หากป่าไม้อุดมสมบูรณ์ มีนก มีสัตว์ป่า: คนมีความสุข
Group Blog
 
All Blogs
 

@@@ พบคุณย่า อยู่โดดเดี่ยวในป่าดงดิบที่จังหวัดระนอง@@@@



ดอกโฮย่าลูกศร หรือ ต้างไม้พันงู หรือ ฟันงู หรือ ต้าง




ดูรูปใกล้เข้ามาอีกนิดครับ ดอกสวย แต่เขาว่าไม่มีกลิ่นครับ



ลักษณะการขึ้นของโฮย่าชนิดนี้ ต้นนี้พบบนคาคบไม้สูงราวๆ 5 เมตร จากพื้นดิน

ชื่อไทย ต้างไม้พันงู หรือ ต้าง หรือเรียกตามลักษณะดอกว่า โฮย่าลูกศร

ชื่อวิทยาศาสตร์ Hoya multiflora Blume

วงศ์ ASCLEPIADACEAE

ลักษณะ เป็นไม้เลื้อยกึ่งพุ่ม ทุกส่วนมีน้ำยางสีขาว ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเป็นคู่ตรงข้ามกัน รูปยาวแคบแกมขอบขนาน ปลายใบและโคนใบแหลม ขอบเรียบ มีขนาดกว้าง 2.5-6.5 ซม. ยาว 7.5-20 ซม. ผิวเกลี้ยง ก้านใบยาว 0.8-1.2 ซม. ดอกสีขาวครีม ออกเป็นช่อตามง่ามใบและปลายยอด มีดอกจำนวนมาก ก้านช่อยาว 2.5-3 ซม. ก้านดอกเรียวเล็ก ยาว 5-6 ซม. ดอกย่อยมีกลีบดอก 5 กลีบ โคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉกแหลม 5 แฉก สีเหลือง กลีบกว้างประมาณ 4 มม. ยาว 12 มม. เมื่อบานกลีบดอกจะกลับลงข้างล่าง ที่โคนดอกมีเส้าเกสรเชื่อมติดกันเป็นรูปทรงสูง มีรยางค์ปลายแหลมงอน 5 อัน ผิวมันเป็นเงา ผลเป็นฝักคู่ ขนาดกว้าง 6-8 มม. ยาว 18-20 ซม. เปลือกบางเรียบ เมล็ดรูปขอบขนาน มีขนาดเล็ก ยาวประมาณ 6 มม. ปลายตัดตรง มีขนเป็นมันเหมือนไหมติดเป็นกระจุก ผิวสีน้ำตาล

การกระจายพันธุ์ และนิสัย พบขึ้นกระจายพันธุ์ในอินเดีย พม่า ไทย อินโดจีน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ในประเทศไทยพบในป่าดิบชื้น ตามคาคบไม้ หรือซอกหิน ใกล้ริมลำธาร

ระยะออกดอก-ผล ออกดอกติดผลเดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายน

ประโยชน์ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ น้ำภายในต้นใช้ขับปัสสาวะ ใบบดละเอียดใช้ทาแก้เคล็ดบวม แก้ปวดข้อ

ที่มาของข้อมูล ฐานข้อมูลพรรณไม้สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์


การไปเที่ยวป่า ทำให้เราพบสิ่งบันเทิงใจหลายอย่าง ทั้งนก ต้นไม้ ดอกไม้

โปรดช่วยกันอนุรักษ์พันธุ์พืชและสัตว์ เพื่อที่ลูกหลานของเราจะได้ชื่นชมสิ่งสวยๆ งามๆ บ้างนะครับ




 

Create Date : 09 กรกฎาคม 2549    
Last Update : 7 กรกฎาคม 2550 23:40:45 น.
Counter : 751 Pageviews.  

"ตำลึง" ดอกไม้ที่คนมองข้าม



ดอกตำลึง สีขาว สวย เป็นดอกไม้ข้างรั้วที่คนมักมองข้าม



ยอดอ่อน และใบอ่อน เป็นผักข้างรั้ว นำมารับประทานได้ แถมปลอดสารเคมี มีประโยชน์ แกงจืดใบตำลึง ก๋วยเตี๋ยวใบตำลึง ล้วนเป็นอาหารที่เรารู้จักกันดี





ผลดิบเป็นสีเขียว นำมาทุบเอาเมล็ดออกขยำกับน้ำเกลือ แล้วแกงกะทิ กับปลาทูย่าง กินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยอย่าบอกใครเชียว



