Group Blog
 
All Blogs
 

Heart of Greed 10







จากตอนที่แล้ว ป๋าพูดยังไง Tong Chi-on ก็ยังไม่ยอมปริปาก
ว่าให้ใครยืมเงินไป ป๋าเห็นว่าพูดไปไม่มีประโยชน์ งั้นขอเขียนให้อ่านมั่งแล้วกัน เพื่อจะซึมซึ้งกว่า





Tong Yan-kai: เป๋าเล็ก แม่เคยสอนป๋าว่า ครอบครัวจะมีความสุขได้ ต้องอาศัยคำคำหนึ่ง
นั่นคือคำว่า ซื่อสัตย์ ป๋าเลี้ยงลูกมากับมือ ใครๆ ก็รู้ว่าลูกเป็นเด็กดี และซื่อสัตย์ขนาดไหน
หลังจากป๋ารู้ว่าลูกยักยอกเงินบริษัท ป๋ากังวลจนนอนไม่หลับมาสองคืนแล้ว
ป๋ารู้ว่ามันต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ บอกป๋ามาเถอะว่าเกิดอะไรขึ้น ป๋าจะอยู่เคียงข้างลูกเสมอ




กิลเบิร์ตเองก็ไม่สบายใจ เขาอยากให้ Tong Chi-on บอกความจริงไปซะเลย
ไม่อย่างนั้น อา Po ก็จะกัดไม่เลิก แม่รองก็สะใจ ส่วนป๋าก็ไม่สบายใจ
แม้แม่ใหญ่จะไม่พูดอะไร แต่ในใจก็คงกังวลเช่นกัน กิลเบิร์ตไม่อยากให้พี่ชายต้องกลายเป็นแพะรับบาป

Tong Chi-on: พี่รู้ แต่เราจะทำยังไงได้ล่ะ หรือจะให้บอกว่าแฟนนายเป็นผู้หญิงที่มีสามีแล้ว
นายเป็นชู้กับเธอ มีคนพบภาพลับของพวกนาย แล้วเอามาแบล็คเมล์ อย่างนั้นหรือ
เชื่อพี่เหอะ เราควรเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ หากรู้ออกไป เป๋าใหญ่จะมองเธออย่างไร
แม่รองกับอา Po ล่ะ พวกเขาอาจขัดขวางการแต่งงานของนายนะ
กิลเบิร์ต: แต่เป็นอย่างนี้ ผมก็ไม่สบายใจ
Tong Chi-on: ถ้างั้น นายก็รีบหาทางหาเงินมาใช้คืนซะ เรื่องก็จะจบไปเอง






อา Po เห็น Foon กำลังดูนิตยสารรถ อา Po ได้โอกาสแขวะอีกแระ
โห รถราคาเจ็ดแสน กิลซื้อซักคัน อ้อ แม่บ้านก็ควรจะให้ลูกซื้อซักคันด้วย
เงินเดือนไม่พอก็ไม่เป็นไร มาทำงานที่ Tong Ki ดิ
ใครๆ ก็รู้ว่าที่เนี่ยโกงง่าย เด๋วก็ได้เงินไปซื้อรถ





ป๋าพยายามเปลี่ยนเรื่องไปคุยเรื่องอาหาร ยังค่ะ ยังไม่สะใจ อา Po กัดต่อ

อา Po: เป๋าเล็ก นายอย่ากินให้มันมากนักนะ คนอย่างนาย กินเท่าไหร่ก็ไม่พอ
เหลือให้ไว้พวกเรากินมั่ง





กิลเบิร์ตฟังแล้วชักฉุน ลุกขึ้นตบโต๊ะ Tong Chi-on ต้องรีบห้ามน้องชาย
ส่วนอา Po ยังไม่รู้เรื่อง นึกว่ากิลตบแมลงวันไปโน่น




ป๋าเปลี่ยนเรื่องไปคุยเรื่องสอบของ Yan Yan ประวัติศาสตร์ตั้งสามพันปีใครจะไปอ่านได้หมด
ยุคไหนสมัยไหน ล่มจมเพราะอะไรบ้างก็ไม่รู้ เข้าทางอา Po อีกจนได้

อา Po: ยุคไหนสมัยไหน ก็ไม่สำคัญหรอกหลานเอ๊ย
ที่ราชวงศ์ต้องล่มจมก็มีเหตุผลเดียวนั่นแหละ คือ โกงกิน
เจ้าหน้าที่ยักยอกเงินหลวง ท้องพระคลังว่างเปล่า ราชวงศ็ก็ล่มสลาย
ตอบแบบนี้แหละ รับรองถูกแน่ ว่าแต่หลานเรียนประวัติศาสตร์ตะวันตกหรือยังล่ะ
ต่างชาติก็เหมือนกันนะ ล่มสลายเพราะการโกงกิน
แม่ใหญ่: หยุดกินไปพูดไปซะทีเถอะ น้ำลายกระเด็นลงอาหารหมดแล้ว
อา Po: ใช่สิ น้ำลายผม มันน้ำลายคนจน ฟังแล้วมันแสลง
เฮ้อ ทำงานมาตั้งสิบปี ไม่รู้จักยักยอกโกงกินกับเค้า ถึงได้ยากจนอยู่หยั่งงี้

มีอา Po คอยเสียดสี กระแนะกระแหนตลอดเวลา ใครจะไปกินอาหารได้ลง
มีแต่แม่รองคนเดียวแหละ ที่ฟังแล้วมีความสุข






แม่รองยังคิดว่าที่อา Po พูดไปเสียเปล่า เพราะ Tong Chi-on ไม่ได้รู้สึกสะดุ้งสะเทือนอะไรเลย
อา Po ยังยืนยันที่จะกัดจิกต่อไป จนกว่า Tong Chi-on จะทนไม่ได้ โห นิสัย

แม่รอง: พี่ใหญ่ก็เหลือเกิน ไม่พูดอะไรเลย ยังจะให้เธอหยุดพูดซะอีก
อา Po: ทั้งบ้านตอนนี้ ก็มีแต่พี่แหละที่เป็นมิตรกับผม (เพราะอะไรล่ะยะ คิดซะมั่งดิ)
พูดถึงเรื่องฟาร์มเป๋าฮื้อที่เมืองจีน ตอนนี้เราเริ่มมีกำไรแล้วนะ
พรุ่งนี้ ผมจะเซ็นเช็คส่วนแบ่งให้พี่ ก็คงได้ซักสองสามหมื่น
แม่รอง: อะไร้ พี่ยังไม่ได้ร่วมลงเงินเลย
อา Po: เอาน่า ก็ผมรับปากแล้วว่า ผมจะให้พี่หุ้นด้วย สินค้าทั้งหมดผมจะขายให้กับ Tong Ki
พี่ก็น่าจะคำนวณได้ว่า เราจะมีกำไรเท่าไหร่
แม่รอง: ไม่เท่ากับว่าเราเอาเปรียบบริษัทหรือ
อา Po: ทีไอ้เจ้านั่นมันยังยักยอกเงินบริษัทไปตั้งเจ็ดแสน ยังตีหน้าระรื่นอยู่ได้ พี่ลองคิดดูให้ดีๆ ละกัน





กิลเบิร์ตมารับแจ๊คกี้ ซึ่งเข้าบริษัทไปคุยกับโรนัลด์ สามีของเธอเรื่องหย่า
รอตั้งหลายชั่วโมง ทำไมคุยนานจัง





แจ๊คกี้บอกว่าในที่สุด โรนัลด์ก็ยอมที่จะหย่าให้ แต่เนื่องจากพ่อของเขา ต้องเข้าผ่าตัดหัวใจ
เขาขอให้การผ่าตัดเรียบร้อย พ่อยอมอนุญาตเรื่องการหย่า เขาก็จะเซ็นใบหย่าให้
อย่างมากก็ไม่เกินสองเดือน

กิลเบิร์ต: เรื่องหย่าเป็นเรื่องของคุณสองคน ทำไมต้องให้พ่อสามีคุณอนุญาตด้วย
แจ๊คกี้: ก็โรนัลด์เขาเคารพพ่อมาก
กิลเบิร์ต: แต่ผมเป็นห่วงพี่เป๋าเล็ก ผมไม่อยากให้เขาต้องทนไปอีกตั้งสองเดือน
แจ๊คกี้: ชั้นเข้าใจ แต่ชั้นไม่อยากทะเลาะกับโรนัลด์ อยากให้เราจากกันด้วยดี
ถ้าเขาโกรธขึ้นมา เขาอาจจะทวงแฟลตคืนก็ได้
กิลเบิร์ต: คุณก็จะหย่ากับเขาแล้ว ยังจะเอาแฟลตเขาไว้ทำไม
แจ๊คกี้: แฟลตเนียของแม่ชั้นหรอก อีกอย่างก็อีกแค่สองเดือนเอง อีกไม่นานก็จบแล้ว
ชั้นสัญญาว่าชั้นจะหย่ากับเขาแน่นอน





Tong Chi-on โทรหากิลเบิร์ต เขาก็ไม่กล้าบอกว่าตัวเองอยู่กับแจ๊คกี้
Tong Chi-on กำชับว่าก่อนแจ๊คกี้จะหย่าเสร็จ กิลเบิร์ตไม่ควรไปพบเธอ หรือว่ามีอะไรกับเธออีก




พอดี ป๋ามาแอบฟังโทรศัพท์ Tong Chi-on เลยต้องรีบวาง

Tong Chi-on: ป๋าเข้าห้องคนอื่นไม่เคาะประตู ไม่มีมารยาทซะเลย
Tong Yan-kai: แกสิไม่มีมารยาท ป๋าส่งจดหมายให้แก ทำไมแกไม่เขียนตอบ
ถ้ายังมีความละอายอยู่บ้าง รีบบอกป๋ามา ว่าแกเอาเงินเจ็ดแสนไปให้ใคร
ถ้าลำบากใจที่จะพูด ก็เขียนจดหมายตอบป๋ามาก็ได้
Tong Chi-on: ป๋าอย่าบังคับผมน่า
Tong Yan-kai: ชั้นบังคับแกงั้นหรือ แกนอนกับแม่ Seung Joi-sum จริงๆ ใช่มั้ย
Tong Chi-on: เหลวไหลน่าป๋า
Tong Yan-kai: เมื่อคืนชั้นฝัน ว่าแกกับแม่นั่นอยู่บนเตียงด้วยกัน แล้วก็มีคนบุกเข้ามาถ่ายรูปพวกแก
Tong Chi-on: พอแล้ว ป๋าจะดูถูกผม ผมก็ไม่ว่า แต่อย่าดูถูก Seung Joi-sum
เธอเป็นคนดีมีการศึกษา กำลังจะเป็นทนายความแล้วด้วย ถ้าป๋ายังพูดถึงเธอเสียๆ หายๆ ผมจะโกรธแล้วนะ
Tong Yan-kai: อย่างนี้ยังบอกไม่มีอะไรกันอีก

โอ๊ย Tong Chi-on อยากจะบ้า ป๋านะป๋า พูดเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง
โชคดี (รึเปล่า) ที่อา Lei เข้ามาขัดจังหวะ ให้ไปช่วยกันดู Yan Yan





Yan Yan จะต้องสอบพรุ่งนี้ แต่เธอนอนไม่หลับ
เป๋าใหญ่เป๋าเล็กจึงชวนเธอเล่นตีปิงปอง เหนื่อยแล้วจะได้หลับสบาย
โธ่เอ๋ย หนที่แล้วเล่นด้วยกันเป๋าเล็กยังได้แค่ศูนย์คะแนนเล้ย
ต่อให้แท็คทีมกันมา Yan Yan ก็ไม่กลัว

เป็นลูกสาวคนเล็กเนี่ย ดีเนอะ มีแต่คนเอาใจ





สามพ่อลูก ตีปิงปองกันอย่างดุเดือด ทั้งมันส์ ทั้งฮา
เป๋าใหญ่เป๋าเล็กได้แต้มเมื่อไหร่ เป็นต้องโชว์ลีลา
สุดท้าย Yan Yan ก็เป็นฝ่ายแพ้ คนแพ้ แต่กองเชียร์ไม่ยอมแพ้

ช่วยกันเขวี้ยงลูกปิงปองใส่ซะเลย
เอ ว่าแต่แม่รองหายไปไหนหว่า ไม่มาร่วมเฮฮากับเค้าด้วย






Tong Yan-kai ฉวยโอกาสที่ Tong Chi-on คุยกับ Yan Yan ทำเป็นยืมมือถือ
Tong Chi-on มัวแต่ห่วง yan yan เลยไม่ระแวง




ป๋าโทรหา Seung Joi-sum เธอนึกว่าป๋าโทรมาทวงเงินสามหมื่น
จึงรีบบอกว่ากำลังหาเงินใช้หนี้ให้ ตอนนี้กำลังทำงานพาร์ทไทม์ที่สนามม้า

Tong Yan-kai: เงินสามหมื่นนั่น ชั้นแทงเป็นหนี้สูญไปแล้ว
ชั้นพูดถึงเงินเจ็ดแสนเหรียญต่างหาก
Seung Joi-sum: เจ็ดแสนเหรียญ ?@#%$?
Tong Yan-kai: เจ้าโอเคมันเป็นคนซื่อสัตย์ มันไม่มีทางเอาเงินเจ็ดแสนไปโดยไม่มีเหตุผล
Seung Joi-sum: คุณลุงพูดเรื่องอะไรคะ
Tong Yan-kai: เธอไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่อง ชั้นรู้จักผู้หญิงแบบเธอดี
หนังสือพิมพ์เค้าก็ลงข่าวกันบ่อยๆ อย่างยัยคนนั้นที่นอนกับอาจารย์แล้วถ่ายรูปแบล็คเมล์เงินห้าแสนเหรียญ
Seung Joi-sum: คุณลุงคะ อย่าใส่ร้ายกันสิคะ ชั้นเปล่าทำซะหน่อย
Tong Yan-kai: เธอก็ต้องปากแข็งว่าไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว แต่ชั้นรู้จักลูกชายชั้นดี
ชั้นรู้จักเพื่อนเค้าทุกคน ประวัติเธอมันแย่ที่สุด ไม่ใช่เธอแล้วจะเป็นใคร
ชั้นจะให้โอกาสเธอ คืนเงินเจ็ดแสนมาซะ แล้วชั้นจะไม่เอาเรื่อง
Seung Joi-sum: คุณลุงคะ ถ้ายังพูดไร้สาระอีก ชั้นจะวางหูแล้วนะ
Tong Yan-kai: วางหูแล้วนึกว่าจะจบเรื่องงั้นหรือ ชั้นน่ะซี้กับตำรวจหลายคนนะ
คิดจะแบล็คเมล์ลูกชายชั้นงั้นหรือ ชั้นจะเอาเธอเข้าคุกให้ได้





Tong Chi-on เข้ามาได้ยินตอนท้ายๆ ทำให้เขาโกรธมาก

Tong Chi-on: ทำไมป๋าทำแบบนี้ ป๋าคิดบ้างมั้ยว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร
Tong Yan-kai: แล้วแกล่ะ คิดบ้างมั้ยว่าป๋าจะรู้สึกยังไง
ป๋าถามอะไร แกก็ไม่ยอมตอบ ป๋าเขียนจดหมายหาแก แกก็ไม่เขียนตอบ
ป๋าไม่มีทางเลือก ก็ต้องโทรหาเธอสิ
Tong Chi-on: ผมจะบ้าตายก็เพราะป๋าเนี่ยแหละ
Tong Yan-kai: ชั้นยังไม่บ้าตายเพราะแกเลย ยังมีหน้ามาบอกว่าแกจะบ้าตายเพราะชั้นอีก




Tong Chi-on เป็นห่วง Seung J oi-sum โทรหาก็ไม่ยอมรับสาย
ตามหาตัวก็ไม่เจอ จึงมาดักคอยที่หน้าบ้าน เขาพยายามขอโทษเธอหลายครั้ง
Seung Joi-sum ให้เขาดูกำแพงที่เธอเขียนสิ่งที่เธอลืมไม่ลงเมื่อสิบปีก่อน

Seung Joi-sum: ตอนนั้น ชั้นอายุสิบสี่ปี ชั้นจำได้ว่าคืนนั้นฝนตก
อยู่ดีๆ พ่อก็ตื่นขึ้นมากลางดึกบอกว่าอยากกินบ๊ะจ่าง
ตอนนั้นเราถังแตก ไม่มีเงินเลย ชั้นจึงไปขโมยของที่ร้าน โชคไม่ดีชั้นโดนจับได้
ผู้หญิงอ้วนคนนั้นตบชั้น แล้วพูดสิ่งที่ชั้นจะไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต






