Group Blog
 
All Blogs
 

Face To Fate ตอน 10





จากตอนที่แล้ว เสิ่นฉินหงถูกทำร้ายตกหน้าผา โชคดีฮูหยินเสิ่นกับหลี่ปูยีมาช่วยไว้ทัน แต่คนร้ายก็ขโมยหยกไปจนได้




ฮูหยินเสิ่นได้กลิ่นบางเบาชนิดหนึ่ง ซึ่งไม่มีคนอื่นได้กลิ่น นางจึงยังไม่มั่นใจว่านางคิดมากไปเองหรือเปล่า



หยกของราชสำนักมีค่าควรเมืองใครนะที่กล้าลงมือ เสิ่นฉินหงสงสัยว่าจะเป็นจอมโจร Wu Hoi แต่จอมโจรผู้นี้ไม่เคยลงมือตามลำพัง จึงไม่น่าจะใช่
ฮูหยินสงสัยว่าอาจจะเป็น จอมโจรขโมยสุสานอี้ฝูหยงแม้นางจะเร้นกายไปหลายปี แต่อาจจะปรากฎกายขึ้นมาชิงหยกก็ได้
หลี่ปูยีไม่เห็นด้วย เพราะวรยุทธ์ของอี้ฝูหยงไม่เก่งกาจเท่าจอมโจรชุดดำ โจรผู้นี้ต้องไม่ธรรมดา ถึงกล้าชิงสมบัติทางการ
หัวหน้าขบวนคุ้มกันเห็นด้วยกับหลี่ปูยี เค้าก็จะออกสืบหาอีกทางหนึ่ง





เสิ่นฉินหงยังงอนบิดาอยู่ เมื่อไม่มีใครในสำนักเชื่อ จะกลับไปทำไม ฮูหยินเสิ่นจึงบอกนางว่าเจ้าสำนัก Siu ถูกเปิดโปงว่าเป็นคนทรยศแล้ว ฉินหงดีใจมากแต่ยังแอบเล่นตัว



หลี่ปูยีนำทั้งสามกลับไปที่สำนักนักพรต เค้ายอมให้ทั้งหมดพักอยู่ด้วย แต่ไม่ขอยุ่งเกี่ยวเรื่องของยุทธภพ เรื่องขโมยขโจรก็ไปตามหากันเอาเองเถอะ



ฮูหยินเสิ่นได้กลิ่นหอมของหญ้าวิเศษเทียนซาน ที่นักพรตนำมาจากเสฉวนเพื่อใช้เป็นกระษัยยา นางจึงเริ่มสงสัยเค้า



หลี่ปูยี: ทำไมฮูหยินถึงสนใจหญ้าวิเศษเทียนซานนัก
ฮูหยินเสิ่น: ท่านจำได้หรือไม่ ตอนที่ขบวนสินค้าถูกปล้น ข้าถามว่าพวกท่านได้กลิ่นอะไรหรือไม่ กลิ่นนั้นเป็นกลิ่นของหญ้าวิเศษเทียนซานผสมกับกลิ่นกำยาน เป็นกลิ่นเดียวกันกับที่ข้าได้กลิ่นที่อารามนักพรต

ฮูหยินเสิ่นสงสัยว่านักพรตไม้จะเป็นโจรผ้าดำที่ขโมยหยกไป แต่เนื่องจากเหตุการณ์ยังไม่กระจ่าง นางกับหลี่ปูยีจึงตกลงกันว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับชั่วคราว





ซึ่งก็เป็นอย่างที่พวกเค้าคาดเดา นักพรตไม้เป็นคนขโมยหยกไปจริงๆ



ฮูหยินเสิ่นอำลานักพรต เพื่อสืบหาจอมโจรชุดดำ นางให้เสิ่นฉินหงกลับสำนักไปกับศิษย์พี่รอง เพื่อจะได้แจ้งข่าวให้เจ้าสำนักเสิ่นทราบ ฉินหงอยากจะอยู่ช่วยหาหยกมากกว่า
ฮูหยินเสิ่นกับหลี่ปูยีจะลงเขาไปสืบในตัวเมือง ส่วนหลวงจีนอยากตายรอรับข่าวจากหัวหน้าขบวนคุ้มกันสินค้า





หลวงจีนอยากตายเซ้าซี้ขอตามลงเขาไปด้วย ให้อยู่รอข่าวที่อารามมันง่ายไปป่าว ไม่ได้ใช้ฝีมือเลย หลี่ปูยีกับฮูหยินเสิ่นรู้ว่านักพรตไม้ต้องมาแอบฟังแน่ จึงแกล้งหลอกไปว่า หยกที่จอมโจรฉกไปนั้น เป็นหยกปลอม หยกจริงอยู่กับพวกเค้า ด้วยเหตุนี้ เค้าจึงต้องรีบเดินทางทันที




เสิ่นฉินหงดื้อไม่ยอมกลับตามที่ฮูหยินสั่ง นางอยากจะหาหยกให้เจอเพื่อชื่อเสียงของสำนักเขาปลาบิน
นางจึงเกลี้ยกล่อมเยี่ยชูเซินและเยี่ยม่งเซอะให้สะกดรอยตามฮูหยินกับหลี่ปูยีไป
เยี่ยม่งเซอะไม่ไว้ใจที่ฮูหยินเดินทางไปตามลำพังกับหลี่ปูยีอยู่แล้ว นางจึงตกลงด้วยทันที





หลี่ปูยีกับฮูหยินเสิ่นเข้าพักที่โรงเตี๊ยม ฮูหยินเผลอทำปิ่นตก



หลี่ปูยีเห็นปิ่นแล้วนึกถึงวันเก่าๆ ที่เค้าฝึกยุทธ์ร่วมกับฮูหยินเสิ่น นางคิดว่าเอาชนะเค้าได้แล้ว แต่เค้าเสียบกิ่งดอกเหมยไว้ที่สายรัดเอวนาง คิดไม่ถึงนางจะนำดอกเหมยมาทำเป็นปิ่น





สามปลาโง่ เอ๊ย สามปลาบินน้อยแอบเฝ้ามองพวกเค้าจากห้องพักตรงข้าม

เยี่ยชูเซิน: ข้ายังคิดว่าเราไม่ควรทำอย่างนี้ (แล้วทำไมไม่ห้ามล่ะฟ้อย เป็นศิษย์พี่ซะเปล่า)
เยี่ยม่งเซอะ: หลี่ปูยีหาข้ออ้างไม่ให้พวกเราติดตามเค้า ข้าไม่รู้ว่าเค้าเล่นอะไรอยู่
เยี่ยชูเซิน: พวกเจ้าทำเหมือนกำลังจับผิดเค้าสองคน มากกว่าช่วยเหลือพวกเค้า
เสิ่นฉินหง: แล้วศิษย์พี่ไม่คิดว่าแปลกหรือ ฮูหยินเจ้าสำนักเขาปลาบินกลับร่วมเดินทางกับบุรุษตามลำพัง
เยี่ยชูเซิน: อาจารย์หญิงไม่ใช่คนแบบนั้น เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว พวกเค้ากำลังทำเรื่องสำคัญกันอยู่นะ
เยี่ยม่งเซอะ: ไม่ใช่ว่าข้าไม่ไว้ใจอาจารย์หญิง แต่ข้าไม่ไว้ใจหลี่ปูยี

ศิษย์พี่รองขี้เกียจจะพูด ไปนอนดีกว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้จะตื่นไม่ไหว




เยี่ยม่งเซอะเผลอหลับไป เมื่อตื่นขึ้นมานางเห็นหลี่ปูยีเข้าไปในห้องของฮูหยินกลางดึก




นางตามเข้าไปขัดขวางเค้าจนเกิดการต่อสู้กัน




ระหว่างนั้น จอมโจรผ้าดำก็บุกเข้ามา หลี่ปูยีมัวแต่ถูกเยี่ยม่งเซอะพัวพันเข้ามาช่วยไม่ทัน ฮูหยินเสิ่นจึงถูกจับเป็นตัวประกัน เยี่ยชูเซินมาช่วยฮูหยินไว้ได้





อุตส่าห์วางแผนไว้ดิบดี ต้องมาเสียแผนเพราะสามปลาโง่เนี่ย สำนึกกันบ้างมั้ย

เยี่ยม่งเซอะ: อาจารย์หญิง เป็นเพราะข้าสะเพร่าเอง




หลี่ปูยีชวนพวกเค้ากลับไปที่อาราม ปรากฎว่าทั้งนักพรตทั้งลูกศิษย์เผ่นหนีกันไปหมดแล้ว

เสิ่นฉินหง: เป็นข้าข้าก็เผ่น ท่านยังคิดซื่อๆ ว่าพวกเค้าจะกลับมาอีกหรือ
หลี่ปูยี: ข้ารับรองว่าไม่เกินครึ่งชั่วยาม พวกเค้าต้องกลับมาแน่

พูดไม่ทันขาดคำ นักพรตก็กลับมาซะแล้ว นักพรตสารภาพว่าจะไปขโมยหยกที่โรงเตี๊ยม เห็นหลี่ปูยีกับฮูหยินสลับห้องกัน เค้าจึงเข้าไปขโมยในห้องที่ฮูหยินเข้าไปพัก พอเปิดกล่องดูกลับว่างเปล่า
ตัวเองโดนผงคันที่หลี่ปูยีทาไว้ที่กล่อง หลี่ปูยีตกลงจะให้ยาถอนพิษ ถ้านักพรตรับปากคืนหยกให้ และยอมเข้าร่วมงานประลอง





ที่ขโมยหยกมาเนี่ยไม่ได้โลภอะไร แต่อยากรู้ความลับที่ซ่อนยาอายุวัฒนะในหยก จากตำนานจิ๋นซีฮ่องเต้ให้คนนำเด็กชายหญิง 100 คนออกทะเลตามหายาอายุวัฒนะ บางคนบอกว่าเค้าค้นพบยานั้นแต่ไม่ได้มอบให้จิ๋นซี กลับซ่อนไว้ในที่แห่งหนึ่ง ซึ่งมีแต่หยกเท่านั้นจึงจะบอกที่ซ่อนได้
นักพรตได้พยายามหาความลับที่ซ่อนอยู่แต่ไม่พบ ดังนั้นเค้าจึงเชื่อเมื่อได้ยินฮูหยินบอกว่าหยกที่ขโมยมาเป็นของปลอม




หลี่ปูยี: การมีชีวิต ใช่ว่าจะต้องยืนยาว สำคัญที่ว่าเราอยู่อย่างมีคุณค่าความหมายหรือไม่ เรื่องง่ายๆ เช่นนี้ ท่านน่าจะคิดออก
นักพรตไม้: อาจารย์ข้าทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อค้นคว้ายาอายุวัฒนะ จนท่านหายตัวไปเมื่อสิบปีก่อน ข้าเพียงอยากทำให้ปรารถนาของอาจารย์ข้าเป็นความจริง ไม่ว่าต้องเสียค่าชดเชยเช่นไร
น่าเสียดายที่ความลับอยู่ตรงหน้าแล้ว กลับไม่สามารถไขปริศนานี้ได้

หลี่ปูยีอาสาช่วยไขความลับในหยก หากนักพรตยอมเข้าร่วมงานประลอง นักพรตตกลง




เยียนเยี่ยไหล: แขนท่านเป็นอย่างไรบ้าง
หล่ายเหยิกยี: ข้าไม่รู้ว่าทำไมมือข้ายังอ่อนแรงอยู่
เยียนเยี่ยไหล: ท่านทายามาตั้งหลายวันแล้ว ยังไม่ได้ผลอีก ลองเปลี่ยนยาดีมั้ย
หล่ายเหยิกยี: ไม่ได้ผลหรอก ข้าบาดเจ็บภายใน คงต้องใช้เวลากว่ามือข้าจะหาย ต้องเดือดร้อนเจ้าอีกแล้วนะ





พูดไปพูดมาก็จะให้ป้อนข้าวให้น่ะเอง ลีลาจริงนะพ่อหมอ

หล่ายเหยิกยี: อะไรเข้าตาข้าไม่รู้ ช่วยเป่าออกให้หน่อย แหม เจ้านี่ช่างเอาใจคนเก่งจริงๆ





เยียนเยี่ยไหล: ข้าทำขนมไว้ เดี๋ยวจะเอามาให้ท่านลองชิม

ท่านหมอหล่ายเผลอตัวไปหน่อย แม่นางเยียนฟาดถาดลงมา เลยรีบเอามือหลบ ความแตกเลย





เยียนเยี่ยไหล: ไหน สะตอว่ามืออ่อนแรง ขยับไม่ไหวไง
หล่ายเหยิกยี: แหม ต้องเล่นแรงขนาดนี้ด้วยเหรอ
เยียนเยี่ยไหล: เมื่อท่านดีขึ้นแล้ว ก็ไปซะทีสิ
หล่ายเหยิกยี: เจ้าดูแลข้าดีซะจน ข้าไม่อยากจะจากเจ้าไปไหนเลย แต่หลี่ปูยีส่งสารมาให้ข้ารีบไปเขาเมฆม่วงเพื่อช่วยเหลือพวกเค้า
เยียนเยี่ยไหล: จริงเหรอ งั้นคราวหน้า ท่านก็พิการกลับมาสิ ข้าจะได้ดูแลท่านดียิ่งกว่านี้อีก
หล่ายเหยิกยี: ข้าก็รู้นะว่าเจ้าไม่อยากให้ข้าจากไป ก็ได้ ข้ารับปากเจ้า เสร็จงานแล้วข้าจะรีบกลับมาหาเจ้าทันที รอข้าล่ะ





ท่านหมอหล่ายจากไป แต่ลืมสารที่หลี่ปูยีส่งมาไว้



ท่านหมอหล่ายเดินทางมาถึงอารามนักพรต ในฐานะหมอ เค้าไม่เชื่อเรื่องยาอายุวัฒนะเด็ดขาด เป็นแค่ความเพ้อฝันของขาวบ้านทั่วไป ของอย่างนี้จะมีจริงได้อย่างไร
แต่เอาล่ะ พิสูจน์กันให้เห็นกับตาไปเลย จะได้เลิกคาใจกันซะที





ท่านหมอหล่ายเสนอให้ดูหยกกลางแสงจันทร์ หยกส่องให้เห็นแผนที่สุสาน จะเข้าไปในสุสานได้ ต้องอาศัยหยกชิ้นนี้

หลี่ปูยีเตือนให้ทุกคนระมัดระวังตัว ไม่มีของอะไรในโลกที่ได้มาโดยไม่ต้องเสียค่าตอบแทน






ทั้งหมดเดินทางมาถึงสุสาน โดยไม่รู้ว่าโดนพรรคมารสะกดรอยตามมา



เสิ่นฉินหงมือซนไปเปิดกล่องสมบัติ ทำให้ค่ายกลทำงาน เยี่ยชูเซินเอาตัวเข้าบังนาง จึงโดนธนูพิษแทน
นี่แค่รอบนอกเองนะ ยังไม่ทันเข้าไปในสุสานเลย ถ้าท่านหมอหล่ายไม่มาด้วย เยี่ยชูเซินตายแหง




