ชีวิตคงจะน่ารื่นรมย์มากขึ้น หากเราสามารถโปรแกรมสมองของเราให้จำได้เฉพาะสิ่งที่น่ารื่นรมย์ แต่มันเป็นไปไม่ได้ เราจึงต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับความจริงที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา
Group Blog
 
All Blogs
 
ประสบการณ์ "ตัดมดลูก" -- ตอนที่ 2

ลืมเล่าว่า ก่อนที่จะไปผ่าตัดหลายปี เรามีปัญหาเรื่องปวดหลังอย่างมาก เวลานอน จะนอนได้เพียงห้าถึงหกชั่วโมง แล้วก็จะตื่นโดยอัตโนมัติ เพราะปวดหลังอย่างแรง พอลุกขึ้นมาเดินๆ ไม่นานก็จะหายปวด เป็นแบบนี้ทุกคืนเลย ไปรักษาหลายหมอก็ไม่หาย แต่หลังจากผ่าตัดแล้วหายเป็นปลิดทิ้ง ยังงง
อยู่ว่ามันเกี่ยวกันตรงไหน แต่หายแล้วก็ดีแล้ว

กลับมาอีกครั้ง โดยที่ไม่ได้เรียกร้อง
หลังการผ่าตัด เราต้องไปตรวจทุกๆ หกเดือน ครั้งที่ตรวจครบสองปี ก่อนตรวจคุณหมอถามว่าคิดว่ามันจะกลับมาอีกไหม ตอบด้วยความมั่นใจว่ากลับมาแล้วแน่ คุณหมอถามว่าทำไมจึงมั่นใจอย่างนั้น เล่าให้คุณหมอฟังว่า ก็อาการปวดหลังกลับมาอีกแล้วน่ะสิคะ คุณหมอไม่ได้ออกความเห็นในเรื่ออนงนี้ ผลตรวจปรากฏว่า เนื้องอกกลับมาอีกแล้วจริงๆ กลับมาอย่างน้อยสองก้อนด้วย

สรุปก็คือ ปี 2002 เรามีเนื้องอกกลับอาการปวดหลังกลับมาใหม่เหมือนเดิมทุกประการ แต่เนื่องจากขนาดเนื้องอกยังเล็กคือ สองถึงสามเซ็นติเมตร ก็ยังไม่ต้องทำอะไร หากปวดก็กินยาแก้ปวดตามอาการ คุณหมอให้ทาน Celebrex เป็นยาแก้ปวดที่ได้ผลดีทีเดียว

หลังจากพบเนื้องอกครั้งแรก เราก็ต้องไปตรวจติดตามดูขนาดของมันเป็นระยะๆ เนื้องอกก็โตขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็เริ่มเห็นว่ามีสามก้อนแล้วเมื่อปี 2004

อาการปวดท้องรุนแรงช่วงใกล้มีประจำเดือนเริ่มกลับมาอีก รวมทั้ง ประจำเดือนก็มามาก ทำให้เราเริ่มซีดลง

เราเริ่มถามหาแนวทางการรักษา คุณหมอมักจะบอกว่า หากทนได้ก็ทนไปก่อน ไม่มีอะไรร้ายแรง เอ..ทำไมเราต้องทนด้วยนะ ผ่าตัดได้ไหมนี่ คุณหมอก็บอกว่า ผ่าน่ะผ่าได้ แต่ผ่าแล้วถ้าไม่ตัดมดลูกออก เดี๋ยวเราก็เป็นอีก แต่หากจะตัดมดลูกออกก็ยังไม่ถึงวัยอันสมควร เผื่อว่า เดินออกจากห้องหมอไปเกิดไปสะดุดรักเข้า อยากมีลูกขึ้นมา หมอก็โดนด่าแย่เลย

สรุปคือ เก็บไว้ก่อนนะจ๊ะ กินยาแก้ปวดไปเถอะ

การรักษาแนวใหม่
ต้นปี 2006 เราเริ่มรู้สึกว่า ชักจะทนไม่ได้แล้วนะ ปวดท้องอย่างรุนแรง แถมเวลาเดินมากๆ ก็เจ็บที่ท้องน้อยอีก เลือดก็ออกมาก และหลายวันด้วย คุณหมอเสนอทางเลือกว่า ยังไม่ต้องผ่าตัด แต่จะใส่ห่วงอนามัย ที่เขาเรียกว่า Mirena ให้ ห่วงนี้จะปล่อยฮอร์โมน วันละเล็กละน้อย ทำให้ไม่มีประจำเดือนหรือมีน้อย หากโชคดี ก้อนเนื้องอกจะเล็กลงด้วย แต่ว่าการใส่ห่วงนี้ เนื่องจากเราเป็นสาวโสด จะยากลำบากแล้วเราอาจจะกลัว จึงต้องดมยาสลบแล้วทำในห้องผ่าตัด

เรานัดคุณหมอเพื่อไปใส่ห่วงอนามัยช่วงใหล้วันเกิดปีที่ 34 ของเราพอดี ทั้งหมดใช้เวลาครึ่งชั่วโมง พอฟื้นมาก็ปวดท้องทันที และปวดท้องไปอีกหลายวัน สาเหตุของการปวดท้องคราวนี้คือ ร่างกายของเราพยายามปฏิเสธสิ่งแปลกปลอมคือ ห่วงอนามัยนั่นเอง

ปวดท้องอยูเกือบสัปดาห์ ก็ดีขึ้นค่ะ หลังใส่ห่วงไปได้สักเดือนสองเดือน เห็นได้ชัดเจนว่า ประจำเดือนลดลง การปวดท้องก็ลดน้อยลงด้วย

แต่ว่า There is nothing permanent อีกแล้ว............


แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม:
Mirena: http://www.mirena.com/html/index.html
Celebrex: http://www.celebrex.com

+++++ โปรดติดตามตอนต่อไป +++++


Create Date : 29 ธันวาคม 2551
Last Update : 29 ธันวาคม 2551 12:54:02 น. 6 comments
Counter : 1261 Pageviews.

 
ขอให้หายไวๆๆๆๆๆๆๆนะคะ


โดย: ApPleNarak999 วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:14:32:06 น.  

 
เป็นกำลังใจให้ค่ะ..สู้ๆ


โดย: เขาพิงกัน วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:15:49:07 น.  

 
ขอบคุณคุณ ApPleNarak999 และคุณเขาพิงกันมากๆ เลยค่ะ


โดย: Franc วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:21:33:38 น.  

 
เข้ามาอ่านประสบการณ์ค่ะ เราก็ผ่าตัดช๊อคโกแลตซีสต์ออกเมื่อสองปีที่แล้ว แล้วก็ใส่ห่วงอนามัยอยู่เหมือนกันค่ะ


โดย: ลิเลียน วันที่: 30 ธันวาคม 2551 เวลา:8:35:33 น.  

 
ขอบคุณคุณลิเลียนที่แวะมาเยี่ยมค่ะ


โดย: Franc วันที่: 31 ธันวาคม 2551 เวลา:13:11:56 น.  

 
กำลังจะผ่าค่ะ เลยเข้ามาเก็บข้อมูล


โดย: โปเต้ IP: 1.47.52.171 วันที่: 5 กันยายน 2553 เวลา:20:08:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Franc
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Franc's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.