Tong Chi-on: อะไรเหรอ
Seung Joi-sum: เธอบอกว่าถ้าอยากกินบ๊ะจ่างมากนัก ทำไมไม่ไปขายตัวซะล่ะ
ชั้นโกรธผู้หญิงใจร้ายคนนี้มาก ชั้นคิดสารพัดวิธีที่จะแก้แค้นเธอ ชั้นอยากจะตีเธอให้สลบ
วางยาพิษเธอให้ตาย แต่เสียดายชั้นไม่มีเงินที่จะทำอย่างนั้น
วันหนึ่ง ชั้นเห็นเธอกำลังรอรถไฟฟ้าอยู่ ชั้นจึงแอบเข้าไปข้างหลังเธอ
ผลักเธออย่างแรง ชั้นได้ยินเสียงรถบดขยี้ร่างเธอ กระดูกเธอ มันสะใจชั้นจริงๆ
เสร็จแล้ว ชั้นก็ไปโรงเรียน ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ชั้นก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมชั้นถึงมีความสุขขนาดนั้น





แหม เกือบอำสำเร็จแล้วเชียว Tong Chi-on ดันเห็นหลักฐานซะก่อน
อำกลับซะเลย

Tong Chi-on: แต่ผมเข้าใจความรู้สึกคุณนะ เพราะผมก็เคยฆ่าคนตายมาก่อน
Seung Joi-sum: ไม่จริงอ่ะ คุณฆ่าใคร
Tong Chi-on: พ่อคุณเอง ผมขอโทษ
Seung Joi-sum: นายฆ่าพ่อชั้นทำไม
Tong Chi-on: ผมก็ไม่อยากทำ ผมบอกพ่อคุณตั้งหลายหนแล้วว่าผมแซ่ Tong
เค้าก็เรียกผมนายโอเค นายโอเค อยู่นั่นแหละ ผมฟังจนประสาทเสีย
เลยหยิบขวดขึ้นมาฟาดเข้าให้





Seung Joi-sum: หนอยแน่ กล้าอำชั้นเหรอ นายน่ะเหรอฆ่าพ่อชั้น เชอะ
Tong Chi-on: ทำไมต้องใช้กำลังด้วยล่ะ
Seung Joi-sum: พ่อชั้นแก่แล้ว นายจะอยากฆ่าพ่อชั้นไปทำไม
Tong Chi-on: ก็ทีคุณยังอำผมก่อนเลย
เนี่ย เห็นป่ะ การป้องกันอาชญากรรมเป็นหน้าที่ของทุกคน
คณะกรรมการป้องกันอาชญากรรมประจำชุมชน Sai Wan

เมื่อเห็น Seung Joi-sum ไม่โกรธที่ป๋าโทรมาต่อว่า
Tong Chi-on ก็สบายใจขึ้น





กิลเบิร์ตพาแจ็คกี้มาพบพ่อสามี เพราะอยากให้เธอเคลียร์กับเขาให้เข้าใจ
แต่สุดท้ายแจ๊คกี้ก็ไม่ได้พูดออกไป เธอเห็นแก่พ่อสามีอายุมากกว่า 80 ปี
แถมสุขภาพก็ไม่ค่อยจะแข็งแรง อยากจะรอให้อาการดีขึ้นก่อน กิลเบิร์ตเซ็งน่าดู






Tong Chi-on ไม่อยากจะร่วมโต๊ะกับอา Po ขี้เกียจจะฟังคำแดกดัน
แต่ป๋าบอกว่าอา Po ไม่สบาย ต้องสวมผ้าปิดปาก คงไม่พูดอะไรมาก
ที่ไหนได้ แค่น้ำแกงเค็ม อา Po ก็ลากมาเข้าเรื่องได้อีก จนกิลเบิร์ตชักจะหมดความอดทน
ป๋ารีบตักขาไก่หมักกาแฟให้อา Po กินซะจะได้ปิดปาก

อา Po: เป๋าเล็ก แกก็อย่ากินไก่หมักกาแฟให้มากล่ะ เดี๋ยวจะติด
เรื่องโกงบริษัทก็เหมือนกัน อย่าทำบ่อย เด๋วจะติดเป็นนิสัย บริษัทจะไม่มีอะไรเหลือ






ก่อนที่กิลเบิร์ตจะหมดความอดทน แม่ใหญ่ก็ทนไม่ได้ซะก่อน
แม่ใหญ่ให้แม่บ้านจัดสำรับให้อา Po ต่างหาก
อา Po ไม่นึกว่าแม่ใหญ่จะเอาจริงขึ้นมา รีบปิดปากแทบไม่ทัน

อา Lei: พี่ใหญ่คะ ครอบครัวเดียวกัน อย่าทำอย่างนี้เลย
แม่ใหญ่: ครอบครัวเดียวกันงั้นหรือ ทุกครั้งที่กินข้าว ต้องหาเรื่องมาเสียดสีไม่ได้หยุดหย่อน
ทำให้แต่ละคนกินข้าวไม่ลง ถ้าไม่เห็นพวกเราเป็นคนในครอบครัว ต่อไปก็ไม่ต้องมากินข้าวร่วมโต๊ะกันอีก
แม่รอง: พี่ใหญ่คะ พี่จะไม่ชอบที่อา Po พูด ก็โอเคค่ะ
แต่ถ้าพี่จะบอกว่าอา Po ไม่เห็นพี่เป็นครอบครัว เลยไม่ให้เขามากินข้าวร่วมโต๊ะ
ชั้นว่ามันเกินไป ชั้นยังจำได้ ตอนปี 1985 พี่ป่วยเป็นมะเร็ง
อา Po ร้องไห้อยู่ที่โรงพยาบาลสองวันสองคืน จนตางี้บวมเชียว
เขายังอุตส่าห์ไปเรียน Qi Kong เพื่อมาสอนพี่ให้ต่อสู้กับโรคร้าย
อย่างนี้พี่ยังว่าเขาไม่เห็นพี่เป็นคนในครอบครัวอีกหรือ





อา Po ได้ที ร้องห่มร้องไห้เรียกคะแนนสงสาร

แม่ใหญ่: Kam พี่ก็จำได้ พี่จำได้ว่าอา Po ทำอะไรเพื่อพี่บ้าง
แค่ค่าเรียน Qi Kong ก็ปาเข้าไปคอร์สละ 98,000 เหรียญ
Tong Yan-kai: เรื่องมันแล้วไปแล้ว ก็ลืมมันเถอะ
อา Po กินไก่กาแฟซะก่อนที่มันจะกลายเป็นไก่กาแฟเย็น
แม่รอง: ชั้นยังพูดไม่จบเลย พี่ใหญ่คะ
พูดตามตรง ชั้นก็ไม่ได้ชอบอา Po หรอกนะ แล้วก็ไม่ได้ชอบร่วมโต๊ะกับกับเขาด้วย
เขาไม่เคยพูดอะไรที่ฟังแล้วรื่นหู แต่ที่เขาพูดก็เป็นความจริง
และที่เขาพูดก็เพราะเป็นห่วงพี่และครอบครัว ใช่มั้ยอา Po
ใครจะเหมือนโอเคล่ะ หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา
ใครจะไม่อยากร่วมโต๊ะด้วยล่ะ แต่โอเคยักยอกเงินร้านเป็นเรื่องจริง
พี่ใหญ่มักจะบอกให้คนในครอบครัวซื่อสัตย์ แต่เขาไม่ยอมบอกว่าเอาเงินไปทำอะไร





ทั้งป๋า และลูกๆ ช่วยกันห้ามปรามไม่ให้แม่รองพูดต่อ แต่แม่รองยังดึงดัน

แม่รอง: ขอชั้นพูดให้จบก่อน พี่ใหญ่ พี่บอกว่าคุณนาย Wong สอนลูกไม่เป็น
ทำให้อา Wing เป็นเด็กโมโหร้าย แล้วพี่ล่ะ พี่สอนลูกยังไง
Tong Yan-kai: ป๋าขอล่ะ หยุดพูดได้แล้ว
แม่รอง: เอ๊ ป๋าก็ ชั้นหวังดีนะ ไม่อยากให้พี่ใหญ่ถูกชาวบ้านเขาหัวเราะเยาะว่าเลี้ยงลูกให้เป็นโจร
Tong Chi-on: พอเถอะครับ ผมเป็นคนเอาเงินไป ผมเป็นคนผิด ไม่เกี่ยวอะไรกับแม่ใหญ่
อย่าว่าแม่ใหญ่เลยครับ จะว่าก็ว่าผมเถอะ
แม่ใหญ่: เป๋าเล็ก ไม่ต้องพูดแล้ว ขึ้นไปข้างบนกับแม่




แม้สิ่งที่แม่รองพูดจะบาดใจ แต่แม่ใหญ่ก็เถียงไม่ออก เพราะเป๋าเล็กผิดจริง
แถมนี่ก็ผ่านไปตั้งอาทิตย์แล้ว เป๋าเล็กยังไม่ยอมบอกว่าเอาเงินไปทำอะไร

แม่ใหญ่: คิดดูซิว่าคนทั้งครอบครัวเป็นห่วงแค่ไหน Yan Yan ไม่เป็นอันสอบ ป๋าก็นอนไม่หลับ
อา Lei, Yat และ Foon โดน อา Po กระแนะกระแหนไม่เลิก
บางครั้งแม่ก็สุดจะทน แม่อยากจะพูดอะไรออกมา แต่ก็ต้องห้ามตัวเองไว้
เพราะอะไร เพราะแม่อยากให้ลูกเรียนรู้คำว่าซื่อสัตย์ แต่ลูกก็เอาแต่ยิ้มทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
Tong Chi-on: ผมขอโทษ ผมทำให้ทุกคนผิดหวัง ผมสัญญาว่าจะใช้เงินคืนแน่ๆ
แม่ใหญ่: ถึงตอนนี้ ลูกยังพูดอย่างนี้อยู่อีกหรือ ถึงลูกจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของแม่
แม่ก็เลี้ยงลูกสี่คนอย่างเท่าเทียมกัน แม่เป็นแม่ของลูกนะ ลูกจะบอกแม่ได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น





แม่ชักมีน้ำโห ทุกคนต้องรีบเข้าขวาง

Tong Yan-kai: แกให้ใครยืมเงินไปกันแน่
Tong Chi-on: ผมรับปากไว้ว่าจะไม่บอกใคร
Tong Yan-kai: เพื่อนแกคนนี้เป็นใคร แกเงินเดือนแค่สามหมื่น เค้ายังกล้ายืมเงินแกเจ็ดแสน
Tong Chi-on: อย่าถามผมอีกเลย ลูกผู้ชายต้องรักษาสัญญา
แม่ใหญ่: เป๋าเล็ก บอกแม่มาว่าลูกไม่ได้โกหกแม่ใช่มั้ย
Tong Chi-on: ใช่ครับ
แม่ใหญ่: งั้นก็ได้ ต่อไปเราจะไม่พูดเรื่องนี้กันอีก





คืนนั้น Seung Joi-sum โทรหา Yan Yan เพื่อนัดกินเลี้ยงวันเกิดเพื่อนหลังเธอสอบเสร็จ
ถึงได้รู้เรื่อง Tong Chi-on




ด้วยความเป็นห่วง เธอจึงโทรหาเขา
Tong Chi-on กำลังหลบฝนอยู่ในตู้โทรศัพท์แถวบ้าน Seung Joi-sum
เขาไม่อยากให้เธอต้องกังวล จึงโกหกว่าปัญหาทุกเรื่องได้รับการแก้ไขแล้ว






Seung Joi-sum เห็นเขาอยู่ในตู้โทรศัพท์จึงรู้ความจริง
เมื่อ Tong Chi-on ถามเรื่องงานของเธอ เธอจึงโกหกว่าได้งานใหม่ในบริษัทส่งออกแล้ว
Tong Chi-on เห็นฝนหยุดตก เขาออกจากตู้โทรศัพท์จึงเห็น Seung Joi-sum เขารีบหลบไม่ให้เธอเห็น





Seung Joi-sum ยังคงเป็นห่วง Tong Chi-on เธอจึงส่งเมล์มาให้เขา
ในเมล์เป็นกล่องของขวัญซึ่งใส่ลูกกวาดเอาไว้

Seung Joi-sum : ชีวิตอาจจะขมขื่นไปบ้าง ชั้นขอมอบสิ่งที่หวานให้คุณ จากใจ
Tong Chi-on: ได้รับความหวานจากคุณ ใครจะไปสนความขมขื่นในชีวิต





อ๊ะ อ๊ะ อย่าเพิ่งคิดเลยเถิดกันไปนะ บนโต๊ะ Seung Joi-sum ยังมีรูปหนุ่มคนนี้อยู่จ้า
เฮ้อ ออกมานิดเดียวในตอน 7 นี่ปาเข้าไปตอน 10 แล้วน้า
ใจคอจะไม่ให้แม่ยกเห็นให้ชื่นใจมั่งเหรอ เด๋วเลิกดูเลยนี่




อา Po ยังงอนไม่เลิก ไปทำงานก็ไม่ยอมคุยกับลูกค้า ทำตัวเป็นเด็กไปได้
เค้าอ้างว่า พี่ใหญ่ไม่ให้พูด ไม่งั้นจะไม่ให้กินข้าวร่วมโต๊ะ
ขนาด Tong Chi-on ยอมขอโทษแทนแม่ใหญ่ เค้าก็ไม่ยอมแพ้
เล่นเอาอา Lei พลอยโมโหไปด้วย ถ้าจะมานั่งทำหูหนวกเป็นใบ้อยู่ที่นี่ ก็ออกไปเลยดีกว่า





ถึงเวลากินข้าว ใครพูดด้วย อา Po ก็ไม่ยอมพูด
ขนาดแม่ใหญ่ยอมอ่อนข้อ พูดด้วยก่อน อา Po ยังคงงอนต่อไป
แม่ใหญ่ชักรำคาญ งั้นก็ให้แม่บ้านตั้งโต๊ะให้กินต่างหากไปเลย
แม่รองได้ทีใส่ไฟใหญ่ ครอบครัวร้าวฉาน เป็นงานของชี





แม่รอง: อา Po อย่ามากเรื่องเลยน่า ถ้าคนเขาจะหัวเราะเยาะ
เค้าก็หัวเราะเยาะพี่ใหญ่สอนลูกไม่เป็น ไม่ใช่หัวเราะเยาะเธอ
แม่ใหญ่: Bing ไม่ได้ยินหรือ ชั้นสั่งให้จัดสำรับใหม่ ไม่ใช่แค่มื้อนี้นะ
ต่อไป ทุกมื้อเขาจะกินแยกสำรับกับพวกเรา
อา Po: พี่ใหญ่ พี่จะเอายังไงกับผม ผมพูด พี่ก็ไล่ให้ผมไปกินที่อื่น
พอผมไม่พูดพี่ก็ไล่ผมอีก พี่จะเอายังไงกับผมแน่
ผมเชื่อฟังพี่มาตลอด พี่เป็นหัวหน้าครอบครัวนี่ พี่ว่ายังไงผมก็ว่ายังงั้น
ทีหมอนั่นขโมยเงินร้าน พี่ไม่ด่ามันซักคำ
ต่อให้พี่ด่าผมร้อยหนพันหน ถ้าพี่ด่ามันซักครั้ง ผมก็จะไม่ว่า
พี่ใหญ่ พี่สอนลูกยังไง





อ้าว อ้าว ลามปามถึงแม่ใหญ่ กิลเบิร์ตก็ทนไม่ไหวอ่ะดิ

กิลเบิร์ต: หุบปากไปเลย เรื่องนี้ไม่มีใครผิด เป๋าเล็กก็ไม่ผิด แม่ใหญ่ก็ไม่ผิด ผมผิดเอง












 

Create Date : 20 มกราคม 2551    
Last Update : 26 มกราคม 2551 22:28:54 น.
Counter : 450 Pageviews.  