หลี่ปูยีคำนวณตำแหน่งเปิดประตูด่านที่สองได้ แต่มีทางเข้าสองทาง เสิ่นฉินหงอาสาอยู่ดูแลศิษย์พี่รอง ส่วนที่เหลือแยกย้ายกันไป หลี่ปูยี หล่ายเหยิกยี และฮูหยินเสิ่นไปด้วยกัน หยกอยู่กับพวกเค้า
เยี่ยม่งเซอะ นักพรต และหลวงจีนอยากตายไปอีกทางหนึ่ง





พรรคมารตามหลี่ปูยีกับหล่ายเหยิกยีมา เพื่อแย่งชิงยาอายุวัฒนะ (สงสัยจัง สามมารผ่านสองปลาบินน้อยสำนักเขาปลาบินมาได้ยังไง)

จูกัดบ้วนหลี่: ส่งหยกมาให้ข้าเดี๋ยวนี้
หล่ายเหยิกยี: จูกัดบ้วนหลี่ เจ้ากลายเป็นขอทานไปตั้งแต่เมือไหร่ เที่ยวขอชาวบ้านเค้าอย่างนี้ เสียนิสัยนะ
จ้าวค้างคาว: หล่ายเหยิกยี ระวังตัวให้ดีเถอะ หนที่แล้วพวกเราฆ่าเจ้าไม่ได้ หนนี้ เจ้าไม่รอกแน่
หลี่ปูยี: ข้าว่าไม่นะ ดูสีหน้าเค้าวันนี้สดใสเป็นพิเศษ พวกเจ้าน่ะสิหน้าดูไม่ได้เลย





จ้าวค้างคาวจับฮูหยินเป็นตัวประกัน (อีกแล้ว ตกลงฮูหยินนี่มีฝีมือรึเปล่าเนี่ย)หลี่ปูยียอมสละหยก ไม่ยอมเสียนางในดวงใจ (อยู่แล้ว ก็พระเอกนี่จ๊ะ)




แต่กลับมีคนชุดดำมาชิงหยกไป หลี่ปูยีกับฮูหยินไล่ตามพวกเค้าไม่ทัน เพราะคนชุดดำปิดประตูหินลงมาเสียก่อน ทั้งสองคนจึงอ้อมไปอีกทางเข้าหนึ่ง



มีท่านหมอหล่ายคนเดียวที่ตามไปทันก่อนประตูหินปิด ท่านหมอหล่ายชิงหยกกลับมาได้





สามมารตามมาทัน ท่านหมอหล่ายประมือกับจ้าวค้างคาว สามมารเห็นพวกหลี่ปูยีตามมาทัน ทั้งเข้าใจผิดว่าหยกยังอยู่กับคนชุดดำ จึงยอมล่าถอย ไล่ตามคนชุดดำไป




ท่านหมอหล่ายกับพวกเข้าไปถึงสุสานชั้นในสุด หล่ายเหยิกยีชิงยาจากนักพรตไป




หล่ายเหยิกยี: ขอโทษด้วย ข้าไม่มีทางเลือก พี่ใหญ่ข้าป่วยด้วยโรคแก่ก่อนวัย ก่อนอายุสามสิบผมก็หงอกทั้งศีรษะ ข้าเพียงอยากใช้ยานี้ช่วยยืดอายุเค้า



แต่เมือเปิดดูตลับยากลับพบว่าภายในว่างเปล่า หรือว่ายาอายุวัฒนะเป็นเรื่องโกหก



นักพรตพบอาจารย์ของเค้าในสุสาน ที่แท้อาจารย์กินยาอายุวัฒนะเข้าไป หลังจากกินแล้ว ก็กลายเป็นอัมพาต เคลื่อนไหวไม่ได้ มีอายุยืนแต่กลายเป็นท่อนไม้จะมีประโยชน์อะไร อาจารย์สั่งเสียให้นักพรตช่วยเหลือคน ทำสิ่งที่มีคุณค่า ดีกว่าตามหายาอายุวัฒนะ

นักพรตคิดจะช่วยอาจารย์ออกไป แต่ดันไปโดนกลไกทำลายสุสาน อาจารย์ไม่ยอมหนี ขอตายในนี้ดีกว่า




คนชุดดำคือเยียนเยี่ยไหลเอง บิดานางต้องตรอมใจตาย เพราะผิดหวังที่ไม่สามารถขโมยหยกได้ นางจึงพยายามทำความปรารถนาของบิดาให้เป็นจริง แต่ก็ต้องล้มเหลว



นักพรตเชื่อฟังคำอาจารย์ ยอมเข้าร่วมงานประลอง ฮูหยินเสิ่นโล่งอก นางตัดสินใจพาเยี่ยชูเซินและเสิ่นฉินหงกลับสำนัก
ส่วนเยี่ยม่งเซอะรอให้ถึงเวลาเหมาะสม ฮูหยินจะขอร้องเจ้าสำนักเสิ่นให้เอง





ฮูหยิน: ม่งเซอะยังอ่อนประสบการณ์ หากนางทำอะไรให้ท่านหมอหล่ายไม่พอใจ ก็โปรดยกโทษให้นางด้วย
หล่ายเหยิกยี: ฮูหยินเสิ่น ถ้าศิษย์สตรีของท่านได้รับการอบรมแบบท่านบ้าง คงจะดีไม่น้อย




ระหว่างงานเลี้ยงส่ง เยี่ยชูเซินได้ยินเยี่ยม่งเซอะบ่นอยากกินผลไม้ป่า เค้าจึงหาข้ออ้างออกไปเก็บผลไม้ให้นาง



เยี่ยม่งเซอะ: งานเราก็สำเร็จด้วยดี ทำให้ท่านยังทำหน้ามุ่ยอยู่อีกล่ะ หรือว่าทำใจไม่ได้ที่จะต้องบอกลา หัดปล่อยวางซะบ้างนะ
หลี่ปูยี: ข้าว่าเจ้านั่นแหละหัดปล่อยวางซะบ้าง




หล่ายเหยิกยี: ฮูหยินเสิ่น ไหนๆ ท่านก็จะไปแล้ว ดื่มกับข้าซักจอกสิ ถ้าท่านไม่ดื่มข้าถือว่าไม่ให้เกียรติกันนะ
หลีปูยี: ถ้าเจ้าอยากดื่ม ข้าจะดื่มเป็นเพื่อนเอง





ศิษย์พี่รองอุตส่าห์ไปเก็บผลไม้ป่ามาให้ แต่ยังเขินไม่กล้าให้

เยี่ยชูเซิน: ศิษย์น้องสาม เจ้าเห็นว่าข้าดีกับเจ้ารึเปล่า
เยี่ยม่งเซอะ: ท่านก็ดีกับทุกคนนี่
เยี่ยชูเซิน: แต่เจ้าไม่เหมือนกัน
เยี่ยม่งเซอะ: ไม่เหมือนกันยังไง
เยี่ยชูเซิน: ตั้งแต่เล็ก พวกเราไม่เคยแยกจากกันเลย ตั้งแต่เจ้าจากขเาปลาบินมา ข้าพบว่าข้าคิดถึงเจ้าตลอดเวลา มีหลายอย่างที่ข้าอยากเล่า แต่ข้าหาคนพูดคุยด้วยไม่ได้
เยี่ยม่งเซอะ: ข้าก็มีอะไรที่อย่างบอกท่านเหมือนกัน
เยี่ยชูเซิน: จริงหรือ






แหม กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม ยัยศิษย์น้องสี่ก้อดันมาเป็นกขค.ซะอีก
เสิ่นฉินหง: โห ท่านดีกับข้าจัง นอกจากช่วยชีวิตข้าแล้ว ยังเก็บผลไม้ให้ข้าอีก
เยี่ยชูเซิน: ไม่ใช่นะ ข้า
เยี่ยม่งเซอะ: ศิษย์น้องสี่ ศิษย์พี่รองดีกับเจ้าขนาดนี้ เจ้าต้องเชื่อฟังเค้า อย่าดื้อกับเค้าอีกนะ




หลี่ปูยี: เจ้ายังห่วงอาการของพี่ชายอยู่หรือ
หล่ายเหยิกยี: เรื่องมากน่า
หลี่ปูยี: คนเราไม่ควรยอมจำนวนต่อโชคชะตา หากมีความมุ่งมั่นเราก็สามารถเปลี่ยนชะตาได้
หล่ายเหยิกยี: แล้วเจ้าล่ะ ยอมแพ้ต่อโชคชะตารึเปล่า หากอยากจะพูดกับคนที่เจ้าชอบ เจ้าต้องรีบหน่อยแล้วนะ หลังจากคืนนี้ เจ้าคงไม่มีโอกาสแล้ว ชีวิตมันสั้น และขื่นขมนัก เจ้าควรชื่มชมกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า








 

Create Date : 06 มกราคม 2550    
Last Update : 4 ธันวาคม 2550 10:08:40 น.
Counter : 431 Pageviews.  

Face To Fate ตอน 9





จากตอนที่แล้ว หลี่ปูยีตกอยู่ในค่ายกลห้าธาตุ พลังยุทธ์ของสามมารไม่อาจสู้หลี่ปูยีได้ เค้าหนีจากค่ายกลได้สำเร็จ




ในที่สุด เยี่ยม่งเซอะก็ฟื้น นางวิตกว่าท่านหมอหล่ายจะหักหลัง นำพรรคมารกลับมาจับพวกเค้า




เยี่ยม่งเซอะ: เจ้าไม่ต้องอยู่เป็นเพื่อนข้าก็ได้
หลี่ปูยี:เจ้านี่พูดมากจัง นี่ขนาดป่วยอยู่ยังพูดจ๋อยๆ ไม่หยุด ถ้าข้าปกป้องสตรีนางหนึ่งยังไม่ได้ ข้าจะมีหน้าอยู่ในยุทธจักรได้อีกหรือ
เยี่ยม่งเซอะ: ถ้าข้าต้องตายไปจริงๆ ล่ะก็ ข้าอยากฝากท่านไปบอกศิษย์พี่รองของข้าด้วยว่า ข้า...
หลี่ปูยี:ข้าไม่ชอบเป็นคนส่งสารให้ใคร ถ้าเจ้าอยากจะบอกอะไรใคร เจ้าต้องมีชีวิตรอดไปบอกเค้าเอาเอง

ไป่ชิงซูออกไปสำรวจนอกถ้ำพบว่าพรรคมารกำลังสืบเสาะหาพวกเค้าอยู่ หลี่ปูยีเสนอให้ซ่อนตัวในถ้ำจนกว่าท่านหมอหล่ายจะเอายาถอนพิษกลับมา แต่ เยี่ยม่งเซอะไม่เชื่อว่าท่านหมอหล่ายจะกลับมา





หล่ายเหยิกหลงพี่ใหญ่ของท่านหมอหล่ายเป็นโรคแก่ก่อนวัย อายุสามสิบกว่าๆ ผมก็หงอกทั้งหัวแล้ว แม้ตระกูลท่านหมอหล่ายจะเป็นหมอมาหลายรุ่น ก็ยังไม่สามารถรักษาโรคนี้ได้ เค้าจึงต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สุดยอดตำรายาเล่มนี้มา

หล่ายเหยิกยี: พี่อย่าเพิ่งด่วนดีใจไป ท่านอ่านตำรานี้ก่อน





ตำราระบุว่า ยารักษาโรคนี้ ประกอบด้วย 7 สิ่งด้วยกัน แค่ได้ยินว่ามี งูไร้ตา ฟันมังกร หูปฐพี ท่านหมอหล่ายก็หมดหวัง ตัวยาอะไรไม่เคยได้ยินมาก่อน โลกนี้มีงูไร้ตาที่ไหนกัน แล้วฟันมังกรกับหูปฐพีอีกล่ะ พี่ใหญ่ยังคงมีความหวัง เค้าเชื่อว่าต้องหาตัวยานี้พบแน่นอน หมอเทวดาเจ้าของตำราคงไม่สักแต่เขียนตัวยามั่วๆ หรอก




ท่านหมอหล่ายรู้สึกผิดที่หักหลังหลี่ปูยี เค้าเจอกับสตรีที่เคยถูกไป่ชิงซูจับตัวไป เค้าแสร้งทำเป็นไม่รู้จักนาง




ท่านหมอหล่ายอารมณ์บ่จอย เครียด กินเหล้า เล่นพนัน เอาให้ครบเครื่อง เล่นจนเสียหมดตัว เป็นหนี้บ่อนจนนักเลงตามมาซ้อม




เยียนเยี่ยไหลยอมจ่ายหนี้แทน นักเลงเลยยอมปล่อยท่านหมอหล่ายไป

หล่ายเหยิกยี: เจ้ามาทำอะไรที่นี่
เยียนเยี่ยไหล: ก็มาตามหาคนขี้เมา ท่านเห็นเค้าบ้างมั้ยล่ะ






แม่นางเยียนพาท่านหมอหล่ายกลับมาที่โรงเตี๊ยม

หล่ายเหยิกยี: ทำไมเจ้าดีกับข้านัก ช่วยจ่ายหนี้ให้ข้า ทำอาหารว่างให้ข้า เจ้าชักหลงเสน่ห์ข้าแล้วใช่มั้ยล่ะ
เยียนเยี่ยไหล: ข้าหลงใหลแค่เงินอย่างเดียว
หล่ายเหยิกยี: งั้นหนนี้เจ้าคำนวณผิดซะแล้วล่ะ ข้าถึงแตกไม่มิเงินเลย
เยียนเยี่ยไหล: มีคนจ่ายแทนท่านแล้ว
หล่ายเหยิกยี: ใคร
เยียนเยี่ยไหล: สหายของท่าน หลี่ปูยี
หล่ายเหยิกยี: เค้าให้เงินเจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่
เยียนเยี่ยไหล: ตั้งแต่ที่พวกท่านออกจากโรงเตี๊ยมไป ท่านหลี่ก็กลับมา เค้าบอกว่าท่านจะต้องกลับมาที่นี่ และยังว่าท่านจะต้องมีปัญหาแน่จึงให้เงินข้าไว้ เค้าเป็นคนบอกให้ข้าไปหาท่านที่บ่อนเอง
หล่ายเหยิกยี: ไม่มีทาง เค้ารู้ได้ไง
เยียนเยี่ยไหล: หลี่ปูยีเป็นหมอดูเทวดา เค้าย่อมทำนายได้อยู่แล้ว






เยียนเยี่ยไหล: สุราครึ่งขวดนี้ หลี่ปูยีให้ข้าเก็บไว้ให้ท่าน

ท่านหมอหล่ายนึกถึงตอนที่เค้าร่วมดื่มเหล้ากับหลี่ปูยี
หล่ายเหยิกยี: เจ้ารู้อยู่แล้วว่าข้าจะหักหลัง ทำไมยังเชื่อใจข้าอีก




สองวันผ่านไป ท่านหมอหล่ายก็ยังหายจ้อย อาการของเยี่ยม่งเซอะก็ใกล้จะกำเริบขึ้นทุกที นางไม่ยอมให้ช่วยถ่ายทอดพลังภายในให้ เพราะเกรงจะสู้พรรคมารไม่ได้ ถ้าอีกสองวันท่านหมอหล่ายไม่กลับมา มีหวังต้องอดตายกันบ้างล่ะ



