แบกเป้ตลุยเวียดนาม(ออกตลุย)#3

และแล้ววันออกเดินทางก็มาถึง เวลาที่รถทัวร์จากกรุงเทพฯ ไปมุกดาหารจะออกจากหมอชิต 20.30 น. ฉันอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่บ่ายสามโมง หมุนซ้ายหมุนขวาหาโน่นหานี่กลัวลืมของ จนกระเป๋าเดินทางแทบปริ แต่ก็ลืมหมวกจนได้ ลืมนึกไปว่าเป็นช่วงวันหยุดยาวรถติดมาก มาถึงหน้าสถานีหมอชิตได้ ก็พบกับผู้คนจำนวนมากที่จะออกเดินทางเต็มพื้นที่





คนเยอะมาก


พวกเรามาถึงสถานีขนส่งมุกดาหาร 8.15 น.เลยเวลาที่จะต้องมาถึงตามกำหนดที่ 06.30 น. รถโดยสารระหว่างประเทศไทย-สปป.ลาวมีออกทุกชั่วโมงคะ



มารอซื้อตั๋ว



หน้าตาตั๋วมุกดาหาร - สุวรรณเขต ค่าโดยสาร 45 บาท พวกเราได้จองตั๋วรถทัวร์เวลา 8.30 น.





พวกเรามาถึงขนส่งมุกดาหารสายไปชั่วโมงครึ่ง ต่างก็กระวนกระวายใจ กลัวว่าจะไปไม่ทันรถทัวร์จากสุวรรณเขต-เว้ รอบ09.30 น.ตามที่สืบมาคร่าวๆ แถมยังมีแค่รอบเดียวต่อวันเสียด้วยสิ

รถมุกดาหาร-สุวรรณเขตมาแล้วคะ




คนที่ขึ้นมาบนรถส่วนมากเป็นพี่น้องชาวลาว รถใช้เวลาจากสถานีมุกดาหารมาถึงจุดผ่านแดนของไทยใช้เวลาประมาณ 15 นาทีได้รูปวิวนอกรถมาด้วยตอนข้ามแม่น้ำโขง




รถจอดให้ลงเพื่อกรอกใบออกนอกประเทศ



เมื่อผ่านไปได้พวกเราก็ต้องรอขึ้นรถต่อไปจุดผ่านแดนของลาวคราวนี้เราต้องแย่งขึ้นรถเพราะมีคนกลุ่มใหญ่มาดักรอขึ้นรถที่ด่านนี้เพื่อข้ามแดน ดีตรงที่ฉันเอากระเป๋าเป้เดินทางใบใหญ่จองที่เอาไว้เลยได้นั่งที่เดิม มาถึงจุดผ่านแดนของลาวเราต้องเสียค่าผ่านแดนคนละ 10,000 กีบหรือประมาณ 40 บาท คะ ใช้เงินไทยจ่ายได้นะคะลาวรับเงินไทยคะ ก่อนลงจากรถเพื่อเข้าด่านของลาว คนลาวก็ชี้ๆ ตรงกระเป๋าที่ฉันทิ้งไว้เพื่อจองที่นั่ง ฉันไม่เข้าใจจึงทิ้งกระเป๋าไว้จองที่นั่งเหมือนเดิม พวกเราไปจ่ายค่าผ่านแดนกันเสร็จ หลืบไปมองรถทัวร์ก็พบว่าทุกคนขนของลงมาจากรถกันหมดเลย พวกเราทั้งสามจึงต้องวิ่งกลับไปที่รถทัวร์รับกระเป๋าเดินทางที่พนักงานบนรถทัวร์เอาลงมาวางข้างๆรถพวกเราต่างลากกระเป๋าเพื่อเข้าเครื่องแสกนของด่านลาว เสร็จแล้วจึงออกมายืนรอรถทัวร์ที่วนมารับผู้โดยสารอีกฝากหนึ่งของด่านด้านในประเทศลาว ใครจะแลกเงินก็แลกที่ด่านนี้ได้นะคะมีธนาคารรับแลกอยู่



