'What a treacherous thing it is to believe that a person is more than a person'
Group Blog
 
All blogs
 

รักแท้น้ำตาลวง : บุหลัน ลันตา



มาตามที่บอกไปตรงหน้านู้น (Oops I didIt Again)

แต่ขอแปะโป้งไว้ก่อนสักแป๊บค่ะ เพราะคงจะมายาวอีกตามเคย แล้วเพย์ตั้นยังเคลียร์งานอื่นไม่เสร็จด้วย โหะๆ 



เฮ้ออออ ‘หักโหม’ ‘นอนไม่พอ’ ‘ดื้อ’ ‘บ้างาน’ จนไข้หวัดรับประทาน โดนคนรอบข้างบ่นจนหูชา เมื่อคืนคุณแม่เทศนาจนเพย์ตั้นคิดว่าจะรากงอก แล้วแก่ตายอยู่บนโซฟาเสียแล้ว ตอนนี้ก็โดนจับตามองเหมือนเป็นนักโทษ high security เชียวค่ะ คุณแม่บินมาดูงานอยู่อีกรัฐ วีกเอนด์นี้ ก็เลยจะบินมาเยี่ยม(เทศ)เพย์ตั้น มีเวลาอีกคืนสองคืนเพื่อที่จะหายเป็นปลิดทิ้งก่อนท่านแม่แวะมา แต่ก็คงจะยากน่าดูค่ะ เพราะเพย์ตั้นเป็นหวัดทีไร เรื้อรังอยู่เรื่อย ไม่รู้ทำไม…คนรอบข้างก็เลยเป็นกระต่ายตื่นตูม ถ้ามี bubble suit แบบพวก astronaut ขายให้ใส่คงพากันขนมาให้เพย์ตั้นแน่ๆ แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ ถือโอกาสนั่งๆ นอนๆ ซะ

นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ขีดเขียนเรื่องราวเล่าสู่กันฟังถึงประสบการณ์การอ่านรักแท้น้ำตาลวง ก็เลยกุลีกุจอแอบเปิดคอมฯ มา

ในช่วงปีนี้และปีที่ผ่านมา เพย์ตั้นยังไม่เคยอ่านนิยายภาษาไทยเล่มไหนนานเท่าเล่มนี้เลยค่ะใช้เวลานานอยู่โขกว่าจะจบ สองอาทิตย์ได้มั้งคะ ไม่ใช่ว่ามันไม่สนุก แต่เป็นเพราะคอยจะเสียสมาธิเจออะไรเข้ามาทำให้สติวอกแวกจนต้องอ่านแล้ววาง วาง วาง อยู่เรื่อย

เล่มนี้มีคนแนะนำให้อ่านค่ะหลังจากสัญญากับตัวเองว่าจะพยายามไม่ฟังคำแนะนำใคร ฉันต้องลองด้วยตัวเอง แต่บ้าจี้มั้งคะ รู้ตัวอีกทีก็เลยมีอยู่ในมือแอบแวะไปในเว็บเด็กดี เพราะคนแนะนำบอกว่าดังเปรี้ยงปร้างส่วนตัวเพย์ตั้นไม่ได้วัดความสนุกของนิยายด้วยยอดวิว ยอดความคิดเห็นหรือจำนวนแฟนคลับในเว็บไซต์ออนไลน์นะคะเพราะ each to his own รสนิยมใครรสนิยมมัน เรื่องติดอันดับเนี่ยกดเข้าไป2 times out of 3 มักต้องถอนใจแล้วปิดหนี

บางทีนิยายสนุกๆ กลับกลายเป็นนิยายที่คนมองข้ามโดยเฉพาะเมื่อมันเรตไม่แรงพอ

หากใครคิดว่า รักแท้น้ำตาลวง  เป็นนิยายติดเรตขอบอกตรงนี้เลยค่ะว่าไม่ใช่เลยสักนิด เพย์ตั้นเองก็แปลกใจนะคิดว่ามันน่าจะเรตอยู่พอประมาณ แต่ไม่เลยค่ะ เนื้อหานั้นรุนแรง เข้มข้นบีบหัวใจในตัวของมันเองโดยไม่มีการบังคับขืนใจ เอะอะอะไรก็จะลากขึ้นเตียงทุกทีที่ทะเลาะกัน แต่ไอ้ตบจูบน่ะมีค่ะ อิอิอิ

รักแท้น้ำตาลวง เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง ธารนที แผ่นฟ้า และอิงอร

ในค่ำคืนงานเลี้ยงต้อนรับแผ่นฟ้า อริยะการบุตรชายคนเดียวของนายผลภูผากลับจากต่างประเทศ ยาปลุกเซ็กส์ที่อิงอร แฟนสาวผู้แสนสวย แสนดี แสนเพอร์เฟ็กเติมใส่ลงไปในเหล้านั้นกลับทำให้ชายหนุ่มพลั้งพลาดได้เสียกับสาวน้อยข้างบ้านอย่าง ธารนที เธอกลายเป็นแพะรับบาปราวกับโชคชะตากลั่นแกล้งแต่น่าเสียดายที่แผ่นฟ้ากลับปักใจเชื่อว่า ผู้หญิงเจ้ามารยาจอมโกหกหลอกลวงและคิดจับผู้ชายด้วยวิธีสกปรกๆ คือ ธารนที หาใช่อิงอร แฟนสาวของตนไม่ 

ความเคียดแค้นทวีคูณเมื่อถูกจับบังคับให้แต่งงานกับเจ้าหล่อนทั้งๆ ที่เขาเองก็มีคนรักอย่างอิงอรอยู่แล้ว แถมธารนทีก็มีพีรดนย์ หนุ่มหน้าตี๋ผู้รักเธอหมดใจเข้ามาพัวพัน เขาเลยยิ่งเชื่อว่าธารนทีคือผู้หญิงที่แสนจะ“ร่าน” ไม่คู่ควรกับเขาเลยสักนิด


แผ่นฟ้ายอมแต่งงานกับธารนทีตามคำสั่งของบุพการี แต่ปฏิญาณตนว่าจะทำให้หญิงสาวทนทุกข์ทรมานที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้โทษฐานที่นางมารร้ายอย่างเธอบังอาจทำลายชีวิตเขาเช่นนี้

ธารนทีไม่เข้าใจว่าเหตุใดแผ่นฟ้าถึงไม่ยอมฟังคำอธิบายจากปากเธอในสายตาของเขาเธอเลวขนาดนั้นเลยหรือ "น้ำเจ็บ พี่ฟ้ารู้บ้างไหม" คือสิ่งที่เธออยากจะถามเขานัก หญิงสาวอยากรู้เหลือเกินว่าพี่ชายที่แสนดีของเธอหายไปไหน เมื่อย้อนนึกถึงวันวาน แผ่นฟ้าคือชายหนุ่มผู้เปรียบเสมือนที่พักพิงอันแสนอบอุ่นในยามที่เธอปวดร้าว ในยามที่พ่อแม่ทะเลาะกัน เขาคอยเช็ดน้ำตา ปลอบประโลมเด็กหญิงขี้แย่นามธารนที เขารักและห่วงใยน้องน้อยอย่างเธอมาตลอด 

จนหัวใจของธารนทีมีเพียงแต่เขาเสมอมา

แต่ในวันนี้เขาเหมือนซาตานไร้หัวใจเฝ้าทำร้ายและทำลายความรู้สึกของเธอทุกครั้งที่มีโอกาส เพียงเพราะการเข้าใจผิด

แต่ธารนทีสัญญาว่าเธอจะเป็นภรรยาที่ดีตามใจและปรนนิบัติแผ่นฟ้าอย่างดีที่สุด เธอจะรักษาคำพูดที่ครั้งหนึ่งเธอเคยประกาศไว้กับเขา

เพราะรักถึงทำ


พอละๆ ขี้เกียจเล่าค่ะ เอาเป็นว่ามาเม้าท์กันเลยแล้วกัน

ตามที่บอกนะคะเรื่องมันเกิดจากยาปลุกเซ็กส์ คนเขียนใบ้ไว้แล้วค่ะว่าอิงอรแฟนรักสุดเลิฟของตาแผ่นฟ้าน่ะตัวการ แต่กว่าพระเอกจะรู้ก็โน่นนะคะเกือบๆ จบเรื่องแถมเจ้าหล่อนไม่ต้องรับโทษอะไรเลย   

No sir, I kid you not.


พระเอกนางเอกก็เลยต้องมาแต่งงานกันโดยเปิดเผยทีหลังว่าพ่อของพระเอกเนี่ยตั้งใจจะจับลูกชายให้เป็นทองแผ่นเดียวกันกับนางเอกของเราตั้งนานแล้วเพราะพระเอกเป็นพวกความรู้สึกช้า (โคตรค่ะ เพย์ตั้นขอยืนยัน) ไม่รู้สักนิดว่ารักนางเอกมาตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว (มันสมควรให้นางเอกทิ้งหายไปเลย) ตามที่ท่านนายพลบอกนะคะ ว่าไม่มี ‘พี่ชาย’ คนไหนเขาสั่งห้ามไม่ให้ผู้ชายคนอื่นๆ เข้าใกล้ ‘น้องสาว’เหมือนแบบแผ่นฟ้าหรอก

นั่นสิ

คนอื่นเขาเห็นคนอ่านอย่างเราก็เห็นค่ะว่าพระเอกน่ะรักนางเอก แต่มันซื่อบื่อความรู้สึกช้ายิ่งกว่าอะไรดีจนเพย์ตั้นปรี๊ดแตกไปหลายรอบแล้วเหมือนกัน


ผู้เขียนคอยแทรกฉากเรื่องราวในอดีตมาเป็นระยะๆ ทำให้เราได้เห็นความผูกพันระหว่างธารนทีและแผ่นฟ้าค่ะ ทำให้คนอ่านซึมซับและเริ่มเชื่อมั่นในความรักที่ก่อตัวมานาน เพราะถ้าดูจากเหตุการณ์ปัจจุบัน มันสมควรอย่างยิ่งที่ธารนทีจะหมดรักอีตาเบื๊อกแผ่นฟ้าสุดๆ เลยนะ อีกอย่างฉากในอดีตก็ทำให้เราได้เห็นว่า ทำไมพระเอกถึงได้ผิดหวังในตัวนางเอกเพราะเจ้าหล่อน คนที่เขาเคยรู้จัก รักและเอ็นดูนั้นอ่อนหวาน ไร้พิษสง เด็กดีว่านอนสอนง่ายอะไรพรรคนั้น

แต่ขณะเดียวกันคนอ่านอย่างเพย์ตั้นก็อดสงสัยและเคืองใจไม่ได้ค่ะ ว่าทำไมนะทำไมถ้ารู้จักกันมาตั้งแต่อ้อนแต่ออด อีตาพระเอกมันถึงได้ซื่อบื่อ งี่เง่ากินหญ้าแทนข้าวแบบนี้ ทำไมถึงงมงายสุดๆ กับอีเรื่องที่ว่านางเอกเป็นคนเอายาปลุกเซ็กส์ให้ตัวเองทาน 

วุ้ย!

ขอบอกค่ะว่าช่วงระหว่างที่พระเอกนางเอกแต่งงานอยู่ด้วยกัน การกระทำและทุกคำพูดของนายแผ่นฟ้า เกิน90% ของฉากทั้งหมด เพย์ตั้นได้แต่เจริญพรตานี่ในใจ มันตั้งหน้าตั้งตาจะกดขี่ข่มเหงนางเอกเราอย่างเดียวหรือยังไง

โดนเพย์ตั้นตัดคะแนนความเป็นชายในฝันออกไปจนจะติดลบ เพิ่มคะแนนให้ก็ตอนที่เขาเอาอกเอาใจ ดูแลนางเอกที่ไม่สบายไข้ขึ้น (เหอะๆ มุกนี้เห็นแล้วแบบว่า you know, what else is new?) บวกกับการที่เขาไม่ได้ขืนใจนางเอกเหมือนพระเอกส่วนใหญ่ในตลาดสมัยนี้ แต่ๆ คะแนนความนิยมเหลือศูนย์อีกรอบก็ตอนที่พี่แกตบหน้านางเอกเนี่ยล่ะค่ะ


อันนี้ขอบอกว่ารับไม่ได้จริงๆ เป็นเพย์ตั้นฟ้องหย่า ตัดใจตัดรักกันเสียเดี๋ยวนั้นล่ะค่ะ

นางเอกก็นะช่างสรรหาข้ออ้างมาให้ชายสุดที่รัก ต้นฉบับของคำว่ารักทำให้คนตาบอด สุดๆ

แต่เพย์ตั้นน่ะหรือไม่ไหวจะเคลียร์

ตอนนั้นนั่งอ่านฉากนี้ระหว่างที่เจมส์เล่นCOD ค่ะ เกมส์นี่นะเล่นทีไรลืมไปเลยว่ามีเพย์ตั้นอยู่ในชีวิต -__-" แต่ปฏิกิริยาเพย์ตั้นคงรุนแรงน่าดู เพราะเขาวางคอนโซล แล้วเดินเข้ามาเขย่าๆ ไอ้เราล่ะไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอนั่งบ่นออกมาเป็นชุดในทุกภาษาที่นึกออก อารมณ์เสียจนเดือดร้อนเจมส์ รีบวิ่งไปรินน้ำส้มเย็นๆมาให้ดื่ม (มันต้องอย่างนี้สิคะ ฮ่าๆ)

กลับมาที่นายแผ่นฟ้าต่อค่ะบ่นสามวันคงไม่จบ แต่ขอบ่นอีกนิด บุคลิกเขาแท้จริงแล้วอบอุ่น แต่กับนางเอกเนี่ยขาดความเป็นสุภาพบุรุษอย่างรุนแรง ไร้วุฒิภาวะมากๆ ยิ่งวัดจากการปฏิบัติตัวของเขาต่อนางเอกเท่าไร คนอ่านอย่างเพย์ตั้นเนี่ย ยิ่งรักตานี่/สงสารตานี่ไม่ลงเลย ทั้งๆ ที่พยายามไตร่ตรองเหตุผลแล้วแต่มันสุดๆ ค่ะ

สายน้ำล่ะก็นะ อึดมากกกกเป็นเพย์ตั้นหน่อยล่ะไม่ได้ คงเอาอะไรฟาดหัวอีตาพี่ฟ้าจนโคม่าไปแล้ว นู่นก็ไม่ดีนี่ก็ไม่เอา ปากคอเราะร้ายกรีดแทงใจกันจริง กับข้าวอร่อยๆ มีให้กินไม่กินล่ะ เรื่องมาก

นางเอกน่าจะจัดมื้อค่ำด้วยหญ้าสักกอ


ปกติเพย์ตั้นจะอินและเสียน้ำตาตามนางเอกนะคะแต่เรื่องนี้ แม่เจ้า ชีเจ้าน้ำตาสุดๆ (ก็สมควรอยู่หรอก) ลำพังความงี่เง่าของอีตาพี่ฟ้าเพย์ตั้นก็โคตรจะไม่ปลื้มอยู่ละ มาเจอนางเอกผู้แสนบอบบาง ร้องไห้เป็นเผาเต่าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เพย์ตั้นล่ะเหนื่อยแทน *ปาดเหงื่อ*

พูดอย่างนี้ก็ไม่ใช่ว่าตัวละครจะไร้การพัฒนาค่ะ ธารนทีเติบโตขึ้นมากเมื่อเรื่องดำเนินไป จากอ่อนแอไม่เถียงแผ่นฟ้าสักคำ หลังๆ เธอก็เลิกกลายเป็นแม่ดอกพิกุลทองค่ะ โต้กลับบ้าง แม้เพย์ตั้นจะยังแอบรำคาญว่าเธอรักแผ่นฟ้ามากจนตาบอดเชื่อว่าความรักของเธอจะเปลี่ยนแปลงเขาได้ (ซึ่งก็ได้จริงๆ ล่ะค่ะตามฉบับ) แต่ยิ่งอ่านก็ยิ่งสงสารสายน้ำนะคะ เห็นใจเธอมาก เธอทำทุกอย่างเพราะรักจริงๆ หลีกทางให้อิงอรและพยายามตัดใจจากแผ่นฟ้าก็เพื่อให้เขาได้อยู่กับคนที่เขารัก แม้ว่าคนๆนั้นมันจะไม่ใช่เธอก็ตาม

แม่คุณทูนหัวเธอจะดีอะไรขนาดนี้

ธารนทีเป็นนางเอกสไตล์กุลสตรีไทย สุภาพอ่อนหวาน ใสซื่อ เชื่อฟังผู้ใหญ่ ช้างเท้าหลัง ผู้หญิงที่เพย์ตั้นชอบล้อว่า “sets feminism back 50 years” เพย์ตั้นนับถือเธอมากกว่าชื่นชอบนะคะ เธอทนได้ทนดีจริงๆ ไปทำงานงกๆ กลับมายังต้องทำความสะอาดบ้าน ทำกับข้าวเอาอกเอาใจพระเอกที่คอยจะมองข้ามความดีและทำร้ายจิตใจเธอตลอด

