WELCOME! WELCOME! and WELCOME!
Group Blog
 
All blogs
 
Review: TVXQ The 3rd Asia Tour Concert MIROTIC in Bangkok

แต่แรกเริ่มเดิมทีเมื่อรู้ว่า ไม่ได้ set list ก่อนดูคอนเสิร์ตก็แอบบอกตัวเองไว้แล้วว่า สงสัยงานนี้อาจจะไม่ได้มาเขียนรีวิวอันนี้เสียแล้ว ความสำคัญของ set list ไม่ได้มีเพียงแต่ให้ได้รู้ล่วงหน้าว่าศิลปินจะร้องเพลงอะไร และเพลงต่อไปคือเพลงอะไรระหว่างดูเท่านั้น แต่ยังช่วยได้มากในเรื่องลำดับความจำอีกด้วย ที่สำคัญการไปดูคอนเสิร์ตแบบหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องกลับมาเขียนรีวิวด้วยเนี่ย เป็นอะไรที่กดดันตัวเองเป็นอย่างมาก ยิ่งถ้าเป็นพวกความจำดีและบ้าเก็บรายละเอียดด้วยแล้ว ก็ยิ่งให้กังวล และพาลจะทำให้ดูคอนเสิร์ตไม่สนุกไปเสียอย่างนั้น

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้เข้าไปอ่านความประทับใจของใครหลายคนในพันทิปแล้วก็เกิดอารมณ์อยากแบ่งปันความประทับใจขึ้นมาบ้างอย่างเฉียบพลัน ไอ้ทีนี้จะเขียนว่าชอบโน่นชอบนี่แค่อย่างเดียวมันก็กระไรอยู่ ความคิดมันคงกระจัดกระจาย อ่านไปก็พาลจะหงุดหงิดกันเสียเปล่าๆปลี้ๆ ก็... อย่ากระนั้นเลย เรียงลำดับความคิดเขียนเล่าบรรยากาศมันเสียเลยก็แล้วกัน แต่ว่าก็ต้องขอออกตัวไว้ก่อนว่า นี่เป็นการเขียนจากมุมมองส่วนตัวล้วนๆ อาจจะขาด หรือตกหล่นอะไรไปบ้าง เพราะน้องมีหลายคน จะไปโฟกัสที่คนใดคนหนึ่งมันช่างยากยิ่ง เพลียหัวใจไม่ไหวจะเคลียร์ เลยต้องแบ่งๆกันไปให้ทั่วถึง และถ้าหากจะมีการเอ่ยถึง คิมแจจุง เยอะไปสักหน่อยก็ขอให้เข้าใจ เพราะคนเขียนปลื้มโบแจมากกว่าคนอื่นเล็กน้อย ขออย่าได้ตัดพ้อต่อกันว่าลำเอียงเลย

แต่แรกเริ่มเดิมทีก็ตั้งใจไว้ว่า ถ้าน้องมาเล่นคอนเสิร์ตก็อยากจะดูมันทั้งสองรอบ อีทีนี้... การไปดูคอนเสิร์ตคนเดียวมันก็ออกจะเหงาอยู่ ตัวเองนอกจากจะไม่ใช่แฟนคลับแล้ว บุคลิกหน้าตายังดูให้โทษมากกว่าคุณ ก็เลยเอาวะ... จองตั๋ววันสุดท้ายวันเดียวแล้วเอาสองใบดีกว่า ชวนเพื่อนรักไปดูด้วย แม้เธอจะไม่ใช่แฟนเพลงของวง แต่คาดว่าหลังจบคอนเสิร์ตเพื่อนคงตกหลุมทงบังจนขึ้นไม่ได้เหมือนเรานี่แหละ เลยกดจองรอบพรีเซลล์ไปสองใบในเวลา 8:30:01 ได้โซน SK ราคา 4,500 มาสมใจนึก ปลื้มใจกันไป ขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะคะ ตอนนี้เนื่องจากไม่ใช่นักข่าวแล้ว จึงซื้อบัตรดูเหมือนคนปกติทั่วไป ว่าตามจริงแล้วต่อให้เป็นนักข่าวก็เถอะ ถ้าหากอยากดูเสียอย่าง บัตรคอนเสิร์ตเท่านี้เราซื้อได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปเรียกร้องอยากได้แต่บัตรฟรีอยู่ร่ำไปให้คนอื่นเขารำคาญเปล่าๆ

ปัญหาก็คือ ยิ่งใกล้วันคอนเสิร์ตเข้ามา อารมณ์อยากดูมันทั้งสองวันก็เกิดขึ้นเรื่อยๆ จะเอายังไงดี ซื้อตั๋วเพิ่มก็ใช่ที่... และเพียงวันเดียวก่อนวันคอนเสิร์ต ขณะที่รำพึงดังๆออกมาให้กับเพื่อนที่แสนดีคนหนึ่งว่าอยากไปดูวันเสาร์ด้วยเหมือนกัน แต่ก็ช่างเถอะและนึกถอดใจไปแล้วนั้น จู่ๆเธอก็ควักตั๋วมาให้เราสองใบ บอกว่า “อ่ะ... เดี๋ยวไปดูด้วยกัน” เท่านั้นแหละ กระโดดกอดเพื่อนเสียจนเสียกริยากันไปเลยทีเดียว งานการที่หนักหนาเหลือเกินในวันนั้นจึงดูจะเบาบางลงไปได้โขเชียวล่ะ

ขออนุญาตเขียนถึงคอนเสิร์ตในภาพรวมของทั้งสองวันไปพร้อมๆกันเลยก็แล้วกัน หาไม่แล้วจะยาวเกินเหตุ เอาเป็นว่าบ่ายวันเสาร์นั้นเราเดินทางไปถึงอิมแพ็กอารีนาเร็วก่อนเวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ การจราจร ในวันนั้นนับว่าไม่เลว เมื่อเทียบกับวันอาทิตย์ที่รถติดหนักจนเพลียหัวใจ แต่เมื่อเทียบกับวันคอนเสิร์ตพี่ใหม่กะพี่ติ๊นาคราวก่อนโน้น ก็ถือว่าสะดวกโยธินกว่ากันเยอะ

บรรยากาศหน้างานเป็นไปตามคาด คึกคัก มีชีวิตชีวา และเต็มไปด้วยสีแดง แอบปลื้มแทนหนุ่มๆที่แฟนคลับเหนียวแน่นแถมยังพร้อมจะแสดงพลังกันมากมายถึงเพียงนี้ เด็กๆเต็มไปหมด แถมดูไปดูมาคนที่เดินทางมาดูคอนเสิร์ตคราวนี้หลากหลายเชื้อชาติและอายุดีจริงๆ

เราเข้าไปในฮอลล์ก่อนเวลาเล็กน้อย บัตรวันแรกคือโซน S โอ้โห... นั่งอยู่ไกลแถมสูงได้อีก ที่สำคัญเป็นมุมอับ แทบจะมองไม่เห็นจอใหญ่กลางเวทีเลยทีเดียว หงุดหงิดพอสมควรเหมือนกัน พอช่วงอินโทรขึ้นจึงแทบจะเรียกได้ว่ามองไม่เห็นจอหลักเลย แต่ในวันที่สองบัตรที่ได้มาเป็นบัตรนั่งโซน SK แถว E ถือว่าวิสัยทัศน์ดีทีเดียว เอาตรงๆ ตอนเลือกซื้อไม่คิดว่าที่จะดีขนาดนี้ พอได้ไปนั่ง โอ้…แฮ็ปปี้มากๆ แถมวันที่สองเป็นวันแสดงพลัง Memory In Blue Project ซึ่งขอสารภาพตรงๆเลยว่า แค่พอจะรู้ว่ามีโปรเจ็กต์นั่นนี่ มีโค้ดอะไรต่อมิอะไร แต่ไม่ได้ติดตามรายละเอียด ทีนี้พอวันที่เข้าไปนั่ง มีน้องเดินมาแจกแท่งไฟ แถมเจ้าคนแจกก็ดันรู้จักกัน น้องก็เลยบอก ช่วยหน่อยค่ะพี่ ไม่ต้องอะไร แค่เพลง Love In The Ice, Don’t Say Goodbye กับ Insa พี่ก็หักแล้วชูแท่งไฟไปด้วยก็พอ โอ้… เรื่องง่ายๆ เน้นทำลายของแค่นี้ สบายมาก... ยินดีเต็มที่ อยากเห็นเหมือนกันว่าจะออกมาสวยหรือเปล่า

