เรื่องหงุดหงิดในช่วงนี้

เรื่องที่1 เสือกไม่ได้เสียบปลั๊กโน้ตบุ๊ค

คือจริงๆจะอัพบล็อกหลายวันแล้วล่ะ เขียนเรื่องข่าวเด็กฆ่าแท็กซี่อ้างเกม ทำให้เกมซวยไปอีกรอบ แต่ดันลืมเสียบปลั๊กโน้ตบุ๊ค ผลคือ แบตต์หมด แล้วแมคบุ๊คนี่ใช้มานานแล้ว ไม่รู้มันแก่หรืออย่างไร ไม่มีระบบ Hibernate คือมันดับไปเลยง่ะ ไอ้ที่เขียนๆไว้หายหมด ฮ่าๆๆ

เรื่องที่2 เด็ก เกม และการเผาฟางล้อมคอกของผู้ใหญ่ไทย

สืบเนื่องจากข้อที่แล้ว เลยมาระบายเอาในข้อสอง คือเรื่องเกมที่ตกเป็นแพะอีกแล้ว จริงๆไม่ได้จะมาเถียงข้างๆคูๆ คือคนเล่นเกมที่เป็นผู้ใหญ่หน่อยจะยอมรับเลยว่า เกมรุนแรง มันมีผลกับคนเล่นจริงๆ แค่ที่หงุดหงิดคือ พอเกิดเรื่องที ผู้ใหญ่ไทยมันก็ตื่นที เฮ้ยรีบแบนเกม เฮ้ยรีบจัดระเบียบ แล้วพอเดือนนึงผ่านไป เรื่องก็เงียบหาย แม่ง....

จัดเรทเป็นเรื่องดี การรณรงค์ไม่ขายเกมที่ไม่เหมาะสมกับเด็กๆเป็นเรื่องดี แต่ช่วยเอาคนที่รู้เรื่องมาทำงานหน่อย ตอนนี้ไม่รู้ว่าไอ้ทีมงานที่มาจัดการเรื่องนี้น่ะเล่นเกมสักกี่คน (เหมือนตอนจัดเรทหนัง ที่ทีมจัดไม่มีพวก Cinepile ซักคน) เพราะไม่อยากให้ด่วนสรุปตัดสินความรุนแรงของเกมแค่ "มันมีเลือด" หรือ "มันมีการฆ่ากัน" เท่าที่อ่านมาและหงุดหงิดใจที่สุดคือ เกม Resident Evil 4 สุดที่รักของผมก็โดนหางเลขไปด้วยแล้ว (ยังไม่รวม God of War ที่โปรดไม่แพ้กันอีกนะ) คือเกมมันรุนแรงจริงครับ แต่มันเป็นความรุนแรงในระดับที่ "สำหรับผู้ใหญ่" ในอเมริกา ทั้งสองเกมนี้ได้เรท M ซึ่งหมายถึง Mature คือสำหรับเด็กอายุ 17 ปีขึ้นไปเท่านั้น (จัดเรทโดย ESRB) เนื้อหาของเกมก็ใช่ว่าจะโหดร้ายไร้สาระกันซะที่ไหน





- รูปหน้าปกเกมเวอร์ชั่นของ Wii พระเอกเท่ป่ะล่ะ ^^ (สังเกตตัว M ที่บอกเรทตรงมุมล่างขวา) -


