"..... ปลาน่ะเก่งนะ ทั้งที่น้ำเชี่ยวอย่างนี้ ยังว่ายทวนน้ำได้

ว่ายทวนน้ำแบบนี้ มันคงจะทำเพื่อให้ไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ....."

Group Blog
 
All blogs
 

เริ่มชีวิตในปี 2006

ผ่านปี 2005 ไปแล้ว ชีวิตผู้หญิงไม่สวยแต่จนจะเป็นยังไงต่อไปนะ หลังจากพักผ่อนนั่งๆ นอนๆ อยู่กับบ้านในช่วงปีใหม่ พายัยเด็กอ้วนดำจากปัตตานีไปนั่นมานี่ในแม่กลอง แล้วก็ส่งกลับปัตตานีในวันที่ 3 ผู้หญิงไม่สวยแต่จนก็กลับมาทำงานตามปรกติในวันที่ 4 มกรา 2006 ... เกือบสองสัปดาห์แล้วที่ชีวิตก้าวผ่านปี 2005 เข้าสู่ปี 2006 เป็นเวลา 2 ปีกว่าๆ ที่ฉันนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศนี้ ชีวิตเดิม ๆ เหมือน VDO ที่เล่นซ้ำไปซ้ำมา ตอนเช้าเดินเข้าออฟฟิศมา เข้าห้องเจองานกองเดิม นายเรียกประชุมเหมือนเดิม .... ทำงานกันไปตามหน้าที่แต่ละคน จนกระทั่งถึงวันที่ 6 มีปาร์ตี้ดี๊ด๊า ฉลอง certificate ISO และ New Year Party ก็หนุกหนานกันไป จับฉลากแลกของขวัญกัน ฉันซื้อ Voucher ไอติม Swensens ไปจับฉลาก แล้วก็จับได้ของ Eng006 เป็นชุดถ้วยชามกระเบื้องสีสันสวยหวาน น่าใช้ดี แล้วก็จับได้รางวัลมา 1000 บาท อิอิ ไม่เคยได้รางวัลเป็นเงินกะใครเค้าซักที ปีนี้ได้แระ .... เดือนหน้ามี incentive trip มีให้โหวตสามประเทศ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอียิปต์ และแล้วญี่ปุ่นก็ชนะไป สรุปเดือนหน้า ผู้หญิงไม่สวยแต่จน ได้ไปญี่ปุ่นจ้า .... ไอ่อ้วนเพื่อนรักมันก็อยากไปด้วย ฉันก็พามันไปด้วยได้ ช่วงนี้ว่าง ๆ ก็เดินหาเสื้อกันหนาว ถุงเท้า หมวก ไปเรื่อยเปื่อย อิอิ จะไปญี่ปุ่น ... (ทำเสียงเหมือนหนอนในโฆษณาชาเขียวยี่ห้อหนึ่ง)





 

Create Date : 12 มกราคม 2549    
Last Update : 12 มกราคม 2549 19:34:36 น.
Counter : 222 Pageviews.  

เมื่อคนไม่สวยเป็นไข้...