เฮ้อ



พูดถึงตัวละครตัวอื่นๆบ้าง 

อิงอร แฟนสาวของพระเอกนั่นเอง ตอนแรกเพย์ตั้นคิดว่าจะต้องเจอนางร้ายขี้วีนมากรี๊ดๆ ปรี๊ดๆ กระทืบเท้าตึงตังตลอดเวลาที่ปรากฏตัวให้ไมเกรนขึ้นสมอง แต่ไม่ใช่ค่ะ อิงอร เธอเหมือนจะร้ายลึกๆ วาจาบ่อยครั้งมักจะเชือดเฉือนจิตใจนางเอก แต่ก็ทำได้แบบที่ว่าคนอ่านยังบอกไม่ถูกเลยว่าเธอตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ 

ผู้เขียนอ้ะ แกล้งเค้า จะเกลียดชีก็เกลียดไม่ลง จนเธอกลายเป็นตัวละครที่เพย์ตั้นชอบที่สุดนะคะ ในเรื่องเนี่ย

แต่ที่อิงอรต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ก็เพราะตัวเธอเองคือเหมือนกรรมจะตามทันค่ะ จะวางยาพระเอกเพื่อผูกมัดเขาไว้ก็กลับต้องกลายเป็นว่าเสียเขาให้คนอื่นแล้วอย่างที่อิงอรคิด รักแท้มันก็แพ้ใกล้ชิดจริงๆ

ขำอีตอนตาแผ่นฟ้าบอกอิงอรว่าเขาไม่ชอบทานเห็ด ตรงกันข้ามกับธารนทีที่จะยกอาหารไปทิ้ง อิงอรบอกให้พระเอกเขี่ยออก




อันนี้เพย์ตั้นหัวเราะออกมาเลยนะคะเพราะส่วนตัวคงทำแบบอิงอร ก็แบบธารนทีน่ะเสียดายของค่ะ แล้วเรื่องแค่นี้โตเป็นควาย วุฒิภาวะก็(เหมือนจะ)มี ยังจะมางอแงอะไรอีก ไม่กินก็เขี่ยออก ยากอะไร

ถึงจุดนั้นเพย์ตั้นยังคิดเลยว่าอิงอรเอ๋ย บอกลาตาฟ้าเถอะ ไปหาคนอื่นซะ

มีอีกคนที่ต้องทักพระรองของเรา คุณพีรดนย์ หรือพี่ดนย์ หัวหน้าแผนกของธารนที

ไม่ต้องสาธยายอะไรมากค่ะตานี่ก็พระรองฉบับเดิม ดีจนแทบจะไม่มีที่ติ รักนางเอกสุดใจ แต่ก็ต้องกินแห้วกระป๋องแทนข้าวเนื่องจากสาวเจ้าปันใจไปให้พระเอกเสียแล้ว

นายนี่มีมุมร้ายเหมือนกันนะคะแต่โง่ๆ ทึ่มๆ อย่างอีตาแผ่นฟ้า ก็คงต้องเจออย่างพีรดนย์ ถึงกระนั้นก็เถอะ ร้ายสู้พระเอกไม่ได้อยู่ดี

แถมเสียดายที่กรรมการ(คนเขียน)ลำเอียงค่ะ ขึ้นชกทีไร พีรดนย์แพ้ทุกทีต่อยกันจริงๆ ก็หน้าหงายเสีย ราบคาบ เหอะๆ

เอ้อ ถึงจะดีเลิศเลอ รักเราสุดใจ แต่เป็นเพย์ตั้นก็ไม่เอานะคะ นายพีรดนย์เนี่ย เพราะเขาทำเราและนางเอกเหวอมึนไปหลายตลบตั้งแต่เปิดตัวแล้วค่ะ  จู่ๆ ก็เอาแหวนมาให้ ทำทีจะขอจับจองเรา ขอเป็นเจ้าของ

เออ แบบนี้ก็มีด้วยแฮะ

งงเหมือนกับนางเอกว่า ไปตกลงว่ารักและมีใจให้กันตอนไหน นายนี่คือคิดเองเออเองไปคนเดียวจนเพย์ตั้นหมดอารมณ์ค่ะไม่คิดจะลองเดตสาวเขาหน่อยเลยหรือ ก่อนจะรวบรัดว่าเขาเป็นแฟนตัวน่ะ

Oh, good heavens... พระรองชอบเล่นไม้นี้กันทุกคน


สะดุดสุดๆ ตรง เพชรสีเหลือง ค่ะ มันแพงกว่าเพชรสีขาวหลายเท่าเลยนะคะคุณขา เพย์ตั้นเลยงงว่าเราเข้าใจความหมายของเพชรสีเหลืองในแบบฉบับคนเขียนผิดไปหรือเปล่า

ก็นั่นล่ะค่ะpet peeve เล็กๆ น้อยๆ ของเพย์ตั้นตอนอ่าน


โอเคเรื่องราวมีอีกค่ะ เช่นเรื่องราวของพ่อแม่นางเอก ชีวิตคู่ที่มีแต่ความบาดหมางเพราะความเข้าใจผิด ซึ่งคล้ายจะสะท้อนเรื่องราวของนางเอกและพระเอกนิดๆ ตรงจุดที่เหตุมันเกิดเพราะไม่ยอมหันหน้าปรับความเข้าใจกัน แล้วที่ว่าความสัมพันธ์ที่ขาดความเชื่อมั่นในตัวกันและกัน มักจะทำให้ชีวิตคู่ไปไม่รอด

แต่หลักๆ พล็อตก็เน้นชีวิตแต่งงานอันแสนจะโศกเศร้าโหดร้ายหดหู่ใจของพระเอกนางเอก ตาแผ่นฟ้าทำกับนางเอกเสียจนเพย์ตั้นลุ้นหืดขึ้นคอว่าเมื่อไหร่นางเอกจะหย่าๆไปสักที แต่ขอโทษค่ะ พอจะหย่าอีตานี่กลับไม่ยอม อ้างว่าไม่มีวันปล่อยให้นางเอกไปหาพีรดนย์ง่ายๆ เรื่องของเรื่องมันจะกั๊กนางเอกนั่นล่ะ

หมั่นไส้!

ส่วนตัวเพย์ตั้นคิดว่านางเอกให้อภัยพระเอกง่ายไปนิดนึงค่ะ (ส่วนตัวไม่อยากให้อภัยเลย ฮา) ชิชะ แต่ความรักนะมันไม่เข้าใครออกใคร เหลือบมองคนข้างๆ ที่กำลังนั่งเขียนรีพอร์ต บอกไปเขาว่าหากลงไม้ลงมือกับเพย์ตั้นเมื่อไหร่  ตายลูกเดียว

“พ่อยูคงตอกฝาโรงฝังไอทั้งเป็นแล้วพ่อไอคงไปขุดไอขึ้นมา แล้วก็ฆ่าไอทิ้ง”

555+

ท่าทางจะจริงค่ะ

อ่านจบๆไปอย่างงงๆ ในอารมณ์ของตัวเองค่ะ เพื่อนที่แนะนำมาถาม ก็บอกไม่ได้ว่ารู้สึกยังไงกันแน่แต่มาคิดๆ ดูก็นะ สนุกในระดับหนึ่งเลยค่ะ (ไม่งั้นข้าพเจ้าจะอ่านจบหรือ) ถึงพระเอกจะไม่เข้าตาเท่าไรนัก ถึงนางเอกจะอ่อนแอ และpassive เกินไปนิดก็เถอะ ผู้เขียนผูกเรื่องราวได้ดีค่ะ ภาษาเขียนอ่านแล้วลื่นไหล อ่านเพลิน เนื้อหาเข้มข้น อ่านไปแล้วก็ลุ้นระทึก อินไปกับตัวละคร เชียร์ให้นางเอกเอาตะหลิวฟาดหน้าพระเอกอยู่เป็นนิจฮี่ๆ

อันนี้ชมจริงๆนะคะ ถ้าการเขียนไม่มีมนต์เสน่ห์ดึงดูดใจ เพย์ตั้นวางหนังสือไปตั้งแต่บทแรกแล้ว คุณบุหลัน ลันตายังแสดงให้เห็นว่า นิยายเนื้อหาแบบนี้ก็อ่านสนุกได้โดยไม่จำเป็นต้องมีฉากโรมรันพันตู

ถือจะมีมุกเดาง่ายแต่ก็คงความเป็นออริจินอลค่ะ ไม่งั้นก็เซ็งตายถ้าอ่านไปเดาเนื้อหาได้ทั้งเรื่องน่ะ

แอบอยากให้มีเรื่องราวในอดีตมากกว่านี้ฉากหวานๆ ล่ะนับนิ้วได้ มีแต่ฉากขมๆ ค่ะ ไอ้ที่ว่าหวานๆ ก็ยังปนขม หน้าปกหวานกว่าเนื้อหาเป็นร้อยเท่าฮ่าๆ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรนะคะ เข้าใจว่านิยายมันไม่ได้อยู่ใน genre รักหวานแววปานน้ำตาลเชื่อม ก็เลยหวานในแบบฉบับของมันเองค่ะ

คำผิดเพย์ตั้นไม่ค่อยเห็นค่ะ จะมีการจัดหน้าแปลกๆ ติดมาอยู่ตรงหน้าที่ 15 มั้ง ก็มั่วไป คือจำไม่ได้ค่ะ

สรุปคือใครหลงเข้ามาอ่าน แล้วยังสงสัยว่าควรจะอ่านไหม ก็ตามที่บอกนะคะ “each to his own” เพย์ตั้นบอกไม่ได้ว่าทุกๆ คนอ่านแล้วจะต้องรู้สึกเหมือนกัน เพราะรสนิยมคนมันไม่เหมือนกันค่ะ อยากรู้ก็ต้องลองเองค่ะ

แต่ถ้าใครชอบพระเอกใจร้ายกับนางเอกผู้แสนหวานเป็นทุนเดิม น่าจะถูกใจอยู่มากค่ะ


อ๊ากกก ต้องไปแล้วค่ะทีมผู้คุมนักโทษเตือนว่าได้เวลาทานซัพเพอร์ ทานยา นอนละ (ป่วยทีไรเหมือนจะกลมดิก กลิ้งได้ เพราะเอาแต่กินแล้วก็นอน)




 

Create Date : 09 เมษายน 2555    
Last Update : 12 เมษายน 2555 18:50:02 น.
Counter : 1263 Pageviews.  

Cups of Love: เสิร์ฟรักรสกาแฟ


บอกก่อนเลยว่า วันนี้จะมาแบบ....ยาวมาก ฮา

สวัสดีค่า ห่างหายกันไปนานเลยเนาะ แต่กลับมาจากปารีส & กรีซได้เกือบๆ อาทิตย์แล้วค่ะ ผิวที่ซีดเป็นไก่ต้มก็เริ่มคล้ำๆ เกือบจะเป็นสีกาแฟขึ้นมาแล้ว เย้ๆ (ก็เกือบๆ จะเป็นอย่างนั้นค่ะ แต่คนข้างๆ เถียงว่ายังเผือกเหมือนเดิม กรี๊ด ไม่จริง ! อย่างน้อยก็เผือกไหม้ล่ะค่ะ แหม!) กลับมาแบบมีความสุขแต่ก็เหนื่อยจนทนไม่ไหว เพราะเพย์ตั้นเป็นพวกไม่ชอบนอนบนเครื่องค่ะ เจมส์บอกว่าไม่คุ้มค่าตั๋วเลยอย่างนั้น น่าจับไปนั่งชั้นประหยัด ก็พี่แกเล่นกรนมาแทบตลอดทาง เพย์ตั้นน่ะนั่งดูหนังมาตลอดตั้งแต่เครื่องออกจากดูไบค่ะ แทบคลานกลับบ้านเลย หัวถึงหมอนก็สลบลืมฟ้าลืมตะวัน ตื่นมาอีกทีถึงได้หิ้วท้องไปร้านอาหารไทยใกล้บ้าน คือมันโหยหาอาหารรสชาติจัดจ้านจริงๆ ค่ะ หลังจากกินแต่อาหารเมดิเตอเรเนียนติดต่อกันราวๆ สองอาทิตย์

รุ่งขึ้นก็กระวีกระวาดไปสะสางชีวิต เพราะได้พักแค่วันเดียวก่อนต้องเข้าออฟฟิศค่ะ (เข้าไปถึงน้ำตาแทบท่วมตึก งานกองเยอะมาก นี่ฉันหายไปสองอาทิตย์หรือสองปีเนี้ยยยย ?!)

เลยได้ฤกษ์แวะไปรับพัสดุจากไปรษณีย์ด้วยค่ะ หนังสือประจำเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมส่งมาแล้ว กล่องใหญ่โตมโหฬารมากๆ (ก็นะ ค่าส่งทำเอาน้ำตาตกในกันไปเลย) สั่งซื้อมาดอง เอ้ย มาอ่านเกือบๆ ยี่สิบเล่มได้ ให้ตายสิ ของเก่าก็ท่วมหัวแล้ว โรคจิตจริงๆ ค่ะ ขนาดว่าเพย์ตั้นเรื่องมากแล้วนะ ยังสั่งได้เยอะขนาดนี้เลย … แหะๆ ก็ยังปิดภาคเรียนอีกตั้งเป็นอาทิตย์นี่คะ ก็เลยหวังว่าจะได้โอกาสนั่งๆ นอนๆ อ่านนิยายให้ตาแฉะไปเลย

*เป๊าะ*

อย่างงไปค่ะ เสียงลูกโป่งแห่งความฝันเพย์ตั้นแตกเอง ไอ้ที่อยู่ทำมิดีมิร้ายหนุ่มๆ กรีกต่อไปอีกไม่ได้ ก็เพราะต้องรีบกลับมาทำงานค่ะ บอสเพย์ตั้นจะสติแตกตายอยู่แล้ว คนข้างๆ ล้อว่าสงสัยเป็นเพราะไม่มีคนชงชายามบ่ายให้มั้ง ถึงได้คลุ้มคลั่งแบบนี้ ก๊าก พอดีเพย์ตั้นชงชายามบ่ายให้แกทานตลอดก็เลยชิน

เอาเถอะค่ะ มาปั๊มเงินหลังจากท่องเที่ยวจนล้มละลาย (ก็ว่าไปโน่น)

พูดถึงเที่ยว...ขอเอารูปมาอวดและยั่วน้ำลายนิดนึงนะคะ ก่อนคุยเรื่องนิยายเล่มล่าสุดที่หยิบมาอ่าน

ดูพวก ‘idiots’ เสี่ยงตายค่ะ ด้วยการวิ่งข้ามถนนสักประมาณ 6 เลนได้ที่ Arc de Triomphe กรุงปารีส คนถ่ายบ่นหูดับตับไหม้ว่าเล่นพิเรนทร์ แต่ไอ้พวกคนจะวิ่งหาได้แคร์ไม่ค่ะ บ้าจัดว่างั้นเถอะ ฮาาา เป็นช็อตๆ ดูไปก็จะเห็นว่าภาพแรกนั้นลังเล ‘จะรอดไหมนะ’...จากนั้นก็วิ่งไม่คิดชีวิตค่ะ แล้วก็ กรี๊ด รอดแล้วค่า!







