Group Blog
 
All Blogs
 

Face To Fate ตอน 5





จากตอนที่แล้ว เยี่ยม่งเซอะถูกฝ่ายอธรรมจับตัวมา ที่แท้ฝ่ายอธรรมได้ขโมยศพ มาให้หมอปีศาจจูกัดบ้วนหลี่ สะกัดเอาเลือดจากคนตายมาทำปรุงยาเพิ่มวรยุทธ์ให้กับนักสู้ที่จะลงประลองยุทธ์กับฝ่ายธรรมะ

เยี่ยม่งเซอะได้ล่วงรู้แผนการของฝ่ายอธรรมที่จะวางยาฝ่ายธรรมะในการชุมนุมที่ยอดเขา Fei-lok ในวันรุ่งขึ้น





จูกัดบ้วนหลี่คิดใช้เยี่ยม่งเซอะทดลองยาพิษแมงป่อง ที่เค้าปรุงขึ้นมา
แต่งานนี้มีพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วย ม่งเซอะได้ทัน งงล่ะสิ ว่ามาได้ยังงัย แหมเค้าแค่ผ่านมานะตัว





ตระกูลหล่ายกับตระกูลจูกัดเป็นคู่ปรับกันมาช้านาน ท่านหมอหล่ายฉวยโอกาสทำลายยาพิษของจูกัดบ้วนหลี่ แล้วพาเยี่ยม่งเซอะหลบหนี




เยี่ยม่งเซอะงงที่ไม่เห็นทางออก จริงๆ แล้วทางออกโดนน้ำทะเลท่วมอยู่ ต้องรอให้น้ำลงก่อนจึงจะออกไปได้ ไม่นานหรอก แค่วันเดียวเอง
ม่งเซอะร้อนใจยิ่งนัก ชั่วโมงเดียวนางก็รอไม่ไหว เกิดอาจารย์เสียทีฝ่ายอธรรมจะทำอย่างไร
พูดมากน่ารำคาญ ท่านหมอหล่ายไม่ใจดีเหมือนหลี่ปูยีนะจะบอกให้ ว่าแล้วก็ใช้แมงป่องต่อยให้สลบไปเลย





เหตุการณ์ใจปีศาจสังหารคนมากมาย ทำให้ชาวบ้านหวาดผวาหันมางมงายบูชาลัทธิมาร



หลี่ปูยีนึกถึงคำสั่งเสียของอาจารย์ที่ให้ช่วยเหลือยุทธภพ ไม่ให้ฝ่ายอธรรมเป็นใหญ่
เค้าทำนายปรากฏการณ์บนฟากฟ้า ผลก็ออกมาว่าอธรรมรุ่งเรือง ธรรมะตกต่ำ น่าวิตกยิ่งนัก




หลี่ปูยีพบว่า หัวหน้าหน่วยไม้ และหน่วยน้ำ ของพรรคอธรรม อยู่เบื้องหลังการสร้างความวุ่นวายให้ชาวบ้านหันมาบูชาลัทธิมาร พวกเค้าประมือกัน
หัวหน้าหน่วยไม้ และหน่วยน้ำสู้หลี่ปูยีไม่ได้ เมื่อพวกเค้าเห็นเจ้าสำนักเสิ่นจึงรีบเผ่นหนีไป





เจ้าสำนักเสิ่นได้เกลี้ยกล่อมเจ้าสำนักอื่นๆ จนยอมขอความช่วยเหลือจากยอดฝีมือที่ถูกขับออกจากสำนัก แต่ปัญหาคือ ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้ยอดฝีมือทั้งห้าคนซ่อนตัวอยู่ที่ไหนกันบ้าง

หลี่ปูยี: ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน แต่สหายของข้ารอบรู้เรื่องยุทธภพมาก เค้าต้องรู้แน่ๆ
เจ้าสำนักเสิ่น: สหายของท่านคือ
หลี่ปูยี: เค้าถอนตัวออกจากยุทธภพนานแล้ว หากข้าบอกท่านว่าเค้าเป็นใคร เกรงว่าเค้าจะไม่ยอมช่วยเหลือพวกเรา



เยี่ยม่งเซอะ: ทำอะไร เอาน้ำมาสาดข้าทำไม
หล่ายเหยิกยี: ไม่ทำอย่างนี้ เจ้าจะฟื้นเหรอ ขืนให้ข้าอุ้มเจ้าไป เกิดข้าห้ามใจไม่ได้ ทำมิดีมิร้ายเจ้าขึ้นมาล่ะ
เยี่ยม่งเซอะ: ข้าโดนแมงป่องต่อยนี่
หล่ายเหยิกยี: พิษบนโลกนี้มีคู่ปรับทั้งนั้น ข้าใช้พิษงูผสมยาสมุนไพรช่วยขจัดพิษแมงป่องให้เจ้า เจ้าน่าจะขอบใจข้านะ
เยี่ยม่งเซอะ: ขอบใจเจ้า เจ้าเป็นคนวางยาข้านะ
หล่ายเหยิกยี: ข้าอยากรู้นี่ว่าโดนแมงป่องต่อยแล้วจะเป็นยังไง
เยี่ยม่งเซอะ: อ๋อ เห็นข้าเป็นหนูทดลองเหรองัย เจ้ามันบ้า





เยี่ยม่งเซอะ: ไปกับข้า
หล่ายเหยิกยี: อะไร คิดถึงข้าแล้วเหรอ
เยี่ยม่งเซอะ: ฝันไปเถอะ จูกัดบ้วนหลี่คิดวางยาอาจารย์ข้า เจ้ารู้วิธีถอนพิษ ยังไม่ไปยอดเขา Fei Loi กับข้าอีก
หล่ายเหยิกยี: เรื่องของฝ่ายธรรมะกับอธรรม เกี่ยวอะไรกับข้า
เยี่ยม่งเซอะ: เจ้ายังเป็นคนอยู่รึเปล่า ฝ่ายธรรมะเดือนร้อน เจ้ายังนิ่งดูดาย
หล่ายเหยิกยี: ข้าไม่อยากแกว่งเท้าหาเสี้ยน

เยี่ยม่งเซอะ ยอมคุกเข่าขอร้องท่านหมอหล่าย





หล่ายเหยิกยี: อยากให้ข้าช่วยก็ต้องทำตามที่ข้าบอก
เยี่ยม่งเซอะ: ไม่มีปัญหา ขอให้ไม่ผิดศีลธรรม ข้ายินดีทำ
หล่ายเหยิกยี: เรียกข้าเป็นสามีที่รัก 3 ครั้ง
เยี่ยม่งเซอะ: เจ้า
หล่ายเหยิกยี: เร็วน่า ยอดเขา Fei Loi อยู่ไกลจากนี่นะ
เยี่ยม่งเซอะ: สามีที่รัก
หล่ายเหยิกยี: เสียงเจ้ามีปัญหาเหรอ ข้าไม่ได้ยินเลย
เยี่ยม่งเซอะ: สามีที่รัก
หล่ายเหยิกยี: น่ารักมาก ภรรยาที่รัก
เยี่ยม่งเซอะ: ไปได้รึยังล่ะ
หล่ายเหยิกยี: อะไร เรียกข้าเป็นสามีที่รักแล้ว จะไม่หอมแก้มข้าซักหน่อยเหรอ





เยี่ยม่งเซอะ: เจ้า อย่าให้มันมากไปนะ
หล่ายเหยิกยี: งั้นก็ให้อาจารย์เจ้ากับคนอื่นๆ โดนยาพิษจนตายไปแล้วกัน เอาล่ะ เอาล่ะ ทำหน้าไม่เต็มใจแบบนี้ หมดอารมณ์แล้ว
เยี่ยม่งเซอะ: เจ้าจะไปไหน
หล่ายเหยิกยี: อ้าว เราไม่ไปเขา Fei-lei เพื่อช่วยอาจารย์เจ้าหรอกหรือ ไม่อยากไปแล้วหรือไง ภรรยาที่รัก





เจ้าสำนักพรรคมาร Ko Shu Tin ไม่ปรากฏตัว รองเจ้าสำนักอ้างว่าเค้ากักตนฝีกวรยุทธ์
อีก 3 เดือนจะประลองยุทธ์กันแล้ว จะไม่มาตกลงกันหน่อยเหรอ
ฝ่ายธรรมะเรียกร้องให้พรรคมารชดใช้ 5 ชีวิต แต่ก่อนจะลงมือกลับโดนวางยาทำให้ไม่สามารถใช้กำลังภายใน และเกิดอาการชาไปทั่วร่าง

หมอปีศาจวางยาให้น้ำชาก่อน บวกกับกลิ่นกำยาน ยาในน้ำชาจึงจะออกฤทธิ์
ครึ่งชั่วโมงแรกจะชาไปทั้งตัว หลังจากนั้นจะรู้สึกเหมือนโดนหนอนแมลงนับพันกัดกินตายอย่างช้าๆ





หลี่ปูยีกับหลวงจีนอยากตาย เดินทางไปหา Yue Mong-ngo ผู้รอบรู้เรื่องยุทธภพ
แต่หัวหน้าหน่วยไฟพรรคมาร ได้ลงมือสังหาร Yue Mong-ngo ตัดหน้าเค้าไปก่อน
หลี่ปูยีเห็นเทียบยาที่ Yue Mong-ngo เขียนไว้ก่อนตาย เค้าคิดว่าคงเป็นปริศนาที่อยู่ของ 5 จอมยุทธ์




ขณะที่พรรคมารกำลังลำพองใจอยู่ ท่านหมอหล่ายก็มาอย่างพระเอกเลย หุหุ

จูกัดบ้วนหลี่: ข้าเป็นเซียนพิษอันดับหนึ่งในแผ่นดิน ไม่มีใครสามารถถอนพิษของข้าได้
หล่ายเหยิกยี: ข้าว่าเจ้าน่ะอันดับสุดท้ายซะมากกว่า
เยี่ยม่งเซอะ: หล่ายเหยิกยี ขอยาถอนพิษให้อาจารย์ข้าด้วย
จูกัดบ้วนหลี่: ข้ายังไม่มีเลย เค้าจะมีได้ยังไง
เยี่ยม่งเซอะ: หล่ายเหยิกยีทดลองพิษแมงป่องของเจ้ากับข้า เค้ารักษาข้าหายได้
จูกัดบ้วนหลี่: เจ้าโกหก
หล่ายเหยิกยี: สมองหนาปัญญานิ่มอย่างเจ้าคงไม่เข้าใจหรอกนะ





รองหัวหน้าพรรคมาร: เจ้าอย่ายุ่งเรื่องนี้ ไม่งั้นเจ้าจะต้องตายด้วย
หล่ายเหยิกยี: เจ้าพูดมาก็ถูก ทำไมข้าต้องสนด้วยว่าพวกเค้าจะอยู่หรือตาย
เยี่ยม่งเซอะ: เจ้าจะผิดสัญญาหรือ





เสิ่นซิงหนาน: หล่ายเหยิกยี ถ้าพวกเราตายกันหมดวันนี้ จูกัดบ้วนหลี่ต้องมีชื่อเสียงแน่ ส่วนเจ้าก็จะเป็นแค่คนขี้ขลาด
หล่ายเหยิกยี: แหม พูดซะขนาดนี้ ช่วยก็ได้ ภรรยาที่รัก เมื่อกี้ เจ้าว่าข้าไม่รักษาสัญญาใช่มั้ย
เจ้าเป็นหนี้ข้านะ ไม่ช้าก็เร็วเจ้าต้องใช้คืนข้าล่ะ





หล่ายเหยิกยี: ระเบิดเพลิงพิษลูกนี้ มีพิษพิสดาร 99 ชนิด พวกเจ้าอยากลองมั้ยล่ะ

เสิ่นซิงหนานให้เยี่ยม่งเซอะช่วยเหลือคนอื่นๆ ก่อนเค้า

หล่ายเหยิกยี: เดี๋ยว เจ้าลูกเต่านั่น ไม่ต้องช่วย
เจ้าสำนักคงท้ง: ข้าก็ไม่ได้อยากให้เจ้าช่วย
เสิ่นซิงหนาน: ขอให้เจ้าลืมเรื่องบาดหมางส่วนตัวไปก่อนได้หรือไม่ อย่าปล่อยให้เค้าตายตอนนี้
หล่ายเหยิกยี: ข้ามีชื่อเรื่องปล่อยให้คนไข้ตายอยู่แล้ว
เสิ่นซิงหนาน: แม่นางเยี่ยงั้นเจ้าเอายาส่วนของข้าให้เจ้าสำนัก Kwok เถอะ
หล่ายเหยิกยี: เจ้าลูกเต่า ถือว่าวันนี้เจ้าโชคดี





เจ้าวังเกอซูเทียนปรากฎตัวขึ้นมาทันเวลา เมื่อเค้ารู้ความจริงจากเจ้าสำนักเสิ่นเค้าจึงสังหารรองเจ้าสำนักเสีย
เจ้าวังเกอซูและเจ้าสำนักเสิ่นตกลงนัดประลองยุทธ์กันในอีก 3 เดือนให้หลัง





บรรดาเจ้าสำนักต่างสำนึกในพระคุณของเจ้าสำนักเสิ่นที่ช่วยให้พวกเค้ารอดชีวิต อ้าว แล้วท่านหมอหล่ายล่ะยะ ทำเป็นลืมเลยนะ มันน่าปล่อยให้ตายซะจริงๆ



หลี่ปูยีกับหลวงจีนอยากตาย กลับมารายงานความคืบหน้าให้เจ้าสำนักเสิ่นและสี่สำนักรับรู้
หลี่ปูยีสงสัยว่าจะมีหนอนบ่อนไส้ในห้าสำนัก ทำให้คนของพรรคมารล่วงรู้แผนการของพวกเค้า

หลี่ปูยี: ท่านเจ้าสำนักเสิ่น ท่านต้องการจะดูเทียบยาทั้ง 5 หรือไม่
เจ้าสำนักเสิ่น: ไม่จำเป็น คนยิ่งรู้น้อยเท่าไหร่ ยิ่งดีเท่านั้น ข้าเชื่อใจท่าน





หลี่ปูยีออกมาดูดวงดาว เค้าสังเกตเห็นว่าดาวอธรรมยิ่งสุกสว่าง ส่วนดาวธรรมะ ยิ่งทีจะยิ่งริบหรี่
ฮูหยินเสิ่นขอบคุณหลี่ปูยีที่ช่วยเหลือสามีนาง และขอร้องให้หลี่ปูยีช่วยเหลือเยี่ยม่งเซอะให้โอกาสนางทำความดีไถ่โทษ เจ้าสำนักเสิ่นจะได้รับนางกลับเข้าสำนัก หลี่ปูยีเห็นแก่นาง จึงยอมรับปาก