ในที่สุดพรรคมารก็หาพวกเค้าพบ และใช้ควันรมจนพวกเค้าต้องหนีออกจากถ้ำ ซ้ำยังกางค่ายกลใยแมงมุมเทียนซานดักทางหนีไว้อีก ท่านหมอหล่ายกลับมาช่วยหลี่ปูยีจนได้

จ้าวค้างคาว: เจ้ากล้าทรยศนายท่าน คงจะรู้ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นนะ
หล่ายเหยิกยี: ช้าไม่เคยเป็นลูกน้องเกอซูเทียนจะบอกว่าข้าทรยศได้ยังไง อีกอย่างอย่ามาขู่ข้า ข้าไม่ชอบ





หล่ายเหยิกยี: เจ้าโชคดีนักที่ยังมีชีวิตอยู่ กินยานี่ซะจะได้หาย
เยี่ยม่งเซอะ: ใครจะไปรู้ว่ายาแก้พิษ หรือยาพิษ
หลวงจีนอยากตาย: เจ้าเป็นพวกพรรคมาร เราจะเชื่อใจเจ้าได้อย่างไร
ไป่ชิงซู: อย่าเล่นลวดลายนะ ไม่งั้นข้าไม่เกรงใจ
หล่ายเหยิกยี: ยาอยู่นี่แล้ว จะกินไม่กินก็แล้วแต่เจ้า




หลี่ปูยีช่วยพูดแก้แทนให้กับท่านหมอหล่าย คิดดูดิ อุตส่าห์ย้อนกลับมาช่วย จะเอายังไงกับท่านหมออีก แม่นางเยี่ยจึงยอมกินยา




หล่ายเหยิกยี: ทำไมเจ้าจึงเชื่อใจข้า
หลี่ปูยี: ข้าเชื่อตัวข้าเอง
หล่ายเหยิกยี: ข้านึกว่าเจ้าจะบอกว่าเจ้าดูโหวงเฮ้งข้าซะอีก
หลี่ปูยี: ข้าดูโหงวเฮ้งได้ ใช่ว่าจะอ่านใจคนออก ยังไงข้าก็ดีใจที่เจ้ากลับมาอย่างปลอดภัย
หล่ายเหยิกยี: ข้าไม่เคยชื่นชมใครมาก่อน เจ้าเป็นคนแรก
หลี่ปูยี: ข้าก็คิดกับเจ้าเช่นนี้





หลังจากพ้นจากค่ายกลห้าธาตุ ไป่ชิงซูก็ขอแยกทางไป พร้อมกับเตือนหลี่ปูยีให้ระมัดระวังตัว ก้อแอบเหน็บท่านหมอหล่ายนั่นแหละ

หลี่ปูยี: พวกเราเสียเวลามามากแล้ว รีบเดินทางไปเขาเมฆม่วงเถอะ
หล่ายเหยิกยี: พวกเจ้าล่วงหน้าไปก่อน ข้าจัดการเรื่องส่วนตัวเสร็จแล้วจะตามไป




ท่านหมอหล่ายรีบกลับไปหาพี่ใหญ่ ขณะที่กำลังจะพาพี่ใหญ่หนี เค้าก็พบว่าหล่ายเหยิกหลงเป็นตัวปลอม พี่ใหญ่ตัวจริงมีหรือจะไม่สนใจเมื่อทำขวดยาประจำตัวหล่น ยาสำคัญยิ่งกว่าชีวิตพี่ใหญ่ซะอีก




พรรคมารสวมรอยแปลงมาเป็นพี่ใหญ่ ไม่คาดว่าไม่อาจตบตาท่านหมอหล่ายได้ ส่วนพี่ใหญ่ถูกจับมัดไว้ที่ห้องตรงข้าม




หล่ายเหยิกหลงเป้นห่วงตำรายาหมอเทวดา ท่านหมอหล่ายจึงกลับไปเอา และได้ประมือกับ Cheung Hang-shau แม้จะหนีมาได้ แต่ก็ได้รับบาดเจ็บภายใจ




ท่านหมอหล่ายพาพี่ใหญ่ไปหลบที่กระท่อมเดิมของไป่ชิงซู
พี่ใหญ่แนะนำให้เค้ารักษาตัวด้วยการนั่งสมาธิเดินลมปราณวันละ 2 ชั่วยาม ท่านหมอหล่ายเกรงพรรคมารจะตามมา จึงแยกตัวจากหล่ายเหยิกหลง






ระหว่างท่านหมอหล่ายเดินลมปราณ พรรคมารก็ตามมาติดๆ ทำให้ท่านหมอหล่ายต้องรีบหนี ไปไหนไม่ไป ต้องไปที่โรงเตี๊ยมของแม่นางเยียน





สองมารตามมาถึงโรงเตี๊ยม อาละวาดค้นโรงเตี๊ยมจนแขกเผ่นกระเจิง แถมยังเข้าค้นในห้องเก็บสุรา ทำลายสุราไปหลายไห เยียนเยี่ยไหลเข้าขัดขวางไม่ยอมให้พวกเค้าทำลายสุราที่สามีนางหมักไว้ สองมารเห็นนางไม่กลัวตายจึงยอมจากไป




เยียนเยี่ยไหลสังเกตเห็นหยอดเลือดบนพื้น นางจีงปีนขึ้นไปดูบนเล่าเต๊ง พบท่านหมอหล่ายซ่อนตัวอยู่




หลวงจีนอยากตายกับเยี่ยม่งเซอะไปถึงเขาเมฆม่วง ทั้งคู่พบเห็นนักพรตคนหนึ่งที่ริมหน้าผา นึกว่าเค้าจะฆ่าตัวตาย ที่จริงเค้าต้องการเก็บต้นหอมพันลี้ซึ่งสิบปีจะบานครั้งหนึ่งไปเป็นกระษัยยาอายุวัฒนะ

นักพรต: ข้ากำลังหาวิธีเก็บมันอยู่
เยี่ยม่งเซอะ: หน้าผาทั้งสูงทั้งชัน คนไม่มีวรยุทธ์จะปีนลงไปเก็บได้ยังงัย
หลวงจีนอยากตาย: ไม่ต้องหันมามองข้าเลย





เอาก็เอา เผื่อตกเขาไปจะได้ตายสมใจ กว่าจะลงไปเก็บได้ก็แสนลำบาก ยังมาโดนผึ้งต่อยอีก

นักพรต: ถ้าไม่ใช่เพราะผึ้งน่ะเหรอ ข้าลงไปเก็บเองนานแล้ว หน้าผาแค่นี้ไม่ครนาข้าหรอก
หลวงจีนอยากตาย: เจ้าเป็นยุทธ์เหรอ
นักพรต: ข้าไม่เคยบอกว่าข้าไม่เป็นยุทธ์นี่

ว่าแล้วก็เผ่น





มาเจอกันอีกทีที่แผงน้ำชา นักพรตเอาส้มมาหลอกขอฉี่เด็กไปเป็นกระษัยยา หลวงจีนอยากตายต่อสู้กับนักพรต หลี่ปูยีเห็นทั้งคู่ต่อสู้กันรู้สึกคุ้นตาว่านักพรตใช้วรยุทธ์ของสำนักคงท้ง




นักพรตรีบเอากระษัยยากลับมาใส่กระถางปรุงยา ที่ไหนได้กระถางระเบิดจนเจ็บตัว




น่าโมโห ใช้เวลาต้มยาตั้ง 49 วัน ใส่ตัวยาเข้าไป 81 ชนิด ยังไม่ได้ผลอีก
ที่แท้นักพรตคือเจินเต้าหยินที่ทุกคนตามหา

นักพรต: พวกเจ้าไม่พูดขึ้นมา ข้าก็ลืมไปแล้วว่าข้าเคยใช้ชื่อนี้ ตอนนี้ข้ามีฉายาว่านักพรตไม้
หลี่ปูยี: ข้าหลี่ปูยี ข้ามาเพื่อเชิญท่านเข้าร่วมการประลองยุทธ์ระหว่างฝ่ายธรรมะกับอธรรม
นักพรต: ประลองยุทธ์ ข้าก็ต้องต่อสู้ ไม่เอาอ่ะ ไม่ดีต่อสุขภาพ เด๋วอายุสั้น
เยี่ยม่งเซอะ: ข้าเคยได้ยินว่าเจินเต้าหยินเป็นคนกล้าหาญมาก ทุกครั้งที่ต่อสู้ท่านจะนำหน้าเสมอ
นักพรต: เดี๋ยวนี้ ข้ารู้แล้วว่าชีวิตมีค่ายิ่งนัก จะสู้กันไปทำไม แพ้ก็เท่านั้น ชนะก็เท่านั้น สุดท้ายก็เหลือแต่เถ้า

ที่นักพรตออกจากสำนักคงท้งเพราะมุ่งมั่นจะทำยาอายุวัฒนะน่ะเอง




หลี่ปูยีบอกว่าที่ปรุงยาไม่สำเร็จเป็นเพราะตั้งกระถางยาผิดตำแหน่งห้าธาตุ นักพรตดีใจจนออกนอกหน้า แหม ตอนแรกล่ะทำท่าจะส่งแขก ตอนนี้ล่ะรีบจัดห้องให้อยู่เชียว



เยียนเยี่ยไหล: ข้าเตรียมยาตามที่เจ้าสั่งมาให้แล้ว
หล่ายเหยิกยี: เจ้าดูแลข้าดีจนแม้กระทั่งห้องเก็บสุรายังเหมือนเป็นห้องพักชั้นหนึ่ง
เยียนเยี่ยไหล: ข้าล่ะอยากรู้จังว่ามียารักษาโาคปากเสียของท่านบ้างมั้ย
หล่ายเหยิกยี: เจ้าก็พูดไปอย่างนั้นแหละ ข้ารู้ ถ้าเจ้าไม่หลงรักข้า เจ้าคงไม่เสี่ยงชีวิตซ่อนข้าไว้ที่นี่
เยียนเยี่ยไหล: ขนาดสุนัขข้างถนนบาดเจ็บข้ายังนำกลับมาดูแลรักษา อย่าว่าแต่คนเลย เจ้าคงไม่แย่ไปกว่าสุนัขหรอกมั้ง
หล่ายเหยิกยี: งั้นคิดซะว่าข้าเป็นสุนัขซักตัวก็แล้วกัน ช่วยข้าหน่อย ข้าได้รับบาดเจ็บที่หลัง ข้าทายาเองไม่ได้ เจ้าช่วยทาให้หน่อยได้มั้ย
เยียนเยี่ยไหล: อย่ามาอ้างหน่อยเลย
หล่ายเหยิกยี: คิดซะว่าข้าหาข้ออ้างก็ได้





เยียนเยี่ยไหล: เจ้าบาดเจ็บหนักจริงๆ เหรอนี่

ขำฉากทายานี่มากเลยค่ะ ท่านหมอหล่ายนี่สะตอมาก
หล่ายเหยิกยี: สูงนิดนึง ต่ำอีกหน่อย ซ้าย ซ้าย นวดแรงๆ อีก





ระหว่างที่เยียนเยี่ยไหลกำลังรักษาท่านหมอหล่ายอยู่ แม่สามีก็มาตามหาที่โรงเตี๊ยม

หล่ายเหยิกยี: เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ข้าดีขึ้นเมื่อไหร่ ข้าจะไปจากที่นี่ทันที ข้าไม่อยากให้เจ้าเดือดร้อน แต่ข้าไม่มีทางเลือก ข้าไม่มีเพื่อนมาก แต่ข้ามีศัตรูเยอะ เวลาที่ข้ามีปํญหา ข้าก็คิดถึงแต่ที่นี่
เยียนเยี่ยไหล: ไม่ต้องให้เกียรติข้าขนาดนี้ก็ได้





แม่สามี: เจ้าลุกลี้ลุกลน ซ่อนผู้ชายไว้รึไง
เยียนเยี่ยไหล: เปล่านะคะท่านแม่
แม่สามี: เปล่าเหรอ งั้นทำไมเจ้าถึงลืมวันครบรอบวันตายของสามีเจ้าล่ะ
เยียนเยี่ยไหล: ข้าไม่ได้ลืมนะคะ ข้าทำไก่ต้มให้ท่านพี่อยู่ เสร็จแล้วจะรีบไปเซ่นไหว้
แม่สามี: เจ้ามันตัวซวย แต่งเข้ามาครอบครัวเราก็เดือดร้อน ลูกชายข้าก็ป่วยจนตาย
เยียนเยี่ยไหล: เป็นตวามผิดของข้าเองค่ะ ข้าจะดูแลท่านแม่กับเสี่ยวซานเอง
แม่สามี: อย่ามาทำปากหวานเลย ข้ารู้ว่าเจ้าน่ะอยากทิ้งข้ากับเสี่ยวซาน
เยียนเยี่ยไหล: ข้าไม่เคยคิดเช่นนั้น
แม่สามี: ข้าไม่เชื่อ เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้เหรอว่าเจ้ามีอะไรกับเจ้าหนุ่มบนเขานั่น
เยียนเยี่ยไหล: เค้าเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเสี่ยวซาน พวกเราไม่มีอะไรกันนะคะ
แม่สามี: ไม่มีไฟก็ไม่มีควัน เจ้าระวังตัวให้ดีเถอะ อย่าให้ข้าจับได้นะ





หล่ายเหยิกยี: ข้าไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีคนที่รับมือยากกว่าเจ้าอีก
เยียนเยี่ยไหล: ท่านไม่มีสิทธิ์ว่านาง
หล่ายเหยิกยี: นางร้ายกับเจ้า แต่เจ้ายังนับถือนางอยู่อีก เจ้ารักสามีขนาดนี้ สามีเจ้าคงจะหล่อเหลามากสินะ
เยียนเยี่ยไหล: ท่านเทียบสามีข้าไม่ติดหรอก อีกอย่างนะ ท่านน่าจะทายาเองได้แล้ว คงไม่ต้องให้ข้าช่วย




3 ปีก่อน สามีของเยียนเยี่ยไหลเคยช่วยชีวิตนางเอาไว้ เพื่อตอบแทนบุญคุณ นางจึงสัญญาว่าจะดูแลครอบครัวของเค้า



เสิ่นฉินหงตามรอยเยี่ยม่งเซอะมาถึงโรงเตี๊ยม เยียนเยี่ยไหลบอกนางว่าพวกเค้าเดินทางขึ้นเหนือไป
เสิ่นฉินหงจึงร่วมเดินทางกับขบวนคุ้มกันสินค้าที่จะขึ้นเหนือไปเมืองหลวง





หลี่ปูยีช่วยนักพรตจัดวางตำแหน่งกระถางปรุงยาใหม่ แต่กลับโดนหลวงจีนอยากตายกลั่นแกล้ง เอากบมาใส่ไว้ในกระถาง ทำให้นักพรตโกรธจัด เกือบจะลงมือต่อสู้กันซะแล้ว แต่สุดท้ายนักพรตก็ข่มใจไม่ยอมลงมือ เด๋วเสียสุขภาพ หุหุ





หลี่ปูยีไม่พอใจที่หลวงจีนอยากตายมือไม่พายยังเอาเท้ามาราน้ำอีก



ระหว่างทาง ขบวนคุ้มกันภัยถูกดักปล้น เสิ่นฉินหงถูกทำร้ายตกหน้าผา







 

Create Date : 04 มกราคม 2550    
Last Update : 4 ธันวาคม 2550 9:39:06 น.
Counter : 513 Pageviews.  

