"Love is something, That can't be predicted, It comes as a surprise, ...... when you least expect it."
Group Blog
 
All Blogs
 

ลมหายใจของความตาย

ดิฉันได้ตั้งกระทู้การจากไปของน้องสาวที่น่ารักคนหนึ่งไว้ใน เว็บไซต์ไทยไรเตอร์

เว็บแห่งแรกของนักเขียนไทยของ คุณนิวัต พุทธประสาท

เจ้าของ สนพ. เม่นวรรณกรรม
เว็บที่มีนักเขียนเข้าไปฝากข่าว-แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันมากที่สุด


ดิฉันอยากรวบรวมข้อความไว้อาลัย
ในการจากไปของ นางสาวนันทณัชชา เชื้อสุวรรณ
หรือในนามปากกา ใบข้าว และ นัตตี้ มาลงไว้เพื่อรำลึกถึงเธอในที่นี้

................................................................................................

กระทู้ที่ 1


ในฐานะที่ ZOMBIE อดีตเพื่อนร่วมบอร์ดไทยไรเตอร์ (ชื่อจริงว่า นางสาวนันทณัชชา เชื้อสุวรรณ / นามปากกาใบข้าว (สนพ.อักขระบันเทิง) และ นัตตี้ (สนพ.เลิฟเบอร์รี่) เคยทำคุณประโยชน์ให้แก่ทางบอร์ดไทยไรเตอร์เมื่อหลายปีก่อน (ในเรื่องของการช่วยประสานงานโครงการวิจารณ์เชิงสร้างสรรค์ ด้วยการส่งอีเมล์ไปยังผู้รับผิดชอบเวรวิจารณ์เรื่องสั้นและบทกวีในแต่ละวันอยู่พักใหญ่ คนเก่าหลายๆ ท่านคงพอจำกันได้นะคะ

นอกจากนี้ นันท์ยังสละเวลาช่วยงาน “เครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย” ไม่ว่าจะเป็นการช่วยทีมงานหลัก สอนทำหนังสือทำมือในช่วงที่เครือข่ายนักเขียนฯ จัดกิจกรรมต่างๆ , ประสานงานโครงการเรื่องสั้นปริ้นท์ออนดีมานด์ของเครือข่ายนักเขียนฯ (เล่มที่ 1) พร้อมจัดส่งหนังสือให้ผู้สั่งซื้อ , แนะนำหนังสือ น่าอ่านในเว็บเครือข่ายนักเขียนฯ และอื่นๆ อีกมากมายที่ไม่อาจแจกแจงได้หมด

สมัยก่อน ZOMBIE ในไทยไรเตอร์อาจดูอารมณ์ร้อน ขี้วีน ในสายตาของใครหลายๆ คน (เพราะมนุษย์...ย่อมมีทั้งส่วนดีและไม่ดีอยู่ในตัว) แต่จากการที่ดิฉันได้สัมผัส นันท์เป็นคนดีมีน้ำใจคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นกับเพื่อนฝูง-พี่น้อง หรือผู้หลักผู้ใหญ่ที่เธอนับถือ หากออกปากให้ช่วยเหลืออะไร เธอเต็มใจและยินดีที่จะทำให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

หรือในบางครั้ง ไม่มีใครออกปาก แต่เธอก็ (ดิ้นรน) ทำมันด้วยความสุขใจ อย่างเช่น การไปไหว้ศพของน้าต้อม-กิตติพงศ์ ขันธกาญจน์ (วงสองวัย) ซึ่งนันท์ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่พอทราบข่าวจาก คุณนกป่า อุษาคเนย์ เธอก็ชวนดิฉัน (ซึ่งไม่รู้จักน้าต้อมเป็นการส่วนตัวเช่นกัน) ไปคารวะศพของน้าต้อม (พร้อมนำเงินใส่ซอง) ถึงวัดชลประทานรังสฤษฏ์ ปากเกร็ด นนทบุรี (ไกลจากฝั่งธนฯ ที่เราอาศัยอยู่เป็นอย่างมาก) เหตุผลคือ เพราะเคยพบ น้าต้อม ครั้งหนึ่งในกิจกรรมที่ พี่เรืองกิตติ์ กาญจนนันท์ (เลขาฯ เครือข่ายนักเขียนฯ) จัดขึ้น