Heart of Greed 9







จากตอนที่แล้ว แม่ใหญ่กับอา Po ทะเลาะกันอย่างรุนแรง
อา Po ไม่พอใจมาก เขานัดแม่รองออกมาคุยนอกบ้าน
แม่รองบอกว่าได้ใส่ชื่อเป็นเจ้าของร้านเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะเดินทางไปเยี่ยมบ้านเกิด
อา Po รีบใส่ไฟว่าให้ระวังร้านให้ดีๆ แม่ใหญ่น่ะรู้เรื่องที่แม่รองทะเลาะกับอา Lei แล้ว
ไม่เพียงเข้าข้าง ยังหาว่าแม่รองเป็นคนเสี้ยมสอนกิลให้คิดขายร้าน และทำให้ป๋าต้องร้องไห้ด้วย

แม่รอง: ไม่จริงมั้ง ไม่เห็นพี่ใหญ่พูดอะไรเลย
อา Po: พี่ใหญ่น่ะ เก็บความรู้สึกเก่งนัก ถึงไม่พูด ก็ไม่ได้ความว่าจะไม่เก็บเรื่องนั้นไว้ในใจ
พี่ใหญ่ยังบอกว่าผมไม่ควรจะยุ่งเกี่ยวกับคุณมาก เดี๋ยวจะพลอยซวยไปด้วย
เห็นชัดเลยว่าอีกไม่นาน คุณต้องโดนไล่จากบ้านแน่ ที่พูดเนี่ยเพราะเป็นห่วงหรอกนะ
ถ้าพี่ใหญ่ทำกับคุณได้ วันหน้าก็ทำกับผมได้ ผมล่ะผิดหวังจริงๆ
คุณควรวางแผนทำอะไรเพื่อตัวเองไว้บ้าง
ผมเองเพิ่งจะเริ่มทำฟาร์มเป๋าฮื้อที่เมืองจีน สนใจจะมาร่วมลงทุนมั้ยล่ะ
แม่รอง: ขอชั้นคิดดูก่อนแล้วกัน





Tong Chi-on ปลุกน้องๆ แต่เช้า เพื่อฝึกซ้อมเดินมาราธอน
ตามที่เคยได้บนกันไว้ว่าถ้าแม่ใหญ่หายขาดจากมะเร็ง ทั้งครอบครัวจะเดินมาราธอน
เช้าขนาดนี้ แต่ละคนก็ง่วงเหงาหาวนอนกันทั้งนั้น
มีแต่ป๋ากับ Tong Chi-on เนี่ยแหละที่คึกคัก







Tong Chi-on ริบอุปกรณ์อำนวยความสะดวกจากน้องๆ
นี่มาออกกำลังกันนะ ไม่ใช่มาสบาย ต้องตั้งใจกันหน่อย
แถมยังริบจักรยานป๋าด้วย โค้ชพูดอะไรต้องเชื่อฟัง เข้าใจมั้ย





โค้ชดีแต่ห้ามคนอื่น ตัวเองเอาไปใช้ซะงั้น



มัวแต่เคี่ยวเข็ญ Yan Yan เผลอหน่อยเดียว
กิลเบิร์ตหายไปไหน ก็ไม่รู้ ฮั่นแน่ มาสบายอารมณ์ดื่มโซดาอยู่นี่เอง

กิลเบิร์ต: เป๋าเล็ก ผมกำลังมีปัญหาล่ะ ผมรู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่ง
Tong Chi-on: ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร รู้จักกันได้ยังไง
กิลเบิร์ต: ตอนผมกลับมาฮ่องกงใหม่ๆ เป๋าใหญ่กับแม่ใหญ่อยากให้ผมไปทำงานที่ Tong Ki
แต่ผมไม่สนใจ ผมได้เจอกับเธอตอนไปซ้อมไดรฟ์กอล์ฟ
วันไหนที่ผมไม่เห็นเธอ รู้สึกเหมือนขาดอะไรไปอย่าง
Tong Chi-on: นายเลยจีบเธอใช่มั้ยล่ะ






เป๋าเล็กเดาผิดซะแล้ว แจ๊คกี้เป็นฝ่ายเข้ามาทักกิลก่อนตะหาก

แจ๊คกี้: ใครสอนให้คุณตีแบบนี้ ขืนยังฝืนตีต่อไป คุณต้องปวดเอวแน่
นี่ต้องจับแบบนี้ต่างหาก ย่อเข่าลงหน่อย





แหม สอนนิดเดียวก็เป็นแระ




Tong Chi-on: นายไปซ้อมไดรฟ์กอล์ฟที่สนามไหน วันหลังพาพี่ไปด้วยสิ
กิลเบิร์ต: เราไม่ได้แค่ซ้อมไดรฟ์กอล์ฟด้วยกัน เรายังคุยกันแทบทุกเรื่อง
ผมไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร รู้แต่ว่าเธอชื่อแจ๊คกี้
ผมไม่รู้ว่าทำไมเธอชอบสวมหมวกตลอดเวลา ไม่ชอบไปในที่คนเยอะๆ ผมไม่รู้เลย





Tong Chi-on: ลึกลับจัง หรือว่าเธอเห็นนายเป็นแค่เพื่อน
กิลเบิร์ต: ผมก็ไม่รู้ เรามีปากเสียงกันเรื่องนี้บ่อยๆ




แจ๊คกี้: ชั้นไม่เข้าใจ ทำไมเราต้องมาเถียงกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง
กิลเบิร์ต: ผมไม่คิดว่าเรื่องนี้ไร้สาระ เรารู้จักกันมานานพอสมควรแล้ว
ผมยังไม่รู้เบอร์โทรคุณ ผมไม่รู้จักบ้านคุณ
ถ้าคุณไม่โทรหาผม ผมก็ไม่รู้จะเจอคุณได้อย่างไร ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณชื่อแจ๊คกี้จริงหรือเปล่า
แจ๊คกี้: ถึงชั้นบอกคุณไป คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าชั้นไม่ได้หลอกคุณ
ขอเพียงเรามีความสุขร่วมกัน เท่านั้นก็น่าจะพอเพียงแล้วนี่
กิลเบิร์ต: ผมอาจจริงจังเกินไป ผมขอโทษ ต่อไปผมจะไม่พูดเรื่องนี้อีก ผมไม่อยากเห็นคุณไม่มีความสุข





แจ๊คกี้ยอมเปิดเผยตัว ความจริงเธอเป็นภรรยาของมหาเศรษฐีที่มีชื่อเสียงไม่ค่อยดีคนหนึ่ง
ตอนแรก กิลก็ยังไม่เก็ท ต้องให้ถอดหมวกก่อน แค่ใส่หมวกก็ดูไม่ออกเนี่ยนะ
มุขนี้ยังใช้ได้อยู่อีกแฮะ






กิลเบิร์ต: แปลกนะ ตอนผมรู้เรื่องนี้ ผมไม่ยักโกรธ ผมกลับรู้สึกว่าผมต้องปกป้องเธอ
Tong Chi-on: เธอมีสามีแล้วนะ เธอไม่ต้องการให้นายไปปกป้องหรอก
กิลเบิร์ต: เป๋าเล็ก พี่ไม่เข้าใจหรอก สามีเธอมีผู้หญิงอื่น พวกเขาไม่ได้รักกันอีกแล้ว
บางครั้งเขายังทุบตีเธออีกด้วย
Tong Chi-on: งั้นหนที่แล้ว ที่นายถูกทำร้าย ก็เพราะเรื่องนี้เองน่ะสิ
กิล ฟังพี่นะ นี่มันหลุมพรางชัดๆ หากนายพลาดไป จะหันหลังกลับไม่ได้นะ
กิลเบิร์ต: แจ๊คกี้คุยเรื่องหย่ากับสามีเธอแล้ว คราวนี้ผมจริงจัง
Tong Chi-on: แต่ก่อนที่เธอจะหย่าสำเร็จ เธอยังเป็นภรรยาคนอื่นอยู่
นายควรจะรอให้เธอหย่าให้เรียบร้อยก่อน
กิลเบิร์ต: ผมจะรอ





Tong Chi-on พบพ่อของ Seung Joi-sum อีกแระ
พ่อกลับบ้านไม่ได้เพราะที่แฟลตไฟดับ ลิฟต์ไม่ทำงาน
พ่อแข้งขาไม่ค่อยดี ขึ้นบันไดไม่ไหว ก็อยู่ตั้งชั้น 8 นี่น้า
ไม่เป็นไร Tong Chi-on จะแบกพ่อขึ้นไปเอง

พ่อเร่งให้ Tong Chi-on ขึ้นบันได้เร็วๆ หน่อย จะต้องเข้าห้องน้ำแล้ว
กว่าจะขึ้นไปถึงชั้น 8 ก็เล่นเอาเหงื่อแตก ทั้งคู่เจอกับ Seung Joi-sum ที่หน้าลิฟต์พอดี
ปรากฎว่าจริงๆ แล้วลิฟต์น่ะใช้ได้ น้ำต่างหากที่ไม่ไหล

ด้วยความประหยัดหรือที่เรียกว่างกนั่นแหละ
Seung Joi-sum ไปตักน้ำจากห้องน้ำข้างล่างมาใช้
Tong Chi-on เป็นห่วงว่าน้ำจะไม่สะอาด คุณพ่อก็สูงอายุแล้ว
หากเอาน้ำมาทำอาหารอาจเสาะท้องได้
จะให้ Seung Joi-sum ออกไปซื้อน้ำ ก็กลัวคุณพ่อจะหายตัวไปอีก
ไม่เป็นไร เรื่องแค่นี้ Tong Chi-on จัดให้






Tong Chi-on เห็นผลไม้น่ากินทั้งนั้น เลยซื้อมาฝาก
จะเก็บเข้าตู้เย็น ก็ดันเห็นแต่อาหารเหลือ ให้คนแก่กินอาหารค้างคืน มันไม่ดีน้า

Seung Joi-sum: ชั้นทำอาหารให้พ่อใหม่ทุกวันแหละ แต่พ่อกินนิดเดียว
เลยมีของเหลือทุกวัน น่าเสียดายออก ชั้นเลยเก็บไว้กินเอง

Tong Chi-on ปวดหมอง มื้อหนึ่งมีอาหารแค่จานเดียว จะไปได้ครบคุณค่าห้าหมู่ได้ยังไง
เอางี้ เด๋ว Tong Chi-on จัดให้





พ่อเกิดอาการอัลไซเมอร์ นึกว่าตัวเองกินข้าวไปแล้ว
Tong Chi-on เลยตามน้ำ ชวนกินของหวานแทน
กุ้งนี่มันเป็นของหวานตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย

Tong Chi-on เห็น Seung Joi-sum ยังหางานอยู่
เขาเลยชวนเธอไปทำงานที่ร้าน Tong Ki ด้วย
พูดหว่านล้อมอยู่ตั้งนาน พอบอกเงินเดือนเท่านั้นแหละ
Seung Joi-sum ตกลงทันที ตั้งเดือนละหมื่นสอง ใครไม่เอาก็โง่แล้ว






จ้างเด็กนักศึกษามาทำงานพิเศษ เดือนละหมื่นสองเนี่ยนะ
อา Lei เกือบจะไม่ยอมแล้ว พอดีป๋านึกได้ว่าน่าจะเป็นเพื่อน Yan Yan
ป๋ารีบสนับสนุน อยากจะให้ลูกชายมีแฟนใจจะขาด

อย่างน้อยเป็นนักศึกษาก็ต้องภาษาอังกฤษดี เวลามีทัวร์มาลงจะได้ช่วยขายของได้
และพอมีผู้หญิงพวกลูกจ้างชายจะได้ทำตัวมีระเบียบวินัยมากขึ้น
สองพ่อลูกแท๊คทีมกันอย่างนี้ อา Lei ก็ต้องยอมน่ะสิ





Tong Chi-on รีบมาบอกข่าวดีให้ Seung Joi-sum รู้
มาถึงบ้านทำไมไม่ขึ้นไป ต้องโทรคุยกันด้วย อันนี้ คนดูก็ไม่เข้าใจ
สรุปว่าจะโชว์มือถืองั้นเหอะ รู้นะ ว่าแอบโฆษณามือถือ Sony Ericsson หึหึ
โปรดสังเกต ทุกคนในเรื่องนี้ ใช้มือถือ Sony Ericsson ทั้งนั้น





แจ๊คกี้นัดพบกิลเบิร์ต เธอเปิดเมล์ให้ดู (กร๊ากกก เว็บ Hayoo ไม่ค่อยเลยนะ)
หนที่แล้วกิลเบิร์ตทำมือถือหาย
มีคนเก็บได้ และเอารูปของทั้งคู่ที่อยู่ในโรงแรมด้วยกันมากรรโชกทรัพย์





คนร้ายโทรเข้ามือถือแจ๊คกี้พอดี เขาเรียกร้องเงินเจ็ดแสนเหรียญ
โดยให้นำเงินไปให้พรุ่งนี้เที่ยงคืน ไม่งั้นจะเผยแพร่ภาพทั้งหมดทางอินเทอร์เน็ต





แจ๊คกี้ไม่อยากให้สามีรู้ว่าเธอมีชู้
ถ้าเขารู้ว่าเธอมีชู้ก่อนหย่าล่ะก็ เขาอาจจะทวงแฟลตที่ยกให้แม่เธอคืน
สงสารแต่แม่ แก่แล้วจะไปอยู่ไหน
ตั้งแต่แจ๊คกี้คบกับกิลเบิร์ตก็กลับบ้านค่ำบ่อยๆ สามีจึงสั่งอายัดบัตรเครดิตของเธอ
และริบเครื่องประดับทั้งหมดไป รวบรวมเงินทั้งหมดก็มีราว แปดหมื่นถึงแสนเหรียญเอง
กิลเบิร์ตรับปากว่าจะจัดการเรื่องเงินให้





กิลเบิร์ตกลับไปขอยืมเงินป๋า โดยอ้างว่าจะเอาไปลงทุนกับเพื่อน
เรื่องเงินเรื่องเล็ก พ่อลูกกัน แค่นี้ทำไมจะให้ไม่ได้ พรุ่งนี้ไปเบิกเงินกับแม่ใหญ่ได้เลย
จ๊ากกก ให้เบิกแม่ใหญ่เนี่ยนะ ป๋าไม่มีเงินเก็บส่วนตัวมั่งเหรอ
โธ่ ป๋าได้เงินใช้เดือนละตั้ง 36,400 เหรียญ มีบัตร Platinum ตั้งหลายใบ จะต้องเก็บเงินไปทำไม
เงินแม่ใหญ่ก็เหมือนเงินป๋าน่ะแหละ
กิลเบิร์ตไม่อยากให้แม่ใหญ่รู้ จึงกลบเกลื่อนไป สงสัยต้องหาทางอื่น





กิลเบิร์ตเอาเรื่องไปปรึกษา Tong Chi-on
เขาแนะนำให้บอกอา Lei แต่อา Lei เป็นคนตรงไปตรงมา ขืนบอกอา Lei ก็ต้องรายงานแม่ใหญ่แน่

Tong Chi-on เห็นกิลเบิร์ตรักจริงหวังแต่ง
จึงรับปากช่วยเหลือ โดยจะแอบแฮ้บเงินที่ภัตตาคาร Yue Moon จ่ายล่วงหน้า 6 เดือนมาหมุนก่อน

กิลเบิร์ต: ทำอย่างนี้มันเข้าข่ายยักยอกนะพี่
Tong Chi-on: ไม่เป็นไรน่า ปกติร้านนี้ก็จ่ายเงินช้าเดือนสองเดือนอยู่แล้ว อา Lei ไม่สงสัยหรอก
หากไม่เอาภาพคืน แม่ใหญ่รู้เข้าจะไม่พอใจว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้
แล้วแม่รอง กับ อา Po ก็จะดูถูกเธอ เธอจะเข้ามาเป็นสมาชิกครอบครัวอย่างมีความสุขได้ยังไง
ถึงตอนนั้น นายจะสบายใจหรือ ไม่ต้องห่วง พี่จะหาเงินเจ็ดแสนให้นายเอง





ทั้งครอบครัวกำลังเตรียมตัวจะไปแข่งเดินมาราธอนในงาน Charity Home Marathon
คราวเคราะห์มาถึง ภัตตาคาร Yue Moon จะสั่งของแห้งเพิ่ม
อา Lei รู้จนได้ว่าเงินหาย แต่เธอเข้าใจผิดคิดว่าเป็นฝีมือของอา Po
อา Po ไม่พอใจ ไม่มีหลักฐานมาสงสัยกันง่ายๆ อย่างนี้ได้ไง ไม่แฟร์นี่หว่า
อา Lei โกรธที่อา Po ผิดแล้วไม่ยอมรับผิด เธอตัดสินใจจะแจ้งความ





