Group Blog
 
All Blogs
 

ไทเก๊ก หมัดทะลุฟ้า The Master of Taichi ตอน 15





ไทเก๊ก หมัดทะลุฟ้า The Master of Taichi ตอน 15



เหยียนจื้อกุ้ยอดเซ็งไม่ได้ ที่แผนการจับคู่ให้ซ่งชิงไม่สำเร็จดังคาด
เสี่ยวกวงเห็นนางอารมณ์ไม่ดี จึงเผลอหลุดปากเรื่องต้วนเฮ่าเซินวางแผนขอจื้อกุ้ยแต่งงานคืนนี้






เฮ่าเซินเตรียมซื้อแหวนมาพร้อมสรรพ
ไม่ได้รู้เลยว่าใจหญิงยากแท้หยั่งถึง




จื้อกุ้ยยังคิดไม่ออกว่าจะบ่ายเบี่ยงเฮ่าเซินยังไงดี
จึงอ้างว่านางมีธุระด่วนต้องออกจากบ้าน เฮ่าเซินไม่อยากรวบรัด
จะขอแต่งงานทั้งทีต้องสร้างบรรยากาศหน่อย

งั้นเสร็จธุระแล้ว พบกันที่บนเขา ไม่พบไม่เลิกรา





หนีออกไปเดินตลาด เห็นสองสามีภรรยารักใคร่ห่วงใยกัน
จื้อกุ้ยก็คิดถึงโม่หม่า คิดถึงความห่วงใยที่เขามีให้ตอนใบหน้านางเป็นแผล




ซ่งชิงเศร้าใจที่นีกใบหน้า น้ำเสียงมารดาไม่ออก

โม่หม่า: แทนที่จะคิดถึงคนที่จากไป
เจ้าควรให้ความสำคัญกับคนที่ยังอยู่มากกว่า




เหยียนจื้อกุ้ยดั้นด้นมาหาโม่หม่าด้วยความคิดถึง
กลับต้องพบกับภาพบาดใจ น่าจะชินได้แล้วนะ
ไม่รู้จะมาเป็นกขค.ทำไม คนเขากำลังซึ้งกันอยู่เลย





จื้อกุ้ยทำฟอร์มว่ายังความจำเสื่อมอยู่
พ่อแม่ญาติพี่น้องจำใครไม่ได้เลย มันเจ็บปวดนะ
ไม่รู้ทำไมจำได้แต่โม่หม่าคนเดียว

ซ่งชิงก็ช่างมีน้ำใจ เมื่อจำโม่หม่าได้คนเดียว ก็ให้โม่หม่าช่วยละกัน
เผื่อจะนึกอะไรออกได้อีก เข้าแผนจื้อกุ้ยเลยค่ะ





เมื่อซ่งชิงช่วยขอร้อง โม่หม่าก็ยอมเป็นเพื่อนจื้อกุ้ยไปเดินเล่นรอบๆ เมือง
จื้อกุ้ยเกือบถูกคนถีบจักรยานชน โม่หม่าช่วยนางไว้อีก
แถมยังรับปากจะพานางมาเที่ยวในวันหลัว ยิ่งทำให้จื้อกุ้ยมีความหวัง





สงสารแต่ต้วนเฮ่าเซินที่เฝ้ารอจื้อกุ้ยอย่างใจจดใจจ่อ




เหยียนจื้อกุ้ย: พี่นัดข้ามาที่นี่ทำไม (ทำเป็นไม่รู้นะยะหล่อน)
ต้วนเฮ่าเซิน: ตั้งแต่บิดาข้าจากไป เจ้าคอยอยู่เคียงข้างข้ามาตลอด
เพราะมีเจ้า ข้าถึงยืนหยัดอยู่ได้จนถึงวันนี้ ข้าหวังว่าในอนาคต เจ้าจะอยู่เคียงข้างข้าเช่นนี้
เหยียนจื้อกุ้ย: ในเมื่อเราเป็นเพื่อนกัน ข้าก็ต้องสนับสนุนพี่สิ
ต้วนเฮ่าเซิน: เพื่อนงั้นหรือ
เหยียนจื้อกุ้ย: ใช่แล้ว เพื่อนย่อมช่วยเหลือเพื่อนเป็นธรรมดา





เหยียนจื้อกุ้ย: ความจริง ตั้งแต่ข้ามาเมืองหลวง พี่ก็คอยดูแลข้า
ข้าควรขอบคุณพี่ แต่ไม่ต้องแล้วล่ะ พี่ไม่ต้องคอยดูแลข้าอีกแล้ว
ข้าดูแลตัวเองได้ พี่ควรเอาเวลาไปดูแลสำนักจะดีกว่า
ลูกผู้ชาย งานย่อมสำคัญกว่า
ต้วนเฮ่าเซิน: ก็ใช่ งานย่อมสำคัญ แต่เรื่องอื่นก็สำคัญด้วย
หยียนจื้อกุ้ย: พี่เพิ่งจะเป็นเจ้าสำนัก ควรทุ่มเทให้เต็มที่
อย่างนี้ พี่น้องร่วมสำนักจึงจะเลื่อมใส
บิดาพี่ก็อยากเห็นพี่เป็นเจ้าสำนักที่ดี
เรื่องอื่นอย่าเพิ่งไปใส่ใจเลย

จ๋อยไปเลย เฮ่าเซิน ยังไม่ทันพูดก็โดนจื้อกุ้ยตัดบทปิดทางไปหมด
แหวนคงต้องเก็บไว้ก่อน





หลี่โหยวหว่อเห็นโม่หม่าใจกว้าง ถ่ายทอดหมัดไทเก๊กให้โดยไม่หวงวิชา
ก็รู้สึกนับถือ ถ้าอยากเผยแพร่ไทเก๊กให้โด่งดัง ต้องเริ่มรับศิษย์ก่อน

ฟงหนินรีบขอสมัครเป็นคนแรก มาฝึกวิชาไว้คุ้มครองแม่และเมีย
ดีกว่าวันๆ เอาแต่เสิร์ฟน้ำชาติ่มซำแหละน่า

มีศิษย์แล้ว ก็ต้องมีชื่อสำนัก โม่หม่าตัดสินใจตั้งชื่อสำนักตามชื่ออาจารย์
หลี่โหยวหว่อยุส่งให้โม่หม่านำสำนักไทเก๊กซานเยวี่ยเข้าร่วมสมาคม




เพื่อโม่หม่า ซ่งชิงยอมบากหน้าไปขอร้องหยงไป่ชุนให้ช่วยเหลือ
หยงไปชุนลำบากใจไม่น้อย ขืนสนับสนุนโม่หม่า คงโดนสำนักอื่นเขม่น

แต่อาจารย์รองรู้ดีว่าตัวเองทำให้บุตรสาวต้องผิดหวังมาตลอด
หากเรื่องแค่นี้ ยังทำให้ไม่ได้ ก็ไม่คู่ควรเป็นพ่อนางอีก
บอกไว้ก่อนว่าไม่ได้ช่วยโม่หม่านะ ตัั้งใจช่วยซ่งชิงต่างหากล่ะ




เมื่อตกลงใจแล้ว ก็ต้องกลับไปเกลี้ยกล่อมเฮ่าเซินก่อน
แรกสุดเฮ่าเซินก็ไม่ยอมรับ ศิษย์ล้างครูอย่างโม่หม่าจะรับเข้าเป็นสมาชิกสมาคมได้ยังไง

หยงไป่ชุนอ้างว่าตอนเกิดเรื่องไม่มีพยานรู้เห็นเหตุการณ์
แถมซ่งชิงยังยืนยันว่าเป็นอุบัติเหตุ
ในเมื่อโม่หม่าตั้งใจเผยแพร่ไทเก๊กเป็นเกียรติแก่อาจารย์
ทำไมถึงจะไม่ให้โอกาสล่ะ

ต้วนเฮ่าเซินยอมเห็นแก่อาจารย์กวน สนับสนุนให้โม่หม่าเข้าร่วมสมาคม




ตอนแรกเจ้าสำนักอื่นๆ ก็รวมหัวกันคัดค้าน
โม่หม่ามีคุณสมบัติอะไรจะเข้าร่วมสมาคม

จะเริ่มฝึกกังฟูเร็วหรือช้าไม่สำคัญ ขอเพียงทุ่มเทเพื่อกังฟูอย่างจริงจัง
ก็มีคุณสมบัติจะเข้าร่วมไม่ใช่หรือ
เหล่าเจ้าสำนักต่างเกรงใจหยงไป่ชุน จึงยอมรับอย่างไม่เต็มใจ





โม่หม่าชวนหยงไป่ชุนไปกินข้าวฝีมือซ่งชิงแทนการขอบคุณ
เข้าใจเอาใจว่าที่พ่อตานะเนี่ย




บุญคุณที่ช่วยเหลือโม่หม่า วันหน้าต้องตอบแทนแน่
แต่วันนี้ จะให้กินข้าวร่วมโต๊ะด้วย ซ่งชิงก็ยังทำใจไม่ได้
รู้ไหมว่าข้าวชามหนึ่งมีค่ากับเด็กกำพร้ามากแค่ไหน
พ่อบ้านสำนักใหญ่อย่างมังกรดำ คงไม่เข้าใจหรอก




ซ่งชิงยังทำใจไม่ได้ ก็เลยหงุดหงิด งอนไปอย่างนั้น
จริงๆ แล้ว ลึกๆ โม่หม่าเชื่อว่านางคงดีใจที่ได้เจอบิดา
เด็กกำพร้าเหมือนกันย่อมเข้าใจกันดี
ขอเพียงหยงไป่ชุนอย่าเพิ่งยอมถอดใจไปก่อนก็แล้วกัน




ฟงหนินพยายามชักชวนแขกที่ร้านให้สมัครเป็นศิษย์สำนักไทเก๊กซานเยวี่ย
เจ้าสำนักกิมเจียงเห็นแล้วยิ่งขวางหูขวางตา จึงให้ศิษย์รุมทำร้ายฟงหนิน





โม่หม่ามาช่วยทันเวลา เจ้าสำนักกิมเจียงสู้ไม่ได้ จึงยอมล่าถอย
แต่อย่านึกว่าจะยอมจบง่ายๆ ล่ะ





ซ่งชิงไม่สบายใจที่เกิดเรื่องนี้ขึ้น โม่หม่าเองก็เพิ่งเข้าสมาคมได้ไม่นาน
อย่าเพิ่งรีบร้อนรับลูกศิษย์จะดีกว่า แต่ฟงหนินไม่เห็นด้วย
ถ้าอยากสร้างชื่อเสียงให้สำนักไทเก๊กซานเยวี่ยก็ต้องรับศิษย์เยอะๆ สิ
อย่างมากก็ไปขอให้นายกเทศมนตรี จั๊วะเหวินซุ่นช่วยเหลือ

ซ่งขิงไม่เห็นด้วย ใครๆ ก็รู้ว่าอาจารย์กวนสนิทกับนายกจั๊วะ
ขืนทำอย่างนั้น ชาวบ้านได้ซุบซิบนินทากันปะไร

โม่หม่า: เรื่องแค่นี้ ไม่ต้องรบกวนจั๊วะเหวินซุ่นหรอก
ข้าจัดการเองได้ ข้าจะไม่ยอมงอมืองอเท้าให้สำนักอื่นมารังแกเด็ดขาด
ซ่งชิง: ทำอย่างนี้ อาจารย์กวนจะเห็นด้วยหรือ
อาจารย์กวนพร่ำสอนอยู่เสมอว่า คนฝึกกังฟูไม่ควรชิงดีชิงเด่น แข่งขันกัน
ข้าไม่ได้ห้ามเจ้ารับศิษย์ แต่เจ้าก็ไม่ควรรีบร้อนจนต้องมีเรื่องกับสำนักอื่นนี่นา
ยิ่งรีบ อาจยิ่งช้า ก็ได้นะ





หลี่โหยวหว่อทำทีนำป้ายสลักอักษรมามอบให้กับโม่หม่า
เพื่อฉวยโอกาสยุให้โม่หม่าร่วมชิงตำแหน่งนายกสมาคม

โม่หม่าเพิ่งถูกซ่งชิงกล่อมมาหยกๆ ต้องเชื่อหญิงมากกว่าเพื่อนอยู่แล้ว
หลี่โหยวหว่อได้แต่ซ่อนความผิดหวังไว้ในใจ





หยงไป่ชุนมาหาซ่งชิงที่ร้านอาหาร จึงรู้เรื่องเข้า
ไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวให้เด็กที่สำนักมาช่วยเก็บกวาดให้