เมื่อวานวันเสาร์ค่ะ ก็ตั้งใจจะมาทำงานให้เสร็จเพราะว่ายังไม่ได้ส่ง report อีกหลายตัว แล้วก็จะลาพักร้อนอาทิตย์หน้า โดนตามงานให้วุ่นวายไปหมด ก็ตื่นสายตามปรกติ ตื่นมานอนลืมตาแป๋วๆอยู่บนเตียง เพื่อนก็ออกไปแล้ว ก็นอนเล่นเรื่อยเปิ่อย และแล้วก็ลุกขึ้นอาบน้ำสระผม แต่งตัว แล้วก็คิดว่า ออกไปซื้ออะไรมากินที่ห้องดีกว่าแล้วค่อยไปทำงาน ก็ไปได้ส้มตำมะม่วงกับน้ำตกมาอย่างละหนึ่งแล้วก็แฟนต้าน้ำเขียวใส่น้ำแข็งอีกหนึ่งถุง ระหว่างที่กินไปดูทีวีไป ก็เริ่มรู้สึกทำไมวันนี้อากาศมันหนาวจัง ทำไมวันนี้กรุงเทพฯหนาวจังหว่า ... หนาวกว่าภูกระดึงที่เคยไปเที่ยวอีก ได้แต่นึกแปลกใจ แล้วก็เลยไปหยิบผ้าห่มมาห่ม ก็เก็บจานที่กินเสร็จแล้ววางไว้ แล้วก็หยิบเสื้อแจ็กเก็ตมาใส่ แล้วก็ขึ้นเตียงนอนดีกว่า ก็นอนไปหนาวไป หนาวจนตัวสั่น ไม่เข้าใจว่าเป็นอะไร ก็ได้แต่นึกบ่นในใจทำไมกรุงเทพฯมันหนาวได้ขนาดนี้ เข้าใจคนที่หนาวตายเลยอ่ะ ว่าเป็นยังไง นอนก็นอนไม่หลับเพราะหนาวมาก หยิบผ้าห่มมาห่มสามผืนก็แล้ว แว่บนึงนึกถึงอ้อมกอดคนเง่างี่ แต่ก็ไม่ได้โทรหาใครเพราะคิดว่าอากาศคงหนาวธรรมดา แต่ไม่เข้าใจตัวเองทำไมหนาวยะเยือกได้ขนาดนี้นะ ทั้งๆที่ไม่ใช่คนขี้หนาวอะไร ก็เผลอหลับไป จนกระทั่งเพลงโดราเอม่อนดังขึ้น ก็เลยตื่นมารับโทรศัพท์ น้านกโทรมาถามว่า จะกลับบ้านรึป่าว ก็บอกไม่กลับ เพราะงานไม่เสร็จ ก็เล่าให้น้านกฟังว่า ทำไมกรุงเทพฯหนาวมาก หนาวขนาดหนูต้องใส่แจ็กเก็ตแล้วก็ห่มผ้าสามผืน น้านกบอกว่าเป็นไข้แล้วไม่ได้หนาวหรอก น้านกก็บอกให้ไปหาหมอ ไม่ก็หายากินซะนะ แล้วก็บอกเค้าว่าจะบ้านวันพุธละกันค่ะ แล้วก็วางสาย อ้าว!ฉันเป็นไข้หรอกเหรอ เวงกำ...ก็คนมันไม่เคยนี่หว่า ก็เลยไปหยิบยาลดไข้บรรเทาปวดมากินสองเม็ด แล้วก็นอนต่อ นอนไปซักพัก ตื่นมาเหงื่อโชกตัวเลย ทำไมร้อนแบบนี้นะ ก็ถอดแจ็กเก็ตออก แต่ยังห่มผ้าอยู่ สรุปเลยได้นอนพักผ่อนเป็นเวลาหนึ่งวันกะหนึ่งคืนเต็มๆ เหอๆๆ


คนไม่มีใคร - เนอสเซอรี่ ซาวด์ [Nursery Sound]





 

Create Date : 25 ธันวาคม 2548    
Last Update : 25 ธันวาคม 2548 16:30:47 น.
Counter : 214 Pageviews.  

.... ไม่รู้ว่ารักจะจบลงเมื่อไร ....

