Group Blog
 
All blogs
 

ไข่ดองน้ำส้มสายชูหมักรักษาโรค

ไข่ดองนำส้ม เพื่อสุขภาพ

ไข่ดองน้ำส้ม

รักษาโรคมะเร็งได้ผลดีมาก

ป้องกันเส้นเลือดในสมองแตก

ผลการรักษาโรคของไข่ดองน้ำส้ม

1. ขจัดเส้นโลหิตแข็งตัวในผู้สูงอายุ ป้องกันโรคหัวใจตีบตัน

และเส้นโลหิตในสมองแตก

2. รักษาโรคกระเพาะตกต่ำ กระเพาะอ่อนแอไม่มีกำลัง

ระบบย่อยอาหารไม่ดี

3. รักษาโรคตับอักเสบ และโรคเบาหวานก็หายขาด

ถ้าได้รับประทานต่อเนื่องกันถึง 2 เดือน

4. รักษาอาการความดันโลหิตสูงได้ผลดีกว่า ให้แพทย์ฉีดยา

5. รักษาอาการเจ็บเส้นประสาท ข้อกระดูกอักเสบ

6. เหมาะสำหรับผู้สูงอายุทั่วไป

7. รักษา ฮ่องกงฟูต หายขาดได้

8. ผู้มีร่างกายแข็งแรงเป็นปกติ ถ้าได้ดื่มแล้วจะขจัดความปวดเมื่อย

หรืออ่อนเพลีย ยิ่งกว่านั้นหลังการบริหารร่างกายหนักๆ

ดื่มสักครั้งหนึ่ง พักสักครึ่งชั่วโมง จะได้รับผลดีอย่างมาก

...........................................................................

วิธีทำ ไข่ดองน้ำส้ม

ใช้น้ำส้มสายชูที่ทำจาก ข้าวแท้ๆ ประมาณ 300 ซีซี

ใส่ถ้วยน้ำ + ไข่ไก่ 1 ฟอง (ทั้งเปลือก)

แช่ไว้ประมาณ 35 – 40 ชั่วโมง จะเห็นว่า

เปลือกไข่ละลาย มีแต่เปลือกอ่อนชั้นใน

และไข่แดงจะกลายเป็นเหมือนลูกปิงปอง

เอาเปลือกอ่อนชั้นในออก แล้วกวนไข่ขาว

กับไข่แดงให้ผสมกับน้ำส้มให้เข้ากัน ก็เป็น

ไข่น้ำส้มแล้ว

รสชาด & วิธีรับประทาน รส เปรี้ยว ขม ต้องผสมน้ำผึ้ง

และน้ำต้มสุกเท่า ๆ กัน จึงพอจะดื่มได้ ไข่ดองน้ำส้ม 360 ซีซี

แบ่งรับประทานได้ 5 – 7 วัน (ดื่มวันละครั้ง)

****** ห้ามแช่เย็น เด็ดขาด *****

ส่วนผสมน้ำผึ้ง กับไข่ดองน้ำส้ม ไข่ดองน้ำส้ม 1 ส่วน น้ำผึ้ง 1 ส่วน

น้ำต้มสุก 1 ส่วน

หมายเหตุ

1. ผู้ไม่ชอบรับประทานไข่ ให้รับประทานก่อนอาหารสักครึ่งชั่วโมง

2. ผู้ได้รับผลดีจากตำหรับยานี้ โปรดแนะนำผู้อื่นต่อไป เป็นวิทยาทาน

3. ใช้น้ำส้มสายชูที่หมักจากผลไม้แทนได้

..........................................................

สูตรการทำไข่น้ำส้มนี้ คุณป้ากิ่ม เจียรจินดา ชาวอุบลราชธานี คุณป้าอายุ ๘๐ ปี เศษ สุขภาพแข็งแรงตามแบบผู้สูงอายุชาวชนบท ไม่มีโรคแทรกซ้อน คุณป้าบอกว่า รับประทานไข่น้ำส้มเสมอ ถ้าใครจะรองรับประทานตามให้ทำดังนี้
ให้ทำรับประทานติดต่อกัน ๓ ฟองไข่ หนึ่งครั้งก่อน หลังจากนั้นให้ทำรับประทานเดือนละ ๑ ฟองไข่ หรือสักสอง-สามเดือนทำรับประทานสัก ๑ ฟองไข่

ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นประโยชน์ทางสุขภาพ สำหรับคนเมือง อีกทั้งตนเองก็ได้เคยร่วมทำงานทดลองวิจัยในงานชิ้นเดียวกันนี้กับ