ความจริง เจ้าวังเกอซูเทียนเป็นผู้วางแผนการนี้ แต่เนื่องจากท่านหมอหล่ายทำให้แผนเสีย
เค้าจึงฉวยโอกาสสังหารรองหัวหน้าพรรคที่แอบคิดคด และทำเป็นไม่รู้เรื่องในสิ่งที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ ยังได้ภาพว่าเป็นคนเที่ยงธรรมอีกด้วย

หมอปีศาจจูกัดได้ดำเนินแผนการสร้างนักสู้ไร้เทียมทาน โดยวางยาพวกเค้า แล้วแช่แข็งด้วยน้ำแข็งพันปี
ตัวยาเลือดศพ จะซึ่มผ่านผิวหนังสู่เส้นเลือด กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เพื่อเพิ่มพลังภายใน
หมอปีศาจเกรงว่าถ้าหลี่ปูยีร่วมมือกับหล่ายเหยิกยี แผนการของฝ่ายอธรรมอาจล้มเหลว แต่หัวหน้าพรรคมาร มีแผนสองรองรับอยู่แล้ว





เยี่ยม่งเซอะเสียใจที่อาจารย์ไม่ยอมรับ จึงดื่มสุราจนเมามาย
หลี่ปูยีกับหลวงจีนอยากตายมาได้จังหวะ มาให้ด่าซะดีๆ

เยี่ยม่งเซอะ: ที่ข้าเป็นแบบนี้ เพราะหมอดูเฮงซวยอย่างเจ้าเนี่ยแหละ
หลี่ปูยี: ไปเถอะ อย่ายุ่งกับนางเลย พรุ่งนี้เรามีงานสำคัญต้องทำ
หลวงจีนอยากตาย: จริงด้วย เราไม่ควรทำให้เจ้าสำนักเสิ่นต้องผิดหวัง





หลี่ปูยีกับหลวงจีนอยากตายตั้งใจพูดเรื่องตามหาตัวจอมยุทธ์ที่ถูกขับจาก 5 สำนัก ให้ม่งเซอะฟัง

หลี่ปูยี: เจ้าอย่าพูดดังไปสิ เดี๋ยวแม่นางเยี่ยรู้เข้า นางก็จะตามพวกเราไปด้วยเท่านั้น ขืนนางตามไปมีแต่จะเสียแผน




เป็นไปตามคาด เยี่ยม่งเซอะมาดักรอพวกเค้าแต่เช้าตรู่ เพื่อขอติดตามไปด้วย
หลี่ปูยีทำเป็นไม่เต็มใจ เด๋วจะง่ายเกิน

หลี่ปูยี: จะตามไปก็ได้ ข้ามีเงื่อนไข 3 ข้อ ข้อแรก เจ้าต้องระมัดระวังรอบคอบ ข้อสอง ข้าสั่งอะไรต้องทำตามห้ามบิดพลิ้ว ข้อสาม เจ้าต้องรับใช้พวกเราระหว่างการเดินทาง
เยี่ยม่งเซอะ: ตกลง ไปได้รึยัง
หลี่ปูยี: ข้าต้องไปตามอีกคนหนึ่งก่อน




อ่ะแหม จะใครซะอีกล่ะ ที่หลี่ปูยีอยากให้ร่วมเดินทางไปด้วย ก็ท่านหมอหล่ายน่ะจิ

ท่านหมอหล่ายก็ประจำอยู่ที่บ่อนเช่นเคย หาตัวไม่ยากเลยนิ
ท่านหมอหล่ายกำลังสงสัยว่าทำไมวันนี้ มือไม่ขึ้นเอาซะเลย เจ้ามือกินเรียบ





หล่ายเหยิกยี: แกล้งกันยังงี้ ต้องการอะไร
หลี่ปูยี: มีหนี้ก็ต้องใช้ไม่ใช่หรือ
หล่ายเหยิกยี: เงินข้าไม่มี มีแต่ชีวิต เอามั้ย
หลี่ปูยี: ข้าไม่อยากได้ชีวิตเจ้าหรอก แต่อยากได้สมองของเจ้า
หล่ายเหยิกยี: เทียบยา
หลี่ปูยี: เทียบยา 5 เทียบนี้ซ่อนที่อยู่ของจอมยุทธ์ 5 ท่าน ที่พวกเราต้องหาให้พบก่อนงานประลองยุทธ์
หล่ายเหยิกยี: แล้วเกี่ยวอะไรกับข้าล่ะ
หลี่ปูยี: ในบรรดาสหายที่ข้ารู้จัก มีเจ้าคนเดียวที่เชี่ยวชาญเรื่องยา ข้าจึงมาขอความช่วยเหลือจากเจ้า
หล่ายเหยิกยี: เสียใจด้วย ข้าไม่ชอบให้ใครมาขู่
เยี่ยม่งเซอะ: สงสัยกลัวจะตีความไม่ได้มากกว่า
หล่ายเหยิกยี: แม้แต่ภรรยาที่รักยังไม่เชื่อถือข้าเลย แล้วข้าจะช่วยไปทำไม
หลี่ปูยี: ถ้าเจ้าช่วยข้า ข้าจะยกหนี้ให้ แถมให้เงินอีกเท่าตัวด้วย แต่ถ้าเจ้าไขปริศนาไม่ได้ล่ะก็
หล่ายเหยิกยี: ตลกล่ะ มีอะไรที่เกี่ยวกับยาที่ข้าไม่รู้หรือ





หล่ายเหยิกยีเขียนชื่อสมุนไพร 100 ชนิดที่ใช้ทำซุปบำรุงขึ้นมา

เยี่ยม่งเซอะ: ไม่เห็นชื่อสมุนไพรในเทียบยาเลย
หล่ายเหยิกยี: มีที่ไหนเล่า มีสมุนไพรชื่อไป่ชิงบำรุงสายตา มีรสหวาน มีสรรพคุณบำรุงถึง 9 อย่าง
เราลองเขียนสองคำนี้ลงไป ปริศนาทั้งหมดก็ไขกระจ่าง (อือม ตกลงท่านหมอหล่ายเป็นคินดะอิจิด้วยเหรอ)
เห็นมั้ย มีคำสามคำที่ซ้ำกัน
หลี่ปูยี: ไป่ชิงหมายถึงไป่ชิงซูส่วนอีกคำหนึ่งคือเหมย น่าจะหมายถึงสถานที่ น่าจะเป็นหมู่บ้านเหมย






ทั้งสี่ออกเดินทางไปหมู่บ้านเหมย ที่หมู่บ้านเกิดเรื่องประหลาด 6 เดือนที่ผ่านมา มีเหตุการณ์เจ้าสาวหายในวันแต่งหลายคน
บุตรสาวผู้ใหญ่บ้านเป็นหนึ่งในนั้น ผู้ใหญ่บ้านจึงเชิญนักพรตมาปราบปีศาจ

หล่ายเหยิกยี: ถ้าเจ้าเป็นเจ้าสาวข้า รับรองว่า เจ้าจะต้องปลอดภัยแน่

หมาหยอกไก่ไปเรื่อยเลยนะท่านหมอ





ใกล้มืดแล้ว พักโรงเตี๊ยมกันดีกว่า โรงเตี๊ยมใหญ่โตโอ่อ่า แต่คนพักกลับน้อย ตั้งแต่เกิดคดีเจ้าสาวหาย แขกก็พลอยหายไปด้วย

เจ้าของโรงเตี๊ยมออกมาต้อนรับ นางคือแม่นางเยียน
แค่เห็นหน้า ท่านหมอหล่ายก้อปิ๊งนางเข้าให้





เยี่ยม่งเซอะสอบถามเรื่องไป่ชิงซูกับแม่นางเยียน แต่นางกลับฉุนเฉียว ปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน ทำให้ทุกคนสงสัย

เรื่องผู้หญิง ให้ท่านหมอหล่ายจัดการเอง หลีหญิงเป็นงานถนัดของท่านหมออยู่แล้ว





แม่นางเยียน: ข้าบอกท่านไปแล้วไงว่าข้าไม่เคยได้ยินชื่อไป่ชิงซู
หล่ายเหยิกยี: เรื่องนั้นท่านหลี่เค้าสน แต่ข้าไม่สน ที่ข้าสนมีสองเรื่อง เรื่องแรก คือสุรา
แม่นางเยียน: โรงเตี๊ยมเราพอมีสุราค้างปีที่มีชื่ออยู่บ้าง
หล่ายเหยิกยี: เรื่องที่สองคือ สาวงาม ถ้าเจ้ายอมดื่มเหล้าเป็นเพื่อนข้า มีทั้งสุราและสาวงาม ข้าก็พอใจแล้ว
แม่นางเยียน: ขออภัย สุขภาพข้าไม่ค่อยดี หมอห้ามไม่ให้ข้าดื่มสุรา





พรรคมารส่งสารนัดหล่ายเหยิกยีออกมาพบ และยื่นข้อเสนอให้เค้าสังหารหลี่ปูยีซะ








 

Create Date : 24 ธันวาคม 2549    
Last Update : 1 ธันวาคม 2550 14:40:04 น.
Counter : 500 Pageviews.  

Face To Fate ตอน 4





จากตอนที่แล้ว ฮูหยินเสิ่นกลับมายังสำนัก หลี่ปูยีจำได้ว่านางคือยั่วหลาน

หล่ายเหยิกยี: ฮูหยินเสิ่นท่านงามสมคำร่ำลือจริงๆ
ฮูหยินเสิ่น: ท่านหมอหล่ายล้อเล่นแล้ว
หล่ายเหยิกยี: ข้าไม่ได้ล้อเล่นนะ ดูสิ แม้แต่ท่านหลี่ยังจ้องท่านตาไม่กระพริบเลย พูดอย่างนี้ ท่านเสิ่นคงไม่ถือข้านะ






หลี่ปูยียังข้องใจว่านางจะใช่ยั่วหลานหรือไม่ แต่นางปฏิเสธ เจ้าสำนักเสิ่นบอกว่าชื่อเดิมนางคือ Mai Tsim

หล่ายเหยิกยี: ท่านสนใจฮูหยินเสิ่นเป็นพิเศษ หรือว่าท่านดูโหงวเฮ้งนางแล้ว มีอะไรน่าเป็นห่วงหรือ
หลี่ปูยี: จมูกฮูหยินเป็นสันตรง แสดงให้เห็นว่านางเป็นคนเยือกเย็น ไม่ค่อยจะโกรธใครง่ายๆ
แต่โหนกแก้มฮูหยินค่อนข้างสูง บางครั้งนางอาจมุ่งมั่นในการทำงานมาก
ข้าคิดว่านางสับสนเรื่องความรัก แต่สุดท้ายแล้ว นางจะเลือกในสิ่งที่ถูกต้อง

ท่านหมอหล่ายมองแบบ รู้นะคิดอะไรอยู่





หลี่ปูยีนึกถึงตอนที่ได้รู้จักกับยั่วหลานครั้งแรก พวกเค้าช่วยหญิงสาวจากอันธพาล




ต่อมาทั้งคู่สนิทสนมกันจนกลายเป็นความรัก หากอยู่ดีๆ ยั่วหลานกลับจากไปโดยไม่อำลา
หลี่ปูยีไม่อาจตัดใจทิ้งกล้วยไม้ที่เค้าตั้งใจมอบให้นางได้ จึงเก็บดอกกล้วยไม้เอาไว้

เห็นดอกไม้ก็เหมือนเห็นสาวในดวงใจว่างั้นเถอะ





ท่านหมอหล่ายตามมากวนน้ำให้ขุ่น

หลี่ปูยี: มาทำไม มีอะไรให้ข้าช่วย
หล่ายเหยิกยี: ข้าว่าเจ้าน่าจะคิดออกนะ
หลี่ปูยี:วันนี้เกิดเรื่องตั้งมากมาย ใครจะไปจำได้
หล่ายเหยิกยี: ก็จริงนะ โชคชะตานี่ช่างเป็นเรื่องไม่คาดคิดจริงๆ ใครจะไปนึกว่าคนอย่างหลี่ปูยียังมีเรื่องที่คาดคำนวณไม่ได้ ว่าแต่คนรักเก่าที่ชอบปลูกกล้วยไม้ของท่านคือฮูหยินเสิ่นใช่มั้ย (เอ่อม ถามกันดื้อๆ อย่างนี้เลยเหรอจ๊ะท่านหมอหล่าย)
หลี่ปูยี: สตรีที่ชอบปลูกกล้วยไม้มีตั้งมากมาย
หล่ายเหยิกยี: แต่นางทำให้เจ้าไม่เป็นตัวของตัวเอง แถมยังทำให้เจ้าทำนายผิดพลาดอีกต่างหาก ข้าว่าคงจะมีแต่ฮูหยินเสิ่นที่ทำได้
หลี่ปูยี: อย่าเข้าใจผิดนะ เจ้าไม่ควรพูดแบบนี้ จะเสื่อมเสียถึงฮูหยิน
หล่ายเหยิกยี: เจ้าจะหลอกคนอื่นด้วยคำพูดอย่างไรก็ได้ แต่สายตาเจ้ามันฟ้อง





เสิ่นฉินหงยังคงดื้อถึงว่านางไม่ผิดที่หนีลงจากเขา ก็พ่อเป็นคนสอนให้กำจัดคนชั่วอภิบาลคนดีเองไม่ใช่เหรอ แล้วนางทำตามเนี่ยมันผิดตรงไหน

เสิ่นซิงหนาน: ถ้ายังไม่สำนึก ข้าจะลงโทษให้เจ้าอยู่ที่ผาสำนึกตนไปจนตลอดชีวิต
ฮูหยินเสิ่น: ท่านพี่ ฉินหงยังเด็ก ท่านพี่ค่อยๆ สอนนางเถอะ
เสิ่นฉินหง: ไม่ต้องมาขอร้องแทนข้าเลย
เสิ่นซิงหนาน: เจ้า
ฮูหยินเสิ่น: ท่านพี่ ใจเย็นๆ ค่ะ
เสิ่นซิงหนาน: (ใจอ่อนขึ้นมาเชียว) ได้ เห็นแก่แม่เจ้า ข้าจะยกโทษให้เจ้าสักครั้ง





เสิ่นซิงหนาน: ตั้งหลายปีแล้ว ทำไมนางยังไม่ยอมรับเจ้าซะที
ฮูหยินเสิ่น: ท่านจะโทษนางก็ไม่ได้ อย่างไรข้าก็ไม่ใช่แม่แท้ๆ ของนาง
เสิ่นซิงหนาน: แต่นับวันนางยิ่งดื้อดึง
ฮูหยินเสิ่น: อาจบางทีเพราะพวกท่านพ่อลูกไม่ค่อยได้พูดคุยกัน ข้าคิดว่าฉินหง ก็กดดันไม่น้อย เพราะนางเป็นลูกสาวท่าน ท่านย่อมคาดหวังต่อนางกว่าศิษย์อื่น
นางเองก็อยากทำได้อย่างที่ท่านคาดหวัง จึงยิ่งพยายามหนักขึ้น สุดท้าย นางก็คิดว่าท่านจู้จี้กับนางมากไป ส่วนท่านก็คิดว่านางหัวแข็ง
เสิ่นซิงหนาน: ถูกของเจ้า