เมื่อออกจากด่านผ่านแดนของลาวมาเป็นเวลา 9.15 น. พวกเราลุ้นกันใหญ่ว่าท่ารถสุวรรณเขตจะไกลหรือเปล่าแต่ใช้เวลาเพียง 15 นาที ก็มาถึงแล้วละคะ เมื่อลงจากรถพวกเรารีบเข้าไปซื้อตั๋วรถทัวร์จากสุวรรณเขตไปเว้ เมื่อดูจากป้ายบอกเวลารถออกคือ 10.00 น. พวกเราทั้งสามต่างถอนหายใจโล่งอกทันที


ราคาตั๋วรถทัวร์ใบละ 110,000 กีบ ประมาณ 440 บาท


ฉันไม่ได้แลกเงินกีบของลาวมาด้วยเพราะอ่านจากข้อมูลในอินเตอร์เน็ตหลายๆ แห่งบอกว่าลาวรับเงินไทย พวกเราเลยจ่ายค่าต๋วเป็นเงินไทย คนละ 460 บาท เอาเถอะถือว่าไม่ต้องไปแลกเงินกีบเพราะเราจะใช้เงินกีบแค่ค่ารถ เพราะตอนขากลับพวกเราไม่ได้เดินทางกลับมาทางลาวอีกแล้ว ก่อนขึ้นรถไปเว้เพื่อความชัวร์แล้วระยะทางไกลกว่าสามร้อยกิโล คิดแล้วขอเข้าห้องน้ำที่ขนส่งของลาวนี่ละ ไอ้เรารึอุตส่าห์เตรียมเหรียญสิบบาทมาด้วย แต่เค้าไม่รับเหรียญคะ และค่าห้องน้ำก็โหดมากๆ 20 บาทหรือ 5,000 กีบ และแล้วรถก็เข้ามาจอดฉันเดินด่อมๆมองๆขอคนรถขึ้นก่อนเขาก็ไม่ให้ขึ้นพวกเราจึงนั่งรอเกือบครึ่งชั่วโมง



และแล้วคนรถก็เปิดประตูรถให้คนขึ้น พวกเราสามคนเดินขึ้นรถมองหาเบอร์ที่นั่งก็ไม่เห็นลูบๆ คลำก็ไม่เห็นเลขมันจะขึ้น จนกระทั้งมองขึ้นไปบนที่วางของบนหัวจึงรู้ว่าเบอร์เลขที่นั่งอยู่ด้านบนที่วางของบนหัวนั้นเอง โหไอ้เราก็มองหาตั้งนาน



ได้เวลารถออกผู้โดยสารในรถเกือบเต็มคัน มีการหยุดรับคนตามรายทางจนเกือบเต็ม มีหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งนั่งอยู่เบาะตรงข้ามโทรศัพท์ใช้เสียงเรียกเข้าเป็นเพลงไทย ฉันก็นึกว่าเป็นคนไทยเสียอีกแต่ก็ไม่แน่ใจแต่ระหว่างทางรถจอดแวะทานข้าว




พวกเราเมื่อลงจากรถมาก็งงกับภาษาที่ไม่คุ้นไม่เข้าใจเลย ฉันเข้าใจว่าน่าจะเป็นภาษาเวียดนาม งงๆเหมือนกันเพราะจำได้ว่ายังไม่ได้ข้ามไปฝั่งเวียดนามสักหน่อย พวกเรายืนดูคนมุงแย่งสั่งอาหารสั่งใหญ่ ชี้โน้นชี้นี้จนคนขายแทบจะไม่ได้เงยหน้าพวกเราก็ยืนดูทุกคนได้อาหารไปกันหมดเหลือไม่กี่คน