รู้งี้ไม่น่าส่งเสริมให้โม่หม่าเข้าร่วมสมาคมเลย
ไม่งั้นเรื่องอย่างนี้คงไม่เกิดขึ้น พวกผู้ชายนี่รู้จักแต่ต่อยตีกันหรือยังไงนะ

หยงไป่ชุน: ไม่สู้กัน จะรู้ได้อย่างไรว่าใครชนะ
ซ่งชิง: เก่งแค่ไหน ก็ต้องมีวันแพ้
หยงไป่ชุน: ก็จริง ยิ่งชนะ ก็ยิ่งกลัวที่จะแพ้
ยิ่งกลัวแพ้ ก็ต้องยิ่งฝึกฝนตนเอง และสู้ให้ชนะไปเรื่อยๆ




ไฉเหว่ยไม่พอใจที่หลี่โหยวหว่อทำงานไม่สำเร็จ
จึงทำเป็นมาเยี่ยมหลี่โหยวหว่อและหงเหลียง

หงเหลียงงง ที่ไฉเหว่ยรู้ว่านางเดิมแซ่ซู แถมยังรู้เรื่องบิดานางเสียชีวิตจากการประลองอีกด้วย
หลี่โหยวหว่อเกรงไฉเหว่ยจะหลุดปากบอกนางว่า เขาเป็นคนฆ่าบิดานาง จึงรีบตัดบท





ขู่พอหอมปากหอมคอ
ไฉเหว่ยกำชับให้หลี่โหยวหว่อหาทางกำจัดซ่งชิงซะ
ไม่ต้องถึงกับฆ่าแกงหรอก ยังไงนางก็เป็นบุตรสาวหยงไป่ชุน
เดี๋ยวเรื่องเล็กจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ แค่หาทางให้นางทิ้งโม่หม่าก็พอ




หลายวันผ่านไป จื้อกุ้ยยังคงหลบหน้าเฮ่าเซินตลอด
เสี่ยวกวงรู้สึกผิดที่พลั้งปากไปบอกนางเรื่องเฮ่าเซินจะขอแต่งงาน
เฮ่าเซินไม่เพียงไม่โกรธจื้อกุ้ย ยังโทษว่าตนเองเร่งรัดนางเกินไป
ตอนนี้ ยังไม่พร้อมก็ไม่เป็นไร เฮ่าเซินรอได้




โม่หม่าพาจื้อกุ้ยไปบ้านร้างที่พวกเขาเคยหลบอยู่ด้วยกัน
ตอนที่โม่หม่าช่วยนาง จื้อกุ้ยทำเป็นจำได้ว่าโม่หม่าเคยช่วยรักษาตอนนางไหล่หลุด
นอกนั้น นางยังจำอะไรไม่ได้

เหยียนจื้อกุ้ย: ข้ารู้แล้วว่าทำไมข้าจำท่านได้ เพราะท่านเคยช่วยชีวิตข้าน่ะเอง
โม่หม่า: ความจริง จำอะไรไม่ได้ก็ไม่เป็นไร
ที่สำคัญก็คือ เจ้าต้องมองไปข้างหน้าอย่างสดชื่นแจ่มใส





จื้อกุ้ยอาสาทำกับข้าวเป็นการขอบคุณ
โม่หม่าเห็นนางมีความสุข ก็รู้สึกว่าความจริงจำได้หรือไม่ไม่สำคัญ
ถ้าความหลังมันโหดร้าย ก็สู้จำไม่ได้ดีกว่า
ที่สำคัญตั้งแต่ความจำเสื่อมนี่ อารมณ์ร้ายแบบคุณหนูก็หายไป
นับว่าจื่อกุ้ยนิสัยดีขึ้นเยอะ





พอดีหลี่โหยวหว่อมาเยี่ยมโม่หม่า
ได้เห็นจื้อกุ้ยเอาอกเอาใจคีบกับให้โม่หม่า
ก็เกิดความคิดจะใช้นางกำจัดซ่งชิงขึ้นมาทันที

หลี่โหยวหว่ออ้างว่าได้ข่าวมีปรมาจารย์ไทเก๊กอยู่ที่เซี่ยงไฮ้
จึงชวนโม่หม่าเดินทางไปด้วยกันพรุ่งนี้
ได้ต่อสู้กับระดับประมาจารย์ นับเป็นการฝึกฝนที่ดี
โม่หม่าตกลง





ระหว่างลงเขามาด้วยกัน หลี่โหยวหว่อก็เริ่มกล่อมจื้อกุ้ยทันที
ด้วยความสามารถของโม่หม่า น่าจะนำพาสำนักให้มีชื่อเสียงโด่งดังได้
เสียดายที่มีซ่งชิงเป็นตัวถ่วง แค่ซ่งชิงพูดคำเดียว
โม่หม่าก็ไม่ยอมลงชิงตำแหน่งนายกสมาคมซะแล้ว

หลี่โหยวหว่อชวนจื้อกุ้ยให้ไปเซี่ยงไฮ้ด้วยกัน จะได้ใช้โอกาสนี้สานความสัมพันธ์กับโม่หม่า
และช่วยเกลี้ยกล่อมโม่หม่าให้ชิงตำแหน่งนายกสมาคม




ฉีเฉียวไม่เห็นด้วยเลย โม่หม่ามีซ่งชิงแล้ว
อีกอย่างเฮ่าเซินล่ะจะทำยังไง ผู้หญิงเราควรเลือกผู้ชายที่รักและเห็นค่าของเราสิ

เหยียนจื้อกุ้ย: ข้ารู้ว่าเฮ่าเซินเป็นคนดี เขาช่วยชีวิตข้า และคอยดูแลข้า
ข้าซาบซึ้งเขามาก แต่ได้ม่หมายความว่าข้าต้องชอบเขานี่

(อย่าเสียใจทีหลังแล้วกัน ฮี )





ยังกับเรื่องยังยุ่งไม่พอ เฮ่าเซินได้รับจดหมายบอกว่า
จื้อกุ้ยไปเซี่ยงไฮ้แล้ว ให้รีบตามไปด่วน








 

Create Date : 17 สิงหาคม 2552    
Last Update : 6 มิถุนายน 2553 10:07:46 น.
Counter : 496 Pageviews.  

ไทเก๊ก หมัดทะลุฟ้า The Master of Taichi ตอน 14





ไทเก๊ก หมัดทะลุฟ้า The Master of Taichi ตอน 14



จากตอนที่แล้ว ซ่งชิงถูกคนจับตัวไป
หลิวฉวนตัดสินใจไปทวงถามคนจากหยงไป่ชุน
อย่ามาพูดจาบ่ายเบี่ยง แค่เห็นกระบวนท่า ก็รู้แล้วว่าหยงไป่ชุนเป็นฆาตกรฆ่าโม่ชิ
คัมภีร์ไร้เทียมทานถูกเผาไปในครั้งเพลิงไหม้พระราชวังต้องห้ามแล้ว
ถ้าหลิวฉวนได้เป็นเจ้าของคัมภีร์จริง มีหรือจะสู้หยงไป่ชุนไม่ได้
คิดเอาเองก็แล้วกัน ที่ยอมเสี่ยงตายมาเปิดโปงนี่ก็เพราะไม่อยากให้ฆ่าลูกสาวตัวเองหรอก
เชื่อหรือไม่ ขอให้ดูหยกที่ซ่งชิงห้อยคอไว้ก็จะรู้เอง





โม่หม่าได้รับจดหมายให้นำคัมภีร์ไร้เทียมทานมาแลกตัวซ่งชิง
คัมภีร์ไหม้ไปตั้งนานแล้ว จะเอาที่ไหนไปแลก
หลี่โหยวหว่อเสนอให้ลองค้นหาคัมภีร์ดูอีกที
อาจารย์กวนอาจจะเก็บซ่อนไว้ เพราะไม่อยากให้โม่หม่าต้องเดือดร้อนก็เป็นได้




ต้องขอดูให้หายสงสัย แค่เห็นจี้หยก
ก็จำได้ว่าเป็นจี้ที่ให้หยงยั่วซินผู้เป็นบุตรสาวตอนจากกัน

ซ่งชิงสมัยเด็กหน้าตาน่ารักดีนิ





หยงไป่ชุนพบลูกสาวก็น่าดีใจอยู่หรอก
แต่หลิวฉวนรู้เรื่องมากไปน่ะสิ อาจารย์สามชักเครียด




โม่หม่าหาคัมภีร์จนทั่วก็ไม่เจอ ยังไงไปตามนัดก่อน
ค่อยแก้ไขตามสถานการณ์




หลิวฉวนสู้อุตส่าห์ช่วยปกปิดฐานะของหยงไป่ชุน
เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ระหว่างโม่หม่ากับซ่งชิง
เรื่องคนรุ่นเก่า อย่าให้คนรุ่นหลังต้องเดือดร้อนไปด้วยเลย
เรื่องมันแล้วก็ให้มันแล้วไปเถอะ

หยงไป่ชุนกลับลงมือสังหารหลิวฉวน เพื่อไม่ให้เหลือร่องรอยให้สืบสาว





ไปรอตามนัดตั้งนาน ไม่เห็นคนร้ายโผล่หน้ามา
โม่หม่าเริ่มร้อนใจ กลัวซ่งชิงจะเป็นอันตราย
ก็พอดีได้ยินเสียงนางร้องให้ช่วย




จะปล่อยตัวง่ายๆ ก็เกรงโม่หม่าจะสงสัย
หยงไป่ชุนทำเป็นมาพบคนร้ายลักพาตัวซ่งชิง
คนร้ายฝีมือไม่เอาไหน จึงหนีไป






โม่หม่ายังติดใจ ไม่รู้ว่าคนร้ายจะใช่คนเดียวกับที่สังหารบิดาตนหรือเปล่า
ซ่งชิงไม่เห็นด้วย ขนาดพ่อบ้านหยงยังบอกว่าฝีมือกระจอก
จะสังหารโม่ชิ และทำร้ายท่านอาหลิวได้อย่างไร

ไม่ต้องห่วงน่า โม่หม่าไม่คิดตามหาตัวฆาตกรเพื่อล้างแค้นแล้ว
สิ่งที่อาจารย์กวนสอนด้วยชีวิต โม่หม่าไม่มีวันลืม
แต่หากยังจับคนร้ายไม่ได้ ซ่งชิงอาจพลอยเดือดร้อนไปด้วย

ซ่งชิง: ถ้าเป็นห่วงความปลอดภัยของข้า เจ้าก็ต้องอยู่ใกล้ๆ
ตอยปกป้องข้าตลอดเวลาสิ
โม่หม่า: ได้ รับรองว่าข้าจะตามเจ้าเป็นเงาตามตัวเลยล่ะ
ซ่งชิง: สัญญาแล้วนะ





อาจารย์สามยังไม่วางใจ อยากให้กำจัดโม่หม่าซะเลย จะได้จบๆ กันไป
หยงไป่ชุนรู้สึกผิดที่ทอดทิ้งลูกสาว ไม่เคยทำหน้าที่พ่อเลย
แล้วยังจะพรากคนที่ลูกสาวรักไปได้ลงคออีกหรือ

อาจารย์สามยอมรามือชั่วคราว ถ้าโม่หม่าไม่รู้อะไรก็แล้วไป




คู่นี้จะน่ารักยังไง แม่ยกก็ยังทำใจไม่ได้
ก็จื้อกุ้ยดันเห็นเฮ่าเซินเป็นแค่ตัวสำรองน่ะสิ ฮึ





ไม่เจอหน้ากันนาน เพื่อนนักเรียนของตัวนเฮ่าเซิน
ชิบาซากิ คัทสึฮิโร่ เป็นทายาทของสำนักคาราเต้ชิบาซากิ
บิดาของคัทสิฮิโร่ต้องการตั้งสำนักในเมืองหลวง
ในฐานะบุตรชายคนเดียวของตระกูล เขาจึงต้องเรียนรู้การดูแลสำนักจากศิษย์พี่





ไหน ไหน ก็ต้องสืบทอดสำนักอยู่ดี
จะมาทำหน้าสลดหดหู่อยู่ทำไม ร่าเริงหน่อย ว่าที่เจ้าสำนัก
คัทสึฮิโร่ชวนเฮ่าเซินแวะไปเยี่ยมที่สำนัก
จะรอทำไม ก็ไปซะวันนี้เลย




