Group Blog
 
All blogs
 
จตุคามรามเทพไม่ได้ช่วยให้โลกรอด

กระแสจตุคามรามเทพกำลังมาแรงเป็นอย่างมากในช่วงเวลานี้ ซึ่งหากมองเปรียบเทียบย้อนไปแล้วก็คงไม่ต่างกันกับพระเครื่องรุ่นดังๆ หลายรุ่น ที่เคยได้รับความนิยม แต่ก็ถือได้ว่ากระแสนิยมจตุคามรามเทพนี้เป็นดังสึนามิแห่งศรัทธาที่จะถาโถมเข้ากระหน่ำวิถีแห่งแก่นของพุทธศาสนา เพราะเป็นศรัทธาที่ไม่ได้ประกอบไปด้วยปัญญาที่จะคอยควบคุมศรัทธาเอาไว้ด้วย

ใกล้วันวิสาขบูชาแล้ว คนมักเข้าใจกันว่าพุทธคือพิธีกรรม การเวียนเทียน เสี่ยงเซียมซี ดูดวง จุดธูปบูชาพระรัตนตรัย ห้อยเครื่องรางของขลัง และอีกหลายรูปแบบ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วลองพิจารณากันให้ดีเถิดว่า มันสอดคล้องกับเป้าหมายแห่งพุทธศาสนาหรือไม่ คือว่าด้วยเรื่องการดับทุกข์ หรือมันเป็นไปเพื่อสุขชั่วครั้งชั่วคราว ไม่ได้ดับทุกข์ที่ต้นเหตุอย่างแท้จริง แต่กลับไปดับทุกข์ที่ปลายเหตุ

นั่งพิจารณาหรือจะเดินยืนนอนพิจารณากันก็จะพบว่า ทุกข์นั้นมันไม่ได้ดับที่ภายนอกเลย แต่มันดับที่ภายใน มองให้เห็นกระแสเคลื่อนแห่งทุกข์จริงๆ แล้วก็จะพบว่ามันดับภายใน ไม่ว่าจะเรื่องอะไร ตั้งแต่ กังวล กลัว ระแวง เศร้า เสียใจ อกหัก เสียดาย หดหู่ เหงา หรืออะไรก็ตาม หากจะหายทุกข์อย่างแท้จริงแล้วมันก็ต้องหายจากภายในเท่านั้น ตรงนี้เป็นแก่นแท้ของพุทธศาสนาเลย ที่ว่าพุทธศาสนาอุบัติขึ้นในโลกก็เพื่อบรรเทาทุกข์หรือดับทุกข์ให้แก่โลก ให้แก่มนุษย์ทุกคน ที่มีจิต หรือเรียกว่า ขันธ์ห้า

เคยอ่านกระทู้ในพันทิพย์ว่าด้วยเรื่องศาสนาแล้วก็ให้ชวนหัวเราะ เพราะคนที่ฉลาดแบบโง่ๆ ตั้งคำถามว่า ในเมื่อพุทธศาสนาบอกว่า ใดใดในโลกล้วนอนิจจังก็แสดงว่า กฎไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ก็ต้องเป็นกฎที่ทำลายตัวเองไปด้วย

หากพิจารณาอย่างผิวเผินและใช้ความคิดหรือสามัญสำนึกตอบแล้ว ก็จะเคร่งเครียด และงมงายไปกับคำถามที่ดูเหมือนฉลาดเช่นนี้ แต่แท้จริงแล้วมันโง่ โง่ประการแรกก็ด้วยที่ว่า ใดใดในโลกล้วนอนิจจังนั้นไม่ใช่สิ่งที่พุทธศาสนา หรือพระพุทธเจ้าได้กล่าว แต่เป็นภาษาของกวีที่แต่งเป็นโคลงขึ้นมา ก็เลยเป็นอันว่า เข้าใจคำพูดของอีกคนหนึ่งว่าเป็นคำพูดของอีกคนหนึ่งไป

