคราม จะได้อะไรคืนมา

นอกจากความวุ่นวาย (ทุกภาคแล้ว)

กลาง อีสาน ใต้ เฮ้อ ประเทศไทยวุ่นวายจัง

ชมพูนุช 513-1601-033 นิติศาสตร์


โดย: ชมพูนุช 513-1601-033 นิติศาสตร์ IP: 202.28.47.15 วันที่: 26 สิงหาคม 2551 เวลา:21:44:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เด็กน้อย ณ ดอยแง่ม
Location :
เชียงราย Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"เด็กน้อย ณ ดอยแง่ม"


เด็กนิติศาสตร์กลุ่มเล็กๆ ที่เพิ่งก้าวล่วงรั้วโรงเรียนมัธยมมาเป็นนักศึกษาน้องใหม่แห่งมหาวิทยาลัยที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในประเทศไทย...


"มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง"


ณ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ จักเป็นที่ที่พวกเราได้สานความฝันให้เป็นจริง เป็นที่ซึ่งหล่อหลอมให้เด็กน้อยในวันวาร เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป...


...ปลูกป่า สร้างคน...
พวกเราจักสืบสานปณิธานแห่งแม่ฟ้าหลวงไทย


=============================

ขอบคุณที่ร่วมแสดงความคิดเห็นค่ะ!
Friends' blogs
[Add เด็กน้อย ณ ดอยแง่ม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.