ก่อนคอนเสิร์ตจะเริ่ม เพลงสรรเสริญพระบารมีดังขึ้น ทุกคนพร้อมใจลุกขึ้นยืนและร้องตามกันกระหึ่มฮอลล์ เป็นภาพที่น่าประทับใจ แต่...แหม เพลงเวอร์ชั่นนี้เป็นอาร์แอนด์บีนะ ร้องตามยากได้อีก ที่ชอบคอนเสิร์ตนี้อีกอย่างก็คือ เริ่มตรงเวลาดีเหลือเกิน แถมแฟนๆก็มานั่งกันเต็มฮอล์เกือบหมดตั้งแต่ยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ ก็เลยได้เล่นอะไรกันเองเป็นที่สนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นการปรบมือให้กับกลุ่มน้องๆที่พร้อมใจแต่งตัวแรงๆเหมือนกันครบเซ็ตเพื่อมาเชียร์ยูชอน ขอบอกว่าแต่งแบบนี้มา น้องแน่มาก มั่นมาก และน่ารักได้ใจแฟนๆคนอื่นๆมากจริงๆ ที่สนุกอีกอันนึงก็คือตอนเล่นเวฟกันนี่แหละ โอ้... เป็นที่สนุกสนานเบิกบานเป็นอันมาก เล่นกันเพลินทีเดียว กี่รอบก็ไม่พอ นี่ถ้าคอนเสิร์ตไม่เริ่ม ท่าจะต้องลุกนั่งกันเพลียแน่ๆ

เสียงกรี๊ดดังลั่นฮอลล์เมื่อแสงไฟดับลง พอได้เห็นแสงสีแดงๆมากมายแบบนี้แล้ว รู้สึกได้เลยว่า “สวยมาก” สวยจริงๆนะ ทั้งสองวันแบบไม่มีใครแพ้ใครเลยก็แล้วกัน เมื่อดนตรีเพลง Hey! (Don’t Bring Me Down) ดังขึ้น ก็หมายถึงความสนุกกำลังจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆแล้ว ว่าตามจริงตอนนั่งอยู่ไกลๆ กับนั่งกับกลุ่มแฟนๆนี่ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงจริงๆ ไม่น่าแปลกใจที่สำหรับเราแล้ว คอนเสิร์ตวันที่สองมันจะสนุกและมีอารมณ์ร่วมมากกว่าอย่างเห็นได้ชัดเลย ดนตรีเพลงแรกไม่ได้ขึ้นตามแบบใน CD แต่ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็น Original Version มากกว่า ซึ่งเมื่อนำมาใช้ในคอนเสิร์ตแบบนี้แล้ว ความคึกคักมันเพิ่มขึ้นมาอีกหลายเท่าตัวอย่างรู้สึกได้ แจจุงโผล่ขึ้นมาจากกลางแคทวอล์ก โดยฝั่งกระโน้นมียูชอนและจุนซูยืนประจำจุดอยู่ ส่วนฝั่งเราเป็นชางมินและยุนโฮ คนที่อยู่ใกล้โซนนี้ที่สุดคือ ชางมิน หลังอินโทรสี่หนุ่มที่ยืนอยู่แต่ละมุมพาตัวเองเหาะข้ามแฟนเพลงอย่างเท่ ชอบเสื้อผ้าหน้าผมเซ็ตนี้จริงๆ สีเป๊ะ หน้า ผม ทุกอย่างลงตัวหมด เออ แต่ดูไปดูมา... ชางมินตอนเหาะข้ามคนดู มันช่างใกล้เหลือเกิน ลุ้นๆอยู่ว่าจะมีใครในหลุมเอื้อมถึงหรือเปล่า จนกระทั่งทุกคนเหาะไปสแตนด์บายร่วมกับแจจุงที่ยืนอยู่กลางแคทวอล์กนั่นแหละ ความเร้าใจก็เริ่มขึ้นทันที

Hey! เป็นเพลงที่หนักแน่นอยู่แล้ว อาศัยบล็อกกิ้งกับท่าเต้นที่แข็งแรงก็เรียกว่าเอาคนดูได้อยู่หมัด แล้วให้ตายเหอะ แจจุง… ตัวอ่อนดีจริง เลื้อยได้โล่มาก ส่วนยุนโฮนั้นหล่อมิเกรงใจใคร เต้นทีแสดงออกทางสีหน้าหมด จุนซูโชว์สเต็ปพลิ้วแบบไม่มีตก ส่วนยูชอนนั้นเรื่องเล่นหูเล่นตาขอให้บอก ชางมินน่ะหรือ ก็หล่อไปน่ะสิเออ จนกระทั่งเวทีเล็กกลางแคทวอล์กเลื่อนมาบรรจบกับเวทีใหญ่ ก่อนที่น้องๆจะขึ้นไปเต้นกันต่อบนเมนสเตจ และต่อด้วย Are You A Good Girl? แทบจะทันที ถูกใจเพลงนี้มาตั้งแต่งาน Golden Disk แล้วเพราะท่าเต้นที่ แข็งแรงและจังหวะเพลงที่สนุกมากๆนี่แหละ ตอนที่ดูวันแรกนั้น แทบจะมองไม่เห็นน้องๆเลยเนื่องจากจุดที่นั่งเป็นมุมอับจริงๆ ในขณะที่วันที่สองได้เห็นกันแบบชัดๆว่า ร้องแล้วมีไปบล็อกกิ้งกันตรงบันได เท่บาดหัวใจกันไป ก่อนจะเรียกเสียงกรี๊ดกันอีกคำรบในท่อนแร็ปที่ยุนโฮประชันกับยูชอนได้มันสมเป็นแร็ปเปอร์ตัวพ่อของวงโดยแท้

จบเพลงที่สองไม่ต้องให้ได้หยุดพักหายใจ ต่อด้วย Rising Sun ทันที และแน่นอนเหลือเกิน สิ่งที่ต้องมาคู่กับเพลงนี้ก็คือเอฟเฟ็กต์เปี๊ยวป๊าว ยิงกันเปรี้ยงๆ แบบไม่ต้องได้ทันหายใจกันนั่นแหละ ไม่รู้เป็นยังไงนะ ไม่ว่าจะดูน้องโชว์เพลงนี้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ความตื่นเต้น และพลังไม่เคยลดน้อยลงเลย หนุ่มๆใส่กันแบบเต็มที่มาก คนดูก็พลอยมีอารมณ์ร่วมไปด้วย ชนิดสนุกจนนั่งไม่ติดจริงๆ จบ Rising Sun นี่ถึงกับทำเอาเพื่อนที่มาด้วยกันถอนหายใจ บอกว่าเหนื่อย หายใจไม่ทัน หัวใจมันจะหยุดเต้นเสียให้ได้นั่นแหละ

เวทีปิดไฟมืด แม้แต่ตอนที่ขึ้นเพลง Paradise ไฟที่เปิดก็ติดจะทึมๆ สร้างบรรยากาศให้อินไปกับเพลงช้าเพลงแรกของคอนเสิร์ตครั้งนี้ได้ดีเหลือเกิน ให้ตายเถอะ... น่าทึ่งสุดๆ ที่หลังจากร้องและเต้นแบบลืมตายขนาดนั้น ก็ยังสามารถควบคุมเสียงร้องและถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดีจริงๆ จอขนาดยักษ์ทั้งสามจอที่มีภาพกราฟฟิกวิ่งอยู่ตลอดเวลา ก็ช่วยสร้างบรรยากาศได้ดีแท้ ชอบตั้งแต่ตอนเปิดตัวที่เป็นโลกใต้ท้องทะเลนั่นแล้ว อลังการณ์มาก Rainbow เป็นอีกเพลงที่ถูกนำมาร้อง บรรยากาศของเพลงค่อนข้างจะสดใสขึ้นแล้ว หนนี้น้องๆเดินออกมาร้องกันพร้อมกับเสื้อแจ็กเก็ตสีขาว และแจจุงที่... แค่เสยผมคนก็กรี๊ดกันลั่นฮอลล์ ใครจะบ่นว่าผมโบแจยาวเกินไป ข้าพเจ้ามิมีปัญหา เพราะติดใจตั้งแต่คอนเสิร์ต Secret Code ที่เวลาน้องร้องและเต้น ผมจะพลิ้วสวยมาก ท่าทางเจ้าตัวจะสนุกกับการร้องเพลงไป เต้นไป สะบัดผมไป ที่สำคัญ…ทั้งสองวัน เสยผมช่วงเดียวกันเป๊ะ และคนดูก็กรี๊ดลั่นโลกราวกับนัดกันไว้เป๊ะเหมือนกัน เธอรู้มุมของตัวเอง และรู้ดีเหลือเกินว่าทำยังไงคนดูถึงจะชอบได้ดีจริงๆ เรื่องห่วงหล่อขอให้บอก ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันว่าเป็นช่วงเพลงนี้หรือเปล่าที่จู่ๆหน้าจอก็ขึ้นภาพหนุ่มๆในแบบที่ถูกใจชาวยูซูกับยุนแจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อจอหลักตรงกลางเป็นชางมิน ในขณะที่จอด้านขวาเป็นภาพของยุนโฮคู่กับแจจุง ส่วนด้านซ้ายเป็นยูชอนคู่กับจุนซู ทำเอาคนดูกรี๊ดกันลืมตาย และคงนึกขอบคุณทีมโปรดักชั่นที่รู้ใจแฟนๆเหลือเกินขนาดนี้