เจ้าสำนักหวงซาน เตี่ยมชัง และ Ngan tong ต่างถกเถียงกันหาตัวแทนคนใหม่แทนสามคนที่ตายไป
ยังไม่ทันจะสู้กับศัตรูเลย ก็ไม่สามัคคีกันซะแล้ว
หลี่ปูยีเสนอให้เชิญยอดฝีมือที่เคยถูกขับออกจากสำนัก กลับมาช่วยเหลือ ทุกสำนักล้วนปฏิเสธ
แถมยังสงสัยว่าเค้ามีนอกมีในอะไรกับฝ่ายอธรรมรึเปล่า งั้นอยู่ไปก็คงเปล่าประโยชน์ ทางใครทางมันละกัน




ศิษย์พี่ใหญ่ยังไม่ค่อยสบายใจ แถมยังมาโดนศิษย์สำนักอื่นเสียดสีที่เป็นคนเดียวที่รอดชีวิตมาได้
(จะบอกว่ายิ่งที ยิ่งรำคาญพวกฝ่ายธรรมะทั้งหลายอ่ะค่ะ ไม่เห็นมีดีเลย ยกเว้นท่านเมิ่นก็ดันซี้ไปซะแล้ว)

เสิ่นซิงหนานไม่พอใจที่พวกฝ่ายธรรมะต่อว่าบิดานางว่าปกป้องแต่ศิษย์ตัวเอง จนเกือบมีเรื่องกัน
ดีที่ศิษย์พี่รองห้ามไว้ทัน ศิษย์พี่ใหญ่ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ คิดว่าเพราะเค้าเป็นต้นเหตุ รู้งี้น่าจะตายไปซะดีกว่า





ศิษย์น้องได้แต่หวังว่าท่านหมอหล่ายจะช่วยรักษาอาการศิษย์พี่ใหญ่ให้ดีขึ้นได้
เพื่อเตรียมรับมือฝ่ายอธรรม ศิษย์เขาปลาบินจึงขยันฝีกกระบี่ เยี่ยม่งเซอะเห็นกระบี่ของเสิ่นฉินหงบิ่นไป จึงเตือนให้นางอย่าลืมหากระบี่เล่มใหม่





หลี่ปูยีขอให้เจ้าสำนักเสิ่น นำข้อเสนอของเค้าไปพิจารณาให้รอบคอบ
ระหว่างนั้นฮูหยินเสิ่นกับ เยี่ยม่งเซอะนำชามาให้เจ้าสำนักเสิ่น
เยี่ยม่งเซอะมีทัศนคติที่ไม่ค่อยดีกับหลี่ปูยีเท่าไหร่ ยังไงก็เป็นคนนอก มาเจ๋ออะไรกับเรื่องของฝ่ายธรรมะเค้า




หลี่ปูยีรู้ตัวว่าเค้าไม่ควรอยู่ที่สำนักเขาปลาบินนาน เค้าจึงตัดสินใจว่าจะจากไปในวันพรุ่งนี้ สบอารมณ์เยี่ยม่งเซอะพอดี ก็เล่นมองหน้าอาจารย์หญิงเรื่อยเลย



หลี่ปูยีพบกับศิษย์พี่ใหญ่ ซ่งหว่าเตินโดยบังเอิญ เค้ากลับคิดว่าหลี่ปูยีมาตามหาเค้า

ซ่งหว่าเติน: ท่านมาหาข้าทำไม หรือว่าชะตาข้าถึงฆาตจริงๆ
หลี่ปูยี: โลกนี้ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าชะตากำหนด ดูอย่างกระถางกล้วยไม้ใบนี้สิ ถ้าข้าปล่อย มันคงจะตกแตก

หลี่ปูยีแกล้งปล่อยกระถางให้ตก แต่ใช้เท้ารับไว้กระถางจึงไม่แตก

หลี่ปูยี: หากเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชะตาได้ ข้าจะสอนวิธีได้โชคดี และหลีกเลี่ยงโชคร้ายได้อย่างไร
คนเราอาจจะรู้ว่าชะตาเป็นอย่างไร แต่ไม่จำเป็นต้องยอมรับมัน
ศิษย์พี่ใหญ่: แต่สิงที่เกิดขึ้นแล้ว เปลี่ยนแปลงไม่ได้

ศิษย์พี่ใหญ่เล่าให้หลี่ปูยีฟังว่า 15 ปีที่แล้ว เค้าทำให้ศิษย์น้องต้องตาย
ตอนนั้นเค้ากับศิษย์น้องเดินทางไปกำจัดคนชั่ว ศิษย์น้องถูกหัวหน้าโจรจับเป็นตัวประกัน
แต่อารามอยากจับโจร เค้าไม่ได้ห่วงใยศิษย์น้อง สุดท้ายศิษย์น้องจึงต้องตาย
หลายคืนมานี้ เค้าฝันถึงศิษย์น้องจนไม่รู้จะทำอย่างไร

หลี่ปูยี: ใครบ้างไม่เคยทำผิด เจ้าต้องปล่อยวางซะบ้างนะ ศิษย์น้องเจ้าอยากกำจัดคนชั่ว ถ้าข้าเป็นเจ้า ข้าจะทำให้ความหวังของศิษย์น้องเจ้าเป็นจริง

หลี่ปูยีสัญญาว่าเค้าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใครอย่างเด็ดขาด





คืนนั้น ศิษย์พี่ใหญ่ก็ฝันร้ายอีกจนได้ หลี่ปูยีเองก็สังหรณ์ใจไม่ค่อยดี จึงมาหาเค้าที่ห้อง
แต่เค้าก็ไม่อยู่ พอดีพบกับท่านหมอหล่าย พวกเค้าตามไปพบศิษย์พี่ใหญ่ฆ่าตัวตายที่ผาสำนึกตน
เมื่อตรวจสภาพศพ พบว่าเค้าตายไปนานกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว ตายมานานขนาดนี้ หมอเทวดาก็ช่วยไม่ได้





ทุกคนต่างไม่อยากเชื่อว่าคนอย่างศิษย์พี่ใหญ่จะฆ่าตัวตาย ท่านหมอหล่ายคิดว่าอาจเป็นเพราะใจปีศาจทำให้เค้าเห็นสิ่งที่เค้าเกลียดกลัวที่สุด และไม่สามารถกำจัดมันได้ จึงฆ่าตัวตาย

เยี่ยม่งเซอะ: ก็เจ้ารักษาเค้าแล้วไม่ใช่หรือ ทำไมเค้ายังฆ่าตัวตายอีกล่ะ เจ้าไม่ควรได้ชื่อว่าหมอเทวดาเลย
หล่ายเหยิกยี: เอ งั้นข้าควรจะไปฆ่าตัวตายซะอีกคนเลยดีมั้ย
เสิ่นซิงหนาน: ม่งเซอะกับหว่าเตินรักกันเหมือนพี่น้อง นางกำลังเสียใจ อาจพูดเกินเลยไปบ้าง หวังว่าท่านหมอหล่ายจะใจกว้าง





หาเรื่องท่านหมอหล่ายไม่ได้ ก็มาหาเรื่องหลี่ปูยีต่อ

เยี่ยม่งเซอะ: หลี่ปูยี เมื่อคืนเจ้าพูดอะไรกับศิษย์พี่ใหญ่ ข้าเห็นเจ้าอยู่กับเค้า
หลี่ปูยี: ข้ากับเค้าไม่ได้พูดอะไรกันเลย
เยี่ยม่งเซอะ: ไม่เหรอ ตั้งแต่เจ้าปรากฎตัว ศิษย์สำนักฝ่ายธรรมะตายกันไปกี่คนแล้ว เจ้าชอบพูดจาไร้สาระ ทำให้คนต้องตาย วันนี้ข้าจะฆ่าเจ้า

อารมณ์ร้อนจริงแม่คุณ อาจารย์ห้ามแทบไม่ทัน
ไม่ว่าใครจะถามยังไง หลี่ปูยีก็ยืนกรานว่าไม่รู้เรื่องอย่างเดียว




หล่ายเหยิกยี: พี่หลี่ ถ้าเจ้ารู้ว่าทำไมคุณชายซ่งถึงทำเช่นนั้น เจ้าก็บอกพวกเรามาเถอะ
หลี่ปูยี: ขอโทษ ข้าบอกไม่ได้
หล่ายเหยิกยี: ถึงเจ้าไม่บอก ข้าก็พอเดาได้





ท่านหมอหล่ายสวนทางกับเจ้าสำนักคงท้งซึ่งเพิ่งเดินทางมาถึงสำนักเขาปลาบิน
เจ้าสำนัก Kwok มองเค้าด้วยสายตาแปลกๆ




เยี่ยม่งเซอะและเสิ่นฉินหงเก็บข้าวของศิษย์พี่ใหญ่ พวกนางชวนกันไปเซ่นไหว้พี่ใหญ่ที่ผาสำนึกตน
ระหว่างทางได้ยินศิษย์สำนักเตี่ยมชัง และ Ngan Tong พูดจาเหยียดหยามศิษย์พี่ใหญ่
ฉินหงไม่พอใจ คิดจะสั่งสอน แต่ม่งเซอะห้ามปรามไว้ นางเกรงอาจารย์รู้เข้าจะเป็นเรื่อง
ฉินหงอ้างว่านางรับปากอาจารย์จะจัดการเรื่องโลงศพให้กับศิษย์พี่ใหญ่ จึงขอตัวกับม่งเซอะ






ฉินหงลงมือสั่งสอนศิษย์เตี่ยมชังและ Ngan Tong ศิษย์ที่ถูกทำร้ายสังเกตุเห็นกระบี่ของนางบิ่น



ฮูหยินเสิ่นขอร้องให้หลี่ปูยีเปิดเผยความลับของศิษย์พี่ใหญ่

หลี่ปูยี: ข้าไม่มีอะไรจะบอกท่าน ข้าสัญญากับจอมยุทธ์ซ่งไว้ว่าจะไม่บอกใครเรื่องนี้
ฮูหยินเสิ่น: มันยากนักหรือที่จะพูดความจริง
หลี่ปูยี: ท่านอยากรู้ความจริง แล้วท่านล่ะ เคยมีความลับที่ไม่อยากบอกใครหรือไม่
ที่จริง คนเราล้วนมีความลับ ท่านเองยังไม่อยากเปิดเผย แล้วทำไมถึงอยากรู้ความลับของคนอื่นเล่า
ฮูหยินเสิ่น: ข้าเข้าใจแล้ว ท่านหลี่ ลาก่อน





หลี่ปูยี: ยั่วหลาน ข้าขอโทษ
ฮูหยินเสิ่น: ทำไมท่านต้องขอโทษ อย่างที่ท่านพูด คนเราล้วนมีความลับที่ไม่อยากเปิดเผย
ข้าสิต้องขอโทษท่านที่จากท่านมาโดยไม่ได้บอกลา ความจริง ก่อนที่ข้าจะพบกับท่าน ข้าได้หมั้นหมายกับเสิ่นซิงหนานแล้ว
แม้ข้าจะหวั่นไหวใจ แต่สุดท้ายแล้ว ข้าต้องทำตามขนบประเพณี ข้าทำให้ท่านต้องผิดหวัง
หลี่ปูยี: ไม่เคยมีใครที่ทำให้ข้ารักอย่างลึกซึ้งเช่นท่านมาก่อน ข้าไม่เคยลืมท่าน

ฮูหยินเสิ่นได้ยินเสียงคนแอบฟัง นางจำผ้าเช็ดหน้าได้ว่าเป็นของม่งเซอะ





ยังไม่ทันที่ฮูหยินเสิ่นจะได้อธิบายให้ม่งเซอะฟัง ก็เกิดเรื่องใหญ่เสียก่อน
บรรดาเจ้าสำนักต่างเรียกร้องความเป็นธรรมที่ลูกศิษย์ถูกทำร้าย
พวกเค้าต้องการให้ตรวจกระบี่ของศิษย์สำนักเขาปลาบินเพื่อหาคนผิด
เยี่ยม่งเซอะรู้ทันทีว่าต้องเป็นฝีมือของศิษย์น้องสี่แน่นอน





เยี่ยม่งเซอะเกรงอาจารย์จะลงโทษบุตรสาว นางจึงยอมรับสารภาพเอง
เจ้าสำนักเตี่ยมชังและหวงซานกดดันให้เจ้าสำนักเสิ่น ลงโทษศิษย์เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง
แม้ว่าเจ้าสำนัก Ngan Tong จะเห็นว่าไม่ควรลงโทษรุนแรง แต่เจ้าสำนักเสิ่นก็ตัดสินใจขับเยี่ยม่งเซอะออกจากสำนัก






เรื่องยังไม่ทันเรียบร้อย เจ้าสำนักเสิ่นก็ต้องปวดหัวเมื่อศิษย์มารายงานว่าเจ้าสำนักคงท้งเกิดสู้กับท่านหมอหล่าย

เจ้าสำนักคงท้ง: เห็นแก่หน้าเจ้าสำนักเสิ่น ข้าจะละเว้นชีวิตเจ้าซักครั้ง
หล่ายเหยิกยี: ฮูหยินเจ้าทิ้งเจ้าไป เกี่ยวอะไรกับข้า เห็นแก่หน้าเจ้าสำนักเสิ่น ข้าจะยอมละเว้นชีวิตเจ้า
หลี่ปูยี: เจ้าทำอะไรอีกล่ะ
หล่ายเหยิกยี: เปล่านี่ ข้าแค่ร่วมดื่มสุรากับฮูหยินเค้าครั้งเดียว หลังจากนั้น ข้าก็ไม่เจอนางอีก
เจ้าสำนักคงท้ง: ได้ยินมันยอมรับแล้วใช่มั้ย
หล่ายเหยิกยี: ที่ข้าบอกฮูหยินเจ้าไปถูกต้องแล้ว นางเป็นสตรีที่สุภาพนุ่มนวล ไม่น่ามาแต่งงานกับคนหยาบกระด้างเช่นเจ้า นางทิ้งเจ้าไปก้ดีแล้วนี่
เจ้าสำนักคงท้ง: มิน่าล่ะ คนถึงว่าเจ้าเป็นคนสารเลวมากตัณหา
หล่ายเหยิกยี: คนเค้าพูดเจ้าก็เชื่อ หากข้าจะจีบผู้หญิงซักคน นางต้องงามเหมือนฮูหยินเสิ่นสิ (อ้าว ปากเหรอท่านหมอ)

เจ้าสำนักเสิ่นไม่พอใจที่ท่านหมอหล่ายพูดจาล่วงเกินฮูหยินครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ไล่ก็เหมือนไล่
ท่านหมอหล่ายจึงคิดจากไป หลี่ปูยีจึงตัดสินใจไปกับเค้าด้วย ลูกสุพรรณดีมาก






ศิษย์พี่รอง และศิษย์ทุกคนช่วยกันขอร้องอาจารย์ให้เห็นใจม่งเซอะอย่าขับไล่นางออกจากสำนัก
เจ้าสำนักเสิ่นประกาศว่าหากยังมีใครขอร้องแทนนางอีกจะต้องโดนขับไล่ออกจากสำนักเช่นกัน

เยี่ยม่งเซอะมากราบลาอาจารย์ อาจารย์ไม่ยอมแม้แต่จะเหลือบมองนาง ทำให้นางเสียใจมาก






ฮูหยินเสิ่นมาส่งเยี่ยม่งเซอะนางไม่เชื่อว่าม่งเซอะจะเป็นคนทำร้ายศิษย์สำนักอื่น
แต่สถานการณ์ตอนนี้ 5 สำนักต้องร่วมใจกันต่อต้านฝ่ายอธรรม อาจารย์นางจึงจำเป็นต้องทำเช่นนี้
ฮูหยินรับปากว่าหลังจบการประลองยุทธ์กับฝ่ายอธรรม นางจะขอร้องเจ้าสำนักให้รับม่งเซอะกลับเป็นศิษย์อีกครั้ง
เยี่ยม่งเซอะขอร้องให้อาจารย์หญิงช่วยดูแลอาจารย์แทนนางด้วย




ระหว่างเดินทาง เยี่ยม่งเซอะพบเหตุการณ์ศพถูกขโมย นางจึงคิดจะสืบหาต้นตอ



ม่งเซอะออกสำรวจสุสานยามราตรี นางโดนคนร้ายซัดฝ่ามือใส่จนสลบไป








 

Create Date : 23 ธันวาคม 2549    
Last Update : 1 ธันวาคม 2550 9:45:59 น.
Counter : 336 Pageviews.  