ท่าน อ.ศักดา วัชรินทร์กร ที่ชมรมแพทย์แผนไทยก้าวหน้า มีผลวิจัย

เป็นที่ ยอมรับโดยทั่วไป ซึ่งมีประโยชน์จริง ตามที่ คุณป้ากิ่ม เจียรจินดา กล่าวอ้างไว้ จึงได้เผยแพร่ เพื่อประโยชน์โดยทั่วไป

ขอขอบคุณป้ากิ่ม เจียรจินดา

โดย หมอชาติ




 

Create Date : 24 ธันวาคม 2552    
Last Update : 24 ธันวาคม 2552 5:46:54 น.
Counter : 10705 Pageviews.  

แป๊ะตำปึง หรือ จักรนารายณ์ (จินฉี่เหมาเยี่ย)

แป๊ะตำปึง หรือ จักรนารายณ์

ต้นยาแปะตำปึง

ต้นแปะตำปึงเดิมเป็นต้นยามาจากประเทศจีน ลักษณะของใบยาจะหนา

นุ่มคล้ายกำมะหยี่ รสชาดของใบยาคล้ายชมพูที่ยังไม่แก่

สรรพคุณ ของใบยา ได้แก่ จะฟอกเลือด ปรับระบบเลือดให้ดีขึ้น

น้ำเหลืองจะดีขึ้น รักษาแผลภายใน - ภายนอก ชะล้างสารพิษภายใน

ร่างกายออกทาง (อุจจาระ ปัสสาวะ และทางตา) ทำให้กินข้าวใด้นอนหลับ

อาการปวดต่าง ๆ ก็จะหาย ระบบหายใจจะดีขึ้นไม่เหนื่อยหอบ ขับลม

แน่นภายในช่องท้อง โรคที่ใบยาแปะตำปึง ได้รักษาหายมาแล้ว

ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันสูง-ต่ำ โรคหืดหอบ-ภูมิแพ้ โรคมะเร็งทุก

ชนิด ริดสีดวงทวารหนัก งูสวัด โรคเก๊า ขับนิ่ว แผลสะเก็ดเงิน แผดฝี

หนองทั่วไป โรคหัวใจ โรคโลหิตจาง เนื้องอกต่าง ๆ ในไต ปวดเหงือก

ปวดฟันแผลอักเสบ ปวดท้องประจำเดือน คอเรสเตอรอล ไขมันในเส้น

เลือด ไทรอยท์ ปวดเส้น ปวดหลัง โรคกระเพาะ

ดวงตาที่เป็นต้อ ดวงตาอับเสบ ขุ่นมัว โรคผิวหนังทั่วไป (สิว ฝ้า เป็นด่าง)

<โรคเอดส์ถ้าทานใบยาก็จะมีผลให้สุขภาพดีขึ้น>

วิธีการรับประทาน ใบสด ควรรับประทานวันละ 1 ครั้ง ประมาณ 2,3 หรือ 5 ใบ เวลาที่ควรรับประทานใบยาที่ดีที่สุดคือ ตี 5-7 โมงเช้า

เพราะลำไส้เริ่มทำงาน ท้องยังว่างอยู่จะได้ผลเร็ว ถ้าบางท่านที่ปวเหงือก -

ปวดฟัน ปากเป็นแผลลำคออักเสบ ควรรับประทานใบยาในเวลากลางคืน (แปรงฟันให้เรียบร้อย)

ค่อยรับประทานใบยาเคี้ยวและอมทิ้งไว้สักระยะเวลาหนี่งแล้วค่อยกลืน

ผลที่จะได้รับคือ ตื่นเช้าอาการปวดจะหายไป จะขับถ่ายโล่งสบาย

จะมีขี้ตาออกมาเยอะหน่อย เพราะใบยาจะขับสารพิษออกทางตา

ถ้าใครปวดท้องและเป็นโรคกระเพาะให้รับประทานใบยาเดี่ยวนั้น

สักพักหนึ่งอาการปวดของโรคกระเพาะก็จะหายไป ยังช่วยขับลมแก๊สที่

แน่นในท้องออกด้วย ยังสามารถนำใบยาแปะตำปึงใปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้อีก นอกเหนือจากรับประทานใบสดแล้ว ได้แก่

1. นำใบยามาทำเป็นอาหาร เช่น แกงจืด (15-20 ใบต่อ 1 ท่าน)

