คลิป เนื้อเพลง ถ้าฉันไม่อยู่ ใครจะดูแลเธอ บี้ the star

ถ้าฉันไม่อยู่ใครจะดูแลเธอ-บี้ HD
เครดิต gmmgrammyofficial




บี้ The Star - ฉันไม่อยู่แล้วใครจะดูแลเธอ (ตัดจากฉากในละครข้ามเวลาหารัก)
เครดิต BieFansChaNNeL









Ending Credit : BIE - ฉันไม่อยู่ฯ (ข้ามเวลาหารัก)
จาก: BieFansChaNNeL





ถ้าฉันไม่อยู่แล้วใครจะดูแลเธอ
Bie The Star

ใครมองว่าฉันไร้ค่าแค่ไหน จะทำให้เธอนั้นมีความสุขได้ยังไง
ไม่โกรธซักนิด แต่ฉันไม่คิดอย่างนั้น
คอยอยู่เคียงข้างคอยแคร์วันนี้ ทุมเทแลกรอยยิ้มเธอ
คิดว่าฉันโชคดี...ไม่แคร์พรุ่งนี้
หากฟ้าพรากเราจากกัน

แต่ถ้าถามว่ามีอะไร
ที่ยังเป็นกังวลบ้างไหม
ฉันยอมรับเลยว่ามี...เพียงเรื่องเดียวจริงๆ
ใจยังแอบหวั่นๆทุกที อดหนักใจไม่ได้

ถ้าฉันไม่อยู่แล้วใครจะดูแลเธอ
อยากให้รู้เสมอเป็นห่วงเธอกว่าใครๆทั้งนั้น
หากพรุ่งนี้เธอเหงาเดียวดาย
มือของใครจะกุมข้างกัน...ห่วงนะ
เพราะเธอหนะสำคัญเท่ากับหัวใจ

เก็บความกลัวไว้เงียบๆอย่างนี้ ทำได้แค่ภาวนา
และทำทุกนาทีที่ได้มีเธอให้สวยงามน่าจดจำ
อนาคตนั้นยังไงไม่รู้ แต่นาทีนี้ฉันรู้และมั่นใจที่สุด
มีมือเธอกุม... มันคุ้มชีวิตหนึ่งแล้ว

แต่ถ้าถามว่ามีอะไร ที่ยังเป็นกังวลบ้างไหม
ฉันยอมรับ...เลยว่ามีเพียงเรื่องเดียวจริงๆ
ใจยังแอบหวั่นๆทุกที อดหนักใจไม่ได้

ถ้าฉันไม่อยู่แล้วใครจะดูแลเธอ
อยากให้รู้เสมอเป็นห่วงเธอกว่าใครๆ ทั้งนั้น
หากพรุ่งนี้เธอเหงาเดียวดาย
มือของใครจะกุมข้างกัน
ห่วงนะเพราะเธอหนะสำคัญเท่ากับหัวใจ

อยากขอดูแลอยู่ข้างกัน จนสุดลมหายใจ







Create Date : 29 พฤษภาคม 2554
Last Update : 1 มิถุนายน 2554 18:44:39 น.
Counter : 553 Pageviews.

2 comment
เรื่องเล่าของนิชคุณ
อ่านแล้วอยากเก็บไว้อ่านอีกมีความสุขจริงๆ
ไม่เคยเบื่อเลยที่จะอ่านสิ่งดีๆที่น้องคุณทำ

Credit : Kor - Eng by E.Gorey@Ch'anRakKun.com, Eng - Thai by candypop117 @ Welovekhun.com

เรื่องเล่านี้มาจากผู้ชายคนหนึ่งซึ่งประทับใจในตัวนิชคุณมาก ก็เลยมาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แต่เรื่องนี้เกิดขึ้นนานแล้วพอสมควร ตั้งแต่ตอนที่มีเรื่องเจบอมใหม่ๆค่ะ

