Group Blog
 
All Blogs
 

The Drive of Life 20







Hiu Zam Yan ช้ำใจที่สามีแอบนอกใจกับกิ๊กเก่า
ครอบครัวจะแตกแยกอยู่แล้ว จะเก็บรองเท้าไว้ทำไม




Hiu Zam Yan ร้องไห้จนเหนื่อย หลับไป จนหว่าหมั่นฮอนกลับถึงบ้าน




หว่าหมั่นฮอนไม่รู้เลยว่าโดนอดีตน้องสะใภ้ใส่ไฟ
ยังซื้อรองเท้าคู่ที่ Hiu Zam Yan เคยเล็งไว้มาฝาก แถมยังสวมให้อีกด้วย
น่ารักมาก มากเลย ใครมีสามีเอาใจอย่างนี้ ไม่ควรระแวงแล้วน้า
เห็นแล้วอิจฉา ถ้าชีวิตคู่อยู่กันจนแก่แล้วยังสวีทแบบนี้ ก็พอใจแล้ว






หว่าหมั่นหงรวบรวมความกล้าขอให้เว่ยฉางผิงย้ายมาอยู่ปักกิ่งกับเขา
เขาจะดูแลเธอไปตลอดชีวิต แหม น่าจะพูดมาตั้งหลายปีแล้ว
ฉางผิงตกลง แต่เธอจะย้ายไปปักกิ่ง ต้องหลังจากที่เธอกลับจากขายบ้านที่แคนาดาก่อน





เว่ยฉางผิงต้องการเลี้ยงข้าวหว่าหมั่นฮอนกับ Hiu Zam Yan ก่อนไปแคนาดา
แต่หมั่นฮอนกลับชวนเธอมาดินเนอร์ที่บ้าน Zam Yan จับตามองความสัมพันธ์ของทั้งคู่






ก่อนกลับ เว่ยฉางผิงบอกหว่าหมั่นฮอนว่าเธอจะย้ายไปอยู่กับหว่าหมั่นหง
พ่อสื่ออย่างหว่าหมั่นฮอนย่อมดีใจกับทั้งคู่ ไม่เสียแรงที่ลุ้นมานาน
กลายเป็นว่ายิ่งทำให้ Hiu Zam Yan เข้าใจผิดเข้าไปอีก





หว่องซิ่วฟั่นไม่เข้าใจว่าทำไม Hiu Zam Yan ไม่พูดเรื่องหย่า
แถมยังปล่อยให้เว่ยฉางผิงเข้ามาหยามถึงในบ้าน
Hiu Zam Yan คิดถึงครอบครัวเป็นหลัก ยังไงก็ต้องคิดถึงลูกๆ ด้วย
เธอคิดจะคุยกับเว่ยฉางผิงให้ยอมถอนตัว เลิกเป็นมือที่สามซะที




Hiu Zam Yan ลองใจหว่าหมั่นฮอน ด้วยการขอไปแคนาดากับเว่ยฉางผิง
หว่าหมั่นฮอนก็ไม่คัดค้าน ก็จะคัดค้านไปทำไม้ คนเค้าไม่ได้มีอะไรกันซะหน่อย




สงสัยว่า เครื่องนอนยี่ห้อนี้จะเป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ของละคร
เผลอเป็นไม่ได้ ขายของเรื่อยเลย หนนี้ เส้าฟงซื้อผ้านวมมาให้แม่ค่ะ บอกสรรพคุณกันเข้าไป

ฉางผิงบอกเส้าฟงเรื่องจะย้ายไปอยู่ปักกิ่ง เส้าฟงไม่ค้ดค้าน
ที่ฉางผิงจะขายบ้านตอนนี้ เพราะพ่อของเส้าฟงหายไปครบ 7 ปีแล้ว ถือเป็นบุคคลสาบสูญ
เธอจึงอยากขายบ้านให้เส้าฟงเอาไปใช้หนี้ เฮ้อ เงินแค่นี้ ใช้หนี้ไม่หมดหรอก แม่เก็บไว้เหอะ
สองแม่ลูกคุยกันหนุงหนิง





หว่าเจิ้นหมั่นอยากนัดซินซินไปดูหนัง อุตส่าห์เข้าคิวทั้งวัน เพื่อซื้อตั๋วเรื่องไซอิ๋วที่โจวซิงฉือเล่น
แต่ซินซินดันไปรับแลกกะกับคนอื่นซะนี่ ช่วยไม่ได้นี่นา ช่วงนี้ทุกคนต้องทำงานนอกเวลากันทั้งนั้น
ไม่งั้นรถยนต์จะเสร็จไม่ทันกำหนด

ไปเที่ยวกันไม่ได้ เจิ้นหมั่นก็ซื้อของกินมาฝากทุกคนแทนแล้วกัน





ในที่สุด ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกคน รถยนต์ก็เสร็จครบ 10,000 คันทันเวลา







รถยนต์ส่งมอบเรียบร้อย Ngai Tin-hang ชื่นชมที่พวกเขาสามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส
แต่ (ยังไงก็ต้องมีแต่) ทำไมต้องพอใจกับโรงงานเล็กๆ ด้วย คิดว่าผลิตรถได้เพียงแค่รุ่นเดียว จะก้าวหน้าไปได้แค่ไหนกันเชียว





หว่าหมั่นหงเผยว่าพวกเขากำลังผลิตรถยนต์ต้นแบบ และสร้างแบรนด์ใหม่
Ngai Tin-hang ขอขำหน่อย ที่แท้โรคเพ้อฝันนี่มันเป็นกรรมพันธ์แฮะ
ดูอย่างโตโยต้าซิ กว่าจะสร้างรถได้สำเร็จใช้เวลาเป็นยี่สิบปี มีหวังได้ตายกันก่อนเห็นฝันเป็นจริงแน่

หว่าหมั่นหงยังเชื่อว่า ถ้ามีความตั้งใจ และอดทน วันนั้นต้องมาถึง





Hiu Zam Yan กับเว่ยฉางผิงมาถึงแคนาดา ก็พบกับหว่องซิ่วฟั่น
ซึ่งทำทีเป็นสนใจซื้อบ้านของฉางผิง

หว่องซิ่วฟั่นกลัง Zam Yan จะรู้ว่าหมั่นฮอนไม่ได้มีชู้
อุตส่าห์บินตามมาเติมไฟถึงแคนาดา เอาพินัยกรรมปลอมมาอ้างว่าหว่าหมั่นฮอนทำพินัยกรรมให้เว่ยฉางผิง
รีบกลับไปฮ่องกง หย่ากับหมั่นฮอนเลยดีกว่า ไม่งั้นสมบัติจะตกเป็นของคนอื่น
อยากให้ตัวเองกับลูกถูกเมียน้อยไล่ออกจากบ้านหรือยังไง ทำเพื่อลูกกลับฮ่องกงไปซะ
ซิ่วฟั่นเตรียวตั๋วเครื่องบิน และเบอร์ทนายให้เสร็จสรรพ

โห นิสัย ทำขนาดนี้ก็เกินไปหน่อย





ฉางผิงมัวแต่ไล่หมาข้างบ้านที่เข้ามาขุดดิดในสวน
Hiu Zam Yan ก็กลับไปเสียแล้ว

ฉางผิงยังงง งง ก็โดนซิ่วฟั่นด่าซะ
ผู้หญิงที่ชอบแย่งผัวชาวบ้านนี่ เกลียดนัก (คิดเอง เออเองแท้ๆ ยัยซิ่วฟั่นเนี่ย)





Hiu Zam Yan ยังไม่โง่ซะทีเดียว ยังกลับมาถามความจริงจากฉางผิง



หว่องซิ่วฟั่นนึกว่าแผนตัวเองสำเร็จ กำลังดี๊ด๊า จะกลับฮ่องกง
Hiu Zam Yan ก็มาต่อว่าถึงบ้าน อยู่ดีๆ มาใส่ร้ายสามีสุดที่รัก ทำได้ลงคอนะ
ซิ่วฟั่นยังยืนกรานว่าตัวเองคิดถูก ถึงไม่มีหลักฐาน สองคนนั้นต้องมีอะไรกันแน่
ใครจะไปเชื่อหล่อนยะ เขาโทรไปถามหมั่นหงแล้วหรอก
ที่ปั้นเรื่องนี้ เพราะคิดแก้แค้นหมั่นฮอนใช่มั้ย อุตส่าห์เห็นเป็นพี่น้องที่ดี
ทำแบบนี้ ต้องเจอตบ หุหุ แน่มาก Zam Yan





เมื่อรู้ว่าเว่ยฉางผิง ไม่ใช่กิ๊กของสามีแน่นอน
Zam Yan ก็โล่งอก อย่างนี้ค่อยคุยกันถูกคอหน่อย




เหตุการณ์พลิกผัน เมื่อเช้ารุ่งขึ้น หมาข้างบ้านแอบเข้ามาขุดในสวน และพบโครงกระดูกฝังอยู่



ตำรวจแคนาดาสงสัยเว่ยฉางผิงฆ่าสามี Zam Yan รีบโทรบอกหมั่นฮอนเรื่องฉางผิงถูกจับ
ฉางผิงก็โทรหาเส้าฟง พอดีกับหมั่นฮอนมารับเส้าฟงเพื่อไปแคนาดาด้วยกัน





เจิ้นปังรู้เรื่องปุ๊บก็เตรียมตัวบินไปเจอพ่อกับเส้าฟงที่แคนาดาทันที
ในเวลาอย่างนี้ ยังไง ยังไง ก็ต้องอยู่เคียงข้างเส้าฟง




หว่าหมั่นหงเองก็ร้อนใจไม่แพ้กัน แต่ปัญหาคือ คนจีนต้องขอวีซ่าไปแคนาดา ซึ่งใช้เวลาหลายวัน
หมั่นหงรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี บอกไม่ถูก





หว่าหมั่นฮอน: ไม่ต้องห่วงนะ ลุงจ้างทนายไว้แล้ว
ลุงจะไม่ยอมให้ฉางผิงเป็นอะไรไปอย่างแน่นอน
หว่าเจิ้นปัง: เส้าฟง ไม่ต้องกลัวนะ ผมอยู่นี่แล้ว





Hiu Zam Yan โล่งอกที่หว่าหมั่นฮอนมาถึงแคนาดา เธอทำอะไรไม่ถูกเลย



ตำรวจยอมให้เหว่งเส้าฟงพบฉางผิง

เว่ยฉางผิง: เส้าฟง ลูกต้องเชื่อแม่นะ แม่ไม่ได้ฆ่าใครจริงๆ
เหว่งเส้าฟง: หนูรู้ค่ะ แม่ หนูรู้ว่าแม่ไม่ได้ฆ่าใคร
หนูจะประกันตัวแม่ออกไปจากที่นี่เอง แต่แม่รู้มั้ยคะว่าใครฆ่าพ่อ
เว่ยฉางผิง: แม่นึกไม่ออกเลยว่ามีใครบ้างที่อยากจะฆ่าพ่อของลูก
ตั้งแต่พ่อทำธุรกิจล้มเหลว พ่อก็เปลี่ยนไป มีอะไรก็ไม่ยอมพูดให้แม่รู้
เหว่งเส้าฟง: ตำรวจบอกว่าแม่เป็นคนสุดท้ายที่เจอพ่อ
หนูจำได้ว่าวันนั้นหนูกลับมาบ้าน แม่ก็บอกว่าพ่อหายตัวไป เกิดอะไรขึ้นกันแน่คะ




วันก่อนที่พ่อของเส้าฟงจะหายตัวไป เขาเมามายกลับบ้านและตบตีฉางผิง
เธอหวาดกลัวจึงหนีไปซ่อนในห้องนอน วันรุ่งขึ้นก็ปรากฎว่าเขาจากไปแล้ว





ช่วงนั้น เหว่งเส้าฟงไปเที่ยวไม่อยู่บ้าน เมื่อเธอกลับมาบ้าน Wing Kiu-sang ก็ไม่กลับมาอีกเลย



ตำรวจไม่ยอมให้เส้าฟงประกันตัวฉางผิง ข้อหาฆ่าคนตายเป็นข้อหาฉกรรจ์ ให้ประกันตัวไม่ได้



เหว่งเส้าฟงขอร้องให้ทนาย Kwan ช่วยเหลือฉางผิง
หว่าหมั่นฮอนก็ไม่เชื่อว่าเว่ยฉางผิงจะฆ่าคนได้ แค่ตะคอกใส่คนอื่นยังทำไม่เป็นเลย

ปัญหาคือหลักฐานที่มีไม่เป็นผลดีกับฉางผิงเนี่ยสิ
จากการชันสูตรพบว่า Wing Kiu-sang ถูกมีดแทงหลายแผล
สภาพศพตายมานาน 7 ปี ซึ่งก็สอดคล้องกับช่วงเวลาที่หายตัวไป
ที่สำคัญ มีดที่พบข้างศพ มีรอยนิ้วมือของฉางผิง

หว่าหมั่นฮอนก็ไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี แรงผู้หญิงจะไปสู้ผู้ชายได้ยังไง
ส่วนเรื่องรอยนิ้วมือ เจิ้นปังก็คิดว่าถ้าฆาตกรใช้มีดจากในครัว ก็ต้องมีลายมือฉางผิงอยู่แล้ว

แต่ที่ไม่เป็นผลดีก็เรื่องที่เว่ยฉางผิงโดนสามีทำร้ายร่างกายบ่อยๆ
โดยมีการแจ้งความถึงสามครั้ง เป็นแรงจูงใจในการทำฆาตกรรม





เส้าฟงทนฟังต่อไปไม่ไหว ขอออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์หน่อย

หว่าเจิ้นปัง: ระวังจะเป็นหวัดนะ อาฉางผิงต้องการคุณ
เหว่งเส้าฟง: ชั้นไม่เป็นใร ชั้นจะต้องพาแม่กลับฮ่องกงอย่างปลอดภัยให้ได้
หว่าเจิ้นปัง: เกิดเรื่องมากมาย ผมเป็นห่วง กลัวคุณจะรับไม่ไหว
เหว่งเส้าฟง: ตั้งแต่พ่อทำธุรกิจล้มเหลว ก็เอาแต่กินเหล้า แล้วก็ตบตีแม่
เวลาเห็นแม่แก้มบวน ตาเขียว ชั้นเจ็บปวดใจ จนอยากจะฆ่าพ่อให้ตาย
พอพ่อตายจริงๆ ชั้นกลับรู้สึกเสียใจ ฟังดูขัดแย้งกันใช่มั้ย
หว่าเจิ้นปัง: ยังไงเขาก็เป็นพ่อคุณ คุณย่อมเสียใจเป็นธรรมดา
เหว่งเส้าฟง: ตอนพ่อยังอยู่ก็ทำให้แม่เดือดร้อนตลอด ตอนตายยังทำให้แม่ต้องโดนจับอีก
ไม่รู้ว่าชาติที่แล้ว แม่เป็นหนี้อะไรพ่อ ถ้าเป็นจริง ชั้นยินดีใช้หนี้แทนแม่
หว่าเจิ้นปัง: อย่าคิดอะไรเหลวไหล อาฉางผิงต้องไม่เป็นไร
เหว่งเส้าฟง: ชีวิตแม่ไม่เคยมีความสุขเลย แม่ทำอะไรผิด ทำไมสวรรค์ไม่เห็นใจท่านบ้าง
หว่าเจิ้นปัง: อาฉางผิงไม่ได้ทำอะไรผิด ผมไม่เข้าใจว่าทำไมท่านต้องปิดบังพวกเราด้วย





เหว่งเส้าฟง: พอพ่อรู้ว่าแม่แต่งงานกับพ่อ เพราะถูกแฟนเก่าทิ้ง พ่อก็เริ่มดื่มเหล้า
พ่อคิดว่าแม่ไม่เคยรักพ่อเลย ที่จริงหลังจากแต่งงาน แม่ก็ทุ่มเททุกอย่างเพื่อพ่อ
แต่พ่อก็ไม่เคยเชื่อใจแม่ แถมยังทำไม่ดีกับแม่อีกด้วย









 

Create Date : 03 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 4 พฤษภาคม 2551 23:19:49 น.
Counter : 299 Pageviews.  

