All Blog
2016 Japan Trip - Transit เวียดนามครึ่งวันก็เที่ยวได้








12.50 น. เรามาถึงท่าอากาศยานนานาชาติเตินเซินเญิ้ต เมืองโฮจิมินห์

สภาพด้านหน้าของท่าอากาศยาน คล้ายๆหมอชิตเลย คนพลุ่นพล่านมาก

เรากะเข้าเมืองแบบไม่แบกสัมภาระ จึงเอารถเข็นเด็กกับกระเป๋าเดินทางใบเล็กไปไว้ที่สนามบิน 
(กระเป๋าใบใหญ่ถูกส่งต่อไปยังเครื่องที่เราจะบินไปญี่ปุ่น เลยไม่ต้องฝาก)

ที่รับฝากกระเป๋า จะต้องเดินออกมาข้างนอกตัวสนามบินก่อน แล้วเลี้ยวขวาไป ห้องจะอยู่สุดทางเลย เป็นล๊อคเล็กๆ


สนนราคารับฝากก็ 25,300 บาทต่อชม.ต่อชิ้น (กรณีฝากน้อยกว่า 10 ชม.)
แต่ถ้าฝากตั้งแต่ 10 ชม. เค้าจะให้เหมาจ่ายเป็นวันๆละ 253,000 บาทต่อชิ้น

เราฝากไป 5 ชม. จำนวน 3 ชิ้น (รถเข็น 2 กระเป๋าเดินทางใบเล็ก 1) เจ้าหน้าที่ใจดีบอกคิดแค่ 2 ชิ้นละกัน

หลังจากฝากกระเป๋าเสร็จ เดินออกมา แล้วมองไปทางขวา นั่นไง รถเมล์สีเขียวเข้าเมืองสาย 152 (หน้าตาไม่โทรมอย่างที่คิด 555)


สภาพบนรถก็สะอาด มีที่นั่งสบายๆ แต่..แอร์ไม่เย็นคับท่าน Smiley
เด็กๆถามกันตลอดทาง ทำไมร้อนจังอ่ะมะม๊า 555

หนุ่มเสื้อเขียวนั่น กระเป๋ารถเมล์นะจ๊ะ ภาษาอังกฤษใช้ได้เลย (มีแอบเหลียวมองลูกเราด้วย -_-' )


ค่ารถก็ราคามิตรภาพน่ารัก คนละ 5,000 ดอง เด็กไม่คิด ตกแล้วก็คนละ 8 บาท!!!


เราบอกน้องกระเป๋าว่าไป "Binh Tah Market" 
(ตามแผนคือจะตลาดค้าส่ง Binh Tah Market แล้วจะเดินไปศาลาว่ากลาง > จุตรัสโฮจิมินห์ > โบสถ์ Notre Dame)

พอถึงสถานี น้องกระเป๋ารถเมล์เดินมาบอกว่าถึงแล้ว พวกเราก็เดินลงไป

ลงไปถึง.. เคว้งมาก!!! ไหนตลาดค้าส่ง ไหนโบส์ Notre Dame มันเหมือนจุดต่อรถเมล์ ที่มีแต่ชาวบ้านนั่งรอ
บ้างก็นั่งรอรถ บ้างก็นั่งขายของกินข้างทาง (เหมือนตามสถานีรถไฟบ้านเราสมัยก่อนเลย) 
ถามคนที่นั่งอยู่แถวนั้น เค้าก็ไม่เข้าใจ
ณ จุดนี้ รู้สึกเลยว่า ภาษาเวียดนามออกเสียงยากจริง แล้วสถานที่ที่ขึ้นต้นด้วย Binh นี่ เยอะมาก 

สุดท้าย เราไปหาเจ้าหน้าที่ที่ท่ารถ แล้วบอกว่า "บินไต๋มาร์เก็ต" พร้อมกับส่งกระดาษที่เขียนว่า "Binh Tay Market"
เจ้าหน้าที่บอกว่าให้ไปขึ้นรถเมล์สาย 1

เราก็เดินไปขึ้นสาย 1 กันต่อ สาย 1 นี่ได้อารมณ์สาย 8 บ้านเราเลย เบรคทีฮาร์เล่ย์ถึงกับตกเก้าอี้ Smiley
ระหว่างอยู่บนรถเมล์ เราก็พยายามส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปยังน้องนักศึกษาบนรถ
บอกว่าถ้าถึง Binh Tay Market ให้ช่วยบอกด้วย

ปรากฎว่าเรานั่งมาจนสุดท้ายที่ทุกคนลง (เหมือนเป็นท่ารถ) เราก็ลงตามคนอื่นๆมา
คือเนื่องจากมันเป็นทริปสั้นๆ เลยไม่คิดจะพึ่งเทคโนโลยี กะถามคนแถวนั้นเอาก็ได้
ปรากฎว่า..เราเจอคนที่สื่อสารกับเราได้น้อยมาก T_T

จากท่ารถก็เดินถามทางคนไปเรื่อยๆว่า Binh Tay Market อยู่ที่ไหน

ในที่สุด เราก็ได้เจอ Binh Tay Market!!!
แต่เอิ่ม..คือ มันดูเหมือนตลาดสดบ้านเราเลย

ด้วยความที่ ณ จุดนั้นคือ ร้อน และเหนอะหนะมาก ไม่อยากนึกภาพว่าถ้าเข้าไปเดินข้างในจะเหนอะหนะแค่ไหน
เราจึงขอเดินวนดูรอบๆแทนแล้วกันนะ


ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องกาแฟนะ ตามแผนเราคือมาลิ้มลองกาแฟรสชาติ local + กินอาหาร local
แต่พอเห็นแล้ว มันไม่อยากกินอ่ะ อาจจะด้วยร้อนด้วย อยากหาร้านที่มีแอร์พรีสสส

Where is Starbucks???


