สาวมหาวิทยาลัย ภาคสอง
พอเริ่มเรียนเทอมแรก ก็เรียนไปทำกิจกรรมรับน้อง กิจกรรมเชียร์ไป

ช่วงสิบวันแรก (ถ้าจำไม่ผิด) ที่คณะที่กิจกรรมวิ่งประเพณี ทุกเช้าเลย

ด้วยเครื่องแบบสุดเท่ กางเกงเลสีเขียวสะท้องแสง เสื้อสีอะไรจำไม่ได้แล้ว (ก็ผ่านมา 9 ปีแล้วนี่หว่า)

วิ่งทุกเช้าเลยตี่ห้ารวมตัว โครตขี้เกียจเลย มีอยู่วันหนึ่ง ฮ่าๆๆลิฟต์คอนโดเราเสีย มั่วนิ่มโดดไม่ไปวิ่งดีกว่า

นอนหลับอุตุอยู่ห้องจนหกโมงเช้า ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูห้อง ปังๆๆๆๆๆๆ พี่ให้มาตาม ตกใจตื่นสุดขีด อะไรฟล้าเนี่ย ลิฟต์เสีย ตรูอยู่ชั้น 7 ยังมีคนอุตสาหะวิ่งขึ้นมาเรียกอีก ให้ตายเถอะ

รีบแต่งตัวออกไป ถึงจุดรวมตัว เลยโดนทำโทษ ด้วยการไปนั่งดูเพื่อนๆที่มาก่อนแล้วโดนลุกนั่ง

เบื่อสุดๆกับวิ่งประเพณี แต่ก็ผ่านมาได้ ส่วนกิจกรรมเชียร์ก็มีเป็นลมบ้าง ร้องเพลงเชียร์ได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ก็ผ่านมาอย่างปลอดภัย พอมานั่งคิดถึงก็ขำๆดี

พอผ่านกิจกรรมเชียร์มาได้ก็เริ่มสนิทสนมกับเพื่อนๆ เป็นกลุ่มๆ ตอนแรกไปสนิทกับเพื่อนที่เรียบร้อยเด็กเรียนจ๋า จนในที่สุดก็มาลงตัวที่อีกกลุ่ม เรียนกำลังดี+เฮฮาตามวาระ

เพื่อนกลุ่มนี้มีทั้งผู้ชายผู้หญิง สนิทกันจนเพื่อนผู้ชายในกลุ่มมันกล้าตะโกนแกล้งเราว่า E-earth กินยาคุมรึยัง กลางมหาลัย

พอเจอมัน จังเเลยด่าว่าเมิงทักอะไรฟล้าเนี่ย อายนะเฟร้ย คนมองกันบึ้มเลย

มันบอกว่า ก็ยาคุมความแรดง่ะ กินรึยัง ธ่อ ไอ้เพื่อนร๊ากคิดได้ไงเนี่ย

และอย่างที่รู้กัน ขอนแก่นแดนอีสาน จะมีเมนูอะไรน่าสนใจเท่าส้มตำ ซึ่งรอบๆมหาวิทยาลัยมีให้เยอะแยะไปหมด พวกเราก็ชวนกันตระเวณชิมไปทั่ว จนมาเจอร้านประจำ อยู่หลังหอ 6 (หอชาย) อร่อยดี เลยไปกินกันเกือบทุกเที่ยง จนแม่ค้าเห็นหน้าก็จำได้ว่าจะสั่งอะไรมั่ง

สงสัยเพราะกินส้มตำเลยไม่อ้วน พอปิดเทอมกลับมาบ้าน พ่อ แม่ ยาย ป้า พากันสงสารในความผอม ทำโน่นทำนี่มาให้กิน พร้อมกับบ่นว่าเราผอมมมมมม
..แหมก็หนู่รักษาหุ่นนี่นา จะให้อ้วนตัวกลม หน้าบานแบบตอนเด็กๆได้ไง...



Create Date : 24 ตุลาคม 2551
Last Update : 24 ตุลาคม 2551 15:33:04 น.
Counter : 189 Pageviews.