The Drive of Life 19







หว่าหมั่นหงออกจากโรงพยาบาล สองพี่น้องกลับมากลมเกลียวกันอีกครั้ง
หว่าหมั่นหงขอบคุณที่พี่ชายส่งเจิ้นปังมาปักกิ่ง ทำให้เจิ้นหมั่นเป็นผู้ใหญ่ขึ้น
ทั้งคู่หวนนึกถึงสมัยก่อน ที่หมั่นหงจะแสดงเป็นตัวร้าย ส่วนหมั่นฮอนจะแสดงเป็นตัวดี
หว่าหมั่นฮอนรู้สึกโล่งอกที่สองพี่น้องคืนดีกันได้ ก็งี้แหละ พี่น้องกัน จะโกรธกันไปนานแค่ไหน





หว่าเจิ้นปังกำลังอาบน้ำ แชมพูก็ดันมาหมด อึ้งจี้เหม็งก็ไม่อยู่ในห้องซะอีก
เอ้า เอ้า แม่ยก เช็ดน้ำลายเร้ว

หว่าเจิ้นหมั่นเอาแชมพูมาให้ เล่นตะโกนดังไปถึงข้างนอก รู้กันหมดหอแล้ว





หว่าเจิ้นหมั่น: ถามหน่อยดิ๊ นายรู้ได้ไงว่าชั้นจะร่วมมือด้วย
หว่าเจิ้นปัง: เพราะชั้นเชื่อมั่นในตัวนายไง ชั้นรู้ว่านายจะต้องคิดให้ถี่ถ้วน และเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง
ถามมั่งดิ ชั้นไม่เชื่อหรอกว่านายจะเป็นคนทำเรื่องจัดฉากรถชน นายรับผิดแทนเพื่อนใช่มะ
หว่าเจิ้นหมั่น: ลูกผู้ชายมีสิ่งควรทำนี่นะ





เจิ้นปังสั่งงานเรียบร้อยก็เตรียมตัวเผ่นไปหาหญิง
เชอะ ไม่ห่วงลูกน้องซะมั่งเลย รับผิดชอบงานมั่งเปล่า
อ้าวก็เป็นระดับผู้บริหาร มีหน้าที่คิด แล้วก็แจกงาน ลูกน้องก็ทำไปดิ





เจิ้นปังทำเป็นพบกับเส้าฟงที่ซูเปอร์มาร์เก็ตโดยบังเอิญ
โธ่เอ๊ย แอบโทรถามฉางผิงมาแล้วล่ะสิ ว่าเส้าฟงจะออกมาจ่ายตลาดให้แม่
เส้าฟงเค้ารู้ทันหรอกน่า

หว่าเจิ้นปัง: ยอมรับมาเถอะ คุณนั่งเครื่องมาปักกิ่งตั้งสามชั่วโมงก็เพื่อมาหาผมใช่ปะ
เหว่งเส้าฟง: อย่าหลงตัวเองหน่อยเลย ชั้นมาเป็นเพื่อนแม่ต่างหากล่ะ คุณไม่เกี่ยว
หว่าเจิ้นปัง: จริงอ่ะ
เหว่งเส้าฟง: ก็ได้ คุณเป็นผู้ใหญ่ขึ้น แมนขึ้น แต่ยังจีบผู้หญิงไม่ได้เรื่องเหมือนเดิม
หว่าเจิ้นปัง: ก็เหมือนกับการทำธุรกิจ ยิ่งคุณทะเยอทะยานมากเท่าไหร่ สิ่งที่ได้รับกลับมาก็มากเท่านั้น
คุณลืมไปแล้วหรือว่าผมชอบความท้าทาย
เหว่งเส้าฟง: ระวังเจ็บตัวละกัน





คู่โน้นเค้าไฮโซ ช้อปซูเปอร์มาร์เก็ต ส่วนอีกคู่ก็ติดดินฮ่ะ จ่ายตลาดกันหนุงหนิงเชียว
เจิ้นหมั่นเริ่มปิ๊งซินซินขึ้นมา ก็ซินซินเธอเปี๊ยนไป๋ ดูมั่นใจในตัวเองมากขึ้น





หว่าเจิ้นหมั่นคิดว่าซินซินเปลี่ยนไปเพราะหว่าเจิ้นปัง
แต่ก็ยังเป็นห่วงว่าเธอจะต้องเสียใจเพราะเพลย์บอยอย่างเค้า
ซินซินไม่อยากให้เจิ้นหมั่นเข้าใจผิด จึงยอมสารภาพว่าเธอกับเจิ้นปังไม่ได้มีอะไรกัน
ปิงหยี่ให้เธอทำอย่างนี้ เพื่อลองใจเจิ้นหมั่น

หลี่ซินซิน: อย่าโกรธปิงหยี่เลยนะ
หว่าเจิ้นหมั่น: ชั้นไม่โกรธเค้าหรอก ต้องขอบคุณเค้าด้วยซ้ำ
ไม่อย่างนั้น ชั้นคงไม่รู้ว่าเธอมีความสำคัญกับชั้นแค่ไหน
ช่วงที่เธอไม่สนใจชั้น ชั้นรู้สึกเจ็บปวดใจมาก
ยิ่งได้รู้ว่าเธอคบกับผู้ชายอื่น ชั้นก็ยิ่งไม่พอใจ
ชั้นรู้แล้วว่าเธอสำคัญกับชั้น
ต่อไป ห้ามเธอปล่อยมือชั้น และห้ามหลอกชั้นด้วย เข้าใจมั้ย
หลี่ซินซิน: อื้อม





คุณตาไม่โกรธที่หว่าหมั่นหงหลอกว่าป่วยเป็นโรคหัวใจ
แถมยังตัดสินใจที่จะวางมือจากโรงงานซะที ปล่อยให้คนรุ่นใหม่เขาจัดการกันไป
ตอนนี้ คนงานต่างมีขวัญและกำลังใจดี เชื่อว่างานจะเสร็จทันเวลาแน่นอน





ที่ฉางผิงให้เส้าฟงไปซูเปอร์มาร์เก็ต เพื่อซื้อแป้งมาเพิ่ม กะจะทำปาท่องโก๋ให้กินกัน



อาหารออกเต็มโต๊ะ เจิ้นหมั่นยังกินแต่เกี๊ยวของซินซิน
แหม ไม่ต้องออกนอกหน้าขนาดนั้น ค่อยๆ กินก็ได้
สนิมสนมกันขนาดนี้ กลัวคนอื่นไม่รู้รึไงว่าเป็นแฟนกันแล้ว





เส้าฟงแปลกใจว่าทำไมแม่ต้องทำปาท่องโก๋เกลียวด้วย
หว่าหมั่นหงเล่าให้ฟังว่าสมัยก่อนปาท่องโก๋เกลียว หากินยาก และมีราคาแพง
ถึงขนาดต้องเก็บอั่งเปาไว้ซื้อเลยทีเดียว




อึ้งจี้เหม็งกับฟ่งปิงหยี่ตามมาสมทบ ด้วยความรีบร้อน ปิงหยี่ทำน้ำแกงหกใส่ปาท่องโก๋
ฉางผิงเห็นปาท่องโก๋เปียกน้ำแล้วนึกถึงอดีต





ตอนนั้นฉางผิงไม่สบาย กินอะไรไม่ลง
หว่าหมั่นหงแช่ปาท่องโก๋ในน้ำ เพื่อให้นุ่มจนเธอกินได้





เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน แต่ทั้งคู่ต่างรู้สึกเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้
หว่าหมั่นฮอนเห็นน้องชายเข้ากันได้กับฉางผิง ก็ดีใจ




ฟ่งปิงหยี่กำลังหาทางลดต้นทุนการดำเนินการ
จึงให้หลี่ซินซินพาแนะนำกับคนรู้จัก เพื่อซื้อกระดาษชำระในราคาถูก
แค่นี้เรื่องเล็ก ยังไงปิงหยี่ก็ช่วยให้เธอกับเจ้ินหมั่นได้เป็นแฟนกัน




หว่องซิ่วฟั่นดูอัลบั้มเก่าๆ ยิ่งคิดถึงลูกสาว
ตั้งแต่ชิงหลินเหินห่างไป สองแม่ลูกก็ไม่ได้ถ่ายรูปด้วยกันอีกเลย
Ngai Tin-hang ไม่เข้าใจ คิดถึงลูกสาวทำไมไม่ไปหา
ซิ่วฟั่นไม่กล้า กลัวชิงหลินไม่พอใจ เพราะพวกตระกูลหว่านั่นแหละ ทำให้ลูกเข้าใจเธอผิด
ซิ่วฟั่นคิดจะใช้รูปถ่ายเก่าๆ รื้อฟื้นความสัมพันธ์แม่ลูก ไม่รู้ว่าจะได้ผลมั้ย






แค่ได้ยินเสียงแม่ ชิงหลินก็ไม่อยากพูดด้วยแล้ว
ไม่มีอะไรสำคัญ วันหลังไม่ต้องโทรมาล่ะ




Hiu Zam Yan มาพบกับหว่องซิ่วฟั่น เธอตั้งใจฝากของไปให้ชิงหลิน
ให้แต่ของราคาแพงไม่มีประโยชน์หรอก ลองคิดดูสิว่า ทำไมชีวิตคู่ถึงล้มเหลว
ทำไมชิงหลินเข้าข้างพ่อ ไม่เข้าข้างแม่ อยากให้ครอบครัวมีความสุข บางครั้งก็ต้องอดทน

หว่องซิ่วฟั่นไม่พอใจที่ Hiu Zam Yan มาเทศนา โธ่เอ๊ย นึกว่าตัวเองดีนักหรือไง
แน่ใจหรือว่าสามีไม่เคยคิดนอกใจ
Hiu Zam Yan มั่นใจในสามี แน่จริงมีหลักฐานมั้ยล่ะ
หว่องซิ่วฟั่นเอารูปที่ใส่ซองจะให้ลูกสาวมาอำ ถ้ามั่นใจในหว่าหมั่นฮอนจริง ก็ต้องกล้าดูรูปสิ
Hiu Zam Yan เปิดซองดูเห็นรูปซิ่วฟั่นกับชิงหลินก็แอบโล่งใจ
วันหลังถ้าไม่มีหลักฐานก็อย่ามายุแยงดีกว่า






Ngai Tin-hang ได้รับแจ้งจากโรงงาน Chung Lu Fu Yuan ว่าการผลิตรถยนต์เป็นไปตามเป้า
เขาตัดสินใจที่จะเดินเกมต่อไป
Ngai Tin-hang ไปพบหลานชายหวิงปิ้ว เพื่อทดสอบความสามารถของเขา
หวิงปิ้วไม่อยากพบน้าชายคนนี้นัก ถ้าไม่เห็นว่าเป็นน้าชาย คงไม่ยอมพูดด้วยแน่





บริษัท Wah Cheung ของหว่าหมั่นฮอนไม่สามารถส่งสินค้าได้ตรงตามเวลา
ทำให้ลูกค้าไม่พอใจ ขอยกเลิกงาน




หว่าชิงหยูมาทำงานอย่างซังกะตาย
หวิงปิ้วสู้เป็นห่วง ยังโดนตอกหน้าหงายกลับมา




ฟ่งปิงหยี่พาหว่าเจ้ินปังมาดูศูนย์รับเลี้ยงดูบุตรพนักงาน
เจิ้นปังก็ไม่ตั้งใจซะเลย มัวแต่โทรหาเส้าฟง เธอก็ไม่เปิดโทรศัพท์ซะอีก ได้แต่ฝากข้อความไว้
ฟ่งปิงหยี่ไม่พอใจที่เจิ้นปังห่วงแต่หญิง ไม่ห่วงงานซะมั่ง





ฟ่งปิงหยี่พาเส้าฟงไปที่หอ เพื่่อให้เห็นสภาพความเป็นอยู่ของเจิ้นปัง
ห้องเล็กเท่ารูหนูยังต้องอยู่กันสองคน อาหารการกินก็กินเหมือนกับพวกคนงาน
แถมต้องรีดเสื้อผ้าเองอีก หว่าเจิ้นปัง ไม่ใช้เจิ้นปังคนเดิมแล้ว