คุณแม่เพย์ตั้นเห็นภาพแล้วก็บอกเลยค่ะว่า “sil vous plait ...if it pleases you” ฮ่าๆ

ส่วนที่เหลือเก็บตกเล็กๆ น้อยๆ จากกรีซค่ะ Mykonos และ Santorini ... เพื่อนๆ พากันแซวใหญ่ว่ามิโคนอซนั้นมีมากกว่า Tropicana หรือ Paradise นะยูเอ๋ย เนื่องจากว่ารอบก่อนนั้นก็มีแต่ภาพจากคลับ Paradise รอบนี้ก็เน้น Tropicana ...ก็นะ ฮ่าๆ





ใครยังไม่ได้ไป ไปให้ได้นะคะ กรีซเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีเสน่ห์เกินบรรยาย unique & picturesque เลยจริงๆ ทีเดียวค่ะ ต่อให้ร้อนแค่ไหนไปแล้วไม่อยากกลับ หนุ่มๆ กรีก ถึงจะไม่ใช่สเป็ก แต่ก็ทำเพย์ตั้นน้ำลายหกไปหลายกะละมังเหมือนกันค่ะ อ้าปากหวอ หมุนตัวตามตาเหม่อๆ ลอยๆ จนคนข้างๆ หมั่นไส้เอานิ้วป้ายปาก บอกว่าเช็ดน้ำลายให้ - -*








กลับเข้าเรื่องนิยายอีกรอบ และด้วยเรื่องที่ว่าตัวเพย์ตั้นนั้นจะจู้จี้จุกจิกเรื่องนิยายไทยมากไปหรือเปล่า บางทีก็เคยถามตัวเองเหมือนกันนะคะ แต่ก็ต้องขอเข้าข้างตัวเองหน่อยค่ะ ว่าเรื่องมากอย่างจำเป็น คือก็แหม นิยายโรมานซ์ รักๆ ของเมืองไทยเนี่ยมีเป็นร้อยเป็นพัน ไปเดินร้านหนังสือที่เมืองไทยหรือแค่เปิดเว็บเข้าไปดูก็ตาลายแล้ว เพย์ตั้นเชื่อว่า ดูๆ แล้วนิยายพวกนี้มีมากกว่า Chick Lit. ของอเมริกัน อังกฤษและอีกทุกๆ ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่มารวมกันอีกนะคะ (โห ขนาดนั้นเลยเชียวหรือเธอ)

มันต้องเลือกกันหน่อยล่ะ ใช่ไหมล่ะ ? เพย์ตั้นก็เลยตัดปัญหาด้วยการจับสนพ. ที่ไม่ใช้ปกหน้าคนมาวางไว้อันดับต้นๆ ของลิสต์ค่ะ ฮา (แก้ปัญหาได้สุดยอดมากเลยเนอะ) แต่ก็เป็นเพราะยังไม่ผิดหวังแบบชักดิ้นชักงอเลยสักทีค่ะกับปกแบบนี้ หุหุหุ

ส่วนวันนี้เพย์ตั้นมาพร้อมกับนิยายจากสนพ. Be Mine ค่ะ (เอ้อ เพิ่งสังเกตเห็นว่ามี Sexy แปะมาด้วย ) ในเครือ Touch …ใช่ไหมคะ ? เอ่อ ประมาณว่าเป็นญาติกัน พี่น้องอะไรประมาณนี้ เอ หรือสนพ. แม่-ลูก หว่า เอาเถอะค่ะ เพย์ตั้นเคยอ่านนิยายจากสองสนพ. นี้อยู่สองสามเล่ม ยังไม่ผิดหวังรุนแรงนะคะ เพย์ตั้นอ่านได้อยู่ ชอบตรงที่หลากหลายแนวดี แต่เจอปัญหาเดิมๆ ซึ่งเดี๋ยวจะขอบ่นตอนท้ายๆ แล้วกันค่ะ





เสิร์ฟรักรสกาแฟ หรือ Cups of Love นั้นเพย์ตั้นสั่งตอนนั่งในร้านกาแฟพอดีค่ะ ไม่กี่วันก่อนออกเดินทางไปพักร้อน ประมาณสั่งซื้อเอาสนุกก็ว่าได้ พอตอนอ่านก็กะจะกลับไปนั่งที่ร้านกาแฟเหมือนกัน เพื่อจะได้กาแฟตามแต่ละเรื่องในเล่มอะไรประมาณนั้นค่ะ แต่โดนสะกิด ก็เลยตระหนักได้ว่าขืนทำเช่นนั้นอาจจะมีการตาค้างหัวใจวายก่อนอ่านนิยายจบแน่ๆ ก็เลยนั่งๆ นอนๆ อ่านอยู่ในสวนแทน






Cups of Love: เสิร์ฟรักรสกาแฟ


ก็อย่างที่ชื่อเรื่องก็บอกไว้แล้ว เสิร์ฟรักรสกาแฟเป็นเรื่องราวของความรักที่เกี่ยวข้องกับกาแฟ หกเรื่องหกรสค่ะ

Americano, Caramel Macchiato, Cappucino, Latte, Espresso และ Mocha

แอบแปลกใจนะคะที่เขาไม่ได้เรียกตามลำดับความหวานหรือขม มากไปน้อยอะไรประมาณนี้ แต่อาจจะเป็นเพราะว่าอยากให้คนอ่านได้รู้สึกเหมือนนั่งเครื่องเล่น Roller Coaster หรือเปล่าคะ ขึ้นๆ ลงๆ อะไรประมาณนั้น อิอิ เอาเถอะค่ะ เพย์ตั้นก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการเรียงเรื่อง แค่อยากรู้ว่าเขาเรียงเรื่องด้วยอะไรก็เท่านั้น ตามประสาคนขี้สงสัย ฮ่าๆ

เรื่องสั้น 6 เรื่องจาก 6 นามปากกาซึ่งเพย์ตั้นก็คุ้นหูและคุ้นตาพอสมควร (ถึงจะยังไม่ได้อ่านเรื่องของใครสักคนเลย แฮ่ๆ)

อ้อ เห็นว่ามีเล่มที่ออกคู่กันด้วยค่ะ เป็นขนม ชื่อเรื่อง หวานนักรักนี้ ชื่อภาษาอังกฤษจำไม่ได้จริงๆ เกือบจะเหมาซื้อมาด้วยความบ้าบิ่น แต่ตอนจบก็ไม่ได้ซื้อมาเนื่องจาก 1. กำลัง diet (ไม่อยากมีอะไรมายั่วต่อมความอยาก ฮ่าๆ) และ2. เหลือบไปเห็นคำโปรยด้านหลังของเรื่องนึงแล้วสะดุ้งค่ะ ก็เลยเอากาแฟมาชิมลางก่อน ขนมนั้นค่อยว่ากันอีกที แฮ่ๆ

ในเรื่องนี้ไม่มีตัวละครเกี่ยวเนื่องกันค่ะ (มั้ง…) แต่ตัวละครจากทุกๆ เรื่องจะแวะเวียนมาที่ร้านกาแฟซึ่งชื่อว่าร้าน Cups of Love ซึ่งตั้งอยู่แถวๆ เชียงใหม่นั่นเอง เพราะฉะนั้นเรื่องย่อคร่าวๆ คงจัดให้ได้ลำบาก ก็เลยจะขอขออณุญาตเม้าท์ไปตามลำดับที่จัดไว้ในหน้าของหนังสือนะคะ

แต่ก่อนเริ่มขอเสียมารยาทนิดนึง ขอแย้งสนพ. หน่อยตรงคำนำที่เขียนไว้ ว่าควรจะเป็น Brainstorm ค่ะ ไม่ใช่ Brain strom ตอนแรกเพย์ตั้นนึกว่าเขาเขียนว่า Brain Stem เสียอีกนะนั่น ฮา







Americano: At a Place Right Here, Where I Have You - ณ มุมหนึ่งตรงนี้ ที่ที่ผมมีคุณ

คุณพระ ! ชื่อยาวได้โล่เลยค่ะคุณขา

กษิราเป็น Barista ของเล่มค่ะ โดยตัวละครของเธอเป็นเจ้าของร้านกาแฟ (และบาริสต้า) เออ ก็ไม่เชิงนะคะ คือเพื่อนของนางเอกเป็นเจ้าของร้านกาแฟ แต่นางเอกเรามาดูแลให้

น้ำหวาน หรือวีระญา นางเอกของเรื่องกำลังน้อยใจแฟนค่ะ ด้วยเหตุผลที่สาวๆ ส่วนใหญ่คงคุ้นเคยดีอย่างเรื่องที่เขาไม่มีเวลาให้ หรือทีท่าที่ไม่พร้อมจะปักหลักกับตัวเธอ (อย่างตอนที่เธอเอ่ยถึงเรื่องแต่งงานก็ทำเฉย ไม่ตอบ มันก็น่าเสียความรู้สึกอยู่หรอกค่ะ) แล้วไอ้อนาคตที่ไม่แน่นอนนั่นแล หญิงสาวเลยหนีขึ้นเหนือมาดูแลร้านกาแฟให้เพื่อนและถือโอกาสทำงานด้วยเลย เธอเป็นคอลัมนิสต์ค่ะ เขียนเกี่ยวกับกาแฟ และนามปากกา ‘กรุ่นกลิ่นกาแฟ’ ที่เธอใช้ก็เป็นนามปากกาที่เดวิด พระเอกของเรื่องชื่นชอบ นามปากกานี้ทำให้เขาลุ่มหลงในมนตราของกาแฟ จากที่เคยเป็นนักดื่มกาแฟธรรมดาๆ อย่างประชากรทั่วไป ก็กลายมาเป็นแฟนพันธุ์แท้อะไรประมาณนั้นค่ะ เขามาติดใจน้ำหวานเข้าและพอทราบว่าเธอคือเจ้าของนามปากกาก็ไม่ปล่อยให้หลุดมือ

ก็ตามปกติค่ะ นางเอกงอน พระเอกก็ต้องมาง้อ แต่เรื่องนี้จะเน้นไปกับการที่วีระญามานั่งรำลึกถึงความหลัง วันวานที่เธอได้พบเจอกับเดวิดจนทั้งคู่ตกหลุมรักกันในที่สุดมากกว่าค่ะ เนื้อหาจึงสลับไปมาระหว่างอดีตและปัจจุบันบ่อยพอสมควร


บอกตามตรง เพย์ตั้นไม่ได้ประทับใจเรื่องนี้มากมายค่ะ เพย์ตั้นคิดว่าพล็อตมันอ่อน ดำเนินเรื่องช้าและอืดไปหน่อย คือดูๆ แล้วก็เหมือนผู้เขียนตั้งใจให้มันออกมาเข้มข้นนะคะ แต่ไปตกม้าตายที่วิธีการเขียนและดำเนินเรื่องซึ่งทำให้เนื้อเรื่องอ่อนยวบ อย่างเช่นนำเสนอประเด็นของเรื่องค่อนข้างช้ามากสำหรับเรื่องสั้น ทั้งๆ ที่มีหลายต่อหลายจุดในเรื่องที่เพย์ตั้นเห็นว่ามีศักยภาพที่จะกลายเป็นจุดดึงดูดและทำให้นิยายเรื่องนี้น่าตรึงใจกว่าที่เป็นค่ะ

เริ่มที่บทแรกเลยดีกว่า เพย์ตั้นไม่ได้แอนตี้การบรรยายสถานที่เป็นอันดับแรกนะคะ ชอบมากๆ เสียด้วย มันเป็นการกระตุ้นระบบสัมผัสส่วนหนึ่ง และเพย์ตั้นก็เข้าใจว่าผู้เขียนรับหน้าที่เป็นบาริสต้า ประมาณเป็นเส้นด้ายที่จะเชื่อมโยงเรื่องอื่นๆ ดังนั้นหน้าที่สำคัญก็คือแนะนำสถานที่สำคัญซึ่งก็คือร้านกาแฟแห่งนี้

ผู้เขียนอธิบายได้เห็นภาพ ละเอียดชัดเจนดีค่ะ แต่ขออภัยเถอะ พอเข้าหน้าที่ 2 เริ่มรู้สึกเหมือนกำลังอ่านโน๊ตเก็บรายละเอียดของนักออกแบบมากกว่านิยายค่ะ มันทำให้สถานที่ที่ควรจะโดดเด่นหมดเสน่ห์ไปในสายตาของเพย์ตั้น ผู้เขียนน่าจะค่อยๆ เปิดตัวสถานที่ทีละนิดทีละหน่อยค่ะ ไม่ใช่จู่ๆ ก็โยนมาเต็มกระบุง หรือไม่บางแห่งก็น่าจะให้ผู้อ่านได้ไปค้นพบเจอในเรื่องถัดๆ มาบ้าง ไม่งั้นอ่านบทบรรยายย้ำทุกเรื่องมันก็จะเอียนเอาค่ะ (โชคดีว่าไม่ได้อย่างเป็นกรณีหลังนี้)

อย่างตอนอธิบายถึงเรื่องรีสอร์ทและบ้านไม้สัก ผู้เขียนน่าจะสอดแทรกเข้ามาในตอนที่นางเอก ‘ทอดสายตามองรอบๆ บริเวณพื้นร้าน…’ หรืออะไรทำนองนั้น จะน่าสนใจกว่านะคะ

แบบนี้มันค่อนข้างซ้ำซากและยืดเยื้อไปค่ะ ไม่ดึงดูดความสนใจเท่าไหร่ เพย์ตั้นล่ะยอมรับเลยว่าอ่านผ่านๆ เท่านั้น สรุปร้านกาแฟในหัวก็เลยเห็นแค่ที่บรรยายไว้หน้าแรกเท่านั้นล่ะค่ะ อีกอย่างชื่อร้านย้ำอยู่เป็นร้อยรอบ เง้อ ไม่ต้องย้ำมากขนาดนั้นก็ได้ค่ะ คนอ่านคงไม่ได้ความจำสั้นขนาดนั้น อีกอันนึงคือผ้ากันเปื้อนสีไข่ไก่บนพื้นสีน้ำตาลเข้ม เห็นผู้เขียนเน้นจัง เพย์ตั้นจำได้ตั้งแต่เด็กในร้านใส่แล้วค่ะ พอนางเอกมาใส่บ้างแค่บอกว่า ผ้ากันเปื้อนของร้าน ก็พอมั้งคะ เว้นเสียว่าผ้ากันเปื้อนมีความสำคัญเกี่ยวกับเนื้อหาโดยตรง และอีกอย่างนี่มันเรื่องสั้นอ้ะค่ะ เพย์ตั้นไม่เห็นว่าจำเป็นเลย

ส่วนการเขียนนั้นเพย์ตั้นอ่านแล้วงงๆ ค่ะ โดยเฉพาะการย้อนไปย้อนมาระหว่างอดีตและปัจจุบัน เพย์ตั้นอ่านอยู่สามรอบถึงจะรู้ว่าฉากที่พระเอกนางเอกเจอกันครั้งแรกน่ะ นางเอกกำลังนึกคิดถึงอดีตอยู่ ไอ้เราก็ว่า เอ๊ะมันยังไง สรุปนี่มันเป็นเรื่องรักสามเศร้าเหรอ แล้วตาฝรั่งคนที่โผล่มาที่ร้านแถมมองนางเอกเหมือนรู้จักกันมาก่อนเนี่ยมันเป็นใคร อะไรยังไง กรี๊ดดดด

งง ค่ะงงมากๆ

แต่พออ่านๆ ไปก็เริ่มเข้าใจค่ะว่าอะไรเป็นอะไร แต่มันก็ยังไม่เคลียร์อยู่ดี ตั้งตัวไม่ทันจนสับสนค่ะ ว่าสรุปนี่ฉันอยู่ในอดีตหรือปัจจุบัน ผู้เขียนน่าจะทำให้ชัดเจนกว่านี้ค่ะ

พูดถึงตัวละครบ้าง… วีระญาเป็นสาวห้าวนอกหวานใน (กรอบนอกนุ่มในเหมือนไก่ทอดรสเลิศปะ ฮา) ส่วนพระเอกอย่างเดวิด (ใช่ค่ะ สรุปพี่ท่านคือพระเอก หลังจากที่แอบบงงในช่วงแรก) เป็นบอดี้การ์ดมาเฟียชาวอเมริกัน ความตรงไปตรงมาของเดวิดตอนจะจีบนางเอกทำให้เพย์ตั้นอมยิ้มค่ะ ถึงเฮียแกจะลักจูบนางเอกง่ายๆ เลยเพย์ตั้นก็ไม่แคร์ ยกให้ๆ แต่พออ่านๆ ไป กลายเป็นว่านึกสงสัยความงี่เง่าของพระเอก โทรฯไปบ้านนางเอกทำไมคะ คุณเธออยู่โน่น ชงกาแฟอยู่เชียงใหม่ แต่เห็นพระเอกว่าที่ไม่โทรหานางเอกเพราะรู้ดีนะว่านางเอกไม่ชอบให้โทรฯง้อ ชอบคุยกันตรงๆ (แล้วจะโทรไปบ้านเพื่อ…?)สรุปดูปอดแหกจนน่าหมั่นไส้สำหรับบอดี้การ์ด จนเพย์ตั้นพาลเอาไปลงที่คนข้างๆ อย่างไร้เหตุและผลค่ะ เพราะโผล่มาพอดี ฮา

แต่ก็ขอชมคนเขียนค่ะที่ใช้สถานที่อย่างคุ้มค่า ไม่ได้ประชดนะคะ…ชมจริงๆ เพราะไม่งั้นเพย์ตั้นคงเซ็งค่ะ ถ้าบรรยายมาเยอะแล้วไม่ใช้ให้เต็มที่ แล้วก็ท้ายเรื่องค่ะ ความเข้มข้นของเรื่องถือกำเนิดอีตรงสองบทสุดท้ายนี่ล่ะค่ะ เพย์ตั้นค่อยตื่นตัวหน่อย เหมือนกาแฟที่ดื่มโดยไม่ได้คนอ้ะค่ะ ดื่มแรกๆ มันเลยจืดเพราะส่วมผสมไปกองอยู่ตรงก้นถ้วยหมด

เพย์ตั้นยังแอบเคืองอยู่เลย เพราะตรงปกบอกว่า อเมริกาโน่เป็นรักรสเข้มเต็มรสกาแฟแท้ และอเมริกาโน่ที่เพย์ตั้นรู้จักก็มีรสชาติเข้มข้นนะคะ มันก็ espresso เติมน้ำดีๆ นี่ล่ะ คิดค้นขึ้นสำหรับพวกที่ไม่ชอบรสขมจัดของ espresso ค่ะ แล้วเรื่องนี้กลับค่อนข้างเอนไปทางรสจืด เติมน้ำมากไปอะไรแบบนั้น แต่ก็เออเนาะ อ่านไปก็เริ่มสนุกขึ้นค่ะ ถึงจะตีโจทย์ยังไม่แตกสำหรับเพย์ตั้น แค่ร้าวๆ เท่านั้น



อย่าเพิ่งเซ็งกับความคิดเห็นของเพย์ตั้นเกี่ยวกับเรื่องแรกค่ะ เพราะเพย์ตั้นอ่านเองยังไม่ได้ท้อแท้ใจแต่อย่างใดเลย (สำคัญตัวเองมากเธอ) ตามประสานางเอกที่มองโลกในแง่ดี คิกๆ เพราะมันมีเหลืออีกตั้งห้ารส แม้ว่ากาแฟจะหมดไปสามสี่แก้วแล้วกว่าจะอ่านเรื่องแรกจบ มาดูกันสิว่า Caramel Macchiato นี้จะตรงรสชาติที่เพย์ตั้นเคยลิ้มลองไหม

เอ้าๆ เรื่องต่อไปของ Nefertiti งับท่านผู้ชม

ปล. นามปากกานี้น่ารักจัง





Caramel Macchiato: รักผมโดนใจมั้ยครับคุณ


- Nefertiti




เปิดเรื่องด้วยบทเพลงที่เพย์ตั้นชอบเลย (ถึงจะเป็นคนละเวอร์ชั่นกันก็ตามที อิอิ) ทำให้นึกถึงตอนไปสวิต รอบตัวหิมะตกโปรยปราย…Oooooh.