กิลเบิร์ตตัดสินใจจะสารภาพ แต่ Tong Chi-on ยอมรับซะก่อน
Tong Chi-on อ้างว่าเอาเงินไปให้เพื่อนยืม

Tong Yan-kai: เพื่อนคนไหน บอกมาซิ ป๋ารู้จักเพื่อนเราทุกคนนี่
เงินตั้งเจ็ดแสนไม่ใช่น้อย ทำไมไม่บอกป๋าก่อน
อา Lei: ปกติเธอเป็นคนซื่อนี่นา ถ้าเธอต้องการใช้เงิน ทำไมไม่บอกอา
Tong Yan-kai: แย่ล่ะ ป๋านี่อัลไซเมอร์จริงๆ เป๋าเล็กมันบอกป๋าแล้วล่ะ
เรื่องมันด่วน ป๋าก็เลยให้ยืมไป ป๋าผิดเองที่ลืมไป





อา Po ไม่ยอมเลิกราง่ายๆ

อา Po: พี่เขยเล่นละครได้ห่วยมากเลยรู้ตัวมั้ย เมื่อกี้เพิ่งพูดแหมบๆ ว่าเป๋าเล็กไม่ได้บอก
ตอนนี้มาบอกว่านึกออกแล้ว พี่นึกว่าพวกผมเป็นอัลไซเมอร์เหรอ
ปกปิดให้กันแบบนี้ หรือว่า พี่เขยเองก็มีเอี่ยว
อา Lei: อา Po ทำไมพูดกับพี่เขยอย่างนี้ล่ะ ทำตัวเองให้ดีก่อนเถอะ
อา Po: ทำไม ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมจะพูดไม่ได้
ทีไอ้คนที่มันยักยอกเงินไปตั้งเจ็ดแสน พวกพี่ถามแค่ว่าให้ใครยืมไปเนี่ยนะ
แถมยังแต่งเรื่องมาช่วยปกป้องอีก
ผมน่ะไม่ว่าอะไรหรอกนะที่โดนเข้าใจผิด แต่มันจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับเด็กๆ
พี่ใหญ่ พี่เป็นคนยุติธรรมนี่ พูดอะไรบ้างสิ ให้ข้อคิดเขาซักคำสิ (เอ้า ประชดเหน็บแนมเข้าไป)
แม่ใหญ่: เป๋าเล็ก ลูกก็รู้ว่าเป๋าใหญ่ขี้หลงขี้ลืม วันหลังมีอะไรก็มาบอกกับแม่ใหญ่
อีกอย่างเงินนั่นเป็นของร้าน แม่ไม่สนว่าเพื่อนลูกเป็นใคร แต่ลูกต้องใช้คืน กินข้าวเถอะ
อา Po: พี่ใหญ่ พูดแค่เนี้ย
แม่ใหญ่: เข้าใจผิดกันเอง อาหารเย็นหมดแล้ว กินข้าวเถอะ






ที่งาน Charity Home Marathon อา Po ยังไม่ยอมปล่อยวาง
เอาเรื่องนี้มาแฉให้คนอื่นได้ยิน กะให้ Tong Chi-on ได้อาย
ป๋าต้องช่วยเปลี่ยนเรื่อง เร่งให้ออกเดิน






กลับมาถึงบ้าน อา Po ก็ยังเพ่งเล็ง Tong Chi-on ทำให้เขาอึดอัด
แต่เพื่อน้องชาย แค่นี้ เป๋าเล็กทนได้




แจ๊คกี้สบายใจที่ได้มือถือคืนมาแล้ว แถมวันนี้สามีเธอก็ดูอารมณ์ดีผิดปกติ
เมื่อก่อนแค่พูดคำว่าหย่า เขาก็ไม่ฟังแล้ว
วันนี้ เขายอมฟังเธอและยังรับปากว่าจะคิดดูก่อนอีกด้วย
เมื่อหย่าเสร็จแล้ว คราวนี้เธอกับกิลเบิร์ตจะได้อยู่ด้วยกันโดยไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ อีก





คืนนั้น ป๋ากับอา Lei รอให้แม่ใหญ่หลับ แอบเข้ามาซัก Tong Chi-on
ยังไง้ ยังไง Tong Chi-on ก็ไม่ยอมหลุดปาก
ป๋าเข้าใจผิดคิดว่าเค้ามีอะไรกับเพื่อนของ Yan Yan แล้วถูกเธอแบล็คเมล์
ยิ่งได้รู้ว่าเพื่อนของ Yan Yan คือ Seung Joi-sum
ป๋ายิ่งเกิดอคติ หนที่แล้วยืมเงินไปสามหมื่น หนนี้เจ็ดแสน แถมยังให้ป๋าจ้างมาทำงานอีก
ผู้หญิงคนนี้ต้องหวังปอกลอก Tong Chi-on แน่นอน
ป๋ากับอา Lei สั่งห้ามไม่ให้ Tong Chi-on มาทำงานที่ร้านเด็ดขาด
Tong Chi-on กลุ้มใจ พูดเท่าไหร่ก็ไม่เชื่อ ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว





ถึงวันจันทร์ Tong Chi-on ไปรับ Seung Joi-sum เธออุตส่าห์ซื้อเสื้อใหม่ไว้ใส่วันเริ่มงาน
Tong Chi-on ไม่รู้จะบอกเธออย่างไร ยิ่งรู้ว่าพ่อของเธอดีใจที่เธอได้งาน เขายิ่งพูดไม่ออก




Tong Chi-on พา Seung Joi-sum ไปกินอาหารเช้า

Seung Joi-sum: ช่างบังเอิญจริงๆ เลย พอคุณรับชั้นเข้าทำงานนะ
ก็มีอีกบริษัทหนึ่งโทรมา แต่ชั้นปฏิเสธไปแล้วล่ะ ก็ชั้นรับปากคุณก่อนแล้วนี่
อ้อ ชั้นต้องไปเรียนกฎหมายทุกคืนวันพุธนะ ชั้นต้องขอออกเร็วซัก 15 นาที
Tong Chi-on: เอ่อ จะเป็นอะไรรึเปล่า ถ้าผมให้คุณเริ่มงานเดือนหน้า
Seung Joi-sum: เดือนหน้าเหรอ ทำไมล่ะ
Tong Chi-on: คนที่เค้าลาออกไป เค้าจะอยู่ต่ออีกเดือน มันก็เลยไม่สะดวก
Seung Joi-sum: ไม่เป็นไร ชั้นเข้าใจ ชั้นจะรออีกเดือน
Tong Chi-on: ไม่ต้องรอก็ได้นะ คุณมีอีกงานรออยู่ไม่ใช่หรือ
Seung Joi-sum: แต่ชั้นปฎิเสธไปแล้วนี่
Tong Chi-on: ปฏิเสธแล้ว คุณก็โทรไปหาเค้าใหม่ก็ได้ แค่โทรไม่ยากเย็นอะไร





Seung Joi-sum: คุณไม่อยากจ้างชั้นแล้วใช่มั้ย
Tong Chi-on: ผมผิดเองแหละ ผมทำให้ป๋ากับอา Lei โกรธ
พวกเค้าเลยไม่ยอมให้ผมรับคุณเข้าทำงาน ผมผิดเอง ไม่เกี่ยวกับคุณ
ผมขอโทษ ผมขอโทษ เอางี้ ผมจะจ่ายเงินชดเชยให้คุณเดือนนึง
แล้วคุณก็ไม่ต้องรีบใช้เงินคืนผมนะ อย่าร้องไห้เลยนะ
Seung Joi-sum: ชั้นไม่เป็นไร ชั้นโชคไม่ดีเอง คุณช่วยชั้นมาเยอะแล้วล่ะ





Tong Chi-on เศร้าใจ ชีวิตมีทั้งหวาน ทั้งขม ทั้งยังขื่นอีกด้วย
ป๋ายังตามมาเซ้าซี้อีก









 

Create Date : 14 มกราคม 2551    
Last Update : 20 มกราคม 2551 2:17:34 น.
Counter : 313 Pageviews.  

Heart of Greed 8







Seung Joi Sum ยังคงตั้งหน้าตั้งตาขายของล้างสต๊อคต่อไป
แม้จะไม่ค่อยได้รับความสนใจจากแม่บ้านชาวฟิลิปปินส์มากนัก
สำหรับเธอ Tong Chi-on ก็เป็นแค่คนเคยรู้จัก เดินผ่านก็แค่ทักทายกัน





หลังจากที่ Seung Joi Sum ออกจากบริษัทเก่าเพราะเจ้าหนี้ตามไปก่อกวน
เธอจึงไปสมัครงานใหม่ แม้ผลการเรียนกฎหมายปี 2 ที่มหาวิทยาลัยซิตี้จะดีแค่ไหน
แต่พอที่ใหม่รู้ว่าเธอออกจากบริษัทเก่าเพราะอะไร ก็ปิ๋ว





Tong Chi-on ยังเป็นห่วง Seung Joi Sum
เค้าเห็นสาวใช้ฟิลิปปินส์มาซื้อของที่ร้าน จึงขอให้ช่วยสอนศัพท์ฟิลิปปินส์ง่ายๆ ให้
แถมให้สอนร้องเพลงของนักร้องดังฟิลิปปินส์ให้ด้วย




Seung Joi Sum กำลังเซ็ง ขนาดซื้อ 1 แถม 1 ยังไม่มีคนสนใจ
ลีลาร้องเพลงฟิลิปปินโนของ Tong Chi-on ช่วยเรียกแขกได้เพียบ
Tong Chi-on มั่วนิ่มว่าตัวเองเป็นลูกครึ่งฟิลิปปินส์ไปโน่น
Seung Joi Sum ชักหมั่นไส้ จะสีหญิงก็ไปไกลๆ เลย
ฮู้ย เนี่ยเค้าเรียกว่าแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมต่างหาก อยู่เฉยๆ ฟังเพลงไปแล้วดีเอง
เอ่อม ว่าแต่น้อง Seung Joi Sum คะ มิน่าสินค้าน้องถึงขายไม่ออก
ก็พัดเนี่ย มันดรีมเวิล์ดของไทยง่ะ ไม่ใช่ของฟิลิปปินส์ซะหน่อย






เอาละครับ เพลิดเพลินกับการฟังเพลงกันไปแล้ว
Tong Chi-on ก็อาศัยจังหวะดึงเข้าขายของทันที
อันนี้ เข้าข่ายหลอกลวงป่าวหว่า เล่นบอกว่า Seung Joi Sum เป็นสาวฟิลิปปินส์
ที่หน้าใสแตกต่างเนี่ย เพราะใช้ครีมหน้าเด้ง ไม่เชื่อทดลองใช้ดูได้
Seung Joi Sum ผวา เครื่องสำอางอารัยยะ ยี่ห้อไม่รู้จัก จะมาทาหน้าชั้นได้ไง
ทามือไปก่อนละกัน ด้วยแรงหน้าม้า สินค้าที่เคยขายไม่ออก ก็กลับขายดิบขายดี






Seung Joi Sum ขอบคุณ Tong Chi-on ที่ช่วยให้เธอขายของได้
แหม จะแนะนำเคล็ดลับให้ คนขายของต้องรู้จักยิ้มแย้มแจ่มใส
ทำหน้าแบบแบกโลกไว้ทั้งใบ ใครจะอยากซื้อ
Tong Chi-on คืนของที่ Seung Joi Sum เอามาล้างหนี้ให้
เป็นหนี้ยังไงก็ต้องใช้ เค้าไม่ใช่เจ้าหนี้ใจดีที่ยกหนี้ให้
แต่ควรทะยอยใช้เท่าที่มี อย่าทำอะไรเกินกำลัง มีเมื่อไหร่ก็ใช้
รับรองว่าจะไม่ไปเผาบ้าน หรือพ่นสีกำแพงแน่นอน





Seung Joi Sum ถึงกับน้ำตาคลอ
ไม่เอาน่าอย่าร้องไห้ ยิ้มกันไว้ดีกว่า ดูผมดิ๊ ยิ้มแล้วหล่อโคตร

Tong Chi-on: ไม่ต้องหัวเราะซะขนาดนั้นก็ได้
หัวเราะซะเห็นฟันสี่สิบสองซี่ ไม่สวยเลย แค่ยิ้มหวานๆ ก็พอแล้ว





พ่อของ Seung Joi Sum เป็นโรคอัลไซเมอร์
แค่ออกมานอกบ้านก็หาทางกลับบ้านไม่ถูก
เค้าจึงไม่รู้เรื่องพี่ชายของ Seung Joi Sum เลย
จะบอกว่าชื่อ Tong Chi-on ก็กลัวพ่อจะจำยาก
เรียกนายโอเคละกันง่ายดี




แม่ใหญ่ไปกินอาหารร้านเดิม ถึงได้รู้จากบ๋อยว่าที่บ้านเกิดเรื่อง
จึงกลับมาซักแม่บ้าน พอดีแม่รองกลับไปเยี่ยมบ้าน
แม่บ้านเลยฉวยโอกาสแฉแต่เช้า เอ๊ย ไม่ใช่ แฉหมดเปลือก





ป๋ายังไม่รู้ว่าแม่ใหญ่รู้เรื่องหมดแล้ว ยังชวนไปเล่นไพ่นกกระจอกกับลูกๆ
แม่ใหญ่ไม่อยากจะเล่นให้เมื่อย เล่นกับกิลเนี่ยนะ นับแต้มยังไม่ค่อยจะถูกเลย
เดี๋ยวจะหาว่าผู้ใหญ่รักแกเด็ก
งั้น Tong Chi-on ขออาสาเอง ศักดิ์ศรีแชมป์ไพ่นกกระจอกในอินเทอร์เน็ต 3 สมัยซ้อน
พอจะแข่งด้วยได้ป่าว อยากแพ้นัก แม่ใหญ่ก็จะไม่ออมมือล่ะ





ยังไม่ทันจะเริ่มเล่นเลย กิลเบิร์ตก็ได้รับโทรศัพท์ตามตัว
ครอบครัวชักสงสัย สาวไหนโทรมากันเนี่ย





ขาดไปขาหนึ่ง yan-yan ก็เด็กเกินไป ห้ามเล่น
(ฉากนี้ถ้าพากษ์ไทยต้องโดนขึ้นข้อความ การพนันเป็นสิ่งผิดกฎหมาย)
พอดีได้อา Po มาชดเชย อะโห ทำไมไพ่มันห่วยอย่างนี้ล่ะ

อา Po: ไพ่เนี้ยมันแปลกดีนะ ยังกะดวงผมแน่ะ
แม่ใหญ่: ดวงเธอเกี่ยวอะไรกับไพ่
อา Po: หมอดูเพิ่งจะดูดวงให้ผมว่าเป็นดวงคนจนในครอบครัวเศรษฐี
รู้มั้ย หมายความว่ายังไง มีบุญแต่ไร้วาสนาไงล่ะ

พูดยังไม่ทันขาดคำ ป๋าก็ทิ้งไพ่ให้น็อค อ้าวไหนว่าดวงไม่ดี
อา Po เปิดไพ่ต่อไป โธ่เอ๋ย เปิดเองก็น็อค จั่วน็อคได้อีกเท่าตัว
เห็นปะ ดวงกุดจริงๆ

แถมเงินที่ได้ยังเป็นเหรียญชอคโกแลตซะอีก จะเล่นทำไมเนี่ย





แม่ใหญ่: ถ้าเธอไม่ชอบเหรียญชอคโกแลต พี่จะให้คำๆ หนึ่งกับเธอแล้วกัน
คำว่าส่ง เขียนเป็นมั้ย เขียนด้วยตัวทหารบนเรือ
หมายความว่า เรือนำทหารไปสู่สนามรบ
เอาล่ะเธอมีเรือลำใหญ่แล้วนะ อยู่ที่ว่าเธออยากเป็นทหาร หรือเธออยากสู้ล่ะ
อา Po: เอาล่ะ ต่อไปผมจะใช้ชีวิตตามคำๆ นี้ ผมจะทำงานหนัก ผมจะสู้