Face To Fate ตอน 3





จากตอนที่แล้ว จอมยุทธเมิ่นคลุ้มคลั่งจับ เสิ่นซิงหนานจะโยนลงบ่อน้ำ ทำให้นางได้รับผลกระทบจากใจปีศาจ นางเห็นความกลัวที่สุดของนาง คือ หนู




หลี่ปูยีรีบเข้าช่วยเยี่ยม่งเซอะแต่เค้าช่วยจอมยุทธ์เมิ่นไว้ไม่ได้
ศิษย์พี่ใหญ่: ชีพจรศิษย์น้องสามอ่อนมาก
หล่ายเหยิกยี: ถ้าไม่รีบช่วยนางตอนนี้ นางต้องตายแน่นอน





หลี่ปูยีไล่ตามใจปีศาจไป
ใจปีศาจ: หลี่ปูยี นี่เป็นเรื่องระหว่างธรรมะกับอธรรม เจ้าไม่ควรเข้ามายุ่งเกี่ยว
หลี่ปูยี: เจ้าเป็นมือสังหารของฝ่ายอธรรมจริงๆ หากเป็นเรื่องของธรรมะกับอธรรม ไยไม่ตกลงกันด้วยการประลองยุทธตามที่นัดหมาย พวกเจ้ากลับเล่นสกปรก ข้าจะไม่ยุ่งเกี่ยวได้อย่างไร
ใจปีศาจ: พวกมันตายเพราะฝีมือไม่ถึงขั้นเอง
หลี่ปูยี: ถ้าเจ้าเก่งจริง ทำไมไม่เปิดเผยตัวจริงออกมาล่ะ
ใจปีศาจ: โลกนี้ไม่มีผู้บริสุทธิ์ ทุกคนย่อมเคยทำผิดพลาด เมื่อทำผิดย่อมสมควรตาย ถ้าเจ้ายังไม่เลิกยุ่ง ฆ่าจะข้าเจ้าด้วย
หลี่ปูยี: ข้าเกลียดคนขู่ข้าที่สุด ถ้าอยากจะฆ่าข้าก็มาเลย ทำไมไม่ลงมือล่ะ เป็นเพราะทุกครั้งที่เจ้าฆ่าคน เจ้าจะสูญเสียพลังใช่มั้ย

ใจปีศาจหนีไป หลี่ปูยีถูกอดีตตามมาหลอกหลอน เค้าเห็นศิษย์พี่ถูกล่ามโซ่ไว้ในถ้ำ





หลี่ปูยีกลับมาพบท่านหมอหล่ายกำลังตรวจศพอยู่
หล่ายเหยิกยี: ตอนแรกข้าคิดว่าเป็นวิชามารที่ทำร้ายสัมผัสทั้ง 5 ของมนุษย์
ข้าจึงใช้เข็มไหมทองสะกัดจุดชีพจรที่เกี่ยวข้อง เพื่อสงบลมปราณของเค้า แต่ยังไม่อาจชะลอการเต้นของหัวใจเค้าได้ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าข้าจะหาวิธีรับมือไม่ได้




ศิษย์พี่รองกับศิษย์น้องสี่มาขอร้องท่านหมอหล่ายให้ช่วย Yip Mung-sik

หล่ายเหยิกยี: นางรอดชีวิตได้ก็ถือว่าโชคดีแล้ว ต่อให้นางฟื้นขึ้นมา นางก็ต้องเป็นอัมพาตทั้งตัว พวกเจ้าค่อยๆ ดูแลนางไปก็แล้วกัน
ศิษย์น้องสี่: ศิษย์พี่สามกำลังจะตาย ทำไมเจ้าถึงปฏิเสธไม่รักษานาง เจ้าเป็นหมอประเภทไหนเนี่ย
หล่ายเหยิกยี: ข้าไม่รักษาใครจะทำไม ถ้าพวกเจ้าสองคนไม่สอดมือเข้ามาทำลายแผนการข้า ใจปีศาจจะลงมือสำเร็จง่ายดายอย่างนี้หรือ
ศิษย์น้องสี่: ก็ข้านึกว่าเจ้าทำร้านจอมยุทธ์เมิ่นนี่
หล่ายเหยิกยี: เจ้าสองคนทำให้เมิ่นชิงโหลวตาย ศิษย์พี่ของเจ้าเป็นแบบนี้ เพราะนางงี่เง่าเอง
ศิษย์น้องสี่: เจ้า
หลี่ปูยี: อย่าเพิ่งสืบสาวว่าใครผิดเลย เราช่วยชีวิตแม่นางเยี่ยไว้ก่อนไม่ดีกว่าหรือ
ศิษย์พี่รอง: ข้าขอร้องท่านโปรดช่วยศิษย์น้องสามด้วย
หล่ายเหยิกยี: ข้าไม่ช่วยใครทั้งนั้น ที่ข้ามานี่เพราะมีข้อตกลงกับหลี่ปูยี นี่ข้าก็ทำเกินข้อตกลงแล้วด้วย





หลี่ปูยีแนะนำให้สี่ปลาบินน้อยนำเยี่ยม่งเซอะกลับไปให้อาจารย์รักษา แต่แม้อาจารย์นางยังหมดปัญญาทำให้นางฟื้นได้
อาจารย์ไม่พอใจที่บุตรสาวตนฝ่าฝืนคำสั่งลงจากเขา ทำให้จอมยุทธ์เมิ่นต้องตาย เยี่ยม่งเซอะได้รับบาดเจ็บ
จึงลงโทษให้นางไปสำนึกตนที่ผาสำนึกตน (เอ มันมีหน้าผานี้กันทุกสำนักรึเปล่าเนี่ย) จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง





หลวงจีนอยากตายวอนหาเรื่องกับศิษย์สำนักเขาปลาบิน นึกว่าจะได้ตายสมใจ
เจ้าสำนักเสิ่นกับหลี่ปูยีดันมาช่วยไว้ได้ทันอีก แต่ถึงมาช่วยไม่ทัน ก็คงไม่ตายอยู่ดี
ศิษย์แต่ละคนฝีมือไม่เข้าขั้น ขนาดยืนให้ฟันดีๆ ยังแค่เสื้อผ้าขาด





เสิ่นซิงหนาน เจ้าสำนักเขาปลาบิน สมกับเป็นจอมยุทธคุณธรรม เค้ายอมเสียพลังยุทธเพื่อช่วยเหลือเยี่ยม่งเซอะ

เสิ่นซิงหนาน: ม่งเซอะอาการสาหัสนัก ขอเพียงนางปลอดภัย เสียพลังเท่านี้จะเป็นไร
หลี่ปูยี: ชาวยุทธลือว่าท่านไม่เพียงมีเมตตา ยังรักลูกศิษย์มากด้วย วันนี้ ข้าได้เห็นด้วยตาแล้ว
เสิ่นซิงหนาน: ม่งเซอะเป็นเด็กกำพร้า ข้าเลี้ยงนางมาตั้งแต่ยังเด็ก ข้าเห็นนางเหมือนลูกสาว นางก็เห็นข้าเหมือนบิดา แต่คราวนี้ข้าจนปัญญาจริงๆ
หลี่ปูยี: ข้าจะลองไปขอร้องหล่ายเหยิกยีให้มาช่วยนาง



ท่านหมอหล่ายมาสิงอยู่ที่หอนางโลมอีกแล้ว

หล่ายเหยิกยี: เจ้าก็รู้กฏของข้าดีนี่ ข้าเหม็นหน้าพวกสำนักเขาปลาบินจะแย่ เจ้าไม่ต้องมาขอร้องแทนพวกเค้าหรอก
หลี่ปูยี: ข้าก็ไม่ได้บอกว่าข้าจะช่วยเค้านี่ ข้ามาดื่มเหล้ากับเจ้าต่างหาก จะพูดเรื่องอื่นให้เสียอารมณ์ทำไม





กำลังหนุกเลย ศิษย์พี่รองก็โผล่มาทำให้เซ็งอีกล่ะ
หลี่ปูยีก็แอบเซ็ง ไม่รู้จะโผล่มาให้เสียแผนทำไม กำลังบิ้ลด์มู้ดได้ที่อยู่เชียว ไล่ก็ไม่ไปซะอีก

ศิษย์พี่รอง: ท่านหมอเทวดาหล่าย หากข้าทำอะไรล่วงเกินท่าน ข้าขออภัย ข้าขอร้องท่าน ช่วยศิษย์น้องข้าด้วย
ข้ากับนางเติบโตมาด้วยกัน นางเหมือนน้องสาวแท้ๆ ของข้า ต่อให้ข้าต้องแลกด้วยชีวิต ข้าก็ไม่ยอมให้นางเป็นอะไร
ท่านหมอ ท่านมีพี่น้องหรือไม่ ท่านเข้าใจความรู้สึกของข้ามั้ย ขอเพียงท่านช่วย ม่งเซอะได้ ข้ายินดีเป็นข้ารับใช้ท่าน

เฮ้อ ต่อให้คุกเข่าขอร้อง ท่านหมอหล่ายเค้าก็ไม่สนใจหรอก




หล่ายเหยิกยี: ข้าคิดว่าแม่นาง Yip คงอยู่ได้อีกไม่นาน
หลึ่ปูยี: สวรรค์กำหนดชะตาไว้แล้ว เจ้าก็ไม่ใช่ญาตินาง ไม่เห็นต้องช่วยนางเลย มาดื่มกันดีกว่า
หล่ายเหยิกยี: แต่ก็เหลือเชื่อที่นางยังไม่ตาย
หลึ่ปูยี: ก็จริงนะ ถ้านางเกิดฟื้นขึ้นมา เราอาจจะรู้วิธีรับมือใจปีศาจก็ได้ แต่ช่างมันเถอะ เจ้าบอกว่าไม่มีวิธีรักษานางนี่นา




แหม กำลังนึกว่าแผนนี้จะใช้ไม่ได้ผล ท่านหมอหล่ายก็รีบตามออกมา

หล่ายเหยิกยี: ตราบใดที่นางยังมีลมหายใจ ตระกูลหล่ายของเราย่อมมีทางรักษา
จะรออะไรอีกล่ะ พวกเจ้ามาหาข้าก็เพราะอยากให้ข้าไปช่วยนางไม่ใช่หรือ
หลี่ปูยี: ถ้าเจ้าคิดอย่างนั้น ข้าก็ไม่ว่าอะไร
หลวงจีนอยากตาย: เดี๋ยวก่อน เจ้ามีจุดประสงค์อื่นรึเปล่า
หล่ายเหยิกยี: เค้าว่ากันว่าฮูหยินเจ้าสำนักเขาปลาบินงดงามนัก ข้าอยากเห็นว่านางจะงามเพียงใด
หลี่ปูยี: ตัณหาเป็นบ่อเกิดความหายนะ เจ้าควรระวังสตรีไว้ให้ดี





พูดไม่ทันขาดคำ ท่านหมอหล่ายก็เจอโจทย์เก่า ดันจำชื่อสาวผิดซะอีก เลยโดนตบซะ

หลี่ปูยี: ข้าเตือนแล้วนะ ว่าตัณหาเป็นบ่อเกิดความหายนะ

เอ้า หัวเราะเข้าไป





ศิษย์น้องสี่ไม่สบายใจที่นางเป็นต้นเหตุที่ทำให้ศิษย์พี่สามได้รับบาดเจ็บ
เป็นลูกสาวเจ้าสำนักมันลำบากแค่ไหน มีใครเข้าใจบ้างมั้ย มีแต่คนคาดหวัง มันกดดันนะ

ศิษย์พี่รอง: ยิ่งเจ้าเอาภาระหน้าที่มากดดันตัวเองมาก เจ้าก็จะผิดพลาดได้ง่าย
ไม่นานอาจารย์หญิงก็จะกลับมาแล้ว ได้นางช่วยขอร้อง อาจารย์ต้องใจอ่อนแน่
ศิษย์น้องสี่: ข้าทำข้ารับผิดชอบ ไม่ต้องให้ใครมาขอร้องแทนข้า
ศิษย์พี่รอง: ถึงเจ้าไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของอาจารย์หญิง แต่นางก็เอ็นดูเจ้าเหมือนลูก ทำไมเจ้าไม่ยอมรับนางซะที




ท่านหมอหล่ายตรวจชีพจรให้กับเยี่ยม่งเซอะ

เสิ่นซิงหนาน: ท่านหมอ ม่งเซอะเป็นอย่างไรบ้าง
หล่ายเหยิกยี: นางจะฟื้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับแม่นางเสิ่นแล้ว (พูดอย่างนี้ คนดูงงนะ แต่เจ้าสำนักเค้าไม่งงอ่ะ)
เสิ่นซิงหนาน: คินเฮยยังไม่รีบขอโทษท่านหมอหล่ายอีก
เสิ่นฉินหง: ขอโทษ
หล่ายเหยิกยี: เค้าขอโทษกันแบบนี้เหรอ จริงใจหน่อย
เสิ่นฉินหง: ขอโทษค่ะ ท่านหมอหล่าย
หล่ายเหยิกยี: เจ้าสำนักเสิ่นออกจะฉลาด ไม่น่ามีลูกสาวเช่นนี้ (เอาเข้าไป ได้ทีขี่แพะไล่เชียวนะยะ)