เหว่งเส้าฟง: ไม่รู้ว่าเธอพูดไม่เข้าใจ หรือชั้นฟังไม่รู้เรื่อง
แต่ชั้นไม่เก็ทอ่ะ ว่าเธอจะบอกอะไร
ฟ่งปิงหยี่: ไม่ต้องมาเสแสร้งเลย เจิ้นปังมาอยู่ปักกิ่งตั้งนานแล้ว
เธอเคยช่วยเหลืออะไรเค้าบ้างมั้ย ตอนเค้าลำบากเธอไปอยู่ไหน
พอเค้าเริ่มจะตั้งตัวได้ เธอกลับโผล่หน้ามา
คนอย่างเธอมีจุดประสงค์อะไร ใครๆ เค้ารู้ทันกันหมดแล้ว
เหว่งเส้าฟง: ชั้นมีจุดประสงค์อะไร ชั้นเป็นคนแบบไหน เกี่ยวอะไรกับเธอด้วย
ฟ่งปิงหยี่: ตอนที่เธอทิ้งเค้าไป ใครล่ะที่คอยช่วยเหลือเค้า
ก็ชั้นกับอึ้งจี้เหม็งนี่ไง แล้วเธอจะว่าชั้นไม่เกี่ยวได้ยังไง
เหว่งเส้าฟง: งั้นเหรอ ชั้นนึกว่าเป็นเพราะเธอปิ๊งเจิ้นปังเค้าซะอีก
สารภาพกับเจิ้นปังเค้าซี่ เธอพูดจาหว่านล้อมเก่งจะตาย เค้าต้องฟังเธอแน่






เส้าฟงนัดพบกับเจิ้นปังเพื่อขอเลิกกับเค้า เราอย่าเจอกันอีกดีกว่า
ดูจากสภาพของเจิ้นปังตอนนี้ คงไม่มีปัญญาจะให้ความสุขเธอได้หรอก
คนเราคบกันด้วยเงิน เมื่อไม่มีเงินก็คงคบกันต่อไปไม่ได้

หว่าเจิ้นปัง: ผมมั่นใจว่า ผมจะให้ความสุขคุณได้ คุณไม่มั่นใจผมหรือ
เหว่งเส้าฟง: ไม่ ชั้นมั่นใจในเงินมากกว่ามั่นใจในตัวคุณ (ตอบได้สมกับเป็นเส้าฟงจริงจริ๊ง)
หว่าเจิ้นปัง: คุณหมายความว่า ถ้าไม่มีเงิน เราจะไม่มีความสุขงั้นหรือ
ผมจะทำให้คุณดูว่าไม่มีเงินเราก็มีความสุขได้
ตอนนี้ ผมมีเงินเหลือติดตัวแค่ 40 เหรียญ ผมจะใช้เงินแค่นี้แหละ ทำให้วันนี้เป็นวันที่คุณมีความสุขที่สุด
ไหนไหน คุณก็มาแล้ว ให้โอกาสผมซักวันนะ
เหว่งเส้าฟง: ก็ได้ ชั้นหิวแล้ว





เข้าสู่ช่วงมิวสิควิดีโอสุดสวีทจ้า



ร้านหรูอย่างนี้ ไม่มีปัญญาจ่ายหรอก ไป Food Street กันดีกว่า อาหารเพียบ
ขนาดดาราฮอลลีวู้ดยังชอบมาเดินกันเลย รับรองว่าแค่ยี่สิบเหรียญก็อิ่มแล้ว





เหลืออีกตั้งยี่สิบเหรียญเอาไปซื้อจักรยานมือสองได้คันนึง




แค่ถีบจักรยานรอบสวนก็แฮปปิ้แล้ว เหว่งเส้าฟงอยากได้ว่าว แต่เจ้ินปังตังค์หมดแล้วจะทำไงล่ะ

หว่าเจ้ินปัง: ต่อให้คุณต้องการดาวบนฟ้า ผมก็จะสอยลงมาให้ (เน่ามากเจิ้นปัง)

เจิ้นปังลงทุนแลกจักรยานกับว่าว อย่างนี้ก็ขาดทุนน่ะสิ แหม ขาดทุนนิดหน่อยเพื่อความสุขของเส้าฟง เจิ้นปังยอมได้






เล่นว่าวก็สนุกดีหรอก แต่ถ้าได้ดอกไม้ซักช่อก็จะมีความสุขยิ่งกว่านี้
เส้าฟงสั่งมา เจิ้นปังจัดให้ แค่ร้องว่าเทศกิจมา แม่ค้าก็เผ่นแน่บกันหมด ทิ้งดอกไม้ไว้ให้ทั้งกระบะเลย






หว่าเจิ้นปัง: มีความสุขหรือยังครับ คุณเหว่งเส้าฟง
เหว่งเส้าฟง: คุณนี่ก็ร้ายใช่เล่นนะ
หว่าเจิ้นปัง: เพื่อคุณแล้ว จะให้ผมร้ายกว่านี้ก็ได้ (วู้ย หมั่นไส้แล้วว้อย)

จูบครั้งที่สองของเจิ้นปังกับเส้าฟงจ้า






หว่าเจิ้นปังหน้าระรื่นกลับมาที่หอ เพ่ิมความหมั่นไส้อย่างแรงให้กับฟ่งปิงหยี่
ก็คนมันหึงอ่ะ จะให้ทำไง เข้าใจหน่อยสิ
เจิ้นปังไม่ได้รู้เรื่องอะไรเล้ย แถมยังบอกให้ปิงหยี่รีบหาคนแต่งงานด้วยได้แล้ว

เชิญนอนหนุนหมอนที่เส้าฟงให้มา แล้วฝันหวานไปคนเดียวเถอะ





เว่ยฉางผิงเห็นลูกสาวไปเที่ยวกลับมามีความสุข ก็ดีใจ
เส้าฟงเองก็อยากให้แม่มีความสุขเหมือนกัน ผู้ชายดีดีหายาก แม่อย่าปล่อยให้หว่าหมั่นหงหลุดมือล่ะ





หว่าหมั่นฮอนพยายามกระตุ้นให้หว่าหมั่นหงแสดงออก
อย่างน้อยน่าจะชวนฉางผิงให้ย้ายกลับมาอยู่ที่ปักกิ่ง
อุตส่าห์เปิดทางให้ชวนฉางผิงเที่ยว ดันมาเหมารวมพี่เข้าด้วย ตรูล่ะกลุ้ม





หว่าหมั่นฮอนทำหน้าที่พี่ชายที่ดี ชักชวนให้เว่ยฉางผิงกลับมาอยู่ที่ปักกิ่ง
ถึงปักกิ่งจะเปลี่ยนไป ยังไงก็ยังเป็นบ้านเกิด

หว่าหมั่นฮอน: ปักกิ่งกับฮ่องกงใกล้กันนิดเดียว จะไปเยี่ยมเส้าฟงก็สะดวก จริงมั้ยหมั่นหง
หว่าหมั่นหง: ก็แล้วแต่ฉางผิงจะตัดสินใจเถอะ (เฮ้อ ลุ้นไม่ขึ้นเลยแฮะ)
เว่ยฉางผิง: ที่จริง กลับฮ่องกงคราวนี้ ชั้นจะบินไปแคนาดา
หว่าหมั่นหง: เธอจะไปแคนาดาจริงหรือ





ฉางผิงยังไม่ทันตอบ ก็สะดุดล้มจนขาแพลงซะก่อน

หว่าหมั่นฮอน: หมั่นหง จะทำอะไรก็ทำซะ
ถ้าแกเป็นห่วงเธอจริง ก็ขอให้เธออยู่ที่นี่สิ
หว่าหมั่นหง: ถ้าฉางผิงจะกลับแคนาดาจริง ผมจะไปบังคับใจเธอได้อย่างไร
หว่าหมั่นฮอน: ผู้หญิงก็อย่างนี้แหละ เราเป็นผู้ชาย ต้องเป็นคนตัดสินใจรู้มั้ย
หรือว่าแกจะรอมีความสุขกับฉางผิงชาติหน้าล่ะ





ยังค่ะ หว่าหมั่นฮอนยังไม่เลิก ยังอุตส่าห์พูดกับฉางผิงให้อีก

หว่าหมั่นฮอน: หมั่นหงดีกับเธอแค่ไหน เธอก็น่าจะดูออก
เว่ยฉางผิง: เมื่อก่อนชั้นอาจจะให้ความสำคัญกับความรัก
แต่ตอนนี้ ชั้นมีลูกโตเป็นสาวแล้วนะ
หว่าหมั่นฮอน: อีกหน่อยเส้าฟงก็ต้องแต่งงาน
เธอกับหมั่นหงจะได้คอยช่วยเหลือดูแลกันยามแก่เฒ่า




หว่องซิ่วฟั่นอารมณ์เสีย อุตส่าห์ลงทุนจ้างนักสืบสะกดรอยหว่าหมั่นฮอน
กลับไม่ได้หลักฐานที่หว่าหมั่นฮอนนอกใจเมียเลย

ก็ไม่เห็นต้องบอกความจริง Ngai Tin-hang ยุให้ซิ่วฟั่นโชว์แค่รูปเดียว
ไม่มีใครรู้หรอกว่าไปกันสามคน






หว่องซิ่วฟั่นใส่ไฟใหญ่ว่าหว่าหมั่นฮอนเป็นพวกปากว่าตาขยิบ
Hiu Zam Yan เห็นรูปก็เชื่อเอาง่ายๆ ถึงขนาดคิดจะหย่ากับสามีเลย










 

Create Date : 15 เมษายน 2551    
Last Update : 27 เมษายน 2551 0:11:35 น.
Counter : 297 Pageviews.  

The Drive of Life 18







จากตอนที่แล้ว หว่าเจิ้นปังสามารถนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในโรงงานได้สำเร็จ
ส่งผลให้สายการผลิตทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ไปๆ มาๆ กลายเป็นว่าคนงานคนเดียวทำได้เท่ากับสองคน ช่วงเวลาว่างงานจึงมากขึ้นไปด้วย

ถ้าจะแก้ปัญหาคนมากกว่างาน ก็ต้องผลิตรถยนต์ให้มากขึ้น
แต่ผลิตไปแล้วไม่มีคนซื้อก็ยิ่งสูญเปล่า
ก็อยากไม่ยอมรับออเดอร์ของ Ngai Tin-hang ทำไมล่ะ
หากโรงงานผลิตไม่ได้ตามเป้าล่ะก็ ควรจะรู้นะว่าใครต้องรับผิดชอบ





แม้แต่หลี่ซินซินยังคิดว่าโรงงานมีความพร้อมที่จะผลิตรถยนต์เดือนละ 10,000 คัน
ถ้าจะติดอะไรก็ติดที่ตัวเจิ้นปังเองนั่นแหละ




ฟ่งปิ่งหยี่ชวนหว่าเจิ้นปังกับอึ้งจี้เหม็งไปเที่ยวสปารีสอร์ทระดับ 5 ดาว
เมื่อได้คุยกับผู้จัดการจึงรู้ว่า เขาได้แรงบันดาลใจจากคนฮ่องกงคนหนึ่ง
ที่คิดโปรเจ็คนี้ขึ้นมา ผู้จัดการไม่รู้ว่าคนคนนั้นไม่ใช่ใคร ก็เจิ้นปั่งนั่นเอง





อึ้งจี้เหม็งกับฟ่งปิงหยี่ต่างมั่นใจว่าเจิ้นปังจะต้องเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ
เพราะเขามองการณ์ไกลกว่าทุกคน เจิ้นปังนึกถึงเมื่อห้าปีที่แล้ว
เขามีความมั่นใจในความคิดของตนเองอย่างมาก ต่างกับตอนนี้
ในที่สุด เจิ้นปังก็รู้ตัวว่าความล้มเหลวในตอนนั้น ทำให้เขากลัว Ngai Tin-hang

อ้าว หันกลับมาอีกที ฟ่งปิงหยี่แช่น้ำแร่นานไปหน่อย เป็นลมไปซะแระ






แหม กำลังจะให้อึ้งจี้เหม็งช่วยผายปอดให้อยู่เลย
ปิงหยี่ฟื้นขึ้นมาซะก่อน เมื่อคืนนอนน้อย ก็ไม่น่าฝืนมาสปานี่น้า

ที่แท้ หว่าหมั่นหงเป็นคนแนะนำปิงหยี่ ให้พาเจิ้นปังมาพักผ่อนคลายเครียดที่นี่
เจิ้นปังคิดว่าอารองต้องการให้กำลังใจเขา
จึงตัดสินใจรับออเดอร์ของ Ngai Tin-hang





ตัดสินใจแล้วก็ไม่รอช้า เจิ้นปังขับรถไปดักสกัด Ngai Tin-hang
ไม่ได้มาปล้นนะจ๊ะ แต่จะมาโชว์สมรรถนะรถให้ดูต่างหาก

ทั้งคู่ตกลงเซ็นสัญญากันทันที





เจิ้นปังนำสัญญากลับไป สร้างความไม่พอใจให้กับเจิ้นหมั่น
อยู่ๆ ก็ตัดสินใจเซ็นสัญญาโดยไม่บอกกล่าวใคร
เจิ้นปังไม่เข้าใจ ก็ตอนแรกเจ้ินหมั่นเองนั่นแหละเป็นคนอยากให้รับออเดอร์
อันนี้แม่ยกก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ตอนเจิ้นปังไม่ให้รับออเดอร์ ก็ประชดประชันต่างๆ นานา
พอรับก็ไม่พอใจ จะเอายังไงยะ

เจิ้นปังมั่นใจว่าหากดำเนินการผลิต 24 ชั่วโมง ก็จะสามารถผลิตรถได้ทัน
คุณตาไม่สนับสนุน ตอนนี้โรงงานยังไม่พร้อมซักหน่อย
เจิ้นปังยืนยันว่าได้รับไฟเขียวจากหว่าหมั่นหงแล้ว

ที่ไหนได้ อารองปฏิเสธ ที่ให้ปิงหยี่พาเจิ้นปังไปสปา ก็แค่เห็นว่าทำงานหนักอยากให้ได้พักผ่อน
เจิ้นปังคิดมากไปเอง





หว่าเจิ้นหมั่น: ถ้าเกิดอะไรขึ้น นายต้องรับผิดชอบ
หว่าเจิ้นปัง: Ngai Tin-hang ว่าชั้นเป็นคนขี้ขลาด
แต่ชั้นไม่ใช่คนขี้ขลาด
หากเกิดอะไรขึ้น ชั้นพร้อมจะรับผิดชอบเอง
ถ้าต้องจ่ายค่าชดเชย ชั้นก็จะควักกระเป๋าจ่ายให้
ถ้าไม่มีเงินจ่าย ชั้นก็จะยอมติดคุก พอใจมั้ย
แต่ชั้นไม่นึกเลย ว่าอารองจะเป็นคนขี้ขลาดซะเอง