ก่อนจะไปอ่านเรื่องเล่านี้ ไม่อยากให้มีอคติหรืออะไรกับสมาชิกคนอื่นที่อาจมีการกล่าวถึงนะคะ คนเราต้องมีบ้างอารมณ์พร้อมกับไม่พร้อม โดยเฉพาะช่วงสถานการณ์เรื่องของเจบอมที่กำลังตรึงเครียดอยู่ในขณะนั้นค่ะ~

เมื่อหลายเดือนก่อน มีผู้ชายคนนึงได้ไปเจอกับวง 2PM ในที่ๆหนึ่ง เขาค่อนข้างจะชื่นชอบหนึ่งในสมาชิกของวงพอควร เขาก็เลยรวบรวมความกล้าแล้วเข้าไปขอลายเซ็นของสมาชิกคนนั้น แต่ว่าสมาชิกคนนั้นทำหน้าอึดอัด ปฏิเสธออกไปว่าแจกลายเซ็นต์ให้ไม่ได้เพราะเขาต้องรีบไปแล้ว พร้อมกับเดินเลี่ยงออกไป

ส่วนตัวแล้วผู้ชายคนนั้น(ซึ่งมีอายุพอควร)ไม่ได้คลั่งไคล้ วง 2PM อะไรมากมายแต่เพราะว่าดีใจที่ได้เจอพวกเขาตัวเป็นๆถึงได้เข้าไปขอลายเซ็นต์ เพราะว่าโดนปฏิเสธเขาก็เลยรู้สึกขายหน้าอยู่เหมือนกัน จึงได้ยืนตะลึงอยู่ตรงนั้น

เขาไม่ทันสังเกตว่านิชคุณยืนอยู่ข้างหลังเขา เหตุการณ์ที่ตามมาทำให้เขาเดาเอาว่าคุณยืนอยู่ตรงนั้นนานพอควรแล้ว แล้วก็เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น คุณก็เลยเดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับรอยยิ้ม แล้วถามอย่างเป็นกันเองว่า

“ให้ผมเซ็นต์แทนเขาไม่ได้เหรอครับ”

จากนั้นคุณก็ตั้งอกตั้งใจเซ็นต์หนังสือของผู้ชายคนนั้น พลางกล่าวว่า “ขอบคุณที่สนับสนุนพวกเราครับ”

ผู้ชายคนั้นชมคุณไม่ขาดปากเลย เขาไม่เคยเจอใครที่นิสัยดีแบบนี้มาก่อน

เขายังบอกอีกว่าถึงตอนนี้เขาก็ยังคงดูแลรักษาลายเซ็นที่คุณให้เขาไว้อย่างดี แต่ผู้ชายคนนั้นไม่บอกหรอกนะว่าสมาชิกคนไหนที่ปฏิเสธที่จะแจกลายเซ็นต์ให้กับเขา อย่าให้เรารู้สึกไม่ดีกับสมาชิกคนนั้นจะดีกว่า เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นหลังเรื่องราวของเจย์

เครดิตhttp://www.welovekhun.com/index.php













Create Date : 25 มีนาคม 2553
Last Update : 25 มีนาคม 2553 22:37:30 น.
Counter : 629 Pageviews.

2 comment
แบกเป้ตลุยเวียดนาม(ไปฮอยอันกันนะ)
ผ่านไปหลายเดือนละเลยปัดฝุ่นเอามาเขียนต่อ ปะพาไปเที่ยวฮอยอันกัน
วันนี้พวกเราจะต้องเดินทางออกจากเว้แปดโมงครึ่ง
เพื่อนทั้งสองลงไปจ่ายค่าโรงแรมและค่าทัวร์ก่อนฉันนานกว่าชั่วโมง
ฉันลงจากห้องประมาณแปดโมงสิบนาทีเป็นคนสุดท้ายอีกเช่นเคย
ทั้งสองก็ยังคุยตกลงราคาทัวร์ที่ไม่จบของเมื่อวานด้วยท่าทางจะโมโหมาก
พวกเราอยากจะขอให้ทางโรงแรมลดราคาลงอีกเพราะไม่ได้พาพวกเราเที่ยวตามที่ตกลงกันไว้
แต่พนักงานตรงเคาเตอร์ก็ไม่ยอมบอกว่าถ้าพวกเราไม่จ่ายเธอก็ต้องเป็นคนออกเงินแทน
เจ้าของโรงแรมกับเจ้าเหงี่ยนก็หายหัวไปหมดเลย ใกล้เวลารถจะออกแล้วฉันเลยบอกให้จ่ายๆไปเถอะ
ฉันก็ทำเป็นถ่ายรูปป้ายโรงแรมแถมถ่ายติดรูปเจ้าของโรงแรมอีกต่างหาก สงสัยมาแอบดูพวกพวกเรา
ฉันก็เลยพูดออกไปดังๆว่าจะเอามาลงอินเตอร์เน็ตแนะนำคนว่าอย่ามาพักโรงแรมนี้เลย
พอเจ้าของโรงแรมได้ยินก็หน้าเสียเดินหลบไปเลยอิอิ(ปกติภาษาอังกฤษงูๆปลาๆแต่พอโมโหออกมาแบบไม่ต้องคิดเลยแฮะ)