กิลไปพบแจ๊คกี้ที่ร้านอาหาร แจ๊คกี้ระแวงว่าถูกปาปารัซซี่ตามจึงขอให้กิลนั่งแยกโต๊ะกัน
จริงๆ แล้ว เธอคิดมากไปเอง ปาปารัซซี่ที่ไหน จะพาลูกสาวมาทำงานด้วย
แต่ยังไงแจ๊คกี้ก็ยังไม่สบายใจ ออกไปเจอกันที่ลานจอดรถดีกว่า
คบกับดาราที่มีสามีแล้ว ก็ต้องหลบซ่อนๆ ยังงี้แหละ กิลเอ๊ย






ระหว่างขับรถ ปรากฎว่ามีปาปารัซซี่ไล่ตามมาถ่ายรูปของทั้งสองคน
กิลจึงต้องรีบซิ่งหนี





กิลไม่พอใจที่แจ๊คกี้ไม่ยอมพูดเรื่องหย่ากับสามีซะที

แจ๊คกี้: คุณคิดว่าชั้นไม่พูดเหรอ ชั้นพูดตั้งหลายครั้งแล้ว แต่เขาไม่ยอมฟัง
จะให้ชั้นทำยังไงล่ะ คุณคิดถึงความรู้สึกชั้นบ้างมั้ย
กิลเบิร์ต: ก็มีทางเลือกแค่สองทาง คุณพูดกับเขาให้รู้เรื่อง หรือไม่งั้น เราก็
แจ๊คกี้: เราก็อะไร เลิกกันงั้นหรือ ก็ได้ เลิกก็เลิก
ชั้นรู้ว่าคุณลำบากใจที่ต้องคบกันแบบนี้ ยังไงพวกเราคงไม่อาจลงเอยกันได้
ต่อไปชั้นจะไม่โทรหาคุณ ชั้นจะไม่กวนใจคุณอีก
คุณจะได้ไม่ต้องกดดัน ไม่ต้องเครียด ชั้นขอให้คุณมีความสุข ลาก่อน






อะโด่ คิดว่าจะใจแข็งจริง

กิลเบิร์ต: แจ๊คกี้
แจ๊คกี้: ต่อไปอย่าพูดว่าจะเลิกกับชั้นอีกนะ ชั้นจะไม่ยอมเลิกกับคุณ






จูบกันอย่างดูดดื่มเหลือเกิน แฟนคลับฟงฟงไม่ค่อยคุ้นเคยง่ะ



Tong Chi-on กับกิลเบิร์ตถูกคนติดตาม
Tong Chi-on คิดว่าเป็นคนของอา Weng ที่มีเรื่องกันหนที่แล้ว
จึงวิ่งหนีไปอีกทางหนึ่ง เพื่อล่อคนร้ายไป
แต่ที่ไหนได้ คนร้ายจ้องเล่นงานกิลเบิร์ต ยังดีที่แค่สั่งสอนพอหอมปากหอมคอ
กิลเบิร์ตไม่ยอมให้ Tong Chi-on แจ้งความ เค้าอ้างว่าตีผิดตัว
แค่ซื้อยานวดมาก็พอแล้ว







Tong Chi-on ไปจ่ายตลาด เจอกับพ่อของ Seung Joi-sum
เธอไปสัมภาษณ์งาน พอดีที่บ้านท่อตัน พ่อเลยมาตามหาช่างประปา
Tong Chi-on ฟังแล้วก็งง ช่างประปาที่ไหนอยู่ในตลาด
แถมพ่อดันนึกว่าคนขายหมูเป็นช่างประปาซะอีก
Tong Chi-on กลัวเรื่องจะไปกันใหญ่ เลยอาสาซ่อมท่อให้เอง




แค่ใช้แรงปั๊มท่อหน่อย ก็เรียบร้อย คุณพ่อโล่งอก




กะว่าจะขอเปิดแอร์เย็นๆ ให้หายเหนื่อย แอร์ก็ดันเสีย
เอาล่ะ Tong Chi-on จัดให้ แค่ซ่อมแอร์เรื่องจ้อย





พอซ่อมแอร์เสร็จ ก็เห็นเจ้าคิวสกปรกเลยจับอาบน้ำซะเลย
Tong Chi-on ตาไว เห็นโถส้วมมีรอยแตก
เค้าเป็นห่วงว่าถ้าไม่ระวังจะได้รับบาดเจ็บ เลยจัดการซื้อมาเปลี่ยนให้





แถมยังกำชับพ่อไม่ให้บอก Seung Joi-sum ด้วยว่าเค้าเป็นคนซ่อม
Seung Joi-sum เป็นคนหยิ่ง เด๋วเธอจะรู้สึกไม่ดี พ่อก็บอกว่าซ่อมเองละกันนะ





Seung Joi-sum พาแก๊งค์สี่สาวมาเที่ยวบ้าน
อารัยกันเนี่ย แอร์ก็เย็น แมวก็สะอาด
เมื่อเช้าโถส้วมยังเป็นสีขาว ไหงตอนบ่ายกลายเป็นสีน้ำเงินซะงั้น
พ่อไม่ยักลืมที่ Tong Chi-on กำชับไว้ บอกว่าตัวเองเป็นคนทำ





สี่สาวไม่ยอมเชื่อ ซักจนพ่อยอมบอกว่าเป็นนายโอเคทำให้
Seung Joi-sum จึงรู้ว่าเป็น Tong Chi-on เพราะตอนแนะนำตัว
Tong Chi-on เคยบอกพ่อเธอว่าเค้าชื่อเล่นว่าโอเค





ลง Yan Yan รู้ ก็ได้รู้กันหมดทั้งบ้านแหละ
Tong Chi-on ยังปากแข็งไม่ยอมรับ
แอบปิ๊งเพื่อนน้องก็ยอมรับมาดีกว่า โดนล้อยังงี้ Tong Chi-on ก็อายเป็นนะตัว





ป๋ารีบรวดรัด เอาวันเดือนปีเกิดมา เด๋วเอาไปดูดวงสมพงษ์ให้

Tong Chi-on: ขอพูดเป็นครั้งสุดท้าย ผมไม่ได้ชอบเพื่อน Yan Yan
อา Lei: เพื่อน Yan Yan ก็อายุแค่สิบเก้าเองสิ
Yan Yan: เพื่อนรุ่นพี่อ่ะค่ะ แก่กว่าหนูหลายปี
กิลเบิร์ต: เพื่อน Yan Yan รับมือยากนะพี่ เค้าอาจจะขอให้พี่ร้องเพลงแบบเรนก็ได้
Tong Yan Kai: รับมาเถอะน่าว่าอยากมีแฟนเด็ก




Tong Chi-on พยายามไล่ทุกคนออกจากห้อง แต่แต่ละคนก็สอดรู้สอดเห็นกันทั้งนั้น
ดีที่แม่ใหญ่เข้ามาไล่ให้ทุกคนลงเป็นกินรังนกก่อนนอน





Tong Chi-on นึกว่าแม่ใหญ่จะไม่เชื่อเหมือนคนอื่นซะอีก แม่ใหญ่กลับถามว่าเมื่อไหร่จะพามาบ้านล่ะ ป่อยยย




อา Po อารมณ์ดีกลับมา เค้าบอกว่าคำที่แม่ใหญ่ให้เป็นแรงบันดาลใจให้เขาสู้ชีวิต
ตอนนี้ คนจีนแผ่นดินใหญ่ สามารถเดินทางมาฮ่องกงได้อย่างอิสระ
อา Po คิดจะร่วมมือกับบริษัททัวร์ นำกรุ๊ปมาลงที่ร้าน โดยให้ค่าคอมบริษัททัวร์ 3%
แม่ใหญ่ก็เห็นชอบด้วย เมื่อทหารมีความตั้งใจสู้
คนทั้งครอบครัวก็ต้องทำหน้าที่เป็นเรือติดเทอร์โบขนส่งทหารไปยังสนามรบ






ทั้งร้านเตรียมตัวต้อนรับทัวร์จีน อา Po แนะนำเป๋าฮื้ออย่างดีให้
แต่เมื่อบอกราคาทุกคนต่างบ่นว่าแพง อา Po ลดราคาให้ถึง 40%
เล่นเอาป๋า Tong Chi-on และอา Lei ตกใจ ขืนขายก็มีหวังเจ๊งสิคะ





อา Lei รีบเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ เธออ้างว่าตัวที่ลดราคานั้นขายหมดไปแล้ว
เอาอย่างนี้แล้วกัน สินค้าที่ขายจะลดให้ 5%
ลูกค้าต่างไม่พอใจ จึงกลับไปโดยไม่มีใครยอมซื้อ




อา Po ไม่พอใจรีบกลับมาฟ้องแม่ใหญ่ ไหนว่าจะให้การสนับสนุนเต็มที่ไง
นี่ไม่ใช่เรือติดเทอร์โบแล้ว ทำอย่างนี้เท่ากับล่มเรือกันต่างหาก

Tong Yan Kai: อา Po แกก็รู้ว่าบริษัทเรามีกำไรเท่าไหร่ ขืนขายราคานี้ ก็ขาดทุนตายเลย
อา Po: พี่เขยก็ต้องหัดยอมเสียก่อน เพื่อที่จะได้สิ เราต้องขุดบ่อล่อปลา
พวกพี่ต้องหัดมีวิสัยทัศน์กันบ้าง มองไปให้ไกลๆ หน่อย
Tong Yan Kai: ชั้นกลัวแต่ว่า กว่าจะได้ปลาใหญ่ เราก็เสียเหยื่อไปหมดซะก่อน
อา Po: พี่รู้มั้ย กว่าผมจะหว่านล้อม เกลี้ยกล่อมทัวร์ได้ ผมต้องเอาอกเอาใจพาไปเลี้ยงคาราโอเกะตั้งเท่าไหร่
เคยเบิกพี่ซักเหรียญมั้ย ผมต้องฝืนยิ้มเอาใจพวกเค้า ผมเคยบ่นซักคำมั้ย
ที่ผมทำไปเนี่ยเพื่อใคร เพื่อ Tong Ki ใช่มั้ย





อา Lei: พูดซะสวยหรูเชียวนะ ที่เธอทำไปก็เพื่อตัวเองมากกว่า
เฮีย Tim ร้านข้างๆ เค้าโทรบอกพี่ว่า พวกบริษัททัวร์ก็โทรหาเขา
ให้เขาร่วมมือหลอกเจ้าของร้าน โดยขายสินค้าให้ทัวร์ถูกๆ เพื่อให้คนซื้อเอาไปขายเอากำไร
แล้วให้เงินใต้โต๊ะเขายี่สิบเปอร์เซ็นต์ ชั้นพูดถูกใช่มั้ย
Tong Yan Kai: อา Po แกโกงร้านเหรอเนี่ย ยังเป็นคนอยู่รึเปล่า
Tong Chi-on: อาทำอย่างนี้จริงหรือ





อา Po: พี่รอง พี่หาว่าผมร่วมมือกับบริษัททัวร์โกงร้านเรา
พี่ใส่ร้ายผม กับน้องชายแท้ๆ พี่ยังทำได้ลง
พี่ใหญ่ พี่จะปล่อยไปอย่างนี้เหรอ ผมไม่ยอมนะ
แม่ใหญ่: พี่ไม่ยอมปล่อยไปอย่างนี้แน่ พี่จะต้องสืบความจริงให้ได้
ป๋าโทรไป ICAC
Tong Yan Kai: แม่ เอาจริงเหรอ
แม่ใหญ่: บอกให้โทร ก็โทรสิ
อา Lei: พี่ใหญ่ ชั้นอาจจะจริงจังมากไป ยังไงพวกเราก็พี่น้องกัน
แม่ใหญ่: เธอสองคนยังเจ็บช้ำน้ำใจไม่พออีกเหรอ พี่รู้ทุกอย่าง
พี่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นตอนที่พี่ไปอังกฤษ ชั้นรู้ว่าใครสร้างปัญหา
ป๋าเองก็อัดอั้นจนต้องร้องไห้ เธอก็ถูกเขาดูถูกที่ร้านอาหาร ต้องยอมกล้ำกลืนตามลำพัง
ตอนพี่รู้ พี่เสียใจแค่ไหน




อา Po: พี่อยากจะรื้อฟื้นเรื่องนี้ใช่มั้ย ได้ ตอนแรกผมก็อยากจะลืมเรื่องนี้หรอกนะ
ผมน่ะเป็นนายน้อยของร้าน แต่พี่กลับใส่ชื่อคนอื่นเป็นเจ้าของร้าน แทนที่จะเป็นผม
พี่สัญญาอะไรกับพ่อไว้ก่อนพ่อตาย ยังจำได้มั้ย
แม่ใหญ่: Ling Po วันนี่ พี่จะสั่งสอนให้เธอรู้สำนึกซะบ้าง
เธอชอบพูดว่าตัวเองเป็นคนจนในครอบครัวรวย เธอมีบุญแต่ไร้วาสนา
พี่จะบอกให้นะ มันตรงกันข้าม เธอมีวาสนา แต่ไม่มีบุญ
รู้ตัวมั้ยว่าเธอวาสนาดีแค่ไหน ที่มีพี่ มีพี่เขยดีๆ แต่เธอมันรวยเร็วเกินไป
ตอนพ่อเสีย เธอได้มรดกไปไม่น้อย ไม่ถึงยี่สิบ เธอก็มีเงินตั้งแปดล้านเหรียญ
แต่เธอไม่มีปัญญาจะรักษามันเอาไว้
Tong Yan Kai: ใจเย็นๆ นะแม่นะ
อา Po: พี่ใหญ่ ทำไมพี่พูดอย่างนี้ล่ะ ตอนนั้น ผมอยากทำร้านเพื่อพิสูจน์ความสามารถ
ใครจะไปคิดว่าตลาดมันจะย่ำแย่ จนผมต้องปิดร้าน พอผมเอาเงินไปซื้อหุ้น ตลาดหุ้นก็ดันล่ม
มันเป็นความผิดของผมหรือ
แม่ใหญ่: พี่ผิดหวังในตัวเธอจริงๆ ปีนี้เธอก็จะสามสิบเจ็ดแล้ว
เธอทำตัวเป็นขยะมาสามสิบเจ็ดปีแล้วรู้ตัวบ้างมั้ย











 

Create Date : 03 มกราคม 2551    
Last Update : 12 มกราคม 2551 16:58:34 น.
Counter : 408 Pageviews.  