รู้สึกเหมือนคนบื้อไม่รู้จะสั่งยังไง ไม่มีใครสนใจพวกต่างด้าวอย่างเราเลย ไม่รู้รถออกแล้วพวกเราจะได้กินไหมอยากจะร้องไห้ จนกระทั้งหนุ่มหล่อที่เรานึกว่าเป็นคนไทยเดินเข้ามาเพื่อรอสั่งอาหาร พวกเราเลยส่งท่านอาจารย์หนุ่มไปสปีคอังกฤษสักหน่อย หนุ่มหล่อตอบมาด้วยความตกใจออกเขินๆ(น่ารัก)เป็นภาษาลาวว่าให้พูดไทยก็ได้เพราะเค้าฟังรู้เรื่อง เพราะเค้าคงเห็นพวกเราพูดภาษาไทยกัน พวกเราจึงได้ล่ามและได้กินอาหารกันเสียที ป้ายของร้านอาหารบอกว่าcom ในภาษาเวียดนามมันคือร้านขายอาหารนะ ร้านที่รถจอดแวะนี้เป็นร้านของคนเวียดนามในลาว พ่อหนุ่มลาวล่ามจำเป็นของเราอธิบาย หน้าตาอาหารคะรสชาติดีทีเดียวเหมือนข้าวราดแกงบ้านเรา



เฝอน่ากินแต่กินไม่ลง 2 USD


ข้าวราดแกง 60 บาท จ่ายเป็นเงินไทย



เพลงที่เปิดในรถก็เป็นเพลงไทยช่วงแรกๆที่นั่งมาเปิดเพลงไทยอีสานและหมอลำเพราะๆ ทั้งนั้นเลย บางเพลงอยู่เมืองไทยยังไม่เคยฟังเลย พอเวลาผ่านไปกลายเป็นเพลงร๊อคไทยและเพลงไทยสากลหม่ๆ สดๆ จากไทย ฉันได้ยินเสียงร้องคลอเบาจากชาวลาวเบาะหลังตลอด คิดว่าน่าจะเปิดจาก MP3 ฟังแล้วอยากได้ม้วนที่ฟังกลับบ้านด้วยจัง





ไว้มาต่อนะคะ จะมีใครอ่านไหมนี่




Create Date : 19 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 2 ธันวาคม 2552 5:12:10 น.
Counter : 419 Pageviews.

5 comments
  
รออ่านอยู่ค่ะ กำลังจะไปเว้เส้นทางนี้ค่ะ
โดย: เปิ้ล IP: 125.24.86.174 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2552 เวลา:21:59:02 น.
  
กินข้าวเที่ยงร้านเดียวกันเลยครับ ไปครั้งแรกสั่งอะไรไม่ถูก ข้าวผัดอย่างเดียว "แหลกม่ายล่าย" ทั้งมันทั้งเลี่ยน อาศัยน้ำปลาพอกล้อมแกล้มกระเดือกแล้วตบด้วยเบียร์ลาว

ไปครั้งหลัง ๆ ชักเป็นงาน สั่งข้าวราดกับ
โดย: Patt IP: 119.42.70.181 วันที่: 29 มีนาคม 2553 เวลา:14:44:13 น.
  
ขอบคุณมากค่ะ สำหรับข้อมูล มีประโยชน์มากเลยค่ะ
โดย: น้ำผึ้ง IP: 118.172.3.128 วันที่: 3 พฤษภาคม 2553 เวลา:9:36:12 น.
  
ขอบคุณมากมากนะคะ
จะตามแผนนี้ไปเที่ยวบ้างนะคะ

ปล. แบกเป้ไปเที่ยวไหน บอกด้วยนะ อยากไปแจม อิอิ
โดย: Guide IP: 115.87.83.210 วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:15:17:06 น.
  
กำลังจะไปเส้นนี้พอดีครับขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือเบอร์ติดต่อสอบถามได้ไหมครับ
โดย: thanawat.p@hotmail.com IP: 61.19.88.130 วันที่: 1 ธันวาคม 2553 เวลา:1:45:44 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

นาเรเซรัน
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



อย่ายึดติดในสิ่งที่ควรปล่อยมือ