เสิ่นซิงหนาน: หากม่งเซอะฟื้นได้ พวกเราก็เป็นหนี้บุญคุณท่าน
หล่ายเหยิกยี: ข้าไม่ต้องการเป็นหนี้บุญคุณใคร และก็ไม่ชอบให้ใครเป็นหนี้บุญคุณข้า เรามาแลกเปลี่ยนกันดีกว่า
ข้าได้ยินว่าฮูหยินเสิ่นเป็นสาวงามในหล้า ข้าอยากร่วมโต๊ะกับนางสักครั้ง
เสิ่นซิงหนาน: ข้าจะถือว่าเป็นคำชมของสหาย ข้ากับภรรยายินดีร่วมโต๊ะกับท่าน
หล่ายเหยิกยี: คนเค้าว่าท่านใจกว้าง แต่ข้าว่าท่านน่ะรอบจัด ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ดนะ




ท่านหมอหล่ายลงมือฝังเข็มรักษา Yip Mung-sik





ในที่สุด เยี่ยม่งเซอะก็ฟื้น

หล่ายเหยิกยี: ดูๆ ไปเจ้าก็สวยดีนะ
เยี่ยม่งเซอะ: เจ้ามาทำอะไรที่นี่
หล่ายเหยิกยี: แล้วเจ้าคิดว่าข้ามาทำอะไรล่ะ

โอ๊ย เบาๆ แค่เนี้ย กรี๊ดซะหูแทบแตก เสียงดังแบบนี้ คงหายดีแล้วล่ะ




หลี่ปูยี: เจ้าก้อดูเป็นบุรุษมีการศึกษา ทำไมถึงได้เจ้าชู้นัก
หล่ายเหยิกยี: ผู้ชายทุกคนล้วนเจ้าชู้ ข้าก็เป็นผู้ชายนี่
หลี่ปูยี: แต่เจ้าก็ไม่ควรพูดจาล่วงเกินฮูหยินเสิ่น
หล่ายเหยิกยี: อะไร แค่ข้าวหนึ่งมื้อต่อหนึ่งชีวิต คุ้มค่าออก เจ้าสำนักเสิ่นก็น่าจะดีใจที่มีผู้เห็นค่าบุปผางามของเค้า
หลี่ปูยี: อย่าแตะ กล้วยไม้นี้ปลูกขึ้นยากนัก
หล่ายเหยิกยี: เจ้านี่ ยิ่งมายิ่งน่าสนใจ นอกจากทำนายโชคชะตาแล้ว เจ้ายังรู้เรื่องปลูกต้นไม้อีก
หลี่ปูยี: สหายข้าเคยสอน
หล่ายเหยิกยี: ข้าว่าสหายเจ้าต้องเป็นสตรีแน่ นางคงเป็นคนรักเก่าของเจ้า ไม่พูดแปลว่ายอมรับนะ
เจ้ายังจำได้ว่านางปลูกกล้วยไม้ แสดงว่าเจ้ามีความรักที่ลึกซึ้ง
หลี่ปูยี: ข้าไม่ได้รักลึกซึ้งอะไร เจ้าต่างหากที่ตื้นเขิน ไม่เช่นนั้น เจ้าจะลืมชื่อสตรีนางนั้นหรือ
หล่ายเหยิกยี: นึกออกแล้ว นางไม่ได้ชื่อเสี่ยวชุยหรอก นางชื่อหยูฮัว ข้าเคยไปเที่ยวหอของนางครั้งหนึ่ง นางกลับจริงจัง คิดจะเลิกเป็นนางโลมมาแต่งงานกับข้า ข้าไม่คิดอยากแต่งงาน จึงจากมาโดยไม่ได้ร่ำลา
หลี่ปูยี: ทำไมคนเราถึงได้ชอบจากไปโดยไม่ร่ำลานะ





หลี่ปูยีเก็บดอกกล้วยไม้แห้งไว้อย่างดี จนหลวงจีนอยากตายยังสงสัยว่าดอกกล้วยไม้นี่มันสำคัญยังไง ขนาดหนที่แล้วตกหน้าผาไป ยังอุตส่าห์ไปตามเก็บมาอีก

หลวงจีนอยากตาย: เจ้าน่าจะเลิกคิดเรื่องคนรักเก่าได้แล้วนะ
หลี่ปูยี: แล้วท่านล่ะ ทำไมยังไม่เลิกคิดฆ่าตัวตายอีก คิดแบบนี้ไม่ผิดต่อพระพุทธเจ้าที่สอนให้คนละทิ้งกิเลสหรือ
หลวงจีนอยากตาย: ก็จริง คนเราย่อมมีปมของตนเองเนอะ





เยี่ยม่งเซอะสงสัยว่าทำไมหล่ายเหยิกยีจึงยอมมาช่วยนาง ศิษย์พี่ใหญ่คิดว่าเป็นเพราะอาจารย์ขอให้หลี่ปูยีไปขอร้องเค้า

ศิษย์น้องสี่: ท่านพ่อขอร้องคนผิดแล้ว ศิษย์พี่สองตามหลี่ปูยีลงเขาไป เค้าเห็นหลี่ปูยีดื่มเหล้าที่หอนางโลมกับหล่ายเหยิกยี
ศิษย์พี่รองไปขอร้องหล่ายเหยิกยีให้มาช่วยพี่ ยังโดนหลี่ปูยีไล่ออกมาเลย
ข้าว่าที่หล่ายเหยิกยียอมมา คงเป็นเพราะเค้าศิษย์พี่รองซะมากกว่า

ซวยจริงๆ หลี่ปูยี ทำดีไม่ได้ดี




เมื่อหายดีแล้ว ก็ถึงเวลาต้องเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังกัน เยี่ยม่งเซอะเล่าว่านางเห็นภาพหลอน เห็นสิ่งที่นางกลัวที่สุด คือ หนู เล่นเอาท่านหมอหล่ายขำกลิ้ง เออ ไม่กลัวมั่งก็แล้วไป

หล่ายเหยิกยี: คิดไม่ถึง จอมยุทธหญิงที่ห้าวหาญอย่างแม่นางเยี่ยจะกลัวหนู
เยี่ยม่งเซอะ: ขำตรงไหน คนเราก็ต้องมีอะไรบางอย่างที่กลัวที่สุด
หลี่ปูยี: เข้าใจแล้ว ใจปีศาจทำให้คนเห็นสิ่งที่เค้าเกลียดกลัวที่สุดทำให้หัวใจเต้นแรงจนล้มเหลว
ศิษย์พี่รอง: แล้วทำไมศิษย์น้องสามถึงรอดมาได้
เสิ่นซิงหนาน: คงเพราะนางไม่เคยทำผิดเลวร้ายอะไรมาก่อนในชีวิต ภาพหลอนที่นางเห็นจึงเป็นแค่หนู





หลวงจีนอยากตายไปวุ่นวายที่ผาสำนึกตนจนเสิ่นฉินหงอยู่ไม่ได้ หลี่ปูยีจึงต้องตามไปเกลี้ยกล่อม หลวงจีนอยากตายคิดไม่ตก ปวดหัวโว้ย เอาหัวโขกให้ตายเลยดีกว่า โขกไปโขกมาหลับไปเลย ดีนะ หมดสติก็ไม่ต้องปวดหัว ทำให้หลี่ปูยีคิดอะไรออก



เยี่ยม่งเซอะอยากหายกลัวหนู พ่อบ้านจึงแนะนำให้นางค้างในห้องเก็บของที่เต็มไปด้วยหนู เอาฟระ สู้เว้ย



หลี่ปูยี: ใจปีศาจทำให้เกิดภาพหลอน ทำให้หวาดกลัวจนตาย ถ้าเราทำให้ผู้โดนใจปีศาจสลบไป ภาพหลอนก็ทำอะไรไม่ได้
หล่ายเหยิกยี: แล้วหากเค้าสลบไป เค้าจะป้องกันตัวได้อย่างไร สุดท้ายก็โดนฆ่าอยู่ดี
หลี่ปูยี: ถ้าเค้ามีผู้ช่วยล่ะ
หล่ายเหยิกยี: ผู้ช่วยก็มีสิทธิ์โดนใจปีศาจได้เหมือนกัน
หลี่ปูยี: ไม่มีวิธีอื่นแล้วหรือ
หล่ายเหยิกยี: หากยังไม่มีวิธี เราต้องเสี่ยงแล้วล่ะ
หลี่ปูยี: เจ้าหมายความว่าอย่างไร
หล่ายเหยิกยี: ใจปีศาจโจมตีหัวใจมนุษย์ แต่ถ้าคนคนนั้น ไม่มีหัวใจล่ะ

ทั้งคู่คิดจะไปปรึกษากับเจ้าสำนักเสิ่น แต่กลับพบศิษย์พี่ใหญ่ พวกเค้าได้ยินเสียงร้องของเยี่ยม่งเซอะจึงพากันไปดู





เยี่ยม่งเซอะกลัวหนูจนต้องหนีออกจากห้องเก็บของ

หลี่ปูยี: เจ้าหลอกให้ตัวเองกลัวเหรอเนี่ย
ศิษย์พี่ใหญ่: แม้วิธีเจ้าจะไม่เข้าท่า แต่ก็กล้าหาญดี
หล่ายเหยิกยี: กล้าหาญแต่โง่ ก็ไม่มีความหมาย (เอ้า กัดเข้าไป)
เยี่ยม่งเซอะ: แต่ถ้าเอาชนะความกลัวได้ ใจปีศาจก็จะไม่มีโอกาสลงมือ

พูดยังไม่ทันขาดคำ ใจป๊ศาจก็ลงมือกับศิษย์พี่ใหญ่ เยี่ยม่งเซอะไม่ทันระวังตัว จึงถูกเค้าซัดด้วยฝ่ามือสลบไป หลี่ปูยีรีบลงมือทำให้ศิษย์พี่ใหญ่หมดสติ เพื่อไม่ให้ใจปีศาจทำอะไรเค้าได้






หล่ายเหยิกยีใช้เข็มไหมทองหยุดหัวใจตัวเองกับหลี่ปูยีไม่ให้เต้น แล้วใช้กำลังภายในทำให้เลือดหมุนเวียนได้
แต่วิธีนี้ใช้ได้ในเวลาจำกัด แถมทั้งให้วรยุทธ์ด้อยลงด้วย
ทั้งคู่จึงไม่อาจจัดการใจปีศาจได้ทัน ใจปีศาจฉวยโอกาสสะกดพวกเค้า
หลี่ปูยีเห็นภาพหลอนในอดีต เค้าปล่อยศิษย์พี่จากที่คุมขังทำให้อาจารย์ และศิษย์ร่วมสำนักคนอื่นถูกฆ่าตายหมด
เนื่องจากศิษย์พี่เยิ่นเทียนสิงได้ทำนายว่าอีกยี่สิบปี อธรรมจะรุ่งเรือง ธรรมะจะตกต่ำ จึงได้ทำความชั่วร้ายมากมายตามคำทำนายของตน
อาจารย์จึงต้องขังเค้าเอาไว้ ก่อนตายอาจารย์มอบหยกให้เค้าใช้กำจัดศิษย์พี่





เกือบจะเสียท่าใจปีศาจ เยี่ยม่งเซอะก็ฟื้นมาช่วยทัน ใจปีศาจไม่ทันระวังนาง จึงได้รับบาดเจ็บ เปิดโอกาสให้ เจ้าสำนักเสิ่นสังหารได้
ก่อนตายใจปีศาจพูดถึงคำทำนายอธรรมรุ่งเรือง ธรรมะตกต่ำ ทำให้หลี่ปูยีนึกถึงศิษย์พี่
ที่จริงใจปีศาจเป็นอดีตจอมยุทธ์ที่มีชื่อเสียง แต่หายหน้าไปจากยุทธภพนานจนคนนึกว่าเค้าถอนตัวจากยุทธภพไปแล้ว





สำนักฝ่ายธรรมะต่างพากันขอบคุณเจ้าสำนักเสิ่นที่ช่วยผดุงความยุติธรรม
เจ้าสำนักเสิ่นก็ไม่เอาหน้าแต่ผู้เดียว ยกความดีความชอบให้หลี่ปูยีกับหล่ายเหยิกยีด้วย

จังหวะดีกับที่ฮูหยินเสิ่นกลับสำนัก หล่ายเหยิกยีจึงฉวยโอกาสทวงข้อตกลงซะเลย





เยี่ยม่งเซอะไม่พอใจที่หลี่ปูยีซัดศิษย์พี่ใหญ่สลบจนป่านนี้ยังไม่ฟ้น นางจึงต่อว่าเค้า

ศิษย์พี่รอง: หากท่านหลี่ไม่ทำเช่นนั้น ป่านนี้ ศิษย์พี่ใหญ่อาจถูกใจปีศาจฆ่าตายไปแล้ว
หลี่ปูยี: ข้าก็ต้องขอบใจแม่นางเยี่ยด้วย หากเจ้ามาไม่ทัน ข้ากับพี่หล่ายอาจจะตายไปแล้วเช่นกัน
เยี่ยม่งเซอะ: งั้นพวกเจ้าคงจะเลิกว่าข้าไม่ได้เรื่องซะทีนะ
หล่ายเหยิกยี: ซื่อจนโง่อย่างเจ้าน่ะเหรอ ใจปีศาจคงทำอะไรเจ้าไม่ได้หรอก

ฮึ่มมม จำไว้นะหล่ายเหยิกยี





หลี่ปูยี: ยังไงฮูหยินเสิ่นก็เป็นฮูหยินเจ้าสำนัก เจ้าไม่ต้องออกนอกหน้าขนาดนั้นก็ได้ เจ้าควรจะสำรวมหน่อย
หล่ายเหยิกยี: มันก็อยู่ที่ว่าฮูหยินเสิ่นจะงามแค่ไหน




เยี่ยม่งเซอะไม่พอใจที่หล่ายเหยิกยีมาวุ่นวายกับกระถางกล้วยไม้ของอาจารย์หญิง

หล่ายเหยิกยี: โห อาจารย์หญิงเจ้าปลูกเองกับมือ งั้นข้าต้องดูอย่างใกล้ชิดซะหน่อยแล้ว
เยี่ยม่งเซอะ: เจ้าคนถ่อย วางกระถางลงนะ
หล่ายเหยิกยี: ตามใจเจ้า





ก่อนที่กระถางจะตกถึงพื้น ฮูหยินเสิ่นก็มาทันเวลา







 

Create Date : 21 ธันวาคม 2549    
Last Update : 1 ธันวาคม 2550 9:10:59 น.
Counter : 369 Pageviews.  