Heart of Greed 7







จากตอนที่แล้ว Tong Chi-on ย้อนกลับไปตามหา Seung Joi Sum
บริเวณที่เขาเห็นเธอตอนนั่งแท็กซี่ผ่าน
Tong Chi-on ขอโทษที่เขาหลุดปากพูดเรื่องเธอยืมเงินออกไป
แต่เขาไม่เคยพูดว่าเธอเป็นผู้หญิงหากินที่มาหลอกเขานะ
เรื่องมันแล้วก็ขอให้แล้วกันไป โอเคมะ

Tong Chi-on: แต่ไหนไหน ก็ไหนไหน ขอพูดหน่อยเถอะ
เอาเงินสามหมื่นไปแทงบอล มันเสี่ยงไปนะ ถึงหนนี้จะโชคดีก็เหอะ
ลูกบอลกลมๆ มันไม่แน่ไม่นอน เอาล่ะ เอาล่ะ ไม่พูดเรื่องนี้อีกก็ได้
เรื่องพี่ชายเธอ ชั้นฟังจาก Shui Mak-mak แล้ว
เค้าช่างโง่จริงๆ จำนวนแม่บ้านฟิลิปปินส์มีแต่จะลดลง
เพราะต้องแข่งขันกับแม่บ้านไทยกับอินโด
Seung Joi Sum: หยุดพูดได้แล้ว
Tong Chi-on: ไม่พูด ไม่พูด ผมแค่ไม่อยากให้เราคาใจกัน
Seung Joi Sum: มีอะไรต้องคาใจล่ะ คุณใจดีกับชั้นออก
ถ้าเป็นพวกเจ้าหนี้เงินกู้ ป่านนี้ชั้นคงโดนตบไปแล้ว
เนี่ยก็แค่โดนดูถูก โดนถากถางเท่านั้นเอ๊ง
Tong Chi-on: ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น
Seung Joi Sum: ใบกู้ชั้นก็เขียนให้แล้ว เลิกยุ่งกับชั้นซะที
Tong Chi-on: คุณเปลี่ยนเบอร์มือถือรึเปล่า
ผมขอเบอร์ใหม่ของคุณไปให้ Shui Mak-mak ได้มั้ย
Seung Joi Sum: ชั้นไม่ได้เปลี่ยนมือถือ ชั้นถังแตกจนต้องขาย พอใจรึยัง






Seung Joi Sum เอาของไปขายแบกะดิน ขายถูกๆ ก็ยังไม่มีคนสนใจ



Tong Yan-kai ไม่สบายก็ไม่ยอมกลับบ้าน
ถ้ายังแก้ไขปัญหาครอบครัวไม่เสร็จล่ะก็ ยังไงก็ไม่กลับ
ที่ไอเนี่ยเพราะเครียดต่างหาก ยามาถึงเมื่อไหร่ก็หายไอแน่




ยามาแล้วครับทั่น อา Po กลับมาจากตรวจฟาร์มเป๋าฮื้อที่ตงก่วน
กลับมาก็โม้สะบั้นว่าทำงานหนักน่าดู กินนอนอยู่ที่ฟาร์มตลอดสามวัน
แต่จริงๆ แล้วก็แอบเที่ยวหญิง




Tong Yan-kai พาอา Po ไปเลี้ยงสเต๊ก แล้วขอให้ช่วยเกลี้ยกล่อมพี่รองให้กลับบ้าน
ตอนแรกอา Po ก็โอเค แต่พอรู้ว่าพี่ใหญ่ให้ใส่ชื่อแม่รองในร้านสองแห่ง อารมณ์ก็เปลี่ยน

อา Po: พวกพี่ๆ ทำแบบนี้ ผมเสียใจนะ ตอนพ่อเสียได้สั่งให้พี่สองคนดูแลผมให้ดี
แม้ตอนนั้นผมจะแค่หกขวบ ผมก็จำทุกคำที่พ่อพูดได้อย่างแม่นยำ
พี่ๆ รับคำ และสาบานกับพ่อว่าจะดูแลผม และรักผม
Tong Yan-kai: พี่ใหญ่กับพี่รองเขารักเธอมากนะ
อา Po: รักเหรอ พี่ใหญ่ดีต่อ Kam มาก แล้วพี่เค้าเคยคิดถึงผมบ้างมั้ย
พี่ใหญ่เป็นเจ้าของร้าน 31 แห่ง มีทรัพย์สินตั้งหกร้อยล้าน
แล้วดูซิ พี่ยกร้านให้คนอื่นได้ แล้วทีผมล่ะ Kam ไม่เกี่ยวข้องทางสายเลือดกับพี่ใหญ่ด้วยซ้ำ
ถ้าพ่อฟื้นขึ้นมารู้เข้า ต้องตบสั่งสอนพี่ใหญ่แน่
Tong Chi-on: แม่ใหญ่ดีกับอาออก ปีที่แล้วอาเป็นหนี้พนันบอลเขาตั้งหกหมื่นเหรียญ แม่ใหญ่ก็จ่ายให้
อา Po: นั่นเพราะพี่ใหญ่ไม่มีทางเลือกหรอก ใช่ว่าเค้าดีกับอาซะที่ไหน
เงินน่ะสำคัญกับพี่ใหญ่มากกว่าอะไร พี่เขย พี่ก็พูดเองว่าผมทำงานดี มีความสามารถ
เดือนๆ นึง ผมได้เงินเดือนแค่สองหมื่นสี่ รวมโบนัสแล้ว เฉลี่ยก็ได้เดือนละสามหมื่นสองเอง
พี่เขยก็รู้ว่าผมทำกำไรให้ร้านตั้งเท่าไหร่ แค่สองหมื่นสี่ ค่าอาหารยังไม่พอจ่ายเลย
แล้วนายรู้ได้ยังไงว่าพี่ใหญ่จ่ายหนี้ให้อา เพราะพี่ใหญ่คอยตอกย้ำ พูดเรื่องนี้ตลอดปี
ถ้าพี่ใหญ่ยกร้านให้ผมซักร้านสองร้าน มีหรือผมจะหวังรวยจากการพนันบอล
พี่เขยบอกพี่ใหญ่ ต่อไปไม่ต้องจ่ายเงินเดือนให้ผมแล้ว ผมลาออก





ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก
อา Po กลับมาเก็บข้าวของ ยื่นใบลาออก ไปคนเดียวยังไม่พอ
ลากเอา Kat ลูกน้องคู่ใจออกไปด้วย




Shui Mak-mak กำลังจะบินไปต่างประเทศ
เธอกังวลเรื่อง Seung Joi Sum จึงแวะมาหา Tong Chi-on ก่อนขึ้นเครื่อง
โล่งอกไปทีที่เจอ Seung Joi Sum แล้ว
แต่ยังไงก็ควรเอาหนังสือกฎหมายไปคืนซะด้วย ไม่งั้น Seung Joi Sum สอบไม่ผ่านล่ะก็ น่าดู
Tong Chi-on ไม่รู้จะติดต่อ Seung Joi Sum อย่างไร ก็เธอขายมือถือไปแล้ว
Shui Mak-mak แนะให้ฝากข้อความไว้ที่บล็อกของ Seung Joi Sum




Tong Chi-on เข้าไปที่บล็อก เขาได้อ่านไดอารี่ของ Seung Joi Sum
ที่บรรยายความรู้สึกของเธอในแต่ละวัน กลางวันทำงาน กลางคืนเรียน





ในวันที่ Seung Joi Sum มาขอยืมเงินนั้น เพราะเธอจนหนทาง
เจ้าหนี้เงินกู้จะมาทวงหนี้ตอนสี่โมงเย็น บ่ายสองแล้วเธอยังหาเงินไม่ได้
จึงต้องมาขอยืมเงินจาก Tong Chi-on




3 พ.ค. Seung Joi Sum ขายล้างสต๊อกทั้งวันได้มาแค่สิบเหรียญ
กำลังหดหู่ ก็ได้เห็นชายหนุ่มที่เธออยากเจอเขามากที่สุด (ใครเอ่ย อิอิ)
แต่เวลานี้ เธอไม่อยากให้เขาเห็นเธอเลย เธออยากให้เขาจำเธอในสมัยก่อนได้มากกว่า





โผล่มาให้ดีใจ แต่ก็แค่ 7 วิ ฮึ



5 พ.ค. Seung Joi Sum ต้องเอาเจ้าเหมียวคิว ออกขายผ่านเว็บ
เพราะเธอต้องการใช้เงินสองพันเหรียญ





Tong Chi-on ไม่อยากให้ Seung Joi Sum ต้องขายเจ้าคิว
จึงไปขอความช่วยเหลือจากกิลเบิร์ต ซึ่งกำลังฝันหวานถึงแฟนอยู่พอดี
ต้องรีบปิดหน้าจอแทบไม่ทัน จะเข้าห้องก็ไม่เคาะประตู





กิลเบิร์ตก็ไม่ค่อยรู้จักเว็บขายของเท่าไหร่ ต้อง Foon แน่ะ



เข้าเว็บกันอยู่นาน จน Foon หนีออกไปเที่ยวแล้ว เพิ่งจะหาเจอ
มามะขอพี่ชายจุ๊บที หยึยยย




เริ่มต้น Tong Chi-on ก็ให้ประมูลที่สองพันเหรียญ
แล้วยังประมูลแข่งกับตัวเองอีก เอาเข้าไป เล่นเอากิลเบิร์ตงง





จนสุดท้ายประมูลไปที่สี่พันเหรียญ



Seung Joi Sum ดีใจที่มีคนซื้อเจ้าคิวในราคาสูงกว่าที่คิดไว้
Tong Chi-on ให้เบอร์มือถือเขาไป เธอจึงรีบไปซื้อมือถือถูกๆ มาไว้โทรติดต่อTong Chi-on กลัว Seung Joi Sum จับได้ อุตส่าห์ดัดสำเนียงแบบคนแผ่นดินใหญ่
กิลเบิร์ตชักกลุ้มกับพี่ชาย เฮ้อ ทำไปได้





Tong Chi-on นัดเจอกับ Seung Joi Sum ที่สวน
เขาอำเธอว่าจะเอาเจ้าคิวไปดองยามังกรหงส์เสือ
มังกรก็งู หงส์ก็ไก่ เสือก็แมว กินแล้วจะได้เลือดลมดี
Seung Joi Sum ตกใจจนมือไม้อ่อน เรื่องอะไรจะขายแมวไปให้กินล่ะ

Tong Chi-on: อ่ะ ล้อเล่น คนแก่ก็ขี้เล่นอย่างนี้แหละ
ไม่ดีเหรอ เจ้าคิวจะได้ไม่เหงา





Seung Joi Sum ฉุนจัด ที่พบว่า คนซื้อคือ Tong Chi-on ล้อเล่นแบบนี้ไม่ขำนะ

Tong Chi-on: อย่าโกรธน่า ที่ผมทำไปตั้งมากมาย
เพราะอยากให้คุณอารมณ์ดีขึ้นบ้าง
บล็อกของคุณเนี่ยมีข้อคิดดีๆ เยอะเลยนะ ผมว่าจะจดไปให้น้องๆ อ่าน
คุณบอกว่า การหยุดพัก เพื่อที่จะเดินทางไปได้ไกลยิ่งขึ้น
คำว่าขื่นขม เขียนด้วยเส้นสามเส้นเหนือคำว่าปาก





ยิ่งพูดยิ่งทำให้ Seung Joi Sum รมณ์เสีย ไม่ขง ไม่ขายมันแล้ว แมวเนี่ย

Tong Chi-on: ไม่ขายก็ไม่ว่านะ ฟังผมพูดซักคำ ผมขอโทษ
Seung Joi Sum: ขอโทษทำไม ฉันไม่ได้โกรธคุณซักหน่อย
ฉันอยากจะขอบคุณที่คุณทำอะไรตั้งหลายอย่างเพื่อชั้น
แต่ชั้นอยากพึ่งลำแข้งของตัวเองในการหาเงินมาใช้หนี้คุณ
ขอให้ชั้นมีศักดิ์ศรีเหลืออยู่บ้างจะได้มั้ย




Tong Yan-kai ยังหาทางกู้วิกฤติในครอบครัว
ในฐานะผู้นำครอบครัว ต้องจัดการแก้ไข จะปล่อยปละละเลยไม่ได้
Tong Chi-on กลัวว่ายิ่งทำจะยิ่งยุ่งอ่ะดิ
ป๋าให้ Tong Chi-on นัดน้องๆ กับอา Po มากินข้าวเย็น
ส่วนป๋าจะนัดแม่รองกับอา Lei เอง

ป๋าเตรียมร่างสุนทรพจน์ยาวเป็นหน้าๆ กะจะให้ซึ้งใจน้ำตาไหลพราก
คนฟังจะหลับซะก่อนล่ะมั้ง ไม่เวิร์คหรอกป๋า ถึงเวลาต้องใช้ไพ่ตายแล้วล่ะ





กิลเบิร์ตควงแจ๊คกี้ไปเลือกซื้อรถ
พนักงานขายจำแจ๊คกี้ได้ ยังถามถึงสามี เธอเลยอ้างว่ากิลเบิร์ตเป็นพี่ชาย

แจ๊กกี้: แหม แค่บอกว่าเป็นพี่ชาย ก็ต้องอารมณ์เสียด้วยเหรอ
กิลเบิร์ต: เปล่านี่ คุณจะแนะนำผมเป็นอย่างอื่นได้เหรอ




Tong Chi-on โทรตามกิลเบิร์ตกลับมากินข้าวบ้าน
เลยอดดินเนอร์กับแจ๊คกี้เลย





ส่วนป๋าก็ไปตามแม่รอง แม่รองยอมง่ายๆ ผิดคาดแฮะ แม่รองอยากรู้ว่าอา Lei จะมาไม้ไหน



Tong Chi-on ตามอา Po กลับ ตอนแรก อา Po ก็ไม่ยอม
แหม ต้องให้ใช้กำลังด้วย




เต็มใจบ้าง ไม่เต็มใจบ้าง ทุกคนก็ต้องมา




Tong Yan-kai: ลูกๆ รู้ไหมชื่อของพวกลูก คือความคาดหวังที่ป๋ากับแม่ใหญ่มีต่อครอบครัว
On, Yat, Foon, Yan หมายถึงเราหวังว่าครอบครัวจะมีความสุขตลอดไป
รู้มั้ยลูกๆ โตขึ้นมาเนี่ยเพราะกินอะไร
Foon: กินข้าวสิป๋าก็
Tong Yan-kai: ไม่ใช่ เป๋าฮื้อต่างหากล่ะ รู้มั้ยเป๋าฮื้อมีความหมายถึงความอดทน
ครอบครัวต้องมีความอดทน และการยอมให้กัน
อา Lei: พี่เขย จะพูดอะไรก็พูดมาตรงๆ เลยดีกว่า
Tong Yan-kai: งั้นป๋าจะเข้าสู่ประเด็นล่ะนะ ระยะหลังนี้ ครอบครัวเรามีปัญหามากมาย
Kam ไม่พอใจ Lei เพราะเธอมีความอดทนต่ำ
Lei ออกจากบ้าน เพราะไม่ยอมให้ Kam ส่วนอา Po ก็ไม่ยอมอดทนกับเรื่องเล็กน้อย
ต่างคนต่างชี้หน้าว่าคนอื่น แต่ลืมไปว่าเวลาชี้นิ้วไปที่คนอื่น อีกสามนิ้วจะหันกลับมาหาเราเอง






กิลเบิร์ต: เดี๋ยวดิป๋า ผมเพิ่งเช็คเน็ต ไม่เห็นมีที่ไหนพูดเรื่องเป๋าฮื้อ หมายถึงความอดทนเลย
ป๋ามั่วแต่งขึ้นมาเองรีเปล่า
Tong Yan-kai: แกเรียนเมืองนอก จะรู้วัฒนธรรมจีนลึกซึ้งได้ยังไง

ก่อนจะออกนอกเรื่องไปกันใหญ่ ป๋ารีบดึงกลับมา

Tong Yan-kai: ปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นเพราะเรื่องร้านใช่มั้ย
ที่ป๋ากับแม่ใหญ่ไม่ได้ใส่ชื่อทุกคนลงไป เพราะไม่ว่าจะมีชื่อหรือไม่ ร้านนี้ก็เป็นของทุกคนอยู่ดี




พูดไปพูดมา ก็ยังไม่ซึ้งกัน ป๋าไม่ยอมแพ้ วันนี้ เตรียมตัวมาดี
มีกระดานมาด้วย ไม่ใช่เกมส์โชว์นะป๋า

Tong Yan-kai: อักษร Kou หมายถึงความกลมเกลียว
ถึงตัดคำออก ก็ยังหมายถึงความกลมเกลียวอยู่ดี
Foon: ผมเล่นมั่ง คำนี้ต่อให้ตัดหรือไม่ตัดรากศัพท์คำว่า Shui ออก ก็หมายถึงสีเขียว
แม่รอง: เฮอะ คำนี้ จะตัดหรือไม่ตัดรากศัพท์คำว่าหญ้าออก ก็หมายถึง Lei (อ้าวว่ากระทบนี่ฝ่า)
กิลเบิร์ต: ผมก็รู้คำนึง คำนี้ จะตัดหรือไม่ตัดรากศัพท์คำว่าหูออก ก็อ่านออกเสียงเดียวกัน
อา Po: มาผมมั่ง คำนี้ ไม่มีรากศัพท์คำว่าไฟ ก็หมายถึงชาวนา
ใส่รากศัพท์คำว่าไฟลงไป ก็แปลว่าถังแตก ซึ่งหมายถึงผมเอง
มีอีกคำนะ มีเงินก็เป็นคน ไม่มีเงินก็เป็นผี






เผลอไม่ได้ เป็นออกนอกเรื่องกันอยู่เรื่อย
เอาเป็นว่าป๋าขอฟังความคิดเห็นทุกคนเรื่องการใส่ชื่อร่วมในร้านก็แล้วกัน

สำหรับกิลเบิร์ตใส่ชื่อหรือไม่ ก็ไม่แตกต่าง
แต่สำคัญที่ผลตอบแทนเท่านั้น ร้านส่วนใหญ่อยู่ในย่านเก่า ที่ให้ผลตอบแทนต่ำแค่ 7% ของเงินลงทุน
ฝากแบงค์ตอนนี้ก็ได้ดอก 4-5% แล้ว น่าจะขายร้านซักครึ่งหนึ่งเป็นอย่างน้อย
แล้วนำเงินมาลงทุนขยายสาขาร้านเป๋าฮื้อเพิ่ม หรืออาคารสำนักงานให้เช่าชั้นนำก็ได้
แม่รองเห็นด้วยทันที เรื่องเงินต่อเงินเข้าทางแม่รองอยู่แล้ว
กลัวแต่ว่าจะมีคนหวงก้าง กั๊กไม่ขาย จนร้านพังไปข้าง
Foon ก็เห็นด้วยกับความคิดพี่ชาย อา Po ยิ่งไม่ต้องคิด ได้เงินสดมาล่ะก็ดีแน่