ที่พระธรรมได้กล่าวและแสดงให้เห็นก็คือ ขันธ์ทั้งห้านั่นล่ะ เป็นอนิจจัง คือไม่เที่ยง มันต้องเปลี่ยนแปลงไป และเป็นทุกข์ อีกทั้งมันยังไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนที่แท้จริง หากพิจารณากันให้เห็นจริงตามระดับชั้นแห่งปัญญาแล้วก็จะเห็นความเป็นจริงในระดับต่างๆ กันไป ซึ่งตรงนี้ เพียงแค่ใช้ความคิดแบบ Intellectual มันไม่ได้ มันไม่ได้ทำให้เข้าใจสาระที่แท้จริงได้เลย มีแต่ถกเถียงกันแบบนักปรัชญา จนเป็นบ้าติดกับอยู่กับความคิดนั้นไปเสียฉิบ

สาระแห่งพุทธไม่ได้ว่ากันด้วยวัตถุมงคล แต่ว่ากันด้วยความดับทุกข์อย่างแท้จริง จตุคามรามเทพ หรือจะสู้จตุราอริยสัจ ซึ่งก็คือ อริยสัจ 4 ที่ว่าด้วยทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค พูดอย่างนี้แล้วก็ดูยากและเป็นธรรมะจ๋าเสียเหลือเกิน แต่ก็เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นแก่จิต แก่ขันธ์ทั้งห้าของพวกเราทุก ๆ คน ที่เป็นมนุษย์

ยกตัวอย่างได้ว่า แม่ทุกคน ถ้าลูกตาย ล้วนเสียใจหมด ไม่มีแม่คนไหนที่ลูกตายแล้วไม่เสียใจ ไม่ร้องไห้ เศร้าโศก หากว่ากันด้วยแม่ที่เป็นปุถุชนที่มีความเข้าใจโลกตามธรรมดาแล้ว ก็จะเป็นอันว่าเสียใจ นี่เรียกว่าทุกข์ได้เกิดขึ้นแก่ตัวแม่แล้ว มองกันไปอีกว่า เหตุแห่งทุกข์นั้นเกิดขึ้นที่ไหน เหตุแห่งทุกข์หากจะว่าด้วยเรื่องแล้วก็มองกันไปว่า เกิดเพราะลูกตาย เลยทุกข์ แต่อันที่จริงแล้วไม่ใช่ลูกตายเลยเป็นทุกข์ มันเกิดขึ้นเมื่อเกิดวงจรแห่งทุกข์ได้เกิดขึ้นกับใจแม่ต่างหาก เลยเป็นทุกข์ คือความยึดมั่นถือมั่นว่า ลูกไม่ควรจะตาย ลูกมันตายไม่ได้ หากว่ากันตามลำดับแล้วแม่ต้องตายก่อนลูก เพราะแม่เกิดก่อน นี่ก็เรียกได้ว่าแม่เกิดความยึดมั่นถือมั่น ภาษาฝรั่งก็เรียกว่า Attachment หากแม่คลายและเข้าใจจนถึงที่สุดได้ ซึ่งก็คงต้องอาศัยทั้งระยะเวลา เหตุปัจจัยต่างๆ กันมาจนทำให้แม่เข้าใจ ทำใจได้ว่า ผลไม้บางลูกมันก็ยังไม่แห้งเหี่ยวเลย ก็ร่วงไปแล้ว ด้วยเหตุที่ว่าอาจจะถูกตัด หรือด้วยเหตุใดๆ ทำให้มันร่วงหล่น จะไปห้ามมันไม่ให้หล่นก็ไม่ได้ เพราะมันมีเหตุปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้มันหล่น ด้วยความเข้าใจที่ว่า ไม่ใช่แม่เพียงคนเดียวที่มีสาเหตุทำให้ลูกตาย หรือไม่ใช่เพียงเหตุใดเหตุหนึ่งเป็นเหตุทำให้ลูกตาย แต่มันด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ มาประกอบกัน หากเข้าใจดังนี้อย่างลึกซึ้งแท้จริงแล้ว ใจของแม่ก็จะโล่ง โปร่ง สบาย คลายที่เคยยึดไว้ได้ และใช้ชีวิต รวมทั้งกระทำอย่างเหมาะสมต่อไป
นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของธรรมะของพระพุทธเจ้า ที่สิทธัตถะด้เห็นแจ้ง และเข้าใจความจริงแห่งโลกและชีวิตอย่างถึงที่สุด จึงตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้วมาเผยแผ่ให้แก่เพื่อนมนุษย์ ถือเป็นมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ทีนี้มาถามว่า จตุคามรามเทพช่วยแก้ทุกข์ในระดับในแห่งเพื่อนมนุษย์ได้อย่างแท้จริงหรือไม่ หากว่ากันด้วยสาระแห่งทุกข์จริงๆ แล้วจะเห็นว่าไม่ได้ช่วยอะไรเลย และแม้ว่าจะห้อยรูปพระพุทธเจ้าไว้สักหมื่นองค์แต่ไม่ได้เข้าใจถึงสาระแห่งความกลัว ความสุข ความทุกข์ ความมี ความจนแล้ว ก็เรียกได้ว่า เราสัมผัสกับพุทธศาสนาเพียงแค่เปลือก หรืออาจจะไม่ถึงเปลือกเลยด้วยซ้ำ เพราะสิ่งที่เป็นมันไม่ใช่พุทธศาสนาเลยแม้แต่มิติเดียว