Face To Fate ตอน 2





จากตอนที่แล้ว หลี่ปูยีกับหล่ายเหยิกยีไล่ตามเงาลึกลับที่ทำร้าย Ying ไป



เงาลึกลับสะกดให้หลี่ปูยีตกอยู่ในภวังค์ เค้าเห็นภาพคนถูกขังอยู่ในถ้ำ
แม้หลี่ปูยีจะด้านทานแรงสะกดของเงาลึกลับได้สำเร็จ แต่เงานั้นก็หนีไปได้





หล่ายเหยิกยี: ถ้าใจปีศาจถูกจับได้ง่ายๆ ก็ไม่ใช่ใจปีศาจแล้วสิ
หลี่ปูยี: ใจปีศาจคือใคร เค้าเป็นฆาตกรสังหารฝ่ายธรรมะงั้นหรือ
เดี๋ยว ทำไมท่านถึงปรากฎตัวอยู่ทุกที่ที่เค้าฆ่าคน หมอเทวดาตระกูลหล่ายควรจะช่วยเหลือผู้คนไม่ใช่หรือ
ทำไมท่านจึงมีท่าทีที่ไม่แยแสเช่นนี้
เข็มไหมทองตระกูลหล่าย ทั้งแข็งทั้งอ่อน เป็นอาวุธลับที่ฆ่าคนได้โดยไม่ทันระวัง





หลี่ปูยีซัดเข็มไหมทองคืนให้แก่ท่านหมอหล่าย
หล่ายเหยิกยี: ท่านยังไม่เข้าใจอยู่ดี เข็มไหมทองใช้ฆ่า หรือรักษาก็ได้
อยู่หรือตายเป็นแค่เส้นบางๆ นั่นแหละคือหัวใจสำคัญของเข็มไหมทอง
หลี่ปูยี: ที่ท่านซัดเข็มใส่ท่าน Ying นั้น ท่านคิดช่วยเค้า หรือฆ่าเค้ากันล่ะ
หล่ายเหยิกยี: คำถามไร้สาระ ข้าไม่จำเป็นต้องตอบ
หลี่ปูยี: ถ้าไม่ตอบก็เท่ากับว่าท่านยอมรับว่าท่านสมคบคิดกับฝ่ายอธรรม
หล่ายเหยิกยี: เจ้าคิดทดสอบข้างั้นหรือ อยากรู้ก็ไปถาม "ใจปีศาจ" เอาเองสิ เจ้าก็เห็นมันแล้วนี่
มันสามารถใช้พลังจากระยะไกล ฉีกหัวใจมนุษย์ได้ หากท่านหยุดมันไม่ได้ ก็เตรียมโลงไว้อีกสองโลงเถอะ




เยี่ยม่งเซอะมาถึงก็คิดจะลงมือกับท่านหมอหล่ายซะแล้ว ดีที่หลี่ปูยีช่วยนางได้ไว้ทัน ไม่งั้นไม่รอดเข็มไหมทองแน่




หลี่ปูยีกลับไปชันสูตรศพ Ying จึงได้รู้ว่าเค้าตายเพราะหัวใจถูกทำลาย
เยี่ยม่งเซอะยังระแวงว่าอาจจะเป็นเพราะเข็มไหมทองที่หล่ายเหยิกยีซัดใส่ Ying

หลี่ปูยี: เข็มไหมทองพวกนี้ช่วยสะกัดเส้นชีพจรสำคัญสู่หัวใจ เพื่อช่วยปกป้องหัวใจเค้าเอาไว้ แต่พลังยุทธ์ของ "ใจปีศาจ" แข็งแกร่งมาก ท่าน Ying จึงไม่อาจรอดชีวิต





เสี่ยวเอ้อโรงเตี๊ยมเจอหลวงจีนอยากตายซ่อนตัวอยู่ในห้องเก็บสุราของโรงเตี๊ยม เค้าดื่มสุราไปเกือบหมด
มีเสี่ยวเอ้อเป็นพยานว่าสองวันนี้หลวงจีนอยากตายไม่ได้ไปไหนเลย ทุกคนจึงเลิกสงสัยว่าเค้าจะพัวพันเรื่องการตายของผู้อาวุโสสำนักต่างๆ




สองศิษย์สำนักเขาปลาบินมาปรึกษากับหลี่ปูยี พวกเค้ายังระแวงหล่ายเหยิกยีอยู่

หลี่ปูยี: ท่านหมอหล่ายบอกข้าว่าให้เตรียมโลงอีกสองโลง แสดงว่า "ใจปีศาจ" จะยังฆ่าคนต่อไป เค้าต้องการอะไรกันแน่
ศิษย์พี่รอง: ข้าคิดว่ามันจะต้องเกี่ยวกับการประลองยุทธระหว่างฝ่ายธรรมะกับอธรรมเป็นแน่
การประลองครั้งนี้ตกลงกันว่าแต่ละฝ่ายจะคัดเลือกตัวแทน 5 คนมาประลองกัน
ศิษย์พี่ใหญ่: ผู้ชนะ 3 ใน 5 รอบจะได้เป็นเจ้ายุทธ์ 5 ปี
หลี่ปูยี: เช่นนั้นมีหลักเกณฑ์ในการคัดตัวแทนอย่างไร
ศิษย์พี่รอง: ยังไม่ได้กำหนดแน่ ทุกสำนักกำลังเดินทางขึ้นไปเขาปลาบินเพื่อตกลงเรื่องนี้

หลี่ปูยีแนะนำให้พวกเค้ากลับไปปรึกษาอาจารย์ที่สำนัก ส่วนเค้าขอตัวไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้



บรรดาสำนักฝ่ายธรรมะต่างร้อนใจเรื่อง "ใจปีศาจ" สี่ปลาบินน้อยจึงตัดสินใจนำพวกเค้าขึ้นเขาปลาบิน
เยี่ยม่งเซอะโล่งใจที่หลี่ปูยีไม่ร่วมมือ นางยังไม่แน่ใจว่าเค้าจะเป็นคนฝ่ายอธรรมส่งมาเป็นไส้ศึกหรือไม่




วันรุ่งขึ้น สี่ปลาบินน้อยนำสามสำนักขึ้นเขาปลาบิน
หากจังหวะไม่เหมาะ อาจารย์ของพวกเค้ายังเก็บตัวฝึกวิชาในหอลับอยู่ จึงไม่ได้ออกมาต้อนรับ





เหล่าสำนักไม่พอใจที่ไม่เห็นหน้าเจ้าสำนักเขาปลาบินไม่ออกมาต้อนรับ จึงเกิดการต่อล้อต่อเถียงกับศิษย์สำนักเขาปลาบิน กลายเป็นการเผชิญหน้ากัน (ศิษย์สำนักฝ่ายธรรมะนี่เอะอะก็ตีกันยัน ไม่ยักมีเหตุผลนิ)
เพียงแค่เจ้าสำนักปรากฏกาย พลังยุทธ์ของท่านก็ทำให้ศิษย์สำนักต่างๆ ก็ถึงกับกระเด็น ยังไม่ทันลงมือเลยนะเนี่ย





อาจารย์เปิดเผยให้สี่ปลาบินน้อยได้รู้ว่า สามคนที่ตายไป เป็นตัวแทน 5 สำนัก ลงประลองยุทธจริงดังคาด
อีกสองคนที่ยังมีชีวิตอยู่ คนหนึ่งคือ ศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักเขาปลาบินนั่นเอง

อาจารย์สั่งให้ศิษย์พี่รองนำพาศิษย์ในสำนักลงเขาไปคุ้มครองเมิ่นชิงโหลวตัวแทนอีกคนหนึ่ง และนำเค้าขึ้นเขาปลาบินมาอย่างปลอดภัย
แม้ศิษย์น้องสี่จะไม่พอใจ แต่นางก็ต้องทำตามคำสั่งของอาจารย์ผู้เป็นบิดาของนาง

ศิษย์พี่ใหญ่: อาจารย์ ข้าเป็นศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเค้า จะรักตัวกลัวตายได้อย่างไร
หากข้าโดนใจปีศาจฆ่าตาย แสดงว่าฝีมือข้าไม่ถึงขั้น ต่อให้ลงประลองก็ต้องตายอยู่ดี
อีกอย่างศิษย์สำนักเราล้วนมีฝีมือ หากข้าต้องตายก็คงมีคนมาแทนที่ข้าได้ ข้าขอลงเขาไปกับศิษย์น้องทั้งหลายด้วย
อาจารย์: ดี เจ้าสมเป็นศิษย์ข้า อาจารย์อนุญาต






หลี่ปูยีไม่อยากยุ่งเรื่องยุทธภพ ใครจะฆ่าแกงกันก็ปล่อยเค้าไป เอาเวลาไปช่วยชาวบ้านตาดำๆ ยังจะดีกว่า
คนฝ่ายธรรมะใช่ว่าจะเป็นคนดีหมดทุกคนซะที่ไหน

หลวงจีนอยากตาย: เอาล่ะ เจ้าไม่อยากยุ่งเรื่องยุทธภพก็ไม่เป็นไร แต่เจ้าไม่อยากรู้ความจริงรึงัยว่าใจปีศาจใช้วิชาอะไรสังหารคน หมอเทวดาตระกูลหล่ายมาเกี่ยวพันอะไรด้วย
หลี่ปูยี: ข้านึกออกแล้ว ตอนเผชิญหน้ากับใจปีศาจ เค้าทำให้ข้าเห็นอดีตที่ข้าอยากจะลืมมันซะ ทำไมอยู่ดีดี ข้าถึงนึกออกก็ไม่รู้




สองปู่หลานโดนนักเลงรังแก หลี่ปูยียังไม่ทันช่วยเหลือ Man Ching-Lau กระบี่สายฟ้าเตียมชังก็ปรากฏตัวขึ้น สังหารนักเลงสองคนไปอย่างฉับไว

กำลังจะดูโหงวเฮ้งให้ซะหน่อย แม่นางตาบอดก็ขัดจังหวะซะก่อน ปู่ของนางโดนยาพิษ นางจึงขอให้เค้าช่วยพาไปรักษากับท่านหมอหล่าย อันนี้เค้าเรียกชะตาลิขิตรึเปล่า สงสัยหลี่ปูยีลืมดูดวงให้ตัวเอง






ท่านหมอหล่ายกำลังศึกษาค้นคว้าวิชาที่ใจปีศาจใช้ เพื่อจะได้หาวิธีรักษา และจดในตำราวิชาแพทย์ตระกูลหล่ายต่อไป

หล่ายเหยิกยี: วิชานี้เป็นวิชานอกรีต ทำให้ใจคนสับสน หัวใจเต้นแรงจนตาย
ข้าใช้เข็มไหมทองสะกัดชีพจรสำคัญเพื่อปกป้องหัวใจของเค้าไว้ สุดท้ายเค้าก็ยังตายไปจนได้





คู่สามีภรรยาที่หล่ายเหยิกยีเคยปฏิเสธไม่รักษากลับมาขอร้องเค้าอีก

หล่ายเหยิกยี: ข้าบอกแล้วว่าข้ามีกฎในการรักษา 3 ข้อ
ข้อแรก ข้าไม่รักษาคนไม่มีเงิน ข้อสอง ข้าไม่รักษาคนที่ข้าไม่ชอบหน้า ข้อสาม ข้าไม่รักษาเวลาข้าอารมณ์ไม่ดี
วันนี้ข้าอารมณ์ไม่ดี ข้าจะไม่รักษา พวกเจ้ารีบไปซะ
สามี: แล้วเมื่อไหร่ท่านถึงจะอารมณ์ดีล่ะ
หล่ายเหยิกยี: ถ้าพวกเจ้ายังไม่รีบไสหัวไป ข้าจะอารมณ์เสียทุกครั้งที่ได้เห็นหน้าเจ้า





เมิ่นชิงโหลวไม่พอใจ เป็นหมอประสาอะไร ไม่ยอมรักษาคนไข้

หล่ายเหยิกยี: วันนี้ ทำไมท่านใส่ชุดสีนี้
เมิ่นชิงโหลว: เกี่ยวอะไรกับเจ้า
หล่ายเหยิกยี: นั่นสิ แล้วข้าไม่รักษาคนไข้ เกี่ยวอะไรกับเจ้า
เมิ่นชิงโหลว: เป็นหมอต้องมีเมตตากับคนไข้ หากเจ้าไม่ยอมรักษาท่านตาผู้นี้ อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ
หล่ายเหยิกยี: เมืองมีกฎเมือง บ้านมีกฎบ้าน กระบี่ดี ไม่รู้ว่ามีฝีมือฆ่าคนได้รึเปล่า

ท่านหมอหล่ายออกจะห้าวมากค่ะ เอาคอไปพาดกระบี่ซะงั้น





หลี่ปูยี: ช้าก่อน ท่านมีกฎ 3 ข้อที่จะไม่รักษา ไม่ทราบว่าท่านผู้เฒ่าท่านนี้ทำผิดกฎข้อไหนของท่าน
หล่ายเหยิกยี: ได้ งั้นข้าจะรักษาเค้า ถ้าเจ้ายอมมอบกระบี่ผุๆ ของเจ้าให้ข้า
เมิ่นชิงโหลว: กระบี่นี้เป็นสมบัติประจำสำนักเตียมชัง เป็นสิ่งที่อาจารย์มอบให้ข้า ข้าให้เจ้าไม่ได้หรอก

ท่านหมอหล่ายขอขำหน่อย โด่ นึกว่าจะแน่
หล่ายเหยิกยี: ข้านึกว่าเจ้าเป็นจอมยุทธที่แท้จริง ที่ไหนได้..
เมิ่นชิงโหลว: ได้ งั้นเจ้ารับกระบี่ไป




เมิ่นชิงโหลว: พาพวกเรามาที่นี่ทำไม ทำไมไม่เริ่มรักษาท่านผู้เฒ่า
หล่ายเหยิกยี: ตกลงใครเป็นหมอเทวดากันแน่ เจ้าหรือข้า ทำตามที่ข้าบอกเถอะน่า (แหม ท่านหมอหล่าย พูดไม่อายปากเลยน้า)
หลวงจีนอยากตาย: แล้วหลุมศพสองชั้นนี่มีไว้ทำอะไรล่ะ พ่อหมอเทวดา
หล่ายเหยิกยี: อ้าว ก็เค้ากำลังจะตายแล้ว ข้าก็เตรียมหลุมศพไว้ให้ไง

ว่าแล้วก็ผลักผู้เฒ่าลงหลุม กลบดินฝังให้เสร็จสรรพ






เมิ่นชิงโหลวไม่พอใจหล่ายเหยิกยีจึงประมือต่อสู้กัน หลี่ปูยีห้ามไม่ให้หลวงจีนอยากตายลงมือ
ต่อมาหล่ายเหยิกยีใช้กระบี่สายฟ้าเปิดหลุมศพ จึงพบว่าท่านผู้เฒ่ายังไม่ตาย และหายดีแล้ว