7 comment
สาวมหาวิยาลัย ภาคแรก
และแล้ววันนั้นก็มาถึง วันที่ต้องจากบ้านไปอยู่หอพัก
แถมไปไกลถึงขอนแก่นอีก

เย็นวันก่อนออกเดินทาง...กินข้าวไปร้องไห้ไป (ก็คนมันไม่เคยนี่หว่า)
เข้านอนก็ใจสั่นๆ...พรุ่งนี้แล้ว
แต่ทำไงได้เวลาไม่เคยหยุด

วันออกเดินทางพ่อเช่ารถตู้ไปส่ง ไปกันหมดทั้งบ้าน พ่อ แม่ น้องสาว ส่วนน้องชายไม่ได้ไป รู้สึกว่ามันจะติดธุระ หรือ่เรื่องเรียนอยู่ที่ กทม.
ไปถึงก็ไปดำเนินการหาหอพักใกล้ๆมหาวิทยาลัย
ไม่ได้พักหอพักมหาวิทยาลัย เพราะพ่อบอกว่าสงสารเรากลัวเราอยู่ไม่สบาย

เดินๆๆๆดูอยู่หลายที่ จนมาเจอพิมานคอนโด 3 พ่อกับแม่ไปดูแล้วก็ว่าโอเค เลยตกลงซื้อไว้เลย

พ่อแม่ แล้วก็ไอ้แอ๊มน้องสาวเราอยู่เป็นเพื่อนเราอีกสองสามวัน แล้วก็กลับ
ทีนี้แหละ ความเหงาเข้าจับหัวใจเลย อยู่คนเดียวในห้อง เพื่อนก็ยังไม่รู้จักใคร

ยังดีที่ช่วงแรกที่เริ่มเปิดเรียน คณะและมหาวิทยาลัยมีกิจกรรมเชียร์แล้วก็รับน้องมาให้ทำตอนเย็นๆ ก็ช่วยให้ลืมความเหงาไปได้ แล้วก็รู้จักเพื่อนมากขึ้น

สมัยนั้นมือถือยังราคาแพง ไปก็มีแต่เพจเจอร์ใช้เท่านั้น เวลาโทรกลับบ้านก็โทรจากโทรศัพท์ในห้องที่คอนโด ซึ่งก็แพงเหลือหลาย แล้วก็ตัดทุดสิบนาทีด้วย ค่าโทรศัพท์ช่วงแรกๆสองสามพันบาทต่อเดือน

อยู่ไปซักพัก พ่อกับแม่ก็เลยส่งโทรศัพท์มือถือมาให้ โทรกลับบ้านได้นาทีละ 50 สตางค์ ค่อยดีขึ้นมาหน่อยอยู่ตรงไหนก็ดทรหาพ่อแม่ได้ หรืออยู่ที่ไหนพ่อแม่ก็โทรหาได้ไม่ต้องเป็นห่วงกัน

หลังจากเริ่มคุ้นเคยและรู้จักเพื่อนๆมากขึ้น ทีนี้ก็เริ่มสำรวจมหาวิทยาลัยกันแระว่ามันมีอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง....ติดตามภาคต่อไปจ้า...



Create Date : 22 ตุลาคม 2551
Last Update : 22 ตุลาคม 2551 8:34:52 น.
Counter : 203 Pageviews.

7 comment
มัธยมปลาย ภาคสอง
ชีวิตของเด็ก ม.ปลายก็ไม่มีอะไร นอกจากเรียนๆๆๆๆ แล้วก็หวังจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยของรัฐ ในคณะดีๆเราเองมุ่งหน้าไปทางสายแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัช พยาบาล อะไรทำนองนั้น

เมื่อก่อนจะสอบเข้าเรียนแพทย์ ของศิริราช กำหนดให้ต้องผ่านการฝึกงานในโรงพยาบาลซะก่อน จะได้รู้ว่าชอบหรือไม่ชอบ งานแบบนี้

หลังจากไปลองฝึกงานอยู่กี่วันหว่า จำม่ะได้แล้ว เราก็ได้ค้นพบตัวเองว่า ไม่เอ๊าไม่เอา ช้านไม่ชอบงานของหมอ

ไปดูคนไข้ที่ตึกศัลยกรรมข้อและกระดูก เป็นลมล้มหงายหลังเลย อยู่ๆมันก็หน้ามืดไปเอง เข้าไปดูคนไข้ในห้องผ่าตัดก็เกือบไป ดีแต่ว่ามีประสบการณ์การเป็นลมมาแล้วก็เริ่มรู้ตัวว่าจะไม่ไหวแล้ว เลยนั่งลงซะก่อนจะหงายหลังลงไปอีก