จบเพลงนี้ หนุ่มๆทั้งห้าจึงถือโอกาสพูดทักทายแฟนๆที่มาดูกันเสียที รู้แต่แรกแล้วว่ามีสคริปต์เพราะมีซับขึ้นกันขนาดนั้น แต่ก็เข้าใจว่าทำไมต้องมี หาไม่แล้วแฟนเพลงส่วนใหญ่คงจะไม่เก็ตเท่าไหร่ว่าน้องพูดอะไรไปบ้าง เรามิใช่คนเกาหลี อันนี้จึงต้องทำใจนะ ขอบอกว่ากลับมาเมืองไทยหนนี้ ห้าหนุ่มทงบังชิงกิ ดูจะย่ำรอยเท้าหนุ่มๆ เอสเจ ที่พูดภาษาไทยกันเก่งขึ้นแบบผิดหูผิดตาทีเดียว เจรจาต้าอ่วยกันไม่นาน ชางมิน จึงขอเป็นคนพูดเข้าเพลงต่อไป เจ้าตัวบอกว่าเป็นเพลงแรกของเรา นั่นก็คือเพลง Hug เวอร์ชั่นร็อค… แต่ก็ไม่รู้ทำไม จู่ๆน้องมินก็เกิดเขินขึ้นมาเสียอย่างนั้น ตอนพูดเข้าเพลงจึงออกอาการยิ้มอายขึ้นมา เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆที่เอ็นดู Prince Shim ขึ้นมาทันควัน

เก๊กหล่อกันมานาน จึงได้ปล่อยของกันเพลงร็อคนี่แหละ ร้องกันมันได้ใจมาก ยิ่งแจจุงนี่ต้องเรียกว่าเข้าทาง คอร็อคขนาดนั้นจึงร้องแบบเต็มเสียงสุดๆจริงๆ แต่ละคนกระโดดกันสนุกไปเลย ไฮไลต์มันมาตกตอนท่อนร้องของชางมิน วันแรกนี่พอจะโดนพี่ๆแกล้งเข้าหน่อย น้องถึงกับสะบัดหลุดวิ่งหนีกันเลยทีเดียว แต่วันที่สองดูจะไม่รอด โดนแกล้งไปแบบเต็มๆ โดยเฉพาะพี่แจจุงที่แกล้งน้องติดลมมาก จนชางมินแทบจะเดินไปเล่นงานพี่ใหญ่ของวง เรียกเสียงฮาจากคนดูได้ดีแท้ เท่กันอยู่ดีๆ ก็กลายเป็นขำกันเองเสียอย่างนั้น เพลงจบปุ๊ป... น้องก็วิ่งกลับเข้าไปหลังเวที จอยักษ์บนเวทีในตอนนี้ฉายเป็นภาพตึกรามบ้านช่องในเมืองใหญ่ยามค่ำคืน เป็นการบอกว่า ถึงเวลาโซโล่ของสมาชิกคนแรกแล้ว

ปาร์กยูชอน เดินออกมาด้วยลีลายียวนสไตล์หนุ่มเพลย์บอย เสื้อเชิ้ตขาว ร้องเท้าคอนเวิร์สแดง พร้อมสวมหมวกใบเท่ห์ แนวแบบนี้มีคนเดียวเท่านั้น ที่ชอบคือเอ็ฟเฟ็กต์เสียงเดิน เสียงปัดเสื้อผ้า ที่เจ้าตัวไม่มีหลุดสเต็ป แม้แต่ตอนรูดซิปที่เรียกเสียงกรี๊ดสนั่น พร้อมกับเจ้าตัวที่ทำหน้ากรุ้มกริ่มเจ้าเล่ห์แบบสุดๆ แล้วจึงทักทายทุกคนเป็นภาษาอังกฤษว่า “Do you have a good time?” ก่อนจะเดินไปหยิบดอกไม้ที่ไฮดรอลิกจากกลางแคทวอล์กแล้วเดินลงไปยื่นให้กับแฟนเพลง (คาดว่ากรี๊ดสลบกันไปเรียบร้อย) ก่อนจะเดินไปอีกฝั่งแล้วดึงอมยิ้มออกจากกระเป๋ายื่นให้ ถึงตอนนี้ไม่มีใครได้ทราบชะตากรรมของดอกไม้และอมยิ้มอันนั้น รู้แต่คนได้รับคงปลื้มไม่เป็นอันนอนกันเลยทีเดียว ก่อนจะเดินไปประจำที่คีย์บอร์ดที่ทีมงานเอามาตั้งรอไว้ให้พร้อมโคมไฟเปิดสร้างบรรยากาศ ยูชอนกึ่งถามกึ่งรำพึงว่า อยากฟังเพลงอะไรกันครับ ก่อนจะพรมนิ้วลงบนคีย์บอร์ดแล้วทำเป็นร้องเพลงนี้ท่อนนึง เพลงนั้นท่อนนึงให้คนดูอยากฟังเล่นซะงั้น ก่อนที่จะเริ่มเล่นเพลง Love Bye Love ที่เจ้าตัวเป็นคนแต่งเอง พอได้ยินยูชอนร้องในเวอร์ชั่นของตัวเองแบบนี้แล้ว ก็เพราะได้อารมณ์ไปอีกแบบ และชอบที่สุดก็ตอนที่ให้แฟนๆร้อง Bye bye bye bye bye Love นั่นแหละ เจ้าตัวถึงกับยิ้มออกมาไม่หยุดเลยทีเดียว เมื่อเวทีเล็กเลื่อนมาบรรจบกับเวทีใหญ่ ยูชอนก็บอกลาทุกคนก่อนจะหายเข้าหลังเวทีไป

โซโล่ต่อไป เป็นหน้าที่ของแจจุงที่ต้องเรียกได้ว่ามาโชว์พลังเสียงโดยแท้ ที่ผ่านๆมา แจจุงจะร้องโซโล่เป็นเพลงบัลลาดเสียงส่วนใหญ่ นี่จึงน่าจะเป็นครั้งแรกที่หยิบเอาเพลงบัลลาดร็อคอย่าง Geugeotmani Nae Sesang มาร้องแบบเต็มๆ หลังจากที่เคยไปปล่อยของไว้ในรายการ M-Net My Favourite ไปแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าเพลงช้า ที่ไม่ได้มีท่าเต้น ไม่ได้มีเอ็ฟเฟ็กต์หวือหวา แต่กลับตรึงอารมณ์คนดูได้ชนิดอยู่หมัด ดูแล้วรู้เลยว่าเจ้าตัวร้องออกมาแบบสุดจิตสุดใจและอินไปกับเพลงนี้แบบสุดๆ ทำเอาคนดูที่ต้องเรียกได้ว่าแทบจะไม่รู้ความหมายของเพลงนี้สักเท่าไหร่ ขนลุก และอดไม่ได้ที่จะต้องปรบมือให้ชนิดกึกก้องฮอลล์แบบเทใจให้เลย

ชางมินใส่สูทสีเข้มยืนรออยู่กลางเมนสเตจก่อนดนตรีอันไพเราะของเพลง Upon This Rock จะดังขึ้น ชางมินในวันนี้ดูหล่อบาดใจ และโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวอย่างเห็นได้ชัด เพลงที่เลือกมาร้องเข้ากับบุคลิกและน้ำเสียงของน้องมาก นอกจากดนตรีจะมีท่วงทำนองที่จับใจแล้ว น้ำเสียงของชางมินยังสะกดคนดูได้ทั้งฮอลล์ เพลงนี้ร้องยากมาก เพราะนอกจากจะต้องร้องให้ได้อารมณ์แล้วคีย์ยังสูงได้ใจ ไอ้ที่เราคิดว่าน้องร้องได้ยังไงเสียงสูงขนาดนี้ แต่ก็ยังร้องออกมาสูงขึ้นได้อีก ยิ่งช่วงท้ายที่เป็นเหมือนไคลแม็กซ์ของเพลง ทำเอาคนดูขนลุกได้เลยจริงๆ ประทับใจชางมินที่ถ่ายทอดเพลงนี้ออกมาได้ดีเหลือเกินทั้งสองวัน