ยอมรับตามตรงค่ะว่าตั้งใจจะจับผิดผู้เขียน (มันนิสัยเสียอีกแล้ว) แต่แปลได้ดีมากค่ะ (ยกเว้นบางจุดค่ะ อย่างบทที่ 5 พลาดนิดนึง คนพยายามทำตัวกลมกลืนหรือซ่อนตัวตนคือฝ่ายชายนะคะ) ว่าแต่…เคยสนใจทำงานแปลไหมคะ (ถึงสนแต่เพย์ตั้นไม่มีงานให้นะเออ…อ้าว -*- )

และต้องบอกอีกด้วยว่า Macchiato เนี่ย กาแฟแก้วโปรดของเพย์ตั้นกับคุณพ่อคุณแม่เลยค่ะ ชอบกันทั้งครอบครัวก็ว่าได้ มันจะหวานมัน ไปขม ไปหวานหวานมันอีกที แต่แบบใส่คาราเมลนี่ไม่เคยลองดื่มเลยค่ะ เห็นอยู่นะที่สตาร์บัคส์ แต่ก็ขอเดาเอาว่ามันคงจะเพิ่มรสชาติของความหวานจัดของคาราเมลลงไป ยังไม่เคยทานที่เมืองไทยนะคะ ก็เลยไม่ทราบว่าจะตรงกับรสชาติที่ผู้เขียนรู้จักหรือเปล่า

และก็ตรงตามรสชาติค่ะ เรื่องนี้หวานปนฮามากค่ะ ได้ทั้งสองรสชาติเกือบๆ เท่าเทียมกัน (หวานมากกว่าขม) เล่นกับอารมณ์คนอ่านได้ดีจนไม่น่าเชื่อ คือวินาทีนึงกำลังหัวเราะวินาทีต่อมาก็ปวดใจตะหงิดๆ อดสงสารนางเอกไม่ได้ อีหนูเธอซวยมาก ผู้เขียนสลับไปมาระหว่างความหวานและความขมได้ดีค่ะตามรสชาติของแมกคิอาโต้ ส่วนพระเอกนั้นก็น่ารักแบบกวนโอ๊ยดีค่ะ ‘หน้าด้าน’ ได้ใจมาก จนเพย์ตั้นอยากจะไปช่วยเฮียแกทุบกำแพงที่นางเอกสร้างไว้เสียจริง

อุ๊ย ลืมเล่าเรื่องย่อเลย… นางเอกของเราโดนไล่ออกจากที่ทำงานมาหมาดๆ ค่ะ รันทดแบบติดตลกดี ทั้งขำทั้งสงสารนะตอนเธอโดนไล่ออก พระเอกไม่ต้องพูดถึงค่ะ เพย์ตั้นแทบจะล้วงมือเข้าไปในหนังสือแล้วดึงอเล็กซานเดอร์ออกมากอดรัดฟัดเหวี่ยง (อุ๊ยตาย ว้ายกรี้ด!) ความหล่อกินขาด ความรวยนั้นสุดจะบรรยาย ความร้ายกาจมีมากไม่เท่ากับความเจ้าเล่ห์ แต่เสน่ห์น่ะ มีไว้มัดใจเพย์ตั้นเต็มๆ (ฮา คิดได้เนอะ)

พี่อเล็กซ์แก “เน่า…ไม่มีคำบรรยาย” จริงๆ ค่ะ (ถึงความสัมพันธ์จะเกิดขึ้นเร็วปานจรวด แต่ก็นะ ให้อภัย )

ยิ่งไอ้ฉากพานางเอกไปซื้อเสื้อผ้านะคะ กำลังจะทำให้เพย์ตั้นต้องงัดมารยาหญิงไปบังคับคนข้างๆ ให้ไปช้อปเป็นเพื่อนแล้วทำให้มันตื่นเต้นเร้าใจแบบพี่อเล็กซ์บ้าง

อ้อ อีกจุด ยายรัชนี นางร้ายของเรื่องโผล่มาแป๊บเดียวนี่ทำเอาเพย์ตั้นเดือดแทนนางเอกเลยค่ะ อยากเอากรงเล็บไปข่วนหน้าคุณเธอนักเชียว แนวเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด แย่งแฟนเก่านางเอกอะไรประมาณนี้ (แต่ไอ้แฟนเก่านางเอกก็เส็งเคร็งเหมือนกันล่ะค่ะ)

เอาล่ะค่ะ ไม่อยากทำให้เสียอรรถรสมากกว่านี้ เรื่องนี้สนุกค่ะ ชอบที่ผู้เขียนเก็บเรื่องราวตั้งแต่เจอกันไปจนถึงปลายทางความรัก(ที่คงไม่หยุดแค่นั้นแน่)มาถ่ายทอดไว้ได้ในเพียงไม่กี่หน้า โดยที่เพย์ตั้นไม่รู้สึกว่ามันห้วนไปหรืออะไรไป และเนื้อเรื่องอย่างที่บอก หวานปนขมกลมกล่อมดีค่ะ ขอชื่นชมคนเขียนที่ตีโจทย์แตกนะคะ เนื้อหาเข้ากับรสชาติของกาแฟได้ดีทีเดียว ตัวละครมีอารมณ์ขันทำให้อ่านไปหัวเราะไปเหมือนคนเส้นตื้น บทจะเศร้าก็เศร้าเชียว ..รักของอเล็กซ์โดนใจเพย์ตั้นค่ะ

“หากพี่จักเกี้ยวเจ้าบ้าง เจ้าจักว่ากระไร”

อ๊ายยย ขอไปกำจัดคนแถวๆ นี้ก่อนนะคะอเล็กซ์ แล้วเพย์ตั้นจะมาให้คำตอบค่า


ตอนนี้ขอจรลีไปป้อนข้าวป้อนน้ำให้ตัวเองสักครู่นะคะ ก่อนมาเคลียร์อีก 4 เรื่องที่เหลือ หุหุหุ









ถ้าจู่ๆ คนข้างๆ หันมาบอกว่าอยากมีลูก ...คุณจะทำไง ? เอ้อ เพย์ตั้นสำลักโยเกิร์ตหน้าดำหน้าแดงเลยค่ะ แบบ หา ว่าไงนะ ?! คนถามก็ทำหน้าจริงจังอีก...เอิ่ม ไปหาซื้อหมามาเลี้ยงสักตัวดีไหม ฮ่าๆ ข้ามขั้นไปเสียไกลเลยพ่อคุณ... เรื่องของเรื่องคือพี่สาวเจมส์คลอดลูกสาวก่อนกำหนดเมื่อบ่ายวันจันทร์ เพย์ตั้นถึงได้หายหัวไปเลยค่ะ เข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น ไอ้แพลนที่ว่าจะมานั่งเม้าท์กาแฟอีก 4 รสให้จบแล้วไปกรี๊ดเรื่องอื่นต่อสักหน่อยก็เป็นอันต้องพับเก็บไว้ชั่วคราว...ตอนนี้ล่ะก็รู้สึกเหมือนกับว่าเพิ่งคลอดลูกเอง... ขอนินทาหน่อยเถอะค่ะ ฮา เพราะคนข้างๆ เห่อหลานสาวประหนึ่งว่าเพิ่งได้ลูกสาวเองงั้นล่ะค่ะ เพย์ตั้นไม่เคยต้องเลือกเสื้อผ้าเด็ก infant/toddler มากมายแบบนี้เลย Baby Zara นี่มีจะครบเซ็ตแล้วมั้งคะ ชนิดที่ว่าพี่สาวเจมส์คนไม่ต้องซื้อเสื้อผ้าให้ลูกสาวอีกเลยสักสี่ห้าปี เพราะตอนอยู่ปารีสเมื่อต้นเดือน เจมส์ก็หมดไปเยอะมากกับเสื้อผ้าเด็ก แล้วท้ายที่สุดคนเลือกซื้อก็ไม่ใช่ใคร นอกจากเพย์ตั้นนั่นเอง ไอ้เราก็อยากไปดูของผู้หญิงเนอะ อยากแกล้งๆ ดึงพี่ท่านเข้า Harry Winston หน่อย ฮ่าๆ แต่ก็ต้องรับประทานแห้วค่ะ เพราะมัวแต่ไปหมกอยู่กับแผนกเสื้อผ้าเด็กและทารก จำพวก Burberry Kids, Baby Dior, Elle Kids, Chloe Kids...โอย ดูๆ แล้วของรับขวัญหลานสาวคนแรกนี่แพงกว่าของขวัญวันเกิดเพย์ตั้นจากเจมส์รวมกันอีกนะ

แล้วอีกตั้งกี่เดือนกว่ายายหนูเกรซแกจะได้ใส่สื้อผ้าคุณอาก็ไม่รู้ ... วุ้ย พูดแล้วก็หมั่นไส้ค่ะ คอยดูเถอะ เพย์ตั้นจะขนมาแข่งกับเจมส์บ้าง เล็ง Gucci & Lanvin Kids กับ Luisa Beccaria Bambini เอาไว้แล้ว ...วะฮะฮ่า หาเรื่องเสียเงิน(ที่ไม่ค่อยจะมี)อีกแล้วฉัน

ต่อค่ะต่อๆ ...




Cappucino: ความทรงจำครั้งใหม่
-    โอลด์โรส



รสชาติของคาปูชิโน่อ่อนกว่าสองรสแรก และเนื้อหาก็ประมาณนั้น แน่นอนว่ามันซ่อนความขมของกาแฟไว้ เหมือนที่เรื่องก่อนของ Nefertiti หรือพี่อเล็กซ์ของเพย์ตั้น (ฮา เนียนซะ) บอกไว้ว่ากาแฟยังไงก็เป็นกาแฟ ขมอยู่วันยังค่ำล่ะค่ะ

คำโปรยเรื่องนี้ทำเพย์ตั้นสยองนะคะขอบอก ฮ่าๆ แต่อย่าตกใจค่ะอย่าได้ตกใจ คือโปรยเหมือนว่ามันจะออกมาประมาณรักสามเศร้าและนิยายแนวนี้นี่เพย์ตั้นมักลังเลที่จะอ่านค่ะ เพราะรู้ตัวดีว่า รักพระรองชัวร์ แต่ก็ไม่ใช่กรณีนั้น...เท่าไรนัก

เรื่องย่อคร่าวๆ ( คร่าวมากๆ เลยนะคะ  ฮา ) ตฤณ พระเอกของเรื่องกำลังเดินทางไปเยี่ยมครอบครัว เอาสาวไปให้แม่ดูตัวว่างั้นเถอะ แต่สาวที่จ้างมาดันแพ้อาหารฉับพลัน โอ๊ะ โอ..แต่ณ สนามบินก็ไปเจอะกับปรายฟ้า นางเอกเข้าค่ะ สำหรับพระเอกก็ประมาณติดใจตั้งแต่แรกพบ ดั่งพรหมลิขิตบันดาลชักพาทั้งสองก็ได้ใกล้ชิดสนิทสนมกัน แต่ปมหลักอยู่ที่อดีตของนางเอกค่ะ ซึ่งเล่าไปแล้วอาจจะเสียอรรถรส...แต่อย่าลืมนะเออ ว่าชื่อเรื่องคือความทรงจำครั้งใหม่ พอดีกว่า (นี่เหรอเรื่องย่อของหล่อนน่ะเพย์ตั้น)

ไม่รู้จะเม้าท์ยังไงดีเพื่อไม่เปิดเผยพล็อต ฮ่าๆ แต่ขอชมเลยว่าภาษาสวยค่ะ หวานละมุนละไม อ่านไปตั้งแต่ต้นจนจบรู้สึกเหมือนเต้นรำไปตลอดทั้งเรื่องอ้ะค่ะ (ยังไงยะ) ก็ย่างกรายไปอย่างนุ่มนวลๆ ค่ะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเนื้อหาจะเรียบๆ เอื่อยๆ นะคะ มันทำให้เพย์คั้นรู้สึกเหมือนกำลังอ่านวรรณกรรมคลาสสิกของฝรั่งค่ะ อย่างพวก Jane Austen ภาษาสวย เนื้อหาดี มีสาระมีเหตุและมีผล อ่านสนุก แต่ก็ไม่ได้คิดอยากจะเอาผักเอาผลไม้เอาไข่ไก่ปาหน้าตัวละครน่ะค่ะ อาจจะมีโกรธ มีเศร้า มีเคืองตัวละครบ้างเพราะอิน แต่ก็ควบคุมอารมณ์ได้อยู่ค่ะ เพราะความนุ่มนิ่มของภาษาเขียน คือสไตล์การเขียนนิยายเรื่องนี้ให้ความรู้สึกแบบคลาสสิกๆ ค่ะ อธิบายยากเนอะ…เหมือนจะตำหนิ แต่เปล่านะคะ เปรียบเปรยอีกอย่างไรดีล่ะ อ้อ ! สวยสไตล์แอนเจลิน่า โจลีที่เห็นแล้วหมั่นไส้ กับสวยสไตล์เจนนิเฟอร์ อนิสตันที่เห็นแล้วอิจฉาแต่ไม่อยากเอากรงเล็บข่วนหน้าน่ะค่ะ…อืม เพย์ตั้นว่าเพย์ตั้นหุบปากก่อนดีกว่าเนอะ


สรุปก็ถือว่าสนุกดีค่ะ อ่านไปอมยิ้มไป (หัวใจพองโตตอนพระเอกแทนตัวเองว่าพี่อ้ะค่ะ ไม่รู้ทำไม ฮ่าๆ) เหมือนเดินอยู่บนถนนที่โปรยไว้ด้วยกลีบกุหลาบ และเนื่องจากเพย์ตั้นชอบนิยายภาษาสวยๆ อยู่แล้ว ก็เลยเพลินเป็นพิเศษ ส่วนพล็อตนั้นก็ถือว่าค่อนข้างจะโอเคค่ะ แปลกใหม่ดี เพราะนางเอกสถานะแบบปรายฟ้าหาไม่ค่อยได้บ่อยนัก ซึ่งเพย์ตั้นคิดว่าเพิ่ม appeal ในตัวของพระเอกไปด้วย แบบว่า เออนะ นี่คือรักแท้ =)





Latte: คนที่ใช่...ที่หัวใจต้องการ
-    ลภัสรดา




เรื่องนี้อลังการงานสร้างมากค่ะ อลังการนี่หมายถึงพระเอกนะคะ เฮียแกชื่ออลังการ (แล้วงานสร้างตรงไหน…เดี๋ยวก็จะรู้ค่ะ)

ลัลล์ลิตา หรือ ลาเต้ (...ฮา ขอบอกเลยค่ะว่ากำลังรออยู่ว่าจะมีเรื่องไหนนำชื่อของกาแฟมาใช้เป็นชื่อตัวละคร ) นางเอกของเรื่องก็...เหมือนจากอเมริกาโน่อ้ะค่ะ โกรธแฟนมาเนื่องจากฝ่ายชายดันไปบอกเพื่อนว่าเจ้าหล่อนไม่ใช่สาวในฝัน นางเอกเราก็เกิดอาการสับสน เศร้าใจว่าถ้าไม่ใช่คนที่ใจต้องการแล้วจะมาคบทำไม ฝ่ายชายก็มาง้อ...ฮาดีค่ะ แต่แก้ตัวผิดเรื่องอีก เกือบโดนสองกระทงแล้วไหมล่ะอลังการเอ๋ย แถมมีสุภาพบุรุษรูปหล่อผู้โผล่มาเป็นคู่แข่งหัวใจอีก