Face To Fate ตอน 8





จากตอนที่แล้ว หลี่ปูยีสังหารเจียงปี้หลิงทั้งครอบครัว ไป่ชิงซูกลับไม่รู้สึกดีใจแม้แต่น้อย

หลี่ปูยี: ข้าช่วยฆ่าเจียงปี้หลิงแทนท่าน ท่านไม่ดีใจหรือ จะโกรธข้าทำไม
ไป่ชิงซู: ใช่ ข้าควรดีใจ แต่ตอนข้าได้เห็นนางร่ำไห้ ใจข้าเจ็บปวดยิ่งกว่า ทำไมนะ ทำไม
หลี่ปูยี: เป็นเพราะท่านยังรักนางอยู่ ท่านไม่อยากให้นางต้องเจ็บปวด
เจียงปี้หลิงยังถอนตัวจากพรรคมาร เริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ ทำไมท่านจะเริ่มต้นใหม่บ้างไม่ได้





ความจริง หลี่ปูยีแค่หยุดลมปราณของพวกเค้าชั่วขณะ ท่านหมอหล่ายอยู่ทั้งคนจะตายได้งัย
รู้สึกดีกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่มากเลยค่ะ ขนาดหลวงจีนอยากตายยังไม่เข้าใจหลี่ปูยีเลย แต่ท่านหมอหล่ายเค้ากลับรู้อ่ะ
ส่วนเยี่ยม่งเซอะน่ะเหรอ เขม่นหลี่ปูยีขนาดนี้ คงอีกนานกว่าจะเข้าใจกัน




ไป่ชิงซู: เจ้าเคยรักข้าบ้างมั้ย
เจียงปี้หลิง: มันสำคัญด้วยหรือ อย่างน้อยเราก็เคยมีความสุขด้วยกัน
ไป่ชิงซู: เจ้าพูดถูก มันไม่สำคัญ เจ้ามีครอบครัวที่มีความสุข ข้าก็ดีใจด้วย
เจียงปี้หลิง: ขอบคุณที่อภัยให้ข้า ข้าหวังว่าท่านก็จะมีชีวิตใหม่เช่นกัน





หล่ายเหยิกยี: ดูท่าเค้าจะไม่เกลียดนางแล้ว
หลี่ปูยี: เจ้าไม่เคยรักใครจริงจัง เจ้าย่อมไม่เข้าใจ หากเจ้ารักใครจริง เมื่อนางมีความสุข เจ้าจะยินดีกับนางด้วยใจ
หลวงจีนอยากตาย: เจ้าหมอดูนี่ ช่างเล่นละครได้แนบเนียนนัก เล่นเอาข้าตกใจแทบตาย
เยี่ยม่งเซอะ: เนียนสิ ก็เค้ามันพวกเดียวกันนี่





ไป่ชิงซูมอบสัญลักษณ์ของสำนักชิงเฉินให้หลี่ปูยี เยี่ยม่งเซอะอาสาส่งข่าวให้อาจารย์ทราบ นางรับรองว่าวิธีการส่งข่าวของสำนักเขาปลาบินเป็นวิธีลับเฉพาะ ไม่มีใครรู้แน่นอน




เยียนเยี่ยไหลขอโทษที่นางมัวแต่หวั่นเกรงเลยทำให้เรื่องยุ่งยาก ไม่เช่นนั้น อาจจะคลี่คลายกันไปนานแล้ว

ไป่ชิงซู: ข้าเองก็ต้องขอโทษเจ้า ตอนนี้ข้าเป็นอิสระจากความรักแล้ว ข้ารู้สึกโล่งสบายอย่างบอกไม่ถูก




หลี่ปูยีอดหวนคิดถึงความรักของตัวเองไม่ได้

หลี่ปูยี: ข้าไม่อาจจะลืมความรักได้ จริงหรือ





หลี่ปูยี: ข้าทำให้เจ้าตกใจรึเปล่า
เยี่ยม่งเซอะ: ที่เจ้าทำเป็นสังหารครอบครัวแม่นางเจียงน่ะหรือ เจ้าทำได้สมจริงมาก
หลี่ปูยี: ถ้าไม่สมจริง ไป่ชิงซูจะเชื่อหรือ
เยี่ยม่งเซอะ: ข้าว่า เจ้าอินกับมันมากกว่า เพราะเจ้าเองก็คิดเช่นนี้ เจ้าจึงทำให้พวกเราเชื่อได้
หลี่ปูยี: ข้าไม่ทันได้ปรึกษาเจ้า เจ้าก็ไม่เห็นต้องโกรธขนาดนี้นี่
เยี่ยม่งเซอะ: ถ้าข้าโกรธเจ้า ข้าฆ่าเจ้าไปแล้ว ข้ารู้นะว่าเจ้าอยากจะให้อาจารย์กับอาจารย์หญิงข้าแยกทางกัน เอาไว้ให้เสร็จสิ้นงานประลองก่อนเถอะ ข้าจะจัดการกับเจ้า




แม่นางเยียนชวนหลี่ปูยีดื่มสุราแก้กลุ้ม

หลี่ปูยี: สุรานี้แรกดื่มรสอ่อน แต่กลับทิ้งความหอมไว้

สุราสวรรค์บนดินนี้ อดีตสามีของแม่นางเยียนเป็นผู้หมักไว้ เดิมสามีนางเป็นช่างทำเครื่องเคลือบ ด้วยความหลงใหลในการหมักสุรา จึงเก็บเงินเปิดโรงเตี๊ยมและหมักสุราให้แขกดื่ม




หลี่ปูยี: แม่นางยังรักสามีลึกซึ้งยิ่งนัก เฮ้อ ทำไมคนเราถึงต้องฝังใจกับความรัก
หล่ายเหยิกยี: ยกเว้นข้าไว้คนเลย แม่นางเยียนเจ้าไม่ควรทำเหมือนไป่ชิงซู รีบลืมสามีแล้วมารักกับข้าดีกว่า ข้ารับรองว่าชีวิตเจ้าจะมีแต่ความสดใส เปี่ยมด้วยสีสัน
เยียนเยี่ยไหล: เอ๊ ทำไมอยู่ดี สุราก็เหม็นหืนกลิ่นผู้ชายเน่าๆ ขึ้นมาซะอย่างนั้น ดึกแล้ว ข้าไปนอนก่อนล่ะ
หล่ายเหยิกยี: เจ้าหลบหน้าข้าเนี่ย เพราะกลัวจะห้ามใจไว้ไม่อยู่ใช่มั้ยล่ะ
เยียนเยี่ยไหล: คนที่ไม่มีหัวใจ ข้าไม่นับว่าเป็นคน ข้าไม่เคยตกหลุมรักใครที่ไม่ใช่คน
หล่ายเหยิกยี: เจ้าไม่ควรด่วนตัดสินข้านะ




เยียนเยี่ยไหล: เอาเถอะ ข้าไม่ชอบเป็นหนี้บุญคุณใคร เอาไว้ เจ้ากลับไปที่ห้องคืนนี้ เจ้าจะเข้าใจเอง

แม่นางเยียนเล่นกับไฟ ระวังไฟไหม้เน้อ





หลี่ปูยี: เจ้าออกไปไหนมา
หล่ายเหยิกยี: ไปเที่ยวน่ะสิ หรือว่าจะให้ข้านั่งฟังเจ้าสาธยายเรื่องรักแท้ล่ะ

เอาน่า ถึงจะเที่ยวก็ทำการบ้านนะจ๊ะ ท่านหมอหล่ายไขปริศนาเทียบยาอันที่สองออกแล้ว จอมยุทธท่านที่สองที่พวกเค้าจะไปตามหากันคือเจินเต้าหยิน
ท่านหมอมั่นใจว่าเค้าน่าจะซ่อนตัวอยู่ที่เขาเมฆม่วง

หลี่ปูยี: ข้าดูแล้ว เจ้าไม่เหมือนคนเจ้าชู้เลย
หล่ายเหยิกยี: ข้าเพียงแต่มองโลกในความเป็นจริง การรักใครซักคนเป็นเรื่องเจ็บปวด ดูแม่นางเยียนกับไป่ชิงซูเป็นตัวอย่างสิ พวกเค้าน่าสงสารออก เอ สุรานี่ยิ่งดื่มยิ่งหอมหวาน สุราอะไร
หลี่ปูยี: สวรรค์บนดิน ข้าจะขอให้แม่นางเยียนเก็บไว้ให้พวกเรา ไว้วันหลัง เมื่อเราแวะมาที่นี่จะได้มีดื่ม
หล่ายเหยิกยี: เจ้าแน่ใจได้ยังไงว่าเราจะกลับมาที่นี่อีก
หลี่ปูยี: ข้าแน่ใจ





หล่ายเหยิกยีกลับมาที่ห้อง จึงได้เห็นว่า เยียนเยี่ยไหลช่วยซักเสื้อคลุมและเย็บชายแขนเสื้อที่ขาดเพราะกระบี่ให้เรียบร้อย



เยียนเยี่ยไหล: พวกท่านจะเดินทางแล้วหรือ
หล่ายเหยิกยี: เจ้าคิดถึงข้ารึไง
เยียนเยี่ยไหล: ถ้าข้าบอกว่าใช่ ท่านจะอยู่ที่นี่ต่อหรือไม่ล่ะ
หล่ายเหยิกยี: แม่นางเยียนอย่าจริงจังกับคนอย่างข้าเลย เจ้าจะอกหักซะเปล่าๆ
เยียนเยี่ยไหล: ข้าแค่อยากขอบคุณท่านเท่านั้น แต่แหม ข้าล่ะอยากจะเย็บปากท่านด้วยเหลือเกิน (ฮู้ย สองคนเค้าหยอกกันน่าร้ากกกก เลือดออกซิบๆ เลยนั่น)





เยี่ยม่งเซอะสัญญากับเสี่ยวซานว่าจะกลับมาเยี่ยมพวกเค้า

หล่ายเหยิกยี: สามีไปนะจ๊ะ พ่อไปล่ะ รอพ่อกลับมานะ
เยี่ยม่งเซอะ: คนไร้ยางอายไปได้แล้ว





ไป่ชิงซูตั้งใจจะแยกทางกับหลี่ปูยีเมื่อข้ามเขาไปแล้ว พวกเค้านัดพบกันที่เขา Fei Loi ในวันที่ 15 สิงหาคม

หลี่ปูยี: เป็นไง คิดถึงนางหรือ
หล่ายเหยิกยี: หากข้าตกหลุมรักง่ายๆ ข้าก็ไม่ใช่หล่ายเหยิกยีน่ะสิ
หลี่ปูยี: นางดีกับเจ้าไม่น้อย นางยังเย็บแขนเสื้อให้เจ้าด้วย
หล่ายเหยิกยี: ถึงนางจะเป็นคนสวย แต่แค่นี้ไม่ทำให้ข้ารักนางหรอก
เยี่ยม่งเซอะ: เจ้านี่ไม่เพียงเป็นคนขาดรัก ยังหลงตัวเองเกินเหตุด้วย แม่นางเยียนคงต้องตาบอดถึงจะหลงรักเจ้า
หล่ายเหยิกยี: ภรรยาข้าหึงหวงซะแล้ว





เยี่ยม่งเซอะ: ใครหึงเจ้า ผู้หญิงเรา ถ้าได้แต่งงานกับคนที่นางรัก นางจะไม่มีวันเปลี่ยนใจเด็ดขาด ต่อให้คนรักเก่าก็เปลี่ยนใจนางไม่ได้ ถ้าใครบางคนยังคิดจะแย่งชิงภรรยาผู้อื่นล่ะก็ ฝันไปเถอะ (เอ่อ ตกลงเจ๊ว่าใครอยู่อ่ะ เค้าเรียกตีวัวกระทบคราดใช่ป่าวเนี่ย)
หลวงจีนอยากตาย: เจ้าพูดอะไร ข้าไม่เห็นเข้าใจ สามีของแม่นางเยียนก็ตายไปตั้งนานแล้ว จะเรียกว่าแย่งชิงภรรยาผู้อื่นได้อย่างไร
เยี่ยม่งเซอะ: ยังไงก็ช่าง แม่นางเยียนไม่มีวันทำผิดต่อสามีนางแน่
หล่ายเหยิกยี: คนสำนักเขาปลาบิน ไม่เพียงไม่มีเหตุผล ยังเพี้ยนอีกต่างหาก





เสิ่นฉินหงเป็นห่วงเยี่ยม่งเซอะทำให้นางอารมณ์ไม่ค่อยดี ไม่รู้จะลงกับใคร ก็ลงกับศิษย์น้อง ซ้อมหนักแบบนี้ เดี๋ยวก็ตายกันพอดี





ศิษย์พี่รองเยี่ยชูเซินเกรงนางจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ จึงยอมเล่าว่า เยี่ยม่งเซอะตามหลี่ปูยีไปสืบหา 5 จอมยุทธ์ เพื่อมาร่วมงานประลอง หากนางทำสำเร็จ ย่อมจะมีโอกาสกลับคืนสำนัก ความลับสุดยอด ฟังแล้วเหยียบไว้




เจ้าสำนักเสิ่นซิงหนานแจ้งข่าวไป่ชิงซูให้เจ้าสำนักอื่นๆ ทราบ แต่ไม่ยอมบอกที่อยู่ของพวกเค้า คนรู้ยิ่งน้อยยิ่งดี ไม่เช่นนั้นความลับอาจรั่วไหล
เจ้าสำนักหวงซานไม่พอใจ คิดว่าเจ้าสำนักเสิ่นไม่ให้เกียรติพวกนาง เจ้าสำนักเสิ่นได้ยินเสียงคนแอบฟังที่หน้าประตู ที่แท้เป็นบุตรสาวเจ้าสำนักนั่นเอง หาเรื่องโดนพ่อทำโทษจนได้






ให้มาผ่าฟืนเนี่ย โทษเบาแล้วนะ ศิษย์น้องสี่ เสิ่นฉินหงคิดแล้วให้หงุดหงิด ดูดิ๊ เป็นศิษย์สำนักเดียวกันแท้ๆ ทำไม ศิษย์พี่สามได้ออกไปทำงานสำคัญ ตัวเองต้องมานั่งผ่าฟืนก็ไม่รู้




เสิ่นฉินหงเห็นเจ้าสำนัก Siu ทำลับๆ ล่อๆ นางจึงแอบตามไปดู เห็นเค้าส่งพิราบสื่อสาร



หลังจากนั้น เจ้าสำนัก Siu ยังไปค้นห้องหนังสือของบิดานางอีก ยังไม่ทันได้ความ เจ้าสำนักเสิ่นก็เห็นนางซะก่อน ทำให้เจ้าสำนัก Siu รู้ตัวหลบไปได้ทัน





เมื่อบิดาไม่เชื่อ เสิ่นฉินหงคิดจะรวบรวมหลักฐานเอง จึงชวนศิษย์น้องเล็กสะกดรอยเจ้าสำนัก Siu มัวแต่ถกเถียงกันจนคลาดสายตา เลยต้องแยกย้ายกันออกตาม เสิ่นฉินหงเห็นเจ้าสำนัก Siu พบกับพรรคมาร