นี่ก็อาหาร local ที่เราแค่เดินผ่าน


แล้วเราก็มาจบกันที่นี่ ไอติม Baskin 555
เด็กๆดีใจมาก เพราะทั้งร้อน ทั้งหิวน้ำ และที่สำคัญที่นี่มี Wifi ให้เราเปิด Google map เย้ๆๆๆ

เราสั่งไอติมเสร็จ ก็เข้าไปนั่งกันด้านใน ปรากฎว่า แอร์ไม่เปิด SmileySmiley
ต้องเดินไปบอกน้องเค้าช่วยเปิดแอร์ให้หน่อย (แอบแปลกใจเบาๆ ว่าคนเข้าร้านน้อยขนาด เปิดแอร์เฉพาะตอนมีลูกค้าเข้ามาหรอ เพราะตอนเดินขึ้นไปเข้าห้องน้ำชั้น 2 โซนชั้นสองก็ไม่เปิดแอร์ และไม่มีคนด้วย)

ระหว่างคุณลูก enjoy eating คุณพ่อก็หาข้อมูลกันไป


หลังจากดูแผนที่เสร็จ คุณพ่อบอกว่า การเดินทางของเราเป็นรูปสามเหลี่ยม เรียกว่าตอนนี้ เราไกลจากโบสถ์ Notre Dame มาก
และสิ่งที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่านั้น ตรงจุดที่กระเป๋ารถเมล์ให้เราลงตรงนั้นแหละ เดินอีกนิดก็ถึงโบสถ์แล้ว!!


ดังนั้น ทางเลือกตอนนี้คือ
1. เดินกลับไปขึ้นรถเมล์ แล้วนั่งรถไปลงที่เดิม
2. ขึ้นแท็กซี่

และคำตอบคือ...


ในที่สุดเราก็ได้มาถึงโบสถ์ Notre Dame แล้ว เย้ๆๆๆ


มันช่างเป็นคนละบรรยากาศกับ Binh Tay Market เลย
ที่นั่น เราได้สัมผัสความเป็น local อย่างแท้จริง ทั้งผู้คน ทั้งร้านค้า ทั้งการใช้ชีวิต
มาที่นี่ เราเข้ามาสู่ tourist place แล้ว ทั้งความเจริญ ทั้งนักท่องเที่ยว

ไปรษณีย์กลาง อีกหนึ่ง Highlight ของนักท่องเที่ยวที่มา
เค้ากำลังมีเต้นแอโรบิกอยู่ด้านหน้า ฮาร์เล่ย์ทำเนียนไปยืนเต้นกับเค้าด้วย Smiley


ทำตัวกลมกลืนกับชาวพื้นเมือง Smiley


ณ ที่แห่งนี้ เราได้เจอแม็คโดนัล เด็กๆเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ 555


จากร้านแม็คโดนัล ด้านหลังออกมา จะเป็นถนนคนเดินเล็กๆ ดูออกแนวเด็กสยามบ้านเราดี Smiley


สุดท้าย..18.00 น. เราก็นั่งรถแท็กซี่กลับไปนั่งรอต่อเครื่องที่สนามบิน
จริงๆยังมีเวลาเหลือนะ เพราะเครื่องจะออกตั้งเที่ยงคืนครึ่ง แต่..ไม่มีอะไรจะเดินแล้ว Smiley

มาถึงที่สนามบิน เรายังมาจบมื้อเย็นที่ Burger King 555
เรียกว่าแผนที่จะมาสัมผัสอาหารพื้นเมืองที่นี่เลยไม่สำเร็จเลย แหะๆ แต่อย่างน้อย วันนี้เราก็ได้สัมผัสการใช้ชีวิต local life มาครึ่งวัน

ตบท้ายด้วยมิตรภาพของเด็กๆ ที่สนามบิน แม้จะต่างเชื้อชาติ ต่างภาษา แต่พวกเธอก็สามารถเล่นด้วยกันได้
ที่สำคัญ..สื่อสารกันได้ด้วยนะเออ น้องคนเวียดนามที่มาเล่นกับเด็กๆชื่อ "โจตัน"
ที่ตลกกว่านั้นคือ พอร์ชบอกโจตันให้ไปตามฮาร์เล่ย์มา โจตันก็เดินไปตามฮาร์เล่ย์มาด้วย 555






















Create Date : 27 พฤษภาคม 2559
Last Update : 27 พฤษภาคม 2559 12:38:55 น.
Counter : 411 Pageviews.

1 comments
  
ครึ่งวันก็เที่ยวได้ ดีเลยนะคะ
โดย: kae+aoe วันที่: 31 พฤษภาคม 2559 เวลา:14:55:23 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ด้วยรักและผูกพัน
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]