ศิษย์สำนักเหยามู่ถัง ย้ายมาเข้าสำนักชิบาซากิ
เจ้าสำนักเจียไม่พอใจ นำลูกศิษย์มาทวงคนถึงถิ่น
เกิดปะทะคารม จนต่อสู้กัน ศิษย์พี่ของคัทสึฮิโร่มีฝีมือเหนือกว่า
เจ้าสำนักเจียเกือบได้รับบาดเจ็บ โชคดีที่ต้วนเฮ่าเซินมาทัน





ขนาดว่าศิษย์พี่ของคัทสีฮิโร่ฝีมือดีแล้ว
แค่ประหมัดกับต้วนเฮ่าเซินไม่กี่กระบวนท่า ก็ทำท่าจะรับมือไม่ได้
เลยพาลไม่เต็มใจต้อนรับซะงั้น

แถมยังกำชับคัทสึฮิโร่ให้รู้จักเลือกคบเพื่อนซะบ้าง





เจ้าสำนักเจียสู้ไม่ได้ ก็ไปร้องเรียนกับผู้ว่าให้จัดการสำนักคาราเต้ชิบาซากิ
ผู้ว่าไม่เห็นด้วย ทุกคนมีสิทธิ์เสรีที่จะเปิดสำนักมวยในเมืองหลวง
ต้วนเฮ่าเซินเองก็อยู่ในเหตุการณ์ เจ้าสำนักเจียเป็นฝ่ายลงมือก่อน
จะโทษสำนักชิบาซากิก็ใช่ที่

สี่เจ้าสำนักไม่พอใจที่ต้วนเฮ่าเซินเข้าข้างพวกญี่ปุ่น
เห็นคนจีนด้วยกันโดนข่มเหงแล้วไม่คิดจะช่วยหรือไง

ผู้ว่าจั๊วะไม่รู้ว่าจะหาเหตุผลอะไรมาขับไล่สำนักชิบาซากิ เขาไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย
รองผู้ว่าฉีเจียงจึงเสนอให้ส่งตัวแทนประลองฝีมือ
ถ้าสำนักชิบาซากิพ่ายแพ้ ต้องปิดสำนัก ไปจากเมืองหลวง
สี่เจ้าสำนักรีบโยนขี้ให้ต้วนเฮ่าเซินทันที
โดยอ้างว่า หากมีเรื่องเช่นนี้ อดีตเจ้าสำนักต้วนต้องออกหน้าจัดการแล้ว
ต้วนเฮ่าเซินไม่เห็นด้วยกับการประลอง แต่พ่อบ้านหยงกลับรับปากแทน





หยงไป่ชุนคิดใช้โอกาสนี้ สร้างชื่อให้กับสำนักมังกรดำ
แถมยังทำให้ต้วนเฮ่าเซินเลิกเห็นคนญี่ปุ่นเป็นเพื่อนซะที
ขืนยังเข้าข้างพวกญี่ปุ่นอีกล่ะก็ คนคงเอาไปเม้าท์กันเสียๆ หายๆ

ต้วนเฮ่าเซินไม่พอใจ จะคบเพื่อนต้องถามความเห็นชอบของเจ้าสำนักอื่นๆ ด้วยหรือ





เหยียนจื้อกุ้ยเห็นท่าไม่ดี รีบเข้ามาช่วยกล่อมเฮ่าเซินอีกคน

เหยียนจื้อกุ้ย: ถ้าพี่เป็นคัทสึฮิโร่ พี่คิดว่าเขาจะยอมเป็นตัวแทนสำนักหรือเปล่า
ต้วนเฮ่าเซิน: ไม่มีทาง
เหยียนจื้อกุ้ย: ในฐานะเพื่อน เขาย่อมไม่อยากสู้กับพี่แน่
แต่ถ้าในฐานะผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนักล่ะ
พี่คิดว่าทำไมเขาถึงยอมสู้ ทั้งๆ ที่รู้ว่าคู่ต่อสู้คือพี่
ต้วนเฮ่าเซิน: เขาถูกสถานการณ์บังคับน่ะสิ
เหยียนจื้อกุ้ย: ไม่ใช่หรอก เพราะเขาเชื่อมั่นในความเป็นเพื่อนน่ะสิ
ชิบาซากิอยู่ในฐานะเดียวกับพี่ เขาย่อมเข้าใจความรู้สึกของพี่ดี
ถ้าพวกพี่เป็นเพื่อนแท้ การต่อสู้ครั้งนี้ จะไม่กระทบความเป็นเพื่อนของพวกพี่แน่





อาจารย์รองพูดตั้งนานไม่เห็นได้ผล
จื้อกุ้ยกล่อมไม่กี่คำ เฮ่าเซินก็ยอมเป็นตัวแทนสมาคมแล้ว

หากเป็นพี่น้องกันจริง ก็ต้องสู้ให้เต็มที่





ระหว่างการต่อสู้ คัทสึฮิโร่ใช้ท่าเตะที่ต้วนเฮ่าเซินเคยใช้ตอนประลองกับหม่าเฉียง




ท่าเดียวกันแต่คนใช้คนละคน มันก็ได้ผลต่างกันนะคร้าบบบ
เฮ่าเซินเป็นฝ่ายชนะตามคาด





เจ้าสำนักเจียฉวยโอกาสปลดป้ายสำนักชิบาซากิ
ได้ไง เฮ่าเซินเป็นคนชนะ ป้ายก็ต้องเป็นของเฮ่าเซินดิ
คนฝึกกังฟู ควรจะมีน้ำใจกกว้างขวาง แค่สำนักคาราเต้สำนักหนึ่ง
ทำไมจะยอมให้เปิดสอนในเมืองหลวงไม่ได้





หลี่โหยวหว่อสนับสนุนความคิดของเฮ่าเซิน
ผู้ว่าจั๊วะเหวินซุ่น จึงอนุญาตตามที่เฮ่าเซินขอ





ผู้ว่าจั๊วะชื่นชมในบุคลิกและความใจกว้างของเฮ่าเซิน
ไฉเหว่ยทำเนียน เสนอเรื่องการเลือกประธานสมาคม เพื่อสร้างความสามัคคีในหมู่ชาวยุทธ์
หลี่โหยวหว่อผสมโรง เสนอให้คัดเลือกด้วยการประลอง
ทุกสำนักต่างเห็นพ้องต้องกัน





ซ่งชิง: ข้าไม่ใช่ยั่วชินลูกสาวท่าน ข้าชื่อซ่งชิง



เป็นเจ้าสำนักมังกรดำ แต่ใช้เพลงมวยชาวบ้าน ไม่อายเขาหรือไง
หม่าเฉียงรับไม่ได้อย่างแรง

ต้วนเฮ่าเซินยอมรับ ฝีกมวยของสำนักมาหลายปี
หม่าเฉียงย่อมรู้ว่าเพลงมวยมีจุดอ่อนตรงไหน
การเอาจุดแข็งของเพลงมวยอื่น มาประสานเข้ากับเพลงมวยสำนักมันผิดตรงไหน

หนนี้ อาจารย์สามไม่เข้าข้างหม่าเฉียง
เรื่องมันก็ผ่านไปนานแล้ว จะเก็บมาคิดทำไม
ยังไงวันนี้ เฮ่าเซินก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เหมาะสมเป็นเจ้าสำนักแค่ไหน
ก็รู้นะว่าหม่าเฉียงหวังดีต่อสำนัก แต่ควรจะหยุดซะทีได้แล้ว






เรื่องแพ้เฮ่าเซิน คัทสึฮิโร่ทำใจได้อยู่แล้ว
แต่ศิษย์พี่น่ะสิ ไม่พอใจขนาดหนัก
เกรงว่าต่อไปสำนักกับสมาคมกังฟูต้องมีเรื่องขัดแย้งไม่หยุดหย่อน

เฮ่าเซินอยากให้ทุกสำนักเลิกขัดแย้งกันซักที
ชาวยุทธ์เหมือนกันน่าจะมีไมตรีจริงใจต่อกันสิ




หยงไป่ชุน อยากเห็นหน้าลูกสาว จึงหาข้ออ้างแวะไปที่ร้าน
เสี่ยวกวงเห็นอาจารย์รองสนอกสนใจซ่งชิงเป็นพิเศษ จึงเริ่มสงสัย




เห็นลูกสาวต้องมาทำงานหนักในร้านคนอื่นก็ไม่สบายใจ
หารู้ไม่ว่า ซ่งชิงชินซะแล้ว ก็ทำอย่างนี้มาตั้งแต่เด็ก
ยังไงป้าเหมยก็มีบุญคุณเลี้ยงดูมา มาช่วยที่ร้านก็ถือว่าเป็นการตอบแทนอย่างหนึ่ง

หยงไป่ชุนเลียบเคียงถามถึงบิดามารดา
ซ่งชิงก็เฉยๆ ไม่ได้รู้สึกว่าอยากตามหาบิดาที่ทิ้งนางไป
เจอหน้าไม่รู้ว่าจะเรียกพ่อได้หรือเปล่าด้วยซ้ำ
โอย บาดใจหยงไป่ชุนเหลือเกิน





แล้วอย่างนี้จะให้หยงไป่ชุนบอกว่าตัวเองเป็นบิดานางได้อย่างไร
สุดท้ายได้แต่อ้างว่าตัวเองเป็นเพื่อนของลุงซ่งชิง
ตอนที่รู้ข่าวสองสามีภรรยาเสียชีวิตจากดินถล่ม ก็เที่ยวตามหาซ่งชิงอยู่นาน
คิดไม่ถึงว่าจะมาเจอโดยบังเอิญที่เมืองหลวง
ในฐานะสหายสนิทของลุงซ่งชิง ก็ขอให้ซ่งชิงคิดซะว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกันก็แล้วกัน

เสียวกวงเห็นหยงไป่ชุนสนิทสนมกับซ่งชิงก็ให้สงสัย




แถมยังเอากลับมาเล่าซะจนจื้อกุ้ยเข้าใจผิดคิดว่าอาจารย์รองตกหลุมรักตอนแก่
นางคิดจะใช้โอกาสนี้ ดึงซ่งชิงออกจากโม่หม่า
แบบนี้ก็คิดได้นะ





จื้อกุ้ยจัดฉากให้อาจารย์รองกับซ่งชิงได้พบกัน
โดยอ้างเฮ่าเซินนัดอาจารย์รองออกมา
แถมยังสั่งอาหารชุดคู่รักให้อีก เว่อร์ซะไม่มี

ซ่งชิงเห็นจื้อกุ้ยหายไปนาน จึงออกไปตาม





อาจารย์รองเห็นเสี่ยวกวงกับพวกทำลับๆ ล่อๆ อยู่นอกห้อง
จึงอ้อมมาจับได้คาหนังคาเขา
เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว ซ่งชิงน่ะเป็นลูกสาวแท้ๆ นะ

อาจารย์รองไม่ทันระวัง ซ่งชิงได้ยินเข้าจนได้





ซ่งชิง: ข้าไม่ใช่ยั่วซินลูกสาวท่าน ข้าชื่อซ่งชิง
หยงไป่ชุน: พ่อรู้ว่าพ่อเป็นหนี้เจ้ามาก
ซ่งชิง: อ้อ ตอนนี้ ท่านเป็นพ่อข้า ไม่ใช่สหายของลุงข้าแล้วสินะ
ท่านก็รู้ดีแล้วนี่ว่า ตัวเองไม่คู่ควรเป็นพ่อข้า
หยงไป่ชุน: พ่อกลัวเจ้าจะรับไม่ได้
ซ่งชิง: ท่านไม่ต้องกลัว ข้าไม่เคยคิดรับท่านอยู่แล้ว ข้าไมมีพ่อ
ท่านเลือกชื่อเสียงลาภยศ แทนที่จะเป็นลูกสาว
ท่านก็ได้สมใจแล้วนี่ ยินดีด้วย
หยงไป่ชุน: หลายปีมานี่ เจ้าต้องลำบากไม่ใช่น้อย
พ่อไม่หวังให้เจ้าให้อภัย พ่อเพียงมีโอกาสอยากชดเชยให้เจ้าบ้าง
ซ่งชิง: ท่านจะชดเชยยังไง ไม่ต้องมีพ่อข้าก็อยู่ได้สบาย
หยงไป่ชุน: เจ้าจะไม่ให้โอกาสพ่อจริงๆ หรือ
ซ่งชิง: พ่อบ้านหยง ท่านเลือกที่จะทอดทิ้งลูกสาว
ไปเป็นพ่อบ้านให้สำนักมังกรดำ นี่เป็นทางที่ท่านเลือกเอง