นางถูกหัวหน้าหน่วยดินจับได้ ทั้งคู่ต่อสู้กัน ฉินหงเกือบพลาดท่า ดีที่ศิษย์น้องเล็กมาช่วยไว้ทัน




เจ้าสำนัก Siu อ้างว่า เค้าได้รับพิราบสื่อสารจากศิษย์ในสำนัก บอกว่ารู้ร่องรอยของคนทรยศ ที่แท้เป็นแผนของหัวหน้าหน่วยดิน ที่จะเรียกเค้าไปเจรจา




เจ้าสำนักเสิ่นเชื่อในความบริสุทธิ์ของเจ้าสำนัก Siu มากกว่าคำพูดของบุตรสาว จึงสั่งให้ฉินหงขอโทษ นางไม่ยอมรับ เจ้าสำนักเสิ่นโกรธจัด ตบหน้านาง




เสิ่นฉินหงฉุนขาด ใครๆ ก็ไม่เชื่อ ศิษย์พี่รองยังไม่เชื่อนางอีก




ฮูหยินเสิ่นขอร้องให้เจ้าสำนักใจเย็นๆ พิเคราะห์ดูแล้วฉินหงก็ไม่ผิดซะทีเดียว หากนางไม่เห็นเจ้าสำนัก Siu พบปะกับคนพรรคมาร นางคงไม่ยืนกรานเสียงแข็งเช่นนี้




เจ้าสำนักเสิ่นเริ่มใจอ่อน ที่ไหนได้เสิ่นฉินหงน้อยใจจัด หนีออกจากสำนักไปแล้ว ฮูหยินเสิ่นเห็นกระบี่ของนางเหลือรอยไหม้ จากทวนของหัวหน้าหน่วยดินพรรคมาร นางจึงขอให้เจ้าสำนักเสิ่นสืบเรื่องคนทรยศให้แน่ชัด จะได้ไม่ผิดต่อฉินหง




พวกหลี่ปูยีหลงเข้าไปในค่ายกล 5 ธาตุ โดนพรรคมารซุ่มโจมตี ทำร้ายเยี่ยม่งเซอะได้รับบาดเจ็บ





หลี่ปูยีให้ไป่ชิงซูกับหลวงจีนอยากตายพาเยี่ยม่งเซอะหนีไปก่อน เค้าจะคอยสะกัดพรรคมารให้ ม่งเซอะเห็นท่านหมอหล่ายทำเฉย ไม่ยอมช่วยหลี่ปูยี นางจึงเริ่มระแวงเค้า
สุดท้ายท่านหมอหล่ายก็ทำเฉยไม่ไหว จึงลงมือทำร้ายพรรคมาร พวกเค้าจึงหนีรอดไปได้ แต่ยังไม่พ้นจากค่ายกลอยู่ดี





โชคดีที่ฝ่ายพรรคมารมาแค่ 3 คน ค่ายกล 5 ธาตุจึงยังไม่สมบูรณ์ เปิดโอกาสให้พวกเค้าหลบรอดได้

เยี่ยม่งเซอะโทษว่าเป็นเพราะท่านหมอหล่ายแหละ นำทางไม่ดี

หล่ายเหยิกยี: เจ้าสงสัยข้างั้นหรือ
เยี่ยม่งเซอะ: ใช่ ข้าสงสัยเจ้า ไม่งั้นทำไมตอนต่อสู้เจ้าถึงลังเลล่ะ





ต่อว่ายังไม่ทันขาดคำ เยี่ยม่งเซอะก็สลบไป

หล่ายเหยิกยี: นางโดนตะปูเจ็ดพิฆาต ถ้าไม่รีบรักษาคงไม่รอด
หลีปูยี: เจ้าก็ช่วยรักษาให้นางสิ
หล่ายเหยิกยี: นางสงสัยข้า ทำไมข้าต้องช่วยนางด้วย
หลวงจีนอยากตาย: เจ้าช่วยนางหาย นางก็จะเลิกสงสัยเจ้าเองแหละ






ท่านหมอหล่ายช่วยฝังเข็มรักษาขั้นต้นให้นาง แต่พิษนั้นต้องใช้สมุนไพรจึงจะขจัดได้




แผนการของจ้าวค้างคาว คือให้ท่านหมอหล่ายหลอกพวกหลี่ปูยีให้มาติดกับค่ายกล 5 ธาตุ หลังจากนั้น จะค่อยๆ ปิดล้อมให้อดอาหารและน้ำ ถึงเก่งแค่ไหนก็ต้องแพ้




เจ้าสำนักเสิ่นต้องการพิสูจน์ความจริง จึงให้ศิษย์หลอกเจ้าสำนัก Siu ออกจากห้องพัก
เจ้าสำนักเสิ่นเชิญเจ้าสำนักอีก 3 ท่าน มาเป็นพยานในการตรวจค้นห้องเจ้าสำนัก Siu พวกเค้าพบจดหมายติดต่อกับพรรคมาร เมื่อทดสอบด้วยกำลังภายใน จดหมายนั้นก็ลุกเป็นไฟ พิสูจน์ได้ว่าเป็นจดหมายของแท้





เจ้าสำนัก Siu รู้ตัวหลบหนีไปก่อน ทั้งหมดจึงแยกย้ายออกตามหา เจ้าสำนัก เสิ่นและเจ้าสำนัก Siu ต่อสู้กัน ขณะที่เจ้าสำนักเสิ่นพลาดท่า เจ้าสำนักหวงซาน และคงท้ง ตามมาช่วยทัน และซัดเจ้าสำนัก Siu ตกเขาไป





ระหว่างหาสมุนไพร หลี่ปูยีกับท่านหมอหล่ายเจอกับค่ายกลหิมะน้ำแข็ง




หลี่ปูยีช่วยให้ท่านหมอหล่ายหนีไป

หลีปูยี: เจ้ารีบไปช่วยแม่นางเยี่ย
หล่ายเหยิกยี: เจ้าไม่จำเป็นต้องสละตัวเองเพื่อฝ่ายธรรมะนี่นา
หลีปูยี: ข้าทำด้วยความสมัครใจ รีบไป






เจ้าสำนักเสิ่นเป็นห่วงบุตรสาว แต่ก็ต้องมัวยุ่งกับการช่วยสำนัก Ngan tong คัดสรรเจ้าสำนักใหม่ ไม่มีเวลาลงเขาไปตามนาง
ฮูหยินเสิ่นจึงอาสาลงเขาไป เจ้าสำนักขอให้นางพาศิษย์พี่รองเยี่ยชูเซินไปด้วย จะได้ช่วยเหลือนางอีกแรงหนึ่ง




หล่ายเหยิกยี: ไหนบอกว่าร่วมมือกัน ทำไมคิดจะฆ่าข้าด้วย
จ้าวค้างคาว: หากไม่ทำเช่นนี้ หลี่ปูยีจะเชื่อเจ้าสนิทใจหรือ





จ้าวค้างคาวมอบตำราส่วนหลังให้กับท่านหมอหล่าย
หล่ายเหยิกยี: ข้าทำหน้าที่ของข้าแล้ว หลี่ปูยีจะอยู่หรือตายไม่เกี่ยวกับข้า
จ้าวค้างคาว: ใช่ไม่เกี่ยว เค้าตายเพราะดันไปเชื่อสหายที่ไม่ควรเชื่อ

ท่านหมอหล่ายหวนนึกถึงสิ่งที่หลี่ปูยีพูดกับเค้า

หล่ายเหยิกยี: ทำไมเจ้าถึงเชื่อข้าล่ะ
หลี่ปูยี: ลืมไปรึไงว่าข้าเป็นหมอดูนะ ทำไมข้าจะไม่เชื่อมั่นตัวเองล่ะ
หล่ายเหยิกยี: มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอ ไม่ต้องพูดถึงคนที่เห็นผลประโยชน์มาก่อนเช่นข้า ข้ายังไม่เชื่อใจตัวเองเลย
หลี่ปูยี: โหงวเฮ้งเจ้าบอกข้าว่าเจ้าไม่ใช่คนเช่นนั้น








 

Create Date : 01 มกราคม 2550    
Last Update : 2 ธันวาคม 2550 8:33:50 น.
Counter : 356 Pageviews.  

Face To Fate ตอน 7





จากตอนที่แล้ว ท่านหมอหล่ายกำลังจะลงมือฆ่าหลี่ปูยี แต่เยี่ยม่งเซอะมาถูกลักพาตัวไปซะก่อน ท่านหมอหล่ายจึงหมดโอกาสลงมือ



ท่านหมอหล่ายอุตส่าห์สั่งเสียซะดิบดีให้เฝ้าเยี่ยม่งเซอะเอาไว้ ปล่อยให้โดนลักพาตัวไปได้ยังงั้ย
หลี่ปูยีคิดว่าผู้ที่สามารถฉกตัว แม่นางเยี่ยไปต่อหน้าต่อตาหลวงจีนอยากตายได้ น่าจะมีวรยุทธ์สูงหว่าหลี่ปูยีและหล่ายเหยิกยี เค้ายิ่งมั่นใจว่าปีศาจนั้นต้องเป็นไป่ชิงซู




แม่นางเยียน: ข้าเตือนพวกท่านแล้วใช่มั้ย แต่พวกท่านไม่เชื่อข้า ดูสิ แม่นาง เยี่ยถูกจับตัวไปแล้ว
หล่ายเหยิกยี: ดูเหมือนเจ้าจะกลัวว่าพวกเราจะจัดการกับปีศาจได้นะ
แม่นางเยียน: ข้ากลัวว่าพวกท่านจะต้องเจ็บตัวต่างหาก

แม่นางเยียนแนะนำให้ทั้งสามคนรอฟังข่าวไปก่อน ถ้าปีศาจรู้ว่าแม่นางเยียนไม่ใช่เจ้าสาวจริงๆ คงจะปล่อยตัวนางเอง





เยี่ยม่งเซอะ: ท่านคือไป่ชิงซูสำนักชิงเฉินใช่หรือไม่
ไป่ชิงซู: ไป่ชิงซูตายไปแล้ว บอกข้ามา ทำไมเจ้าถึงอยากแต่งงาน เจ้ารักเจ้าบ่าวของเจ้ารึเปล่า
เยี่ยม่งเซอะ: ถามทำไม
ไป่ชิงซู: ตอบมา
เยี่ยม่งเซอะ: ข้าทำเพี่อให้ท่านเผยตัวออกมา ข้าจะได้รู้ว่าท่านเป็นใคร
ไป่ชิงซู: โกหก ผู้หญิงทุกคนล้วนปลิ้นปล้อน หลอกลวง ข้าจะต้องลงโทษพวกเจ้า






ไป่ชิงซูขังเจ้าสาวที่จับมาไว้ในห้องใต้ดิน ถ้าทุกคนพิสูจน์ความรักที่มีต่อเจ้าบ่าวไม่ได้ เค้าก็จะไม่ปล่อยไป




เยี่ยม่งเซอะได้รู้ว่าที่ไป่ชิงซูใส่หน้ากากไว้ เพราะใบหน้าเค้าเสียโฉมจนอัปลักษณ์
ม่งเซอะเห็นเค้าจะทำร้ายเจ้าสาวคนหนึ่ง นางจึงต่อสู้กับเค้า แต่ก็สู้ไม่ได้

ไป่ชิงซู: วิทยายุทธ์อ่อนหัด ยังไม่รู้จักเจียมตัว หากพวกเจ้าพิสูจน์ให้ข้าเห็นไม่ได้ว่า เจ้ามีความรักที่แท้จริง ข้าจะฆ่าพวกเจ้าทีละคน





หลี่ปูยีพยายามคิดหาที่ซ่อนของไป่ชิงซูแต่มีที่ที่เป็นไปได้หลายแห่งเกินไป
หลวงจีนอยากตายชวนเค้าไปตรวจสุสานอีกรอบ แต่หลี่ปูยีอยากใช้สมาธิ จึงไม่ยอมไป
เสี่ยวซานเป็นห่วงแม่นางเยี่ยจึงเสนอให้ขอร้องท่านลุงซึ่งซ่อนตัวอยู่บนเขาไปช่วยนาง แต่แล้วก็นึกได้ว่าท่านแม่สั่งให้เค้าเก็บท่านลุงไว้เป็นความลับ




หล่ายเหยิกยีเห็นแม่นางเยียนเตรียมสำรับอาหารออกไปนอกโรงเตี๊ยม เค้าจึงสะกดรอยตามนางไป เดินตั้งครึ่งค่อนวัน ยังไม่ถึงที่หมายซะที



แม่นางเยียน: นี่เป็นสุสานสามีข้า ไหนๆ ท่านก็มาแล้ว ออกมาจุดธูปให้เค้าหน่อยสิคะ คุณชายหล่าย
หล่ายเหยิกยี: เจ้ารู้ตั้งนานแล้วว่าข้าตามเจ้ามา ทำไมไม่พูดล่ะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาพาข้าเดินวนอยู่บนเขา
แม่นางเยียน: เปล่านะ ข้าไม่รู้จริงๆ ข้าแค่เดินเล่นไปเรื่อยๆ
หล่ายเหยิกยี: ข้าว่าเจ้าเห็นตั้งแต่ตอนหกล้มแล้วล่ะมั้ง แต่ทำไมถึงรู้ว่าเป็นข้า
แม่นางเยียน: ท่านชื่อเสียจนกลิ่นตลบ ทำไมข้าจะไม่ได้กลิ่นล่ะคะ (ไม่ค่อยกัดเลยนะยะหล่อน)
หล่ายเหยิกยี: รู้มั้ย ผู้หญิงเนี่ยถ้าฉลาดมากไป ก็น่ารำคาญนะ บอกข้ามาตามตรงดีกว่า เจ้ามีความสัมพันธ์อะไรกับปีศาจนั่น





แม่นางเยียน: ข้าเป็นแค่เจ้าของโรงเตี๊ยมธรรมดาคนหนึ่ง ข้าไม่สน และไม่อยากยุ่งเรื่องของใครทั้งนั้น
หล่ายเหยิกยี: เจ้าปั่นหัวข้ามาทั้งวันยังไม่พออีกหรือ ข้าชักหมดความอดทนกับเจ้าแล้วนะ
แม่นางเยียน: ต่อให้ท่านฆ่าข้า ข้าก็ไม่มีอะไรจะพูด
หล่ายเหยิกยี: ข้าหลงรักผู้หญิงง่าย แต่ข้าอารมณ์เสียง่ายกว่า เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าฆ่าเจ้างั้นหรือ
แม่นางเยียน: ท่านจะทำอะไรกับคนที่ไม่กลัวความตายได้ล่ะ
หล่ายเหยิกยี: ดูเหมือนเจ้าจะคิดจริงๆ สินะ ว่าข้าจะไม่ฆ่าเจ้า





ก่อนที่ท่านหมอหล่ายจะลงมือ หลี่ปูยีก็มาขวางไว้ก่อน ท่านหมอช่างไม่รักหยกถนอมบุปผาเอาซะเลยนะ

หลี่ปูยี: อย่าไปบังคับแม่นางเยียนเลย อยากรู้อะไรเราถามเสี่ยวซานดีกว่า
แม่นางเยียน: เสี่ยวซานยังเด็ก เค้าไม่รู้อะไร
หลี่ปูยี: เค้าบอกข้าว่ามีจอมยุทธซ่อนตัวอยู่บนเขา
แม่นางเยียน: เด็กๆ ก็พูดเรื่อยเปื่อย ท่านคงไม่เชื่อหรอกนะ
หล่ายเหยิกยี: ระหว่างเจ้ากับเสี่ยวซาน เจ้าคิดว่าพวกเราจะเชื่อใคร