ในที่สุดก็ตัดออกไป 3 ช๊อยส์เลย แพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ ฮุวะฮุวะฮ่ะฮ่ะ ก็มันหวาดเสียวนี่หว่า

ตอนนี้ก็เหลือทางสายแพทย์ที่ไม่น่ากลัวก้คงจะเป็นเภสัชกร แหละว๊า

จากนั้นก็ตั้งหน้าตั้งตาเรียนๆๆๆๆ แต่ในความตั้งใจก็มีแอบเกเรมั่ง โดนอาจารย์ทำโทษให้ขัดอ่างล้างมือในห้องแลปเคมี ถูพื้นในห้องแลปเคมี โทษฐานคุยและเล่นระหว่างเรียน

เรื่องลอกข้อสอบนี่ไม่เคยทำ แต่เป็นทางผ่านของโพยคำตอบไปให้คนอื่น ไม่รู้ทำไม อาจารย์ชอบจัดเรามานั่งตรงกลางระหว่างไอ้เพื่อน 2 คนที่มันชอบลอกกันด้วยน๊า เลยต้องทำตัวเป็นคนส่งสารให้มันประจำ กลัวก็กลัว

เคยให้ไอ้เอ็มลอกข้อสอบทีหนึ่ง มันมาสอบทีหลังเพราะมันไม่สบาย อาจารย์แยกมันไปสอบเดี่ยว เราหวังดีเอาค่ำตอบส่งให้มัน ปรากฎว่ามันกลัวอาจารย์เห็น เลยต้องกลืนโพยคำตอบลงไปเลย ฮ่าๆๆ ทำได้ไงเนี่ย แผ่นตั้งใหญ่ สงสารปนกับขำมัน

ชีวิตก็ดำเนินมาเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ถึงเวลาสุดท้ายของชีวิต ม.ปลาย เราต่างคนต่างแยกย้ายกันไปเรียนคนละที่ละทาง

ในบรรดาเพื่อนๆทั้งหมด เราไปไกลสุดเลย ไปเรียนอยู่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะเภสัชศาสตร์ตามที่หวังไว้นั่นแหละ

ไม่ใช่คณะที่โดดเด่นอะไรมาก แต่พ่อแม่ก็ภูมิใจกับเราพอสมควร

ไปล่ะชีวิตเด็กม.ปลาย ไปเป็นสาวมหาวิทยาลัยแล้วนะ



Create Date : 17 ตุลาคม 2551
Last Update : 17 ตุลาคม 2551 9:49:32 น.
Counter : 176 Pageviews.

4 comment
มัธยมปลาย ภาคแรก
และแล้ววันเปิดเทอมก็มาถึง..ชีวิตสาว ม.ปลาย
อิ๊ๆ ได้อยู่ ห้อง 1 เพื่อนๆก็หน้าตาคุ้นๆมีคนมาใหม่จากโรงเรียนอื่นไม่เยอะ

ม.ปลายที่โรงเรียนนี้ยังคงให้นักเรียนไว้ผมสั้นเท่าติ่งหูต่อไป

ตอนนี้สงกะสัยเริ่มเป็นสาวแล้ว มีคนมาจีบแล้วล่ะ...แต่สรุปสุดท้ายแล้วเราก็ม่ะได้เป็นแฟนกับใครหรอก ยังคงมุ่งมั่นตั้งใจเรียนต่อไป รักไม่ยุ่ง มุ่งแต่เรียน แต่ก็รู้สึกดีนะ ฮ่าๆๆ อย่างน้อยก็มีคนมาจีบแหละฟล่ะ แสดงว่าไม่ได้ขี้เหร่จนเกินไป ตอนอยู่ ม.ปลายนี่มีคนมาจีบ 2 คน คนหนึ่งอยู่โรงเรียนเดียวกับเรา อีกคนอยู่โรงเรียนเทคนิค

ตอนอยู่ ม.ปลายนี่ ปีแรก ขอพ่อนั่งรถเมล์กลับบ้านเอง ตอนเดินไปขึ้นรถเมล์ ต้องผ่านหน้าโรงเรียนเทคนิค เป็นเส้นทางแห่งความมั่นใจเลย เพราะจะมีหนุ่มๆโรงเรียนนั้นมานั่งคอยแซวสาวๆที่เดินผ่าน