ทันทีที่น้องเล็กของวงไฮดรอลิกลงเวทีไปแบบรวดเร็วมาก จอยักษ์ทั้งสามจอก็ขึ้นภาพ VTR หนุ่มๆ ในมาดมือปืนที่เท่บาดใจแฟนๆเหลือเกิน ออกมายิงเหล่าผู้ร้ายตายเป็นเบือแบบพระเอกไม่บาดเจ็บเลยซักนิด แถมลีลาแต่ละคนเท่บาดใจ จนน่าติดต่อไปเล่นหนังมาเฟียเสียให้เข็ด จึงพอจะเดาได้ไม่ยากว่าเพลงต่อไปไม่พ้น Wrong Number แน่นอน หนุ่มๆเปิดตัวเพลงนี้กลางแคทวอล์กในชุดอย่างหล่อ ทั้งร้องทั้งเต้นลีลาบาดใจได้โล่มาก พร้อมเหน็บปืนติดตัวเอาไว้คนละกระบอก เพลงนี้นี่ไม่ว่าจะดูไลฟ์กี่ครั้งก็ยังรู้สึกว่ามันเท่เหลือเกินทุกครั้ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตัวเพลงหรือท่าเต้นกันแน่เหมือนกัน และแล้วน่าจะเรียกได้ว่าเป็นจังหวะที่แฟนๆรอคอยมาถึง เมื่อเด็กๆแต่ละคนจะต้องชักปืนออกมาจ่อกันเอง ไอ้ที่ว่าแฟนๆรอคอยเนี่ย ก็คือรอคอยว่าใครจะผิดคิวมากกว่า เพราะจากคอนเสิร์ตที่ผ่านมา ไม่คนนั้นปืนติด ก็คนนี้ดึงปืนไม่ออกมั่งล่ะ วันแรกดูเหมือนคนที่จะช้ากว่าใครเพื่อนก็ยังน่าจะเป็นแจจุงอยู่ดี แต่ท่าทางน้องมินจะหนักกว่าแฮะ ส่วนวันที่สอง กลัวจะหลุดเกิน ปาร์กยูชอนจึงล้วงมือเตรียมไว้ตั้งแต่ยังไม่จบท่อนกันเลยทีเดียว ติดๆขัดๆกันบ้างนิดหน่อย แต่ก็ยังนับว่าไม่พลาด ก่อนจะหันปืนกลับออกมายิงออกไปอย่างพร้อมเพรียง... สเตจเล็กจึงค่อยๆเลื่อนเข้าหาสเตจใหญ่โดยมีน้องๆวาดลวดลายการเต้นอย่างเท่ ก่อนจะกระโดดขึ้นเมนสเตจ โดยแจจุงแร็ปท่อนของตัวเองแบบใส่อารมณ์สุดๆ ต่อด้วยยุนโฮที่เวลาร้องเพลงหรือแร็ป ชอบนักล่ะไอ้เรื่องเล่นหูเล่นตา หน้างี้อินเสียจนแฟนๆใจแทบละลายว่างั้น

และไม่ต้องให้ได้หยุดหายใจกันเลยเมื่ออินโทรเพลง Purple Line ดังขึ้น ขอบอกว่าชอบบล๊อกกิ้งเพลงนี้มากเป็นการส่วนตัว ด้วยจังหวะ สเต็ป ด้วยอะไรหลายอย่าง เพลงนี้จึงเป็นเพลงที่ลงตัวมากอีกเพลงหนึ่งของทงบังชิงกิ หาไม่แล้วเวอร์ชั่นญี่ปุ่นคงไม่พุ่งขึ้นอันดับหนึ่งบนชาร์ตได้อย่างสวยงามขนาดนั้นเป็นแน่ หนนี้ Purple Line แอบมีท่อนพิเศษให้จุนซูได้โชว์สเต็ปและเอสไลน์ที่แน่นอนเหมือนเดิม จบเพลงนี้ลงได้อย่างสวยงามและพร้อมเพรียง เหนื่อยคนดูที่ต้องกรี๊ดให้อีกคำรบ

พักความมันเอาไว้ชั่วคราว เมื่อน้องๆเดินออกมานั่งร้องเพลง Balloons กันอยู่ตรงบันไดเมนสเตจหลังจากที่ภาพ VTR เป็นภาพอนิเมชั่นการ์ตูนที่ซิงค์กับภาพถ่ายในวัยเด็กของแต่ละคนซึ่งน่ารักน่าหยิกกันทุกคนทีเดียว เพลง Balloons เวอร์ชั่นนี้ถูกนำมาทำใหม่ให้เป็นแบบบอสซาโนวา ฟังสบายและน่ารักไปอีกแบบ เวลาที่น้องคนไหนร้องท่อนตัวเองแล้วได้ยินเสียงเรียกชื่อเป็นระยะเนี่ย ฟังแล้วชื่นใจแทนน้องจริงๆนะ แล้วเสียงกรี๊ดก็กระหึ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อแจจุงหันไปร้องเพลงกับยุนโฮ เอาเข้าไป... จบเพลงปุ๊ป บันไดก็แยกออกจากกันก่อนน้องๆจะลงไปสแตนด์บายกัน โดยมี VTR เรื่องราวสั้นๆของแม่ลูกน่ารักมาฉายคั่น

ชางมินไฮดรอลิกขึ้นมาจากเวทีด้านข้างก่อนจะร้องเพลง Eun Hasu ที่เป็นเพลงกล่อมเด็กของเกาหลี โดยจอยักษ์จอกลางขึ้นซับความหมายของเนื้อเพลงที่น่ารักกินใจเอาไว้ด้วย จู่ๆแจจุงก็ถีบจักรยานลอยขึ้นจากเวที แถมยังโบกมือให้แฟนๆกลับมาอย่างน่ารัก ต่อด้วยยุนโฮที่ลอยออกมาจากอีกฝั่งของเวทีพร้อมร่มสีแดงในมือ ท่าทางจะคึกมากถึงกับวิ่งกันกลางอากาศให้ดูกันเลยทีเดียว มาฮาอีตอนยูชอนกางปีกออกมาจากข้างเวทีนึงนี่แหละ วันแรกก็ยังดูมีแรงกระพือปีกดีอยู่หรอก แต่พอมาวันที่สอง เหี่ยวมาเชียว ไม่รู้เหมือนกันว่าเหนื่อยหรือกลัวความสูงกันแน่ ปิดท้ายด้วยจุนซูที่ขี่ไม้กวาดออกมาอย่างร่าเริง ขี่อยู่ดีๆยกไม้กวาดขึ้นมาควงเล่นซะอย่างนั้น เรียกเสียงกรี๊ดพร้อมเสียงหัวเราะปรบมือชอบใจจากคนดูไปได้ตลอดทั้งเพลง ก่อนจบเพลงไฮดรอลิกยกตัวชางมินขึ้นอย่างสูง จบพร้อมกับ VTR ที่สวยงามและลงตัว พร้อมกับความคิดที่ดังขึ้นในหัวว่า “เกิดเป็นศิลปินเกาหลี ห้ามกลัวความสูงใช่ไหมนี่”

มัวแต่ดูคอนเสิร์ตเพลินไปนิดจนเกือบลืมหักแท่งไฟสำหรับ Blue Project พอหักปุ๊ปเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ... ขอบอกว่ามันสวยจนน่าประทับใจ ไฟสีแดงที่ถูกคั่นเอาไว้ด้วยไฟสีฟ้า สวยมากจนอดคิดไม่ได้ว่า เป็นเราถ้าเห็นพลังแฟนคลับที่พร้อมใจกันขนาดนี้แล้วจะปลื้มแค่ไหนหนอ ดนตรีเศร้าๆของเพลง Love In The Ice ดังขึ้น พร้อมกับเสียงของสมาชิกในวงแต่ละคนที่ถ่ายทอดเพลงนี้ออกมาได้ถึงอารมณ์สุดๆแบบไม่ใครยอมใคร จะบอกว่าร้องแบบถวายชีวิตก็คงไม่ผิดนัก เพราะมันไพเราะเอามากๆจนอดขนลุกไม่ได้เลยจริงๆ ทุกคนเสียงดีและร้องด้วยใจโดยแท้ บวกกับภาพ VTR ที่เปิดประกอบไปตลอดทั้งเพลงก็สวยมาก ก่อนจะจบเพลง และกระจายตัวไปรอบๆแคทวอล์กเพื่อถ่ายทอดเพลง Don’t Say Good Bye ตอนนั้นเองที่กล้องจับภาพไปยังสมาชิกในวงแต่ละคนให้ได้เห็นกันชัดๆ ชางมินยิ้มน้อยๆ เห็นได้ชัดว่าความเป็นหนุ่มขี้อายยังมีอยู่เต็มเปี่ยม แต่ก็รู้สึกได้เหมือนกันว่าน้องคงจะรู้สึกตื้นตันมาก ตอนที่รู้สึกว่าทำไมแจจุงร้องเพลงติดขัดบ้างเล็กน้อย ถึงได้เห็นว่าตาและจมูกเริ่มแดงไปแล้ว ส่วนคนที่เราเห็นชัดที่สุดคงจะเป็นจุนซูที่รู้ได้เลยว่าพยายามอย่างหนักที่จะกลั้นน้ำตาเอาไว้เต็มที่ แต่ในที่สุดก็ทนไม่ไหวยกมือขึ้นปาดน้ำตาจนได้ในที่สุด เมื่อจบเพลง สมาชิกทั้งสี่คนก็เดินมารวมตัวกับจุนซูที่ยืนอยู่กลางแคทวอล์ก ก่อนจะร้องเพลง Insa ที่กินใจแบบสุดๆ สเตจกลางยกตัวขึ้นสูงพร้อมกับ หมุนไปรอบๆ โดยมีกระดาษสีขาวโปรยปรายออกมาไม่หยุด ทำให้หวนนึกถึงบรรยากาศ O คอนเสิร์ต ตอนที่ร้องเพลง You’re My Miracle จะต่างกันตรง Insa เศร้าและเหงากว่าเท่านั้นเอง