Lei: พวกเธอชักจะล้ำเส้นมากไปแล้วนะ จะไม่เคารพอา อาก็ไม่ว่า
แต่ยังไงก็ไม่ควรจะขายร้าน อีกหน่อยสมบัติจะกระจัดกระจายหมด
แม่รอง: แล้วไง ถึงงั้นก็เป็นเรื่องของตระกูล Tong เธอมันแซ่ Ling เกี่ยวอะไรด้วย
Lei: เธอไม่ให้เกียรติชั้น ชั้นก็ไม่สน แต่อย่าสร้างความแตกแยกจะได้มั้ย
เธอทำอย่างนี้ เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้เด็กๆ นะ
อา Po: พี่รองพูดถูก ขอเคลียร์หน่อยนะ
ถ้าพ่อผมไม่ทิ้งมรดกไว้ให้ มันจะงอกเงยเป็นร้านตั้ง 31 ร้านมั้ย
เพราะฉะนั้นร้านก็เป็นสมบัติของตระกูล Tong กับ Ling
คนแซ่ Wong ไม่เกี่ยว รู้ไว้ด้วย Wong Sau-kam
แม่รอง: ชั้นไม่เกี่ยวได้ไง Foon เป็นลูกของ Tong Yan-kai นะ
ถ้าจะแบ่งร้าน Foon ก็ต้องได้ด้วย
Lei: เลิกพูดเรื่องแบ่งร้านได้แล้ว ไม่งั้นชั้นพี่ใหญ่กลับมาชั้นจะเล่าให้ฟังให้หมด
แม่รอง: เธอเอาพี่ใหญ่มาขู่ชั้นเหรอ เชิญไปฟ้องเลย ชั้นไม่กลัวหรอก





ป๋าเห็นท่าไม่เข้าที เริ่มแผนต่อไปเลยดีกว่า
ทำอย่างนี้ป๋าเสียใจนะ ไม่อยากอยู่แล้วบ้านนี้ เก็บของไปดีกว่า
ลีลาร้องห่ม ร้องไห้ แถมไออย่างสาหัสของป๋า ได้ตุ๊กตาทองแน่
เล่นเอา อา Lei ใจอ่อน ยอมย้ายกลับเข้ามา
แม่รองก็กลัวป๋าจะโกรธ ช่างเถอะ ไม่ต้องใส่ชื่อในร้านแล้วก็ได้
อา Po ยอมกลับมาทำงานที่ร้าน
ทุกคนสัญญาว่าจะปิดเรื่องนี้ ไม่เล่าให้แม่ใหญ่รู้





หลังจากทุกคนออกจากห้องไปแล้ว ป๋าดีใจจนออกนอกหน้า
หัวเราะเพลินไปหน่อย ถูกจับได้เลย
ป๋ายังอุตส่าห์แถ ไปอีกว่า ลูกผู้ชายเศร้ามากๆ แทนที่จะร้องไห้ก็กลับหัวเราะ
หัวเราะทั้งน้ำตาน่ะเคยเห็นมั้ย





ปรากฏว่าแม่ใหญ่กับ Yan Yan กลับมาก่อนกำหนด
โหย แก้ปัญหาได้เฉียดฉิวมาก โล่งอกไปที








 

Create Date : 17 ธันวาคม 2550    
Last Update : 22 ธันวาคม 2550 22:44:58 น.
Counter : 289 Pageviews.  

Heart of Greed 6







Seung Joi Sum เจ็บใจที่โดนอา Po ถากถาง
จะคืนเงินให้ก็ไม่มีตังค์ซะอีก เงินในธนาคารมีไม่ถึง 500 เหรียญ เลยถอนด้วยเอทีเอ็มไม่ได้
ขาดไปแค่ 2.50 เหรียญ คนข้างหลังก็ใจดำ ไม่ยอมโอนให้ก่อน




มีเงินสดติดตัวแค่ 400 คงไม่พอคืน Seung Joi Sum ตัดสินใจขายมือถือ
เจ้าแรกให้ราคา 500 โห เพิ่งซื้อมาไม่กี่เดือนราคาไหงตกไวจัง




เจ้าต่อไปค่อยดีหน่อย ให้ราคาพันนึง แต่ขอดูข้างในก่อน
เล่นแกะออกมาซะเละ แล้วบอกว่าสภาพตกน้ำมาแล้ว ให้ได้แค่ 300
เอ่อม แล้วมัยไม่ใส่คืนให้ล่ะ สุดท้ายก็จำใจต้องขาย





เจ็ดร้อยก็เจ็ดร้อย คืนเท่านี้ไปก่อนแล้วกัน ที่เหลือจะค่อยผ่อนให้

อา Po: บ้าป่าว ยืมสามหมื่น คืนเจ็ดร้อย ดอกเบี้ยยังไม่ได้เลย
ตอนแรกก็มาทำแอ๊บแบ๊ว ตอนนี้ก็ทำเป็นคืนเงิน เรียกร้องความเห็นใจล่ะไม่ว่า





Seung Joi Sum ฟังแล้วก็ยิ่งเจ็บใจ ค้นทั้งบ้านก็มีของที่พอจะมีราคาอยู่แค่เนี้ย
ถึงจนก็ไม่ยอมให้ใครดูถูกนะยะ




ที่ค้นๆ มาได้ก็มีพวกคูปองร้านเค้ก คูปองซูเปอร์ สแตมป์แทนเงิน บัตรเงินสด
แล้วก็หอยเชลล์อบแห้งที่ Tong Chi-on เคยให้มา รวมๆ แล้วก็ได้ราว 1600 เหรียญ
อา Po อึ้ง อะโห คำนวณเร็วยังกะเครื่องคิดเลข





เงินที่ยังเป็นหนี้อีก 24800 Seung Joi Sum เขียนใบกู้ไว้ให้
โดยจะผ่อนชำระให้ 12 งวด แถมจ่ายดอกเบี้ยเท่าที่แบงก์กำหนดด้วย
ถ้ายังไม่พอใจ ก็เอาหนังสือกฎหมายเป็นหลักประกันไว้ก่อน หนังสือเนี่ยราคาแพงนะ

Tong Chi-on: ผมไม่ใช่พวกเจ้าหนี้หน้าเลือดนะ คุณไม่ต้องเอาของมาวางขนาดนี้
Seung Joi Sum: เอาเบอร์บัญชีมา ไม่ต้องห่วง
ชั้นจะโอนเงินให้คุณเมื่อครบกำหนด อย่ามาว่าชั้นเสียๆ หายๆ อีกนะ





Tong Chi-on เห็น Seung Joi Sum พูดแบบนี้ก็ชักสงสัย
อา Po ไปพูดอะไรกับเธอรึเปล่าเนี่ย

อา Po: ชั้นก็แค่เตือนเธอว่าอย่ามาทำแอ๊บแบ๊ว เอาแมวมาหลอกให้สงสารหน่อยเลย
Tong Chi-on: แน่ใจนะ ว่าพูดแค่นี้
อา Po: ชั้นก็แค่พูดว่า ถ้าอยากได้เงินขนาดนี้ ทำไมไม่ไปขายตัวบนถนน
แข่งกับพวกสาวๆ จากแผ่นดินใหญ่เลยล่ะ
Tong Chi-on: ห๊า




แม่รองยังไม่หายอารมณ์เสียเรื่องร้าน
Tong Yan-kai ต้องการประสานรอยร้าว จึงใช้ชื่อ Lei
อ้างว่า เธอต้องการขอโทษเรื่องที่เกิดขึ้นจึงเสนอร้านใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม
แถมอยู่ในทำเลที่ดีกว่าให้สองร้านเป็นการชดเชย
ร้านนึงอยู่ติดสถานีรถไฟ ส่วนอีกร้านก็อยู่ในย่าน Mong Kok
แม่รองฟังแล้วยิ้มออก






Tong Yan-kai รีบมาดักรออา Lei ที่กลับจากมาเก๊า
เค้าขอโทษแทนแม่รองและเกลี้ยกล่อมให้เธอยอมเปลี่ยนร้านให้

Tong Yan-kai: พี่เลือกร้านไว้แล้ว พี่สาวเธอก็เห็นชอบ
Lei: ได้เลย ไม่มีปัญหา
Tong Yan-kai: เอ่อ แต่พี่อยากให้เธอรับว่าเป็นไอเดียเธอน่ะ
Lei: ก็มันไอเดียพี่นี่ ทำไมมาโบ้ยให้เป็นไอเดียชั้นล่ะ
Tong Yan-kai: เธอก็รู้ว่า Kam เค้าคาใจกับเรื่องนี้มาก
แบบนี้มันไม่ดีสำหรับครอบครัวนะ พี่นอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว
Lei: ก็ได้ ก็ได้ พี่ว่าไงก็ว่างั้น





Tong Yan-kai สารภาพว่าได้บอกแม่รองไปแล้ว
เธอดีใจมากเลยจองโต๊ะที่ร้าน Yue Moon ไว้ตอน 1 ทุ่ม
แถม Tong Yan-kai ยังรอบคอบซ้า
อุตส่าห์เตรียมคุ้กกี้จากมาเก๊าให้อา Lei ถือไปเป็นของฝากด้วย




Tong Yan-kai บังคับให้ลูกๆ ทุกคนต้องไปร่วมงานคืนดีงานนี้ให้ได้
กิลเบิร์ตไม่อยากไปเพราะกำลังคุยเรื่องธุรกิจกับเพื่อนอยู่
แต่ป๋ายื่นคำขาด ถ้าไม่ไป ก็ไม่ต้องทำมันแล้วธุรก่ง ธุรกิจ
ป๋าเผด็จการไปป่าว อ่ะ อ่ะ ไปก็ไป





Tong Yan-kai มั่นใจว่าเมื่อปฏิบัติการครั้งนี้เสร็จสิ้น
แม่รองกับอา Lei จะต้องกลับมาปรองดองกันเหมือนเดิม




เพิ่งจะสั่งอาหารเสร็จ แม่รองก็อารมณ์บูดมาเชียว

แม่รอง: Tong Yan-kai คุณจำร้านหมอจัดกระดูกที่ถนน Smithfield ได้ใช่มั้ย
Tong Yan-kai: ร้านหมอจัดกระดูกเหรอ เอ
แม่รอง: ร้านนี้ใช่มั้ย ที่ Lei เป็นคนเสนอให้ใส่ชื่อชั้นเป็นเจ้าของร่วม
Tong Yan-kai: อ๋อ ร้านใหญ่ที่อยู่หัวมุม ใช่ ใช่
แม่รอง: แล้วเธอยังเสนอให้ใส่ชื่อชั้นในร้านเลขที่ 68 ถนน Sai yee ด้วยใช่มั้ย
Tong Yan-kai: ใช่สิ ร้านใหญ่ตั้งอยู่ย่าน Mong Kok
แม่รอง: Foon กลับ

ทุกคนเป็นงง แม่รองอารมณ์ไหน อาหารยังไม่ขึ้นโต๊ะเลย ทำไมจะรีบกลับ





ตอนนี้อาหารเลิศรสแค่ไหนก็กินไม่ลงแล้ว
วิลเลียมทนายของแม่รอง เพิ่งจะโทรมาบอกว่าได้เช็คกับกรมที่ดิน
พบว่าติดกับร้านหมอจัดกระดูก กำลังจะเปิดโรงฆ่าสัตว์
พอรู้เข้าหมอก็ไม่ยอมต่อสัญญา ต่อไปจะหาใครมาเช่า
ส่วนร้านเลขที่ 68 ถนน Sai yee ชั้นสองก็มีคนถูกไฟคลอกตายเมื่อปีกลาย
ป่านนี้ร้านยังว่างอยู่เลย แม่รองไม่พอใจอา Lei หนักเข้าไปอีก เนี่ยนะ จริงใจ




หวังดีกลับกลายเป็นร้ายซะได้ Tong Yan-kai รีบแก้ตัวว่า
เขาเนี่ยแหละเป็นคนเลือกร้านเอง อา Lei ไม่รู้เรื่อง
มาบอกความจริงตอนนี้ มีหรือที่แม่รองจะเชื่อ ก็ถามย้ำตั้งสามครั้งว่าใครเป็นคนต้นคิด
ป๋าก็ตอบว่าอา Lei ทุกครั้ง ลูกๆ เป็นพยานได้

Tong Yan-kai: อา Lei ไม่รู้เรื่องจริงๆ ไม่เชื่อเดี๋ยว Lei มา เธอถามเค้าดูก็ได้
แม่รอง: ได้เลย งั้นชั้นจะรอถามต่อหน้าให้รู้เรื่อง




Tong Yan-kai รีบออกมาโทรหาอา Lei
เจอฝากข้อความ จึงกำชับไม่ให้เธอรับสมอ้างว่าเป็นคนเสนอเรื่องร้าน
แต่กลับคลาดกัน อา Lei เข้าร้านไปโดยไม่เห็นเค้า




อา Lei ไม่รู้เรื่องรู้ราว ก็ทำตามสคริปต์ที่ Tong Yan-kai วางไว้
รีบเอาคุกกี้ให้ก่อน

แม่รอง: ใจดีจังนะ เธอดีกับชั้นมากพอแล้วล่ะ ไม่ต้องซื้อของฝากให้ก็ได้
อา Lei: แค่คุกกี้ธรรมดาเอง
แม่รอง: อ๋อ ชั้นหมายถึงเรื่องร้านน่ะ
อา Lei: ในเมื่อพี่ใหญ่อยากให้ใส่ชื่อเธอเป็นเจ้าของร้านร่วม
ชั้นเลยหาร้านให้เธอ 2 ร้าน ไม่รู้ว่าถูกใจเธอรึเปล่า (ซวยค่ะ ซวยแน่ๆ งานนี้)






แม่รองปี๊ดแตก

แม่รอง: เธอแน่มาก เอาร้านสั่วๆ มาให้ชั้น แม่คนตีสองหน้า
อา Lei: เธอพูดอะไร ชั้นไม่เข้าใจ
แม่รอง: ชั้นสิไม่เข้าใจ พี่ใหญ่รักชั้น อยากให้ใส่ชื่อชั้นเป็นเจ้าของร่วม
เธอมาวุ่นวายอะไรนักหนา นี่มันเรื่องระหว่างชั้น อา Kai กับพี่ใหญ่ เธอไม่เกี่ยว
อา Lei: ชั้นไม่รู้ว่าเธออารมณ์เสียเรื่องอะไร
ไม่สงสารพี่เขยบ้างหรือ เค้าถึงกับนอนไม่หลับที่เห็นเราสองคนทะเลาะกัน
เค้าทำไปตั้งมากมายเพื่อให้เรื่องมันจบ ทำไมเธอยังสร้างปัญหาไม่เลิก
มีความสุขเหรอไง ที่เห็นคนในครอบครัวต้องมาทะเลาะกัน





แม่รอง: ชั้นรู้ว่าสามีชั้นดีกับชั้นแค่ไหน ไม่ต้องให้เธอมาบอกหรอก
พี่ใหญ่ก็ดีกับ Foon และชั้นมาก เรากลมเกลียวกันดี
แต่มีบางคนสิขี้อิจฉา ชอบยุ่งกับเรื่องชาวบ้าน
อา Lei: พูดให้ดีนะ ชั้นไปยุ่งเรื่องของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่
แม่รอง: ตอน Foon เข้าประถม ชั้นกับสามีสิต้องเป็นคนเลือกโรงเรียนให้เค้า
Tong Chi-on: แม่รองครับ เรื่องมันก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว อย่าพูดถึงอีกเลย
อา Lei: ใช่ ตั้งนานแล้ว ที่ชั้นเก็บความอัดอั้นตันใจไว้
ตอนนั้น เธอเป็นคนตัดสินใจส่งเค้าไปเข้า St.Kelvin
เราต้องเข้าแถวคอยทั้งคืนเพื่อรับใบสมัคร เธอบอกว่าเธอรู้จักครูใหญ่ของโรงเรียน
แต่มันไม่ถูกใจชั้นเลย นักเรียนก็ซน เครื่องแบบก็เป็นสีเขียวน่าเกลียด
เพราะเห็นแก่หน้าเธอหรอกนะ ชั้นถึงต้องยอมส่งเค้าเข้าโรงเรียนนี้
แล้วเป็นไง เค้าต้องเรียนซ้ำชั้น