ก็....ใสๆ ดีค่ะ สนุกและลุ้นไปกับพระเอกด้วยวิธีการง้อที่มาทั้งหวานติดฮา (ก็บอกแล้วไงคะว่าอลังการงานสร้าง คือทั้งเรื่องพระเอกเด่นสุดค่ะ) และที่แบบทำเอานางเอกเราตราหน้าเลยว่าเป็นซาตานร้าย... เพย์ตั้นเข้าข้างพระเอกมากกว่านางเอกอีกค่ะ นายอลังการเด่นจริงๆ ในสายตาเพย์ตั้น และอีกอย่างคือเพย์ตั้นไปเคืองนางเอกตรงที่คบกันกับพระเอกมาตั้งสามปี (ใช่ไหมคะ) แต่เธอกลับมาจะเป็นจะตายง่ายๆ กับการที่พระเอกเผยว่าตัวเองไม่ใช่สาวในอุดมคติของเขา ก็ถูกของอลังการล่ะค่ะตอนที่แอบน้อยใจว่าทำไมไม่มีการเชื่อใจกันเลย แต่จะให้แฟร์ ก็ต้องเห็นใจนางเอกเธอเหมือนกันค่ะ (ถึงเธอจะทำตัวให้เพย์ตั้นคิดว่าไม่เหมาะสมกับพระเอกเท่าไหร่นัก) อย่างน้อยเธอก็รู้ตัวในภายหลังและขอโทษพระเอกที่งอนอะไรไม่เข้าเรื่อง



ปล. แอบเสียดายพระรองเล็กน้อยค่ะขอบอก...ไม่ใช่อะไรหรอก เชียร์พระรองให้คู่กับนางเอก เพื่อที่เพย์ตั้นจะได้ครอบครองพี่อิฐอะไรประมาณนั้น ฮ่าๆ



Espresso Stains: เกมซ่อนใจ อุ่นไอปรารถนา


- รวิณาธิตรา


คุณพระคุณเจ้า … ขออีกแก้วได้ไหมคะ ขมกระชากความรู้สึกสมกับเป็นเอสเปรสโซ่ แต่ก็หวานติดลิ้น หรือแบบที่ผู้เขียนว่าไว้ “คนที่ได้ลิ้มลองเอสเปรสโซ่เพียงแค่ครั้งเดียว ก็จะไม่มีวันได้รู้ว่าภายใต้รสขมจัดคือความหวานละมุน...ที่จะทำให้พวกเขาต้องคอยลิ้มลองมันเรื่อยไป”

โอ ประโยคนี้ชอบจังค่ะ ถึงส่วนตัวจะไม่ใช่แฟนเอสเปรสโซ่ก็เถอะ ฮ่าๆ ...ของรวิณาธิตรานั้นค่อนข้างจะดราม่ากว่าเรื่องอื่นๆ ค่ะ แต่ก็นะ กาแฟรสขมที่สุดในบรรดากาแฟนี่นา

เรื่องย่อคร่าวๆ ก็คือ แทน หรือณัฏฐนันท์ นางเอกเป็นนางแบบที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงของเทร้นท์ หรือธนาธิป ฮาร์แลนด์ ชายหนุ่มลูกครึ่งเลือดสีน้ำเงิน รวยล้นฟ้าจากเกาะอังกฤษ สังคมตราหน้าเธอเป็นนางบำเรอของเขา และด้วยที่เพราะฝ่ายชายไม่เคยบอกรัก บวกกับความเข้าใจผิดอีกหลายๆ ประการทำให้นางเอกเราก็มองเห็นตัวเองเป็นแค่นางบำเรอ อย่าเข้าใจผิดไปนะคะ นางเอกไม่ใช่พวกชอบดูถูกตัวเอง เศร้าสร้อยจนคนอ่านอย่างเราๆ ต้องเครียดไปกับเธอตั้งแต่ต้นจนจบหรอกค่ะ เธอหยิ่งและทะนงตัวใช้ได้เลย และความถือดีของนางเอกก็มีส่วนทำให้พระนางเราต้องผิดใจกันค่ะ

ก็อย่างที่ชื่อเรื่องบอกไว้นะคะ มันเป็นเกมซ่อนใจ คือพระนางเราน่ะรักกันค่ะ แต่ทิฐิแรงทั้งคู่ก็เลยกว่าจะสารภาพรักกันตรงๆ ก็โน่นบทจบ (แต่พี่เทร้นท์ – ขออนุญาตเรียกพี่เลยนะคะ – มีหยอดคำรักให้เร้าใจกันเล่นเป็นหย่อมๆ) ก็อย่างว่าล่ะนะ สถานการณ์พาไป หากเพย์ตั้นเป็นนางเอกบ้าง (ก็อยากเป็นจริงๆ ล่ะ) ก็คงไม่ยอมบอกว่ารักง่ายๆ หรอกค่ะ พระเอกก็เหมือนกันค่ะ หล่อๆ รวยๆ มั่นๆ เหมือนเพื่อนชายของเพย์ตั้นหลายๆ คน สไตล์นั้นเจอใครมาดูถูกความรู้สึกก็คงไม่ปลื้มเป็นแน่ ผู้ชายฆ่าได้ หยามไม่ได้นี่เนอะ (เข้าข้างกันมากค่ะ…อเล็กซ์จะน้อยใจไหม แล้วพี่ติ –คนนี้เดี๋ยวจะตามมาค่ะ--จะงอนเพย์ตั้นไหมนะ)

คือเพย์ตั้นก็ไม่ค่อยนิยมตัวละครที่ไม่ชัดเจนในความรู้สึกหรอกค่ะ พวกรู้ตัวช้าจนน่าหมั่นไส้อะไรแบบนี้ แต่เรื่องนี้พระนาง รู้ตัวแต่เริ่มแรกค่ะ ชัดเจนในความรู้สึกมากๆ เพียงแค่กว่าจะเปิดเผยให้แต่ละฝ่ายรู้ก็ลุ้นจนหืดแทบขึ้นคอเท่านั้น ไม่ได้รู้สึกรำคาญกับความปากหนักเลยจริงๆ (มั่นใจว่าเพย์ตั้นกำลังลำเอียงมากๆ เลยค่ะ เพราะพี่เทร้นท์คนเดียวเลยจริงๆ ฮ่าๆ)

แต่ก็ไม่อยากจะสารภาพเลยค่ะว่าพี่เทร้นท์นี่กินขาดไปตั้งแต่ดวงตาสีมรกตกับผมสีกาแฟแล้วล่ะ ฮา พอดีเพย์ตั้นชอบผู้ชายตาสีอ่อน แต่ผมสีเข้มๆ ด้วย ฮ่าๆ (ไม่รู้ไปสอยหัวทอง ตาฟ้ามาได้ยังไง -_- ) ส่วนนางเอกนั้น อย่างที่เคยว่าไว้ในสมัยคุณชายพุฒิภัทรนะคะ แบบว่า นางเอกจะสวยเลิศเลอปานฉะไหน เพย์ตั้นไม่สะท้านค่ะ แย่งบทนางเอกมาให้ตัวเองได้เสมอ

ฮาาาาา

ประทับใจการสร้างคาแร็กเตอร์ของผู้เขียนมากๆ ค่ะ ทุกการกระทำ ทุกคำพูดไม่ขัดแย้งกับบุคลิกหรือนิสัยเลย คงที่มากไม่หลุด ไม่โดดเลยจริงๆ โดยเฉพาะพระเอก โห ธนาธิปคือสุดยอดของกาแฟ espresso เลยล่ะค่ะ (ต่างกับอเล็กซ์ของ Nefertiti นะ แทบจะคนละขั้ว แต่เร้าใจสุดๆ …เพย์ตั้นเลือกไม่ถูกเลยค่ะว่าจะเลือกใครดี ขอสองเลยได้ไหม ?!)

เป็นอีกเรื่องที่ใช้ภาษาได้สวยค่ะ เพย์ตั้นยังไม่เคยขึ้นไปที่ St Paul de Vence แต่อ่านจากที่ผู้เขียนบรรยายแล้วขอบอกว่า เสียดายมากที่ไม่ได้ขึ้นไปตอนไปแถบ Cote D’Azure  แต่ก็ขอจู้จี้นิดนึงกับบางจุด อย่าง “แสงทิวาเคียงข้างจันทรา” นี่ควรจะเป็นแสงดาวหรือเปล่านะ ทิวานี่มันยังไงคะ เพย์ตั้นอ่านแล้วงงๆ แต่อ่านไปอ่านมามันฟังคล้องจองดีค่ะ ก็เลยไม่ได้อะไรมากมาย (โห) อีกทีนึงก็ ตอนพระเอกบอกว่า “แต่ผมยัง” … น่าจะมีต่อประมาณว่า “ยังไม่ได้อาบน้ำ” หรือเปล่าคะ มันดูขัดๆ ยังไงก็ไม่รู้

( พูดถึงอาบน้ำ … ขอบอกค่ะ อ่านเรื่องนี้แล้วมุมมองของคุณในการอาบน้ำในห้องน้ำแบบเปิดตรงระเบียงจะเปลี่ยนไปทันทีทันใด เพย์ตั้นยังกำลังวางแผนเลยค่ะว่าจะเอาห้องอาบน้ำสไตล์นี้บ้าง หุหุหุ แล้วจะกล้าอาบไหมเนี่ย )
ถึงกระนั้นก็นับเป็นอีกเรื่องที่ตีโจทย์แตกค่ะ คงความขมที่ซ่อนความหวานลึกๆ ได้อย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว

แต่ก่อนเราจะไปยังเรื่องสุดท้าย…เคยเห็นผ่านๆ ว่านามปากกานี้ตัวละครเลิศหรูชวนฝันกันทุกคน ใช่ไหมคะ?  ถ้าใช่ก็ขอเพย์ตั้นรบกับนิยายที่มีๆ อยู่เสร็จจะไปหาข้อมูลค่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวบ้าบิ่นสั่งซื้อนิยายมาอีกล็อต -*-

ปล. ชอบอีกอย่างที่เอาเกม crossword มาประยุกต์ใช้ค่ะ =)




Secret Mocha: ความลับแสนหวานของหัวใจ
-    รัตติกาลซ่อนรัก




เพย์ตั้นเชื่อว่าตัวเองเป็นคนเดียวในโลกที่ดื่มมอคค่าแล้วยังต้องเติมน้ำตาล เพื่อนๆ คอยบ่นกันใหญ่เชียวว่ามันยังหวานไม่พออีกหรือยังไง ... ฉะนั้นพอดูชื่อเรื่องและชื่อผู้เขียนแล้ว จะหวานแค่ไหนเพย์ตั้นก็ไม่หวั่นค่ะ รับได้ ฮาาา ...เหมือนกับว่าชีวิตขาดความหวานเลยเนอะ

เรื่องนี้เป็นสไตล์ รักแท้ต้องขอพิสูจน์ค่ะ รักจริงก็ต้องรับได้ทุกอย่าง ติวานนท์และกิ่งแก้วถูกหมั้นหมายกันด้วยสัญญาระหว่างครอบครัว หากแต่เมื่อติวานนท์ ชายหนุ่มผู้เพรียบพร้อมไปด้วยทุกอย่างต้องกลายเป็นคนพิการ กิ่งแก้วที่เห็นชายหนุ่มเป็นเพียงแค่สิ่งที่จะมาเสริมฐานะทางสังคมของเธอจึงใช้น้องสาวมาเป็นตัวช่วยและทำให้เก็จกาญน์กลายเป็นคู่หมายคนใหม่ของติวานนท์แทน ...เก็จกาญน์หลงรักติวานนท์ คู่หมั้นของพี่สาวมาตั้งแต่แรก แต่หัวใจของเธอก็ต้องพบกับความเจ็บปวดเมื่อรับรู้ว่าเขาเห็นเธอเป็นเพียงแค่น้องสาว ... และการที่เขาต้องกลายเป็นคนพิการไม่ได้ทำให้เธอรักเขาน้อยลงเลย ตรงกันข้ามเธอกลับเต็มใจที่จะดูแลเขาไปตลอด

เธอไม่รู้เลยว่าติวานนท์มีความลับอะไรบางอย่างที่ซ่อนไว้...และมันอาจจะทำให้เก็จกาญน์ไม่ยอมให้อภัยเขาเลยก็ได้ แต่เขาจำเป็นต้องทำเพื่อพิสูจน์รักแท้

อ้าว ดูสินั่นเล่าเพลินค่ะ...ดูดราม่าจัด แต่ขอบอกว่าเรื่องนี้ขมกว่าลาเต้อีกนะ ..หรือมอคค่าเมืองไทยมันขมกว่าลาเต้คะ เพย์ตั้นชักงง... ช่างเถอะเพราะโดยรวมแล้วก็หวานค่ะ หวานสมมอคค่าเลยจริงๆ ซ่อนขมนิดๆ ตามประสากาแฟ เพย์ตั้นชอบมากค่ะ ชอบพระเอก (นั่นๆ มันนอกใจหนุ่มคนอื่นๆ) คือพี่ติเนี่ย…อ่า หลงรักเก็จกาญน์แต่แรกพบใช่ไหมคะ เพย์ตั้นก็ประมาณนั้นค่ะ ติดใจพี่ติอย่างอธิบายไม่ถูกเหมือนกัน

“เก็จไม่ใช่สิ่งของที่พี่จำเป็นต้องมี แต่เก็จคือคนที่พี่ขาดไม่ได้” อ๊ายยยยย มีผู้ชายมาพูดกับหนูแบบนี้ก็หวั่นไหว ใจละลายค่ะ

แต่เรื่องนี้ไปทำเพย์ตั้นขัดใจก็ตรงที่ตอนพระ-นางตกหลุมรักกันน่ะค่ะ เข้าใจว่าเป็นรักแรกพบ แต่ก็น่าจะทำให้ชัดเจนกว่านี้ คือขยายความนิดนึง เพิ่มรายละเอียดอีกหน่อยให้พอหอมปากหอมคอ มันจะได้ยิ่งกระชากความรู้สึกกว่านี้ค่ะ เรื่องของเรื่องคือเพย์ตั้นอยากได้ความรู้สึกของพระนางในการตกหลุมรักกันมากกว่านี้ค่ะ แฮ่ๆ เพราะอีกอย่างแค่นี้มันดูว่าพระนางเรารักกันง่ายเกินไปค่ะ

อ้อ แล้วทำไมแม่นางเอกถึงไม่ว่าอะไรเลยที่พระเอกฉีกหน้าลูกสาวคนโตแบบนี้ อันนี้ยังไม่ค่อยเคลียร์ค่ะ เพย์ตั้นว่าจากฉากมื้อค่ำสุดแสนจะเวอร์ (ซึ่งคุณแม่นางเอกและพี่สาวนางเอกแต่เครื่องเพชรเต็มยศไปนั่นล่ะค่ะ เพย์ตั้นหัวเราะตามนางเอกเลยขอบอก) คือตื่นเต้นเตรียมใจกันมานานหลายปี จู่ๆ จะมายอมกันง่ายๆ ขนาดนี้เลยหรือคะ ?

แต่ที่ชอบสุดๆ คือฉากพระเอกกับลูกน้อง เดชา คุยกันค่ะ มันฮาดี (ยายนี่เส้นตื้นจริงๆ )

โดยรวมเพย์ตั้นชอบค่ะ มันอ่านแล้วกระชุ่มกระชวยใจอย่างบอกไม่ถูกเลย ภาษาลื่นไหล ไม่ได้สวยหรูจนโอเวอร์ แต่ก็อ่านได้เพลินดีค่ะ แถมพี่ติก็น่ารัก...เจ้าเล่ห์จริงๆ



และมาพูดถึงทั้งเล่มบ้าง โดยรวมแล้วก็สนุกดีค่ะ อ่านได้เรื่อยๆ ก็แนะนำให้ลองอ่านนะคะ ถ้าอยากได้หลากหลายรสชาติและอารมณ์ที่แตกต่างกันออกไป

อาจจะสะดุดในเรื่องแรก ซึ่งน่าเสียดายเพราะควรจะเป็นจุดที่แข็งที่สุดของเล่ม เป็นโครงกระดูกเลยก็ว่าได้ แต่หลังจากนั้นก็ pick up the pace ได้ดีค่ะ ให้อารมณ์ที่หลากหลายตรงตามคอนเซ็ปพอสมควร
แต่สิ่งที่ทำเพย์ตั้นหงุดหงิดใช้ได้เลยคือการตรวจงานในเล่มค่ะ คำผิดคำเพิ่มเสริมเกินและคำตกโผล่มาตรึม (คือเยอะเกินไปสำหรับหนังสือที่มีพิสูจน์อักษรถึงสองคนนะคะ และเพย์ตั้นคิดว่าไม่ควรจะมีเลยด้วยซ้ำ) และเป็นทุกเล่มของสำนักพิมพ์นี้ที่เคยอ่าน อยากให้แก้ปัญหาจริงๆ ค่ะ ก่อนที่คนอ่านจะอิดหนาระอาใจจนพาลไม่ซื้อไปนะคะ

งานที่ผลิตออกมาก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ดี แต่การตรวจทำให้เสียอารมณ์พอสมควร ไอ้เราก็มึนๆ อยู่แล้ว มาเจอรูปประโยคที่ผิดๆ เข้าไป เพย์ตั้นล่ะปวดหัว ตากระตุกคันไม้คันมืออยากจะแก้ต้นฉบับเอง (หล่อนจะไปยุ่งอะไรกับเขายะ)
การสะกดก็ไม่เหมือนกันทั้งเล่มค่ะ สรุปจะเอายังไง เช่น มนตร์หรือมนต์? (ใครก็ได้อธิบายทีเถิด กูเกิ้ลแล้วไม่ได้คำตอบค่ะ) เอสเพรสโซ่ หรือ เอสเปรสโซ่ คะ ?