2. นำมาพอกตาสำหรับคนที่ดวงตาเป็นต้อ ดวงตาอักเสบ ตามัว นำใบยา

ประมาณ 7-8 ใบ มาขยี้ หรือใช้ครกตำก็ได้ บีบน้ำยาใส่ที่ดวงตา แบ่งใบยาเป็น 2 ส่วน พอกไว้ 20-30 นาที ค่อยล้างออก ผลที่ได้รับคือ ดวงตาจะสว่างขึ้น แผลต่าง ๆ จะหายไป รวมทั้งต้อด้วย ถ้าท่านใดเป็นมาก ควรทำไว้สักระยะหนึ่ง

3. ท่านที่เป็นริดสีดวงทวารหนัก ควรทานใบสด และควรนำใบยามาขยี้หรือตำให้ได้พอเหมาะยัดใส่ทวารหนัก จำทำให้แผลหายเร็ว ติ่งที่โผล่ยุบเลือดที่ออกก็จะหยุด

การเก็บรักษาให้ได้นาน ถ้ามีใบยาที่แก่และเหลือง นำมาล้างแล้วผึ่งให้แห้ง นำมาปั่นหรือตำก็ได้ บีบน้ำยาใส่ถ้วย นำไปนึ่งให้สุกปล่อยให้เย็นแล้วใส่ขวดเก็บไว้ในตู้เย็น เก็บไว้ใช้ได้นาน ถ้าเป็นงูสวัด และแผลต่าง ๆ ใช้น้ำยาทา หรือนำใบยาสดมาตำพอกก็ได้ ตากแห้งทำใบชาได้

อาหารแสลงที่ควรระวัง เช่น เนื้อ กุ้ง ปลาหมึก ปู ปลาทู ปลาร้า หูฉลาม กะปิ ข้าวเหนียว หน่อไม้ แตงกวา หัวผักกาด เผือก สาเก เครื่องดองของเมา น้ำชา กาแฟ (ถ้าสุขภาพไม่แข็งแรงควรงด)



**************<สตรีมีครรภ์ห้ามรับประทาน>***************


วิธีการปลูก ต้นยาแปะตำปึงเมื่อปลูกได้ระยะหนึ่งประมาณปีกว่าต้นแม่ก็จะตาย ควรหักปักชำใหม่ เมื่อโตเต็มที่แล้วจะมีช่อดอกสีเหลืองไม่มีฝักและเมล็ด ต้องปักชำเท่านั้น ต้นยาชอบน้ำ อากาศดี ชอบแสงแดดพอสมควร และดินร่วน สิ่งที่ควรระวัง คือ เพี้ยแป้งชอบเกาะลำต้นและใบ ถ้ามีเพี้ยแป้งก็จะมีมดแดง จะทำให้ต้นยาเหียวแห้ง และตาย ต้องระวังสัตว์บางชนิดชอบกิน

****หมายเหตุ ทุกท่านที่เจ็บป่วยเมื่อรับประทานใบยาแล้ว ก็ควรไปพบแพทย์ และตรวจรักษาตามปกติ และทานยาตามแพทย์สั่งส่วนใบยานั้นควรเป็นใบยาเสริมให้เจ็บป่วยหายเร็วขึ้นเท่านั้น (ท่านที่มีต้นยาปลูก และปลูกต้นยาพอรับประทานแล้วขอความกรุณาช่วยเหลือผู้อื่นด้วย จะได้เป็นบุญกุศล ที่ได้ช่วยผู้อื่นพ้นทุกข์)

สนใจติดต่อ ชมรมว่านยาสมุนไพรแปรรูป อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดหนองคาย




 

Create Date : 13 ตุลาคม 2552    
Last Update : 27 ตุลาคม 2552 4:44:17 น.
Counter : 567 Pageviews.  


ชนเผ่าเร่ร่อน
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




" So Others May Live "

สิ่งที่เราทำเพื่อตัวเอง จะตายไปพร้อมกับเรา

แต่สิ่งที่เราทำเพื่อผู้อื่น จะคงอยู่ตลอดไป

..................................................................

อันชีวาข้าไซร์ ใช่ยืนยง
ดุจน้ำค้างหล่นลง แล้วเลือนหาย
แม้ว่าสรรพสิ่งในโลกา ล้วนมากมาย
ก็เป็นได้ดั่งฝัน อันเลือนลาง
Free Image Hosting at www.ImageShack.us

QuickPost Quickpost this image to Myspace, Digg, Facebook, and others!
ShoutMix chat widget
Friends' blogs
[Add ชนเผ่าเร่ร่อน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.