หลวงจีนอยากตาย: ข้ารู้แล้ว ในดินนั่นผสมตัวยาที่ดูดซึมพิษเอาไว้
หล่ายเหยิกยี: พูดมากน่ารำคาญ





หลี่ปูยีชื่นชมในความมีน้ำใจของเมิ่นชิงโหลวที่ยอมสละกระบี่ช่วยคนที่เพิ่งพบหน้า
เค้าจึงเตือนเมิ่นชิงโหลวว่าใบหน้าเค้ามีลางร้ายปกคลุมอยู่ แต่เมิ่นชิงโหลวไม่เชื่อเรื่องการทำนายทายทัก เค้ามั่นใจในฝีมือของตนเอง




หลี่ปูยีขอให้หลวงจีนอยากตายคอยจับตาดูเมิ่นชิงโหลวเอาไว้
ส่วนเค้าน่ะเหรอ ก็ไปหาทางเอากระบี่คืนจากท่านหมอหล่ายน่ะจิ
ท่านหมอหล่าย ถ้าไม่เข้าหอนางโลมก็เข้าบ่อนการพนัน แถมเอากระบี่ไปตึ๊งเป็นเค้าพนันซะอีก

หล่ายเหยิกยี: กระบี่นี่คงราคาสามร้อยตำลึงได้
หลี่ปูยี: ข้ารับซื้อเอง
หล่ายเหยิกยี: เห็นแก่เราเป็นสหายกัน ข้าจะขายเจ้าห้าร้อยตำลึงแล้วกัน (เอ่อ สหายกันขายแพงกว่าเหรอ)
หลี่ปูยี: ข้าไม่มีเงินมากขนาดนั้น แต่ข้าจะช่วยให้เจ้าได้เงินจากบ่อน ห้าร้อยตำลึงใน 3 ตา
หล่ายเหยิกยี: ถ้าเจ้าทำได้จริง กระบี่นี้ก็เป็นของเจ้า





หลี่ปูยี: ที่นี่จัดฮวงจุ้ยแบบมังกรเขียวดื่มน้ำ เงินที่คนนำเข้ามาจะไม่ได้กลับออกไป

หลี่ปูยีหาจุดมังกรรั่วน้ำให้หล่ายเหยิกยีเล่นพนันจนได้เงินครบห้าร้อยตำลึง หล่ายเหยิกยีจึงมอบกระบี่ให้เค้าไป




หล่ายเหยิกยีสงสัยว่าทำไมหลี่ปูยีต้องช่วยเหลือเมิ่นชิงโหลวขนาดนี้ ไม่ใช่สหายกันซักหน่อย
หลี่ปูยีไม่อยากให้เมิ่นชิงโหลวต้องพบจุดจบเหมือน 3 จอมยุทธธรรมะที่ตายไป
หล่ายเหยิกยีจึงเสนอว่า ถ้าก่อนอาทิตย์ตกดิน หลี่ปูยีสามารถทำให้เค้าชนะพนันได้ทุกตา เค้าจะช่วย
หลี่ปูยีตกลง เค้าทำลายฮวงจุ้ยมังกรเขียวดื่มน้ำของบ่อนไป ทำให้หล่ายเหยิกยีชนะพนันตามสัญญา





หล่ายเหยิกยี: ข้าไม่เคยเล่นพนันแล้วมีความสุขขนาดนี้มาก่อน เจ้าช่วยให้ข้าได้เงินไม่น้อย ข้าจะเลี้ยงบะหมี่เจ้าแล้วกัน
หลี่ปูยี: เก็บเงินของเจ้าไว้ให้ดีเถอะ ระวังจะเจอเรื่องเดือดร้อน

พูดยังไม่ขาดคำ นักเลงบ่อนก็พาพวกมาทวงเงินคืน






นักเลงกระจอกเอ๊ย เล่นกับใครไม่เล่น ไม่รีบไสหัวไปเด๋วก็ได้ตายบ้างหรอก




หล่ายเหยิกยีเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า เค้าเห็นอาจารย์หญิงหวงซานตายโดยไม่รู้สาเหตุ ทำให้เกิดความอยากรู้อยากเห็น
เนื่องจากนางตายโดยไม่มีบาดแผล เค้าจึงใช้เข็มตรวจสอบจุดเหนือริมฝีปากซึ่งเป็นจุดชีพจรที่เชื่อมต่อหัวใจ
เค้าจึงมั่นใจว่านางตายเพราะหัวใจล้มเหลว





หล่ายเหยิกยียังพบรายชื่อตกอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงรู้ว่าเหยื่อรายต่อไปคือท่านเฉิน
เค้าอยากรู้ว่าใจปีศาจฆ่าคนอย่างไร จึงไปตามหาท่านเฉินที่โรงงิ้ว โชคไม่ดีเจอกับหลี่ปูยีเข้าซะก่อน
หล่ายเหยิกยีไม่อยากให้หลี่ปูยีทำเสียแผน จึงล่อเค้าออกไป แต่กลับสลัดไม่หลุด ทำให้เค้ากลับมาไม่ทัน
กว่าจะมาถึงโรงงิ้ว ท่านเฉินก็ตายเสียแล้ว





หลี่ปูยี: เจ้าสืบมาได้ขนาดนี้แล้ว ไม่คิดจะช่วยผู้บริสุทธิ์บ้างหรือ
หล่ายเหยิกยี: พวกเค้าไม่ใช่สหายข้า ข้าไม่ได้ติดหนี้บุญคุณพวกเค้า ข้าไม่ใช่ทั้งธรรมะอธรรม ข้าจะหาเรื่องไปทำไม
หลี่ปูยี: เอาล่ะ ข้าไม่ตื๊อเจ้าก็ได้ แต่เจ้าต้องบอกข้าก่อนว่าจะจัดการกับใจปีศาจได้ยังงัย
หล่ายเหยิกยี: ใจปีศาจทำร้ายคนได้จากระยะไกล แถมฆ่าโดยไร้ร่องรอย ข้าคิดว่าเป็นวิชานอกรีต
หลี่ปูยี: แล้วจะรับมือได้อย่างไร
หล่ายเหยิกยี: ข้าไม่รู้
หลี่ปูยี: เจ้าไม่รู้แล้วเจ้าจะช่วยข้าได้ยังไง
หล่ายเหยิกยี: ข้าหลอกเจ้าน่ะสิ ข้ายังคิดไม่ออกเลยว่าจะรับมือกับใจปีศาจได้อย่างไร
อย่าเพิ่งอารมณ์เสียน่า เดี๋ยวข้าพาไปเลี้ยงเหล้าที่หอสาวงามเอง





อ๋อ เล่นอย่างนี้เหรอ ได้เลย
หลี่ปูยี: ท่าทางเจ้าจะอารมณ์ดีนะ
หล่ายเหยิกยี: ข้าหลอกเจ้าได้ ข้าก็ย่อมอารมณ์ดี
หลี่ปูยี: ดีแล้ว งั้น เจ้าออกมาได้แล้ว วันนี้ท่านหมอเทวดาท่านอารมณ์ดี คงไม่ปฏิเสธที่จะรักษาเจ้า
หล่ายเหยิกยี: เจ้าสองคนมาไม้นี้เหรอ
หลี่ปูยี: เปล่านะ นี่เค้าเรียกว่าชะตาฟ้าลิขิต (555 ท่านหมอหล่ายเจอคู่ปรับจนได้)





หลี่ปูยีกลับมาถึงโรงเตี๊ยม พบว่าศิษย์สำนักเขาปลาบินมาถึงแล้ว มากันขนาดนี้ ใจปีศาจคงไม่กล้าโผล่มาหรอก หลวงจีนอยากตายเซ็งจัด นึกว่าหนนี้จะได้ตายสมใจ

หลี่ปูยีคืนกระบีให้ จอมยุทธ์เมิ่น ขอให้ใจปีศาจโผล่หน้ามาเถอะ จะได้สู้กันตัวต่อตัว ให้มันรู้กันไปเลย




ศิษย์น้องสามกับน้องสี่หนีหลงจากเขาเพื่อมาจัดการกับใจปีศาจ



จอมยุทธ์เมิ่นแม้ไม่กลัวตาย แต่มีเรื่องหนึ่งที่เค้าเสียใจจนถึงทุกวันนี้ คือ เค้าได้ฆ่าบุตรชายของตัวเอง
เนื่องจากบุตรชายรักตัวกลัวตายบอกที่ซ่อนจอมยุทธ์ Kam ให้คนของทางการรู้





ศิษย์พี่รองเป็นห่วงศิษย์พี่ใหญ่ที่ต้องรับหน้าที่สำคัญ ไม่ควรอยู่ห่างจากสำนัก แต่ศิษย์พี่ใหญ่ยืนยันว่าชื่อเสียงของสำนักต้องมาก่อนความปลอดภัยของตน



นักเลงที่ทำร้ายผู้เฒ่ากับหลานสาวตาบอดมาแก้แค้นแทนน้องชายที่ จอมยุทธ์เมิ่นฆ่า แต่ฝีมือยังอ่อน จึงโดนจอมยุทธ์เมิ่นสังหาร



ขณะที่หลี่ปูยีทำนายดวงอยู่ในห้อง จอมยุทธ์เมิ่นก็ถูกใจปีศาจทำร้าย ทำให้เค้าเห็นภาพหลอนของลูกชายตัวเองที่เค้าฆ่าตาย หลี่ปูยีเองก็ได้ผลกระทบจากใจปีศาจด้วย





หล่ายเหยิกยีคิดใช้เข็มไหมทองช่วยสะกัดจุดให้จอมยุทธ์เมิ่นแต่ศิษย์น้องสี่เข้าใจผิดคิดว่าเค้าเป็นฆาตกร จึงลงมือขัดขวาง ทำให้เค้าไม่สามารถช่วยจอมยุทธ์เมิ่นได้ จอมยุทธ์เมิ่นคลุ้มคลั่ง



จอมยุทธ์เมิ่นคลุ้มคลั่ง จับศิษย์น้องสามโยนลงบ่อน้ำ








 

Create Date : 19 ธันวาคม 2549    
Last Update : 1 ธันวาคม 2550 9:20:26 น.
Counter : 714 Pageviews.  

Face To Fate ตอน 1





ชะตากำหนดชีวิตมนุษย์ โหงวเฮ้งจะบ่งบอกโชค และวิถีแห่งชีวิต การอ่านนรลักษณ์ถือเป็นศาสตร์แขนงหนึ่ง



ชายหนุ่มท่าทางเหมือนบัณฑิตผู้หนึ่งกำลังตามหาสหาย หมอดูทำนายอักษรว่าสหายผู้นั้นจะรับราชการ
ทันใดนั้น ในตลาดเกิดความวุ่นวายขึ้น อักษรที่ชายหนุ่มเขียนให้หมอดูปลิวไปตามถนน เค้าจึงตามแผ่นกระดาษไป จนพบการต่อสู้ระหว่างสองค่ายสำนัก




บุตรสาวเจ้าสำนักคุ้มกันภัยกำลังจะแต่งงาน อีกสำนักส่งโลงศพมาก่อกวน
ทั้งสองฝ่ายเตะโลงไปมาจนโลงแตก ปรากฎว่าหลวงจีนอยากตาย (ใช้ชื่อนี้จริงๆ นะ ไม่ได้อำ) ซ่อนตัวอยู่ในโลง

หลวงจีนอยากตาย: เอ้าจะสู้กันก็รีบๆ สู้สิ มาเลยมาฆ่าอาตมาเลย

วอนซะแล้ว งั้นตายคนแรกเลยละกัน





หลี่ปูยีซัดใบไม้ ช่วยผลักหลวงจีนอยากตายให้รอดพ้นจากกระบี่ แต่กระบี่ดั๊นเลยไปโดนอีกฝ่ายเข้าน่ะดิ เลยเกิดการต่อสู้กันอลหม่าน



เผ่นไปตั้งหลักก่อนเหอะ
หลี่ปูยี: กินให้มันน้อยๆ หน่อย ท่านจะวิ่งไม่ไหวอยู่แล้ว อยากตายจริงๆ เหรอ
หลวงจีนอยากตาย: ความอ้วนเป็นความผิดอย่างหนึ่ง ข้าสมควรตาย ข้าออกไปให้เค้าฆ่าดีกว่า
หลี่ปูยี: ท่านน่ะไม่ตายหรอก แต่ท่านจะทำให้คนอื่นเค้าต้องตายน่ะสิ
หลวงจีนอยากตาย: ข้าช่างบาปนัก สมควรตายเพื่อชดเชยความผิด ถ้าเจ้าเป็นสหายข้า ปล่อยให้ข้าตายเถอะ
หลี่ปูยี: เพราะข้าเป็นสหายท่านน่ะสิ ถึงไม่อยากให้ชาติหน้าท่านต้องเกิดเป็นสัตว์
หากชาตินี้ท่านทำบาปกรรมไว้แล้วยังชดใช้ไม่หมด ชาติหน้าต้องเกิดเป็นสัตว์แน่นอน
หลวงจีนอยากตาย: ได้ งั้นชาติหน้าข้าขอเกิดเป็นหมู (เออ เอากะพ่อดิ )
หลี่ปูยี: ท่านอย่ายุ่งเรื่องนี้ได้มั้ย เราไม่ได้อยู่ฝั่งไหน ไม่ว่จะเป็นฝ่ายธรรมะ หรืออธรรม
หลายปีมานี้ พวกเค้าต่อยตีกันไม่หยุด ท่านห้ามพวกเค้าไม่ได้หรอก





ปากก้อพูดว่าไม่ยุ่งเรื่องคนอื่น แต่พอเห็นสามแม่ลูกพบอันตราย ทั้งคู่ก้อรีบยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
โชคดีที่หลี่ปูยีลงมือทัน แม่ลูกจึงไม่โดนลูกหลง ไปจากตรงนี้กันก่อนเถอะ





หลี่ปูยีกับหลวงจีนอยากตายคล้อยหลังไป ก็ปรากฎสองหนุ่มสาวจากสำนักภูเขาปลาบิน ออกมาขัดขวางการต่อสู้
เมื่อจับหัวหน้าได้ เค้าก้อยอมสั่งให้หยุดการต่อสู้





ชายหนุ่มชื่อ Yip Chor-sum หญิงสาวชื่อเยี่ยม่งเซอะ ทั้งคู่เป็นสองในสี่ปลาบินน้อยแห่งเขาปลาบิน
เมื่อทราบจากทั้งคู่ว่า เจ้าสำนักเขาปลาบินผู้นำฝ่ายธรรมะ กับ Ko Shu Tin ผู้นำฝ่ายอธรรม ได้ตกลงสงบศึกกันแล้ว สองสำนักจึงยอมเลิกรา