รูปป้ายโรงแรมกับเจ้าของที่มาแอบดูการทะเลาะระหว่างลูกค้ากับพนักงานของโรงแรม



จ่ายเงินเสร็จเราก็รีบออกจากโรงแรมไปขึ้นรถเพราะเหลือเวลาไม่ถึงสิบห้านาทีแล้ว
เดินมาขึ้นรถทัวร์ไปฮอยอันของชินคาเฟ่ ส่วนมากจะเป็นฝรั่งไปเสียครึ่งคัน สภาพรภก็ใหม่ดีนั่งสบายดี ค่าตั๋ว 5 USD ต่อคน



ภายในรถ



ระหว่างทางผ่านทางลอดอุโมงค์ผ่านภูเขาที่มีความยาวมากใช้เวลาเกือบสิบนาทีกว่าจะออกมาได้
ออกมาได้ก็จอดรถแวะพักสิบห้านาที พวกเราก็แวะเข้าห้องน้ำและชมทะเลของเวียดนามกัน



ผ่านเมืองดานัง เมืองท่าของเวียดนามเจริญมากมีป้ายโรงแรมติดมากมายว่าจะก่อสร้าง
ถ้าก่อสร้างเสร็จรับรองอลังการเป็นเมืองที่เจริญเติบโตก้าวกระโดดแน่ๆ









ระหว่างทางรถก็จอดให้เวลาเที่ยวถ้ำหินอ่อนประมาณครึ่งชั่วโมง
แต่พวกเราเลือกไม่เข้าไปเพราะกลัวออกมาไม่ทันปอดกลัวตกรถว่างั้นเถอะ



มีร้านขายหินอ่อนขายเต็มหน้าทางเข้าถ้ำราคาไม่แพงแต่มันเป็นหินเราเลยไม่อยากแบกกลับกัน




ถึงฮอยอันบ่ายโมง รถมาจอดที่ออฟฟิศของชิน พวกเราฝากกระเป๋าเดินทางไว้
เพื่อออกเดินหาห้องพัก เดินวนรอบเมืองหนึ่งรอบต่อค่าโรงแรมได้ 10 USDแล้วก็ไม่เอา
พอเดินหาไม่ได้ราคานี้ก็เดินกลับไปเอาราคานี้โรงแรมก็ไม่ให้ราคาเดิม
ด้วยศักดิ์ศรีพวกเราเลยออกต้องเดินหาโรงแรมใหม่ได้โรงแรมราคาห้องละ 12 USD จึงตกลงพักละ
ไม่ไหวเหนื่อยมากและร้อนมากๆจะตายเอา

ภาพเมืองฮอยอันที่โรงแรมเล็กๆตั้งอยู่ตลอดเส้นทาง ไม่ใหญ่มากเดินชั่วโมงเดียวก็รอบละ