Create Date : 29 พฤษภาคม 2550
Last Update : 29 พฤษภาคม 2550 17:45:56 น. 6 comments
Counter : 237 Pageviews.

 

แวะมาทักทายค่ะ ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมที่บล๊อกนะคะ



โดย: ratchy69 วันที่: 29 พฤษภาคม 2550 เวลา:21:25:28 น.  

 
I agree with u na ka


โดย: haha IP: 202.129.59.2 วันที่: 6 มิถุนายน 2550 เวลา:17:59:39 น.  

 
ขอโทษนะคะ คนทำบล๊อคนี้ใช่พี่บอมรึป่าว
เห็นหลังยาวไวๆ
เป็นเรื่องบังเอิญมากที่เข้ามาเสิร์ชาหาข้อมูล
แล้วเจอบล๊อคคนอื่นที่เขาแอดบล๊อคพี่ไว้อีกที
...อิทัปปัจยตา..


โดย: SiNeCO'23 IP: 161.200.255.162 วันที่: 9 กรกฎาคม 2550 เวลา:15:24:25 น.  

 
แล้วพี่จะไปตอบทรายได้ยังไงล่ะนี่ หุๆ


โดย: คนคู IP: 58.9.194.239 วันที่: 9 กรกฎาคม 2550 เวลา:22:21:26 น.  

 




คติธรรม ข้อคิด ๑๑ เกจิอาจารย์

สวัสดีค่ะ แวะมาเยี่ยมค่ะ
นำคติธรรม ข้อคิด ๑๑ เกจิอาจารย์ มาฝาก
...ฝันดีน่ะค่ะ



โดย: IceIcy (lcelcy ) วันที่: 2 ตุลาคม 2550 เวลา:22:40:48 น.  

 
อยากติดต่อคนเขียนบล็อกนี้ทางอีเมล์อ่ะครับ
กรุณาติดต่อผมกลับทาง contact@psychola.com ได้ไหมครับ ขอบพระคุณครับ


โดย: ไซโคล่า IP: 124.120.222.239 วันที่: 30 ธันวาคม 2550 เวลา:15:30:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

KruBomb Thatti
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]





Enlightened Blog แบ่งปันพื้นที่ เพื่อความตื่น ตระหนักรู้ และเบิกบาน
Friends' blogs
[Add KruBomb Thatti's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.