หว่าเจิ้นหมั่นไม่พอใจที่เจ้ินปังว่าพ่อของตน
จึงเกิดการชกต่อยกันขึ้น
หว่าหมั่นหงเกิดเจ็บหน้าอกขึ้นมากระทันหัน






หมอบอกว่าหว่าหมั่นหงเป็นโรคหัวใจ
คนงานที่โรงงานมาเยี่ยมหว่าหมั่นหง พวกเขาต่างไม่พอใจที่หว่าเจิ้นปังเซ็นสัญญาโดยพลการ
และยังบังคับนำระบบทำงานตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงมาใช้อีกด้วย

อารองอยากให้คนงานร่วมมือกัน
ไม่เซ็นก็เซ็นไปแล้ว น่าจะช่วยกันหาทางทำให้สำเร็จไม่ดีกว่าหรือ




หว่าเจิ้นปังอยากจะเยี่ยมอารอง แต่เจิ้นหมั่นไม่ยอม
เขายังคงมีอคติว่าเจิ้นปังทำไปเพื่อทำลายโรงงาน

หว่าเจิ้นหมั่น: ถ้านายยังคิดจะนำระบบทำงานตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงมาใช้ ชั้นจะฟ้องร้องกับสหภาพแรงงาน
หว่าเจิ้นปัง: นายคิดว่ากำลังช่วยพวกเค้าหรือไง นายไม่อยากให้พวกเค้าต้องทำงานหนัก
แล้วไง โรงงานก็จะสูญเสียศักยภาพในการแข่งขัน และอาจต้องเจ๊งก็ได้
แต่ไม่เป็นไรนี่ สำหรับพวกเค้าแล้ว หว่าเจิ้นหมั่นก็ยังจะเป็นฮีโร่ของพวกเค้าอยู่ดี





หว่าเจิ้นปังยังคิดไม่ออกว่าจะเกลี้ยกล่อมคนงานอย่างไรดี
หว่าเจิ้นหมั่นก็หงุดหงิด ถ้าไม่เห็นว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องล่ะก็ โดนชกแน่

Chun Po: ชกไปก็ไม่มีประโยชน์ ยังไงเราก็ต้องผลิตรถ 10,000 คันให้ทันภายใน 1 เดือนอยู่ดี





หว่าหมั่นหงฝากหน้ากากงิ้วสีขาวมาให้หว่าเจิ้นปัง




ส่วนหว่าเจิ้นหมั่นได้หน้ากากงิ้วสีแดง
หลี่ซินซินเป็นห่วงว่าถ้าเจิ้นปังกับเจิ้นหมั่นไม่เลิกงัดข้อกัน โรงงานจะต้องเดือดร้อน

Chun Po ไม่เข้าใจเจิ้นปังได้หน้ากากสีขาว เจิ้นหมั่นได้หน้ากากสีแดง
หว่าหมั่นหงหมายความว่ายังไงกันแน่





หน้ากากงิ้วจีนจะแบ่งเป็นสี แดง เหลือง ดำ ขาว และฟ้า
สีแดงหมายถึงความซื่อสัตย์ สีขาวเป็นตัวร้าย
คนดูงิ้วจะแยกแยะพระเอก ผู้ร้ายได้จากสีของหน้ากาก

เจิ้นปังเข้าใจแล้ว หว่าหมั่นหงอยากให้เจิ้นปังเป็นผู้ร้าย เจิ้นหมั่นเป็นพระเอกน่ะเอง
เจิ้นปังตัดสินใจนำระบบการทำงาน 24 ชั่วโมงมาใช้ภายใน 1 สัปดาห์
ใครไม่ยอมเซ็นข้อตกลงจะต้องถูกไล่ออก




เว่ยฉางผิงได้รับจดหมายจากหว่าหมั่นหง
เมื่อเธอรู้ว่าเขาไม่สบายก็เป็นห่วงคิดอยากจะไปเยี่ยม และชวนเส้าฟงไปด้วย
เส้าฟงทำเป็นลีลาไปงั้นแหละ ตัวเองก็ยังเก็บช่อดอกไม้ของเจิ้นปังเอาไว้
เห็นปะให้ดอกไม้เงินมันดีอย่างนี้เอง ไม่เหี่ยว ไม่เฉา เก็บไว้ชื่นใจได้นาน นาน

เอาเป็นว่าถ้าลางานได้ ก็จะไปด้วยละกัน





จังหวะดีที่ยอดขายหมอนอัจฉริยะพุ่งกระฉูดเกินคาด
ผู้จัดการมอบหมายงานใหม่ให้เส้าฟงคิดแผนโปรโมทผ้าห่มใจถึงใจ (แค่ฟังชื่อผ้าห่มก็สยิวกิ้วแล้วอ่ะ)
เส้าฟงฉวยโอกาสขอลางาน เพื่อจะได้มีสมาธิในการคิดแผนงานมานำเสนอ




เว่ยฉางผิงบอกหว่าหมั่นฮอนเรื่องหมั่นหงล้มป่วย
หมั่นฮอนอยากจะไปเยี่ยมน้องชาย และจะไปดูเจ้ินปังด้วย
ได้ข่าวว่าที่โรงงานมีปัญหา พ่อก็ชักเป็นห่วง

เคราะห์หามยามซวย หว่องซิ่วฟั่นดั๊นมากินอาหารร้านเดียวกัน





หว่าหมั่นฮอนแปลกใจที่หว่าหมั่นหงยังเขียนจดหมายติดต่อกับเว่ยฉางผิงอย่างสม่ำเสมอ
แหม ก็ตอนที่หว่าหมั่นฮอนมาฮ่องกง หว่าหมั่นหงเนี่ยแหละคอยเขียนจดหมายส่งมาให้เธอ
โดยอ้างชื่อหว่าหมั่นฮอน

หว่าหมั่นฮอน: จริงๆ แล้ว เรื่องนี้คาใจผมมานานเหลือเกิน
ผมไม่กล้าพอที่จะพูดออกมา
ตลอดชีวิตนี้ ผมทำอะไรกล้าสู้หน้าคนอื่นมาตลอด
มีแต่เรื่องคุณนี่แหละ ผมทำผิดกับคุณจริงๆ ผมขอโทษ
เว่ยฉางผิง: อย่าพูดอย่างนั้นเลย เรื่องมันก็ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว ฉันไม่เป็นไรแล้วล่ะ

พูดเฉยๆ ก็ได้ ทำไมต้องจับมือกันให้หว่องซิ่วฟั่นเห็นด้วยน้อ
เว่ยฉางผิงซื้อเสื้อหนาวให้หมั่นหง เลยให้หมั่นฮอนลองใส่ดูก่อน
ถ้าหมั่นฮอนใส่ได้ หมั่นหงก็น่าจะใส่ได้





สร้างความร้าวฉาน คืองานของเธอเองค่ะ
เมื่อครอบครัวเธอไม่มีความสุข คนอื่นก็ต้องไม่มีความสุขด้วย
หว่องซิ่วฟั่นใจร้อน อุตส่าห์ตามไปถึงร้านที่ Hiu Zam Yan กำลังลองรองเท้า

หว่องซิ่วฟั่น: พี่น่ะควรจะจับตาดูสามีพี่บ้างนะ
ชั้นไม่อยากจะพูดเลยจริง จริ๊ง เนี่ยชั้นเพิ่งเห็นสามีพี่อยู่กับผู้หญิงผมยาว ท่าทางสนิทสนมกันเชียว
Hiu Zam Yan: พวกเค้าเป็นเพื่อนนักเรียนเก่ากัน
หว่องซิ่วฟั่น: เพื่อนนักเรียนเก่า หรือแฟนเก่าก็ไม่รู้นะ
พี่ไม่ได้เห็นนี่ เวลาสามีพี่จับมือผู้หญิงคนนั้น และมองหาเธอนะ วู้ยยย
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพวกเค้าต้องมีอะไรกันแน่นอน
Hiu Zam Yan: ซิ่วฟั่น พี่รู้ว่าเธอยังโกรธหมั่นฮอนอยู่ แต่ก็ไม่น่าจะให้ร้ายเค้านะ
หว่องซิ่วฟั่น: นี่ชั้นหวังดี เห็นว่าเราเป็นผู้หญิงเหมือนกัน
ชั้นไม่อยากให้พี่ลงเอยเหมือนชั้น
สามีไปมั่วนอกบ้าน เรายังหลอกตัวเองอยู่ได้ว่าเราช่างโชคดีที่ได้สามีดี
Hiu Zam Yan: ขอบใจในความหวังดีของเธอ





ทำเป็นไม่แยแสไปงั้น สุดท้ายก็แอบไปเลียบคียงกับน้องสามี
จนได้รู้ว่าเว่ยฉางผิงเคยมาฮ่องกงเพื่อตามหาหว่าหมั่นฮอน
ตอนนั้น Hiu Zam Yan กำลังท้องเจิ้นปังอยู่
ก็ไหนหมั่นฮอนบอกว่าหลังจากมาฮ่องกงแล้ว ไม่เคยพบกับฉางผิงอีกไง




Hiu Zam Yan ชักระแวง อยากจะไปปักกิ่งด้วย
แต่หว่าหมั่นฮอนเป็นห่วงชิงหยู อยากให้ Hiu Zam Yan อยู่ดูแลลูกสาวมากกว่า





หว่าชิงหยูไม่อาจตัดใจจากวิลได้ เธอยังไปนั่งคอยเขาที่ร้านเดิม
แซนด์วิชที่เคยอร่อยนักหนา ก็กินไม่ลง

วิลเองก็คิดถึงชิงหยูเหมือนกัน





ในที่สุดชิงหยูก็ห้ามใจไม่ได้
พอหวิงปิ้วไปซื้อกาแฟ เธอก็โทรหาวิล

หว่าชิงหยู: คุณไม่ต้องพูดอะไร ฟังชั้นอย่างเดียวก็พอ
คราวก่อนหวิงปิ้วห้ามไม่ให้คุณโทรหาชั้นอีก คุณก็ไม่โทรมาจริงๆ
วิล: ผมนึกว่าคุณไม่อยากเห็นหน้าผมอีก
หว่าชิงหยู: ชั้นก็ไม่อยากเห็นหน้าคุณหรอก แต่ชั้นห้ามใจตัวเองไม่ได้
ชั้นอยากพบคุณ
วิล: ผมก็คิดถึงคุณ
หว่าชิงหยู: ถ้าคุณยอมเลิกกับเมียคุณ ชั้นจะลืมเรื่องที่ผ่านมาให้หมด





ชิงหยูนัดให้วิลไปพบกันที่เก่า ทั้ง Po-wei กับหวิงปิ้วต่างได้ยิน
Po-wei ทำเป็นไม่ได้ยิน หากเธอก็เสียใจไม่น้อย




Hiu Zam Yan กำลังกลุ้มใจเรื่องสามี
ก็มาเห็นลูกสาวกำลังงอนง้อวิลเช้าอีก
เรื่องอะไรถึงยอมลดศักดิ์ศรีตัวเองขนาดนั้น




หวิงปิ้วไม่อยากเห็นชิงหยูต้องทนทรมานกับรักสามเส้า
เค้าอยากให้มันจบๆ ไปซะที
หวิงปิ้วมาพบ Po-wei เขาเสนอให้เธอลองพนันดูซักตั้งว่าวิลจะเห็นใครสำคัญกว่า
ระหว่างเธอกับชิงหยู




ชิงหยูขอให้วิลตัดสินใจซะที หากลำบากใจ จะให้เธอเป็นคนพูดกับ Po-wei ก็ได้

วิล: ขิงหยู อย่าบังคับผม
หว่าชิงหยู: ชั้นบังคับคุณหรือ ชั้นยอมเสียศักดิ์ศรี ยอมลืมเรื่องที่ผ่านมา
คุณยังต้องการให้ชั้นทำอะไรอีก ต้องให้ชั้นคุกเข่าขอร้องคุณมั้ย
Hiu Zam Yan: ชิงหยู เด็กโง่ ลูกจะไปขอร้องผู้ชายใจโลเล ตัดสินใจไม่เด็ดขาดไปทำไม
วิล: คุณป้าครับ ผมขอโทษ
Hiu Zam Yan: ไม่ต้องมาขอโทษชั้น ขอโทษลูกสาวชั้นกับเมียคุณเถอะ
คุณทำร้ายจิตใจลูกสาวชั้นมากไปแล้ว อย่ามาพบเธออีกนะ





Po-wei โทรมาหาวิล เธอตัดสินใจจะไปอเมริกา
ถ้าวิลไม่มาพบเธอภายในครึ่งชั่วโมง ก็หมายความว่าวิลเลือกชิงหยู
เธอจะไปคนเดียว วิลตัดสินใจกลับไปหาเธอ




วิลกลับถึงบ้านทันเวลา Po-wei ขอให้เขากลับไปเริ่มต้นใหม่กับเธอที่อเมริกา




หว่าชิงหยู: วิล อย่าไปนะ อยู่ที่นี่เถอะ ชั้นขาดคุณไม่ได้
พูดสิ คุณจะเลือกใคร
วิล: ผมขอโทษ

ในที่สุดวิลก็เลือก Po-wei เฮ้อ เลิกค้างคากันซะทีก็ดีเหมือนกัน






หวิงปิ้ว: คุณเห็นแล้วนะ ว่าวิลเค้ารักใครมากกว่า
ผมไม่อยากให้คุณอยู่อย่างเจ็บปวดไปเรื่อยๆ
หว่าชิงหยู: อยู่ดีๆ เมียเค้าก็คิดจะกลับอเมริกา เป็นเพราะคุณใช่มั้ย
หวิงปิ้ว: ผู้ชายโลเลแบบนี้ ไม่มีค่าพอให้คุณรักหรอก ถ้าผมไม่ทำอย่างนี้
เขาก็จะไม่มีวันตัดสินใจได้
หว่าชิงหยู: ใครขอให้คุณยุ่งฮะ (ว่าแล้วก็ตบหวิงปิ้วไปฉาดหนึ่ง)
หวิงปิ้ว: ผมเข้าใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร หากคุณตบผมแล้วรู้สึกดีขึ้น จะตบผมอีกก็ได้
หว่าชิงหยู: พอได้แล้ว ชั้นไม่อยากฟัง เลิกยุ่งกับชั้นซะที





Hiu Zam Yan กลับถึงบ้านก็ปรากฎว่าหว่าหมั่นฮอนไปสนามบินแล้ว
พอดีฉางผิงโทรมาฝากข้อความว่าเธอจะไปพบหมั่นฮอนที่สนามบินเอง
ทำให้ Hiu Zam Yan เริ่มระแวงในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ก็ทำไปต้องไปด้วยกันด้วยล่ะ
เธอไม่รู้ว่ายังมีเส้าฟงท่ี่เดินทางไปด้วย