หลี่ปูยีทราบจากสามแม่ลูกว่า พวกนางมาตามหาสามีที่ทำงานอยู่สำนักคุ้มกันภัย
เค้าดูโหงวเฮ้งนางแล้วว่าดวงจะต้องถูกสามีทอดทิ้ง เค้าสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับงานแต่งงานของบุตรสาวสำนักคุ้มกันภัย จึงได้แต่บ่ายเบี่ยงไปก่อนว่าไม่รู้จักที่ตั้งของสำนัก
หลวงจีนอยากตายรู้เรื่องแล้วก้อไม่อยากจะยุ่งเกี่ยว ขอลาไปหาที่ตายดีกว่า

ยังตายไม่ได้นะ เมื่อกี้ระหว่างต่อสู้ ทำกำแพงชาวบ้านเค้าพัง ต้องไปซ่อมให้เค้าก่อน เสร็จแล้วค่อยไปตาย






ศิษย์สำนักเขาปลาบินอีกสองคน เป็นตัวแทนของอาจารย์เดินทางมาร่วมในงานแต่งงานของสำนักคุ้มกันภัยสามารถ ซึ่งเป็นหนึ่งในสำนักใหญ่ฝ่ายธรรมะ



หลี่ปูยีเขียนคำทำนายให้กับเจ้าบ่าว เค้าจึงยอมให้เข้าพบ

หลี่ปูยี: ดูจากโหงวเฮ้งของท่านแล้ว หน้าผากท่านเปล่งประกาย จมูกตรง แก้มเป็นสีชมพู การแต่งงานนี้จะนำโชคลาภมาให้อย่างไม่ต้องสงสัย
แต่มีเรื่องหนึ่ง ข้าไม่รู้จะพูดดีหรือไม่ คิ้วบ่งบอกถึงคู่ชีวิต หากคิ้วท่านเรียงเป็นระเบียบแสดงว่ามีชีวิตการแต่งงานที่ราบรื่น
หากคิ้วท่านเรียงไม่เป็นระเบียบแปลว่าท่านจะทิ้งลูกเมียไปแต่งงานกับหญิงอื่น ข้าดูแล้ว ท่านต้องมีลูกเมียแล้วแน่นอน
ข้าคิดว่าเมียหลวงท่านจะต้องมาขัดขวางการแต่งงาน แต่ไม่ต้องกังวลไป อาชีพการงานของผู้ชายสำคัญกว่าสิ่งอื่น
ข้าช่วยท่านได้ ตำแหน่งคู่ชีวิตของท่านมีแผลเป็น คิ้วของท่านปิดจุด siu-pui หมายถึงท่านจะทำร้ายภรรยา
หากท่านสามารถหาเส้นผมของนางมาให้ข้าได้ ข้าจะทำการสาปแช่งให้นางถึงแก่ความตายได้
เจ้าบ่าว: ท่านคิดจะฆ่าภรรยาข้าหรือ
หลี่ปูยี: คิดจะทำการใหญ่ต้องไม่ลังเล
เจ้าบ่าว: ไม่ได้
หลี่ปูยี: นางสำคัญกับท่านมากหรือ หน้าผากท่านแคบ แปลว่าก่อนอายุ 15 ปี ชีวิตท่านมีแต่ความยากลำบาก
ไฝที่คิ้วของท่าน บอกว่าท่านเคยประสบภัยน้ำท่วม มีสตรีช่วยชีวิตท่านไว้
เจ้าบ่าว: เจ้ารู้ได้อย่างไร
หลี่ปูยี: สตรีนี้เป็นเนื้อคู่ของท่าน ไม่ว่ายากจนแค่ไหน นางจะอยู่เคียงข้างท่าน ท่านจากครอบครัวมาเพื่อทำงาน
นางคอยดูแลบ้านช่องแทนท่าน นางต้องลำบากมากมายในการดูแลแม่ของท่านที่สูงอายุและป่วยไข้
พูดตามตรงแล้ว ท่านโชคดีมากที่มีภรรยาเช่นนี้





ก่อนหลี่ปูยีกลับ สองศิษย์สำนักเขาปลาบินเห็นเค้าอยู่กับเจ้าบ่าว



คืนนั้น เจ้าบ่าวหนีออกจากสำนักคุ้มกันภัยมารับภรรยาและลูกกลับบ้านเกิด

หลี่ปูยี: ดูจากดวงตาของเจ้า มันใสกระจ่าง ใบหน้าเจ้าก็สดใส เจ้าและสามีต้องอยู่อย่างมีความสุขแน่นอน ฟันธง

ไม่ทราบว่าท่านหลี่เปิดสำนักดูหมอที่ไหน ช่วยบอกแม่ยกด้วย จะตามไปดู




หลี่ปูยีพบกับสำนักหวงซานโดยบังเอิญ เค้าเห็นโหงวเฮ้งของอาจารย์หญิงแล้วให้กังวล
เพราะใบหน้าและหน้าผากนางหมองคล้ำ จึงขอให้นางระมัดระวังตัวให้ดี

อาจารย์หญิงไม่เชื่อกลับลงมือทำร้ายเค้า แต่หลี่ปูยีหลบเลี่ยงได้ Yip Mung-sik เห็นเหตุการณ์เข้า นางจึงสงสัยว่าเค้าจะเป็นคนฝ่ายอธรรมที่เข้ามาก่อกวนในเมือง




ไม่พูดไม่จาก็ลงมือก่อนซะแล้ว
เยี่ยม่งเซอะ: บอกมา เจ้าเป็นคนของวังสวรรค์รึเปล่า
หลี่ปูยี: แม่นาง ข้าเป็นเพียงหมอดูธรรมดาคนหนึ่ง
เยี่ยม่งเซอะ: ขอโทษ ข้าเข้าใจผิดไป




ออกจากโรงเตี๊ยมมาไม่ทันไร หลี่ปูยีก็พบเห็นลางร้าย เค้าสังหรณ์ใจว่าความตายจะมาเยือนอาจารย์หญิงสำนักหวงซาน
หลวงจีนอยากตายรีบนำหน้ากลับไปโรงเตี๊ยมทันที เผื่อคราวนี้จะได้ตายสมใจ




สี่ปลาบินน้อยถกเถียงกันเรื่องเจ้าบ่าวหนีงานแต่งงาน ทำให้เจ้าสำนักคุ้มกันภัยต้องเสียหน้า เจ้าสาวก็หัวใจสลาย
ศิษย์น้องสี่ไม่ค่อยพอใจที่ตัวเองไม่ได้ออกไปปราบคนชั่วเหมือนศิษย์พี่สอง ศิษย์พี่สาม
ขณะที่ทั้งสี่คนกำลังสนทนากันเรื่องหมอดูกับหลวงจีนลึกลับ ก็ได้ยินเสียงร้องก่อนตายของอาจารย์หญิงหวงซาน




บุรุษลึกลับผู้หนึ่งปรากฎตัวอยู่ในที่เกิดเหตุ เพียงแค่ 1 วินาทีเท่านั้น ถ้าไม่ทันดูให้ดีๆ จะไม่รู้เลยนะเนี่ยว่าเป็นฟงฟง
ระหว่างเค้าหลบหนีไปทางหลังคา หลี่ปูยีซึ่งกลับมาที่โรงเตี๊ยมก็ได้เห็นเข้า





หลี่ปูยีกับหลวงจีนอยากตายตกเป็นผู้ต้องสงสัย
หลวงจีนอยากตายกำลังอยากตายเลยรับเป็นคนร้ายซะเลย เค้าอ้างว่าซัดฝ่ามือใส่อาจารย์หญิงจนตาย
เพื่อช่วยหลวงจีนอยากตาย หลี่ปูยีจึงเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง และช่วยชันสูตรศพอาจารย์หญิง
เออ เอาเข้าไป นอกจากเป็นหมอดูแล้วยังเป็นหมอชันสูตรอีก

หลี่ปูยี: หากอาจารย์หญิงตายด้วยฝ่ามือจริง กระดูกนางต้องหักสิ
หลวงจีนอยากตาย: ข้าจำผิดไป ข้ารัดคอนางด้วยลูกประคำ
หลี่ปูยี: ยิ่งเป็นไปไม่ได้ รอบคอนางไม่มีรอยถูกรัดซะหน่อย





หลี่ปูยีขอเวลา 3 วันจะหาตัวฆาตกรที่แท้จริงมาให้ได้
ตอนแรกศิษย์หวงซานไม่ยินยอม
แต่พี่ใหญ่ของสี่ปลาบินน้อยเห็นด้วยกับข้อสงสัยของหลี่ปูยี เค้าจึงออกหน้าขอร้อง อย่างไรก็ดีกว่าจับคนผิด




หลี่ปูยีตรวจสถานที่เกิดเหตุ เค้าพบผ้าน่าสงสัยผืนหนึงมีกลิ่นสุราซึ่งหอมราวกับดอกไม้
เยี่ยม่งเซอะไม่ไว้ใจหลี่ปูยี นางจึงจับตามองเค้า




หลี่ปูยีไปที่ร้านสุรา เค้าดมกลิ่นสุราจนพบว่าเป็นสุราพิเศษสูตรเฉพาะของเจ้าของหอนางโลม
เจ้าของร้านสุราจะหมักขายให้หอนางโลมนี้เพียงแห่งเดียว ไม่มีขายที่อื่น




หลี่ปูยีมุ่งหน้าไปหอนางโลม เค้าต้องการสลัดเยี่ยม่งเซอะที่แอบสะกดรอยตาม จึงหลอกนางเข้าไปในห้องอาบน้ำชาย
ด้วยนิสัยมุทะลุของนาง เกือบมีเรื่องกับคนอื่นอีกแล้ว





หลี่ปูยีเข้าไปสืบข่าวในหอนางโลม เค้าจึงได้รู้ว่าสุราที่เค้าตามหาเป็นสุราสำหรับอาบ ไม่ได้มีไว้กิน
คนไม่เคยเข้าหอนางโลมก็แบบนี้แหละ
ใครจะเหมือนท่านหมอหล่ายของเรา เปิดตัวมาก้อลงอ่างกับสาวๆ ซะแล้ว อารมณ์สุนทรีย์จริงนะพ่อคู๊ณณณ





กว่าหลี่ปูยีจะเข้าไปในห้องอาบน้ำ ท่านหมอหล่ายก็กลับไปแล้ว เค้าได้ร่องรอยจากนักดนตรีสาวตาบอดว่า ท่านหมอหล่ายอาจจะไปที่โรงงิ้วคืนนี้ เพื่อพบท่านเฉิน



เยี่ยม่งเซอะตามมาเจอหลี่ปูยีจนได้ เพื่อตัดความรำคาญ เค้าเลยยอมให้นางตามไปโรงงิ้วด้วย
แต่นางก็พูดไม่หยุด เค้าเลยต้องสะกัดจุดนางเอาไว้





หลี่ปูยีเห็นบุรุษลึกลับในโรงงิ้ว แต่เค้าไหวตัวทัน หลบออกไปซะก่อน
ส่วนท่านเฉินมาถึงโรงงิ้วเห็นเยี่ยม่งเซอะ เค้าไม่รู้ว่านางโดนสะกัดจุดไว้ กลับคิดว่านางไม่มีมารยาท ไม่ยอมเข้ามาทักทายผู้อาวุโส





ขณะที่หลี่ปูยีประมือกับบุรุษลึกลับนอกโรงงิ้ว ท่านเฉินเกิดเสียสติไล่ฆ่าฟันคน
เยี่ยม่งเซอะถูกสะกัดจุด จึงหนีไม่ได้ นางเกือบโดนท่านเฉินฆ่าตาย (แต่ก้อต้องไม่ตายอยู่แล้วนิ ก้อนางเอกนี่นา)
โชคดีของนางที่ท่านเฉินขาดใจตายไปเสียก่อน





ทั้งหมดกลับมาปรึกษากันที่โรงเตี๊ยม
ศิษย์พี่รองสงสัยว่า การลอบสังหารยอดฝีมือฝ่ายธรรมะครั้งนี้ อาจจะเกี่ยวข้องกับการประลองยุทธระหว่างฝ่ายธรรมะกับอธรรม
สี่สำนักใหญ่ หวงซาน, Kut Chong, Ngan Tong และ เตียมชัง กำลังจะเดินทางไปเขาปลาบินเพื่อประกาศชื่อผู้เข้าประลองยุทธ ทั้งหมดต้องเดินทางผ่านหมู่บ้านนี้
ศิษย์พี่ใหญ่หมดข้อสงสัยในตัวหลวงจีนอยากตาย จึงยอมปล่อยตัวเค้า แต่ปรากฎว่าหลวงจีนอยากตายหนีจากที่คุมขังไปเมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ เลยกลับทำให้ศิษย์หวงซานสงสัยหลวงจีนอยากตายอีก




หลี่ปูยีเห็นเข็มเงินที่บุรุษลึกลับซัดใส่เค้า แล้วรู้สึกคุ้นๆ



วันรุ่งขึ้น หลี่ปูยีเห็น Ying Suk-sat หนึ่งในฝ่ายธรรมะมีใบหน้าหมองคล้ำ ลักษณะเดียวกับอาจารย์หญิงหวงซานก่อนตาย เค้าจึงสงสัยว่า Ying จะตกอยู่ในอันตราย

เยี่ยม่งเซอะ: ศิษย์น้องรู้มั้ย คนที่ข้ากับศิษย์พี่รองได้กำจัดที่กวางสีนั้น ชอบพูดเลื่อนลอยทำให้คนจำนวนมากต้องตาย บางครั้งคำพูดยังน่ากลัวกว่าอาวุธอีก
ศิษย์น้องสี่: ข้าก็ไม่เชื่อเรื่องหมอดู หมอเดาอะไรหรอก ข้าคิดว่าโชคชะตาอยู่ในมือของเรา ข้าเชื่อในความตั้งใจ ความมุ่งมั่นของตัวเองมากกว่า

วุ้ย เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเชียวนะ ศิษย์พี่ศิษย์น้องคู่นี้ สรุปว่าไม่เชื่อที่หลี่ปูยีพูดมาว่างั้นเถอะ





Ying Suk-sat ออกจากโรงเตี๊ยม หลี่ปูยีเห็นชายน่าสงสัยตามเข้าไป จึงรีบตามออกไป
ท่านหมอหล่ายหลงกลติดกับหลี่ปูยีจนได้ ไม่พูดอะไรก็ราวีกันซะแล้ว






ระหว่างต่อสู้กัน Ying เกิดอาการคล้ายท่านเฉิน
ท่านหมอหล่ายต้องรีบใช้เข็มเงินช่วยสะกัดลมปราณเค้าเอาไว้









 

Create Date : 17 ธันวาคม 2549    
Last Update : 1 ธันวาคม 2550 9:50:25 น.
Counter : 792 Pageviews.  


magarita30
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Myspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace Glitter
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2539 ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่และอ้างอิงส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของข้อความในสื่อ คอมพิวเตอร์แห่งนี้เพื่อการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Friends' blogs
[Add magarita30's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.