 

Create Date : 24 กรกฎาคม 2554    
Last Update : 5 มีนาคม 2556 21:12:48 น.
Counter : 523 Pageviews.  

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน...คุณชายพุฒิภัทร

หนาวกายกับหนาวใจ ...เอ อันไหนทรมานกว่ากันนะ



แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้เพย์ตั้นหนาวมือโคตรค่ะ พิมพ์ๆ ไปชักรู้สึกว่านิ้วทั้งสิบกำลังเริ่มจะแข็งไปพร้อมๆ กับอากาศ แต่ก็ขี้เกียจเปิดฮีทเตอร์ กว่ามันจะอุ่น ก็โน่น หลับพอดี หุหุหุ..
ส่วนวันนี้นั้น อบอุ่นใจค่ะ ไม่ใช่อะไร...กลับบ้านมาจากห้องสมุดตอนค่ำก็พบกับเจ้านี่บนเตียงนอน กับโน๊ต post-it , unsigned.





แหม... ยิ้มเหมือนคนบ้าไปกันเลยทีเดียว



แต่ก็แอบแปลกใจเหมือนกันค่ะ เพราะล่าสุดที่คุยกันคนให้กำลังเครียดกับงานมากมายและการสอบ พอๆ กับเพย์ตั้น จนอาทิตย์นี้แทบจะไม่ได้เจอกันเลยก็ว่าได้ ขนาดวันนี้วันศุกร์แท้ๆ นะ แต่แล้วเขาก็ยังสละเวลาไปซื้อดอกไม้กับช็อกโกแลตมาให้เพราะอยากให้เรายิ้มออก




ซึ้งจนน้ำตาซึม ... ส่วนตัวเพย์ตั้นว่าอะไรแบบนี้ มันพิเศษมากกว่าดอกไม้ที่ได้รับในวันวาเลนไทน์หรือวันครบรอบอีกนะ 


แต่ซึ้งแล้วก็แอบละอายใจเล็กน้อยด้วย คือแบบว่า แอบนอกใจไปซบอกคุณชายรุจ และใครต่อใครอยู่เรื่อยนี่นา แหะๆ

สักพักมีคนมาเคาะประตูค่ะ ไปเปิดก็นะ...เจอใครไม่รู้มาชวนไปทานมื้อค่ำ ...แถมขี้ตู่อีกด้วย มาบอกเราว่า เป็นค่าตอบแทนดอกไม้กับช็อกโกแลต...นี่ถ้าไม่กำลังซึ้งคงจะมีการจิกกัดตอบกันไปตามประเพณีแล้วนะเนี่ย หุหุหุ


แต่ก็แอบกระซิบไปค่ะว่า “คราวหน้า ขอเป็นดอก Peonies นะคะ” คิก...ยังจะเรื่องมากอีก




เข้าเรื่องสำคัญดีกว่า ... ว่าด้วยเรื่อง คุณชายพุฒิภัทร ของดิฉัน 
*แหะ ๆ มั่วได้หน้ามึนมากหล่อน*



คือคราวก่อนพล่ามไว้เยอะเรื่องคุณชายปวรรุจ ครั้นจะไม่เสียบต่อด้วย คุณชายพุฒิภัทร มันก็จะไม่งาม (เอ๊ะ ยังไงยะ) เรื่องนี้เป็นเล่ม 3 จาก ชุดสุภาพบุรุษจุฑาเทพ โดย เก้าแต้ม ค่ะ (คงจะรู้ๆ กันหมดแล้วเนาะ) แล้วก็เช่นกันกับร่มแก้วค่ะ เพย์ตั้นยังไม่เคยอ่านงานของเก้าแต้มมาก่อน


(สรุปหล่อนเคยอ่านงานใครมาบ้างยะ)






 ตอนอ่านคุณชายภัทรนั้น ก็อ่านยาวรวดไปตั้งแต่สองทุ่มจนถึงตีห้าเลยค่ะ ฝืนสังขารตัวเองมากมาย (แต่แหม เสียด๊ายเสียดาย ทุ่มขนาดนี้แต่ก็ไม่ได้ฝันเห็นคุณชายรุจ เอ้ย คุณชายภัทร แฮ่ๆ)



         คุณชายภัทรนี่เพย์ตั้นอ่านหลังคุณชายรุจวันสองวันค่ะ ทั้งๆ ที่ตั้งใจไว้ว่าจะทิ้งช่วงสักสองสามอาทิตย์ เพราะอยากให้หัวใจดวงน้อยหายคลั่งคุณชายปวรรุจเสียก่อน (อ้ะ...ถุงอ้วก) แบบกลัวว่าเกิดมาอ่านคุณชายพุฒิภัทรแล้วจะลำเอียงกับคุณชายรุจ จนจะอ่านเล่มนี้ไม่สนุกเอา ...


เออ แต่ไปๆ มาๆ เกิดอาการรักพี่เสียดายน้องแฮะ
คือเกิดอาการลืมคุณชายรุจเสียอย่างนั้น (กรี๊ด !!!)

โอ้... จำได้ว่าตอนอ่านหน้าแรกๆ เพราะยังหลงเสน่ห์คุณชายรุจไม่หาย ก็เลยหงุดหงิดที่มีบทสนทนาและเนื้อหาจะเน้นที่การแพทย์ อธิบายนู่นนี่เป็นพารากราฟ ทั้งๆ ที่มันก็ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับเนื้อหาต่อๆ มาโดยตรง (ยกเว้นไอ้ที่ว่าพระเอกเป็นหมอล่ะนะ) อ่านไปพึมพำไปกับตัวเองว่า


“Ok...alright we get it - he’s a doctor, moving on.”


ประมาณว่า หยุดสาธยายข้อมูลการแพทย์เถิดค่ะ เก็ตแล้วล่ะว่าพระเอกเป็นหมอ คือไงล่ะ...น่าจะเอาคุณชายรุจมาแทนเนื้อหาพวกนี้ ก๊าก ไม่ช่ายๆๆๆ


คนข้างๆ หันมามอง เห็นเราย่นจมูก บ่นอุบ ก็กลอกตาใส่ ถามว่าเป็น(บ้า)อะไรอีก เพย์ตั้นก็อธิบายค่ะ เขาก็บอกว่า ดีแล้วนี่ พอไฟนอลจะได้ปรึกษานิยายได้


.... เอ่อ เอ... ออกแนวแดกดันนะนั่น ไม่ต้องประชด เขาไปอ่านหนังสือสอบต่อก็ได้..... เดี๋ยวๆ ก่อนไป ขอเขียนนี่ก่อนนะ



แต่ก่อนเพย์ตั้นจะเมาท์น้ำลายแตกฟองฟูฟ่องๆ ไปกว่านี้ ก็มาอธิบายเนื้อเรื่องคร่าวๆ หน่อยนะคะ




หม่อมราชวงศ์พุฒิภัทร หรือคุณชายภัทรเป็นโอรสคนที่ 3 ของหม่อมเจ้าวิชชากร จุฑาเทพและหม่อมหยก หญิงสาวเชื้อสายจีน ลูกเจ้าสัวค่ะ
นายแพทย์หนุ่มผู้หล่อเหลา (ยังไม่เคยเจอพระเอกคนไหนหน้าตาไม่ดีเลยนะ...) ผู้นี้นั้นเป็นคนเงียบขรึม เอาจริงเอาจังในหน้าที่การงาน เขามีความเป็นสุภาพบุรุษสูง เฉลียวฉลาด (ก็นะ เป็นถึงหมอ) แต่พูดไม่ค่อยเก่ง

ไอ้อันสุดท้ายนี่ล่ะค่ะที่ทำให้คุณชายพุฒิภัทรต้องปวดหัว เพราะเมื่อพี่ชายทั้งสองคนรอดพ้นจากบ่วงสัญญาที่ผูกมัดทายาทหนุ่มแห่งจุฑาเทพไว้กับสาวๆ ตระกูลเทวพรหมแล้ว คุณชายภัทรก็เลยกลายเป็นเป้าหมายรายต่อไป

หม่อมหลวงมารตี เทวพรหม พยาบาลสาวคนงามนั้นง่ายๆ เลยก็เป็นพวกจมไม่ลงนั่นเอง แต่ทรัพย์สินที่แทบจะไม่ค่อยมีหลงเหลืออยู่ของครอบครัวหรือเงินเดือนอันน้อยนิดก็ไม่ใช่อุปสรรคกับการจับจ่ายใช้สอยอย่างสุรุ่ยสุร่ายแต่อย่างใด เมื่อเธอเล็งเห็นว่าเธอจะได้เข้าไปเป็นสะใภ้จุฑาเทพอยู่แล้ว ตามแบบฉบับเลยเธอก็จึงทำทุกวิถีทางเพื่อจะจับคุณชายของเรานั่นล่ะค่ะ แต่เมื่อเข้าทางคุณชายภัทรแล้วเหมือนยืนอ่อยรูปปั้น ก็ไม้นี้เลยค่า มัดใจผู้หลักผู้ใหญ่ เอาผักชีโรยหน้าเข้าไว้แล้วเข้าไปออดอ้อนออเซาะ โชว์คุณสมบัติกุลสตรี(จอมปลอม)อันดีเลิศกับหม่อมเอียด และคุณย่าอ่อนแทน

เอากับชีสิ...

โบราณเขาว่าเกลียดอะไรก็ได้เช่นนั้นใช่ไหมล่ะค่ะ คุณชายพุฒิภัทรค่อนข้างจะดูถูกผู้หญิงที่เข้ามาประกวดนางงามศรีสยาม ประมาณว่า มาเดินอวดความงามให้ใครต่อใคร มันช่างไม่น่าชื่นชมอะไรประมาณนี้เชียว หม่อมราชวงศ์รณพีร์ น้องชายต่างมารดาก็คะยั้นคะยอให้ไปดูการประกวดเป็นเพื่อน



แล้วเป็นไงล่ะคะ .. ไปจ๊ะเอ๋กับนางเอก (ใครเดาไม่ออกบ้างเนี่ย เพย์ตั้นคาดไว้ตั้งแต่เล่มก่อนแล้ว ฮา)


'โฉมเอย โฉมงาม อร่ามแท้ แลตะลึง...'

กรองแก้ว สาวน้อยวัยสิบเก้าปี (ถ้าจำไม่ผิด ..ฮา) ผู้แสนกตัญญู จำต้องหาเงินมาช่วยรักษาบิดา (...the classic cliché ) ชีวิตนี้เธอมีท่านเพียงคนเดียว เธอเลยตัดสินใจเข้าประกวดนางงามศรีสยาม แต่แล้วสาวบ้านนอกอย่างเธอก็โดนหลอกเข้าจนได้ ‘คนพระนครรู้หน้าไม่รู้ใจ’ ...เพราะเมื่อเข้ามาอยู่กับอิงอร เจ้าของร้านเสริมสวยที่เป็นตัวแทนส่งเธอเข้าประกวด ก็ได้ทราบว่าเธอกำลังถูกส่งไปเป็นของขวัญบำเรอความใคร่ให้แก่นายพลพินิจ นายทหารใหญ่ผู้ชื่นชอบสาวๆ สวยๆ โดยเฉพาะจากเวทีนางงาม



แต่จะหนีก็หนีไม่ได้ เพราะเธอต้องการเงินรางวัลการประกวดมาช่วยพ่อ ก็เลยเอาให้แน่ใจว่าจะได้เงินรางวัลแน่เสียก่อน ...แต่อย่างที่คุณชายรณพีร์บอกค่ะ ทั้งสวยทั้งกตัญญูแบบนี้ (แถมเป็นนางเอกของเรื่องอีก) มีหรือจะไม่ได้ตำแหน่งนางงามศรีสยาม
รอจนวินาทีสุดท้าย ได้รางวัลแล้ว....ชีก็เดินตกเวที





(ยั่งกับดูซิทคอมแน่ะ แต่เห็นเธอบอกว่า ดีใจจนเผลอเดินตกเวทีนะคะ เอิ้กๆ) ต้องเข้าโรงพยาบาลเย็บแผล
แล้วไงล่ะคะ ตามฉบับก็กลายมาเป็นคนไข้ของคุณชายภัทร เนื่องจากเธอแผลงฤทธิ์เสียเต็มที่ เพื่อเลี่ยงที่จะกลับบ้านไปกับอิงอรและสุนันท์ลูกสาวของนาง เพราะไม่งั้นก็ไม่รอดน้ำมือนายพลพินิจนั่นล่ะค่ะ

คุณชายภัทรตอนแรกๆ ก็โมโห และไม่ชอบใจกรองแก้วเลยแม้แต่น้อย ออกจะนึกรังเกียจด้วยซ้ำ เพราะเธอทำให้ใครๆ วุ่นวายไปหมด แต่พอเริ่มสังเกตว่ามันมีอะไรไม่ชอบมาพากล แล้วทำให้สาวเจ้ายอมเผยเหตุผลที่แท้จริง ก็เข้ามามอบความช่วยเหลือ...และหัวใจ



อิอิ จากนั้นก็คิวของเหตุการณ์สารพัดค่ะ นายพลพินิจตามหาตัวกรองแก้ว อิงอรก็เริ่มเดือดร้อนเพราะรับเงินนายพลมาแล้ว แต่นางงามสาวยังไม่ส่งมาให้สักที พอจนตรอกก็เลยบอกท่านว่าคุณชายภัทรลักพาตัวไป ทั้งๆ ที่กรองแก้วอยากจะมาเป็นเด็กนายพลใจจะขาด ... ยายคุณมารตีมาป่วนอีก หม่อมเอียดและคุณย่าอ่อนไม่ยอมรับกรองแก้ว ฯลฯ

ลุ้นระทึกใช้ได้ กว่าจะจบก็เหนื่อยแทนพระ-นางเหมือนกันค่ะ  




แต่อย่างที่บอกค่ะ ตอนแรกๆ ยังคงอารมณ์ค้างจากคุณชายรุจอยู่ พออ่านไปเจอคุณชายรุจทีไร ก็ดิ้นๆ ยิ้มดีใจเหมือนคนบ้า เสียดายคุณชายโผล่มานิดเดียวเอง แต่แล้วในที่สุด ทั้งอพาร์ตเม้นท์ก็เหลือหญิงภัควลัญชญ์ตัวคนเดียว (เนื่องจากไม่มีใครอยากอยู่ใกล้ ...ชิส์)

ก็ไม่เป็นไร้ ออกจะเหมาะเจาะเสียอีกค่ะ เพราะได้เข้าสู่โหมดนางเอกนิยายไปได้สบายๆ บีบน้ำตาประหนึ่งว่าชีวิตเรานั้นช่างรันทดเหมือนกรองแก้ว แต่นางเอกของเรื่องล่ะก็นะ กุลสตรีไทยแห่งศัตวรรษเลยทีเดียว เธอสวยสุดๆ นิสัยอ่อนหวาน กตัญญู รู้คุณ เป็นแม่บ้านแม่เรือน ‘นางสาวศรีสยาม’ ของแท้ไม่มีสิ่งแปลกปลอม

โอ้... ต้นตำหรับของคำว่านางเอกก่อนเกิดการปฏิรูปเลยกระมังคะ บุคลิกผู้หญิงที่พ่อแม่คนไหนก็คงอยากได้ไปเป็นสะใภ้ล่ะ ทำเอาสาวสมัยใหม่ไร้ความเป็นนางงามทุกกระเบียดนิ้วอย่างข้าพเจ้าถึงกับต้องขยับตัวแบบร้อนๆ หนาวๆ

แต่แหม...ถึงนิสัยเราจะเอนเอียงไปทางท่านหญิงวรรณรสามากกว่ากรองแก้ว แต่หาใช่ปัญหาไม่ค่ะ เพย์ตั้นก็ยังมีความสามารถที่จะพลิกตัวเองเป็นนางเอกนิยายได้นะเออ คิกๆ


ไม่ต้องอะไรมากหรอกค่ะ แค่เชื่อมั่นว่าตัวเองสวยสู้นางเอกได้ก็เป็นอันพอ (โห ดูมัน...)


แต่เพราะความดีของเธอ กรองแก้วก็เลยชนะใจหม่อมย่าเอียดและคุณย่าอ่อนได้ในที่สุดค่ะ (แอบฮาคุณย่าอ่อนเหมือนกัน ว่าท่านไปประทับใจกรองแก้วมากที่สุดเอาตอนไหน แต่ขออุบไว้ดีกว่า ไม่บอกหรอก คิคิ )


แต่ๆ ...แต่ว่าคุณชายพุฒิภัทรเป็นพวกชอบผู้หญิงสไตล์ช้างเท้าหลังค่า อย่างกรองแก้วนั่นเอาคะแนนใจเฮียแกไปเลย 10 เต็ม 10 !