แม้จะกังวลเรื่องสามี แต่เห็นลูกสาวเสียใจ
Hiu Zam Yan ก็หันมาปลอบใจ และให้กำลังใจชิงหยู
ถึงคนอื่นเขาจะไม่รัก แม่ก็รักแล้วกัน
ยังไงก็จะไม่ยอมให้ใครมาทำลายครอบครัวได้เป็นอันขาด
เอ อันหลังนี่ บอกลูกสาวหรือบอกตัวเองเนี่ย




เว่ยฉางผิง เหว่งเส้าฟง และหว่าหมั่นฮอนไปถึงโรงพยาบาลที่ปักกิ่ง

หว่าหมั่นฮอนเห็นหมั่นหงสบายดีก็หมดห่วง
กะจะเข้าโรงงานไปสั่งสอนเจิ้นปังซะหน่อย ไม่รู้ทำท่าไหน ให้คนงานไม่พอใจ
หว่าหมั่นหงกลัวหมั่นฮอนจะทำเสียเรื่อง จึงขอให้เขาดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ
ไหนๆ เส้าฟังก็ขอไปด้วยแล้ว ช่วยคุมหมั่นฮอนด้วยละกัน





วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เจิ้นปังขีดเส้นตายให้คนงานลงชื่อในสัญญา
ใครไม่เซ็นก็มารับจดหมายให้ออกจากอึ้งจี้เหม็งไปได้เลย
หว่าเจิ้นหมั่นรีบเสนอให้คนงานรวมพลังกันเพื่อต่อรองกับเจิ้นปัง

หลี่ซินซินทำหน้าที่หน้าม้า เสนอให้มีการจ่ายโบนัสพนักงาน หากผลิตได้ทันตามเป้าหมาย





คนงานเริ่มเสนอแนะความคิดเห็นให้มีการจัดอาหารมื้อดึกฟรีให้กับคนงานที่ทำงานกะกลางคืน
รวมถึงเพิ่มค่าแรงให้คนงานกะเย็นกับกะดึกด้วย ถ้ายิ่งมีศูนย์ดูแลเด็กยิ่งดีใหญ่
แต่ยังไงก็ตาม โบนัสสำคัญที่สุด

เหล่าคนงานขอให้เจ้ินหมั่นเป็นตัวแทนไปต่อรองกับเจ้ินปัง





หว่าเจิ้นปังเพิ่งเล่าแผนการทั้งหมดให้หว่าหมั่นฮอนฟังจบ
หว่าเจิ้นหมั่นก็วางมาดเข้มเข้ามาเลย หุหุ

หว่าเจิ้นหมั่น: ผู้อำนวยการบริหาร ผมเป็นตัวแทนพนักงานมาเจรจากับคุณ
หว่าเจิ้นปัง: เจรจาอะไร กลับไปทำงาน
หว่าเจิ้นหมั่น: ถ้าคุณไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องของพนักงาน ผมไม่ยอมไปแน่





เจิ้นหมั่นใส่อารมณ์ให้สมบทบาท ทุบโต๊ะซะแรง เจ็บมั้ยนั่น
เค้ารู้เรื่องกันหมดทุกคน ไม่ต้องแสดงแล้ว
ซินซินงง สองคนนี้ไปแอบวางแผนกันตอนไหน
ไม่เห็นต้องวางแผนเลย แค่ทั้งคู่เห็นหน้ากากที่หมั่นหงส่งมา ก็รู้ว่าต้องทำยังไง
หากไม่ทำอย่างนี้ มีหรือคนงานจะยอมรับการปฎิรูปโรงงานได้ง่ายๆ

เหว่งเส้าฟง:อย่างนี้เค้าเรียกว่าจอมบงการรึเปล่า
หว่าเจิ้นปัง: ที่ทำไปก็เพราะความหวังดี ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน






หลี่ซินซินสงสัยว่า แล้วทำไมต้องให้เธอเป็นคนจุดประกายเรื่องโบนัสด้วย

หว่าหมั่นฮอน: เพระว่าถ้าฝ่ายบริหารเป็นคนเสนอเรื่องโบนัส
พนักงานจะรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่สมควรได้อยู่แล้ว
แต่ถ้าเจิ้นหมั่นเป็นผู้เสนอ และฝ่ายบริหารเห็นชอบ
พนักงานจะรู้สึกว่าฝ่ายบริหารให้ความสำคัญ และใส่ใจในความคิดของพนักงาน
เมื่อถึงเวลาทำงาน พวกเขาจะมุ่งมั่นทำงานหนัก

เหว่งเส้าฟงชื่นชมที่เจิ้นปังรู้จักใช้จิตวิทยาในการบริหาร
ถึงเวลาปิดฉากการแสดงซะที





หว่าเจิ้นหมั่นประกาศผลการเจรจาให้พนักงานทุกคนรับทราบ
ทุกคนต่างตื่นเต้นยินดี ก็ได้หน้ากันไป




เหว่งเส้าฟง: รู้สึกยังไงบ้าง ที่โดนเจิ้นหมั่นแย่งซีนไป
หว่าเจิ้นปัง: ผมไม่เด็กอย่างนั้นหรอก ผมยอมให้เจิ้นหมั่นรับบทพระเอก
ผมยอมเป็นคนร้าย เห็นมั้ยว่าผมจริงจังในการทำงานแค่ไหน





เว่ยฉางผิงรู้ความจริงว่าหว่าหมั่นหงไม่ได้ป่วยซะหน่อย
ที่เขาทำไปก็เพื่อให้เจิ้นปังกับเจิ้นหมั่นร่วมมือกันนั่นเอง









 

Create Date : 08 เมษายน 2551    
Last Update : 14 เมษายน 2551 17:43:56 น.
Counter : 486 Pageviews.  

The Drive of Life 17







จากตอนที่แล้ว หว่าเจิ้นปังกลับฮ่องกงมาง้อเหว่งเส้าฟง
ครั้งแรกไม่สำเร็จ เจิ้นปังก็ยังมีแผนสอง ว่าแล้วก็ส่งเมล์มาให้ กะว่ายังไงเส้าฟงก็ต้องเปิดอ่านล่ะน่า

"ผมรู้ว่าผมทำให้คุณต้องเดือดร้อน ไม่ว่าผมจะทำอะไรก็คงชดเชยให้คุณไม่ได้
แต่ผมก็อยากบอกคุณว่าผมขอโทษ ผมอยากให้คุณรับรู้ว่า
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมก็พร้อมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ
คุณเป็นคนที่ผมแคร์มากที่สุด ไม่ว่าความล้มเหลวจะทำให้เรารู้สึกแย่แค่ไหน
สิ่งสำคัญคือเราต้องลุกขึ้นให้ได้ ผมจะไม่ยอมแพ้ และก็หวังว่าคุณจะไม่ยอมแพ้เช่นกัน
เรามาสู้ไปด้วยกันเถอะนะ ผมจะให้กำลังใจคุณเสมอ ผมคิดถึงคุณ"

รู้ใจจริงๆ ส่งดอกไม้มาง้อ ยังเป็นดอกไม้ธนบัตร ถ้าเป็นของจริง เส้าฟงยิ่งชอบ





แค่นั้นยังไม่พอ กลัวง้อไม่สำเร็จ
ตัวบินกลับไปเมืองจีนแล้ว ยังส่งดอกไม้ธนบัตรของจริงมาให้
แหม กลิ่นเงินนี่มันหอมชื่นจายยยเส้าฟงจริงๆ





โตนเส้าฟงหักคอให้ซื้อผ้าปูที่นอนเยอะแยะ เลยต้องเอามาฝากฟ่งปิงหยี่กับอึ้งจี้เหม็ง
แต่ดันลืมใบเสร็จที่มีชื่อเส้าฟงให้โดนจับได้ซะนี่ โธ่เอ๊ย นึกว่ารักลูกน้อง
ที่แท้ก็ทำเพื่อจีบหญิงน่ะเอง เชอะ ทำตัวเป็นพ่อบุญทุ่มไปเหอะ





แจกไปตั้งเยอะ ยังเหลือฝากอารองกับซินซินอีกด้วย
ซินซินเค้ายุ่งเรียนคอมพิวเตอร์อยู่ อย่าไปกวนเค้าเล้ย
หึงแล้วพาลเหรอจ๊ะ ปิงหยี่





ฟ่งปิงหยี่ชื่นชมหลี่ซินซินที่เรียนรู้เร็ว มีน้ำใจ และขยัน ไม่เหมือนหว่าเจิ้นหมั่นซะเลย
หลี่ซินซินรีบแก้ตัวแทนเจิ้นหมั่น เฮ้อ ก็มีแต่ซินซินคนเดียวแหละที่เห็นความดีของหมอนั่น
ก้ออ่ะนะ คนที่ตัวเองรัก ยังไงก็ต้องดีวันยั่งค่ำ
ตอนนี้ เจิ้นหมั่นเห็นซินซินเป็นน้องสาว ก็ไม่ได้หมายความว่าคนเราจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ซะหน่อย
แม้จะไม่ชอบเจิ้นหมั่นเท่าไหร่ แต่เห็นแก่ซินซินหรอกนะ ้เด๋วปิงหยี่จัดให้





หว่าหมั่นหงและหว่าเจิ้นปังตกลงใจที่จะนำแผนการเปิดโรงงานยี่สิบสี่ชั่วโมงมาใช้โดยเร็วที่สุด
คุณตารู้สึกว่าลูกเขยโดนเจิ้นปังล้างสมองไปซะแล้ว
เจิ้นหมั่นมีอะไรสู้เจิ้นปังไม่ได้ ทำไมไม่สนับสนุนลูกตัวเอง แทนที่จะไปสนับสนุนหลาน
เจ้ินหมั่นได้ฟังแล้วยิ่งเขม่นเจิ้นปังเข้าไปอีก





เจ้าพ่อร้อยโปรเจ็ค Ngai Tin-hang กล่อมผู้ถือหุ้นจนยอมให้เขาลงทุนในธุรกิจยานยนต์
ไม่ต้องพูดมากความ แค่เอาเงินมาล่อก็สำเร็จแล้ว
ตลาดเมืองจีนกว้างใหญ่ ขายรถยนต์ได้ปีละหลายหมื่นล้านเชียวนะ
แต่จะตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ในจีน ต้องมีใบอนุญาตไม่ใช่หรือ
โอ๊ย มีเงินซะอย่าง จะซื้อโรงงานเดิม หรือร่วมทุนก็สบาย




Ngai Tin-hang รู้่ว่าหว่องซิ่วฟั่นคิดถึงน้องชาย
เขาทำเซอร์ไพรซ์ด้วยการตามหาหว่องซิ่วเหลิงจนเจอ





หหว่องซิ่วเหลิงไปไต้หวันไม่ประสบความสำเร็จ เลยไม่กล้ากลับมาหาพี่สาว
จึงเดินทางไปบราซิล และตั้งตัวได้สำเร็จ
ดีนะที่ตอนเศรษฐกิจตกต่ำ ไม่ได้อยู่ฮ่องกง ไม่งั้นป่านนี้ คงแย่ไปแล้ว
หว่องซิ่วเหลิงตัดสินใจกลับมาอยู่ฮ่องกง ยังไงที่นี่ก็เป็นบ้าน
หมั่นไส้ Ngai Tin-hang อ่ะ วุ้ย แทงม้าไปไม่มากไม่น้อย แค่ครึ่งล้านเหรียญเอ๊ง
ถึงเสียก็แฮปปี้ เสียเงินแต่ได้ทำบุญเข้าการกุศล ชิล ชิล
ยังค่ะ เท่านั้นยังไม่พอ Ngai Tin-hang ยังมีเซอร์ไพรส์ให้หว่องซิ่วฟั่นอีก





ม้าแข่ง Pink Lady ตัวนี้แหละที่ Ngai Tin-hang ซื้อให้หว่องซิ่วฟั่น
ไม่รู้ว่าได้เจอน้องชาย กับได้ม้าแข่ง อันไหนจะเซอร์ไพรส์กว่ากัน

เฮ้อ คนมันดวงขึ้นอ่ะนะ ซื้อม้าแข่งยังชนะเล้ย
แล้วหว่าหมั่นเซ็กจะเอาอะไรไปสู้กับเขาล่ะเนี่ย





Ngai Tin Hang พบกับหวิงปิ้วที่สนามม้า



หว่องซิ่วเหลิงไม่รู้ว่าทั้งคู่เป็นญาติกัน แถมยังหมั่นไส้ที่หวิงปิ้วทำงานกับหว่าหมั่นฮอน
เลยอดไม่ได้ที่จะกระแนะกระแหน นามสกุลเหมือนกัน ทำไมแตกต่างกันได้ขนาดนี้
พอได้รู้จาก Ngai Tin Hang ว่าทั้งคู่เป็นญาติกัน
อย่าว่าแต่หว่องซิ่วเหลิงจะอึ้งเลย หว่องซิ่วฟั่นก็ยังแคลงใจว่าทำไมเธอไม่เคยรู้มาก่อน




หวิงปิ้วกลับถึงบ้านก็เห็นข่าว Ngai Tin-hang ในทีวีพอดี
แม่อยากให้พ่อช่วยพูดกับน้องชาย ให้รับหวิงปิ้วเขาทำงาน
แต่หวิงปิ้วอยากทำงานกับหว่าหมั่นฮอนมากกว่า
แม้ตอนนี้บริษัทยังเพิ่งเริ่มต้น อีกหน่อยต้องได้ผลตอบแทนในฐานะหุ้นส่วนบริษัทแน่





หว่องซิ่วฟั่นเห็น Ngai Tin-hang งีบหลับ จึงดับไฟให้
ที่ไหนได้ Tin-hang พื้นเสียใส่
ก็ใครจะไปรู้ล่ะ ว่ากลัวที่มืด รู้จักกันมาเกือบยี่สิบปี
ขนาดให้นักสืบสืบมาหมดทุกเรื่องแล้ว ยังไม่รู้เลยว่า Tin-hang มีหลานชายกับเค้าด้วย
โดนตัดพ้อขนาดนี้ Ngai Tin-hang จึงรับปากจะเล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟัง






ก่อนอื่นต้องไปที่แห่งหนึ่ง
Ngai Tin-hang พาหว่องซิ่วฟั่นไปรู้จักกับ Ngai Ling-tai พี่ชาย
โดยทำเป็นว่าเอารถไปตรวจสภาพที่อู่ของเขา
และกำชับให้ Ling-tai เอาไปส่งให้ด้วย




Ngai Tin-hang กับ Ngai Ling-tai เป็นพี่น้องต่างมารดา
แม่ของ Ngai Tin-hang เป็นเมียน้อย จึงถูกเมียหลวงเกลียดชัง
ตอนพ่อตาย ทั้งคู่ถูกไล่ออกจากบ้าน แทบไม่มีสมบัติติดตัว
น่าขำที่ตอนนี้ สถานภาพทั้งสองฝ่ายกลับสลับกันเสียนี่




ระหว่างที่ Ngai Tin-hang เล่าเรื่องสมัยก่อนเขาถูกลักพาตัว
เพราะคนร้ายเข้าใจผิดคิดว่าเขา คือ Ngai Ling-tai
ปรากฎว่า Ngai Ling-tai เช็คสภาพรถเสร็จแล้ว
กำลังขับรถมาส่ง และโดนคนร้ายลักพาตัวพอดี




หว่องซิ่วฟั่นเข้าใจว่าแม่ของ Ngai Ling-tai ยอมจ่ายค่าไถ่
Ngai Tin-hang จึงรอดมาได้ Tin-hang ยังไม่ยอมเฉลย
แต่ชวนเธอไปดูรถที่ตรวจสภาพเสร็จ




หว่องซิ่วฟั่นนึกว่า Ngai Tin-hang จะพาเธอไปไหน
ที่แท้ตอนถูกลักพาตัวไป เขาถูกขังไว้ท้ายรถ ทำให้เขากลัวที่มืดมาตลอด
เอ๋ มีซาวด์เอฟเฟ็คคนเคาะท้ายรถประกอบด้วยแฮะ
กลายเป็นว่า Ngai Tin-hang จับ Ngai Ling-tai ขังไว้ท้ายรถ
หว่องซิ่วฟั่นกลัว Ngai Ling-tai จะตายซะก่อน
แค่นี้ไม่ตายง่ายๆ หรอก สมัย Ngai Tin-hang โดนขังไว้ตั้งหลายวันยังรอดมาได้เลย
ตอนนั้น พอผู้ร้ายรู้ความจริงก็บังคับให้เขาโทรหา Ngai Ling-tai
Ngai Ling-tai กลับไม่ยอมรับโทรศัพท์
ตั้งแต่นั้นมาเขาจึงรู้ซึ้งว่าพี่ชายคนนี้ เห็นเงินสำคัญกว่าน้องชาย

แต่เอาเถอะ แค่นี้ก็พอหอมปากหอมคอแล้ว ไม่ได้คิดเอากันถึงตายหรอก ปล่อยก็ปล่อย






Ngai Ling-tai เข้าใจว่า Ngai Tin-hang ช่วยเขาจากคนร้าย
หวิงปิ้วอยากให้น้าชายจ้างบอดี้การ์ด เพราะเป็นห่วงกลัวว่าคนร้ายจะหวนกลับมาลักพาตัวซ้ำอีก
Ngai Tin-hang ฉวยโอกาสเหน็บว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนลักพาตัว
กลายเป็นว่า Ngai Ling-tai ไม่เคยรู้เรื่องที่ Ngai Tin-hang โดนลักพาตัว
ตอนนั้นเขาต้องเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาล ดูดิ ยังมีแผลเป็นอยู่เลย





เว๊ร เวร หลงเข้าใจผิดพี่ชายมาตั้งนมนาน
จะให้กลับไปสนิทสนมจี๋จ๋ารักกันแบบพี่น้องมันคงเป็นไปไม่ได้แล้วล่ะ
หว่องซิ่วฟั่นไม่เข้าใจ สำหรับเธอแล้ว ความสัมพันธ์พี่น้องเป็นสิ่งที่มีค่ามาก
Ngai Tin-hang ไม่เหมือนกัน ครอบครัวไม่มีความหมายกับเขา
คนเราเกิดมาเพียงลำพัง ตายก็ตายเพียงลำพัง

หว่องซิ่วฟั่น: แล้วพวกเราล่ะ
Ngai Tin-hang: ผมชอบอยู่กับคุณ ผมถึงดีกับคุณ
หว่องซิ่วฟั่น: ไม่ใช่อย่างนั้นนะ มันเป็นเรื่องของความรู้สึก คุณไม่เข้าใจหรือ
ถ้าฉันไม่ชอบคุณ ฉันทำไม่ดีกับคุณ แต่คุณยังคงดีกับฉัน นั่นแหละคือความรู้สึก
Ngai Tin-hang: ผมไม่คิดอย่างนั้น ถ้าคุณไม่อยากอยู่กับผม ผมก็ไม่บังคับ
คุณไม่จำเป็นต้องฝืนใจ ผมจะไปปักกิ่งซักสองสามวัน คุณอยู่นี่ ก็คิดดูให้ดี





ไม่ได้เจอกันตั้งนาน มัวแต่งานยุ่ง
หว่าเจิ้นหมั่นชวนซินซินไปกินข้าวเย็นด้วยกัน
ซินซินจะรับปากแล้วเชียว ฟ่งปิงหยี่รีบสะกัดดาวรุ่ง
อ้างว่าซินซินมีเดท

หว่าเจิ้นหมั่น: เดทกับใคร ปกติเธอไม่ออกไปเที่ยวไหนตอนกลางค่ำกลางคืนนี่
ฟ่งปิงหยี่: ไม่ได้ไปเที่ยว แต่ไปเดท เก็ทป่ะ
หว่าเจิ้นหมั่น: ถ้าไม่สนิทมาก ก็อย่าไปเลย
ฟ่งปิงหยี่: ไม่ได้ไปเที่ยว แต่ไปเดท เก็ทป่ะ
หลี่ซินซิน: ขอโทษนะ วันนี้ ขั้นคงไปกินข้าวเย็นกับเธอไม่ได้หรอก
ฟ่งปิงหยี่: คราวหน้า หัดนัดล่วงหน้าซะบ้างล่ะ






หลี่ซินซินไม่ค่อยสบายใจ นาน นาน หว่าเจิ้นหมั่นจะนัดเธอซักที
ฟ่งปิงหยี่รับรองว่า ถ้าเจิ้นหมั่นชอบเธอล่ะก็ ไม่เกิน 3 นาที รับรองตามมาแน่
พูดไม่ทันจาดคำก็มาโน่นแล้ว

หว่าเจิ้นหมั่น: ตกลงคืนนี้เธอจะไปพบใครกันแน่
ฟ่งปิงหยี่: อ๋อ ซินซินจะไปเดทกับ กับ เจิ้นปังไง (อ้าว ซวยอีกแระ เจิ้นปัง)





ฟ่งปิงหยี่มั่วนิ่มว่าเจิ้นปังไปซื้อน้ำส้มให้ซินซิน
แถมยังเอาเสื้อนอกเจิ้นปังมาให้ซินซินใส่
เจิ้นปังได้แต่งง จะถามก็ไม่ทัน มีโทรศัพท์เข้ามาซะก่อน





หว่าเจิ้นหมั่น: เธอจะเดทกับเจ้าคนเสียนิสัยนั่นเหรอ
ฟ่งปิงหยี่: เจิ้นปังไม่ดีตรงไหน ตระกูลก็ดี การศึกษาก็สูง
สาวๆ ที่นี่ก็ว่าเค้าทั้งหล่อ ทั้งเท่
หว่าเจิ้นหมั่น: เสือผู้หญิงสิไม่ว่า เธอคิดอะไรของเธอ
หมอนั่นมีผู้หญิงตั้งมากมาย เธอก็แค่สาวโรงงาน เขาจะจริงใจกับเธอรึไง
ระวังเถอะ จะโดนเขาหลอกไม่รู้ตัว
หลี่ซินซิน: ชั้นจะโดนใครหลอกก็เรื่องของชั่น ไม่เกี่ยวกับเธอ
เธอดีแต่ว่าคนอื่นนิสัยเสีย เธอนั่นแหละไม่เคยคิดถึงใจคนอื่น





น่าน พูดจนซินซินโกรธเลย เป็นไงล่ะ
จำไว้นะ ยัยปิงหยี่ตัวแสบ ส่งสายตาอาฆาตน่ากลัวเชียว





เจิ้นปังก็ยังไม่รู้เรื่อง รู้ราวต่อไป



หว่องซิ่วเหลิงมาหา Ngai Tin-hang เพื่อร่วมทำธุรกิจกับชาวบราซิล
รูปแบบก็คุ้นๆ เหมือนที่กำลังมีในเมืองไทยปัจจุบัน
นั่นคือ ลงโฆษณา ทำประชาสัมพันธ์ให้ใหญ่โต หลอกคนให้สมัครสมาชิกท่องเที่ยวกับโรงแรม
โดยต้องจ่ายเงินค่าสมัครคนละ 100,000 เหรียญ
ไม่ต้องจองโรงแรมอะไรให้ พอถึงเวลาก็อ้างว่าห้องเต็มไปซะ
สมาชิกสามารถทำกำไรจากการขายต่อบัตรสมาชิก

Ngai Tin-hang ฉุนขาด ธุรกิจหลอกลวงประชาชนอย่างนี้ไม่ทำเด็ดขาด
หนอย แล้วทีหลอกเจิ้นปังล่ะยะ





Ngai Tin-hang ให้ลูกน้องตรวจสอบหาโรงงานที่ต้องการการร่วมลงทุน
ดันมาเจอโรงงาน Chang-lu Fu-chaun ของหว่าหมั่นหงเข้าจนได้ มีหวังยุ่งกันใหญ่อีกแระ




Ngai Tin-hang นัดหมายหว่าเจิ้นหมั่นมาเพื่อสั่งรถยนต์ 10,000 คัน
เจิ้นหมั่นตื่นเต้นดีใจถ้าได้ออเดอร์ล็อตนี้ โรงงานสบายแน่
แต่เงื่อนไขที่ต้องส่งมอบภายใน 1 เดือนเนี่ยสิ จะทำได้หรือ
แถมถ้าส่งไม่ทันจะต้องโดนปรับ 50% อีกต่างหาก
เจิ้นหมั่นอยากจะขอยืดระยะเวลาเป็นหกเดือน Ngai Tin-hang ไม่ยอม
เขาให้เวลาในการตัดสินใจ 1 อาทิตย์






Ngai Tin-hang ตั้งใจที่จะทดสอบโรงงาน Chang-lu Fu-chuan
หากส่งมอบรถยนต์ 10,000 คันได้ภายใน 1 เดือน แปลว่าโรงงานนี้เหมาะที่จะลงทุน
แต่ถ้าส่งมอบไม่ทัน ก็ยังปรับเงินได้ เรียกว่าได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง




หว่าเจิ้นปังไม่เห็นด้วยกับสัญญาฉบับนี้ เพราะไม่ไว้ใจ Ngai Tin-hang
ถึงราคาที่ได้จะสูงขึ้น 10% แต่ค่าปรับก็โหดสุดเช่นกัน
เจิ้นปังเชื่อว่า Tin-hang ให้ราคาสูงเพื่อหลอกให้ทำสัญญา
เสร็จแล้วก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ส่งมอบรถได้ทันตามกำหนด
หว่าหมั่นหงเห็นว่านี่เป็นโอกาสดี ไหน ไหนก็ยังมีเวลาตัดสินใจอีก 7 วัน
ขอคิดหาวิธีดูก่อนละกัน





หว่าเจิ้นปังคิดหนัก เขารู้ว่าศักยภาพของโรงงานสามารถผลิตรถได้ 120,000 คนต่อปี
หนนี้
ความจริงหนนี้ก็นับว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้ทดสอบระบบการดำเนินการผลิต 24 ชั่วโมง
ปิงหยี่ข้องใจว่า ที่กลัวเนี่ย เป็นเพราะหนที่แล้ว พลาดท่าให้กับ Ngai Tin-hang ใช่มั้ยล่ะ
อย่าเอาเรื่องนี้มาทำลายโอกาสของโรงงานเลย





คิดถึงเสือ เสือก็มา




Ngai Tin-hang ลงทุนมากล่อมหว่าเจิ้นปังด้วยตัวเอง
ยังไงเจิ้นปังก็ขอปฏิเสธ





Ngai Tin-hang: ชั้นคิดอยู่แล้วว่าเธอต้องปฏิเสธ
หว่าเจิ้นปัง: รู้แล้วยังจะมาถามทำไม
Ngai Tin-hang: ชั้นอยากจะให้โอกาสเธอตัดสินใจให้ดีๆ อีกครั้ง
หว่าเจิ้นปัง: คุณคิดว่าคุณเป็นใคร
Ngai Tin-hang: ชั้นแค่อยากรู้ว่าหว่าเจิ้นปังจะฟื้นตัวได้มั้ย
ไม่ใช่ว่าล้มครั้งเดียว ก็เลยหมดความมั่นใจ
หว่าเจิ้นปัง: เสียใจด้วย ผมจะไม่เปิดโอกาสให้คุณมาทำลายโรงงานของเรา
Ngai Tin-hang: เธอเข้าใจผิดแล้ว ชั้นไม่ได้คิดร้ายกับเธอนะ
ชั้นแค่อยากเจรจาธุรกิจด้วย หากชั้นคิดเล่นงานตระกูลหว่าจริงๆ
เธอจะไม่มีโอกาสมาต่อปากต่อคำชั้นอย่างนี้หรอก
หว่าเจิ้นปัง: ผมไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ
Ngai Tin-hang: เชื้อไม่ทิ้งแถว ขึ้ขลาดทั้งพ่อทั้งลูก
หว่าเจิ้นปัง: พูดอะไร
Ngai Tin-hang: แบบนี้สิ ค่อยเหมือนหว่าเจิ้นปังหน่อย






หว่องซิ่วเหลิงรู้ว่า Ngai Tin-hang ถึงขนาดจัดฉากลักพาตัวพี่ชายตัวเองได้ ก็ชักกังวล
ไม่รู้ว่าที่ตัวเองไปกวนใจ Ngai Tin-hang เนี่ย จะโดนอะไรบ้าง
คิดมากน่า Tin-hang เค้าดีกับพี่จะตาย
เฮ้อ เค้าก็ดีกับพี่คนเดียวอ่ะดิ
เอาเหอะ ยังไงพี่สาวมีความสุข ซิ่งเหลิงก็โอเค