นันท์ไม่ได้มีน้ำใจกับคนในสังคมที่เธอรู้จักเท่านั้น แม้กับหมา-แมวจรจัดแถวบ้าน พวกมันมักได้รับอานิสงค์จากอาหารที่เธอหิ้วไปฝากอยู่บ่อยครั้ง แต่สำหรับบางตัวที่ไม่คุ้นเคย เธอก็ถูกมันฝังรอยเขี้ยวไว้เป็นที่ระลึก....การที่ดิฉันเอ่ยถึงเรื่องเหล่านี้ ด้วยเพียงอยากให้ผู้ที่เคยไม่พอใจเธอ หรือเธอทำให้ไม่พอใจในอดีต....ได้มองเห็นอุปนิสัยใจคอของเธอในอีกแง่มุมหนึ่ง พร้อมกับอโหสิให้เธอด้วยเถิดค่ะ

นันท์เป็นนักอ่านตัวยง เท่าที่ทราบ...เธอเป็นแฟนคลับของ พี่ปอน-พิบูลศักดิ์ ละครพล และ กุดจี่-พรชัย แสนยะมูล มาตั้งแต่สมัยมัธยมต้น พวกเขาเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เธอเริ่มเขียนหนังสือ และมีผลงานตีพิมพ์กับ สนพ.ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น อีกเล่มที่ยังอยู่ในช่วงการดำเนินการผลิตเป็นของศรีสยามการพิมพ์

ก่อนเข้าโรงพยาบาลไม่นาน (เธอเข้าโรงพยาบาลเลิศสินเมื่อคืนวันที่ 12 ม.ค.) นันท์โทร.มาคุยกับดิฉัน บอกว่ายิ่งอ่านงานของ “ทรงกลด บางยี่ขัน” แล้วยิ่งชอบ...ชอบทั้งการเล่าเรื่อง แนวคิด และภาษา (ดิฉันทราบอยู่แล้วว่าเธอชื่นชอบงานเขียนของคุณก้อง เพราะเธอซื้อและเก็บรักษาไว้อย่างดีทุกเล่ม) พร้อมกับบอกว่า “เมื่อไหร่จะเขียนงานได้ดีเหมือนพี่ก้องบ้าง” น่าเสียดายที่ ณ เวลานี้ เธอไม่มีโอกาสได้อ่านงานเขียนของ คุณทรงกลด ในเล่มต่อๆ ไปอีกแล้ว

ครอบครัวของนันท์เดินทางไปรับศพที่โรงพยาบาลตั้งแต่ก่อนเที่ยงแล้วค่ะ และคงอยู่ในช่วงของการทำเรื่องบริจาคอวัยวะตามความต้องการของนันท์ คุณแม่นันท์บอกว่าจะนำศพกลับมาสวดอภิธรรมที่วัดใกล้บ้านย่านราษฎร์บูรณะ โดยทาง “เครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย” ได้โทร.ปรึกษากันว่าจะขอร่วมเป็นเจ้าภาพหนึ่งคืน (ยังไม่ทราบว่าจะเป็นคืนไหนค่ะ เนื่องจากต้องรอติดต่อทางคุณแม่ของนันท์อีกครั้ง อย่างไรแล้ว...ดิฉันจะเข้ามาแจ้งให้ทราบในกระทู้นี้เป็นระยะๆ)

สุดท้ายนี้....ดิฉัน....ในนามตัวแทนของ “เครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย” ขออนุญาต คุณนิวัต ใช้พื้นที่ของเว็บแห่งนี้....สรรเสริญในคุณงามความดีของเธอเป็นครั้งสุดท้าย และขอให้ ...นางสาวนันทณัชชา เชื้อสุวรรณ...สู่สุคติด้วยความดีที่เธอสร้างสมมาเหล่านั้น.