ก่อนจะจบเพลงนี้สเตจก็เริ่มลดตัวลง วันแรกดูเหมือนจะขัดข้องเล็กน้อยทำให้สเตจลดตัวลงช้าและไม่เข้าล็อกของมัน ทำให้น้องๆถึงกับต้องกระโดดลงจากเวทีก่อนจะวิ่งกลับเข้าหลังเวที แต่ในวันที่สองปัญหานี้ไม่เกิดขึ้น ทุกอย่างจึงลงตัวพอเหมาะพอดีไปหมด จบบลูโปรเจ็กต์ลงอย่างสวยงามและประทับใจสุดๆ นึกขอบคุณคนที่คิดโปรเจ็กต์นี้ขึ้นมา และทำให้เราเป็นคนหนึ่งที่ได้มีส่วนร่วมด้วยอย่างไม่คาดคิดมาก่อน

เบรกอารมณ์อีกครั้งด้วย VTR ที่ขึ้นให้เห็นกันแบบชัดๆไปเลยว่าเป็น Dance Battle ระหว่างยุนโฮและจุนซู ตัวพ่อขาแดนซ์ของวงโดยแท้ จุนซูเปิดเวทีก่อนด้วยการออกสเต็ปตัดกับสป็อตไลต์บนเวทีที่ลิงค์กับบีตกลองอันหนักหน่วง ก่อนจะวาดลวดลายในเพลง Xiahtic ผลงานการแต่งของเจ้าตัวเอง รู้มาก่อนหน้านี้ว่าน้องคีย์แห่ง Shinee เป็นคนที่ร่วมฟีเจอร์ริ่งเพลงนี้กับจุนซู แต่คอนเสิร์ตนี้เดาไม่ถูกจริงๆว่าใครหนอจะมาทำหน้าที่นี้ จนกระทั่งเห็นใครท่าทางคุ้นๆ ยืนใส่เสื้อแจ็กเก็ตสีม่วงเดินออกมานั่นแหละ ถึงได้รู้ว่างานนี้น้องคีย์ไม่ต้อง พี่ยูชอนจัดให้ เรียกว่า งานนี้แม้จะไม่มีน้องคีย์ แต่แค่ยูซูได้ขึ้นมาฟีเจอร์ริ่งด้วยกันบนเวที แฟนๆก็ตายตาหลับกันแล้ว ปิดท้ายช่วงนี้แบบกระชากใจและเร้าใจแบบสุดๆ เป็นโซโล่ที่สนุกมากจริงๆ

โซโล่สุดท้ายจึงไม่พ้นหัวหน้าวงยุนโฮไปแบบไม่ต้องสงสัย เพลง Checkmate ที่เจ้าตัวเป็นคนแต่งเอง ถูกนำมาใช้ในคอนเสิร์ตนี้ โดยเปิดตัวอย่างเท่ด้วยแดนเซอร์หนุ่มในชุดสูทแบบเต็มยศ ส่วนตัวยุนโฮน่ะหรือโหนตัวลอยลงมาเท่บาดหัวใจอย่างแรง ก่อนจะออกสเต็ปแบบไม่มีกั๊ก พลังมีเท่าไหร่ใส่ลงไปแบบเต็มที่ ท่าเต้นไม่ต้องห่วง แน่นอนทุกก้าว ทุกท่า แข็งแรงและสง่างามเอามากๆ แฟนๆยิ่งกรี๊ดกันหนักเมื่อเริ่มมีแดนเซอร์สาวๆออกมาเต้นด้วย แหม... ก็เข้าใจหรอกนะ ท่าเต้นเซ็กซี่ไม่ยั้งขนาดนั้น พอเข้าคู่กับแดนเซอร์สาวมันก็ยิ่งเซ็กซี่หนัก ที่เรียกเสียงกรี๊ดได้ขนาดนั้น บอกได้คำเดียว อิจฉา เราเองมานึกในใจ เออ... เห็นใจน้องผู้หญิงเหมือนกันนะ แหม... ก็ทำตามหน้าที่ แต่พาลจะถูกเหม็นขี้หน้าเอาเพราะดันมาเต้นคู่กับลีดเดอร์ขวัญใจสาวน้อยสาวใหญ่เสียนี่ ปิดท้าย Checkmate ด้วยหัวใจของสาวๆทั้งฮอลล์ที่แทบจะทะลุออกมานอกอก เมื่อยุนโฮจบด้วยท่า (ที่ดูคล้ายๆกับ) จูบน้องนางชุดแดงคนนั้นนั่นแล

VTR Mirotic ถูกเปิดคั่น เดาได้ไม่ยากว่าเพลงต่อไปคงเป็นเพลงพระเอกของคอนเสิร์ตคราวนี้แน่ๆ ก็จริงดังคาด น้องๆห้าคนเดินออกมาตามบล็อกกิ้ง ก่อนอินโทรเพลง Mirotic จะดังขึ้น ต้องบอกว่านี่ก็เป็นอีกเพลงที่ยิ่งฟังยิ่งชอบ ยิ่งได้ดูโชว์ก็ยิ่งรู้สึกว่าดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนตัวแล้วชอบทั้งหมดทั้งท่าเต้น บล็อกกิ้ง รวมไปถึงการร้อง Mirotic เวอร์ชั่นนี้ มีช่วงโชว์เต้นของยุนโฮและจุนซู ดูเพลินมากจริงๆ ก่อนจะเข้าท่อนของชางมิน ซึ่งเสียงแข็งแรงมากจริงๆ จบเพลงนี้ก็มี VTR ชางมินดีดกีตาร์ไฟฟ้าสั้นๆแต่เท่ได้อีก ก่อนจะเข้าเพลง The Way You Are เวอร์ชั่นร็อคที่แปลกหูไปอีกแบบ โดยหนนี้น้องๆวิ่งกระจายไปตามแคทวอล์กอีกแล้วโดยมีแจจุงยืนอยู่ตรงกลาง เพลงนี้กระโดดกันสนุกมาก แล้วก็เริ่มจะสังเกตว่า พอสนุกแบบนี้ทีไร ความรั่วจะเริ่มปรากฏออกมาอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งแจจุงที่ชอบทำหน้านิ่งเป็นนิจสิน พอเป็นเพลงสนุกแบบปลดปล่อยแบบนี้ น้องจะหัวเราะออกมาแบบเต็มที่จริงๆ ผมนั่นก็สะบัดเข้าไป แหม... พลิ้วซะจนน่าอิจฉาทีเดียว

จนกระทั่งอินโทรเพลง Somebody To Love ขึ้นมานั่นแหละ เรางี้หัวใจแทบกระโจนออกมานอกอก เพราะอยากจะฟังน้องๆร้องเพลงญี่ปุ่นแบบสดๆแบบนี้มานานมาก เลยทั้งกระโดดทั้งโบกมือแบบสนุกสุดๆ ช่วงนี้ต้องบอกว่าเป็นช่วงมอบโชค เพราะว่าจะเริ่มเล่นกับคนดูกันมากขึ้นแล้ว โซนที่เราอยู่ก็จะมีชางมินสลับกับยุนโฮเดินขึ้นเดินลงกันเพลินตามาก ซักพักจุนซูก็มา โอ้โห... สนุกกันจนงงไปเลยว่าใครเดินมามั่ง น้องๆวิ่งกันเป็นว่าเล่นเลยทีเดียว จนถึงเพลงโปรดที่เรารอฟังมานานนั่นก็คือ Crazy Love ชอบมากเป็นการส่วนตัว ก็เหมาะแล้วที่เก็บเพลงนี้มาเล่นตอนท้ายแบบนี้ เพราะบีทมันน่ารักแล้วก็สนุกมากจริงๆ เอาเป็นว่าเพลงนี้นี่คนร้องก็ร้องส่งอารมณ์ให้คนดู คนดูก็รับไปแบบเต็มใจสุดๆ แล้วเป็นเพลงที่จะจบๆ ก็ไม่จบสักที วิ่งไปมาก็แล้ว วิ่งกลับไปเมนสเตจก็แล้ว... กว่าจะ It’s my crazy love for you ได้ ทำเอาคนดูจะตกอัฒจรรย์ตายเสียให้ได้ ได้ฟีลเหลือเกิน เรียกเสียงกรี๊ดตอนท้ายได้อีกนิดเมื่อแจจุงกับยุนโฮเล่นกันสองคนเป็นเด็กๆ วันแรกนี่แจจุงเดินไปกอดคอเอง วันที่สองทำท่าวิ่งไล่กัน เป็นที่ถูกอกถูกใจแฟนๆยิ่งนัก