โม่หม่าเห็นซ่งชิงไม่สบายใจ จึงทำอาหารมาให้นางกิน

ซ่งชิงถูกพ่อทอดทิ้งตั้งแต่เด็ก นางนึกไปต่างๆ นานา
ว่าพ่อทอดทิ้งเพราะนางเป็นเด็กไม่ดีหรือเปล่า หรือพ่อเห็นหน้านางแล้วคิดถึงแม่
ไม่นึกเลยว่า เป็นเพราะเขาเห็นแก่ชื่อเสียงลาภยศ
นางเองก็อยากให้อภัยเขา แต่นางยังหาเหตุผลให้กับตัวเองไม่ได้
ว่าทำไมต้องให้อภ้ยเขาด้วย






ต้วนเฮ่าเซิน: ให้เวลานางหน่อย ซ่งชิงต้องอภัยให้ท่านแน่
หยงไป่ชุน: ข้าไม่คิดว่านางจะยอมรับ หรือให้อภัยพ่อคนนี้
ข้าเพียงอยากชดเชยให้นางบ้าง
ต้วนเฮ่าเซิน: ที่ท่านจะชดเชยให้นางได้ ก็คือทำหน้าที่บิดา
ท่านต้องเรียนรู้การเป็นพ่อคนแล้วล่ะ ถึงจะช้าไปบ้าง ยังดีกว่าไม่ได้ทำ
หยงไป่ชุน: เรื่องบางอย่างเราก็ไม่ควรฝืน ปล่อยให้เป็นไปตามฟ้าลิขิตเถอะ
ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่ซ้ำรอยข้า หากเจ้าชอบซือจินจริงๆ ก็แต่งงานกับนางซะ
ต้วนเฮ่าเซิน: ทำไมอยู่ดีๆ วกมาพูดเรื่องข้าล่ะ
หยงไป่ชุน: เมื่อก่อนข้ายอมรับว่าดูซือจินผิดไป
นางใส่ใจเจ้ามาก นางต้องเป็นภรรยาที่ดีแน่
ต้วนเฮ่าเซิน: ข้ารู้ว่าควรทำอย่างไร อาจารย์รอง ก็อย่างที่ท่านว่า
ปลอ่ยให้เป็นไปตามฟ้าลิขิตเถอะ








 

Create Date : 31 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 6 มิถุนายน 2553 10:07:23 น.
Counter : 318 Pageviews.  

ไทเก๊ก หมัดทะลุฟ้า The Master of Taichi ตอน 13





ไทเก๊ก หมัดทะลุฟ้า The Master of Taichi ตอน 13



ในที่สุด โม่หม่าก็ไต่หน้าผากลับขึ้นมาเองได้
โล่งอกกันไปตามๆ กัน

เสียดาย อุตส่าห์ให้ใต้โต๊ะคนเขียนบท เผื่อจะให้เฮ่าเซินเสียบแทนบทพระเอกซะเลย 555




จากการต่อสู้ครั้งนี้ รู้สึกว่าฝีมือโม่หม่าจะก้าวหน้าขึ้นมาก
อีกไม่นานคงก้าวถึงระดับอาจารย์กวน
ถึงวันนั้นเมื่อไหร่ หลี่โหยวหว่อจะขอกลับมาท้าประลองใหม่





เหยียนฉีเฉียวพยายามเอาใจป้าเหมยต่างๆ นานา
นางก็ยังไม่วายรังเกียจเดียดฉันท์ เห็นซ่งชิงดีกว่า
แถมยังยุให้เหมยฟงหนินไปตามตื๊อซ่งชิงกลับมาให้ได้





ป่านนี้แล้ว ใครเขาจะกลับไปด้วยเล่า
ดูดิ๊เขากุ๊กกิ๊กกันตลอดเวลา
แค่ไปเก็บผัก โม่หม่าโดนมีดบาดมือหน่อยเดียว ยังเป็นห่วงเป็นใยซะขนาดนั้น





ฟงหนินคิดจะชวนซ่งชิงกลับบ้าน แต่ยังไม่กล้าถามตรงๆ
ขอเลียบเคียงถามโม่หม่าดูก่อน ว่าซ่งชิงจะคิดยังไง
แล้วจะให้โม่หม่าตอบยังไงล่ะทีนี้
ฟงหนินดันนึกไปว่าโม่หม่าคงมัวแต่ฝึกกังฟู คงไม่รู้เรื่องรักๆ ใคร่ๆ
ยังขอให้โม่หม่าช่วยพูดกับซ่งชิงซะอีก





ฟงหนินอ้างว่ามารดาไม่ถูกกับอาหารเมืองหลวง ทำให้ไม่ค่อยสบาย
ตัวเองจะอยากอยู่ดูแลก็ไม่มีเวลา ไหนจะร้าน ไหนจะแม่
มีซ่งชิงนี่แหละที่รู้ใจแม่ที่สุด กลับไปช่วยกันหน่อยเถอะ

ซ่งชิงเองก็อยากรู้ว่าโม่หม่าจะว่าอย่างไร





ฟงหนินรีบใช้เท้าเตะโม่หม่าให้ช่วยพูด
ส่วนท่านอาหลิวก็ใช้เตะโม่หม่าให้คัดค้าน

โม่หม่ากำลังอารมณ์บูดได้ที่ จะเอาไงกันนักหนา
อยากกลับก็กลับไปสิ ไม่ใช่เรื่องของโม่หม่าซักหน่อย
เฮ้อ ทีเงี้ย ปากไม่ตรงกับใจซะงั้น

ซ่งชิงก็งอนเป็นนะจะบอกให้ กลับก็กลับสิ ไม่เห็นจะง้อเลย





ป้าเหมยดีใจที่เห็นซ่งชิงมาเยี่ยมนาง
ไหนไหนก็มาแล้ว อยู่ค้างซักคืนสิ จะได้ช่วยบีบนวดคลายปวดเมื่อย
ซ่งชิงเห็นแก่ป้าเหมยจึงรับปาก





ฉีเฉียวไม่สบายใจที่เห็นซ่งชิงกลับมาช่วย
ป้าเหมยยิ่งจิกกัดฉีเฉียวหนักเข้าไปอีก
ยิ่งฟงหนินกับซ่งชิงพยายามช่วย ก็ยิ่งแย่





ฟงหนินฉวยโอกาสง้อซ่งชิง ให้กลับมาอยู่ด้วยกัน
ง้อตอนล้างจานเนี่ย มันโรแมนติกยังไง ไม่เข้าใจอีตานี่จริงจริง

ซ่งชิงลำบากใจไม่รู้จะปฏิเสธยังไง




ไหนบอกว่ายอมยกฟงหนินให้แล้ว ยังจะกลับมาอีกทำไม ต้องการอะไรแน่

ซ่งชิง: อย่าเข้าใจผิดนะ ข้าไม่เคยคิดกลับมาคืนดีกับฟงหนิน
ฟงหนินยังมีนิสัยเป็นเด็กๆ เขาไม่รู้หรอกว่าตัวเองต้องการอะไร
เจ้าต้องอดทนเข้าไว้
เหยียนฉีเฉียว: เจ้าเป็นคนใส่ใจคนอื่นอย่างนี้เอง
ป้าเหมยถึงได้ชอบเจ้ามาก
ซ่งชิง: ป้าเหมยเป็นคนจู้จี้จุกจิกไปบ้าง แต่นางก็เป็นคนดี
เจ้าค่อยๆ เรียนรู้ว่านางชอบ ไม่ชอบ อะไร
อีกหน่อยนางต้องยอมรับเจ้าเป็นสะใภ้แน่





ทางนี้ก็คอยกันไปสิ ถึงเวลากินข้าวเย็นแล้ว ซ่งชิงก็ยังไม่กลับมา
กับข้าวที่นักพรตทำก็กินไม่ลงเอาซะเลย

โม่หม่าคอยถึงดึกดื่นค่อนคืน ซ่งชิงก็ยังไม่กลับห้อง





ยังไม่ทันสว่าง ซ่งชิงก็รีบกลับวัด
เล่นเอาป้าเหมยไม่พอใจ คิดว่าฉีเฉียวไปพูดอะไรไม่ดีกับซ่งชิง
นางรีบเร่งให้ฟงหนินไปตามซ่งชิงกลับมา




โม่หม่ามาผ่าฟืนคอยที่หน้าประตู แต่ยังทำปากแข็ง
ถ้าไม่อยากให้ไปก็บอกมาตรงๆ ก็ได้นี่

ท่านอาหลิวคนกลางเห็นชัดเจนกว่า เอาน่า โม่หม่า ไม่รู้จะแสดงออกยังไง
แต่เขาก็ห่วงใยนะ ไม่ใช่ไม่ห่วง




ซ่งชิงกลับมาไม่ทันไร ฟงหนินก็ตามมา
หนนี้ ฟงหนินกะจะรับซ่งชิงไปอยู่บ้านเลย จะได้ไม่ต้องเทียวไปเทียวมา
แต่งงานเมื่อไหร่ จะเชิญท่านอาหลิวไปงานเลี้ยงแน่นอน

หลิวฉวนเห็นฟงหนินเพ้อเจ้อไปเรื่อย จึงบอกเรื่องโม่หม่ากับซ่งชิงต่างมีใจให้กัน
ไม่เชื่อก็ไปถามโม่หม่าดูเอาเอง




โม่หม่าไม่ปฏิเสธ ก็ฟงหนินเป็นฝ่ายทิ้งซ่งชิงก่อนนี่
ฟงหนินไม่ยอมรับว่าตัวเองทิ้งซ่งชิงแล้ว
ยังไงซ่งชิงก็เป็นคู่หมั้นเพื่อน โม่หม่าทำไม่ถูก มาแย่งซ่งชิงไปได้ไง

ฟงหนินบันดาลโทสะชกหน้าโม่หม่า แต่โม่หม่ากลับไม่หลบ และไม่โต้ตอบ





โม่หม่าไม่ยอมบอกซ่งชิงว่าถูกฟงหนินชกด้วยเรื่องอะไร

ซ่งชิง: งั้นเจ้าก็ต้องไปทำผิดอะไรมาแน่
หรือว่า เป็นวิธีฝึกกังฟูแนวใหม่ ไม่บอกจริงๆ น่ะ
โม่หม่า: ก็เพราะเจ้านั่นแหละ
ซ่งชิง: เพราะข้า ข้าไปเกี่ยวอะไรด้วย
โม่หม่า: ถามอยู่ได้ นี่เจ้าจะช่วยข้าประคบแผลหรือจะมานั่งซักไซ้ข้ากันแน่
ซ่งชิง: ไม่ถามก็ได้
โม่หม่า: โอ๊ย เบาๆ มือหน่อยสิ มันเจ็บนะ





ซ่งชิง: ท่อนไม้อย่างเจ้าน่ะ มีความรู้สึกกับเขาด้วยเหรอ
โม่หม่า: ถ้าข้าไม่มีความรู้สึกเหมือนท่อนไม้จริง คงไม่ต้องเจ็บตัวหรอก

คู่นี้เขาก็เข้าใจกันได้ง่ายๆ อย่างนี้เอง





ฟงหนินรู้ตัวว่าซ่งชิงคงไม่มีทางกลับมาหาตัวเอง ได้แต่ดื่มเหล้าจนเมา
กลับมาพาลใส่ฉีเฉียว

เหมยฟงหนิน: เป็นความผิดของเจ้า ถ้าตอนนั้นเจ้าไม่ยั่วยวนข้า
ซ่งชิงคงไม่เห็นคนอื่นดีกว่าข้า

ปากเสียอย่างนี้ ต้องเจอฉีเฉียวตบให้รู้สำนีก

เหยียนฉีเฉียว: เจ้าพูดอย่างนี้ได้ยังไง ข้าหรือยั่วยวนเจ้า
เหมยฟงหนิน: ข้าไม่ได้ตั้งใจ
เหยียนฉีเฉียว: เจ้าเคยคิดถึงข้าบ้างมั้ย ข้าหวังที่จะฝากชีวิตไว้กับเจ้า
จึงยอมทนลำบากทุกอย่าง เจ้ากลับเห็นข้าเป็นผู้หญิงใจง่าย
เหมยฟงหนิน: อย่าไปนะ ฉีเฉียว
เหยียนฉีเฉียว: เจ้าต้องการให้ซ่งชิงกลับมา ข้าก็ต้องเป็นฝ่ายไป
เหมยฟงหนิน: ข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าพูดไปด้วยความเมา
ข้าชอบเจ้าจริงๆ






ฉีเฉียวสะเทือนใจจนเป็นลม หมอมาตรวจพบว่านางตั้งครรภ์ได้สองเดือนกว่า
ป้าเหมยดีใจจะได้มีหลาน เปลี่ยนไปหน้ามือเป็นหลังมือ
รับปากจะให้ทั้งคู่แต่งงานกันทันที