ด้วยความอาลัยยิ่ง

.................................................................................................

กระทู้ที่ 2


ดิฉันมีโอกาสได้คุยกับนันท์เป็นครั้งสุดท้าย และเป็นคนสุดท้ายเมื่อช่วง 4 โมงเย็นเศษ (โดยที่เธอไม่รู้สึกตัว) ก่อนที่พยาบาลจะทำความสะอาดร่างกายของเธอ

ช่วงเวลานั้นเครื่องช่วยหายใจเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้หัวใจของนันท์ยังทำงานอยู่ เนื่องจากว่าทางโรงพยาบาลเลิศสิน และครอบครัวของนันท์รอผู้ป่วยจากโรงพยาบาลศิริราชมาเปลี่ยนถ่ายอวัยวะที่นันท์ประสงค์บริจาค

อวัยวะของนันท์ ไม่ว่าจะเป็นตับ, ไต , ปอด หรือดวงตา....สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยที่รอรับการบริจาคอวัยวะได้ถึง 7 คน หลังจากได้รับทราบข้อมูลจากแพทย์ คุณพ่อ-คุณแม่-ญาติพี่น้องของนันท์ถึงกับน้ำตาคลอด้วยความปลื้มปิติ เพราะนี่คือการทำบุญครั้งสุดท้ายที่ยิ่งใหญ่ของนันท์

(นอกจากนี้ เธอยังได้รับเข็มกลัดจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ และใบเชิดชูเกียรติจากสภากาชาดไทย)

พวกเรารอจนผู้ป่วยจากโรงพยาบาลศิริราชมาถึงในช่วงประมาณ 6 โมงเย็น บุรุษพยาบาลมาเคลื่อนย้ายนันท์ไปยังห้องผ่าตัด ช่วงเวลานั้น....พวกเราที่อยู่ด้านนอกต่างมองเข้าไปในห้อง ICU ไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลยสักคำ จนบุรุษพยาบาลเข็นร่างนันท์ที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงผ่านไป ดวงตาของเธอหลับสนิท....เธอไปสบายแล้ว

......................................................................................

ในวันพรุ่งนี้ (อาทิตย์ที่ 18 ม.ค.) ช่วง 4 โมง-5 โมงเย็น รดน้ำศพที่ ศาลาซื่อสัตยาศิลป์ วัดราษฏร์บูรณะ

การสวดอภิธรรมเริ่มเวลา 19.00 น. โดยทางพ่อแม่พี่น้องของนันท์ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ

วันจันทร์ที่ 19 ม.ค. สวดอภิธรรมเวลา 19.00 น. เช่นเดียวกัน เครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพ

ส่วนวันอังคารที่ 20 ม.ค. สวดวันสุดท้ายเวลาเดิม สำนักพิมพ์เลิฟเบอร์รี่ เป็นเจ้าภาพ

วันพุธที่ 21 ม.ค. ส่งนันท์คืนสู่สวรรค์ เวลา 17.00 น.

สำหรับทางไปวัดราษฏร์บูรณะสามารถไปได้ 2 ทาง คือทางถนนเจริญนคร (คลองสาน) โดยนั่งรถเมล์สาย 6 หรือ ปอ. 84 สุดสายวัดแจงร้อน จุดสังเกต *บิ๊กซีราษฏร์บูรณะ - ด้านซ้ายมือ* เลยจากบิ๊กซีมา 2 ป้ายจะถึงวัด ปากซอยวัดคือ ซอยราษฏร์บูรณะ 21

อีกทางหนึ่งคือมาจาก....ดาวคะนอง/บางปะแก้ว/บางปะกอก จุดสังเกต ผ่านคาร์ฟูบางปะกอก ศูนย์การค้าบางปะกอก จนมาถึงโลตัสบางปะกอกเลี้ยวซ้ายมาตามถนน มองตรงไปข้างหน้าจะเห็นซุ้มหน้าวัดราษฏร์บูรณะ รถเมล์สายที่ผ่าน 85 และ 37 โดยนั่งมาจากย่านดาวคะนอง/บางปะแก้ว/บางปะกอก

ขอบคุณทุกข้อความที่ส่งถึงนันท์ด้วยค่ะ ดิฉันคิดว่าเธอน่าจะพอรับรู้ได้...ขอบคุณจริงๆ
.................................................................................................