ภาพห้อง12USD สะภาพห้องก็ถือว่าโอเค



ห้องน้ำไฮโซ ><



อาบน้ำและจัดของเสร็จก็บ่ายสาม จึงออกเดินเที่ยวเมืองฮอยอันซึ่ง ฮอยอันเป็นเมืองเก่าและเล็กพวกเราจึงเลือกเดินเอา
ค่าตั๋วเข้าชมเมืองเก่า 75,000 ดอง ก็ประมาณ 150 บาท เวียดนามปรับค่าเงินแล้วนะตอนนี้น่าจะถูกกว่านี้







ได้ตั๋วพร้อมแผนที่ ปะพวกเรามาบุกเมืองเก่าฮอยอันกัน





แดดเริ่มลดความร้อนลงละแต่ก็ยังร้อนอยู่ดี



สงสารป้าแกเลยอุดหนุนหน่อยค๊า
















ขนาดมีแผนที่ก็ยังหลงพวกเรามีเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงจึงรีบๆเดินไม่ได้ซึมซาบบรรยากาศนานเดี๋ยวพระอาทิตย์จะตกเสียก่อน
เดี๋ยวตอนหน้ามาต่อบรรยากาศตอนค่ำและตอนเช้าๆของเมืองและร้านอาหารอร่อยบรรยากาศดีๆของฮอยอันกันใหม่นะคะ







Create Date : 14 มีนาคม 2553
Last Update : 15 มีนาคม 2553 2:00:49 น.
Counter : 792 Pageviews.

0 comment
แบกเป้ตลุยเวียดนาม(ตลุยเมืองเว้ครึ่งหลัง)
ออกมาจากสุสานจักรพรรดิตือดึ๊กเที่ยงพอดี คนขับพยายามต้อนให้พวกเรากินข้าวร้าน ที่พวกเขานั่งอยู่
แต่พวกเราอยากไปกินร้านอาหารที่โลนลีแพลนเน็ตลงแนะนำไว้ จึงได้แต่ช่วยเค้าซื้อน้ำอัดลมไปสามกระป๋อง
สถานที่ต่อไปคือสุสานพระจักรพรรดิไคดิงห์

ระหว่างทางก็ถ่ายรูปข้างทางไปด้วยสาวๆ เวียดนาม


แวะที่ทำธูปขายอยู่ข้างทาง ฉันแวะซื้อหมวกเวียดนามมาหนึ่งใบ อยากได้เพราะแดดร้อนแบบสุดๆ หน้าจะมืดเอา
คนขายบอกมา 50,000 ดอง ฉันต่อไป 20,000 ดอง คนขายก็ให้ ต่อราคาแบบเกินครึ่ง










มาถึงสุสานพระจักรพรรดิไคดิงห์ ค่าตั๋วพระราชวังและสุสานทั้งสามที่นี้ราคา เท่ากัน 55,000 ดอง ก็ประมาณ หนึ่งร้อยบาท



จ่ายเงินไป 200,000 ดอง แต่ทอนมา 10,000 ดอง งงสิคะเราเลยต้องทวงส่วนที่เหลือ
คนขายก็ตีมึนกว่าจะพูดกันเข้าใจและคืนมาได้ เกือบพลาดแล้วเราดีนะนับก่อนเดินออกมา



















จบจากสุสานพระจักรพรรดิไคดิงห์แล้ว คนขับบอกว่าทัวร์ครบสี่ที่แล้วและเค้ายังแถมจอดให้ที่ขายธูปด้วยอีกหนึ่งที่รวมห้าที่
เมื่อทัวร์จบแล้วเค้าจะไปส่งเราที่โรงแรม เวลาตอนนี้คือบ่ายโมงครึ่ง พวกเราเถียงและบอกว่าที่เราจ่ายไปคือเหมาทั้งวันเวลาเก้าโมงเช้าถึงห้าโมงเย็นพูดยังไงคนขับก็ไม่ยอม
สุดท้ายพวกเราจึงต้องกลับมาโรงแรม