เท่านั้นยังไม่พอ ป้าเหมยยังตามซ่งชิงให้มาช่วยดูแลฉีเฉียวอีกด้วย
ทะนุถนอมว่าที่ลูกสะใภ้ยิ่งกว่าไข่ในหิน




เมื่อไม่ได้ซ่งชิงเป็นลูกสะใภ้ ป้าเหมยก็บังคับฟงหนินให้ไปทวงหยกคืน
จะได้มอบให้กับฉีเฉียวแทน ฟงหนินลำบากใจ ไม่รู้จะทำยังไง
ก็นั่นมันหยกของซ่งชิงไม่ใช่หรือ




ซ่งชิงสงสารฟงหนิน รู้ว่ายังไงเขาก็คงไม่กล้าเอ่ยปาก
นางจึงเป็นฝ่ายคืนหยกให้เอง แต่ฟงหนินก็ไม่ยอมรับ
หยกนี้เป็นสมบัติที่บิดาซ่งชิงให้ไว้ อนาคตพ่อลูกจะได้พบกันหรือไม่ก็อยู่ที่หยกชิ้นนี้

ซ่งชิงไม่เสียดายหยก ยังไงบิดาก็เป็นฝ่ายทอดทิ้งตนไป พบกันแล้วจะทำไม
คิดซะว่าเป็นของขวัญวันแต่งงานก็แล้วกัน

ฟงหนินไม่ยอมรับหยกคืน เรื่องป้าเหมยเด๋วจัดการเอง




โม่หม่าฝึกกังฟูไม่คืบหน้า เพราะขาดคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อ
หลี่โหยวหว่อจึงมาฝีกกังฟูร่วมกับเขา จนสนิทสนมกัน





ถึงเวลาดำเนินแผนการขั้นต่อไป
ไฉเหว่ยจะให้หลี่โหยวหว่อยุโม่หม่าตั้งสำนักไทเก๊กในเมืองหลวง
เพื่อสร้างความแตกแยกระหว่างสำนักมวย





หลี่โหยวหว่อจับจุดอ่อนของโม่หม่า
ที่อยากจะเผยแพร่ไทเก๊กแทนอาจารย์ มาชักจูงให้เขาเปิดสำนัก




โม่หม่ายังไม่แน่ใจว่าตัวเองจะสั่งสอนลูกศิษย์ได้หรือไม่
ไทเก๊กไม่ใช่แค่หมัดมวย แต่เป็นวิถีการดำรงชีวิต
แต่มีซ่งชิงคอยสนับสนุน โม่หม่าก็มีกำลังใจแล้วล่ะ




สมาคมพ่อค้าจีนเตรียมจัดงานเทศกาลโคมไฟประจำปี
นายกเทศมนตรีจั๊วะเหวินซุ่นเชิญสำนักมังกรดำ และสำนักจิงหงร่วมเชิดสิงโตเปิดงาน
ไปๆมาๆ จะตีกันก่อนจัดงานซะแล้ว





หลี่โหยวหว่อใช้โอกาสนี้ ขอให้จั๊วะเหวินซุ่นออกหน้าสนับสนุน
ให้โม่หม่าเข้าร่วมสมาคมพ่อค้าจีน และขออนุญาตจัดตั้งสำนัก





จั๊วะเหวินซุ่นเห็นโม่หม่าคิดสานต่อปณิธานอาจารย์ก็พร้อมจะสนับสนุน




เจ้าสำนักหลิน สำนักจิงหงไม่เห็นด้วย
อยากจะเข้าสมาคม มีฝีมือแค่ไหนเชียว ขอทดสอบหน่อย
ระหว่างการต่อสู้ โม่หม่าทำป้ายของบิดาหล่น
มีเพียงอาจารย์สามที่สังเกตเห็น





ก่อนที่เรื่องจะไปกันใหญ่ หลี่โหยวหว่อรีบเข้ามาขัดจังหวะ
เรื่องเข้าสมาคมไม่ต้องรีบร้อน ขอให้เปิดสำนักได้ก่อน
ซึ่งงานนี้จั๊วะเหวินซุ่นสนับสนุนเต็มที่ จึงไม่มีใครขัดขวางอีก

อาจารย์สามรีบใช้เท้าเหยียบป้ายเอาไว้ ไม่ให้ใครเห็น





อาจารย์สามสงสัยว่าคัมภีร์ไร้เทียมทานจะอยู่ในมือโม่หม่า
แถมตอนนี้ ยังจะมาตั้งสำนักอีก ปล่อยไว้จะเป็นภัยกับสำนักมังกรดำเปล่าๆ
หยงไป่ซุนไม่อยากผลีผลามลงมือ
ต้องสืบประวัติโม่หม่าให้ได้ก่อนว่าเป็นลูกชายของโม่ชิจริงหรือไม่




ในที่สุดความฝันก็ได้เป็นความจริง ฉีเฉียวได้แต่งเป็นสะใภ้ตระกูลเหมยสมใจ
จื้อกุ้ยยังแกล้งทำเป็นความจำเสื่อมอยู่ จึงไม่สามารถมาร่วมงานแต่งในฐานะน้องสาว
แต่ได้เห็นฉีเฉียวในชุดเจ้าสาว นางก็พลอยยินดีไปด้วย





ขากลับดันมาเห็นคู่นี้เขาจุ๊กจิ๊กกัน อดอิจฉาไม่ได้
ซ่งชิงเห็นนางมาลำพัง จึงขอให้โม่หม่าช่วยส่งนางกลับบ้าน





โม่หม่ายังเข้าใจว่าจื้อกุ้ยความจำเสื่อมอยู่ ก็หวังว่าจะหายดีในเร็ววัน



โม่หม่ากับซ่งชิงอยู่ร่วมงานเลี้ยงแต่งงาน ขากลับเจอกับหลิวฉวนเข้า
อาจารย์สามเห็นหลิวฉวนอยู่กับโม่หม่า ยิ่งเชื่อมั่นว่าโม่หม่าเป็นลูกชายโม่ชิ





อาจารย์รองหยงไป่ชุนลงมือจับตัวซ่งชิง เพื่อบีบให้โม่หม่ามอบคัมภีร์ไร้เทียมทานออกมา
หลิวฉวนพบเห็นเข้า จึงลงมือขัดขวาง แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ ได้รับบาดเจ็บ
หลิวฉวนจำกระบวนท่าของหยงไป่ชุนได้ จึงรู้ว่าพบตัวฆาตกรที่ฆ่าบิดาของโม่หม่า









 

Create Date : 13 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 6 มิถุนายน 2553 10:06:58 น.
Counter : 448 Pageviews.  

ไทเก๊ก หมัดทะลุฟ้า The Master of Taichi ตอน 12





ไทเก๊ก หมัดทะลุฟ้า The Master of Taichi ตอน 12



ที่อาจารย์กวนทำไปตั้งมากมาย
เพราะไม่อยากให้โม่หม่าจมอยู่กับความเสียใจ ยังไม่เข้าใจอีกหรือไง
โม่หม่ายังทำใจไม่ได้ ขออยู่ลำพังได้ไหม




เสี่ยวกวงเป็นตัวแทนต้วนเฮ่าเซินมาส่งจดหมายท้าประลอง
โม่หม่าไม่อยู่ในอารมณ์จะสู้กับใคร จึงฉีกจดหมายทิ้ง




หลี่โหยวหว่อมาคารวะสุสานอาจารย์กวน
น่าเสียดายที่จะไม่มีโอกาสได้ประลองยุทธ์กับยอดฝีมือระดับอาจารย์กวนอีกแล้ว
แถมไม่มีคนสืบทอดฝีมือซะด้วย

โม่หม่า: พูดยังงี้หมายความว่ายังไง
หลี่โหยวหว่อ: หนที่แล้ว เจ้าสู้แพ้ต้วนเฮ่าเซิน แต่กลับไม่ยอมรับ
หนนี้ เขามาท้าสู้ เจ้าก็ไม่ยอมสู้กับเขาอีก คงกลัวแพ้ล่ะสิ
โม่หม่า: ตอนนั้น กับตอนนี้ไม่เหมือนกัน เจ้าจะสู้กับข้ามั้ยล่ะ
หลี่โหยวหว่อ: อย่างเจ้า ไม่มีคุณสมบัติจะสู้กับข้าหรอก
ไว้เจ้าเอาชนะต้วนเฮ่าเซินได้ ค่อยมาท้าสู้กับข้า
อ้อ แต่เจ้ายอมถอนตัวตั้งแต่เนิ่นๆ ก็ดีเหมือนกัน
แพ้ไปจะได้ไม่เสียชื่อถึงอาจารย์




แผนยั่วยุของหลี่โหยวหว่อได้ผล
เสี่ยวกวงลงเขามายังไม่ถึงครึ่งทาง โม่หม่าก็รีบตามมาตอบรับการประลอง
แบบนี้ ค่อยกลับไปรายงานต้วนเฮ่าเซินได้หน่อย
ยังนึกว่าโม่หม่าจะถอดใจเพราะมัวแต่เสียใจ
ที่อาจารย์กวนเกิดอุบัติเหตุระหว่างกรฝึกซ้อมลื่นตกเขาตายซะอีก

ต้วนเฮ่าเซินถึงกับอึ้ง เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าอาจารย์กวนจากไปแล้ว




ซ่งชิงขอร้องให้เหยียนจื้อกุ้ยช่วยพูดกับต้วนเฮ่าเซิน
เลื่อนการประลองออกไปก่อน จนกว่าโม่หม่าจะหายเสียใจเรื่องอาจารย์กวน
ด้วยความไว้ใจในจื้อกุ้ย นางเผลอหลุดปากเรื่องการตายของอาจารย์กวน
ที่เกิดขึ้นระหว่างการต่อสู้กับโม่หม่า ทำให้เขารู้สึกผิดจนไม่เป็นอันฝึกวิชา

ซ่งชิงเอ๋ย ไม่ได้รู้เลยว่าหลงไว้ใจคนผิดซะแล้ว




ต้วนเฮ่าเซินกำลังคิดจะเลื่อนการประลองออกไปก่อนอยู่แล้ว
ขืนสู้กับโม่หม่าตอนนี้ ชนะไปก็ไม่ภูมิใจ

อ๊ายยยยย จื้อกุ้ยยอมไม่ได้ค่ะ อย่างนี้ก็ผิดแผนน่ะสิ





มาถึงขั้นนี้แล้ว ต้องใส่ไฟ อาศัยคำพูดของซ่งชิงมาสร้างความเข้าใจผิด
ยุยงให้ต้วนเฮ่าเซินเข้าใจว่าโม่หม่าจงใจฆ่าอาจารย์ตัวเอง

ต้วนเฮ่าเซิน: เป็นไปไม่ได้ อาจารย์กวนช่วยเหลือเขาครั้งแล้วครั้งเล่า
พวกเขาศิษย์อาจารย์ผูกพันกันขนาดนั้น โม่หม่าจะฆ่าอาจารย์กวนได้อย่างไร
เหยียนจื้อกุ้ย: ท่านเคยสู้กับโม่หม่าน่าจะรู้ว่าเขาเป็นคนชอบเอาชนะคะคานโดยไม่สนใจใคร
อีกอย่างความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์อาจารย์ พวกเราคนนอกจะรู้ได้อย่างไร
ต้วนเฮ่าเซิน: แต่ฝีมือระดับอาจารย์กวน ไม่น่า..
เหยียนจื้อกุ้ย: อาจารย์กวนอาจจะเหมือนท่าน ไม่เคยคิดระแวงว่าโม่หม่าจะเป็นคนเช่นนี้
ความจริงซ่งชิงมาขอร้องให้ข้าช่วยพูดกับท่าน เลื่อนการประลองออกไป
แต่ดูท่าทางของนางเหมือนปกปิดอะไรบางอย่างไว้
ต้วนเฮ่าเซิน: เจ้าหมายความว่านางรู้ความจริงอะไรบางอย่าง แต่ไม่ยอมกลับปิดบังเจ้างั้นหรือ
เหยียนจื้อกุ้ย: ข้าเป็นผู้หญิงเหมือนนาง ย่อมเข้าใจดีว่า
นางอยากช่วยชายที่ตนรัก ไม่ว่าเขาจะทำความผิดมหันต์เพียงใด
แต่มันก็แค่ข่าวลือ ข้าก็เดาไปอย่างนั้น อาจไม่จริงก็ได้
ต้วนเฮ่าเซิน: ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะไม่เลื่อนการประลอง
เหยียนจื้อกุ้ย: ท่านก็คิดว่าโม่หม่าฆ่าอาจารย์งั้นหรือ
ต้วนเฮ่าเซิน: ข้าไม่แน่ใจ ข้าจะหาความจริงให้ได้
เหยียนจื้อกุ้ย: แล้วถ้าเป็นเรื่องจริงล่ะ
ต้วนเฮ่าเซิน: ข้าจะไม่ปล่อยให้เขาลอยนวลเด็ดขาด