ไม่ทันไร ซิ่วเหลิงก็โดนลักพาตัวไปต่อหน้าต่อตาซิ่วฟั่น

หว่องซิ่วฟั่นรีบไปแจ้งความ ตำรวจสงสัยว่าหว่องซิ่วเหลิงจะไปมีเรื่องกับใครหรือเปล่า
ซิ่วฟั่นนึกถึงเรื่องที่น้องชายเล่า ก็สงสัยว่าจะเป็นฝีมือ Ngai Tin-hang





หว่องซิ่วฟั่นกลับไปขอร้อง Ngai Tin-hang ให้ปล่อยตัวน้องชาย

หว่องซิ่วฟั่น: ซิ่วเหลิงเป็นญาติคนเดียวของชั้น ปล่อยเขาไปเถอะ
ไม่ว่าเขาจะทำผิดอะไร ชั้นจะสั่งสอนเขาเอง เห็นแก่ชั้นเถอะนะ
Ngai Tin-hang: ผมจะบอกคุณให้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับน้องชายคุณ
เค้าก็สมควรโดนแล้ว
หว่องซิ่วฟั่น: คุณร้ายกาจขนาดนี้เลยเหรอ คุณมันไม่ใช่คน





หว่องซิ่วเหลิงกลับบ้านมาพอดี ซิ่วฟั่นจึงรู้ความจริง
ซิ่วเหลิงติดหนี้พนัน เจ้าหนี้มาตามทวง
Ngai Tin-hang ช่วยชำระหนี้ให้ เจ้าหนี้จึงยอมปล่อยตัวกลับมา




หว่องซิ่วฟั่นตามมาขอโทษ Ngai Tin-hang

Ngai Tin-hang: ก่อนผมไปปักกิ่ง ผมบอกให้คุณตัดสินใจให้ดี คุณตัดสินใจแล้วหรือยัง
ช่างเหอะ ผมมีบ้านที่ถนน Plantation คุณไปอยู่ที่นั่นได้ ผมใส่ชื่อคุณไว้แล้ว
คิดซะว่าเป็นของขวัญจากผม
หว่องซิ่วฟั่น: คุณจะไล่ชั้นเหรอ
Ngai Tin-hang: ก็ไหนคุณว่าไม่อยากเห็นหน้าผมอีก
หว่องซิ่วฟั่น: แล้วทำไมคุณยังดีกับชั้นอยู่ล่ะ
Ngai Tin-hang: อาจจะเป็นความรู้สึกที่คุณพูดถึง
ไม่ว่าจะอย่างไร ผมจะรักคุณเสมอ
ไม่มีใครปฏิเสธผมได้ บางทีคุณเป็นคนเดียวที่ผมยอมให้ทำ
หว่องซิ่วฟั่น: Tin-hang ชั้นสัญญา ไม่ว่าคุณจะทำอะไร
ชั้นจะไม่มีวันทิ้งคุณ










 

Create Date : 31 มีนาคม 2551    
Last Update : 6 เมษายน 2551 12:24:37 น.
Counter : 293 Pageviews.  

The Drive of Life 16







จากตอนที่แล้ว หว่าเจิ้นหมั่นเห็นหลี่ซินซินออกจากห้องหว่าเจิ้นปังตอนดึก
ทำให้เขาหงุดหงิดใจ จึงเลียบเคียงถามซินซิน
พอได้รู้ว่า ซินซินไปที่ห้องเจิ้นปังเพื่อเรียนคอมพ์กับฟ่งปิงหยี่ ก็โล่งอก
เจิ้นหมั่นเตือนไม่ให้ซินซินไปหาเจิ้นปังดึกๆ ดื่นๆ
เด๋วจะโดนคนเอาไปเม้าท์เสียๆ หายๆ





หนอย ว่าใครไม่ว่า มาว่าเจิ้นปังให้ปิงหยี่ได้ยิน

ฟ่งปิงหยี่: เจิ้นปังกับชั้นช่วยซินซินด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ไม่มีอะไรแอบแฝงซะหน่อย
หว่าเจิ้นหมั่น: ใครจะไปรู้ คนดีแต่ปากอย่างเจิ้นปังน่ะ
หลอกคนทั้งโรงงานยังไม่พอ เผลอๆ จะเที่ยวไปหลอกสาวๆ ด้วยน่ะสิ
ฟ่งปิงหยี่: นายน่ะมีอคติกับเจิ้นปังเกินไปรึเปล่า
เขามาที่นี่ตั้งนาน ทำงานหนักแค่ไหนนายก็เห็น
พวกนายกลั่นแกล้งเขา เขาก็ยังอดทน แต่นายยัง...
หลี่ซินซิน: ยังหาเรื่องเขาไม่เลิก
หว่าเจิ้นหมั่น: นี่เธอแก้ตัวแทนเจ้านั่นเหรอ
หลี่ซินซิน: ชั้นก็พูดตามที่เห็น
หว่าเจิ้นหมั่น: ก็ดี ที่ชั้นเตือนเพราะเห็นแก่เธอหรอกนะ ไม่เชื่อก็ตามใจ





ฟ่งปิงหยี่ชักสงสัยว่าหว่าเจิ้นหมั่นจะแอบปิ๊งซินซินซะล่ะมั้ง
แหม แล้วทีปิงหยี่ล่ะ พอมีใครว่าเจิ้นปังเข้าหน่อย เป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาเชียว
รู้นะคิดอะไรอยู่ ปิงหยี่รีบปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่ใช่พวกมาโซคิสต์ซะหน่อย





หว่าเจิ้นปังปรึกษาหว่าหมั่นหงเรื่องออเดอร์รถยนต์ ซึ่งมีแต่ออเดอร์แบบเป็นล็อต
ถ้าจะให้บริษัทอยู่รอดระยะยาว ควรจะหาออเดอร์แบบที่สั่งต่อเนื่อง
หว่าเจิ้นหมั่นได้ยินเข้ายิ่งไม่พอใจ มาขายเองมั้ยล่ะ
ปีนึงมีรถถูกผลิตออกมาตั้ง 500,000 คัน แย่งส่วนแบ่งตลาดมาได้ 7-8% ก็เก่งแล้ว
หว่าเจิ้นปังยืนยันว่ายังไงก็ต้องหาออเดอร์ระยะยาวให้ได้
หว่าเจิ้นหมั่นเลือดขึ้นหน้า คิดว่าเจิ้นปังหาทางไล่เขาออกจากโรงงาน
จึงยืนกรานว่าจะหาออเดอร์มาให้ได้ ขอให้ทางโรงงานผลิตรถให้ทันแล้วกัน





หว่าเจิ้นปังกลับไปเยี่ยมบ้าน ทุกคนที่บ้านต่างตื่นเต้นดีใจ
มีแต่คุณพ่อเนี่ยแหละ ที่ทำเป็นวางฟอร์มอ่านหนังสือพิมพ์ ไม่สนใจ
ชิงหยูแซวแม่ว่า น้องชายกลับมาบ้านแม่คงหมดห่วงซะที
โธ่แม่ ไปทำงานบริหารนะ ไม่ได้ไปเป็นกุลี





แม่ได้ทีคุยใหญ่ ที่เจิ้นปังทำงานได้รับการยอมรับจากอารอง
แถมบริหารโรงงานจนก้าวหน้า โหย เล่ามาเป็นครั้งที่ร้อยแล้ว คุณแม่
รู้ละเอียดขนาดนี้ ไปบริหารโรงงานแทนได้เลยนะเนี่ย

อ่ะค่ะ คุณพ่อยังคงวางมาดไม่สนใจต่อไป





หว่าเจิ้นปังหาโอกาสคุยกับหว่าหมั่นฮอน
ตอนนี้ บริษัทของคุณพ่อ ก็กำลังเริ่มต้น
เหมือนบอนไซนี่แหละ หลายคนคิดว่าสิ่งสำคัญในการดูแลบอนไซ คือการตัดแต่งกิ่ง
จริงๆ แล้วที่สำคัญที่สุดคือ รากต่างหาก หากบำรุงรักษารากดีๆ ต้นไม้จึงจะเติบโตสวยงาม
ก้เหมือนการทำงาน ต้องมีพื้นฐานแน่นซะก่อน ไม่ต้องรีบร้อน





เจิ้นปังทำเป็นถามถึงเว่ยฉางผิง โธ่ อยากรู้ข่าวเส้าฟงก็บอกมาเหอะ
หายหน้าไปเป็นเดือน เพิ่งมาถาม ไม่ได้รู้เลยว่าเส้าฟงถูกศาลสั่งเป็นบุคคลล้มละลายไปแล้ว




หว่าหมั่นเซ็กมีแผนจะทำธุรกิจใหญ่ กะล้มช้างเลยงานนี้
แต่ยังไม่ยอมเปิดเผย ให้หว่าเจิ้นปังรู้




ถึงหว่าหมั่นเซ็กจะยังปากหวานเอาใจสาวๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะลืมหว่องซิ่วฟั่นแล้ว
คนเราอยู่ด้วยกันมาตั้งยี่สิบปี ลืมไม่ได้ง่ายๆ หรอก
หว่าเจิ้นปังนึกถึงเส้าฟง ไม่รู้ว่าจะสายเกินไปรึเปล่า ที่จะง้อเธอ สู้ สู้ แม่ยกเอาใจช่วย





โครงการสร้างเมืองใหม่ของ Ngai Tin-hang เจออุปสรรค
เมื่อมีแฟลตห้องหนึ่งไม่ยอมขาย จะไปขู่บังคับก็ไม่ได้
เพราะงานนี้ มีผู้ร่วมทุนเยอะ เกิดมีเรื่องขึ้นมา จะได้ไม่คุ้มเสีย
Ngai Tin-hang ยอมซื้อในราคาแพงขึ้นอีก 20%




ผู้จัดการแผนกพาลูกชายไปหาหมอแต่เช้า ดันลืมยาไว้ที่คลีนิค
เหว่งเส้าฟงจึงอาสาช่วยดูแลลูกชายให้




ระหว่างแนะนำสินค้าให้ลูกค้า เจ้าหนูดันทำน้ำอัดลมหกให้เสื้อลูกค้า
เหว่งเส้าฟงยอมให้ส่วนลด 30% โดยให้บริษัทหักเงินของเธอแทน
ลูกค้าจึงยอมไม่เอาเรื่อง





เมื่อ Miss Cheung รู้เรื่องเข้า นอกจากจะไม่ตำหนิเธอแล้ว
ยังชื่นชมที่เธอมีน้ำใจช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน
Miss Cheung ให้โอกาสเส้าฟงได้จัดโปรโมชั่นเปิดตัวหมอนอัจฉริยะ




จัดเครื่องเพิ่งเสร็จ ลูกค้ารายแรกก็มาถึง ไม่ใช่ใครอื่น เจิ้นปังน่ะเอง

ผู้จัดการ: นี่เพื่อนคุณเหรอ
เหว่งเส้าฟง: ชั้นไม่รู้จัก
ผู้จัดการ: งั้นต้องเป็นเพื่อนสนิทแน่่ เอ้า พวกเราสลายตัว (รู้หน้าที่ดีมาก)





หว่าเจิ้นปัง: งั้นคุณทำกับผมเหมือนลูกค้าก็ได้
เหว่งเส้าฟง: มีอะไรให้ดิฉันช่วยคะ
หว่าเจิ้นปัง: ผมทำให้แฟนโกรธ ผมอยากจะซื้อของให้เธอเป็นการขอโทษ
คุณคิดว่าผมควรซื้ออะไรดี
เหว่งเส้าฟง: ก็อยู่ที่ว่าคุณทำอะไรให้เธอโกรธ แต่ดิฉันคิดว่าคุณคงไม่กล้าพูดแน่
ดิฉันแนะนำให้คุณลองหมอนอัจฉริยะของเรา
หว่าเจิ้นปัง: ถ้าเครื่องนี้สามารถสแกนความเสียใจของผมได้ ก็คงจะดี
เหว่งเส้าฟง: เรียบร้อยค่ะ เชิญคุณลองหมอนทางนี้





เส้าฟงให้เจิ้นปังทดลองหมอน นอนสบายมั้ยจ๊ะ

หว่าเจิ้นปัง: พอเถอะ เส้าฟง ผมยอมรับว่าผมผิด
คุณก็รู้ว่าผมมาหาคุณทำไม
เหว่งเส้าฟง: รู้สิคะ คุณก็มาช้อปปิ้งไง เสียดายนะหมอนอัจฉริยะนี่ยังไม่ขาย
พอหมอนออกมา ดิฉันจะเก็บให้คุณซักครึ่งโหลแล้วกัน
หว่าเจิ้นปัง: หา ครึ่งโหล เอ้า ยังไงก็ได้
ขอให้คุณหายโกรธผม คุณอยากทำอะไรก็ตามใจ
เหว่งเส้าฟง: เดี๋ยวดิฉันจะจัดสินค้าที่เหมาะกับคุณให้




หว่าเจิ้นปัง: เอ่อม ถึงจะเหมาะกับผมยังไง ก็ไม่ต้องเยอะขนาดนี้ก็ได้มั้ง
เหว่งเส้าฟง: ถ้าคุณชอบ ก็ให้ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงก็ได้นี่คะ
รวมผ้าปูที่นอนผ้าไหม กับหมอนจากเยอรมันแล้ว ก็ 16,120 เหรียญ
หว่าเจิ้นปัง: แพงจัง
เหว่งเส้าฟง: ซื้อแล้วนอนหลับสนิท ก็คุ้มนะคะ
นอกจากว่าคุณจะทำอะไรขัดกับจิตสำนึกตัวเอง





เจิ้นปังเอาชุดผ้าปูมาแบ่งให้ชิงหยูกับชิงหลินคนละ 3 ชุด
ไหน ไหนก็ซื้อมาแล้ว เปลี่ยนให้ด้วยเลยแหละกันน้า
ชิงหยูแปลกใจที่เจิ้นปังเปลี่ยนผ้าปูที่นอนเป็นกะเค้าด้วย
ตั้งแต่ไปอยู่ปักกิ่งนี่ หายขี้เกียจไปเยอะนะ

หว่าเจิ้นปัง: ถึงผมจะขี้เกียจ แต่ผมก็ฉลาดนะ
หว่าชิงหยู: ถ้าฉลาดจริง คงไม่ต้องซื้อผ้าปูที่นอนมาตั้ง 6 ชุดแบบนี้หรอก