กระทู้ที่ 3


แม้จะมีคนเข้ามาตอบน้อย แต่ดิฉันก็ดีใจ...ที่ยังมีคนระลึกถึงนันท์ เพราะใครๆ หลายคนในนี้รู้จักนันท์ ใครบางคนในนี้สนิทกับนันท์ ใครต่อใครอีกบ้างไม่รู้ที่นันท์อาสาช่วยทำโน่นทำนี่

วันที่ดิฉันไปร่ำลานันท์ในห้อง ICU ดิฉันจับมือเธอ ลูบหลังเท้าเธอ ยืนคุยกับเธอ และอดร้องไห้ไม่ได้ ยืนสะอื้นอยู่คนเดียวเหมือนคนบ้า ดิฉันไม่เคยอยู่ใกล้ "ลมหายใจของความตาย"ขนาดนี้มาก่อน

ช่วงเวลาที่นันท์รอทางโรงพยาบาลศิริราช นำผู้ป่วยมารับอวัยวะนั้น เหมือนเป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่ามหาศาล ราวกับเบื้องบนดลบันดาลให้ดิฉันได้มีโอกาสพบหน้านันท์อีกครั้ง ทั้งที่ก่อนหน้านั้น คุณพ่อนันท์โทร.มาบอกว่า "ทิถึงไหนแล้ว อีกครึ่งชั่วโมงเขาจะเอาน้องไปแล้ว" แต่ขณะนั้น ดิฉันยังอยู่บนแท็กซี่แถวแยกมไหสวรรค์อยู่เลย ความร้อนใจสั่งให้ดิฉันลงแท็กซี่ แล้วต่อรถมอเตอร์ไซค์ ทั้งที่ในชีวิตนี้ หากไม่มีความจำเป็นถึงที่สุดแล้ว ดิฉันจะไม่นั่งรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างเด็ดขาด เพราะมันเคยทำให้ดิฉันกับเพื่อนเกิดอุบัติเหตุมาแล้ว

แต่นี่คือความจำเป็น! ถึงล้มลุกคลุกคลานยังไง ดิฉันก็ต้องไปให้ถึงเตียงของนันท์ในห้อง ICU เพราะนันท์ไม่ใช่เพียงแค่คนรู้จัก แต่นันท์เสมือนน้องสาวคนหนึ่งที่มีแต่ความปรารถนาดีต่อดิฉันตลอดมา

โชคดีที่ทางโรงพยาบาลศิริราชรวบรวมผู้ป่วยทั้ง 7 คนที่จะมารับอวัยวะของนันท์มาถึงช้า นั่นเลยทำให้ดิฉันไปทันเวลา วันนั้นดิฉันร้องไห้จนสาใจ และคิดว่าจะไม่ร้องไห้อีก นันท์คงไม่อยากเห็นน้ำตาของใคร แต่ตอนรดน้ำศพเมื่อเย็นวานนี้ ดิฉันก็กลั้นมันได้ถึงที่สุด ครั้นถึงเวลาที่มัดตราสังข์เพื่อนำนันท์บรรจุใส่โลง สิ่งที่กลั้นเอาไว้ตั้งแต่ต้นก็พังทลาย...คนดีคนหนึ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของดิฉันไปจากโลกนี้แล้วจริงๆ

หลังทราบข่าว....ดิฉันโทร. บอกคนโน้นคนนี้ ที่รู้จักกับนันท์ทั่วไปหมด ไม่มีเบอร์ก็โทร.ขอจากคนอื่นเป็นทอดๆ เพื่อส่งแมสเสจ - อีเมล์ ทำทุกอย่างเท่าที่พอจะทำได้ แม้สิ่งที่ได้รับกลับมาจะเป็นความเงียบเสียส่วนใหญ่ แต่ดิฉัน....ทำดีที่สุดแล้ว.