จบ Crazy Love น้องบอกลาก่อนจะวิ่งเข้าหลังเวที เป็นที่รู้กันว่าเป็นช่วงอังกอร์ รอให้น้องกลับออกมาใหม่ ช่วงที่รอสลับกับแฟนๆที่ร้องเรียกชื่อทงบังชิงกินั้น ชั้นสอง สาม และสี่ก็เล่นเวฟกันอย่างสนุกสนาน ประมาณว่าหาความสำราญให้กับตัวเองไปพลางๆก่อนว่าอย่างนั้น จนกระทั่งแสงจากจอ VTR สว่างขึ้น เป็นรูปมือคนกำลังเล่นเกมอยู่ในมือ และทำท่าลังเลว่า จะ Replay หรือจะ Quit ดี เออ เข้าใจทำนะ น่ารักทีเดียว ก่อนมือข้างนั้นจะคลิกไปที่ Replay ภาพบนจอก็เต็มไปด้วยสมาชิกทงบังที่โคลนนิ่งออกมาอีกไม่รู้กี่สิบตัว เดินกันให้ควั่ก ก่อนที่ทงบังชิงกิตัวจริงทั้งห้าคนจะเดินออกมา พร้อมกับเปลี่ยนชุดใหม่ สดใสทั้งสีกางเกงและรองเท้า

คงไม่มีเพลงใดจะเหมาะกับช่วงนี้ได้เท่าเพลง Hahaha อีกแล้ว หนุ่มๆร้องเพลงไปวิ่งไล่จับกับไป พอจังหวะดนตรีหยุดก็ฟรีสตัวเอง ทำท่าอะไรก็ค้างเอาไว้อย่างนั้น มาฮาแตกเอาตอนยุนโฮเล่นกับจุนซูนี่แหละ แหม ทำไปได้ ขณะเดียวกันแจจุงก็เข้าสู่โหมดรั่วเต็มพิกัด สนุกสนานแบบไม่ปิดบังอีกต่อไป หัวเราะจนตาหยีกลายเป็นเด็กๆไปเลย วันที่สองน้องมินไม่รู้ทำอีท่าไหนล้มลงเฉย ท่าจะหนักเอาเรื่อง เพราะเล่นเอาขากระเผลกไปเลยเหมือนกัน แต่ดูจากหน้าตาน้องแล้วยังยิ้มได้ แถมออกแนวขำตัวเองมากกว่า แฟนๆเลยโล่งใจหน่อย จนกระทั่งเข้าอินโทรเพลง Sky นี่แหละ ช่วงนี้ปลาบปลื้มมากเพราะนอกจากจะเป็นเพลงญี่ปุ่นอีกเพลงแล้ว ยังเป็นจังหวะที่แจจุงวิ่งมาตรงโซนข้าพเจ้าพอดี เล่นกับแฟนๆเป็นที่สนุกสนานมาก นอกจากตัวเพลงจะร่าเริง ศิลปินก็ร่าเริงไม่แพ้กัน วิ่งไปวิ่งมากจนเวทีแทบจะกลายเป็นสนามเด็กเล่นไปแล้ว ชางมินแม้ขาจะยังดูกระเผลกอยู่บ้างนิดหน่อย แต่ก็หาได้หยุดตัวเองไม่ เอากับพี่ๆด้วยเหมือนกัน ทั้งเต้นทั้งกระโดดกันใหญ่ ยุนโฮไม่ต้องพูดถึงเต้นเป็นลิงเป็นค่างสนุกมาก

ห้าหนุ่มวิ่งไปรวมตัวกันที่เมนสเตจก่อนจะพูดขอบคุณคนดู ไม่รู้ทำไมแม้จะเป็นสคริปต์แต่ก็รู้สึกได้ว่า คำพูดต่างๆมันกินใจดีจัง ปิดท้ายช่วงนี้โดยน้องมินพูดเข้าเพลง Song For You เวอร์ชั่นเกาหลี และเป็นอีกครั้งที่ชางมินหัวเราะออกมาด้วยความเขิน ขี้เขินอะไรจะขนาดนั้นก็ไม่รู้ น้องๆกระจายกำลังไปตามแคทวอล์กอีกครั้ง เป็นช่วงมอบโชคครั้งใหญ่ เพราะคนที่อยู่ชั้นสองติดเวทีจะได้สัมผัสมือกับน้องๆอย่างใกล้ชิด แจจุงขึ้นมายืนบนสเตจเล็กโซนเราพร้อมกับจุนซู และ...สมกับพะยี่ห้อแจจุง...คือต้องลืมเนื้อ ฮามาก... ลืมเนื้อตรงท่อนฮุคด้วย หันไปมองหน้าจุนซูพักนึงถึงจะร้องต่อได้ ขออภัยหากไม่ได้เอ่ยถึงน้องคนอื่น เพราะแจจุงดึงดูดสายตาข้าพเจ้ามาก เอาเป็นว่าเป็นช่วงที่น้องๆสลับกันวิ่งไปมา จนจำไม่ได้แล้วว่าใครบ้างที่วิ่งมาโซนนี้ แต่ที่แน่ๆครบทุกคนล่ะ แต่ที่ยังประทับใจติดตาจนตอนนี้คือ ยุนโฮที่มายืนกวาดสายตามองคนดูก่อนจะโค้งให้ไม่หยุด ราวกับอยากจะบอกว่าความซาบซึ้งใจอันนี้ไม่สามารถเอ่ยออกมาเป็นคำพูดได้ นอกจากก้มลงโค้งขอบคุณคนดูทุกทิศทาง สายตาของน้องๆทุกคนเวลาหยุดยืนมองดูแฟนๆนี่รู้เลยว่า อยากจะมองทุกคนให้เห็นเต็มตา อยากจะเก็บภาพประทับใจเอาไว้ให้ได้มากที่สุด เห็นแล้วซาบซึ้งมากจริงๆค่ะ

น้องๆบอกลาคนดูอีกครั้งเป็นครั้งที่สองก่อนจะวิ่งหายเข้าไปหลังเวที แน่นอนเสียงตะโกนเรียกชื่อวงยังคงดังกึกก้อง แถมการเล่นเวฟกันเป็นระยะๆนั่นอีก จนกระทั่ง..... จุนซูขึ้นไฮดรอลิกยกสูงจากพื้นถึงอัฒจรรย์ชั้นสามด้านหลังมิกเซอร์ คงจะเป็นอะไรที่ถูกใจสุดๆสำหรับแฟนๆของน้องจุนซู เพราะเรียกได้ว่าใกล้ชิดกันแบบสุดๆ สมาชิกคนอื่นๆยืนกระจายตัวกันอยู่ตามจุดต่างๆของเวที เสียงอันทรงพลังของจุนซูดังขึ้นเป็นช่วงอินโทรของเพลง Tonight ดีใจที่ได้ยินน้องๆร้องเพลงนี้แบบสดๆอีกครั้ง เพราะถือเป็นเพลงปล่อยพลังแบบไม่มีใครยอมใครเลยจริงๆ แน่นอนว่าทุกคนเสียงดีไม่มีตก เพลงนี้เราเทใจให้แจจุงเพราะพลังเสียงที่น่าทึ่งนั่นแหละค่ะ ประทับใจมากถึงมากที่สุด เพราะเป็นเพลงสุดท้ายแล้ว รู้ได้เลยว่า สมาชิกในวงร้องเพลงแบบถอดหัวใจร้องออกมาเลย

จบเพลงนี้จึงเป็นช่วงที่สมาชิกทงบังชิงกิทั้งห้าคนจะบอกลาคนดูจริงๆเสียที ทุกคนออกมายืนเรียงกันหน้ากระดานก่อนจะพูดขอบคุณ จับมือกันและพร้อมใจกันโค้งคำนับคนดูด้วยความรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้ง ก่อนจะเดินไปรอบๆเวทีจนทั่ว ทั้งโบกมือ พูดขอบคุณ โค้งให้กับคนดูไปตลอดจนกระทั่งเดินกลับขึ้นไปบนเมนสเตจที่เหล่าแดนเซอร์ออกมายืนรอกันพร้อมหน้า ยุนโฮพูดขอบคุณแดนเซอร์ และไม่ลืมขอบคุณคนดู ช่วงนี้ชักจะจำไม่ได้ว่าใครพูดว่าอะไรบ้าง รู้แต่พูดขอบคุณกันเป็นภาษาไทยชัดแจ๋วทีเดียว

