แบกเป้ตลุยเวียดนาม(ตลุยเมืองเว้ครึ่งหลัง)
ออกมาจากสุสานจักรพรรดิตือดึ๊กเที่ยงพอดี คนขับพยายามต้อนให้พวกเรากินข้าวร้าน ที่พวกเขานั่งอยู่
แต่พวกเราอยากไปกินร้านอาหารที่โลนลีแพลนเน็ตลงแนะนำไว้ จึงได้แต่ช่วยเค้าซื้อน้ำอัดลมไปสามกระป๋อง
สถานที่ต่อไปคือสุสานพระจักรพรรดิไคดิงห์

ระหว่างทางก็ถ่ายรูปข้างทางไปด้วยสาวๆ เวียดนาม


แวะที่ทำธูปขายอยู่ข้างทาง ฉันแวะซื้อหมวกเวียดนามมาหนึ่งใบ อยากได้เพราะแดดร้อนแบบสุดๆ หน้าจะมืดเอา
คนขายบอกมา 50,000 ดอง ฉันต่อไป 20,000 ดอง คนขายก็ให้ ต่อราคาแบบเกินครึ่ง










มาถึงสุสานพระจักรพรรดิไคดิงห์ ค่าตั๋วพระราชวังและสุสานทั้งสามที่นี้ราคา เท่ากัน 55,000 ดอง ก็ประมาณ หนึ่งร้อยบาท



จ่ายเงินไป 200,000 ดอง แต่ทอนมา 10,000 ดอง งงสิคะเราเลยต้องทวงส่วนที่เหลือ
คนขายก็ตีมึนกว่าจะพูดกันเข้าใจและคืนมาได้ เกือบพลาดแล้วเราดีนะนับก่อนเดินออกมา



















จบจากสุสานพระจักรพรรดิไคดิงห์แล้ว คนขับบอกว่าทัวร์ครบสี่ที่แล้วและเค้ายังแถมจอดให้ที่ขายธูปด้วยอีกหนึ่งที่รวมห้าที่
เมื่อทัวร์จบแล้วเค้าจะไปส่งเราที่โรงแรม เวลาตอนนี้คือบ่ายโมงครึ่ง พวกเราเถียงและบอกว่าที่เราจ่ายไปคือเหมาทั้งวันเวลาเก้าโมงเช้าถึงห้าโมงเย็นพูดยังไงคนขับก็ไม่ยอม
สุดท้ายพวกเราจึงต้องกลับมาโรงแรม

กว่าจะเจอเจ้าคนขายทัวร์ชื่อเงี่ยนและตกลงกันได้เกือบบ่ายสองโมง
พวกเรายังไม่ได้ทานข้าว เงี่ยนบอกกับเราว่าเค้าจะจัดการเองให้เราไปกินข้าวก่อน แล้วพวกเค้าก็พาเราไปปล่อยไว้ที่ร้านอาหาร
พวกเราเลือกร้านแมนดารินคาเฟ่ ตามโลนลี่แพลนเน็ตเพราะสนใจรูปภาพที่เจ้าของร้านซึ่งเป็นนักถ่ายภาพ

ภาพอาหารน่ากินมะคะก็อร่อยดี









ทั้งหมดราคา 148,000 ดองกินกันทีเป็นแสน ประมาณ 270 บาท
ทานเสร็จก็โทรตามนายเงี่ยนบอกจะออกมารับพวกเราระหว่างรอจึงถามเจ้าของร้านเรื่องการถ่ายภาพและจุดที่น่าจะไปถ่ายภาพกัน
เค้าก็อธิบายอย่างดีและยังเอารูปมาขายด้วย

เจ้าของร้านกำลังแนะนำทางไปด้วยความกระตือรือล้น



นะซื้อไปหลายรูปก็ไม่แพงนะคะสนใจแวะมาดูได้คะ ลืมถ่ายรูปมา


เจ้าของใจดีมากแถมโปรสการ์ดให้พวกเราคนละใบพร้อมลายเซ็น
เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง เจ้าเงี่ยนก็ยังมาไม่ถึงเราโทรไปหาก็ไม่รับ
ทนไม่ไหวต้องออกมายืนรอหน้าร้าน