ถึงวันประลอง ต่อหน้าซ่งชิง เหยียนจื้อกุ้ยก็ทำเป็นขอโทษขอโพย
ที่นางไม่อาจเกลี้ยกล่อมต้วนเฮ่าเซินให้เลื่อนการประลองได้





การประลองเข้มข้น โม่หม่าดูจะได้เปรียบเฮ่าเซินอยู่บ้าง
เล่นเอาอาจารย์รอง และเหยียนจื้อกุ้ยใจไม่ค่อยดี







ต่างฝ่ายต่างสู้เต็มที่




โชคร้ายที่ข่าวลือเรื่องโม่หม่าฆ่าอาจารย์กวน กระจายไปทั่วทุกสำนัก
บรรดาสำนักต่างๆ จึงเชียร์ให้ต้วนเฮ่าเซินกำจัดศิษย์เนรคุณเสีย




โม่หม่ารู้สึกผิด จะปฎิเสธก็พูดได้ไม่เต็มปาก
ต้วนเฮ่าเซินเห็นท่าทางโม่หม่า จึงเข้าใจผิดคิดว่าเขาฆ่าอาจารย์จริงๆ

คนหนึ่งโกรธแค้น อีกคนก็หมดใจ จะเอาอะไรมาสู้ล่ะ
ต้วนเฮ่าเซินทำร้ายโม่หม่าอย่างไม่ยั้ง จนจื้อกุ้ยทนดูไม่ได้ หนีไปจากลานประลอง





โม่หม่าถูกทำร้ายจนตกลานประลอง
ต้วนเฮ่าเซินเป็นฝ่ายชนะ งานนี้ สำนักมังกรดำได้หน้าไปเต็มๆ






แม้จื้อกุ้ยจะหลอกใช้ต้วนเฮ่าเซินให้แก้แค้นแทนตัวเองได้สมใจ
นางกลับไม่มีความรู้สึกยินดีเลยแม้แต่น้อย
ยิ่งนางเห็นโม่หม่าถูกทำร้าย นางยิ่งรู้สึกแย่เข้าไปอีก

เหยียนฉีเฉียว: เจ้ายังมีเขาอยู่ในใจล่ะสิ
ในเมื่อเจ้าเลือกที่จะเป็นต้วนซือจินไม่ใช่เหยียนจื้อกุ้ย
เจ้าจะต้องลืมโม่หม่าให้ได้
เหยียนจื้อกุ้ย: ข้าก็อยากจะลืมเขา แต่ข้า..
เหยียนฉีเฉียว: อย่าลืมสิว่าโม่หม่ามีซ่งชิงอยู่แล้ว
ขืนปล่อยยืดเยื้อ เจ้านั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายเสียใจ
เจ้าเองก็มีต้วนเฮ่าเซินอยู่ทั้งคน ผู้ชายที่มีรักแท้จริงใจหายากนะ
ดูพี่สิ ขนาดพี่คิดว่าได้พบผู้ชายที่จะฝากผีฝากไข้ได้ สุดท้ายแล้วเป็นไง
เจ้าเองไม่อาจหวนคืนได้แล้ว อย่าทำผิดต่อไปอีกเลย




ป้าเหมยเห็นฉีเฉียวคุยกับจื้อกุ้ยก็ไม่พอใจ
งานการไม่ทำดีแต่เม้าท์ ลูกค้าเต็มร้านไม่รู้จักดูแล
จื้อกุ้ยเห็นพี่สาวถูกแม่สามีปฏิบัติเช่นนี้ นางก็ไม่รู้จะช่วยได้อย่างไร
ได้แต่อ้างว่านางกำลังสั่งอาหารกลับบ้านต่างหาก





เห็นเฮ่าเซินตื่นเต้นยินดี จื้อกุ้ยกลับรู้สึกเหนื่อยล้าในใจ
ขอกลับไปพักผ่อนในห้องดีกว่า




เมื่อจื้อกุ้ยทำตามที่รับปากได้สำเร็จ
อาจารย์รองก็ไม่ผิดคำพูด ยินดียอมรับนางในฐานะญาติผู้น้องของเจ้าสำนัก
ต่อไปไม่ต้องนั่งหลบกินข้าวคนเดียวในห้อง
แต่สามารถร่วมโต๊ะกับทุกคนได้
ต้วนเฮ่าเซินเห็นอาจารย์รองให้เกียรตินาง ก็ยิ่งดีใจ

ไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับใครเขาหรอก พ่อคนนี้




หม่าเฉียงเจ็บใจที่หลงเชื่ออาจารย์รอง
จนต้องชวดตำแหน่งเจ้าสำนัก
หลังจากต้วนเฮ่าเซินสู้ชนะโม่หม่าครั้งนี้แล้ว โอกาสของเขาก็ดูริบหรี่
หม่าเฉียงคิดมากเผลอตัวบีบแก้วเหล้าแตก ได้แต่กลบเกลื่อนว่าเมา





คิดหรือว่าอาจารย์สามจะดูไม่ออก ป่านนี้แล้วจะอิจฉาต้วนเฮ่าเซินไปทำไม

ไม่ได้อิจฉา แต่ยอมรับไม่ได้ ที่ต้วนเฮ่าเซินได้เป็นเจ้าสำนักอย่างไม่ถูกต้อง
พออาจารย์สามรู้ว่าหม่าเฉียงยอมล้มมวย ก็ไม่อาจยอมรับได้





อาจารย์สามนัดคู่กรณีมาเคลียร์กัน
ต้วนเฮ่าเซินไม่พอใจ อาจารย์รองทำเช่นนี้ ไม่เกินไปหน่อยหรือ
หากเป็นเจ้าสำนักโดยไม่ขาวสะอาด จะได้รับการยอมรับจากศิษย์ในสำนักได้อย่างไร

หยงไป่ซุน: แล้วไง ตอนนี้ เจ้าก็เอาชนะโม่หม่าได้แล้วนี่
เจ้าเป็นเจ้าสำนักได้อย่างเต็มภาคภูมิ
อาจารย์สาม: ข้าไม่เห็นด้วย เฮ่าเซินเอาชนะโม่หม่าได้
ไม่ได้หมายความว่าจะเอาชนะหม่าเฉียงได้
หยงไป่ซุน: น้องสาม เจ้าอยากให้สำนักเราเกิดการแตกแยกหรือไง
อาจารย์สาม: ข้าเพียงต้องการทวงความเป็นธรรมให้หม่าเฉียง





อาจารย์สามต้องการให้ต้วนเฮ่าเซินกับหม่าเฉียงสู้กันใหม่
แต่อาจารย์รองไม่เห็นด้วย ประลองเลือกเจ้าสำนักเพิ่งผ่านไปไม่นาน
ก็มาจัดประลองใหม่อีกแล้ว ใครรู้เข้า จะว่าอย่างไร

สองคนช่างแตกต่างกันเหลือเกิน
หม่าเฉียงก็อยากเป๊น อยากเป็นเจ้าสำนัก ไม่ได้เป็นก็จะเป็นจะตายให้ได้
ต้วนเฮ่าเซินก็ไม่ได้อยากเป็นเลย ถ้าไม่ได้คิดกตัญญูต่อบิดาล่ะก็ ไม่เป็นเจ้าสำนักให้ลำบากหรอก

จะเพื่อความยุติธรรม หรือเพื่อสำนักก็ตาม ต้วนเฮ่าเซินยินดีสู้กับหม่าเฉียงอีกครั้ง
ถ้าแพ้ก็ยินดียกตำแหน่งเจ้าสำนักให้กับหม่าเฉียง
หม่าเฉียงเอ๊ย อายศิษย์น้องมั่งมั้ยเนี่ย แต่นิสัยแบบนี้ คงไม่อายมั้ง




การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด
สุดท้าย ต้วนเฮ่าเซินก็ใช้เพลงเตะเอาชนะหม่าเฉียงไปได้





หม่าเฉียงไม่มีน้ำใจนักกีฬาเอาซะเลย
ยิ่งแพ้ยิ่งไม่พอใจ ต้วนเฮ่าเซินจะช่วยฉุดให้ลุก ก็ปัดมือทิ้ง
นิสัยไม่ดี ต้องส่งไปปรับพฤติกรรมด่วน

หยงไป่ซุน: เจ้าแพ้แล้ว คงจะไม่มีอะไรพูดแล้วสินะ





หม่าเฉียงยังคาใจ กระบวนท่าที่เฮ่าเซินเอาชนะเขา
ทำไมเขาไม่เคยเห็นมาก่อน ทำไมอดีตเจ้าสำนักไม่เคยสอนเขา
หรือว่าจะไม่ใช่เพลงมวยสำนักมังกรดำ

อาจารย์สาม: กระบวนท่านั้น ข้าก็ไม่เคยเห็น
หรือว่าสำนักมังกรดำ จะมีเพลงมวยลับ ที่สอนเฉพาะเจ้าสำนัก
หม่าเฉียง: งั้นก็แปลว่า อาจารย์ตั้งใจให้ต้วนเฮ่าเซินเป็นผู้สืบทอดน่ะสิ
แล้วทำไมอาจารย์ถึงบอกข้าว่าตำแหน่งเจ้าสำนักเป็นของผู้มีฝีมือเท่านั้นล่ะ
อาจารย์สาม: ยังไงเฮ่าเซินก็เป็นลูกชายศิษย์พี่ใหญ่
เรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว เจ้าต้องทำใจยอมรับเฮ่าเซินเป็นเจ้าสำนักซะที




ที่จริงหม่าเฉียงเข้าใจถูกแล้ว
ต้วนเฮ่าเซินยอมรับกับอาจารย์รองว่าเขาจดจำกระบวนท่านี้มาจากเพื่อนนักเรียนญี่ปุ่น
แล้วนำมาปรับใช้กับเพลงมวยสำนัก

อาจารย์รองไม่สบายใจ หากอดีตเจ้าสำนักรับรู้ต้องไม่พอใจแน่ๆ
แต่ต้วนเฮ่าเซินกลับมีมุมมองคนละแบบ
กังฟูหากใช้รูปแบบเดิมๆ ก็จะย่ำอยู่กับที่ ควรเปิดใจรับเพลงมวยสำนักอื่นๆ
แล้วนำมาปรับให้สอดคล้องกับเพลงมวยของตนจึงจะถูก

เมื่อเจ้าสำนักมีความคิดเป็นของตนเอง หยงไป่ชุนก็ไม่คัดค้านอีกต่อไป
ขอให้อย่าประมาท แม้ชนะโม่หม่ากับหม่าเฉียงได้แล้ว นักกังฟูเก่งๆ ยังมีอีกมาก

ต้วนเฮ่าเซินรับปากจะตั้งใจปกป้องชื่อเสียงของสำนักมังกรดำอย่างสุดความสามารถ





โม่หม่าจิตตก ขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง
ข้าวปลาก็ไม่ยอมกิน ใครเรียกก็ไม่ยอมขาน
หลิวฉวนจะพังประตูเข้าไปอยู่แล้วเชียว ถ้าซ่งชิงไม่ห้ามไว้ซะก่อน




ซ่งชิง: ท่านอาหลิว ท่านอย่าบังคับโม่หม่าอีกเลย
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เขาคงไม่อาจกลับมายืนหยัดด้วยตัวเองได้อีก
หลิวฉวน: ข้ารู้ว่าการตายของพี่ซานเยวี่ยกระทบกระเทือนจิตใจเขามาก
แต่โม่หม่ายังต้องสืบทอดภาระของบิดาและอาจารย์
ความจริงการต่อสู้ย่อมมีแพ้ชนะ โม่หม่าควรหัดปล่อยวางบ้าง
ซ่งชิง: แต่โม่หม่าไม่จำเป็นต้องเดินเส้นทางสายกังฟูนี่คะ
ขอเพียงเขาใช้ชีวิตอย่างสัตย์ซื่อถือคุณธรรม
ข้าว่าท่านผู้อาวุโสทั้งสองก็คงยินดี เขาไม่จำเป็นต้องต่อสู้กับใครอีก
ท่านอาหลิวคะ เส้นทางการดำเนินชีวิตมีหลายสาย
เราเพียงแต่ต้องเลือกเส้นทางที่เหมาะสมกับเรา
ที่โม่หม่าตัดสินใจเลิกใช้กังฟู อาจเป็นเส้นทางที่เขาต้องการก็ได้
หลิวฉวน: จริงสิ ข้าไม่เคยถามว่าเขาต้องการอะไร
งั้นก็แล้วแต่เขาจะเลือกเส้นทางเดินก็แล้วกัน ข้าจะไม่ฝืนใจเขาหรอก