ลูกๆ พยายามช่วยกันคัดค้าน ก็ Foon ขี้เกียจเองนี่นา เกี่ยวไรกับอา Lei ล่ะ
แม่รองยิ่งฉุน ตกลง Foon มันลูกใครกันแน่




อา Lei: พูดจบรึยัง ที่ชั้นต้องจัดการเรื่อง Foon ก็เพราะเธอนั่นแหละ
ภาษาอังกฤษก็ไม่รู้ แค่ ABC ยังเขียนไม่ได้ สอนลูกก็ไม่เป็น
เอะอะก็โมโหโทโส เอาแต่หยิกลูกจนเขียวช้ำ จน Foon ต้องร้องไห้มาหาชั้น
ชั้นน่ะแค่อยากจะช่วยเขาหรอก ภาษาจีนไม่ดี ชั้นก็ติวให้
ภาษาอังกฤษไม่ดี ชั้นก็จ้างครูฝรั่งมาสอน ชั้นผิดตรงไหน
Foon บอกแม่เธอซิว่าอาทำอะไรผิด
Foon: ไม่ครับ อาไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ใจเย็นๆ นะครับ อย่าโมโหน้า





แม่รอง: ต่อให้ชั้นไม่มีปัญญาจะสอนลูก ก็ให้พ่อมันสอนสิ
เธอไม่ต้องมายุ่ง ถ้าสอนเก่งนัก ไม่มีลูกซะเองล่ะ มาแย่งลูกชั้นทำไม
ทั้งลูก ทั้งร้าน ทำไมต้องมาแย่งของของชั้นด้วย
อา Lei: พูดอะไร ใครแย่งร้านเธอ ชั้นดูแลร้านให้พี่ใหญ่
ไม่เคยเอาร้านเป็นของตัวเอง ชั้นไม่เหมือนเธอหรอก
เที่ยวโลภอยากให้ร้านเค้า เงินเค้า
Wong Sau-kam ทำไมไม่เปลี่ยนชื่อไปเป็นแม่คนโลภ Wong ไปซะเลยล่ะ




กว่า Tong Yan-kai จะกลับเข้ามาในห้อง เรื่องก็ถึงจุดเดือดพอดี
ใคร๊จะกล้าเข้าไปขวาง ไม่กลัวตายเรอะ

แม่รอง: ใจเธอมันคิดอะไร อย่านึกว่าชั้นไม่รู้
คนไม่มีครอบครัวอย่างเธอ ก็อยากจะขโมยครอบครัวคนอื่น
ที่ไม่มีครอบครัวก็เพราะใครล่ะ
ตอนพ่อเธอเสีย เค้าแบ่งสมบัติให้เท่าเทียมกันทั้งสามคน
แต่เธอดันโง่ไปคบกับหมอไม่ได้ความ โดนมันปอกลอกซะหมดตัว
ถูกหลอกทั้งเงินทั้งตัว จะไปโทษใครได้ ยังไงเธอก็ไม่ควรคิดฮุบสมบัติพี่สาว





Kai พยายามไกล่เกลี่ย แม่รองกำลังของขึ้น ห้ามไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ซะแล้ว

แม่รอง: หลายปีมานี้ ชั้นแนะนำผู้ชายดีๆ ให้ เธอก็ดูถูกพวกเค้า
หัดดูตัวเองซะบ้าง ทำหน้าตาบูดบึ้งทั้งวัน ผู้ชายคนไหนเห็น ก็เมินหนีกันหมด
Foon ต่อไปไม่ต้องเรียกอาแล้วนะ เรียกสาวเทื้อจะดีกว่า
Foon: แม่ฮะ พอเถอะ





อา Lei ทนฟังต่อไปไม่ได้ จึงหนีกลับบ้านไปเก็บข้าวของ
ขอไปอยู่เงียบๆ คนเดียวซักระยะ พี่ใหญ่กลับมาจะอธิบายเอง
ส่วนสัญญาเช่าก็ขอคืนให้ไปเลย เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าเธอจ้องฮุบสมบัติ
ตั้งแต่พรุ่งนี้ขอลาพักร้อนที่บริษัท ไม่อยากเห็นหน้าคน
Tong Yan-kai และหลานๆ ช่วยกันขอร้อง Lei แต่ก็ไม่ได้ผล





Tong Chi-on ปลอบใจป๋า เรื่องทะเลาะกันเป็นเรื่องธรรมดา บ้านไหนก็มี
ไว้แม่ใหญ่กลับมา มองอา Lei กับแม่รองด้วยสายตาดุๆ ซะคนละที
เรื่องก็เรียบร้อย ตอนนี้อยู่เฉยๆ รอเวลาไปจะดีกว่า




Shui Mak-mak กลับมาถึงฮ่องกง ลงเครื่องปุ๊บก็โทรหา Tong Chi-on ปั๊บ
ไหน ขอเคลียร์เรื่อง Seung Joi Sum หน่อยซิ




Tong Chi-on กำลังอยากคืนของให้ Seung Joi Sum พอดี

Tong Chi-on: ผมกับเพื่อนคุณ รู้จักกันนานแค่ไหนเชียว
มายืมเงินผมตั้งสามหมื่นเหรียญ ผมอุตส่าห์เบิกเงินมาให้ ดันเอาไปเล่นพนันบอล
เป็นผู้หญิงยิงเรือ เล่นพนันบอลมันดีตรงไหน อารมณ์ก็ร้อนเหลือเกิน
โดนอา Po สอนเข้าหน่อย ก็มาโวยวาย เอาของพวกนี้มาให้
ผมไม่อยากให้ Yan Yan มาสุงสิงกับเพื่อนแบบนี้หรอก เดี๋ยวจะพลอยเสียคนไปด้วย
Shui Mak-mak: คุณมันเลวจริงๆ
Tong Chi-on: เฮ้ย ไหงงั้น อยู่ดีๆ ทำไมผมกลายเป็นคนผิดไปได้ล่ะ





Seung Joi Sum: Shui Mak-mak เมื่อไหร่เธอจะกลับซะที ชั้นแย่แล้ว
อยู่ดีๆ พี่ชายชั้นก็หายตัวไป พวกเจ้าหนี้มาตามทวงเงิน
ร้านพี่ชั้นเจ๊งอีกแล้ว แถมเป็นหนี้ตั้งสามหมื่นเหรียญ
พวกมันยังตามไปรังควานที่สำนักงานกฎหมาย ทำให้ชั้นต้องโดนไล่ออก
ชั้นไม่รู้จะทำยังไงดี ชั้นกลัวพวกมันกลับมาพ่นสีเขียนข้อความขู่ให้พ่อชั้นตกใจ





Shui Mak-mak: อันนี้เป็นข้อความที่สอง
Seung Joi Sum: Shui Mak-mak ชั้นแก้ปัญหาได้แล้วนะ
พี่ใหญ่ของ Yan Yan เป็นคนดีมากเลย เค้าให้ชั้นยืมตังค์สามแสนโดยไม่ถามซักคำ
เค้ายังสัญญาว่าจะไม่บอกใครด้วย ค่อยยังชั่วหน่อย




Shui Mak-mak: ยังมีอีกนะ
Seung Joi Sum: Shui Mak-mak ชั้นเอง
ทำไมเธอยังไม่กลับมาซะที พวกมันบอกว่าชั้นใช้หนี้ไม่ทันกำหนด
แค่สามหมื่นเหรียญไม่พอ ชั้นต้องจ่ายดอกอีกหกพันเหรียญ
ชั้นไม่รู้จะไปหาเงินหกพันเหรียญจากไหน
ชั้นไม่กล้าขอให้ Tong Chi-on ช่วยแล้วล่ะ เค้าช่วยชั้นมามากแล้ว
ชั้นได้ข่าวว่าคืนนี้ มีแมทช์แข่งระหว่างเชลซีกับทีมใหม่ เชลซีต้องชนะแน่นอน





Tong Chi-on: ผมไม่รู้มาก่อนเลย
Shui Mak-mak: โอ๊ย มีอีกเยอะที่คุณไม่รู้
Seung Joi Sum: Shui Mak-mak อย่าใช้เงินมากนะ
อย่าซื้อเสื้อผ้าเพลินล่ะ เป็นหนี้คนอื่นมันเจ็บปวดอย่างนี้นี่เอง
Tong Chi-on เค้าบอกคนอื่นว่าชั้นหลอกเงินเค้า ชั้นอายคนเค้าเหลือเกิน
ชั้นไม่อยากทิ้งเจ้าคิวไว้เป็นภาระของพ่อ ถึงกระเตงมันไปไหนมาไหนด้วย
แต่อาเค้ากลับว่าชั้นเอาแมวมาแกล้งทำให้ดูน่าสงสาร
เค้าว่าชั้นโลภมาก น่าจะไปขายตัวแข่งกับสาวแผ่นดินใหญ่
ตั้งแต่เกิดมาชั้นไม่เคยถูกใครดูถูกเหยียดหยามขนาดนี้เลย





Shui Mak-mak: Tong Chi-on มากไปแล้วนะ คุณเป็นลูกผู้ชายรึเปล่า
อย่างนี้ก็พูดออกมาได้ Seung Joi Sum เรียนกฎหมาย เธออยากเป็นทนาย
คุณกลับบอกให้เธอไปขายตัว แค่นี้เธอก็โชคร้ายพอแล้ว
เธอควรจะมีอนาคตที่ดีกว่านี้ แต่พี่ชายเธอก็ก่อเรื่องให้เธอเดือดร้อนครั้งแล้วครั้งเล่า
Tong Chi-on: พี่ชายเธอทำอะไร
Shui Mak-mak: พี่ชายเธออายุจะห้าสิบแล้ว ไม่เคยทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
วันวันคิดแต่อยากจะรวย ก่อนหน้านี้ เค้าบอกว่าคนสูงอายุมักเป็นโรคไขข้อ
เค้าก็เปิดสตูดิโอสอนเต้นชาช่า ซึ่งก็เจ๊งแหงล่ะ สุดท้ายเป็นหนี้ตั้งสามแสนเหรียญ
ต่อมาเค้าก็บอกว่าอัตราการเกิดในฮ่องกงต่ำที่สุดในโลก เพียง 0.9%
คนฮ่องกงนิยมเลี้ยงสัตว์มากกว่าเลี้ยงลูก เค้าเปิดร้านขายสัตว์เลี้ยง
แล้วเป็นไง สูญเงินไปอีกห้าแสนเหรียญ แถมยังทิ้งเจ้าคิวไว้ให้ Sum ดูแลอีก
ยิ่งครั้งหลัง ยิ่งแย่สุด เค้าบอกว่ามีแม่บ้านฟิลิปปินส์เป็นแสนในฮ่องกง
ถ้าเปิดร้านขายของฟิลิปปินส์ต้องขายดีแน่ แต่ก็เจ๊งตามเคย
Sum ต้องคอยรับภาระหนี้สินของเค้าทุกที
หลายปีมานี้ Sum ต้องเอาเงินที่เธอหามาได้ รวมถึงทุนการศึกษา ไปจ่ายหนี้สินแทนเค้า
จนถึงป่านนี้ เธอถึงยังเรียนไม่จบไงล่ะ แต่ที่ซวยที่สุด ก็คือมาเจอคุณเนี่ยแหละ
คุณเป็นลูกผู้ชายรึเปล่า ชั้นไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหน ใจแคบ ปากมากเท่าคุณ
คุณจะไม่ให้เธอยืมเงินก็ได้นี่ เมื่อให้ยืมแล้วก็ไม่ควรจะถากถางเธอสิ
Sum น่าจะขอยืมเงินคนอื่นซะยังดีกว่า
Tong Chi-on: Shui Mak-mak ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจจะหลุดปากบอกอา Po
Shui Mak-mak: คุณจะตั้งใจหรือไม่ ชั้นไม่สน ชั้นสนอย่างเดียวคือหา Sum ให้เจอ





Tong Chi-on กับ Shui Mak-mak ช่วยกันหาตัว Seung Joi Sum เท่าไหร่ก็ไม่เจอ
กำลังจะแยกย้ายกลับบ้าน Tong Chi-on เช็คยอดในเอทีเอ็มพบว่า
Seung Joi Sum โอนเงินมาให้อีกพันเหรียญ ทั้งคู่เริ่มสบายใจว่า Seung Joi Sum คงไม่เป็นไร





Tong Yan-kai ควานหาที่กบดานของอา Lei
ที่สุดก็พบว่าอา Lei แอบไปหลบที่คอนโดย่าน Quarry Bay
โทรหาเท่าไหร่ก็ไม่ยอมรับสาย ก็เลยต้องชวน Tong Chi-on ไปช่วยกันเกลี้ยกล่อม
ระหว่างทาง Tong Chi-on เห็น Seung Joi Sum แว้บๆ
Tong Yan-kai ไม่พอใจที่เวลาสำคัญของครอบครัว ยังไปสนใจผู้หญิงหิวเงินคนนี้อีก
ทำอะไรก็ต้องมีก่อนมีหลัง อยากเห็นครอบครัวแตกแยกรึไง





ไปถึงรปภ.ก็บอกว่าอา Lei หิ้วกระเป๋าออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว
เห็นว่าจะไปพักผ่อนที่เกาะ Lamma




Tong Yan-kai พยายามโทรติดต่ออา Lei แต่ Tong Chi-on คัดค้าน
น่าจะให้เวลา อา Lei บ้าง ไม่โทรก็ได้ งั้นส่ง sms ไปก็แล้วกัน
แค่ส่ง SMS ยังเถียงกันเรื่องคำพูดไม่จบ พอดีแม่ใหญ่กับ Yan Yan โทรเข้ามาก่อน
ทั้งคู่กำลังช้อปปิ้ง เลยคิดถึงป๋ากับแม่รอง ตั้งใจจะซื้อเสื้อมาฝาก
แม่ใหญ่เพิ่งวางสายจากอา Lei โชคดีที่อา Lei ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังเลย






ป๋าซึ้งใจที่แม่ใหญ่ให้อภัยเรื่องที่ตัวเองจะหนีไปเที่ยวกับแม่รอง
ยังอุตส่าห์คิดจะซื้อของมาฝากอีก อา Lei ก็ใจกว้าง เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ยังไม่บอกแม่ใหญ่
คิดดูสิว่าที่พวกเค้าทำไป ก็เพื่ออยากให้ครอบครัวสมัครสมานสามัคคี
ป๋าจึงตั้งใจที่จะทำให้ครอบครัวกลับมารักใคร่กันเหมือนเดิมก่อนแม่ใหญ่กลับให้ได้




Seung Joi Sum มาเก็บของที่ร้านของพี่ใหญ่
พี่ใหญ่บอกให้คอยเค้ากลับมาก่อน ใครจะไปรอได้
วันพรุ่งนี้ก็ต้นเดือนแล้ว ไม่เก็บของวันนี้ เจ้าของร้านเค้าจะเก็บค่าเช่าอีกเดือน
ตอนนี้ มีตังค์จ่ายที่ไหนล่ะ ขนาดมือถือยังต้องไปยืมร้านข้างๆ มาใช้ก่อน
คนที่ Sheung Wan เค้าเห็นชั้นเป็นพวกต้มตุ๋นไปแล้ว
พี่ใหญ่บอกให้ Seung Joi Sum เอาของในร้านไปขายที่ Queen’s Statue Square
รับรองว่าได้เงินมากพอจ่ายหนี้แน่
Seung Joi Sum เข้าร้านได้ก็ยิ่งเซ็ง ไหนพี่ใหญ่ว่าเก็บของเรียบร้อยแล้วไง
ยังไม่เห็นเก็บอะไรซักอย่าง ต้องมาเก็บเองอีกแระ





ระหว่างขนของก็ได้เจอกับ Tong Chi-on








 

Create Date : 04 ธันวาคม 2550    
Last Update : 11 ธันวาคม 2550 22:31:43 น.
Counter : 442 Pageviews.  


magarita30
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Myspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace Glitter
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2539 ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่และอ้างอิงส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของข้อความในสื่อ คอมพิวเตอร์แห่งนี้เพื่อการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Friends' blogs
[Add magarita30's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.