ผลสีแดง คือลูกที่สุกแล้ว



บางครั้งเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลง จากผลเขียว เปลี่ยนเป็นสีส้มอ่อนๆ แล้วเปลี่ยนเป็นแดงอ่อน แล้วจึงเป็นสีแดงแบบผลตำลึง

ผลตำลึงสุกลอกเปลือกชั้นนอกออกแล้วรับประทานได้ รถชาติอาจไม่ถูกปากคนนัก แต่นกหลายชนิดชอบกินโดยเฉพาะนกปรอดสวน


ข้อมูลที่น่าสนใจของตำลึง จากหลายๆ เว็บในอินเตอร์เนต

ชื่อไทย ตำลึง ผักแคบ ผักสี่บาท

ชื่อภาษาอังกฤษ Ivy Gourd

วงศ์ Cucurbitaceae

ชื่อวิทยาศาสตร์ Coccinia grandis Voigt.

ลักษณะพืชพรรณ ตำลึงเป็นไม้เถาล้มลุกอายุหลายปี
เถา:ตำลึงจะมีลักษณะกลม สีเขียว ตามข้อมีหนวดเอาไว้ยึดเกาะ

ใบ: เป็นเดี่ยวออกแบบสลับ ใบรูปร่างคล้าย 5
เหลี่ยมขอบใบเว้าเล็กน้อย บางครั้งจะเว้ามาก
ใบสีเขียวเรียบไม่มีขน

ดอก:เป็นเดี่ยวออกจากบริเวณ ซอกใบ ดอกแยกเพศกันอยู่คนละต้น
ดอกมีกลีบสีเขียวปลายดอกแยกออกเป็น 5 แฉก
โคนตัดกันเป็นกรวยกลีบดอกสีขาว เกสรตัวผู้มี 3 อัน
เกสรตัวเมียมี 1 อัน

ผล: รูปร่างกลมรีคล้ายแตงแต่เล็กว่า ผลดิบสีเขียว
เมื่อแก่กลายเป็นสีแดง

ประโยชน์ทางยา ใบ: รสเย็น สรรพคุณ ดับพิษร้อนถอนพิษ แก้แสบคัน
แก้เจ็บตา ตาแดง ตาแฉะ

ราก: รสเย็น สรรพคุณดับพิษ รักษาโรคตา

เถา: สรรพคุณรักษาโรคตาเจ็บ

ทั้งต้น: สรรพคุณแก้โรคผิวหนัง ลดน้ำตาลในเลือด

ประโยชน์ทางอาหาร เป็นพืชข้างรั้วที่นำมารับประทานได้
เป็นผักปลอดสารพิษ มีวิตามิน เกลือแร่ โดยเฉพาะธาตุเหล็กเป็นพืชที่มีกากค่อนข้างมากเป็นประโยชน์กับระบบขับถ่ายของร่างกาย

วันนี้คุณกินผักตำลึงหรือยัง

ผักข้างรั้ว ไม่ต้องปลูก มีประโยชน์ ปลอดสารพิษ เชิญหามารับประทานกันนะครับ




 

Create Date : 21 มิถุนายน 2549    
Last Update : 7 กรกฎาคม 2550 23:42:09 น.
Counter : 2402 Pageviews.  

@@@ เซ่งใบยาว ดอกไม้สีแดงกลางทุ่ง @@@



เซ่งใบยาว ออกดอกแดง อยู่กลางทุ่งนา




เป็นรูปที่ถ่ายมาจาก อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ครับ ดอกไม้ชนิดนี้ บางทีก็เรียกว่า ดอกบานเที่ยง


มันเป็นดอกไม้ที่มีสีแดงสด ตัดกับใบสีเขียว และเกสร สีเหลือง ดูครั้งแรกนึกว่าดอกชบา แต่มีขนาดเล็ก



ผลที่ยังสดอยู่ดูเหมือนเป็นผลชุ่มน้ำ มีขนดูไม่น่ากินเลย แต่กินได้ ผลมีรสเปรี้ยว ครับ



ผลเมื่อแก่เป็นผลแห้ง แตกออกเป็นพูๆ ภายในพูมีเมล็ดเซ่งสีเทาดำ คงแพร่พันธุ์โดยใช้แรงลม และจากการกระแทกของสัตว์ซึ่งจะทำให้เมล็ดกระเด็นออกไปจากผลแห้งได้ง่าย

ชื่อไทย เซ่งใบยาว หรือ บานเที่ยง

ชื่อวงศ์ STERCULIACEAE

ชื่อวิทยาศาสตร์ Pentapetes phoenicea L.