กว่าจะเจอเจ้าคนขายทัวร์ชื่อเงี่ยนและตกลงกันได้เกือบบ่ายสองโมง
พวกเรายังไม่ได้ทานข้าว เงี่ยนบอกกับเราว่าเค้าจะจัดการเองให้เราไปกินข้าวก่อน แล้วพวกเค้าก็พาเราไปปล่อยไว้ที่ร้านอาหาร
พวกเราเลือกร้านแมนดารินคาเฟ่ ตามโลนลี่แพลนเน็ตเพราะสนใจรูปภาพที่เจ้าของร้านซึ่งเป็นนักถ่ายภาพ

ภาพอาหารน่ากินมะคะก็อร่อยดี









ทั้งหมดราคา 148,000 ดองกินกันทีเป็นแสน ประมาณ 270 บาท
ทานเสร็จก็โทรตามนายเงี่ยนบอกจะออกมารับพวกเราระหว่างรอจึงถามเจ้าของร้านเรื่องการถ่ายภาพและจุดที่น่าจะไปถ่ายภาพกัน
เค้าก็อธิบายอย่างดีและยังเอารูปมาขายด้วย

เจ้าของร้านกำลังแนะนำทางไปด้วยความกระตือรือล้น



นะซื้อไปหลายรูปก็ไม่แพงนะคะสนใจแวะมาดูได้คะ ลืมถ่ายรูปมา


เจ้าของใจดีมากแถมโปรสการ์ดให้พวกเราคนละใบพร้อมลายเซ็น
เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง เจ้าเงี่ยนก็ยังมาไม่ถึงเราโทรไปหาก็ไม่รับ
ทนไม่ไหวต้องออกมายืนรอหน้าร้าน



สามโมงแล้วคะเรายังไม่ได้ไปไหนกัน และแล้วเจ้าเงี่ยนก็จูงมอเตอร์ไซด์เข้ามาหาพวกเราทำหน้าน่าสงสาร โหเห็นก็รู้ว่ามันแกล้งทำ
บอกพวกเราว่ารถเสียน้องที่โรงแรมยังเรียนอยู่ขอจะชดเชยเวลาให้ตอนเย็นห้าโมงแล้วกันสองชั่วโมง พวกเราก็ตกลงเพราะเซ็งมากแล้ว

ตกลงเราจึงเดินไปเที่ยวตลาดดงบา หาซื้อกระเป๋าถูกๆเพราะได้ข่าวถูกว่าเมืองไทยมากๆ
ระหว่างทางไปตลาดเดินผ่านสะพานเจ็ดสีตอนกลางวัน









หน้าตลาดพวกเรามาถึงเกือบสี่โมงเย็น



เข้าด้านหน้าตลาดเดินไปจนสุดมุม ก็เจอร้านขายกระเป๋าเป็นแถวพวกเราต่อราคานานมากหน้าดำคร่ำเครียดกันเลยทีเดียว
ออกร้านนั้นเข้าร้านนี้ก็ไม่ได้ราคาที่ต้องการ เพราะแม่ค้ากลับราคาพอเราเดินกลับมาจะเอาราคาที่ต่อไว้ ก็ทำมึนบอกราคาตั้งใหม่
พอต่อได้จะเอาก็กลับขึ้นมาใหม่ พวกเราเลยตัดสินใจไม่ซื้อเดินคอตก ด้วยความห่อเหี่ยวเพราะว่าจริงๆ
ราคามันก็ถูกอยู่แล้วถ้าเทียบกับเมืองไทย แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอไม่ให้ก็ไม่เอา

พอพวกเราเดินกลับจะถึงทางออก ก็เงยหน้ามองไปชั้นสองโอ๊วพระเจ้าชั้นสอง มีร้านขายกระเป๋าตั้งหลายร้าน
เราทั้งสามต่างกระดี้กระด้ากันใหญ่คราวนี้จะต่อแต่พอดี
เมื่อขึ้นไปชั้นสองแม่ค้าบอกราคากระเป๋าที่เราอยากได้ในราคาที่ถูกว่าที่พวกเราได้ต่อจากข้างล่างเสียอีก ด้วยความเป็นลูกอีช่างต่อเลยต่ออีกหน่อย
แม่ค้าก็ไม่ลดให้แล้วแต่พวกเราก็ตกลงเอาๆๆ ได้กลับไปกันคนละหลายใบเลย แม่ค้าที่เราต่อราคาจากข้างล่างเดินขึ้นมาข้างบน
แล้วเอามือมาจิ้มสีข้างนะแรงพอดู นิสัยเลว
แถมยังไปกระซิบกับคนขายข้างบนเป็นภาษาเวียดนามแบบไม่ดี พวกเราถึงจะฟังไม่ออกแต่ก็รู้ว่าเค้าต้องด่าพวกเราแน่นอน
เมื่อเจ๊เดินจากไปแล้วเราจึงถามคนขายว่าเจ๊แกว่าไงคนขายบอกว่าพวกเราไปรื้อข้างล่างซะวุ่นวายแต่ก็ไม่ซื้อ
แต่เราว่าเค้าน่าจะพูดเลวร้ายกว่านี้นะ