(สำหรับผู้ที่ไม่เคยเล่น Resident Evil 4 เนื้อหาเกี่ยวกับองค์กร(อ้าง)ศาสนาที่ชื่อ Los Iluminados ที่พัฒนาปรสิตโบราณขึ้นมาใช้เป็นอาวุธชีวภาพ และจับตัวลูกสาวของประธานาธิบดีสหรัฐไปด้วยเหตุผลบางประการ พระเอกของเกมชื่อ Leon Scott Kennedy ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานราชการจึงต้องรับภารกิจลุยเดี่ยวช่วยลูกสาวประธานาธิบดีออกมาให้ได้ เกมตระกูล RE นี้มีจุดเด่นตรงเป็นเกมแบบ Action-Adventure ที่ผู้เล่นจะต้องเอาตัวรอดไปสถานที่ที่เต็มไปด้วยซอมบี้และสัตว์ประหลาดชีวภาพต่างๆมากมาย โดยใช้อาวุธปืนในการต่อสู้ สำหรับเกมภาค 4 นี้ที่ผมคิดว่ามันรุนแรง คงเพราะเค้าเห็นว่ามันมีการยิงคนจะๆ คือภาค4 นี้จะเปลี่ยนศัตรูหลักๆจากผีดิบซอมบี้มาเป็นคนที่ติดเชื้อปรสิตแทน คนพวกนี้มันจะค่อยๆเดินหน้าเข้ามาโจมตีเราเป้นหมู่คณะ เราก็เลยต้องยิงฝ่าออกไป จะเห็นว่าจริงๆแล้วมันไม่ใช่เป็นการยิงคนแบบคลั่ง บ้า ไร้เหตุผล มันคือการเอาตัวรอด แม้ภาพในเกมจะมีภาพโหดๆอยู่ (เช่นยิงหัวคนแตกออกแล้วมีปรสิตโผล่พรวดออกมา หรือมีศัตรูใช้เลื่อยไฟฟ้าฟันเราขาด) แต่อย่างที่บอกว่าเกมมันติดเรท M อยู่แล้ว โดนห้ามข้ายในบ้านเราซะงั้น)

....ที่ตลกคือ ไอ้รายชื่อเกมที่ตำรวจสั่งแบนกันน่ะ มันคือรายชื่อเกมของปี 2007 ซึ่งได้รับการพิจารณาจากนักการเมือง นักวิชาการไม่กี่คนในอเมริกา และแจ้งออกมาว่าเป็นเกมอันตรายที่ผู้ปกครองควรเฝ้าระวัง ไม่ใช่ว่าหน่วยงานไหนออกมาสั่งว่าเกมพวกนี้ผิดกฏหมาย ห้ามขาย อะไรงี้ซะหน่อย แปลว่าตำรวจบ้านเราแค่ไปหาข้อมูลที่พูดๆกันในเน็ต แล้วก็ตัดสินเลยโดยไม่ได้มีการปรึกษาผู้เคยเล่นว่ามันอันตรายจริงรึเปล่า? งั้นใช่มั้ย?


....ตลกอีกอย่าง....หลังจากข่าวคดีเด็กฆ่าแท็กซี่ไม่กี่วัน มีข่าวเด็กวัยรุ่นปล้นร้านทองอีก โดยอ้างว่าทำไปเพราะเอาตัวอย่างจากนักการเมืองท้องถิ่นที่มีคดีติดตัวแต่ยังลงเล่นการเมืองได้โดยไม่ต้องรับโทษ เลยเอาอย่างบ้างเพราะหวังว่าในอนาคต ตนจะได้เป็นนักการเมืองเหมือนกัน Smiley ....แต่ก็ไม่เห็นขึ้นหน้าหนึ่งหรือสั่งแบนนักการเมืองแต่อย่างใด อีกข่าวนึงคือเรื่องนักกีฬาว่ายน้ำจากญี่ปุ่นที่เพิ่งได้เหรียญทองบอกว่าได้แรงบันดาลใจมาจากเกมเครื่อง Wii ก็ไม่มีการนำมาล้างข้อกล่าวหาเกมแย่ๆให้รู้ว่าโลกยังมีเกมดีๆอยู่


..จริงๆอาจไม่แปลก เพราะธรรมชาติคนเราชอบทำลายมากกว่าสร้างสรรค์อยู่แล้ว




I'm a Mac I'm a KFC


เรื่องที่3 เรื่องใช้แมค


คือคอมพิวเตอร์ แอปเปิ้ล แมคอินทอช นี่ล่ะ ไปอ่านกระทู้ทะเลาะกันอีกแล้ว ระหว่างคนใช้แมคกับวินโดวส์ คือส่วนตัวผมว่าแมคมันก็เหมือนศาสนา พอๆกับแอมเวย์นั่นแหละ ถกกันทีไรทะเลาะกันทุกที หัวข้อที่พบประจำก็คือ แมคมีดีแค่ดีไซน์ แมคแพงเว่อร์ แมคทำมาสำหรับคนใช้คอมไม่เป็น หรือ วินโดวส์นั่นแหละห่วย วินโดวส์ค้างบ่อย วินโดวส์ไม่เสถียร คนใช้วินโดวส์ก็จะอ้างว่า ถ้าดูแลคอมดีๆ ตรวจไวรัสประจำ มันก็ไม่เสียหรอก คนใช้แมคก็เถียงต่อ แมคไม่ต้องสแกนไวรัส เพราะไม่มี เรื่อยไปจนถึงเรื่องระบบไฟ ซีพียู บัสเท่าไหร่ แมคบัสไม่พอ วินโดวส์แรงไม่ถึง การ์ดจอห่วย ฯลฯ