สามโมงแล้วคะเรายังไม่ได้ไปไหนกัน และแล้วเจ้าเงี่ยนก็จูงมอเตอร์ไซด์เข้ามาหาพวกเราทำหน้าน่าสงสาร โหเห็นก็รู้ว่ามันแกล้งทำ
บอกพวกเราว่ารถเสียน้องที่โรงแรมยังเรียนอยู่ขอจะชดเชยเวลาให้ตอนเย็นห้าโมงแล้วกันสองชั่วโมง พวกเราก็ตกลงเพราะเซ็งมากแล้ว

ตกลงเราจึงเดินไปเที่ยวตลาดดงบา หาซื้อกระเป๋าถูกๆเพราะได้ข่าวถูกว่าเมืองไทยมากๆ
ระหว่างทางไปตลาดเดินผ่านสะพานเจ็ดสีตอนกลางวัน









หน้าตลาดพวกเรามาถึงเกือบสี่โมงเย็น



เข้าด้านหน้าตลาดเดินไปจนสุดมุม ก็เจอร้านขายกระเป๋าเป็นแถวพวกเราต่อราคานานมากหน้าดำคร่ำเครียดกันเลยทีเดียว
ออกร้านนั้นเข้าร้านนี้ก็ไม่ได้ราคาที่ต้องการ เพราะแม่ค้ากลับราคาพอเราเดินกลับมาจะเอาราคาที่ต่อไว้ ก็ทำมึนบอกราคาตั้งใหม่
พอต่อได้จะเอาก็กลับขึ้นมาใหม่ พวกเราเลยตัดสินใจไม่ซื้อเดินคอตก ด้วยความห่อเหี่ยวเพราะว่าจริงๆ
ราคามันก็ถูกอยู่แล้วถ้าเทียบกับเมืองไทย แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอไม่ให้ก็ไม่เอา

พอพวกเราเดินกลับจะถึงทางออก ก็เงยหน้ามองไปชั้นสองโอ๊วพระเจ้าชั้นสอง มีร้านขายกระเป๋าตั้งหลายร้าน
เราทั้งสามต่างกระดี้กระด้ากันใหญ่คราวนี้จะต่อแต่พอดี
เมื่อขึ้นไปชั้นสองแม่ค้าบอกราคากระเป๋าที่เราอยากได้ในราคาที่ถูกว่าที่พวกเราได้ต่อจากข้างล่างเสียอีก ด้วยความเป็นลูกอีช่างต่อเลยต่ออีกหน่อย
แม่ค้าก็ไม่ลดให้แล้วแต่พวกเราก็ตกลงเอาๆๆ ได้กลับไปกันคนละหลายใบเลย แม่ค้าที่เราต่อราคาจากข้างล่างเดินขึ้นมาข้างบน
แล้วเอามือมาจิ้มสีข้างนะแรงพอดู นิสัยเลว
แถมยังไปกระซิบกับคนขายข้างบนเป็นภาษาเวียดนามแบบไม่ดี พวกเราถึงจะฟังไม่ออกแต่ก็รู้ว่าเค้าต้องด่าพวกเราแน่นอน
เมื่อเจ๊เดินจากไปแล้วเราจึงถามคนขายว่าเจ๊แกว่าไงคนขายบอกว่าพวกเราไปรื้อข้างล่างซะวุ่นวายแต่ก็ไม่ซื้อ
แต่เราว่าเค้าน่าจะพูดเลวร้ายกว่านี้นะ

เจ้าของร้านนี้เลยชั้นบนนะขายถูกมารยาทดีและชอบเงินไทย ใครมาตลาดดงบาพกเงินบาทมาได้นะพ่อค้าแม่ค้าที่นี้ชอบเงินบาท
ได้ราคาดีกว่าเงินดองด้วยแต่ตอนนี้เวียดนามลดค่าเงินอาจจะถูกกว่าเดิมก็ได้ลองคำนวณกันดีๆนะ