วันนี้วันเสาร์ค่ะ ตั้งใจว่าจะไปทำบุญโลงศพที่วัดหัวลำโพงแล้วก็จะไปเดินเล่นแถว ๆ วังหลังซะหน่อยแต่ก็ไม่ได้ไป เพราะเพื่อนชวนเข้าออฟฟิศ ก็เลยได้ไปทำบุญอย่างเดียวเหมือนจะว่างแต่ก็ไม่ว่างหรอก มีงานเต็มโต๊ะแต่ขี้เกียจแล้วอ่ะ เมื่อคืนเป็นวันศุกร์ ก็ตั้งใจจะไปดูหนัง พอเช็คโปรแกรมแล้วไม่ถูกใจซักเรื่องเลยไม่ไปดีกว่า พอดีเพื่อนชวนไปหาอะไรกินกันคืนวันศุกร์ เบื่อๆ ตามประสาฉาวโฉดกัน อิอิ ฉันเองก็เบื่อๆ เหงา ๆ เพราะไม่เจอคนเง่างี่ ก็เลยไปกินข้าว แล้วก็ไปร้องคาราโอเกะตามสูตรเดิมเลย แล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้านนอน ย้อนไปเมือวันพฤหัส หลังเลิกงาน พักนี้ฉันเป็นอะไรก็ไม่รู้ ไม่ค่อย active เรื่องงานเลย เบื่อๆ เซ็ง ๆ ก็เลยโทรไปหาคนเง่างี่ ชวนไปกินข้าวกัน เค้าก็ไปก็ไป ไปกินหมูกะทะกัน ฉันก็เลยตกลงไปกันนะ ไม่เจอคนเง่างี่มานานมากเป็นเดือนแล้ว ตั้งแต่ตกลงว่าเราเลิกกัน แต่ก็ไม่ขาดกันจริงๆ ซะที ขนาด block delete MSN กันแล้ว ลบเบอร์โทรกันก็แล้ว แต่ก็ไม่ขาดกันจริงๆ ซะที มีอยู่วันนึง เค้าส่งเมล์มาบอกว่า นิ้วถูกเครื่องอะไรซักอย่างในห้องLabทับนิ้วชี้ เย็บไป13เข็ม ฉันก็ไม่ได้เช็คเมล์ ก็เลยไม่รู้เรื่อง กว่าจะรู้เรื่องก็สองวันผ่านไป ฉันเห็นเมล์แล้วก็เลยโทรไปถามว่าเป็นอะไรมากรึป่าว เค้าก็เลยเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น ฉ้นก็เลยประชดว่าทำไมไม่โทรมาบอก ไม่รอให้ตายซะก่อนละแล้วค่อยโทรมาบอก ถ้าไม่เช็คเมล์ก็คงไม่รู้เรื่อง แล้วนิ้วเจ็บเกือบจะขาดแบบนั้นทำอะไรเองก็ไม่ถนัด ฉันก็หงุดหงิดว่าทำไมไม่โทรมาบอก แต่ก็จบกันไปไม่ได้โกรธอะไร ตั้งแต่นั้นก็เลยโทรคุยกันเรื่อย ๆเหมือนเดิม จนถึงวันพฤหัสที่เจอกัน ก็กินหมูกะทะกันไป คุยกันไป บ้าๆ บอๆ เหมือนเดิม ไม่ได้เป็นแฟนกันแล้ว แต่ทำไมถึงยังตัดกันไม่ขาดแบบนี้นะ ฉันเองก็ยอมรับล่ะว่าตัดไม่ขาดจริงๆ เป็นห่วงเพราะคนเง่างี่อยู่คนเดียว เวลาเป็นอะไรขึ้นมาก็ลำบาก พอคุยโทรศัพท์กัน คุยกันไปคุยกันมา ก็จะจบด้วยคำถามที่ว่า โทรมาทำไม ไหนว่าเลิกกันแล้ว ต้องวางสายเพราะคำถามนี้หลายครั้งแล้ว ....ฉันเองก็พยายามทำตัวให้ชินกับการไม่มีเค้า ไปไหนมาไหนไม่ต้องโทรบอก แต่ก็อีกนั้นแหละมันไม่ชินซะที ตัดบัวยังเหลือใย แต่ให้ตัดใจมันเหลือทน เฮ้อ!



Last Update : 10 ธันวาคม 2548 17:07:53 น.




 

Create Date : 10 ธันวาคม 2548    
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2549 21:37:29 น.
Counter : 257 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

ถึงหนูจะไม่สวยแต่หนูก็จนนะคะ
Location :
สมุทรสงคราม Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




... บางครั้งความเงียบก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุด


ตัวอักษรวิ่งด้านล่าง
<
Friends' blogs
[Add ถึงหนูจะไม่สวยแต่หนูก็จนนะคะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.