ในฐานะคนใช้แมคมาเกือบสามปี และแอบถวายตัวเป็นสาวกไปเรียบร้อยแล้ว ขอยืนยันว่า แมคดีจริง! ลั้ลลา~ 555


คืองี้ครับ ถ้าให้พูด ก็คงต้องพูดแบบเดิมๆแหละว่า มันก็มีข้อดีข้อเสียทั้งคู่ สำหรับคนที่เป็นคอมมากหน่อย ชอบแก้นู่นแก้นี่ด้วยตัวเอง ชอบเค้าไปดูงานระบบ ดูสเปคละเอียดเป็น Mhz ก็คงจะว่าแมคแม่งไม่ได้ดั่งใจเลย แต่สำหรับคนที่ใช้คอมแค่ให้มันทำงาน ก็คงจะบอกว่ามันโอเค แน่นอนล่ะครับ ตลาดคอมพิวเตอร์ทั้งโลกนี่วินโดวส์กินเข้าไปแทบหมด อะไรที่มันทำออกมามันก็ย่อมรองรับวินโดวส์มากกว่าอยู่แล้ว และเมื่อมันออกมามาก ตัวเลือกมันก็มาก ตัวเลือกมากก็สบายขึ้น ไม่ต้องลำบากกับการค้นหาอะไร


ส่วนตัวผมที่ใช้งานโปรแกรมพวก โฟโต้ช็อป อิลลัส 3D เล็กๆน้อยๆ บอกตามตรง แมคใช้ดีกว่าจริงๆครับ คนอื่นไม่รู้คิดไงนะ แต่ผมเองตอนแรกซื้อแมคบุ๊คมา ก็สารภาพว่าใช้วินโดวส์แหละ แต่พอจับๆทำงานจริงๆ ระบบของแมคมันใช้ง่ายกว่ามากๆ ด้วยเหตุที่ว่าเค้าออกมาแบบมาให้เราใช้งาน ไม่ใช่ให้เรามานั่งปรับแต่ง จริงๆคนที่ไม่เคยใช้คอมมาก่อนเลย มาใช้แมค อาจจะเป็นได้ในวันเดียวด้วยซ้ำ ยกความดีความชอบให้ทีมออกแบบเลยครับ ถ้าคุณได้มาใช้งานจริงๆ คุณจะรู้ว่าเค้าคำนึงถึงทั้งจิตวิทยามนุษย์ ทั้ง Ergonomic และทั้งความงามได้อย่างลงตัว


ยกตัวอย่าง ไมตี้เมาส์ของแมคสามารถ Scroll ได้ทั้ง 360 องศา คือนอกจากบนล่างตามปกติเมาส์แล้ว มันยังไปซ้ายขวาได้ด้วย สำหรับคนทำงานพื้นที่กว้างๆ ไม่ต้องมานั่งคลิกลากๆตามปกติ ถามว่าทำไมไม่ค่อยพบเมาส์ทั่วๆไปที่เลื่อนซ้ายขวาได้เลย?


หรือ การลงโปรแกรมของแมค ทำได้โดยการลาก-วาง (หมายเหตุ สำหรับโปรแกรมทั่วไปนะครับ บางโปรแกรมต้องอาศัยการ install แต่ก็ยังถือว่าทำเข้าใจง่ายกว่าวินโดวส์อยู่ดี) คือคนใช้ทั่วไปคอมเค้าไม่มาสนใจหรอกครับว่ามีไฟล์ระบบนู่นนี่ มีไฟล์เยอะจังดูดีจัง ฯลฯ เท่าที่ผมถามมา เค้าสงสัยกันหมดแหละว่าแล้วมันจะมีตัว setup ให้กรูทำไมหลายตัวฟะ? ทำไมไม่ทำให้มันใช้ง่ายๆตัวเดียวไปเลย