โอย... ขืนเพย์ตั้นไปเป็นนางเอกแทนกรองแก้ว มีหวังตาคุณชายได้ต้องผ่าตัดสมองตัวเองชัวร์ (พูดอย่างกับว่าเขาจะสนใจหล่อนแน่ะ)



ถึงกระนั้นประโยคจีบสาวหวานๆ ความรักความเอาใจใส่ที่มีต่อนางเอก และบุคลิกดั่งอัศวินขี่ม้าขาวก็เพิ่มคะแนนให้คุณชายภัทรไปโดยปริยายค่ะ
คุณชายขา ถ้าเมียไม่อยู่ก็มาส่งสายตาหวานฉ่ำให้เพย์ตั้นได้ทุกเมื่อนะคะ ก๊าก





แต่เรื่องนี้เพย์ตั้นไม่ร้องไห้หนักเท่าเรื่องก่อน เพราะรอบคุณชายรุจก็อย่างที่รู้ๆ กัน ข้าพเจ้านั้นอ่านไปสะอึกสะอื้นไปเหมือนใครตาย เจ็บแทนท่านหญิงและคุณชายรุจจนแทบนอนไม่หลับ - -*
พอมาเรื่องนี้ก็... น้ำตาคลอตามนางเอกบ้าง แต่เพราะนางเอกร้องไห้บ่อยจัด (เจ้าน้ำตา อ่อนไหวจริงๆ แม่คู้นนน) ในฐานะคนอ่านก็เลยเริ่มชิน ติดจะรำคาญนิดๆ...พอฉากเศร้าจัดๆ ทำนบน้ำตามันก็เลยไม่พังทะลาย (คือบีบน้ำตาตามไม่ทันอ้ะนะคะ ก๊าก)



แต่โดยรวมแล้ว ก็หัวใจปวดระบมให้กับโชคชะตาชองกรองแก้วจริง ๆ ค่ะ แล้วก็ชื่นชมเธอมากด้วย ...ยกตัวอย่างถ้าเจอหม่อมย่าเอียดหรือคุณย่าอ่อนต่อว่าแบบนั้น
ไม่มีดีกรีเป็นนางงามศรีสยาม ทนไม่ได้นะนั่น จะบอกให้ เพราะถ้าเป็นเพย์ตั้นหน่อย คงแค้นฝังหุ่นน่าดู อิอิ




พูดถึงดีกรีความออริจินอลของพล็อต ... ก็มากกว่าเล่มของคุณชายปวรรุจในระดับหนึ่งล่ะค่ะ


“What if 600 years ago you were Juliet and I was..
Well, you’d know how that story goes...”
ถ้าหกร้อยปีก่อน คุณคือจูเลียตและผมคือ....[โรมีโอ]
คุณก็คงจะรู้ว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง...
Stand In (Leighton Meester & Check in the Dark)

ผู้เขียนเสริม originality ลงไปในเนื้อหาพอประมาณเลยทีเดียว ซึ่งผสมผสานกับความ cliché ได้อย่างกลมกล่อมค่ะ มันเลยออกมางดงามดูดี ไม่ใช่เน่าเฟะ ประหนึ่งละครหลังข่าว


อย่างเช่นเรื่องมารตีกับยาลดความดันของหม่อมเอียด (ลดใช่ไหมคะ ชักเบลอๆ เอาเถอะๆ ) แล้วชีใส่ความกรองแก้วเข้าไปเต็มๆ ไอ้เราก็ว่า ... ตายแล้ว นางเอกฉันซวยแน่ๆ แต่ก็ anti-cliché ไปค่ะ ไม่ขอบอกว่าเหตุการณ์เป็นยังไง

มีอีกหลายเหตุการณ์ให้ต้องประทับใจและคาดไม่ถึงค่ะ ทางด้านตัวละครนั้น ก็ถูกสร้างมาแบบสะท้อนสังคมจริงๆ ค่ะ อย่างน้อยก็สังคมสมัยนั้นล่ะ อย่างความคิดของตัวละครหลายๆ ตัวเกี่ยวกับการประกวดนางงาม ประมาณจะสื่อว่า(คนเราชอบ)ตัดสินคนที่ภายนอกอะไรประมาณนั้นค่ะ (หรือเพย์ตั้นวิเคราะห์ลึกเกินไป ?) แล้วก็หม่อมหลวงมารตี ที่เพย์ตั้นคิดว่า ถ้าเรามองไปรอบๆ ตัว เปิดตาดูดีๆ ก็จะเห็นคนแบบเธอเยอะแยะเลยนะคะ... ยังไงเสียก็ขอชมผู้เขียนค่ะ ที่สามารถถ่ายทอดตัวละครตัวนี้ออกมาอย่างดี จนถึงเพย์ตั้นจะตำหนิการกระทำของเธอ แต่ก็นึกสงสาร เข้าใจเป็นอย่างดีว่า ทำไมเธอถึงเป็นแบบนี้


แต่เพย์ตั้นสงสัยอย่างนึงนะคะ ว่าตัวเองเป็นอยู่คนเดียวหรือเปล่าที่คิดว่า นายพลพินิจน่าประทับใจสุด แม้ว่าตัวละครตัวนี้จะถือว่าเป็นตัวร้ายก็ตามที

คือตอนห้าสิงห์ยกทัพกันไปพบนายพลพินิจเรื่องกรองแก้ว โดยมีคุณชายรุจของเพย์ตั้น (อ๊ายๆ) เป็นผู้ดำเนินการเจรจาสานสัมพันธ์นั้น แอบกลั้นหายใจเหมือนกันว่า ตายล่ะ เหลืออยู่อีกไม่กี่หน้า มันจะมีการเลือดตกยางออกอีกแล้วเรอะ


ตอนอ่านเนี่ยค่ะ พอรู้ว่ากรองแก้วถูกนายพลพินิจซื้อตัวไว้ ไอ้เราก็คิดว่า ไม่รอดแล้วอีหนูเอ๋ย (ก็เกือบไม่รอดจริงๆ ล่ะ) คิดว่าตานี่ต้องเป็นพวกหื่นตาลาย ใครมีคนรักแล้วข้าไม่แคร์ ข้าอยากได้ แล้วข้าก็ต้องได้ ประมาณซาตานรุ่นพ่อของพระเอกไทยสมัยนี้ในนิยายหลายๆ เรื่องนั่นเอง

แต่ถึงท่านจะกระทำตามขั้นตอนของผู้ชายสไตล์ ฆ่าได้แต่หยามไม่ได้นั้น ก็จบด้วยที่ว่ามีเหตุผลสมกับเป็นผู้ใหญ่ค่ะ ด้วยความเข้าใจผิดในเรื่องระหว่างคุณชายภัทรกับกรองแก้ว ท่านก็เลยคิดแค้น ต้องการเอาคืน ถ้าหากท่านรู้มาก่อนว่า ฝ่ายหญิงไม่มีใจให้ก็คงไม่บานปลายขนาดนี้

“ต่อไปคงต้องสืบถามให้ดี ว่าผู้หญิงเขาเต็มใจหรือเปล่า”

จำได้ว่าอ่านถึงจุดนี้ก็แบบว่า ถอนหายใจยาวด้วยความประทับใจค่ะ เพราะส่วนใหญ่พวก antagonist หรือตัวร้ายแนวนายพลแกเนี่ย ในนิยายไทย (และละครน้ำเน่า)มักจะมาสไตล์เหมือนคนเมายาบ้า ถ้ามันไม่ตายก็ต้องเกือบๆ น็อกเอาท์ไปแล้วเรื่องถึงจะจบ


อ๊าย เกือบลืมค่า หนูปลื้มอากงของคุณชายภัทรมากๆ



ออกมาแป๊บเดียว แต่สร้างความประทับใจเต็มเปี่ยม น่ารักมาก อ่านไปก็อยากจะไปหยิกแก้มอากงแกจริงๆ ค่ะ

เรื่องนี้เจอคำผิด/พิมพ์ตกอยู่สองสามคำ แต่ก็ไม่อะไรมากค่ะ
ไม่ทำมึนเท่ากับวิธีการทำอาหารคร่าว ๆ ...แค่ชื่ออาหารยังทำมึนเลยค่ะ “แสร้งว่ากุ้ง” นี่อ่านทวนอยู่สิบรอบ




....จะกดเซิร์ชในกูเกิ้ลก็ขี้เกียจลุกลงจากเตียง ก็เลยยอมก้มหน้า ยอมรับว่ามันชื่อ แสร้งว่ากุ้ง จริง ๆ เห็นทีกลับเมืองไทยคงต้องทำให้คนรอบข้างปวดหัวด้วยการสั่งทาน อิอิ







 

Create Date : 18 มิถุนายน 2554    
Last Update : 5 มีนาคม 2556 21:27:18 น.
Counter : 3142 Pageviews.  

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน...คุณชายปวรรุจ

พออุณหภูมิลดลง ก็แปลว่าเข้าสู่ฤดูกาลใหม่...ที่ทำให้หัวใจนักศึกษาห่อเหี่ยว เพราะมันคือฤดูไฟนอลนั่นเอง


แต่ถ้าไม่มีไฟนอล ก็ไม่มีการปิดพักร้อนหนีหนาว...เนอะ เพราะฉะนั้นก็จงทำใจต่อไป





แต่หลังจากที่จุ่มหัวกับงาน งาน งาน และงานมานานหลายวัน ก็มาได้โอกาสพักผ่อนสักนิด (นิดตายล่ะ นานมากกกกหล่อน) นั่งดูทีวี อ่านนิยาย ฟังเพลง เพ้อฝัน...ก็หยิบคุณชายปวรรุจขึ้นมาอ่านเป็นรอบที่สอง ซึ่งขอโอกาสมานั่งเม้าท์น้ำลายแตกฟองเสียแล้วกันเลยนะคะ

ช่วงนี้ถ้าเป็นคอนิยาย/หนอนหนังสือนิยายรักของเมืองไทยแล้ว ก็คงจัดได้ว่าตกเทรนด์นะคะ ถ้าไม่มีนวนิยายชุดสุภาพบุรุษจุฑาเทพเอาไว้ในครอบครอง อิอิ ก็ว่าไปนั่น...

อันที่จริงเพย์ตั้นก็มีนิยายชุดนี้มาตั้งแต่วันเปิดตัวแล้วค่ะ ตอนแรกก็กะจะสั่งซีเอ็ดให้มาส่ง (ปลงกับค่าส่งข้ามประเทศไปนานแล้วค่ะ) แต่แหม ดันมีโปรโมชั่นแจกเสื้อเชิร์ตสะงั้น ก็เลยออดอ้อนบุพการีสุดชีวิต แต่คุณแม่ยืนกรานหนักแน่นค่ะว่าจะไม่ไปแย่งอากาศหายใจกับใครๆ ที่งานหนังสืออีกแล้ว หลังจากประสบการณ์แย่ๆ เพราะลูกสาวส่งให้ไปกวาดหนังซื้อมาคราวก่อนๆ นั้น ก็เลยไม่ยอมค่ะ เพย์ตั้นก็เลยหันเข้าหาคุณพ่อบังเกิดเกล้าแทน

จำได้ว่า พอกดสายติดต่อโทรฯหาคุณพ่อนั้น แค่บอกว่า “Daddy it's me!” แด๊ดก็หัวเราะก๊าก ถามเลยว่า “เอ้า วันนี้จะมาถอนขนหน้าแข้งพ่อกี่เส้นคะ”




Oh dear. แด๊ดรู้ทัน ฮ่าๆ

ออดอ้อนกันไม่นานนัก แด๊ดก็บอกว่าจะส่งเลขาฯ ไปดูให้ เพราะติดประชุม ติดงานสารพัด เจียดตัวไปเดินได้ยาก และที่สำคัญขี้เกียจไป (เอ๋...-*-) เลขาฯผู้ทรงคุณภาพของคุณพ่อก็เลยไปแทน 




และแล้วก็ได้มาสมใจยากค่ะ แต่กว่าจะมาถึงมือก็เกือบๆ เดือนต่อมา และกว่าจะได้อ่านก็โน่น เมื่อกลางเดือนพฤษภาฯนี่เอง

มาเป็นบอกเซ็ตจุใจครบชุด พร้อมเสื้อเชิร์ตและของขวัญอภินันทนาการมากมายจากคุณพ่อคุณแม่ (คือตอนนั้นทั้งสองแอบหนีลูกสาวไปสวีทโรแมนติกท่ามกลางหิมะกันค่ะ ก็เลยต้องมีการเสียภาษีหน่อย คิกๆ)

พูดในฐานะคนที่ชื่นชอบศิลปะ และพอมีแบ็คกราวนด์ด้านการวิจารณ์ ฯลฯ ศิลปะอยู่บ้าง ขอบอกว่า ออกแบบได้สวยมากๆ ค่ะ เรียบหรูแต่ก็น่าดึงดูดใจ ... เห็นแล้วมีค่าสมเนื้อหาด้านใน ไม่ใช่นิยายหลายๆ เล่มที่ คุณพระคุณเจ้าช่วย เห็นแล้วไม่กล้าหยิบ ... อะไรนักหนาคะ กับหน้าดารา นางแบบ นายแบบที่คุ้นหูคุ้นตา เสียจินตนาการและอารมณ์เหลือเกิน... ยิ่งภาพผู้ชายเปลือยอก นางเอกแต่งตัวหวือหวา ... เห็นแล้วแบบว่า อ้อ นิยายสไตล์ Harlequin หรือไม่ก็ Mills & Boon แน่นอน ไอ้ประเภทที่เพย์ตั้นกับเพื่อนๆ ไปแอบยืนหัวเราะบ่อยๆ ตามแผงหนังสือเล็กๆ หรือไม่ก็ซื้อมาล้อเลียนกันในวันเกิด หุหุ 

ใครๆ บอกว่าอย่าตัดสินหนังสือที่หน้าปก แต่ให้ตายเถอะค่ะ ในกรณีนี้ หน้าปกส่อให้เห็นเนื้อในเต็มๆ ค่ะ อายจนไม่กล้าหยิบ ใครจะว่าไงก็เชิญ แต่ให้ถือหนังสือที่มีภาพวาดหน้าเอ็มม่า วัตสันเด่นหราไปรอบบ้านรอบเมือง โอย ไม่ไหวค่ะ แค่คิดก็ขนลุก อายสายตาชาวบ้าน และอายเจ้าตัวด้วย เพื่อนเขาก็เพื่อนเรา 


เอาเถอะๆ นอกเรื่องไปไกลแล้ว



บอกตามตรงว่าตอนได้ข่าวนวินิยายชุดนี้นั้น ปักใจหมายมั่นเลยว่า ดิฉันรักคุณชายรัชชานนท์มากที่สุด เพราะเฮียแกเป็นวิศวกร ใครอย่าได้มาแย่งเชียว... แต่พออ่านจบทั้งเซ็ต (มีข้ามกันบ้างค่ะ) กลับพลิกล็อก ผู้ที่ครอบครองหัวใจเพย์ตั้นไปสุดแรงโน้มถ่วงของโลก (เอ๊ะ ยังไง) คือคุณชายปวรรุจ นักการทูตหนุ่มของเรานี่ล่ะค่ะ แต่ก็ไม่ใช่คุณชายท่านคนเดียวนะคะ ทั้งนางเอก เอาเป็นว่าแทบทุกตัวละครในเล่มเลยก็ว่าได้ เกือบๆ หมดทุกคนยกเว้น ท่านชายทัศ (ก็ทรงกล้าทำร้ายจิตใจคุณชายของหม่อมฉันนี่เพคะ!)