เจ้าของร้านนี้เลยชั้นบนนะขายถูกมารยาทดีและชอบเงินไทย ใครมาตลาดดงบาพกเงินบาทมาได้นะพ่อค้าแม่ค้าที่นี้ชอบเงินบาท
ได้ราคาดีกว่าเงินดองด้วยแต่ตอนนี้เวียดนามลดค่าเงินอาจจะถูกกว่าเดิมก็ได้ลองคำนวณกันดีๆนะ



ห้าโมงโทรหาเจ้าเงี่ยนมันบอกจะมารับห้าโมงครึ่ง
ห้าโมงครึ่งเราออกไปรอพระอาทิตย์ยังไม่ตก



จนกระทั้งทุ่มหนึ่งมืดแล้วมันก็ยังไม่มาจนเราต้องโทรไปที่โรงแรม
โรงแรมจึงเอารถตู้มารับเรากลับโรงแรม



มาถึงโรงแรมเราก็ไม่เจอเจ้าเงี่ยนและเจ้าของโรงแรมเจอแต่คนเฝ้าเคาเตอร์
จึงเอาของไปเก็บและออกไปทานข้าวเพื่อจะได้ไปดูสะพานเจ็ดสี ร้านที่เราเลือกก็จากโลนลีแพลนเน็ตอีกเช่นเดิม

ชื่อร้าน



อย่อยกินไปสามชุด ค่าเสียหายทั้งหมด 138,000 ดอง เป็นแสนอีกละ ก็ประมาณ 250 บาท




ก่อนกลับเขียนแปะข้างฝาร้านเค้าเสียหน่อยอิอิ


ขากลับต้องผ่านสะพานเจ็ดสีหนุ่มสาวจับกันเป็นคู่ๆ มีตั้งแต่ระดับอนุบาลจนเกือบมหาลัยทั้งล้วงทั้งควักกันกลางสะพาน
โอ๊วชาวเวียดนามช่างกล้ากันเหลือเกิน ไม่กล้าถ่ายกลัวโดนตีหัวดับ ได้แต่เห็นแบบลางๆ อะ



ชมวิวบนสะพานและภาพสะพาน













กลับมาโรงแรมประมาณสี่ทุ่มก็ยังไม่เจอเจ้าเงี่ยนเมื่อวานมันยังนั่งอยู่ที่โรงแรม
เที่ยงคืนก็ยังนั่งเสนอหน้ารอพวกเรา เฮ้อเซ็ง
กว่าจะได้นอนเกือบตีหนึ่งเพราะมัวแต่ทำบัญชีใช้จ่าย ก็ฉันเป็นคนเก็บเงินของทุกคนไว้ เราแชร์กันเอาเงินมารวมกัน คนละสองร้อย USD
ตอนหน้าเราจะไปฮอยอันแต่เช้า ก่อนออกจากโรงแรมก็เกิดสงครามย่อยๆหน้าเคาเตอร์โรงแรมมาต่อตอนหน้านะคะ




Create Date : 07 ธันวาคม 2552
Last Update : 8 ธันวาคม 2552 13:11:29 น.
Counter : 647 Pageviews.