ข้อดีของแมคเมื่อเทียบกับวินโดวส์
1.มันเท่ จริงๆนะ หรือใครจะเถียง?
2.มันใช้ง่าย และใช้ได้จริง เคยสงสัยมั้ยว่าวินโดวส์มี config อะไรให้กรูตั้งมากมาย บางอันไม่เคยเข้าไปดูเลย แต่แมคนี่ ใน system preference ลองเข้าไปดูทีละตัว คุณมีโอกาสใช้ทุกตัวครับ คืออะไรที่มันไม่ค่อยจำเป็น เค้าเอาไปซ่อนไว้ลึกๆหมดเลย ใช้ไอ้ที่เห็นๆอยู่นั่นแหละพอแล้ว ส่วนคำว่า "ใช้ได้จริง" ผมอธิบายง่ายๆ เคยมีปัญหากับวินโดวส์แล้วต้องโทรถามเพื่อนมั้ยครับ? โทรทำไมในเมื่อมันมีตัว Help อยู่ในเครื่องแล้ว ...คำตอบคือ มันใช้ไม่ได้น่ะสิ(โว้ย) จากประสบการณ์ใช้คอมพิวเตอร์มา 9 ปี ตัว Help ของวินโดวส์ไม่เคยแก้ปัญหาให้กูได้เลยครับ ในขณะที่ตัว Help และ Diagnogistic ของแมคมันสามารถแก้ปัญหาให้คุณได้จริงๆ เช่น ต่อเน็ตไม่ได้ เปิด help เลย มันจะเช็คให้เองว่าตรงไหนมีปัญหา แล้วบอกคุณว่าต้องทำยังไง ไม่มีหรอกคำแนะนำประเภท "ดูให้ดีว่าคุณเสียบปลั๊กคอมรึยัง? ถ้าเสียบแล้ว เราช่วยไม่ได้แล้วล่ะ ติดต่อตัวแทนจำหน่ายซะเถิด"
3.มันไม่ดื้อ จำไว้ว่าคุณเป็นนายคอม ไม่ใช่คอมเป็นนายคุณ เคยหงุดหงิดมั้ยเวลาโปรแกรมในวินโดวส์ค้าง แล้วพอกด End Task มันก็ยังดื้อ ไม่ยอมปิดอยู่นั่นแหละ ในแมคนี่ถ้าค้างเมื่อไหร่ Force Quit มัน มันปิดไปเลยโดยไม่มีเถียง จากนั้นก็แค่เปิดใหม่มันก็ใช้ได้ต่อแล้ว


ข้อเสียของแมคเมื่อเทียบกับวินโดวส์
1.แพง เป็นข้อสำคัญเลยของคนใช้แมค ของแมคแพงจริงๆว่ะ บางอย่างก็แพงเว่อร์และหาของมาแทนไม่ค่อยได้ เช่นตัวไดรฟ์CD แบบ slot-load ของแมคบุ๊คผมที่มันใกล้ตายเต็มทน จะหาอะไหล่ตามร้านคอมทั่วไปก็ไม่มี ถามที่ศูนย์ก็พบว่าราคากระฉูดเกือบหมื่นแบบกูซื้อเครื่องใหม่ดีกว่า การใช้แมคคุณจะต้องมีทุนหนาซะหน่อยในช่วงต้นๆ ซื้ออะไรที่มันจะมาบำรุงแมคคุณได้ดีๆ แล้วมันจะตอบแทนคุณด้วยการทำให้คุณใช้คอมด้วยอย่างสบายใจ (แนะนำว่าซื้อพวก Apple Care หรือประกันของแมคมาเถอะ แพงหน่อยแต่ถ้ามีปัญหาอะไร เคลมได้ไม่มีบ่น ฟรีอีกตะหาก ถ้าหมดประกันเมื่อไหร่ล่ะยังกับโดนของ หะหะ) ...จริงๆจะโทษแมคอย่างเดียวก็ไม่ได้นะเรื่องแพง จริงๆต้องบอกว่าบ้านเราชินกับการใช้ของถูกมากกว่า (อย่างที่บอกว่า ตัวเลือกเยอะกว่า การแข่งขันสูง ของมันก็ถูกลงเป็นธรรมดา) ตอนไปเที่ยวเล่นเมืองนอก ราคาแมคกับพีซีมันก็ไม่ได้ต่างกันมากนะ ถ้าเทียบเกรดพอๆกันแล้ว
2.โปรแกรมเฉพาะทางไม่ค่อยซัพพอร์ท ถ้าใช้โปรแกรมฮิตๆทั่วไป เช่น MSN, Photoshop, Office อันนี้มี ไม่ต้องห่วง แต่ถ้าคุณทำงานเฉพาะด้าน เช่นใช้โปรแกรมวิเคราะห์ตัวอย่างเซลล์ในเม็ดเลือด มันอาจจะมีเฉพาะในวินโดวส์เท่านั้น ....ข้อนี้ก็ไม่ต้องห่วงมากเท่าไหร่ แมคปัจจุบันเป็น Intel ที่ลงวินโดวส์ได้ด้วย ก็อย่าไปยึดติดมากกว่าชั้นจะใช้แมคเท่านั้น หรือชั้นจะใช้วินโดวส์เท่านั้น ทำงานให้มันถูกเครื่องมือเถอะครับ ผมเองก็ switch ไปเข้าวินโดวอยู่ประจำแหละ พวก AutoCAD หรือ ArcViewGIS ทำในวินโดวส์มันสะดวกและเข้ากับงานคนอื่นได้ง่ายกว่า ไม่มีปัญหาอะไรครับ