ลักษณะทั่วไป:
เป็นพืชล้มลุกอายุปีเดียว ชอบขึ้นในที่น้ำท่วมขัง พบมากในนาหว่าน ลำต้นตั้งตรง สูงถึง 1.5 เมตร แตกกิ่งก้านมาก ใบเป็นใบเดี่ยว ออกสลับกัน ใบมีลักษณะเรียวยาวปลายแหลม ขอบใบจักหยาบด้านหลังใบเป็นขน ก้านใบสั้น ดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกตามซอกโคนใบ มีกลีบดอก 5 กลีบ สีแดงเข้ม ลักษณะผลคล้ายผลกระเจี๊ยบ แต่มีขนาดเล็กกว่า มีขนเห็นได้ชัด เมล็ดมีรูปร่างค่อนข้างกลมเป็นเหลี่ยม สีน้ำตาลเข้ม
ที่มา: http://www.ku.ac.th/AgrInfo/thaifish/aqplant/aqpt136.html

ดอกไม้ป่า อยู่กลางทุ่ง แม้เจ้าจะเป็นวัชพืช แต่ก็มีดอกสวยงาม มิได้เป็นพิษเป็นภัยกับผู้ใด เวลาเดินๆ ไปเที่ยวอย่าไปเหยียบมันเข้านะครับ เก็บไว้ดูดอกสีแดงสดของมันเถอะ




 

Create Date : 05 มกราคม 2549    
Last Update : 5 มกราคม 2549 18:46:50 น.
Counter : 2586 Pageviews.  

เอื้องชะนี (Dendrobium senile) จากภูสอยดาวครับ





เอื้องชะนี เป็นกล้วยไม้ป่าที่ถ่ายมาจากอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว พบเกาะอยู่บนเปลือกต้นยางครับ




กอนี้มีอยู่ 2 ดอก ดอกทางซ้ายมือเริ่มเหี่ยวแล้ว แต่ก็ยังสวยอยู่



ลำต้น และใบ เป็นกล้วยไม้ในสกุลหวาย (Dendrobium) มีขนอ่อนรุงรัง คล้ายขนชะนี คงด้วยประการฉะนี้ เขาจึงเรียกมันว่า "เอื้องชะนี" หรือ มือชะนี

ชื่อไทย เอื้องชะนี หรือ มือชะนี หรือ ขนค่าง

ชื่อวิทยาศาสตร์ Dendrobium senile

การแพร่กระจาย เป็นกล้วยไม้ที่พบได้ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับในบ้านเราพบในป่าดิบแล้ง หรือป่าดิบเขา พบมากในภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน น่าน และ พิษณุโลก เป็นต้น พบได้ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ที่จังหวัดเลย และ พบทางภาคใต้ที่อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง

ฤดูออกดอก มกราคม-กุมภาพันธ์- มีนาคม

เป็นกล้วยไม้ป่าที่มีดอกสีเหลืองสดสวยงามอีกชนิดหนึ่ง และ ยังมีลักษณะพิเศษที่ลำต้นและใบมีขนอ่อนสีขาวหุ้ม เมื่อออกดอกจะผลัดใบทิ้งไป

ช่วงเวลาที่ผมเดินไปเที่ยวป่า และ ดูนกบนภูสอยดาว ได้พบเอื้องชะนีออกดอกสีเหลืองสวยงามอยู่บนเปลือกของต้นยางใหญ่ สูงราวๆ 2 เมตรเท่านั้น ทำให้ผมต้องหยุดเดิน แล้วถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก ช่วงขาลงมาจากลานสนก็ยังเห็นมันบานแฉ่งอยู่อย่างนั้น ดีใจจังเลยที่ไม่มีใครเก็บมันไปขาย ( บังเอิญ ช่วงนั้นอุทยานภูสอยดาวเขาปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปบนลานสน เพราะไม่มีน้ำ) แต่หากเป็นฤดูที่มีนักท่องเที่ยวมากๆ คงไม่เหลือกระมัง

กล้วยไม้ป่า ช่วยประดับป่า ทำให้ป่ามีสีสัน

รักป่า อยากเที่ยวป่า อย่าเก็บดอกกล้วยไม้ออกมาเลยนะครับ




 

Create Date : 08 ธันวาคม 2548    
Last Update : 7 กรกฎาคม 2550 23:47:00 น.
Counter : 909 Pageviews.  