หลี่ปูยีได้ดูโหงวเฮ้งให้กับเสี่ยวซาน เค้าจึงรู้ว่าครึ่งปีก่อนเสี่ยวซานเคยประสบอุบัติเหตุ แต่มีคนช่วยชีวิตไว้
เสี่ยวซานบอกว่า ตอนที่เค้าเกือบตกเขา มีท่านลุงช่วยไว้ เค้าใส่หน้ากากและพกขลุ่ยเงิน





ฟังรูปพรรณ หลี่ปูยีก็รู้ว่าคนผู้นั้นคือไป่ชิงซู

หล่ายเหยิกยี: ตอนนี้ แม่นางเยียนเป็นเบาะแสเดียวของเรา แต่นางรู้ตัวแบบนี้ เราคงสืบยาก
หลี่ปูยี: ข้าเชื่อว่านางต้องทำพลาดแน่ ถ้านางไปพบไป่ชิงซูเมื่อไหร่ เราก็จะมีโอกาสเมื่อนั้น





แม่นางเยียนโมโหที่เสี่ยวซานหลุดปากบอกเรื่องท่านลุงบนเขาให้หลี่ปูยีรู้ บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าปากโป้ง เดี๋ยวตีเลยนี่ ขู่ทำไม้ แน่จริงอย่าตีโต๊ะดิ
นางกำชับไม่ให้เสี่ยวซานพูดเรื่องนี้กับใครอีก





เจ้าสาวคนหนึ่งแกล้งป่วย หลอกให้ไป่ชิงซูลงมาที่ห้องใต้ดินเพื่อดูอาการ
พวกนางช่วยกันจับตัวไป่ชิงซูไว้ เปิดโอกาสให้เยี่ยม่งเซอะหนี แต่ไม่สำเร็จ เค้าจับตัวนางได้ก่อนหนีออกจากกระท่อม





ไป่ชิงซู: ผู้หญิงทุกคนล้วนเจ้าเล่ห์ กลิ้งกลอก พวกเจ้าสมควรตาย
เยี่ยม่งเซอะ: ข้าไม่ได้ต้องการหลอกท่าน ข้าไม่รู้ว่าใครทำร้ายท่านจนเป็นเช่นนี้ แต่ไม่ใช่ว่าผู้หญิงทุกคนจะเหมือนนาง
ไป่ชิงซู: หุปหาก ข้าไม่เชื่อใจผู้หญิงหน้าไหนอีกต่อไปแล้ว
เยี่ยม่งเซอะ: ดี งั้นเจ้าเคยรักใครอย่างแท้จริงมั้ย เจ้าพิสูจน์ให้ข้าดูหน่อยสิ
ไป่ชิงซู: ดูใบหน้าข้าสิ นี่แหละข้อพิสูจน์





5 ปีที่แล้ว ก่อนการประลองยุทธระหว่างธรรมะกับอธรรม ไป่ชิงซูได้รู้จักและรักกับเจียงปี้หลิง
นางไม่อยากให้เค้าร่วมงานประลอง แต่ในฐานะศิษย์เอกของชิงเฉิน เค้าจะถอนตัวได้อย่างไร
อีกอย่างไป่ชิงซูเชื่อมั่นในฝีมือตัวเอง เค้าต้องชนะกลับมาหานางแน่นอน ปี้หลิงขอให้เค้าแต่งงานกับนางในคืนก่อนวันประลอง





คืนนั้น ปี้หลิงวางยาในสุรามงคล ที่แท้นางเป็นคนของพรรคมาร
เมื่อปี้หลิงจากไป เค้าพยายามไล่ตามนางทำให้เกิดไฟไหม้จนใบหน้าเสียโฉม





ด้วยเหตุนี้ ไป่ชิงซูจึงถูกขับออกจากสำนัก และทำให้สำนักชิงเฉินตกต่ำจนล่มสลายไป ไป่ชิงซูจึงเคียดแค้นผู้หญิงทุกคน



แม่นางเยียนอ้างว่าจะปิดโรงเตี๊ยมเพื่อปรับปรุง เพื่อไล่ทั้งสามคนไปจากหมู่บ้าน ไปก็ไปสิ ไม่เห็นต้องง้อ



เสี่ยวเถาได้ข่าวว่าพวกเค้าจะจากไป นางจึงมาขอร้องให้อยู่ช่วย หลี่ปูยีรับปากว่าถึงแม้เค้าจะออกจากโรงเตี๊ยม แต่เค้าจะต้องจัดการเจ้าปีศาจตนนี้แน่นอน



แม่นางเยียนเอาอาหารมาส่งให้ไป่ชิงซูโดยไม่รู้ตัวว่า หาบของนางได้โปรยผงที่มองไม่เห็นไปตลอดทาง
นางพยายามขอร้องให้ไป่ชิงซูปล่อยแม่นางเยี่ยไป

ไป่ชิงซู: ข้าจะไม่พูดเป็นหนสอง ฟังให้ดี ข้าไม่ชอบคนที่จุ้นจ้าน






ท่านหมอหล่ายโรยผง Yuk Cho ซึ่งจะทำปฏิกิริยากับผงไร้สีไร้กลิ่นที่เค้าแอบใส่ไว้ในหาบของแม่นางเยียน
เมื่อผงทั้งสองชนิดผสมกันจะเปล่งประกายสีม่วง นำทางพวกเค้ามาจนถึงกระท่อมบนเขา




หลี่ปูยี: ระวังตัวหน่อย ขลุ่ยเงินของไป่ชิงซูฆ่าคนตายได้ถึง 36 วิธี
หลวงจีนอยากตาย: เหรอ งั้นรีบเลย เค้าจะได้ฆ่าข้า
หลี่ปูยี: เจ้ายังตายไม่ได้ ลืมไปแล้วเหรอว่าเรามาช่วยแม่นางเยี่ยกับเจ้าสาวที่ถูกลักพาตัวมา พี่หล่าย
หล่ายเหยิกยี: อ๊ะ อ๊ะ ข้าไม่เกี่ยว ข้าทำส่วนของข้าแล้ว ที่เหลือพวกเจ้าก็จัดการเองดิ
หลี่ปูยี: ข้าก็นึกแล้วว่าเจ้าต้องพูดอย่างนี้ แค่ลองถามดู เผื่อฟลุ้ค ข้าไม่มั่นใจว่าข้าคนเดียวจะรับมือเค้าได้




หลี่ปูยี: ข้าน้อยหลี่ปูยี ท่านคือ บัณฑิตขลุ่ยเงินไป่ชิงซูใช่หรือไม่
ข้าไม่ได้มาขอให้ท่านปล่อยตัวเจ้าสาว แต่ข้ามาขอให้ท่านร่วมการประลองยุทธ
ไป่ชิงซู: เรื่องของยุทธภพไม่เกี่ยวกับข้า เจ้าหาข้าพบได้อย่างไร แม่นางเยียนหักหลังข้าล่ะสิ ผู้หญิงบนโลกนี้ไม่มีใครเชื่อถือได้ซักคน





หลี่ปูยีต่อสู้กับไป่ชิงซูเพื่อถ่วงเวลาให้หลวงจีนอยากตายไปช่วยแม่นางเยี่ย
ส่วนท่านหมอหล่ายก็ยืนดูเฉยๆ อย่างที่บอกจริงๆ

หลวงจีนอยากตายช่วยแม่นางเยี่ยออกมาได้ ไป่ชิงซูเห็นดังนั้นจึงหลบหนีไป





เยี่ยม่งเซอะเล่าอดีตของไป่ชิงซูให้หลี่ปูยีฟัง เค้ากับท่านหมอหล่ายเป็นห่วงว่าไป่ชิงซูจะไปแก้แค้นแม่นางเยียน



ไป่ชิงซูเข้าใจแม่นางเยียนผิด คิดว่านางหักหลังเค้า เค้าจึงคิดฆ่านาง



เยียนเยี่ยไหล: ข้าสงสารท่านนัก ท่านเจ็บปวดทรมานเพราะผู้หญิงคนเดียว ทำไมท่านไม่เผชิญหน้ากับความจริงซะที เลิกใส่หน้ากากได้แล้ว
หลี่ปูยี: ช้าก่อน แม่นางเยียนไม่ได้ทรยศท่าน
หล่ายเหยิกยี: พวกเราเจอเจ้าด้วยตัวเอง

ขนาดทุกคนช่วยกันเกลี้ยกล่อมสารพัด ไป่ชิงซูก็ยังไม่ยอมปล่อยแม่นางเยียน





ไป่ชิงซู: หนึ่งชีวิตแลกหนึ่งชีวิต เจ้าพานางแพศยามาพบข้า ข้าจะปล่อยแม่นางเยียน
หลี่ปูยี: เจียงปี้หลิงหายสาบสูญไปจากยุทธภพนานแล้ว ข้าไม่แน่ใจว่าจะหานางเจอ
ไป่ชิงซู: ข้าไม่สน ถ้าภายในพรุ่งนี้เที่ยง เจ้าไม่นำนางมาพบข้าที่เนินสิบลี้ เจ้าก็เตรียมโลงมาใส่ศพนางเถอะ





เยี่ยม่งเซอะ: ทำไงดี เจียงปี้หลิงหายไปหลายปีแล้ว เราจะตามนางเจอได้ที่ไหน
หล่ายเหยิกยี: แต่เราจะปล่อยให้แม่นางเยียนเป็นอะไรไปไม่ได้ (โด่ แอบห่วงเหมือนกันล่ะจิ นึกว่าจะใจแข็ง)

หลวงจีนอยากตายนึกขึ้นได้ว่าตอนเค้าไปตรวจสุสาน เค้าเคยเห็นสุสานของเจียงปี้หลิง




เอาล่ะสิ แล้วจะทำยังไงล่ะเนี่ย ต่อให้ไป่ชิงซูมาเห็นสุสาน เค้าคงไม่ยอมปลงแน่
หลวงจีนอยากตายสงสัยสภาพสุสานอาจเป็นกลลวง ทั้งหมดจึงเปิดโลงพิสูจน์ พบว่าโลงมีแต่เสื้อผ้า
ที่แท้ เจียงปี้หลิงแสร้งตาย เพื่อถอนตัวจากยุทธภพ





หลี่ปูยีขอให้ท่านหมอหล่ายช่วยถ่วงเวลา ไป่ชิงซูไว้ก่อน
แหม ทีเพื่อแม่นางเยียนรับปากง่ายๆ ไม่มีอิดออดเชียวนะ ท่านหมอ ไหนว่าไม่อยากยุ่งไง




หล่ายเหยิกยี: ไม่ต้องมองหรอก เรายังหาเจียงปี้หลิงไม่เจอ ข้ามาคนเดียว
ไป่ชิงซู: เจ้ากล้าไม่เบานี่ น่าเสียดาย เจ้าต้องตายทั้งคู่
หล่ายเหยิกยี: เจ้าบอกว่าหนึ่งชีวิตแลกหนึ่งชีวิต งั้นข้าขอแลกชีวิตกับแม่นางเยียนปล่อยนางไปเถอะ





หล่ายเหยิกยี: เจ้าไมต้องซึ้งหรอก ข้าหล่ายเหยิกยีตัวคนเดียว ไม่มีพ่อแม่ ไม่มีลูกต้องเลี้ยงเหมือนเจ้า
ไป่ชิงซู: เจ้ายอมตายเพื่อนาง เจ้าเป็นอะไรกับนาง
หล่ายเหยิกยี: เล่าแล้วเรื่องมันยาว นางเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมที่ข้าพักอยู่ ข้าหลงรักนาง แต่นางปฏิเสธข้า แม้แต่มือนาง ข้ายังไม่เคยได้จับ
จริงๆ แล้ว ในใจนางปฏิเสธข้าไม่ลงหรอก แหม อันนี้ข้าคิดไปเองนะ
ไป่ชิงซู: เจ้ารักนาง ทำไมไม่แต่งงานกับนาง เจ้าจริงใจกับนางรึเปล่า
หล่ายเหยิกยี: ข้ารักนาง แต่ไม่ได้หมายความว่าข้าต้องแต่งงานกับนางนี่ ผู้ชายคนไหนก็เป็นอย่างนี้ เจ้ามันไม่ซื่อบื้อไปหน่อยเหรอ
ไป่ชิงซู: เจ้า





เยียนเยี่ยไหล: คุณชายหล่ายชอบพูดเล่นเรื่องความรักตลอดเวลา ท่านไม่ต้องใส่ใจหรอก
หล่ายเหยิกยี: ข้าไม่ได้พูดเล่นนะ ข้าหมายความอย่างที่ข้าพูด คนเจ้าชู้อย่างข้าหล่ายเหยิกยี พบผู้หญิงคนไหน ก็รักผู้หญิงคนนั้น ข้าไม่เคยซื่อสัตย์กับผู้หญิงคนเดียว
ข้าไม่เหมือนเจ้า เจ้าร้องห่มร้องไห้ อยากตายกะแค่เพื่อผู้หญิง
ไป่ชิงซู: เจ้าพูดอะไร
หล่ายเหยิกยี: ข้าบอกว่า เจ้าไม่ใช่ลูกผู้ชาย เจ้าลักพาตัวผู้หญิงเพื่อข่มขู่เรา สมกับเป็นจอมยุทธ์แล้วหรือ มิน่าชาวยุทธ์ถึงดูถูกเจ้า





ท่านหมอหล่ายยั่วโมโหให้ไป่ชิงซูลงมือได้สำเร็จ เค้าพยายามล่อไป่ชิงซูให้ไปไกลจากแม่นางเยียน

หล่ายเหยิกยี: ยังไม่รีบหนี

แม่นางเยียนก็ดันเป็นห่วงท่านหมอ ไม่ยอมหนีซะอีก







โชคดีที่หลี่ปูยีมาทัน ท่านหมอหล่ายเลยแค่เสื้อขาด แม่ยกเกือบหัวใจวายน่อ




พวกเค้าพาไป่ชิงซูมาพบกับ เจียงปี้หลิงที่แต่งงานมีลูก เปิดร้านน้ำชาข้างทาง
เจียงปี้หลิงไม่รู้ว่าไป่ชิงซูต้องเสียโฉมเพราะนาง





หลี่ปูยี: จอมยุทธไป่ท่านต้องการอย่างไรกันแน่ เห็นนางมีครอบครัวอย่างนี้แล้ว ท่านไม่อยากจะทำให้ครอบครัวเค้าแตกแยกใช้มั้ย หรือว่าท่านคิดจะเจ็บปวดอยู่คนเดียว
ท่านใจอ่อนเป็นสตรีแบบนี้ จะทำการใหญ่ได้อย่างไร คิดดูให้ดี ถ้าท่านฆ่าเค้า ท่านก็จะได้อยู่กับปี้หลิงอีกครั้ง
ถ้าท่านทำไม่ลง ข้าจะช่วยท่านเอง




หลี่ปูยีลงมือสังหารสามีของเจียงปี้หลิง
เยี่ยม่งเซอะ: หลี่ปูยีเจ้า
หล่ายเหยิกยี: เจ้าสองคนอย่ายุ่ง

สะกัดจุดทั้งคู่ซะเลย





หลี่ปูยี: เจ้าเข้าใจความรู้สึกของจอมยุทธไป่รึยัง การสูญเสียคนรักเป็นอย่างไร
เยี่ยม่งเซอะ: หลี่ปูยี เจ้าทำร้ายคนบริสุทธิ์ เพียงเพื่อให้ไป่ชิงซูเข้าร่วมการประลอง เจ้าเลวยิ่งกว่าสัตว์
หลี่ปูยี: จอมยุทธไป่ทำให้สำนักชิงเฉินล่มสลาย ใบหน้าต้องเสียโฉม ทั้งหมดก็เพราะเจ้า เจ้าจะกลับไปอยู่กับเค้าหรือไม่

เจียงปี้หลิงไม่ยอม หลี่ปูยีจึงสังหารลูกทั้งสองของนางด้วย





หลี่ปูยี: ข้าจะถามเจ้าอีกครั้ง เจ้าจะกลับไปอยู่กับเค้ามั้ย
เจียงปี้หลิง: ไม่มีวัน
ไป่ชิงซู: ทำไมต้องทำอย่างนี้
หลี่ปูยี: ข้าเกลียดผู้หญิงอสัตย์ ในเมื่อนางไม่ยอมกลับมาอยู่กับเข้า มิสู้ฆ่านางเสีย









 

Create Date : 29 ธันวาคม 2549    
Last Update : 1 ธันวาคม 2550 19:01:29 น.
Counter : 538 Pageviews.  