ย้ำอีกครั้ง อย่าไปคิดมากกว่าใช้แมคแล้วดูไฮโซ หรือใช้วินโดวส์โลโซ หรือใช้แมคแล้วดูหยิ่งกว่าวินโดวส์ วินโดวส์ดีกว่า แมคเจ๋งกว่า บลาบลาบลา อย่างที่บอกว่า ใช้งานให้มันถูกเครื่องมือ อยากทำงานสะดวกๆก็ไปแมค อะไรแมคไม่มีก็กลับมาวินโดวส์ และก็ไม่ต้องทะเลาะกันหรอก สมัยนี้มาตรฐานคอมมันก็ใกล้ๆกันหมดแหละ ไม่ต้องแยกอีกแล้วว่าทำแมคเท่านั้น หรือวินโดวส์เท่านั้น เอามาแก้ๆหน่อยก็ใช้ร่วมกันได้แล้ว


ปล.หนึ่งในความเชื่อผิดๆที่หลายคนยังฝังใจอยู่ก็คือ แมคเหมาะกับคนทำงานกราฟฟิคเท่านั้น อยากจะบอกว่าจริงๆแมคเหมาะกับคนทำงานทั่วไปต่างหาก ทำงานกราฟฟิคเทพๆ ซื้อวินโดวส์อัพสเปคคอมสูงๆ ถูกกว่าแมคจะตายไป (หมายเหตุ* แมคบุ๊คทำงาน 3D ไม่ได้นะจ๊ะ ทำแล้วหลอนไปหมดเลย หะหะ)


จริงๆมีเรื่องหงุดหงิดเยอะกว่านี้มาก แต่ไม่รู้จะมาบ่นให้คนอื่นฟังทำไม มันไม่ใช่เรื่องน่าฟังเท่าไหร่ (จริงๆก็อยากเล่าแหละ แต่เกรงใจคนมาเยี่ยมชมบล็อกเรา อิอิ) คือเมื่อก่อนเนี่ยผมจะมีฤดูในร่างกายอยู่ประมาณ 4ฤดู คือฤดูปกติ ฤดูที่ฉันเหงา ฤดูสนุกสนาน และฤดูหงุดหงิด ฤดูปกติคือฤดูทั่วๆไป ไม่ได้คิดอะไรเป็นพิเศษ ฤดูที่ฉันเหงาจะเป็นช่วงที่โคตรเหงา โคตรหดหู่ บ่อยครั้งที่ถึงขั้นร้องไห้ออกมาเองโดยไม่มีเหตุผล ฤดูสนุกสนานจะเป็นช่วงที่ชีวิตตื่นตัว และมีไฟกระตือรือล้นอยากทำอะไรใหม่ๆอยู่เสมอ ส่วนฤดูสุดท้ายคือฤดูหงุดหงิดนั้นก็อย่างที่บ่นๆมา เห็นอะไรได้ยินอะไรก็อยากจะด่าพ่อเค้าไปทั่ว ทั้งสี่ฤดูนี้จะกินเวลาช่วงละราวๆ 3 เดือน โชคดีที่หลังจากผมผ่านช่วงเข้าด้านมืดมาแล้ว ฤดูที่ฉันเหงาก็ดูจะลดน้อยลงไปจนแทบไม่ปรากฏ (เรื่องพิธีกรรมเข้าด้านมืดนี่ผมว่าน่าสนใจมาก ถ้าว่างๆอาจจะเขียนลงบล็อก คิดว่าคงเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังหดหู่กับเรื่องบางเรื่องได้บ้าง)