ทั้งสมาชิกในวงและทีมแดนเซอร์จับมือกันชูขึ้นก่อนจะโค้งคำนับขอบคุณคนดูเป็นครั้งสุดท้าย แต่ไอ้ช่วงก้มอยู่นั้น เท้าซนๆของใครบางคนก็ไปแหย่ขาอีกคน เตะกันบ้าง เขี่ยกันบ้าง หยอกล้อกันตามประสาทงบังชิงกิที่รั่วได้ใจนั่นเอง ภาพสุดท้ายที่ได้เห็นคือทุกคนที่เดินโบกมือกลับเข้าหลังเวที ปิดท้ายด้วยยุนโฮที่ตะโกนขึ้นว่า “I Love You THAILAND” เรียกเสียงกรี๊ดลั่นฮอลล์จากคนดูได้อีกครั้ง

สมาชิกทงบังชิงกิหายกลับเข้าไปหลังเวทีแล้ว และคงจะไม่กลับออกมาอีก แต่แฟนๆก็ได้แสดงพลังออกมาอีกครั้งด้วยการร่วมใจกันร้องเพลง Don’t Say Goodbye ถือเป็นโปรเจ็กต์สุดท้ายที่แฟนๆพร้อมใจกันทำให้พวกเขาอย่างเต็มใจยิ่ง ปิดท้ายคอนเสิร์ตนี้ลงด้วยน้ำตา เสียงหัวเราะและความประทับใจที่ยากจะลืม

หลังคอนเสิร์ตแม้จะเจอกับพายุฝนฟ้าคะนองจนไม่อาจจะไปไหนได้ แต่กลับไม่ได้รู้สึกเป็นทุกข์เป็นทุกข์ร้อนอะไรเลย ไม่ถามเพื่อนที่มาด้วยสักคำว่าสนุกไหม เพราะแค่เห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของเพื่อนก็บอกได้ชัดเจนแล้วว่า แค่คำพูดคงบอกได้ไม่หมดจริงๆ ขนาดที่ว่ารถติดเจียนตายเรายังเฉยๆ และพูดคุยกันเรื่องคอนเสิร์ตที่เพิ่งจบลงไปได้ตลอดทางชนิดไม่รู้เบื่อจริงๆ

ขอบคุณ...
- ทงบังชิงกิ ยุนโฮ แจจุง ยูชอน จุนซู และชางมิน ไม่น่าเชื่อว่าเราจะสามารถเทใจให้กับศิลปินสักกลุ่มได้มากขนาดนี้ มีความสุขมากที่ได้ติดตามผลงานและความเป็นไปของพวกเขาตั้งแต่คอนเสิร์ตแรกที่ไม่รู้จักเพลงของวงเลยแม้แต่เพลงเดียว จนถึงคอนเสิร์ตที่สองที่เริ่มชอบ จนถึงคอนเสิร์ตนี้ที่ไม่อาจจะถอนตัวจากหนุ่มๆกลุ่มนี้ได้แล้วจริงๆ ถ้าน้องๆยังขยันออกผลงาน ขยันรั่วได้อย่างนี้ พี่จะบ้าจี้ติดตามผลงานและความรั่วของน้องต่อไปเหมือนกัน ขอบคุณเหลือเกิน
- เพื่อนสนิทที่ไปดูคอนเสิร์ตด้วยกัน แม้นานๆเราจะโทรหากันที แต่ตอนที่คิดว่าจะพาใครมาดูคอนเสิร์ตด้วยดี เพื่อนเป็นคนแรกที่ฉันนึกถึง ดีใจที่ทำให้เพื่อนมีความสุขได้
- เพื่อนที่แสนดีสำหรับบัตรคอนเสิร์ตวันแรก ถ้าไม่ได้เธอฉันคงพลาดความสนุกของวันแรกไปแล้ว ขอบคุณสำหรับความเอื้อเฟื้อ
- ขอบคุณเจ้าของโปรเจ็กต์ต่างๆที่ทุ่มเทแรงใจที่จะทำอะไรเพื่อหนุ่มๆอย่างเต็มที่ ผลที่ออกมาคงไม่ต้องเอ่ยออกมาเป็นคำพูดใดๆ เพราะทงบังชิงกิแสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขารู้สึกอย่างไรกับแฟนคลับในประเทศไทย ขอบคุณแท่งไฟสีฟ้าสวยๆที่ทำให้เราได้เป็นส่วนร่วมเล็กๆอันน่าประทับใจครั้งนี้
- ขอบคุณชีวิตที่ทำให้เรามีวันดีๆแบบนี้

ขอบคุณ ขอบคุณ และขอบคุณ



Create Date : 30 มิถุนายน 2552
Last Update : 30 มิถุนายน 2552 12:28:45 น. 19 comments
Counter : 691 Pageviews.

 
อ่านแล้วประทับใจมากกกกกกกกกกกกก

ยาวได้ใจจริงๆ สุดยอดดดดดดดดดด

อ่านของพี่แล้วนึกตาม น้ำตาจะไหล

พี่ขา เพลงที่น้องขึ้นไฮโดรลิคในคอน O คือ REMEMBER นะคะ ไม่ใช่ You;re My Miracle เน่อ


โดย: หวาน IP: 10.0.1.236, 58.8.93.41 วันที่: 30 มิถุนายน 2552 เวลา:2:26:43 น.  

 
อืม อ่านแล้วเพลินมากเลยค่ะพี่ มันเห็นภาพ เก็บบรรยากาศมาได้เกือบครบเลย ชอบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ไม่มีไรจะพูดแระ (เพราะดึก ไร้สติ 5555555) แต่อ่านแล้ว ภาพวันคอนทั้งสองวันลอยมาในหัวตลอดเลยค่ะ ขอบคุณทีมารีวิวให้อ่านกันเพลินขนาดนี้นะคะ


โดย: piya-chan IP: 124.121.139.132 วันที่: 30 มิถุนายน 2552 เวลา:2:51:51 น.  

 
โอ้ววววว

เก่งมากอ่ะ จำ+เก็บรายละเอียดได้แม่นมากกกกกกกกก

เหมือนได้ replay คอนเสิร์ตน้องอีกรอบเลยค่ะ

เห็นด้วยกับที่รีวิวไว้ทุกประการ ^^*


โดย: Kim Nooknick IP: 58.9.131.103 วันที่: 30 มิถุนายน 2552 เวลา:3:45:27 น.  

 
ประทับใจคอนเสริ์ท ครั้งนี้มากๆเหมือนกัน
เห็นด้วยค่ะ ว่าใครก็ตามถ้าได้มาดูคอน ของ
ดงบังชินกิ แล้วเป็นถอนตัวมะขึ้น
ตัวเองเปนหนึ่งในนั้นนะค่ะ 555
อ่านรีวิวแล้วคิดถึงน้องๆจัง
ขอบคุณ ดงบังชินกิ และแคส
และคนรีวิวค่ะ

กัมซัมฮานิดะ


โดย: bjstar IP: 58.11.73.113 วันที่: 30 มิถุนายน 2552 เวลา:3:59:25 น.  

 
เล่าได้เห็นภาพมากค่ะ บางช็อตเรายังไม่เห็นเลยเสียดายจัง

อ่านแล้วอยากย้อนเวลากลับไปดูด้วยตัวเองอีกหลาย ๆ รอบ

ขอบคุณนะคะที่เขียนให้อ่าน เก็บรายละเอียดเก่งจังค่ะ





โดย: ต้นไม้กับสายน้ำ IP: 125.24.140.60 วันที่: 30 มิถุนายน 2552 เวลา:7:34:55 น.  

 
เขียนรีวิวได้ดีจังเลยค่ะ ^^
ประทับใจกับคอนเสิร์ตนี้มากกกกกกกกกก
จุนซู ยูชอบ แจจุง ชางมิน ยุนโฮ สุดยอดมากจริงๆ

คิดถึงน้องจังเลย ............
ช่วงนี้ฟัง Don't say goodbye ไม่ได้เลย ฟังแล้วน้ำตาจะไหลทุกครั้ง


โดย: เพลงรักคนพเนจร IP: 125.24.200.8 วันที่: 30 มิถุนายน 2552 เวลา:7:36:16 น.  

 
อ่านแล้วประทับใจมากค่ะ ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ร่วมในบรรยากาศ เสียดายจัง แต่มาอ่านแบบนี้ก็ได้บรรเทาความคิดถึงน้องได้พลางๆ ขอบคุณที่เล่าสู่กันฟังนะค่ะ ^_^


โดย: meaw IP: 203.156.36.49 วันที่: 30 มิถุนายน 2552 เวลา:8:02:58 น.  