Face To Fate ตอน 6





จากตอนที่แล้ว พรรคมารยื่นข้อเสนอให้ท่านหมอหล่ายฆ่าหลี่ปูยีซะ จะได้ไม่มีใครหา 5 จอมยุทธ์พบ
ตอนแรกท่านหมอหล่ายก็ไม่สนใจหรอก





พอพรรคมารเอาตำรา (อะไรไม่รู้ อ่านไม่ออก เดาว่าคงเป็นตำรายามั้ง) มาเป็นข้อแลกเปลี่ยน ท่านหมอหล่ายก็ชักหวั่นไหวใจ ซวยล่ะสิ หลี่ปูยี




เยี่ยม่งเซอะเที่ยวตามหาไป่ชิงซูไปทั่วเมือง แต่ไม่มีใครเคยเห็นเค้า



ท่านหมอหล่ายเห็นหลี่ปูยีซ้อมวรยุทธ์อยู่ เลยทำเป็นซ้อมด้วย เนียนนะยะ
อาวุธท่านหมอหล่ายเป็นกระบี่ที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ





สู้กันเอาเป็นเอาตายมากค่ะ ท่านหมอหล่ายแกคงกะเอาตายนั่นแหละ




หลี่ปูยี: เข็มไหมทองของท่านร้ายกาจมาก หากท่านไม่ยั้งมือ ข้าคงได้รับบาดเจ็บเป็นแน่
หล่ายเหยิกยี: แหม เข็มไหมทองของข้าจะไม่ใช่อาวุธที่ร้ายกาจ แต่ข้าสามารถใช้มันฆ่าคนได้อย่างง่ายดายในรัศมี 10 ก้าว
หลี่ปูยี: แต่ไม้เท้าไผ่เขียวของข้าก็ไม่เลวนะ
หล่ายเหยิกยี: ดูเหมือนเราจะเสมอกัน
หลี่ปูยี: ถ้าเราต้องสู้กันจริงๆ แล้ว คงเป็นการต่อสู้ที่สูสีไม่น้อย





ยัยตัวก่อกวนมาแล้ว

เยี่ยม่งเซอะ: โหย ว่างกันมากเลยนะ ทำอะไรกันอยู่ล่ะ (เวลาอ่านขอให้ใส่สำเนียงประชดเข้าไปด้วย จะได้อารมณ์อย่างมาก)
หลี่ปูยี: ซ้อมวรยุทธ์น่ะสิ
เยี่ยม่งเซอะ: ดีนี่ เจ้าให้ข้าออกไปตระเวนหาไป่ชิงซูแต่พวกเจ้ามาซ้อมวรยุทธ์กันเนี่ยนะ
หล่ายเหยิกยี: แล้วเจ้าได้อะไรมาบ้างล่ะ
เยี่ยม่งเซอะ: ข้าถามไปทั่วหมู่บ้านเหมยแล้ว ไม่มีใครรู้จักไป่ชิงซูซักคน
หลึปูยี: ก็คนเค้าถอนตัวจากยุทธภพ ใครเค้าจะใช้ชื่อจริงกันบ้างเล่า
เยี่ยม่งเซอะ: ข้าไม่เชื่อว่าจะมีคนยอมทิ้งชื่อเสียงของตัวเองง่ายๆ เจ้าไม่ใช่เค้าจะรู้ได้งัยว่าเค้าไม่ใช้ชื่อจริง





หลวงจีนอยากตายไปค้นตามสุสาน เจอป้ายหลุมศพของไป่ชิงซูอุตส่าห์แบกกลับมาเป็นหลักฐาน แต่หลี่ปูยีไม่เชื่อว่าเค้าจะตายแล้ว

หลี่ปูยี: ดูที่ชื่อของเค้าสิ ตัวอักษรเพิ่มมาอีกขีดหนึ่ง
หลวงจีนอยากตาย: ไป่ชิงเจ้า

เวง อุตส่าห์แบกมาตั้งไกล ดันผิดคน กร๊ากกกก แล้วต้องเอาไปคืนมั้ยเนี่ย




เยี่ยม่งเซอะ: ไม่เป็นไรน่า ทำพลาด ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
หลี่ปูยี: ใครว่าพวกเราไม่ทำอะไร เราทำแต่สิงที่ควรทำต่างหากล่ะ
เยี่ยม่งเซอะ: งั้นบอกมาซิว่าจะหาไป่ชิงซูได้ยังไง
หลี่ปูยี: เค้าเป็นบัณฑิต น่าจะชอบเขียนภาพ เราควรจะไปตามร้านขายภาพเพื่อถามหาเค้า
เยี่ยม่งเซอะ: นั่นสินะ ทำไมข้าคิดไม่ออก
หล่ายเหยิกยี: คิดออกก็ไม่มีประโยชน์ ร้านขายภาพเค้าเพิ่งจะเปิด

ขณะกำลังจะออกไปร้านขายภาพ ทั้งสี่ได้พบกับเจ้าของโรงเตี๊ยมเยียนนางมีสีหน้าไม่ค่อยดีนัก เมื่อรู้ว่าพวกเค้าจะไปตามหาไป่ชิงซู





หล่ายเหยิกยี: แปลกจัง ทุกครั้งที่ได้ยินชื่อไป่ชิงซูดูนางไม่สบายใจ
หลีปูยี: ดูเจ้าจะใส่ใจนางเป็นพิเศษ
เยี่ยม่งเซอะ: สงสัยเค้าจะหลงรักแม่นางเยียนซะแล้วมั้ง
หล่ายเหยิกยี: ไปกันหลายคนมันดูเอิกเกริกไปหน่อย พวกเจ้าล่วงหน้าไปกันก่อนเถอะ
เยี่ยม่งเซอะ: ไม่ต้องเลย เจ้านี่ นิสัย
หลี่ปูยี: อย่าว่าเค้าเลย บางทีที่หล่ายอาจจะทำให้แม่นางบอกออกมาก็ได้ว่าไป่ชิงซูอยู่ที่ไหน

อย่าอวยมากได้ปะ ท่านหมอหล่ายเค้ายิ่งเป็นหนุ่มมั่นอยู่ด้วย






ป้าสอง: สั่งอะไรดีคะ
หล่ายเหยิกยี: อะไรก็ได้ที่แม่นางเยียนชอบ ข้าอยากรู้ว่านางชอบอะไร
ป้าสอง: ยากจัง
หล่ายเหยิกยี: คราวนี้คงไม่ยากแล้วนะ
แม่นางเยียน: ท่านหล่ายคะ ทำไมท่านถึงมือเติบเช่นนี้ ถ้าท่านอยากรู้ถามข้าก็ได้
หล่ายเหยิกยี: ถ้าเจ้าตอบข้าตามตรง ถุงเงินนี้ก็เป็นของเจ้า





หนอย คนเค้าจะจีบกัน กขค.มาซะได้ จะมาเก็บค่าคุ้มครองเหรอ ท่านหมอหล่ายต้องลงมืออีกแระ ไม่ได้อยากโชว์สาวเลยนะเนี่ย




หล่ายเหยิกยี: ไม่ต้องขอบคุณข้าก็ได้นะ
แม่นางเยียน: ขอบคุณท่านงั้นเหรอ รู้มั้ย ท่านทำเรื่องเดือดร้อนให้ข้าแล้ว
หล่ายเหยิกยี: ข้าอยู่ทั้งคน เจ้าจะกลัวพวกมันทำไม
แม่นางเยียน: ท่านหล่ายคะ ที่นี่เป็นโรงเตี๊ยม ท่านเป็นแขก ท่านคิดว่าจะพักอยู่นานแค่ไหนหรือ
หล่ายเหยิกยี: ก็อยู่ที่ว่า เจ้าอยากให้ข้าอยู่นานแค่ไหน






หลี่ปูยีพบภาพเขียนที่สงสัยว่าจะวาดโดยไป่ชิงซู เค้าจำสไตล์การวาดได้ ที่สำคัญภาพของ ไป่ชิงซูมักจะวาดดอกเหมยกับดอกบัว ซึ่งบานคนละฤดูกัน อยู่ในภาพเดียวกัน

เถ้าแก่ร้านก็ไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของภาพ มีเด็กมาฝากขาย เมื่อขายได้แล้วจึงจะมารับเงิน





หลี่ปูยีซื้อภาพเขียนไป แล้วดักรอเด็กที่จะมารับเงิน เพื่อสะกดรอยตามไปพบไป่ชิงซู
ระหว่างนั้นหลี่ปูยีสังเกตเห็นขบวนเจ้าสาวซึ่งเป็นลูกสาวของผู้ใหญ่บ้าน เค้าสังหรณ์ใจว่าการลักพาตัวเจ้าสาวจะเกี่ยวข้องกับไป่ชิงซูจึงรีบตามไป
ทิ้งเยี่ยม่งเซอะกับหลวงจีนอยากตายให้เฝ้ารอเด็ก




ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวผ่านหุบเขาธารแดง เกิดหมอกหนาทึบ บุรุษลึกลับทำร้ายคนคุ้มกันเกี้ยว แล้วลักพาตัวเจ้าสาวไป

หลี่ปูยีติดตามเข้าไปในป่า เจอกับหมอกหนาปกคลุม หลวงจีนอยากตายตามมาเจอเค้า หมอกสลายตัวไปอย่างกระทันหัน หลี่ปูยีสงสัยว่าผู้อยู่เบื้องหลังการลักพาตัวจะเป็นยอดฝีมือ ไม่ใช่ปีศาจ





เยี่ยม่งเซอะคอยจับตาดูร้านขายภาพ ไม่ยอมไปไหน ฝนตกนางก็ยังยืนตากฝนไม่ให้คลาดสายตา
หลี่ปูยีอุตส่าห์มากางร่มให้ นางก็กลับต่อว่าเค้าว่าทิ้งให้นางเฝ้าอยู่ตามลำพัง
หลี่ปูยีเป็นห่วงว่านางจะหิว จึงซื้อหมั่นโถวมาให้นางกิน หมั่นโถวเย็น ม่งเซอะก้อบ่น ทำอะไรไม่ถูกใจนางซักอย่าง





เห็นเถ้าแก่ปิดร้านขายภาพ ม่งเซอะถึงยอมกลับโรงเตี๊ยม พรุ่งนี้มาเฝ้าใหม่

หล่ายเหยิกยี: นี่ข้ามาจัดจังหวะพวกเจ้ารึเปล่านี่ ภรรยาที่รัก ทำแบบนี้ ข้าเจ็บปวดใจนะ
หลี่ปูยี: เจ้าเข้าใจพวกเราผิดแล้ว
เยี่ยม่งเซอะ: อะไร ข้าไม่ได้เป็นอะไรกับเจ้าซะหน่อย งี่เง่า





หล่ายเหยิกยี: เป็นไง ได้อะไรคืบหน้าบ้างมั้ย
หลี่ปูยี: ก็มีนะ แต่ข้าจะบอกเจ้าเมื่อถึงเวลาอันสมควร แล้วเจ้ากับแม่นางเยียนล่ะ คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว
หล่ายเหยิกยี: ก็ดี เอาไว้ข้าจะบอกเจ้าเมื่อถีงเวลาอันสมควรแล้วกัน





เมื่อกลับถึงโรงเตี๊ยมปรากฎว่า แม่นางเยียนถูกนักเลงเก็บค่าคุ้มครองจับไปเรียกค่าไถ่ โหย เรื่องขี้ปะติ๋ว ให้ท่านหมอหล่ายเค้าจัดการเองเหอะ



มาถึงบ่อน ท่านหมอหล่ายก็ตัดไม้ข่มนาม เอาขาสะกิดเบาๆ ฟาดโต๊ะพังไปตัวนึง เล่นเอานักเลงอึ้งทึ่งเสียวไปตามๆ กัน

โธ่เอ๊ย จะมาจ่ายค่าไถ่ก็ไม่รีบบอก





เข้าไปถึง แม่นางเยียนกำลังเล่นไพ่กับเจ้าของบ่อนอยู่เลย เล่นเสียอย่างเดียว กะให้ท่านหมอหล่ายเอาเงินมาจ่ายนีนา

แม่นางเยียน: คุณชายหล่าย ท่านเอง
หล่ายเหยิกยี: แม่นางเยียนเจ้ามาเล่นพนันที่บ่อนหรอกหรือ
แม่นางเยียน: มาบ่อนไม่เล่นพนัน หรือท่านจะให้ข้าปักผ้าล่ะ





หล่ายเหยิกยี: แม่นางเยียนเป็นคนเข้มแข็งกว่าที่ข้าคิด
แม่นางเยียน: ข้าเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง ข้าก็ต้องรู้จักวิธีเอาตัวรอด ไม่งั้นจะเปิดโรงเตี๊ยมได้ยังไง
ไม่เหมือนท่านหรอก ท่านอยากจะทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องดูสีหน้าคนอื่น
หล่ายเหยิกยี: เจ้าถึงแกล้งทำเป็นเสียพนัน เพื่อไม่ให้พวกเค้ามารบกวนเจ้าอีกใช่มั้ย แถมเงินที่เสียยังไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายเองอีก เจ้านี่ยอดจริงๆ
แม่นางเยียน: ข้าแค่ใช้ลูกเล่นนิดหน่อย
หล่ายเหยิกยี: แต่ข้าไม่เข้าใจว่าเจ้ามั่นใจได้ยังไง ว่าข้าจะเอาเงินมาไถ่ตัวเจ้า
แม่นางเยียน: ข้าทำโรงเตี๊ยมพบปะคนมากมาย ข้าพอจะอ่านใจคนออก คนที่ชอบคิดว่าตัวเองฉลาด ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านอย่างท่าน มีหรือจะนิ่งเฉย
หล่ายเหยิกยี: น่าสนใจ น่าสนใจ ข้าชักชอบความเจ้าเล่ห์ของเจ้าแล้วสิ
แม่นางเยียน: ยังไง ข้าก็ต้องขอบคุณท่านที่ช่วยจ่ายหนี้แทนข้า
หล่ายเหยิกยี: ข้าเต็มใจ เรื่องใช้เงินกับสตรีข้าชอบ 500 ตำลึงจิ๊บจ๊อย ถ้าแค่นี้ทำให้เจ้าพอใจได้ ข้าก็เต็มใจ
แม่นางเยียน: ท่านนี่น้า ชอบคิดว่าตัวเองฉลาดซะเต็มประดา ท่านหลงตัวเอง ชื่นชมตัวเอง คุณชายหล่าย ท่านช่างทะนงตนเหลือเกินนะ