กระผมยังสบายดี หวังว่าทุกท่านคงสบายดีเช่นกันนะครับ








 

Create Date : 17 สิงหาคม 2551    
Last Update : 17 สิงหาคม 2551 3:26:57 น.
Counter : 531 Pageviews.  

ส่งการบ้านให้คุณน้ำเย็นฮะ

วุ้น วุ้น วุ้น
วุ้น เขียว ชมพู
ดู ดู๊ ดู
กู ทำ เอง
(กลอนวุ้น หะหะ)







ปล. ถ่ายรูปไม่ค่อยเก่งต้องขอภัย และทำไมเราทำอะไรไม่เข้ากับหน้าเลยเนี่ย




 

Create Date : 10 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 10 กรกฎาคม 2551 17:38:41 น.
Counter : 213 Pageviews.  

ท่านทั้งหลาย ขอต้อนรับสู่ FIGHT CLUB!



กฏแปดข้อของไฟต์คลับ
ข้อหนึ่ง ห้ามพูดเรื่องไฟต์คลับ
ข้อสอง ห้ามพูดเรื่องไฟต์คลับ
ข้อสาม เมื่อใครบอกว่าพอ หรือสู้ต่อไม่ไหว หรือกระอักเลือด เป็นอันยุติการสู้
ข้อสี่ สู้กันตัวต่อตัว
ข้อห้า สู้กันทีละคู่
ข้อหก เวลาสู้ ถอดเสื้อ ถอดเกือก
ข้อเจ็ด สู้ไปเรื่อยๆตราบเท่าที่ยังต้องสู้
ข้อแปด-ข้อสู้ท้าย ถ้านี่คือคืนแรกของคุณในไฟต์คลับ คุณต้องออกมาสู้!

เข้ามาเลยไอ้พวกน่าเบื่อทั้งหลาย ไอ้พวกเบื่อโลก เบื่อแฟน เบื่อสังคม พวกอยากตาย พวกเป็นมะเร็งในอัณฑะ หรืออีนมใกล้เน่า สิ่งที่พวกคุณแบกรับมันกำลังจะทับคุณตาย ต่อยปากผมสิ ต่อยท้อง ต่อยหน้า ทำไมไม่ต่อยล่ะ? ต่อยให้แรงที่สุดเลย ต่อยทำไม? ไม่รู้เหมือนกัน ผมไม่เคยต่อยใคร คุณล่ะเคยต่อยใครมั้ย? ผมอยากโดนต่อยว่ะ ไม่อยากตายไปโดยที่ร่างกายสวยสดงดงาม อยากมีแผลเป็นตามตัวเยอะๆ มาเลย ต่อยผมก่อนที่ผมจะตายไปเอง ต่อยมาสิ ไม่มีใครเห็นนี่หว่า จะสนทำไม? อุ๊บ....คุณต่อยเต็มกกหูเลย เจ็บชิบหาย! นั่นแหละดี เราเกือบจะเข้าใกล้สิ่งที่เรียกว่าประสบการณ์ชีวิตแล้ว

คุณจะรู้จักตัวเองได้แค่ไหนกันเชียวหากยังไม่เคยต่อสู้? ไม่ต้องกลัวหรอก ไอ้หน้าอ่อนที่เพิ่งเข้ามาไฟต์คลับคืนแรกสู้ยังกับแป้งเหี่ยวๆ ผ่่านไปไม่กี่สัปดาห์ แม่-งกลายเป็นไม้แกะสลักแล้ว หลังจากสู้ คุณจะพบว่าเกือบจะไม่ได้ยินอะไรในชีวิตเลย ทุกอย่างเสียงเบาชิบ ถ้าปราศจากความเจ็บปวด ปราศจากการเสียสละ เราก็ไม่มีอะไรเลย เหมือนลิงตัวแรกที่ถูกส่งขึ้นอวกาศงั้นแหละ