คุณชายปวรรุจ เป็นผลงานของ ร่มแก้ว ค่ะ และเป็นเล่มที่สองในนวนิยายชุดสุภาพบุรุษจุฑาเทพ

เพย์ตั้นเองก็ไม่เคยอ่านผลงานของเขาสักที ชุดบ้านไร่ก็มีครบเซ็ตแต่อ่านจบไปแค่ ธาราหิมาลัยของณารา ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ ละครมันทำลายจินตนาการไปหมดแล้ว เลยทำให้หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านยาก ก็หวังว่าพอลืมเลือนเนื้อหาละครไปได้ จะหยิบมาอ่าน ...อันที่จริง ปฐพีย์เล่ห์รัก คงไม่มีปัญหาอะไร เนื่องจากว่า ตอนเป็นละคร เพย์ตั้นก็ไม่ได้ดูค่ะ ติดหนึบแค่ 1 2 และ ตอนท้ายๆ ของ 4 เท่านั้น ภาคปฐพีย์ฯ นั้นข้ามไปเลยทีเดียว เนื่องจากชนช่วงไฟนอลปลายปีกับอะไรต่อมิอะไรพอดีค่ะ


เนื้อเรื่องคร่าวๆ ... [อืม ทำยังไงดีไม่ให้สปอยล์คนที่หลงเข้ามาอ่านนะ หุหุ]


คุณชายปวรรุจ จุฑาเทพ หรือที่เรียกๆ กันว่า “คุณชายรุจ” นั่นเอง เธอเป็นบุตรชายคนรองของหม่อมเจ้าวิชชากรและหม่อมช้องนาง ซึ่งเป็นนางต้นห้องของภรรยาเอกท่าน ทำให้นี่เป็นปมด้อยเล็กๆ น้อยๆ ของคุณชายปวรรุจ (เธอไม่แคร์ แต่คนอื่นแคร์ว่างั้นเถอะค่ะ) บอกว่าเธอเป็นคุณชายก้นครัว ลูกคนใช้อะไรอย่างนี้และเรื่องชนชั้นนี่ล่ะค่ะ ก็กลายมาเป็นปัญหาสำหรับพระนาง

เรื่องราวของมารดาคุณชายปวรรุจสะกิดบาดแผลในใจของคุณย่าอ่อน น้องสาวของหม่อมย่าเอียดซึ่งเป็นคุณย่าแท้ๆ ของคุณชายทั้งห้านั้นอย่างจัง เลยทำให้คุณชายรุจเป็นหลานชายที่นางโปรดปรานน้อยมากที่สุด แต่คุณชายรุจก็ถือว่าดีเหมือนกัน เพราะเห็นทีคงจะได้รอดตัวจากการถูกจับแต่งงานกับสาวๆ ตระกูลเทวพรหม แต่ที่ไหนได้ คุณย่าอ่อนกลับสรรหาหม่อมหลวงกระถิน อีกหนึ่งเทวพรหมมาให้คุณชายรุจจนได้ คุณชายเธอก็เลยเผ่นค่ะ ขึ้นเครื่องบินไปจัดการงานประชุมเรื่องเดินทะเลอะไรสักอย่าง (แบบว่ามันวิชาการไปหน่อย ด้วยความที่กำลังอ่านนิยายรักๆ เพย์ตั้นเลยไม่ใส่ใจค่ะ ก๊าก)

แล้วการเดินทางครั้งนี้นี่เองที่ทำให้ปวรรุจได้พบกับ “รสา” หญิงสาวที่นอกจากจะไม่เป็นแฟนคลับห้าสิงห์จุฑาเทพอย่างเขาเหมือนสาวๆ คนอื่นทั่วทั้งพระนครแล้ว ยังจะคอยทำท่าราวกับว่าเขาไปก่อวีรกรรมอะไรไว้ให้เธอต้องเกลียดชังเสียอีก (จุดใต้ตำตอชัดๆ)

แต่สารพัดสถานการณ์วุ่นวาย (ที่กลายเป็นโรแมนติกจนเพย์ตั้นนอนดิ้นกรี้ดกร๊าดบนเตียง) ก็ทำให้หัวใจของหญิงสาวอ่อนไหว .. ง่ายๆ ก็ พระนาง เรารักกันในที่สุดค่ะ

หากความจริงก็เปิดเผยว่า รสา ลูกพ่อค้าธรรมดานี่คือ หม่อมเจ้าหญิงวรรณรสา พระธิดาในพระองค์เจ้าฉัตรอรุณ อรัณรัศมิ์ ซึ่งในอดีตเคยเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่คุณย่าอ่อนบังคับให้คุณชายรุจในวัย 14 ปี คอยเอาอกเอาใจนั่นเอง

ด้วยความโมโหที่ถูกหญิงที่ตนรักหลอกลวงมาตลอดจึงทำให้คุณชายเราตัดสัมพันธ์ทุกอย่างกับท่านหญิงวรรณรสา ไม่มองหน้า ไม่พูดด้วย ไม่อ่านจดหมาย ทำตัวเหินห่าง เย็นชา แล้วก็อ้างว่าฐานะของพระองค์นั้นอยู่เหนือเขาผู้ซึ่งเป็นสามัญชนธรรมดาๆ แถมท่านหญิงเองก็มีคู่หมายแล้ว ซึ่งก็คือ หม่อมเจ้าภาณุทัศนัยนั่นเอง

แต่ท่านหญิงวรรณรสานั้นถึงจะดื้อรั้น เอาแต่ใจตัวเอง แต่เพราะรู้ว่าทำผิดก็ยอมรับผิด แถมรักเขาเต็มๆ แล้วก็ไม่ยอมแพ้ ตามง้อคุณชายรุจเธอเต็มที่ เสียน้ำตาไปพองามค่ะ เธอไม่ย่อท้อ จนจบอย่างมีความสุขนั่นล่ะค่ะ

ก่อนอื่นเลยขอบอกว่า เพย์ตั้นอ่านคุณชายปวรรุจตามหลังคุณชายธราธรนะคะ แต่เล่มนั้นอ่านไปสี่ห้าบท แล้วก็อึดอัดใจจนต้องเปิดไปอ่านสองบทหลัง แล้วก็เปิดผ่านๆ จนวางลงในที่สุดหลังจากอ่านไปสัก 20% โดยรวมได้ ... มากไม่พอที่จะมานั่งเมาท์ได้อย่างแฟร์ๆ ค่ะ ต้องชี้แจงเหตุผลว่า ที่อ่านต่อจนจบทั้งเรื่องไม่ได้ก็เพราะ เพย์ตั้นไม่ชอบความรู้สึกที่เลือกเชียร์นางเอกไม่ถูกค่ะ ไอ้บทรักพระเอกเสียดายพระรองนั้นยังพอทนได้ แต่พอพลิกผันเป็นนางเอกเข้าแล้วมัน...โอ้

ประมาณว่า อ่านแล้ว “คุณชายใหญ่ คุณช่วยเลือกตัดสินใจนางเอกสักทีได้ไหมคะ ตรูเหนื่อยกับการเชียร์นะโว้ย”

อีกอย่าง อ่านเจอหน้าที่สองก็มึนตึบแล้วค่ะ งงนิดๆ มันมีประโยคซ้ำจากหน้าแรกเหมือนกันเดะๆ อยู่ ไม่รู้ว่าคนเขียนตั้งใจหรือไร แต่ส่วนตัวอ่านเจอแล้วได้ความรู้สึกว่า อีดิทผิดพลาด

....เอ่อ พอๆ ก่อนดีกว่า




สำหรับคุณชายปวรรุจแล้วนั้น ... ถามว่าพล็อตนั้นสดใสใหม่เอี่ยมมากแค่ไหน ก็ต้องดึงคำยอดฮิตของอาจารย์วิชา Creative Writing สมัยไฮสคูลของเพย์ตั้นมาใช้เลยค่ะ ว่ามัน “Cliché” มากๆ

คือ...อ่านไปก็ไม่ได้แบบว่าว้าว ไม่ทันคิดเลย เพราะมันคาดไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ๆ นะ ยกตัวอย่างเช่น พล็อตค่ะนางเอกปิดบังตัวตนที่แท้จริง ก็ต้องมาแนวพอความลับแตก พระเอกก็ต้องงอน นี่ก็คุ้นเคยเป็นอย่างดี หาได้ในแม้กระทั่งเชคสเปียร์กับเรื่อง The Twelfth Night (แต่ป๋าวิลแกเป็นบิดาพล็อตอมตะนะคะ จะหาว่างานแก cliché ก็คงไม่ถูกนัก เพราะเนื้อหานั้นตอนแรกมันก็ออริจินอลดี แต่พอเจอเรื่องอื่นๆ ใช้มุกพล็อตแกบ้างเนี่ยสิ อิอิ มันก็เลยดึงงานป๋าแกให้ดู cliché ไปด้วย)

สถานการณ์แต่ละอย่างก็อมตะมากๆ แต่ก็เป็นมุกที่อ่านยังไงก็อมยิ้มได้อยู่ดี เช่นฉากพระ-นางหลงป่าติดอยู่ด้วยกัน (มีกระท่อมอีกต่างหาก โคตรจะสะดวกเลย ฮา)

แต่ไอ้คำว่า cliché ที่ใครๆ ก็รีบด่วนสรุปไปว่า ไม่ดีนั้น ก็ค่อนข้างน่าผิดหวังนะคะเพย์ตั้นว่า เพราะมันไม่ได้แปลว่านิยายจะต้องน่าเบื่อ หรือย่ำแย่เพียงแค่มันมีดีกรีความเป็น cliché อยู่เยอะ อันที่จริงมันมีส่วนดีด้วยซ้ำ เพราะมันทำให้คนอ่านเริ่มเกิดอาการลุ้นไปกับตัวละครค่ะ แบบ สาธุๆ อย่าออกมาเป็นแบบนี้เลยนะ รีบเชียร์ให้ท่านหญิงเผยความจริงกับคุณชายก่อนที่เธอจะรู้จากปากคนอื่นแล้วเรื่องจะบานปลาย เป็นต้น

แถมปัจจัยอื่นๆ ก็สามารถทำให้พล็อต cliché มีเสน่ห์ไปในตัวด้วย ภาษาที่ไม่ได้สวยเวอร์อลังการวิลิศมาหรา แบบต้องร้องโอ้โห คือแต่...มีคำซ้ำติดมาในบรรทัด/วรรค/หน้าเดียวกันเยอะค่ะ ..อันนี้ก็เป็นความนิยมส่วนตัวของเพย์ตั้นนะ ที่ไม่ชอบเห็นคำซ้ำ (ที่เลี่ยงได้) ใกล้ๆ กัน เป็นไปได้อยู่คนละบทเลยยิ่งดี ยกตัวอย่าง ขวยเขิน สองรอบในบรรทัดใกล้เคียงกันเป็นต้นงี้ มันทำให้หงุดหงิดค่ะ อิอิ ถึงจะไม่ร้ายแรงอะไรก็เถอะ แต่ก็โดยรวมเขียนได้ลื่นไหล เขียนแบบอ่านแล้วไม่อยากวางหนังสือลงค่ะ สำนวนชวนให้ติดตามก็ว่าได้ ยิ่งมุกตลกก็ทำเอาหัวเราะก๊ากเลยเชียว ชอบตอนหนูอ้ายบอกคุณอิ่มว่า ระวังเถอะ โมนา ลิซ่าอย่างคุณเธอกินมากๆ แล้วจะกลับเข้ากรอบไม่ได้

แต่ที่ว่าๆ มาก็ไม่ได้จะบอกนะคะว่าทั้งเรื่องมัน cliché เต็มไปหมดทุกบรรทัด ทุกหน้าหนังสือ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงมีการเอือมระอาจนอ่านไม่จบเหมือนกันค่ะ

ต้องขอชมคุณร่มแก้ว (อยากถือวิสาสะเรียกพี่เหมือนกันนะ 555+) ที่ทำมุก cliché ออกมาได้น่าจดจำอ้ะค่ะ เอ๊ะ ยังไงฟะ ... คือมันมีความ anti-cliché อยู่ในตัวค่ะ ซึ่งเกิดจากการเขียน การกระทำของตัวละครอะไรประมาณนั้น ถ้าสถานการณ์เดาง่าย เจอตัวละครเดาง่ายไปอีก แย่เลยนะคะ ดีที่ว่าไม่ใช่อย่างนั้น







แต่ที่โดดเด่นและเป็นที่ชื่นชอบมากที่สุดสำหรับเพย์ตั้นก็คงเป็นบุคลิกและแบ็คกราวนด์ของตัวละครค่ะ ที่สอดคล้องกับทุกบทพูดและการกระทำเป็นอย่างดี เพราะเจอนิยายหลายเรื่องมากที่การกระทำตัวละครตรงกันข้ามกับไอ้สองบอ.(บุคลิก & แบ็คกราวนด์) มากๆ ค่ะ เช่นพระเอกเลิศหรูเพอร์เฟ็ค ...แล้วหันไปขืนใจนางเอก ...เพอร์เฟ็คในพจนานุกรมเล่มไหนวะคะ ???

คุณชายปวรรุจก็นะ ไม่ต้องบรรยายมากค่ะ เอาเป็นว่า ถ้ามีตัวตนอิชั้นจะไปตามหาเลยเชียว เธอหวานแบบมีความเป็นคุณชายเต็มพิกัด หวานนิ่งๆ ...ไม่ได้เลี่ยนแต่ก็หวานพอที่จะทำให้คนอ่านอย่างเพย์ตั้นนอนกรี๊ดอยู่คนเดียว แถมไอ้ออกอาการผ่านสายตานั่นอีก โอ้ กรี๊ดค่ะ อิจฉาท่านหญิงขึ้นมาเสียทันที .. ยิ่งความสามารถของคุณชายนั้นก็ อ๊าย อยากดิ้นตายค่ะ หาผู้ชายแบบนี้ได้ที่ไหนฟะ

คุยๆ กับคนรู้จักที่อ่านแล้วก็บอกว่าเริ่มเซ็งกับคุณชายตอนท้ายๆ ที่งอนเป็นผู้หญิง เขาง้อแล้วก็ไม่ยอมใจอ่อนเสียที ไอ้เราก็เถียงใจขาดดิ้นว่าไม่นะ คุณชายเรารักท่านหญิงมากต่างหาก รู้ว่าตัวเองไม่คู่ควรอะไรประมาณนั้น เลยไม่อยากทำให้ท่านลงมาต่ำต้อย กรี๊ดดด แถมเจออีตาท่านชายทัศแกล้งข่มเอาไว้ แหม บังอาจมาข่มคุณชายรุจของหม่อมฉันนะเพคะ พระองค์นั่นล่ะทรงน่าตบสุดๆ

แต่ด้วยที่ว่า สวมวิญญาณท่านหญิงวรรณรสาเข้าไปเสียเยอะ ไอ้เราก็น้อยอกน้อยใจคุณชายรุจเต็มที่ ง้อแล้วก็ใจแข็ง แถมคอยไล่เราอีก คุณชายนะคุณชาย...เราก็หมดน้ำตากับไปท่านหญิงเยอะเลยค่ะ บางทีท่านยังไม่ร้อง เพย์ตั้นชิงสะอื้นไปก่อนแล้ว ยั่งกับว่าโดนคุณชายหักอกตัวเองสะงั้น






ตาบวมเจ่อจนคนใกล้ตัวที่แวะมาบ้านงง



คือตอนนั้นถึงฉากนางเอกโดนคุณชายไล่ตะเพิดกลับวังค์เป็นหนที่สองพอดีค่ะ ไอ้เรางี้ต้องคั่นหนังสือสงบสติอารมณ์ หลังจากร้องไห้สไตล์ท่านหญิง (นิสัยเราคล้ายๆ กันค่ะ เลยอินจัด) ก็มีเสียงเคาะประตูขึ้นมา ... คุณชายรุจ เอ๊ย คุณชายตัวจริงแวะมาหา เพราะวันนั้นวันศุกร์ เพย์ตั้นไม่มีเรียน แต่เขามีค่ะ กว่าจะถึงบ้านก็เย็นเชียว ก็เลยแวะมาหา หิ้วขนมติดมือมาด้วย (สงสัยจะมีญาณมั้ง ว่านังเพย์ตั้นมันสติแตกอีกแล้ว)

เปิดประตูแล้วเขาก็ทำหน้าตกใจค่ะ ว่ายูเป็นอะไรไป ไอ้เราก็เบะปากสะอื้นฮัก โผเข้ากอดเขาแบบดราม่ามาก ประหนึ่งว่ามีใครตายก็ไม่ปาน

พอเขารู้ว่าเราอู้งาน หนีไปนอนอ่านนิยายแล้วมาร้องไห้ฟูมฟายเพราะอินจัดแบบโอเวอร์ ก็อึ้งซะ ก่อนจะกลอกตาด้วยความระอาใจสุดๆ แต่จะหัวเราะก็หัวเราะไม่ออก...เอ่อ ไม่กล้ามั้งคะ เพราะเดี๋ยวโดน ฮา

แต่ข้าพเจ้าสิโดนไปเต็มๆ ค่ะวันนั้น เพราะหลุดปากไปว่า อยากได้คุณชายรุจมาเป็นแฟน ... แบบนี้ล่ะ สเป็กเลย ฉันต้องหาสามีแบบนี้ให้ได้

ตาเขียวปั้ดมาทันที “ไหนบอกว่าชอบวิศวะกร”... เพย์ตั้นก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ต่อไปค่ะ

“ก็ชอบไง แต่รักนักการทูต ยูมีปัญหาไหม”

คิกๆ
















สรุปว่า ความสนุกนั้นให้ 98.00% เลยค่ะ ตัดคะแนนไปเพราะความ cliché นั่นเองแหะๆ

เป็นนิยายสไตล์ ‘feel good’ ค่ะ อ่านแล้วไม่เกิดอาการเครียดชนิดต้องโดปยาแทนตัวละคร แต่อ่านแล้วก็ได้ทุกอารมณ์ ยิ้ม ขำและร้องไห้ไปกับตัวละคร ด้วยการเขียนที่ชวนให้น่าติดตามทุกจังหวะ แอบมีการเสียดายเลยว่า บางไปนิด ไม่อยากให้จบเลย

แล้วท้ายนี้หลังจากอ่านมาสองรอบแล้วก็อยากรู้ว่า ตกลง ตอนที่ท่านหญิงยังทรงพระเยาว์แล้วโดนงูกัด แต่ไม่ยอมปริปากบอกใครว่าคุณชายรุจแกล้งนั้น...เพราะอะไรคะ กลัวอย่างเดียวหรือว่าอะไร ? ...






 

Create Date : 27 พฤษภาคม 2554    
Last Update : 17 มีนาคม 2556 22:00:36 น.
Counter : 3208 Pageviews.  


les-bisou
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




So much to tell you... 

Friends' blogs
[Add les-bisou's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.