ซ่งชิง: ท่านอาหลิวโมโหเพราะห่วงใยเจ้า
อาจารย์เจ้าก็ตั้งความหวังให้เจ้าสานต่อปณิธาน
ทั้งหมดคงกดดันเจ้าไม่ใช่น้อย
อาจารย์กวนเพิ่งเสีย เจ้าก็ต้องประลองฝีมือกับผู้อื่น
เจ้าเอาชนะไม่ได้ก็ไม่แปลก
ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้เสียใจที่พ่ายแพ้ แต่เสียใจที่ทำให้อาจารย์ต้องผิดหวัง
ลองคิดดูนะ อาจารย์เจ้าไม่เคยต้องการให้เจ้าเก่งเกินใคร
ท่านเพียงต้องการให้เจ้าใช้ชีวิตอย่างซื่อสัตย์ เที่ยงตรง
แพ้หรือชนะไม่มีความหมาย
หากเจ้าคิดว่าจะต้องตอบแทนอาจารย์ด้วยการต่อสู้แต่เพียงอย่างเดียว
เจ้าก็ทำให้อาจารย์ต้องผิดหวังแล้ว




โม่หม่ายอมเปิดประตูออกมากินข้าวกินปลา
ทำให้ซ่งชิงโล่งใจยิ่งนัก





หงเหลียงทำงานอยู่สำนักโคมเขียว
แต่นางเพียงร้องเพลงให้แขกฟัง
กลับต้องมาเจอเจ้าสำนัก Kar ลวนลาม
หลี่โหยวหว่อมาเห็นเข้าจึงไม่พอใจ เกิดต่อสู้กัน
เขาทำร้ายเจ้าสำนัก Kar จนขาหัก




ไฉเหว่ยมารับหลี่โหมวหว่อไปพบกับฉีเจียง
ทั้งคู่กะใช้หลี่โหยวหว่อชักนำโม่หม่าเข้าสู่วงการกังฟู
เพื่อก่อกวน เปิดโอกาสให้ฉีเจียงเขี่ยจั๊วะเหวินซุ่นออกาจากตำแหน่งนายก

หลี่โหยวหว่อปฏิเสธ ลูกผู้ชายมีสิ่งควรทำ ไม่ควรทำ




ไม่นึกเลยว่าจะทำคุณคนไม่ขึ้น อุตส่าห์ช่วยสนับสนุนหลี่โหยวหว่อมาตลอด
แค่ขอความช่วยเหลือนิดหน่อย ก็ปฏิเสธซะแล้ว
ถ้างั้น ตัดขาดความเป็นพี่น้องร่วมสาบานกันไปเลยเหอะ
ต่อไปเจอหน้ากันก็ไม่ต้องมาทักทายกัน

โดยกดดันซะขนาดนี้ หลี่โหยวหว่อไม่รู้จะรับมืออย่างไร




โม่หม่าตัดสินใจล้างมือจากวงการ
และฝังผ้าลายมือบิดาที่หลุมฝังศพอาจารย์





หลี่โหยวหว่อมาขอพบโม่หม่า
ซ่งชิงไม่ยอมให้พบ โม่หม่าล้างมือแล้ว อย่ามากวนน้ำให้ขุ่นอีกเลย

หลี่โหยวหว่อ: ข้าไม่เชื่อ ข้ากับโม่หม่าเป็นคนประเภทเดียวกัน
พวกเราไม่มีวันล้างมือ ข้าว่า ไม่ใช่เขาหรอกที่อยากเลิก เจ้าต่างหากที่อยากให้เขาเลิก
แล้ววันหนึ่งเจ้าจะรู้ว่า มันเป็นไปไม่ได้




เพื่อพิสูจน์ความคิดของหลี่โหยวหว่อ
ซ่งชิงยอมร่วมมือ ทำเป็นถูกคนร้ายจับตัว
โม่หม่าลงมือช่วยซ่งชิง จึงได้รู้ว่าคนร้ายคือหลี่โหยวหว่อ





ระหว่างต่อสู้โม่หม่าพลัดตกหน้าผา โชคดียังคว้าจับไว้ได้
มุนโหยวหว่อส่งไม้ไผ่ให้เขา ถ้ายังคิดไม่ตก คิดว่าตัวเองผิดต่ออาจารย์
ก็ปล่อยมือให้ตกลงไปซะ ชีวิตชดใช้ด้วยชีวิต
แต่ถ้าไม่อยากให้อาจารย์เจ้าเสียสละโดยเปล่าประโยชน์
ก็ไต่ไม้ไผ่กลับขึ้นมาเอง











 

Create Date : 04 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 6 มิถุนายน 2553 10:06:28 น.
Counter : 421 Pageviews.  

ไทเก๊ก หมัดทะลุฟ้า The Master of Taichi ตอน 11





ไทเก๊ก หมัดทะลุฟ้า The Master of Taichi ตอน 11



จากตอนที่แล้ว อาจารย์กวนพาโม่หม่าไปฝีกวิชาในป่า
เพื่อเปิดโอกาสให้โม่หม่าลงมือสังหารเขา เป็นการบีบให้โม่หม่าตัดสินใจเลือก
ระหว่างความแค้นกับความผูกพันฉันท์ศิษย์อาจารย์

เมื่อถึงเวลา โม่หม่าก็ไม่อาจตัดใจลงมือได้จริงๆ
อาจารย์กวนได้แต่หวังว่าโม่หม่าจะสลัดความแค้นทิ้งไปได้






ซ่งชิงเห็นอาจารย์กวนและโม่หม่าหายขึ้นเขามาหลายวัน
จึงขึ้นเขาตามมาด้วยความเป็นห่วง เมื่อได้รู้ว่าโม่หม่าไม่สามารถลงมือฆ่าอาจารย์ได้
นางก็รู้สึกโล่งอก คนเราอยู่ด้วยกันมานาน ย่อมมีความผูกพัน
รู้สึกอย่างไรก็ทำอย่างนั้น อย่าได้กดดันตัวเองไป

ซ่งชิงพยายามพูดให้โม่หม่าปล่อยวาง แต่เขากลับคิดสวนทาง
บุญคุณต้องทดแทนก็จริง แต่ความแค้นก็ต้องชำระ
ที่อาจารย์กวนเลี้ยงดูเขา เพราะต้องการชดเชยก็เท่านั้น
คราวนี้ รับรองจะไม่ใจอ่อนแน่





บุญคุณที่อาจารย์มีให้ ขอกราบสามครั้งเป็นการทดแทน

โม่หม่าลงมือต่อสู้กับอาจารย์กวน หลังผ่านการฝึกฝนมาหลายวัน
เขาก็สามารถจับเคล็ดการใช้พลังภายในได้อย่างใจ
จึงต่อสู้กับอาจารย์ได้อย่างสูสี





ระหว่างการต่อสู้ โม่หม่ากระแทกอาจารย์กวน จนกระเด็นตกหน้าผา
โม่หม่ากลับยอมเสี่ยงชีวิต คว้าจับอาจารย์ไว้ ไม่ยอมปล่อยมือ
หากไม้ไผ่ที่จับยึดไว้ขาด คงต้องหล่นลงไปทั้งคู่

กวนซานเยวี่ย: ถึงเวลาที่เจ้าต้องปล่อยวางได้แล้ว
ไม่ง่ายหรอกนะ ที่จะปล่อยวางในเวลาที่สมควร
เจ้าจงจรรโลงเพลงมวยไทเก๊กต่อไป

อาจารย์กวนสลัดมือจากโม่หม่า แล้วใช้พลังเฮือกสุดท้ายส่งตัวโม่หม่ากลับขึ้นไปบนหน้าผา





กว่าซ่งชิงจะตามมาทันก็สายไปเสียแล้ว




โม่หม่าเจ็บปวดใจที่สูญเสียอาจารย์ไป เขาหวนนึกถึงคำสอนของอาจารย์สมัยยังเด็ก

กวนซานเยวี่ย: เจ้ารู้มั้ยนั่นอะไร
โม่หม่า: พระอาทิตย์
กวนซานเยวี่ย: แล้วโน่นล่ะ
โม่หม่า: เมฆ
กวนซานเยวี่ย: เมฆก็คือพระอาทิตย์ พระอาทิตย์ก็คือเมฆ
ทุกอย่างล้วนเป็นหนึ่งเดียว ในใจอาจารย์มีเจ้า ในใจเจ้ามีอาจารย์
ถ้าเจ้าเห็นดอกไม้เป็นดอกไม้ มันก็คือดอกไม้
ถ้าเจ้าไม่เห็นมันเป็นดอกไม้ มันก็หาใช่ไม่ ทุกอย่างล้วนเป็นอนิจจัง
โม่หม่า ตอนนี้ เจ้าเห็นอะไร
โม่หม่า: ข้าเห็นแต่อาจารย์เท่านั้น
กวนซานเยวี่ย: ดีมาก อาจารย์อยู่ในทุกสิ่ง ลม เมฆ ดอกไม้ ล้วนเป็นอาจารย์ทั้งสิ้น




ซ่งชิงไม่รู้จะปลอบใจโม่หม่าอย่างไร ได้แต่ทำข้าวต้มให้เขากิน
โม่หม่าก็ไม่เข้าใจ ทั้งๆ ที่ล้างแค้นได้สำเร็จ กลับไม่ดีใจเลยแม้แต่น้อย

ซ่งชิงทำตามคำสั่งเสียของอาจารย์กวน เล่าความจริงให้โม่หม่ารู้
อาจารย์กวนไม่ใช่ศัตรูฆ่าบิดา หลิวฉวนก็ยังไม่ตาย
โม่หม่ายิ่งเสียใจหนักกว่าเดิม





ซ่งชิงเตรียมงานศพอาจารย์กวน
นางผ่านร้านฉีฟงหนิน ก็ลังเลว่าควรจะแวะบอกเหมยฟงหนินดีไหม
ไม่รู้ว่าป้าเหมยจะหายโกรธนางหรือยัง




ที่ไหนได้ ป้าเหมยเห็นซ่งชิงก็ดีใจ
นางยังแอบหวังว่าซ่งชิงจะคืนดีกับฟงหนิน จึงเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้คุยกัน
บาดใจฉีเฉียวซะจริงๆ





อจารย์กวนตายไปคน ซ่งชิงก็อยู่กับโม่หม่าตามลำพัง
ป้าเหมยกลัวน้ำตาลใกล้มด เกิดพลาดพลั้งไป เหมือนฟงหนินกับฉีเฉียวจะทำยังไง
เฮ้อ เป็นลูกสะใภ้ที่แม่สามีไม่ต้องการ ก็ต้องถูกประชดประชันอย่างนี้เรื่อยไปแหละนะ




จื้อกุ้ยรู้ข่าวอาจารย์กวนเสียชีวิต ก็อดเป็นห่วงโม่หม่าไม่ได้
โธ่เอ๋ย เขามีซ่งชิงคอยดูแลอยู่ทั้งคน

เหยียนฉีเฉียว: เจ้ามีเฮ่าเซิน โม่หม่ามีซ่งชิง ทุกอย่างลงตัวแล้ว
อย่าไปคิดถึงเขาอีกเลย
เหยียนจื้อกุ้ย: ทีกับข้า เขาบอกว่าเขาคิดแต่เรื่องฝึกกังฟู
ทีกับซ่งขิง เขาไม่เห็นพูดอย่างนี้เลย
เหยียนฉีเฉียว: ก็อย่างที่เจ้าพูดนั่นแหละ คนพรรณนั้น ลืมเขาซะเถอะ
เหยียนจื้อกุ้ย: พี่คะ ข้าไม่สามารถลืมเขาได้
เหยียนฉีเฉียว: จื้อกุ้ย
เหยียนจื้อกุ้ย: เขาทำให้ข้าเจ็บปวด ข้าต้องเอาคืนเป็นสองเท่า
ข้าจะทำให้เขาเสียใจไปชั่วชีวิต
เหยียนฉีเฉียว: เฮ้อ ทำไมเจ้าต้องทรมานตัวเองด้วยนะ