หายหน้าไปหลายวัน วิลให้ทนายจัดการเรื่องหย่าเกือบเรียบร้อย
ขาดก็แต่ลายเซ็นของ Po-wei หว่าชิงหยูสบายใจขึ้นมาก
แต่จะให้ยกโทษที่วิลโกหกเธอน่ะเหรอ ต้องทำอะไรอย่างหนึ่งก่อน
ง่ายนิดเดียวเอง แวะไปกินข้าวเย็นกับครอบครัวเธอหน่อย วิลตกลง





วิลกลับถึงบ้าน Po-wei ก็ยังไม่เซ็นใบหย่าให้
เธอขอให้เขาอยู่เป็นเพื่อนเธอถึงเที่ยงคืนคืนนี้
เพราะพรุ่งนี้เป็นวันเกิดเธอ แล้วเธอจะเซ็นให้




คืนนั้น Po-wei ออดอ้อน ขอโอกาสคืนดีกับวิล
ตอนแรกวิลก็ปฏิเสธ สุดท้ายก็เสียท่า ใจอ่อนจนได้





เมื่อวิลตื่นขึ้นมา ก็พบว่า Po-wei เซ็นใบหย่าให้
และออกจากบ้านไปทั้งที่ยังไม่เช้า




วิลออกไปตามหา Po-wei เธอยังไปได้ไม่ไกล
วิลไม่เข้าใจว่าทำไมเธอต้องรีบร้อนไปด้วย

Po-wei: ชั้นกลัวว่าพอคุณตื่นขึ้นมา ชั้นจะตัดใจไม่ลง
ชั้นเหนื่อยเหลือเกิน ชั้นไม่อยากให้เราทรมานกันต่อไปอีก
ชั้นไม่อยากทำให้คุณต้องลำบากใจ

เจอไม้นี้เข้าไป ผู้ชายเสร็จทุกราย เฮ้อ





หว่าชิงหยูไม่เป็นอันทำงาน เฝ้ารอแต่โทรศัพท์วิล
ตั้งสามวันแล้ว ที่ไม่ยอมโทรมา โทรไปก็เจอแต่ฝากข้อความ
หวิงปิ้วทนไม่ไหว จะมัวคิดกังวลอยู่ทำไม ไปถามให้รู้เรื่องเลยดีกว่า





ไปถึงก็พบภาพบาดตาบาดใจ วิลกับ Po-wei เดินจูงมือกระหนุงกระหนิงกันมา
ก็ไหนบอกว่าจะหย่า ทำไมยังอยู่ด้วยกันอีก





วิล: ชิงหยู ผม...
หวิงปิ้ว: ถ้าคุณยังรักภรรยาคุณ ทำไมไม่บอกชิงหยูไป โกหกเธอทำไม
คิดจะเก็บเธอไว้ทั้งสองคนรึไง
หว่าชิงหยู: คุณโกหกชั้นทำไม ถ้าไม่รักชั้น ทำไมไม่บอกกับชั้นตรงๆ
วิล: ชิงหยู ผมไม่ตั้งใจโกหกคุณ ผมรักคุณจริงๆ
หว่าชิงหยู: บอกชั้นมาตรงๆ ว่าคุณรักใครกันแน่
วิล: ไม่ใช่ว่าผมไม่รักคุณ แต่ผมลืม Po-wei ไม่ได้





หวิงปิ้วฉุนขาด ตอบสุนัข สุนัขแบบนี้ ขอชกทีเหอะ

หวิงปิ้ว: นายมันไม่แมนซะเลย ต่อไปอย่ามาให้ชิงหยูเห็นหน้าอีกนะ





ชิงหยูไม่ยอมให้หวิงปิ้วไปส่งที่บ้าน
เธอนัดกับครอบครัวไว้ว่าจะพาวิลไปกินข้าวเย็นด้วยกันวันนี้
เธอไม่อยากให้ที่บ้านผิดสังเกต




Hiu Zam Yan เตรียมเกี๊ยวสำหรับมื้อเย็น
หว่าหมั่นเซ็กชิมแล้วนึกถึงเกี๋ยวที่ฉางผิงทำ
ตอนหว่าหมั่นฮอนกับฉางผิงยังคบกันอยู่ พวกเขาจะไปดูการแสดงบ่อยๆ
หว่าหมั่นเซ็กเป็นคนจองตั๋วให้ พูดถึงแฟนเก่าสามี
ถึงเรื่องจะผ่านไปหลายสิบปีแล้ว Hiu Zam Yan ก็ยังไม่อยากฟังอยู่ดี




ชิงหยูถึงบ้านก็หนีขึ้นห้องนอน ไม่ยอมกินข้าวเย็น
หว่าหมั่นฮอนเห็นวิลไม่มา ลูกสาวก็มีท่าทีแปลกๆ
Hiu Zam Yan ขอขึ้นไปดูลูกสาวเอง




Hiu Zam Yan เลยได้รู้จากปากชิงหยูว่าวิลมีเมียแล้ว
ลูกเอ๊ย คนเขามีเมียแล้ว เราก็อย่าไปเป็นมือที่สามเลย ลืมเขาซะเถอะ





หว่าหมั่นฮอนไม่พอใจ เห็นหน้าตาดีๆ มีเมียแล้ว ยังมาคบกับชิงหยูทำไม

Hiu Zam Yan: ผู้ชายก็แบบนี้ อย่าว่าแต่คบกันเลย
แต่งงานแล้วยังชอบปิดบังภรรยา ต่อให้นอนเดียงเดียวกันก็เถอะ
หว่าหมั่นฮอน: อย่าเหมารวมสิ อย่างน้อย สามีคุณก็ไม่ใช่คนแบบนั้น
Hiu Zam Yan: ไม่ใช่จริงหรือ
หว่าหมั่นฮอน: คุณหมายความว่ายังไง
Hiu Zam Yan: คุณกล้าพูดเหรอว่าไม่เคยมีอะไรปิดบังชั้น
หว่าหมั่นฮอน: ผมปิดบังอะไรคุณ
Hiu Zam Yan: ก็เรื่องเว่ยฉางผิงไงล่ะ เธอเป็นเพื่อนเก่า หรือแฟนเก่าคุณกันแน่
หว่าหมั่นฮอน: ก็เป็นทั้งสองอย่างนั่นแหละ เรื่องตั้งแต่สมัยไหนแล้ว
Hiu Zam Yan: ตั้งแต่คุณมาฮ่องกง คุณติดต่อกับเธออีกรึเปล่า
หว่าหมั่นฮอน: ผมเพิ่งเจอเธอโดยบังเอิญเมื่อเร็วๆ นี้เอง
นี่ นี่ ลูกสาวเราถูกเขาหลอกนะ ทำไมคุณพูดยังกับคุณโดนผมหลอกงั้นแหละ
Hiu Zam Yan: ก็ทำไมคุณไม่บอกชั้นก่อนหน้านี้ล่ะ
หว่าหมั่นฮอน: ผมกลัวคุณจะคิดเหลวไหลน่ะสิ เราน่ะอยู่กันมาตั้งนานจนลูกโตแล้วน่ะ
Hiu Zam Yan: ก็ชั้นห่วงคุณ ห่วงครอบครัว ชั้นไม่สบายใจ ชั้นก็อยากเคลียร์ให้รู้เรื่อง
หว่าหมั่นฮอน: รู้เรื่องแล้ว ต่อไปนี้ก็อย่าคิดมากอีกล่ะ




หว่าหมั่นฮอนอยากจะปลอบใจชิงหยู
จึงพาเธอไปกินปีกไก่เจ้าเก่าที่เธอชอบกินสมัยเด็กๆ
หว่าชิงหยูกลัวพ่อรู้เรื่องแล้วจะผิดหวังในตัวเธอ

หว่าหมั่นฮอน: ลูกคิดว่า เป็นความผิดของลูกหรือ ไม่จริงหรอก
เมื่อก่อนพ่อมีแฟนอยู่คนหนึ่ง เธอเป็นคนดีมาก อ่อนโยน เอาใจใส่ ไม่เคยเห็นแก่ตัว
แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง เราต้องแยกทางกัน
นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอมีอะไรไม่ดี
แต่เราไม่ได้เกิดมาคู่กัน แม่ของลูกสิจึงเป็นคู่แท้ของพ่อ
แม้ว่าวิลจะไม่ได้เลือกลูก ก็ไม่ได้ความว่าลูกไม่ดี
แต่เป็นเพราะเขาไม่ใช่เนื้อคู่ของลูก
ในอนาคต ลูกจะได้พบคนที่เดินเคียงข้างกับลูกไปตลอดชีวิต
หว่าชิงหยู: หนูจะได้พบเขาจริงๆ หรือคะ
หว่าหมั่นฮอน: แน่นอน





Ngai Tin-hang กำลังร้อนใจ ที่ไม่สามารถซื้อแฟลตห้องสุดท้ายได้
เจ้าของห้องเป็นใครก็ยังไม่รู้ ทนายแจ้งว่าเจ้าของห้องจะยอมคุย Ngai Tin-hang คนเดียว
ที่แท้คนที่ซื้อแฟลตก็คือหว่าหมั่นเซ็ก ยอมซื้อห้องสั่วๆ ตั้ง 1 ล้าน เพื่อมาแกล้งกันเนี่ยนะ
ไม่ทำอะไรเป็นเด็กๆ ไปหน่อยหรือ
เด็กแล้วไง อยากได้ก็จ่ายมาห้าสิบล้านดิ โห ขูดเลือดขูดเนื้อกันน่าดู
หว่าหมั่นเซ็กให้เวลาตัดสินใจแค่สามวัน ถ้าหลังจากนั้น จะให้ร้อยล้านก็ไม่ขาย





หว่องซิ่วฟั่นรู้เรื่องจากเลขาของ Ngai Tin-hang
เธอจึงมาพบหว่าหมั่นเซ็ก เพื่อเคลียร์ปัญหา

หว่องซิ่วฟั่น: คุณเปลี่ยนไปนะ ชั้นไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณจะกล้าสู้กับ Ngai Tin-hang
หว่าหมั่นเซ็ก: ก็ต้องขอบคุณคุณ
หว่องซิ่วฟั่น: คุณทำเพื่อชั้น หรือหว่าคุณยังรักชั้นอยู่
หว่าหมั่นเซ็ก: อย่าเข้าข้างตัวเองหน่อยเลย
หว่องซิ่วฟั่น: คุณก็กำลังเข้าข้างตัวเองเหมือนกัน อย่างคุณหรือจะสู้กับ Ngai Tin-hang ไดั
เอาไข่ไปกระทบหินเปล่าๆ
หว่าหมั่นเซ็ก: ถ้าผมไม่ขายแฟลต ดูซิเขาจะสร้างเมืองใหม่ได้ยังไง
ไข่อย่างผมเนี่ยแหละ จะทำให้หินแตกให้ดู





หว่องซิ่วฟั่น: เขารวยกว่าคุณเยอะ ถ้าขึ้นถึงโรงถึงศาล คุณจะเอาอะไรมาสู้เขา
คุณมีเงินเท่าไหร่กัน มีปัญญาเหรอ
หว่าหมั่นเซ็ก: ผมไม่สน ผมจะสู้ให้ถึงที่สุด
หว่องซิ่วฟั่น: คิดหรือว่าเห็นคุณฆ่าตัวตายแบบนี้ ชั้นจะเศร้าเสียใจ
หรือคุณคิดจะแก้แค้นชั้น ด้วยการล้ม Ngai Tin-hang
คุณคิดว่าเอาชนะเขาได้ ชั้นจะกลับไปอยู่กับคุณอีกหรือไง
เลิกทำตัวเป็นเด็กๆ ซะที ไม่ว่าจะมี Ngai Tin-hang หรือไม่
เราก็จบกันไปนานแล้ว ชั้นไม่มีวันกลับไปหาคุณแน่
จะ 10 ล้าน หรือ 50 ล้าน ชั้นก็ไม่สน คุณหรือ Ngai Tin-hang จะชนะก็ช่าง
คิดให้ดีๆ นะ จะทำอะไรก็คิดถึงลูกสาวบ้าง ทำตัวให้สมเป็นลูกผู้ชายหน่อย





เจออดีตเมียด่าเข้าหน่อย หว่าหมั่นเซ็กก็ยอมขายแฟลต
แต่ยังเอากำไรตั้ง 50 ล้าน แค่นี้ ขนหน้าแข้ง Ngai Tin-hang ไม่ร่วง
หว่องซิ่วฟั่นไม่เข้าใจว่าทำไม Ngai Tin-hang ยอมจ่าย

หว่องซิ่วฟั่น: เสียเงินตั้ง 50 ล้าน ยังยิ้มออกอีกหรือ
Ngai Tin-hang: เพราะคุณห่วงผมน่ะสิ คุณไปต่อว่าเขามาใช่มั้ยล่ะ
หว่องซิ่วฟั่น: คุณรู้ได้ยังไง
Ngai Tin-hang: ผมเป็นคนให้ร๊อคกี้บอกคุณเอง ผมอยากรู้ว่าคุณจะทำยังไง
ครั้งก่อนผมเกือบขับรถชนเขา คุณดูเป็นห่วงเป็นใยเขามาก
แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ผมได้รู้ว่า คุณห่วงใยผมมากกว่า
คุณเป็นผู้หญิงของผม ผมอยากให้คุณรักผมมากที่สุด
ถึงผมจะต้องจ่ายเงินค่าแฟลตสูงเป็น 50 เท่า ผมก็รู้สึกว่าคุ้มค่าที่ได้รู้ใจคุณ

โอเคค่ะ ชนะเลิศค่ะ มีผู้ชายยอมจ่ายเงิน 50 ล้าน เห็นเราสำคัญกว่าเงิน
ผู้หญิงคนไหนจะไม่ใจอ่อนล่ะเนี่ย






เพื่อนร่วมก๊วนต่างชื่นชม ที่หว่าหมั่นเซ็กกล้าสู้กับ Ngai Tin-hang
แถมยังโก่งค่าแฟลตได้อีก หว่าหมั่นเซ็กตัดสินใจมองไปข้างหน้า เลิกย่ำอยู่กับที่ซะที










 

Create Date : 15 มีนาคม 2551    
Last Update : 1 เมษายน 2551 0:15:30 น.
Counter : 338 Pageviews.  


magarita30
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Myspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace Glitter
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2539 ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่และอ้างอิงส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของข้อความในสื่อ คอมพิวเตอร์แห่งนี้เพื่อการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Friends' blogs
[Add magarita30's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.