5 comment
แบกเป้ตลุยเวียดนาม(ตลุยเมืองเว้)#5
ตื่นแต่เจ็ดโมงครึ่ง มันเช้าสำหรับฉันนะเนี้ยก็เพราะนัดหนุ่มมอเตอร์ไซด์ทัวร์ไว้จึงต้องรีบตื่น โอ๊ยไม่อยากตื่นเลยฉันตื่นนอนเป็นคนสุดท้ายและลงไปทานข้าวเช้าเป็นคนสุดท้ายเช่นกัน อาหารเช้าจะเป็นอาหารจานเดียวข้าวผัดจะออกแข็งๆกรอบๆถ้าฟันดีๆฉันก็ว่าน่าจะอร่อยแต่ในปากมีเหล็กดัดฟันจึงไม่สะดวกในการเคี้ยวกล้ำกลืนกินไป พร้อมกาแฟแบบเวียดนาม เป็นกาแฟดำขมได้ใจดื่มไปแค่สองคำกินไม่ได้แล้วเสียตังค์ไปแล้วเลยต้องกิน





หนุ่มมอเตอร์ไซด์ชาวเวียดนามที่มารอรับอายุราวห้าสิบ พร้อมกับรถที่ใกล้เคียงกับอายุคนขับ มารับพวกเราตรงเวลาเดี๊ยะ



ตั๋วทัวร์มอเตอร์ไซด์



เก้าโมงเช้าออกเดินทางไปสถานที่แรกใช้เวลาเดินทางจากที่พักไม่ถึงสิบนาที คนขับให้เวลาเราหนึ่งชั่วโมงในการชม นครจักรพรรดิไดโนยพระราชวังเก่าของ ราชวงศ์เหงียน ซึ่งเป็นที่พำนักของจักรพรรดิแห่งนครเว้ในอดีต

















วังปิดปรับปรุงหลายจุด พวกเราจึงได้ดูไม่กี่ที่บางแห่งก็ไม่ให้เข้าเพราะน้ำยังท่วมขังอยู่ก่อนที่พวกเราจะมาพายุเข้าเวียดนามเว้น้ำท่วมเป็นเมตร น้ำพึ่งลงเมื่อสองสามวัน พวกเราจึงเดินแค่ครึ่งชั่วโมงก็เสร็จละ จะบอกไงดี อย่าว่ากันนะเราว่าอลังสู้เมืองไทยไม่ได้ แต่ก็มาดูเพื่อเรียนรู้วัฒธรรมของเค้า อาจเพราะอากาศที่ร้อนด้วยเลยสู้ไม่ไหว เราขอเบอร์โทรจากคนขับมาด้วยจึงโทรตามได้ ดีนะที่ซื้อซิมการด์ไว้เมื่อคืน พวกเราอยากจะไปหลายๆ ที่ในวันเดียวเพราะเรามีเวลาแค่วันเดียวในการอยู่ที่เว้ จึงต้องทำเวลากันหน่อย ต่อด้วยวัดและเจดีย์เทียนหมุ ซึ่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำหอม มาชมแม่น้ำหอมและหอคอยแปดเหลี่ยมกัน



















มาต่อด้วยสุสานจักรพรรดิตือดึ๊ก ระหว่างทางเห็นสะพานทางรถไฟข้ามแม่น้ำหอม เลยลงมาแอ๊คท่าถ่ายรูปกันเสียหน่อยไม่มีการอาย ส่วนชาวประชาชาวเวียดนามมายืนมองเราถ่ายรูปกันใหญ่สงสัยจะไม่เคยเห็นคนบ้าชาวไทย555 







ระหว่างข้ามสะพาน


สงสารหมู



สุสานตือดึ๊กกว้างมาก























จบการเที่ยวไปครึ่งวันเหนื่อยมากร้อนด้วยตอนหน้ามาต่อนะคะตอนนี้ไม่ทันถึงเรื่องถูกโกงแล้ว



Create Date : 03 ธันวาคม 2552
Last Update : 3 ธันวาคม 2552 23:56:45 น.
Counter : 527 Pageviews.

1 comment
1  2  

นาเรเซรัน
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



อย่ายึดติดในสิ่งที่ควรปล่อยมือ