.................................................................................................

กระทู้ที่ 4

ข้อความจาก พี่ปอน-พิบูลศักดิ์ ละครพล ในเว็บบล็อกของพ่อพเยีย

(พี่ปอนมาไม่ได้เพราะเป็นไข้หวัดใหญ่ แต่ส่งพวงหรีดมาค่ะ)

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=porpayia



ขออนุญาต แจ้งข่าวการเสียชีวิตของ ใบข้าว

โอ ลางร้าย ข้อดีของโทรศัพท์มาแสดงให้ผมเห็นอย่างร้าย ๆ แบบนี้ ไม่ดีเลย ไม่ดี ไม่ชอบแบบนี้
พูดไม่ทันขาดคำ ไม่ทันปิดโทรศัพท์ก็มีข้อคึวามจาก ทิ กฤติศิลป์

แจ้งข่าว การเสียชีวิตของน้อง ใบข้าว....นันทณัชชา เชื้อสุวรรณ
นักเขียนน้อย นามปากกา นัตตี้ มิตรในเครือข่ายนักเขียน
และบล็อกแก๊งค์ หนังสือเล่มล่าสุด โฟกัสหัวใจให้ปิ๊งรัก
ส่งมาให้อ่าน เพื่อขอความเห็นเสมอ

เธอเป็นคนขยัน และทำท่าว่าจะไปอีกไกล ล่าสุดส่งการ์ดมาว่ามีโครงการจะเขียนร่วมกับทิ เธอชอบเขียนโปสการ์ด ทำเองด้วย ส่งถึงผมเป็นประจำ

เคยถามหนูทิว่า ใบข้าว ป่วยเป็นไร ถึงได้เข้าโรงพยาบาลถี่มาก ได้คำตอบสั้นๆ ว่า โรคเลือด
ผมก็ไม่ได้ซักไซ้อะไร

ต้นเดือนส่งหนังสือและสมุดบันทึกไปให้กำลังใจเธอ

ชีวิตหนอ
ใครจะคิด อายุเธอเพิ่งยี่สิบกว่าๆ เองมั้ง

ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวใบข้าว

พี่ชายคนนี้จะช่วยอะไรได้บ้างหนอ งานศพตั้งที่ไหน
หรือว่าไง หนูทิ ช่วยให้รายละเอียดเพื่อนๆ ด้วย เพราะเธอดูเหมือนว่าจะนับถือศาสนาอิสลาม

นี่แหละๆ คิดว่ารู้จักกัน แท้แล้ว เราไม่ได้รู้จักกันจริงเลย
มิตรภาพของปลายศตวรรษที่ ๒๐ ช่างผิวเผินนัก

ผมคงไปไม่ทันไปรษณีย์แล้ว วันเสาร์เปิดครึ่งวันเอง
ข่าวการจากไปของใบข้าว ทำให้เรื่องอื่นหมดความสำคัญ
ขอนั่งทำใจก่อนครับ น้ำตามันมาจากไหนไม่รู้....

ผมขอแสดงความเสียใจ
และขอมอบบทกวีบทนี้แด่น้อง ใบข้าว ครับ


ชีวิตคือการจาก
พบเพื่อพราก
จากเพื่อพบ
ร่ำลาหน้าหลุมศพ
และยิ้มกว้างที่ข้างเปล

ต่างมาและต่างไป
ในนาวา ความว้าเหว่
ลอยล่องสู่ชเล
โลก ชีวิต อนิจจัง


บทนี่เป็นบทเก่า เคยอ่านในงานเครือข่าย และหนูยังเคยบอกกับพี่ว่าเศร้า มันแปลกนะ นี่พี่เพิ่งเอาจดหมายหนูแยกมัดไว้ต่างหากเมื่อวานนี้เอง เมื่อวานนี้ ขณะพี่เคลียร์สิ่งของ แยกสิ่งดี มีประโยชน์ และไร้ค่ากับชีวิต
จดหมายของมิตรที่สม่ำเสมอต้นเสมอปลาย ก็นับหนูใบข้าวคนหนึ่งนะ พี่ถึงต้องคัดเก็บและลำดับเวลาไว้
เหมือนรู้

....เหมือนรู้ว่าหนูจะจากไปแล้วงั้นแหละ...