ท่านหมอหล่ายเห็นเยี่ยม่งเซอะจาม นางจึงได้โอกาสต่อว่าหลีปูยี ว่าเป็นเพราะเค้าทิ้งนางเฝ้าร้านขายภาพคนเดียว นางจึงเปียกฝน
หลี่ปูยีอธิบายว่า เค้าตามขบวนเจ้าสาวไป และพบว่ามียอดฝีมือลักพาตัวเจ้าสาว





แม่นางเยียนได้ยินเข้า นางพยายามห้ามปรามไม่ให้พวกเค้ายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้

หล่ายเหยิกยี: เจ้าปีศาจตัวนี้ ลักพาตัวแต่เจ้าสาว แย่จังเลยนะ หรือว่าเจ้ากลัวจะไม่ได้เป็นเจ้าสาว
ไม่เป็นไร ข้าไม่ชอบสีแดงซะด้วย ถ้าเจ้าไม่ว่าอะไร ข้าแต่งกับเจ้าโดยไม่ต้องมีพิธีก็ได้





เยี่ยม่งเซอะ: เจ้านี่ชอบพูดจาเอาเปรียบคนอื่นอยู่เรื่อย
หล่ายเหยิกยี: ภรรยาที่รัก เจ้าหีงหวงข้าหรือนี่ ก็ได้ ก็ได้ งั้นข้าจะเอาเปรียบเจ้าคนเดียวแล้วกัน

เยี่ยม่งเซอะเกิดไม่สบายจนเป็นลม 555 นึกว่าโดนท่านหมอหล่ายยั่วโมโหจนเป็นลมซะอีก






งงล่ะดิ เวลารักษาคนไข้ ท่านหมอหล่ายเค้าก้อจริงจังนะตัว

เยี่ยม่งเซอะน่ะอึดจะตาย ป่วยนิดหน่อยกินยาเทียบเดียวก็หายแล้ว





หลี่ปูยีกับหลวงจีนอยากตายไปเจียดยาให้เยี่ยม่งเซอะ

หล่ายเหยิกยี: เป็นไง เห็นข้าทั้งเก่ง ทั้งมีฝีมือ เจ้าเปลี่ยนความคิดที่มีต่อข้าหรือยัง
แม่นางเยียน: ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมคนเป็นหมอถึงพูดจาแบบท่าน ข้าคงต้องเปลี่ยนความคิดที่มีต่อหมอแล้วล่ะ
หล่ายเหยิกยี: พูดตามตรงนะ นอกจากรักษาคนไข้แล้ว ข้ายังเก่งในเรื่องรักษาใจให้สตรีด้วยนะ โดยเฉพาะหัวใจที่เดียวดาย เจ้าอยากจะลองมั้ยล่ะ
แม่นางเยียน: คงไม่ต้องรบกวนท่านหรอก ข้าไม่ค่อยสบายทุกที เวลาเห็นคนที่หยิ่งยโส หยาบคาย และหลงตัวเอง โรคของข้าคงรักษาไม่หาย

เป็นงัย เจ็บๆ คันๆ มั้ยจ๊ะท่านหมอหล่าย





จ้าวค้างคาวมาพบท่านหมอหล่าย เพื่อนำตำราแพทย์ของหมอเทวดา Bin Tseuk ที่หายสาบสูญไปนานมาให้เค้า เอาไปครั้งเล่มก่อน ฆ่าหลี่ปูยีได้แล้วค่อยเอาครึ่งเล่มหลัง

หล่ายเหยิกยี: จะลงมือที่ไหน เมื่อไหร่ ข้าตัดสินใจเอง เจ้าไม่ต้องวุ่นวายไป
จ้าวค้างคาว: ขอข้าเตือนเจ้าหน่อย เรามีไส้ศึกอยู่ในฝ่ายธรรมะ หากเจ้าเล่นตุกติกล่ะก็





หลี่ปูยีกับเยี่ยม่งเซอะมาเฝ้าคอยเด็กเก็บตังค์ของไป่ชิงซู จริงๆ นางเพิ่งหายไข้ หลี่ปูยีอยากให้นางได้พักผ่อนมากกว่า แต่แม่นางเยี่ยก็ดื้อตามเคย

เยี่ยม่งเซอะ: ไม่เอาหรอก เด๋วเจ้าเกิดอยากยุ่งเรื่องชาวบ้าน หรือมัวแต่มองสาว ข้ามาเฝ้าเองดีกว่า




ในที่สุด ทั้งคู่ก็เจอเด็กคนหนึ่งมาเก็บเงินกับเจ้าของร้าน แต่ดันเป็นเด็กเก็บค่าคุ้มครองไปซะนี่
เยี่ยม่งเซอะฟังแล้วอารมณ์เสีย นักเลงประสาอะไรฟระ ใช้เด็กเก็บค่าคุ้มครอง





นางสงสารเด็กน้อยอดอยากไม่มีข้าวจะกิน ต้องมาเก็บค่าคุ้มครอง เลยพาไปเลี้ยงข้าวที่โรงเตี๊ยม

เยี่ยม่งเซอะ: มองอะไร
หลี่ปูยี: พวกเจ้าเหมือนแม่ลูกกันเลย

เสี่ยวซานบอกว่าเค้าไม่ได้ถูกนักเลงบังคับให้เก็บค่าคุ้มครองซะหน่อย เค้าไปเล่นพนัน เป็นหนี้นักเลง เลยต้องทำงานใช้หนี้ต่างหาก

เยี่ยม่งเซอะ: พ่อแม่เจ้าไม่สอนหรือไง ว่าเล่นการพนันเป็นสิ่งไม่ดี
เสี่ยวซาน: แม่น่ะเหรอ แย่กว่าข้าอีก





ท่านหมอหล่ายยังไม่เลิกตามหลีแม่นางเยียนค่ะ

แม่นางเยียน: คุณชาย ท่านเลิกตามข้าซะทีได้มั้ย ถ้าท่านอยากจะคุย ท่านก็ไปคุยกับคุณชายหลี่ หรือคนอื่นๆ สิ
หล่ายเหยิกยี: ก็คุยกับเจ้าสนุกกว่านี่ คืนนี้มีการแสดงด้วย เราไปดูกันมั้ย (ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกค่ะ สู้เค้าท่านหมอหล่าย)
เสี่ยวซาน: ชวนนางไปดูการแสดง สู้ให้เงินนางดีกว่า
หล่ายเหยิกยี: เจ้าเป็นใคร ยุ่งอะไรด้วย
แม่นางเยียน: เค้าเป็นลูกชายข้าเอง
หล่ายเหยิกยี: ลูกชายเจ้า
หลี่ปูยี: แม่นางเยียนอายุยังน้อย มีลูกโตขนาดนี้เลยหรือ
เยี่ยม่งเซอะ: ข้าเข้าใจแล้ว เค้าถึงว่า ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น มิน่าเจ้าถึงชอบเล่นการพนันนัก
แม่นางเยียน: คุณชายหล่าย ถ้าท่านไม่รังเกียจ ก็ให้ลูกข้าเป็นเพื่อนเล่นกับท่านแทนก็แล้วกัน
เยี่ยม่งเซอะ: ดูท่า งานนี้ คงมีคนต้องแห้วแล้วล่ะ
เสี่ยวซาน: ใครว่าล่ะ ข้าไม่ใช้ลูกแท้ๆ ของนางซะหน่อย
แม่นางเยียน: ซิ่วไซ่เป็นลูกติดของสามีที่เสียไปแล้วของข้า





เสี่ยวซาน: ยังไงพ่อก็ตายไปหลายปีแล้ว จะจีบก็จีบเหอะ
หล่ายเหยิกยี: เจ้าเด็กแสบ เจ้านี่ถูกใจข้าจริงๆ
แม่นางเยียน: เสี่ยวซานหยุดพูดเหลวไหลได้แล้ว ไม่งั้นข้าจะไล่ให้กลับไปอยู่กับย่าเจ้า





เสี่ยวเถาสาวขายหมั่นโถวถูกนักพรตเลือกไปสังเวยปีศาจ เพื่อไม่ให้เจ้าสาวต้องถูกลักพาตัวอีก
พวกหลี่ปูยีจึงตามไปช่วยนาง ชาวบ้านไม่ยอมฟัง คนนอกไม่มีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยว





ในฐานะคนในหมู่บ้าน แม่นางเยียนจึงขอร้องให้ชาวบ้านปล่อยเสี่ยวเถาไป อย่างมากก็ไม่จัดงานแต่งงานกันซักระยะ แต่ชาวบ้านไม่เห็นด้วย เพราะไม่รู้ว่าจะต้องทนกันไปถึงเมื่อไหร่
นักพรตตัดเชือกกะปล่อยให้เสี่ยวเถาตกแม่น้ำไป แต่หลี่ปูยีช่วยชีวิตนางได้ทัน





ชาวบ้านไม่พอใจตามมาหาเรื่อง จะพังโรงเตี๊ยมหากไม่ส่งตัวเสี่ยวเถาออกมา
หลี่ปูยีจึงท้านักพรตให้ทายของในห่อผ้า นักพรตทายมั่วๆ แต่หลี่ปูยีสามารถทายได้ว่าเป็นปลาเค็ม
ผู้ใหญ่บ้านจึงยอมให้เวลาหลี่ปูยี 2 วัน






หล่ายเหยิกยี: ช่วยคนมันก็ดีอ่ะนะ แต่อย่าลืมล่ะว่าพวกเรามีเรื่องสำคัญต้องทำ
หลี่ปูยี: ข้าไม่ลืมหรอก
หล่ายเหยิกยี: แล้วทำไมเจ้าต้องยุ่งเรื่องนี้ให้ได้
หลี่ปูยี: ข้าสงสัยว่าปีศาจจะเป็นไป่ชิงซู




รูปภาพที่ไป่ชิงซูเขียน ที่แท้เป็นทิวทัศน์หุบเขาธารแดง หลี่ปูยีจึงสงสัยว่าเค้าจะซ่อนตัวอยู่ที่นั่น
แม่นางเยียนยังคงพยายามห้ามไม่ให้พวกเค้ายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้

หล่ายเหยิกยี: ที่เจ้าห้ามเพราะเป็นห่วง หรือเพราะดูถูกพวกเรากันแน่
แม่นางเยียน: ห้ามไม่เชื่อก็ตามใจ





จ้าวค้างคาวเร่งรัดให้หล่ายเหยิกยีกำจัดหลี่ปูยีก่อนที่จะหาตัวไป่ชิงซูพบ ไม่เช่นนั้น หากทั้งคู่ร่วมมือกันจะยิ่งกำจัดยากขึ้นไปอีก



แม่นางเยียนมาส่งข้าวให้เจ้าป๊ศาจ นางเป็นอะไรกันเค้ากันแน่ นางขอร้องให้เค้าเลิกลักพาเจ้าสาว ทำให้ปีศาจไม่พอใจ

แม่นางเยียน: ข้าพูดเพราะเป็นห่วงท่าน หลี่ปูยีกับหล่ายเหยิกยีคงไม่ยอมเลิกราง่ายๆ จนกว่าจะจับตัวท่านได้
ปีศาจ: เจ้าคิดว่าแค่ซินแสหมอดู กับหมอกระจอกๆ จะทำร้ายข้าได้งั้นหรือ ข้าจะให้พวกมันเห็นความร้ายกาจของข้า






หลี่ปูยีกับท่านหมอหล่าย เค้าอาบน้ำด้วยกันด้วยล่ะ

แม่นางเยียน: พวกท่านหาวิธีจัดการกับปีศาจได้หรือยัง
หล่ายเหยิกยี: เจ้าสนใจด้วยหรือ เอางี้ ถ้าเจ้านวดให้ข้า ข้าจะเล่าให้เจ้าฟังให้หมดเลย
แม่นางเยียน: กระดูกท่านแข็งเกินไป ข้าคงจะนวดให้ท่านไม่ไหว





หลี่ปูยีคิดแผนหาเจ้าสาวปลอมมาให้ปีศาจลักพาตัว
ระหว่างที่เค้ากำลังใช้ความคิดอยู่นั้น ท่านหมอหล่ายก็คิดจะลงมือ





ท่านหมอหล่ายค่อยๆ หยิบเข็มไหมทองออกมาเพื่อไม่ให้หลี่ปูยีรู้สึกตัว
อยู่ดีๆ หลี่ปูยีก็ลืมตาขึ้นมาซะงั้น เล่นเอาท่านหมอหล่ายตกใจเก็บเข็มแทบไม่ทัน
ที่แท้มีแมงมุมพิษ ไต่มาจะถึงตัวท่านหมอหล่ายอยู่แล้ว

หลี่ปูยี: มัวคิดอะไรอยู่ได้ ไม่เห็นแมงมุมที่เหนือศีรษะเจ้าหรือไง
หล่ายเหยิกยี: ข้ามัวแต่คิดว่าจะทำร้ายคนยังไงดี
หลี่ปูยี: เก็บแรงไว้คิดหาวิธีช่วยคนจะดีกว่านะ






แม่นางเยียนช่วยเยี่ยม่งเซอะแต่งตัวเจ้าสาว นางได้รู้ว่าม่งเซอะมีชายในดวงใจอยู่แล้ว แต่เค้าไม่รู้ว่านางหลงรักเค้า
แม่นางเยียนพยายามโน้มน้าวใจให้นางล้มเลิกแผนการนี้ แต่ม่งเซอะมั่นใจในตัวหลี่ปูยี
ทั้งคู่สัญญาว่าเมื่อเยี่ยม่งเซอะจะแต่งงานจริงๆ แม่นางเยียนจะไปช่วยนางแต่งตัว





ขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวได้



ถึงเวลาหมอกลง ปีศาจลงมือโจมตีขบวนเจ้าสาว
เกี้ยวไปนอนแอ้งแม้งอยู่ข้างทาง แต่ไม่ยักลักพาตัวเยี่ยม่งเซอะไป





หลี่ปูยีไล่ตามปีศาจเข้าไปในป่า เปิดโอกาสให้หล่ายเหยิกยีได้ลงมืออีกครั้ง







 

Create Date : 26 ธันวาคม 2549    
Last Update : 1 ธันวาคม 2550 15:13:23 น.
Counter : 585 Pageviews.  


magarita30
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Myspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace Glitter
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2539 ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่และอ้างอิงส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของข้อความในสื่อ คอมพิวเตอร์แห่งนี้เพื่อการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Friends' blogs
[Add magarita30's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.