เอื้องมอนไข่ กล้วยไม้ป่ามาสู่เมือง



ชื่อไทย เอื้องมอนไข่ หรือ มอนไข่ใบมน เป็นกล้วยไม้ในสกุลหวาย (Dendrobium) ซึ่งเป็นกล้วยไม้สกุลใหญ่

ชื่อวิทยาศาสตร์ Dendrobium thyrsiflorum
เป็นกล้วยไม้ป่า ที่พบในป่าดิบเขาที่ระดับสูงมากกว่า 1000 เมตรขึ้นไป เป็นพืชอิงอาศัย (Epiphyte) มักพบตามคาคบ หรือกิ่งที่ทอดตัวของต้นไม้สูง

การแพร่กระจาย พบได้มากในภาคเหนือ เช่น ที่เชียงใหม่ บนดอยอินทนนท์ และ ดอยอ่างขาง( ดังภาพที่ถ่ายมา) และพบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ด้วย เช่น บนภูกระดึง จังหวัดเลย และ ภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ เป็นต้น

ฤดูออกดอก ออกดอกเป็นช่องาม ขาวนอกเหลืองสดใน ในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน

เนื่องจากเป็นกล้วยไม้ดอกสวย จึงเป็นที่หมายปองของคนที่ไม่รู้จักคุณค่าของความงามในธรรมชาติ คนเห็นแก่ตัวพวกนี้ชอบสะสมกล้วยไม้ป่าไว้ในบ้านของตัวเอง เก็บไว้ชื่นชมคนเดียว ทำให้กล้วยไม้ป่าในธรรมชาติ ถูกนำออกจากป่ามาขายในเมือง จากอากาศเย็นมาสู่อากาศร้อน จากอากาศบริสุทธิ์มาสู่อากาศเปื้อนมลพิษ ส่วนใหญ่ก็ตายจากไป เนื่องจากสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม

ผมเห็นมากับตา ราวๆ 2 ปีที่แล้ว ผมเห็นคนแต่งชุดสีขี้ม้าที่ประจำอยู่ที่ด่านบนดอยอ่างขาง ปีนขึ้นไปเก็บต้นเอื้องมอนไข่ ที่กำลังออกดอกบานสะพรั่ง จากนั้นใส่กระสอบป่าน เอาขึ้นรถมอเตอร์ไซด์ขับจากไป ผมไม่ทราบว่าเขานำกล้วยไม้ไปไหน ไม่ทราบว่าเขาชื่ออะไร ยศอะไร แต่ผมก็ไปแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาเขาที่ค่ายให้ทราบว่า การเก็บกล้วยไม้ป่านั้นเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ไม่ควรทำ และผิดกฏหมาย ซึ่งเจ้านายเขารับปากว่า จะช่วยตักเตือน และห้ามลูกน้องของเขาเก็บกล้วยไม้ป่าอีกต่อไป หากเปลี่ยนเจ้านายค่ายใหม่ เอื้องมอนไข่ ก็คงประสบปัญหาเช่นเดิม ปีนี้ผมกลับไปดอยอ่างขางอีก เจ้าเอื้องมอนไข่ ที่ผมถ่ายรูปมานี้ หายไปเสียแล้ว ป่านนี้มันคงไปทุกข์ทรมานจนตายอยู่ในเมือง

เลิกเถอะครับ เลิกนำกล้วยไม้ป่ามาเลี้ยง
โปรดอย่านำเอื้องมอนไข่ เข้าเมืองนะครับ





 

Create Date : 03 ธันวาคม 2548    
Last Update : 7 กรกฎาคม 2550 23:45:52 น.
Counter : 2800 Pageviews.  


เปรี้ยวปิ๊ด
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




"เปรี้ยวปิ๊ด" เป็นเสียงร้องของนกแต้วแล้วสีน้ำเงิน (Blue Pitta) อยากรู้จักตัว "เปรี้ยวปิ๊ด" ต้องใจเย็นๆ รอจังหวะ และโอกาส มันจะเผยโฉมออกมาให้เห็นเอง หากต้องการฟังเสียงของเปรี้ยวปิ๊ด กรุณาเข้าไปใน "ทักทายกัน" นะครับ
Friends' blogs
[Add เปรี้ยวปิ๊ด's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.