ห้าโมงโทรหาเจ้าเงี่ยนมันบอกจะมารับห้าโมงครึ่ง
ห้าโมงครึ่งเราออกไปรอพระอาทิตย์ยังไม่ตก



จนกระทั้งทุ่มหนึ่งมืดแล้วมันก็ยังไม่มาจนเราต้องโทรไปที่โรงแรม
โรงแรมจึงเอารถตู้มารับเรากลับโรงแรม



มาถึงโรงแรมเราก็ไม่เจอเจ้าเงี่ยนและเจ้าของโรงแรมเจอแต่คนเฝ้าเคาเตอร์
จึงเอาของไปเก็บและออกไปทานข้าวเพื่อจะได้ไปดูสะพานเจ็ดสี ร้านที่เราเลือกก็จากโลนลีแพลนเน็ตอีกเช่นเดิม

ชื่อร้าน



อย่อยกินไปสามชุด ค่าเสียหายทั้งหมด 138,000 ดอง เป็นแสนอีกละ ก็ประมาณ 250 บาท




ก่อนกลับเขียนแปะข้างฝาร้านเค้าเสียหน่อยอิอิ


ขากลับต้องผ่านสะพานเจ็ดสีหนุ่มสาวจับกันเป็นคู่ๆ มีตั้งแต่ระดับอนุบาลจนเกือบมหาลัยทั้งล้วงทั้งควักกันกลางสะพาน
โอ๊วชาวเวียดนามช่างกล้ากันเหลือเกิน ไม่กล้าถ่ายกลัวโดนตีหัวดับ ได้แต่เห็นแบบลางๆ อะ



ชมวิวบนสะพานและภาพสะพาน













กลับมาโรงแรมประมาณสี่ทุ่มก็ยังไม่เจอเจ้าเงี่ยนเมื่อวานมันยังนั่งอยู่ที่โรงแรม
เที่ยงคืนก็ยังนั่งเสนอหน้ารอพวกเรา เฮ้อเซ็ง
กว่าจะได้นอนเกือบตีหนึ่งเพราะมัวแต่ทำบัญชีใช้จ่าย ก็ฉันเป็นคนเก็บเงินของทุกคนไว้ เราแชร์กันเอาเงินมารวมกัน คนละสองร้อย USD
ตอนหน้าเราจะไปฮอยอันแต่เช้า ก่อนออกจากโรงแรมก็เกิดสงครามย่อยๆหน้าเคาเตอร์โรงแรมมาต่อตอนหน้านะคะ




Create Date : 07 ธันวาคม 2552
Last Update : 8 ธันวาคม 2552 13:11:29 น.
Counter : 651 Pageviews.

5 comments
  
อยากไปจัง ไปฮอยอัน ฝากทักทาย นางรำชื่อ ฮาว ด้วย บอกว่าเราคิดถึง
โดย: birdhz (birdhz ) วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:19:55:04 น.
  
ฝากไม่ทันแล้วละคะ กลับมาแล้วคิดถึงฮอยอันเหมือนกันชอบอาหารอร่อย
โดย: นาเรเซรัน วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:23:03:08 น.
  
ปีใหม่จะไปฮอยอัน คนเดียว ไม่รู้เขาจะยังรออยู่ไหม
โดย: กำ (birdhz ) วันที่: 9 ธันวาคม 2552 เวลา:12:31:39 น.
  
เล่าเรื่องสนุกดีและทำให้รู้การเดินทางเพราะอยากไปเหมือนกันแต่คิดว่าจะไปคนเดียวยังหาเพื่อนไม่ได้
ขอบคุณที่นำมาเล่าให้ฟัง ขอบคุณหลาย
โดย: คนแก่อยากเที่ยว IP: 125.27.88.254 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:14:36:28 น.
  
คงต้องลองไปเที่ยวดูสักครั้งแว
โดย: พนมรุ้ง12 วันที่: 27 มีนาคม 2553 เวลา:21:22:12 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

นาเรเซรัน
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



อย่ายึดติดในสิ่งที่ควรปล่อยมือ