งุงิ งุงิ
ต่อไปนี้ บล็อกนี้ก็ไม่มีเสียงหัวเราะแบบนี้อีก
พระเจ้าช่างใจร้ายนัก มาพรากตัวนักเขียนน้อยไปก่อนเวลาอันควร
ไปดีนะใบข้าว ทุกคอมเม้นท์ของพี่คงไปช่วยหนูในสรวงสวรรค์ให้เขียนต่อจนจบเรื่องที่ตั้งใจ
การ์ดทุกใบ มิตรภาพและความตั้งใจดีที่เรามีแก่กัน คงช่วยให้ได้กลับมาเป็นพี่น้องกันอีกในชาติหน้า
ลาก่อน ให้หนูนอนหลับฝันดี ฝันเห็นเจ้าชายเจ้าหญิงแสนสวยงาม ตามเพลงที่หนูชอบ

พี่ปอน ปอน
พิบูลศักดิ์ ละครพล
...นักเขียนในดวงใจหนูคนนั้นไง

โดย: พิบูลศักดิ์ ละครพล
วันที่: 17 มกราคม 2552 เวลา:12:09:02 น.

.................................................................................................

กระทู้ที่ 5

ข้อความจาก พี่โดม วุฒิชัย ในเว็บบล็อกพ่อพเยีย



สวัสดีครับพี่ปอน และทุกๆท่าน


ผมเพิ่งเดินกลับมาจากบ้านสันกระต่ายดีด สามทุ่มกว่าๆ บนถนนบ้านวาวีแทบไม่มีใครเดินสวนทางแล้ว

ดูเหมือนผมเดินอยู่คนเดียว
แหงนดูท้องฟ้ายังมีดาวเป็นเพื่อน
นึกถึงรวมเรื่องสั้นของสุวรรณี สุคนธา ผู้ล่วงลับ

"คืนหนาวที่เหลือแต่ดาวเป็นเพื่อน"


เมื่อตอนสายวันนี้... ผมได้รับโทรศัพท์จากกฤติศิลป์ ดูเหมือนว่าเธอไม่ได้พูดธรรมดาแต่เธอร้องไห้ด้วย

ผมถามเธอว่าเป็นอะไรจึงร้องไห้

เธอกลืนก้อนสะอื้นลงลำคอก่อนจะพูดออกมาว่า "ใบข้าวเสียแล้ว"

ผมอึ้งไปพักหนึ่ง เพราะนึกไม่ถึงว่าเด็กสาวที่ชอบส่งเสียง งุงิ งุงิผู้น่ารัก จะจากไปก่อนเวลาอันควร

เคยพบหน้าเธอครั้งหนึ่งเมื่องานห้องสมุดที่สวนลุมพินี

แต่ก็ไม่ได้คุยกันจริงจัง เพียงแต่เห็นหน้ากันและรู้สึกดีต่อกัน
แต่ก็เคยคอมเม้นท์คุยกันบ้าง เธอเคยมาเขียนที่นี่ และผมก็เคยไปเขียนที่บล็อกเธอ

รู้แต่ว่าเธอชื่นชมพี่ปอนมาก

ความตายไม่เคยเลือกวัยจริงๆ
ใครๆ ก็มีสิทธิ์ตายได้

ใบข้าว...

ขอให้เธอหลับนิรันดร์...

ท่ามกลางความรักของคนรอบข้าง...


โดย: พ่อพเยีย 17 มกราคม 2552 21:46:36 น.
.................................................................................................

 




 

Create Date : 20 มกราคม 2552    
Last Update : 27 กรกฎาคม 2556 17:27:47 น.
Counter : 224 Pageviews.  


tidds
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ชอบอ่านหนังสือ
Friends' blogs
[Add tidds's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.