แต่ด้วยความที่ไอ้พวกผู้ชายที่มันมานั่งแซวเนี่ยมันก็เพื่อนๆเก่าเราทั้งนั้น เราเลยรอดไป ยกเว้น เวลาฝนตก ต้องเดินกางร่ม ไอ้เพื่อนสุดแสบมันเจือกตะโกนแซวว่า เฮนเบะ กลับบ้านแระเหรอ เล่นซะอายเลย สมัยนั้นใครๆก็รู้ว่า เฮนเบะ เนี่ยมันเป็นตัวการ์ตูน หน้าบานๆ กางร่มแล้วบินได้...เออ ตรูสวยแล้วอย่ามาง้อนะเฟร้ย

หลังจากเบื่อการกลับบ้านด้วยตัวเองแล้ว ก็เลยให้พ่อมารับ-ส่งเหมือนเดิมดีกว่า



Create Date : 13 ตุลาคม 2551
Last Update : 13 ตุลาคม 2551 12:58:49 น.
Counter : 194 Pageviews.

6 comment
มัธยมต้น ภาคสาม
ต่อจากภาคที่แล้ว...

เราก็ตั้งใจเรียนๆๆๆเรื่อยมา ตั้งแต่ ม.1-ม.3 เนี่ย ไม่เคยมีแฟนเลย
ไม่ได้นึกว่าอยากมีด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าทำไม หรือว่าเป็นเพราะความคิดเด็กกว่าคนอื่นๆ แล้วก็ติดพ่อแม่มาก ด้วยมั้ง แถมหน้าตาก็ธรรมดาๆ ไม่ได้น่ารักอะไร ก็เลยมีแต่เพื่อนเยอะแยะ

เช้าพ่อมาส่งหน้าโรงเรียน เย็นพ่อก็มารับหลังโรงเรียน กลับมาถึงบ้านก็ช่วยแม่ทำกับข้างบ้าง ทำการบ้าน ดูทีวี นอนเล่นบ้างแล้วแต่โอกาส ซึ่งการที่เราช่วยแม่ทำกับข้าวก็เป็นผลพลอยได้มาถึงตอนโต

ที่โรงเรียนแปลกประหลาดอยู่อย่างหนึ่งคือ ใน 1 เทอม ทุกห้องเรียนต้องผลัดกันไปล้างห้องน้ำประจำชั้นปีของตัวเองด้วย (ห้องน้ำแบ่งกันเป็นโซนๆ ว่านักเรียน ม.ไหนเข้าตรงไหน ไม่เข้าปนกัน) โอ้พระเจ้าจอร์จ เกิดมาเพิ่งเคยได้ยินนี่แหละ แต่ทำอะไรไม่ได้กฎคือกฎ ถึงแม้จะไม่ชอบก็ต้องทำ

ห้องน้ำหญิงโรงเรียนเราอันตรายพอสมควร มันอยู่ริมรั้ว ติดกับโรงเรียนเทคนิค หลังคาห้องน้ำหญิงของโรงเรียนเราก็เลยเป็นรูอยู่เป็นประจำ เข้าไปก่อนฉิ๊งฉ่อง ก็ต้องหมุนๆๆๆมองรอบตัว มองหลังคาก่อน เพื่อความปลอดภัย

เรียนมาเรื่อยๆจนอยู่ ม.3 พอใกล้ๆจะหมดเทอม เพื่อนๆบางส่วนก็เลือกที่จะไปเรียน โรงเรียนเทคนิค กับโรงเรียนพาณิชย์ ส่วนเรา ยังคงมุ่งมั่นเรียนต่อ ม.ปลายสายวิทย์ที่โรงเรียนเดิม ได้สิทธิไม่ต้องสอบเข้าใหม่ เกรดได้ตามที่กำหนดที่นี้ก็เหลือรอลุ้นว่าจะได้อยู่ห้อง 1 หรือห้อง 2 เท่านั้น (ตอนนั้นจัดให้ห้อง 1 เก่งสุด)

และแล้วก็ปิดเทอม ลาก่อนชีวิต ม.ต้น



Create Date : 10 ตุลาคม 2551
Last Update : 13 ตุลาคม 2551 12:40:49 น.
Counter : 175 Pageviews.

1 comment
1  2  3  4  

The eye of earth
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



หน้าตาพอประมาณ
การศึกษาดี
บ้านมีฐานะ(ยากจน)