 
ยินดีที่ค่ะที่เขียนแล้วทุกคนชอบกัน ต้องขอโทษด้วยที่พิมพ์ผิดเยอะ เพราะพิมพ์มันรวดเดียวสามชั่วโมงกว่า มีเวลาตรวจทานแค่ครั้งเดียว เพราะบอกไปแล้วว่าจะลงให้ทันตอนกลางคืน วันนี้จึงเข้ามาแก้ ส่วนที่น้องหวานติงมา... เออ มันเพลง Remember จริงๆด้วย แต่ขออนุญาตไม่แก้เนาะ

แก้ไขที่พิมพ์ผิดไปบ้างแล้ว และขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ


โดย: fingers-crossed (fingers-crossed ) วันที่: 30 มิถุนายน 2552 เวลา:12:28:36 น.  

 
อ่านตามที่พี่เขียนแล้วเห็นภาพเป็นฉากๆเลย

รีวิวได้ละเอียดถี่ยิบได้ใจมากค่ะ ปัจจุบันหนูยังเบลอๆอยู่เลย

อ๊าา อ่านแล้วก็คิดถึงหนุ่มๆ ^^ ขอบคุณจริงๆที่ทำให้เรามีความสุขขนาดนี้



โดย: เอิร์ล IP: 10.0.2.145, 58.8.182.90 วันที่: 30 มิถุนายน 2552 เวลา:13:25:30 น.  

 
อยากบอกว่า
อ่านแล้วซึ้งมากค่ะ

และคิดถึงวันคอนฯสุดๆ
เสียดายมากที่ไม่ได้ไปคอนฯวันสุดท้าย
อยากมีส่วนร่วมทำเพื่อ ศิลปินที่รักมากที่สุด TT

เสียดายอ่า

ขอบคุณ TVXQ ที่ทำให้เรามีความสุขมากมายขนาดนี้
I Love TVXQ
I Love kim JaeJoong


โดย: PLoy JJ IP: 125.24.84.56 วันที่: 30 มิถุนายน 2552 เวลา:18:39:40 น.  

 
สุดยอดค่ะ เก็บรายละเอียดได้เยอะๆจริง
สุดยอดคอน สุดยอดแคส สุดยอดดงบัง
always stand by u TVXQ


โดย: stand by u IP: 58.9.24.221 วันที่: 30 มิถุนายน 2552 เวลา:20:04:04 น.  

 
อ๊าาาา เราไปดูทั้งสองวัน เก็บรายละเอียดไม่ได้ขนาดเน้เรยอ่ะ

มัวแ่ต่มองชางมิน 5555+


โดย: ชางมิน IP: 61.90.81.107 วันที่: 30 มิถุนายน 2552 เวลา:20:31:32 น.  

 
อ่านแล้วยังคิดถึงบรรยากาศในคอนทั้ง 2 วันอยู่เลยค่ะ บอกได้คำเดียวว่าประทับใจมากๆ รักดงบังชินกิ

ขอบคุณที่มาแบ่งปันประสบการณ์ในคอนให้ฟังนะคะ


โดย: คริสตอลสีชมพู วันที่: 30 มิถุนายน 2552 เวลา:20:48:28 น.  

 
รอบ2 เห็นน้องมินล้มด้วย สงสารน้องมาก
น้องหล่อมากหล่อได้อีกอะ ตอนกลับเพื่อนๆในกลุ่มเรา 10คนพูดเหมือนกันเลยอะน้องเกิดมากงานนี้ หล่อจริงๆๆ


โดย: มิน มิน IP: 110.169.24.195 วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:1:05:59 น.  

 
พี่สาววว

ขอบคุณด้วยที่ทำให้เค้าได้เริ่มติดตามดงบัง...ดีใจที่ได้ไปดูคอนครั้งนี้ (ตอนแรกว่าจะโทรหาพี่แล้วหล่ะ แต่ตัวเองไปสายมากๆเลยไง T_T) เป็นวันที่วุ่นวายแต่มีความสุขมากๆเลยค่ะ

ขอบคุณสำหรับรีวิวยาวเหยียด อ่านสนุกเช่นเคย
(ว่าแต่ถ้ามี secret code มาวางขายที่เมืองไทย พี่จะเขียนรีวิวอัลบั้มไหมเอ่ย???)


โดย: gibt วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:8:12:33 น.  

 
บิ๊กกี้.... จริงๆพี่ฟังจนพรุนไปแล้วนะ secret code เนี่ย... แล้วพี่อ่ะรีวิวอัลบั้มไม่ค่อยเก่ง ไม่รู้เป็นไง...

แต่ก็น่าลองทำเนาะ ถ้าอัลบั้มออกที่เมือง ไม่แน่จ้ะ อาจจะรีวิวดูก็ได้

ขอบใจนะจ๊ะที่ยังตามอ่านวิทยานิพนธ์พี่อยู่ ว่างๆ เข้าไปอ่านหน้านิยายดูดิ... อ่านแล้ว ไม่ต้องสืบเลยว่าเป็นใคร ถ้าชอบห้าหนุ่มนี่... น่าจะชอบนิยายเรื่องนี้นะ

ออนเจอกันเมื่อไหร่ยังทักทายได้เหมือนเดิมนะจ๊ะ


โดย: fingers-crossed IP: 124.121.247.203 วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:10:59:15 น.  

 
หวัดดีค่ะ แวะมานั่งฟังบรรยากาศอีกครั้ง อ่านแล้วจะร้องไห้ TT____TT
ตอนนี้ผ่านไปสามวันแระ ความสนุก ความประทับใจยังฝังอยู่ในหัวอยู่เลยค่ะ

ส่วนตัว ไปดูทั้งสองวันเลยค่ะ วันแรกสนุก วันที่สองสนุกมากยิ่งขึ้น ชอบบรรยากาศของวันที่สองมากจิงๆ
แล้วชอบท่อนที่ร้อง เลิฟ เลิฟ เลิฟ เลิฟ แบงคอก!!!!!
กรี๊ดสุดเสียงเลยทีเดียว
สองสามวันมานี้ต้องมาซดน้ำอุ่นไประยะๆ เสียงไม่มีเลยซะงั้น


โดย: < AbOut Me > วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:15:48:46 น.  

 
อ่านบล๊อคแล้วชอบมาก ๆ เลยค่ะ

คอนครั้งนีั้สนุกมาก ครั้งคอนโอว่าสนุกแล้ว
แต่คราวนี้สนุกและประทับใจมากกว่าๆๆๆ อีกค่ะ

แคสทุกคนน่ารักเหลือเกิน
น้องเทพยิ่งน่ารัก น้องให้ใจกันเกินร้อย
แฟนคลับก็เกินร้อย

สนุกจริง ๆ จะรอเจอน้องอีกครั้ง
เมื่อโอกาสมาถึง

เจ้าของบ้านไว้ไปกรี๊ดด้วยกันอีกนะค่ะ
ดีใจที่เกิดมาได้รักทงบัง
ได้เป็นแคสไทยที่รักและสามัคคีกันฮับ


โดย: BS IP: 125.25.80.88 วันที่: 3 กรกฎาคม 2552 เวลา:20:43:30 น.  

 
อีกครั้งที่ต้องเข้ามาขอบคุณทุกท่านทั้งที่โพสต์คอมเม้นต์และไม่ได้โพสต์ค่ะ

คอนเสิร์ตคราวหน้า ถ้าไม่ติดอะไรก็คงไม่พลาดต้องไปดู (และอาจจะต้องกลับมาเขียน) อีกเช่นเคย แต่ให้ไปกรี๊ดไปแสดงพลังอะไรอย่างนี้คงไม่ไหวจริงๆค่ะ ถนัดไปดู ไปสนุก และสังเกตุการณ์มากกว่า ตามประสานี่แหละค่ะ

ใครที่ชอบน้อง แล้วชอบอ่าน fanfic ลองเข้าไปอ่านนิยายเราได้นะคะ อาจจะไม่ถึงกับเป็น fanfic แต่ก็ เดาไม่ยากหรอกค่ะว่าใครเป็นใคร ถือซะว่า ไหนๆก็เข้ามาแล้ว หาอะไรทำก็แล้วกันนะคะ (แอบโปรโมตซะเลย)

ขอบคุณมากนะคะ


โดย: fingers-crossed IP: 124.120.15.93 วันที่: 4 กรกฎาคม 2552 เวลา:7:55:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

fingers-crossed
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หวังว่าจะได้รับความบันเทิงจากการเข้าเยี่ยมชม Blog กันถ้วนหน้าจ้ะ
Friends' blogs
[Add fingers-crossed's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.