งานศพอาจารย์กวนเป็นไปอย่างเรียบง่าย



รองผู้ว่าฉีเจียงพยายามเกลี้ยกล่อมให้ผู้ว่าจั๊วะเหวินซุ่น
ยกสัมปทานเหมืองให้กับประเทศรัสเซีย
แต่ผู้ว่าไม่เห็นด้วย อย่าให้รู้ว่ามีใครกินสินบน
ทำให้ประเทศชาติต้องเสียประโยชน์ก็แล้วกัน




กงศุลรัสเซียไม่พอใจ ไหนรับปากว่าจะได้สัมปทานเหมืองแน่นอนไง
ไม่ว่าอย่างไร รองผู้ว่าก็ต้องหาทางจัดการเรื่องนี้ให้สำเร็จให้ได้
ไม่งั้นเป็นเรื่องแน่




โม่หม่าหมดอาลัยตายอยาก ไม่ยอมขยับตัวทำอะไร
ซ่งชิงได้แต่คอยดูแล โดยหวังว่าโม่หม่าจะดึขึ้น





โชคดีที่ซ่งชิงไม่ต้องรอนาน เห็นโม่หม่ามาช่วยทำงานไร่ได้
นางก็โล่งอกไปเปลาะหนึ่ง





ไฉเหว่ยยังคิดแค้นเหยียนจื้อกุ้ยไม่เลิก
เมื่อสำนักมังกรดำกล้าขัดใจ ไม่ยอมมอบจื้อกุ้ยออกมา
ไฉเหว่ยก็หาเรื่องจับกุมศิษย์สำนักมังกรดำซะงั้น




เท่านั้นยังไม่พอ ยังมาหาเรื่องจับคนถึงสำนักมังกรดำอีก
ยัอข้อหาซ่องสุมผู้คน คิดก่อการร้าย
เอากันอย่างนั้นเลยนะ กะบีบต้วนเฮ่าเซินให้ยอมมอบคนให้ได้





ต้วนเฮ่าเซิน อาจารย์รองและอาจารย์สามมาทวงคน
ไฉเหว่ยไม่ยอมไว้หน้าใคร ทีสำนักมังกรดำยังกล้ามาชิงตัวเจ้าสาว
ตอนนี้ คุณชายฉีตายแล้ว ตระกูลฉีต้องขาดผู้สืบสกุล สำนักมังกรดำต้องรับผิดชอบ
ถ้าอยากจะปกป้องจื้อกุ้ยก็เชิญ ดูซิว่าจะเป็นเจ้าสำนักต่อไปได้อย่างไร
เมื่อไม่มีลูกศิษย์ซักคน





กว่าต้วนทีป๋อจะสร้างสำนักมังกรดำขึ้นมาเป็นสำนักอันดับหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย
อาจารย์สามขอให้เฮ่าเซินเห็นแก่บิดา ส่งตัวเหยียนจื้อกุ้ยให้กับรองผู้ว่าฉีเจียงไปซะ
เรื่องแบบนี้จะให้เฮ่าเซินยอมได้อย่างไร ขืนส่งตัวจื้อกุ้ยไป
ฉีเจียงต้องให้เธอตายตามลูกชายเขาไปแน่

อาจารย์สามไม่พอใจที่เฮ่าเซินเห็นผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้า
สำคัญกว่าสำนัก และศิษย์พี่ศิษย์น้อง




หยงไป่ชุน: อาจารย์สามเจ้าพูดถูกแล้ว
ถ้าขืนปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป จะไม่มีใครเคารพนับถือเจ้าในฐานะเจ้าสำนักอีก
ไม่นานสำนักมังกรดำก็ต้องพินาศ
ข้าไม่สนใจว่านางจะเป็นซือจินหรือจื้อกุ้ย เจ้าต้องส่งตัวนางไปซะ
ต้วนเฮ่าเซิน: เปล่าประโยชน์ ต่อให้ส่งตัวนางไป ฉีเจียงก็ไม่ปล่อยพวกเราหรอก
หยงไป่ชุน: ข้าไม่สนใจ เจ้าไปคิดดูให้ดีระหว่างสำนักกับผู้หญิง อย่างไหนสำคัญกว่า




เมื่อต้นเหตุมาจากนาง เหยียนจื้อกุ้ยตัดสินใจแก้ปัญหานี้ด้วยตัวเอง
นางไปพบกับไฉเหว่ย เพื่อขอให้เขาเลิกตอแยนาง
หากไฉเหว่ยไม่ยอมตกลง นางจะฆ่าตัวตายที่ที่ว่าการตำรวจนี่แหละ
ดูซิว่าไฉเหว่ยจะแก้ตัวยังไง

เหยียนจื้อกุ้ย: ท่านลองคิดดูให้ดีนะ ท่านผู้ว่ากับอดีตเจ้าสำนักต้วนเป็นสหายกัน
ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงหูท่านผู้ว่า ท่านจะยอมปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปไหม
ตอนนี้ ด้วนเฮ่าเซินเพิ่งขึ้นเป็นเจ้าสำนักได้ไม่นาน
ต่อไปเขาต้องมีอิทธิพลในวงการไม่แพ้บิดาแน่
ท่านน่าจะรู้ว่าผูกมิตรกับเขาไว้ ย่อมดีกว่าสร้างศัตรู





ไฉเหว่ยโดนจื้อกุ้ยกล่อมซะอยู่หมัด
ไม่เพียงยอมปล่อยตัวนางไป ยังช่วยพูดกับรองผู้ว่าฉีเจียงอีกด้วย
คิดจะแก้แค้นไม่ต้องรีบร้อน รอให้ได้เป็นผู้ว่าซะก่อนดีกว่า
ตอนนี้ อย่าเพิ่งทำอะไรให้ผู้ว่าจั๊วะเหวินซุ่นจับผิดได้
รองผู้ว่าฉีเจียงยอมรามือชั่วคราว




หยงไป่ชุนไม่อยากเชื่อว่าเหยียนจื้อกุ้ยจะช่วยพวกหม่าเฉียงออกมาได้



ถึงยังไง หยงไป่ชุนก็ยังยืนยันให้นางจากไปอยู่ดี

เหยียนจื้อกุ้ย: ท่านคิดว่าให้ข้าจากไปแล้ว พี่เฮ่าเซินจะยอมหรือ
ท่านก็รู้ว่าเขาดื้อรั้นแค่ไหน ความจริงข้ากับท่านก็เหมือนกัน
อยากให้พี่เฮ่าเซินประสบความสำเร็จ
หยงไป่ชุน: เรื่องเฮ่าเซิน ไม่ต้องให้เจ้าเป็นกังวล
เจ้าอยู่ต่อไป มีแต่จะทำให้เขาใจไม่อยู่กับตัว
เฮ่าเซินต้องเป็นศัตรูกับรองผู้ว่าก็เพราะเจ้า ยังไงเจ้าก็ต้องไปซะ
เหยียนจื้อกุ้ย: แล้วถ้าช้าทำให้พี่เฮ่าเซินเอาชนะโม่หม่าได้ล่ะ
ถ้าเขาเอาชนะโม่หม่าได้ ทุกคนก็จะยอมรับเขา
หยงไป่ชุน: เฮ่าเซินน่ะหรือจะยอมสู้กับโม่หม่า
เหยียนจื้อกุ้ย: ข้าสามารถเกลี้ยกล่อมเขาได้
ถ้าข้าช่วยให้พี่เฮ่าเซินเอาชนะโม่หม่าได้ ท่านจะยอมให้ข้าอยู่ต่อไหม
ข้าจะเชือฟังท่านทุกอย่าง จะไม่เป็นตัวถ่วงพี่เฮ่าเซิน
ถ้าข้าทำไม่สำเร็จ ข้าจะยอมไปเอง





กลับมาถึงสำนัก ต้วนเฮ่าเซินกำลังตามหานางอยู่

ต้วนเฮ่าเซิน: ทำไมเจ้าไปพบไฉเหว่ยตามลำพัง
ไม่รู้หรือว่ามันอันตราย
เหยียนจื้อกุ้ย: ข้าได้ยินท่านพูดกับอาจารย์รอง
ในเมื่อข้าเป็นตัวต้นเหตุ ข้าก็ต้องหาทางแก้เอง
ต้วนเฮ่าเซิน: ข้าบอกแล้วว่าตราบใดที่ข้ายังอยู่ ข้าจะปกป้องเจ้าเอง
ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาไล่เจ้าไปเด็ดขาด
เหยียนจื้อกุ้ย: ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ถ้ายังเกิดเรื่องไม่หยุดหย่อน
ข้าก็คงอยู่ที่นี่ไม่ได้ หรือแม้ข้าต้องไปจากที่นี่
ไฉเหว่ยก็คงไม่ปล่อยข้าแน่ ข้าถึงต้องไปเคลียร์กับไฉเหว่ยให้จบ
ต้วนเฮ่าเซิน: คนชั่วไฉเหว่ยมันรังแกเจ้าหรือเปล่า
เหยียนจื้อกุ้ย: ข้าก็แค่ยกน้ำชาขอขมาเขา
ไฉเหว่ยเขาก็ยอมรับนำ้ชา และรับปากจะเจรจากับรองผู้ว่าฉีให้
ยังไงข้าก็ไม่ใช่คนที่เขาต้องการตัวอยู่แล้ว





เหยียนจื้อกุ้ย: เรื่องก็จบลงด้วยดีแล้ว ข้ากลับมาเพื่อบอกลาพี่
ต้วนเฮ่าเซิน: ทำไม อาจารย์รองไล่เจ้าใช่มั้ย ข้าจะไปพูดกับเขาเอง
เหยียนจื้อกุ้ย: ไม่ใช่นะพี่เฮ่าเซิน ไม่เกี่ยวกับอาจารย์รอง
ต้วนเฮ่าเซิน: เจ้าไม่ต้องกลัว ข้าเป็นเจ้าสำนัก ข้าให้เจ้าอยู่ ใครจะกล้าไล่เจ้า
เหยียนจื้อกุ้ย: ให้ช้าไปเถอะค่ะ ข้าไม่อยากให้พี่ต้องทะเลาะกับอาจารย์ทั้งสองเพื่อข้า
ข้าอยากให้พี่ทุ่มเทกับสำนักอย่างเต็มที่ อย่าทำให้พวกเขาต้องผิดหวัง
ต้วนเฮ่าเซิน: ถ้าเจ้าต้องจากไป ข้าจะไม่เป็นเจ้าสำนักอีกแล้ว
เหยียนจื้อกุ้ย: งั้นข้าก็ยิ่งแย่ไปใหญ่ ที่พวกเขาไม่อยากให้ข้าอยู่
เพราะข้าเป็นต้นเหตุที่ทำให้พี่แพ้โม่หม่า
ความจริง พี่ชนะเขาได้อยู่แล้ว ใช่ไหมคะ
ต้วนเฮ่าเซิน: ข้าไม่สนใจเรื่องแพ้ชนะหรอก
เหยียนจื้อกุ้ย: แต่พี่ก็ทำให้เจ้าสำนักต้วนต้องผิดหวัง
ข้าเองก็ไม่อาจยกโทษให้ตัวเองได้
ต้วนเฮ่าเซิน: ซือจิน





เหยียนจื้อกุ้ย: ถ้าพี่อยากให้ข้าอยู่ต่อ พี่ต้องพิสูจน์ให้พวกเขาเห็นว่า
พี่เหมาะสมกับตำแหน่งเจ้าสำนัก พี่จะไม่ทำให้พวกเขาผิดหวัง
พี่ต้องเอาชนะโม่หม่าให้ได้
ต้วนเฮ่าเซิน: ได้ ข้าจะพิสูจน์ให้พวกเขาเห็นว่า ข้าสามารถเป็นเจ้าสำนักได้
พวกเขาจะได้เลิกคัดค้านให้เจ้าอยู่ที่นี่ซะที




หม่าเฉียงทวงสัญญากับอาจารย์รองที่รับปากว่าจะให้เขาเป็นเจ้าสำนัก
หากต้วนเฮ่าเซินไม่สามารถเป็นได้

อาจารย์รองยืนยันว่าถ้าหนนี้ ต้วนเฮ่าเซินแพ้ให้กับโม่หม่าอีก
ก็ไม่เหมาะสมที่จะเป็นเจ้าสำนักมังกรดำสืบต่อไป









 

Create Date : 06 มิถุนายน 2552    
Last Update : 6 มิถุนายน 2553 10:05:58 น.
Counter : 518 Pageviews.  


magarita30
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Myspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace Glitter
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2539 ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่และอ้างอิงส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของข้อความในสื่อ คอมพิวเตอร์แห่งนี้เพื่อการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Friends' blogs
[Add magarita30's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.