ในไฟต์คลับ ผมเห็นคนแข็งแกร่งที่สุดและฉลาดที่สุดในชีวิตของเขาเอง ผมเห็นศักยภาพ แล้วก็เห็นความฟุ่มเฟือยด้วย แม่-งเอ๊ย! ยังกับเครื่องปั๊มลมตลอดชีวิต! นั่งโต๊ะกาแฟ ใส่สูทผูกไทด์ ดูโฆษณาที่ทำให้เราต้องไล่ตามรถแล้วก็แฟชั่น ทำงานที่โคตรเกลียดเพื่อเอาเงินมาซื้อห่าอะไรที่ไม่จำเป็น! เราเสือกเกิดมากลางประวัติศาสตร์! ไม่มีอุดมการณ์ชีวิต ไม่มีที่พักใจ ไม่มีมหาสงคราม ไม่มีแรงขับดัน สงครามครั้งใหญ่เสือกเป็นสงครามจิตวิญญาณ... แรงขับดันเสือกได้แก่ชีวิตเราเอง เราถูกหล่อหลอมจากโทรทัศน์ให้เชื่อว่าสักวันเราจะรวย เป็นเศรษฐี เป็นดารา เป็นนักร้องเรียลลิตี้ แต่เราก็ไม่ได้เป็น แล้วก็เริ่มจะรู้ตัวทีละน้อย ตอนนั้นก็เสือกจะมาบ่น!

คนเราก็ทำแบบนี้ทุกวันแหละ พูดกับตัวเอง มองเห็นตัวเองในแบบที่อยากเป็น แต่ไม่มีใครกล้าเท่าคุณ กล้าที่จะดำเนินชีวิตไปพร้อมกับตัวเองที่เห็น แค่เพียงเราสูญทุกอย่าง เราก็อิสระพอที่จะทำได้ทุกอย่างแล้ว

รู้ไหม?ว่าหน้ากากอ็อกซิเจนมีไว้ทำไม? เปล่า ไม่ได้มีไว้หายใจในตอนฉุกเฉิน แต่มีไว้สูดแก๊สวิเศษ ทำให้เราเคลิ้ม เมา และยอมรับชะตากรรมเวลาเครื่องบินตก จะได้ตายแบบไม่ทรมาน

สิ่งที่คุณเป็นไม่ใช่งานที่คุณทำ ไม่ใช่เงินเก็บที่คุณมี ไม่ใช่รถที่คุณขับ ไม่ใช่บัตรห่าเหวทั้งหลายในกระเป๋าตังค์ ไม่ใช่เสื้อผ้าที่คุณสวม คุณมันก็แค่ก้อนขี้ร้องเพลงได้ เต้นระบำได้ที่เกิดมาบนโลก

ไฟต์คลับไม่ได้เกี่ยวกับชนะหรือแพ้ ไม่ได้เกี่ยวกับคำพูด แต่เกี่ยวกับอะไรบางอย่างที่ติดอยู่บนลิ้น รสขื่นของเลือดหลังการต่อสู้ ฟันหัก ตาปิด ปากแตก แต่มันส์ชิบหาย!
============================
หมายเหตุ - ทั้งหมดนี้ผมไม่ได้พูดนะ ไอ้ไทเลอร์ เดอร์เดนมันพูด!




 

Create Date : 09 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 9 กรกฎาคม 2551 13:28:10 น.
Counter : 1837 Pageviews.  

การทำตัวให้กลมกลืน คือหนทางของการอยู่รอด



มันถูกซื้อมาเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ผ่านไปเพียงยี่สิบนาที มันก็เหลือแค่เพียงครึ่ง เมื่อรู้ตัวว่าอยู่ต่อไปคงถูกกินหมดแน่ มันก็หาทางหลบซ่อน...




ทำตัวเนียนๆ....




จ๊ะเอ๋!

คติพจน์ประจำวัน : รู้จักทำตัวให้กลมกลืน จะช่วยให้อยู่รอดได้ในสังคมที่ใครต่างก็ทำตามกัน




 

Create Date : 25 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 25 พฤษภาคม 2551 23:55:26 น.
Counter : 214 Pageviews.  

ความฝันโง่ๆ

ความฝันของผมคือการออกแบบเกม

แม่งโง่เหี้ยๆ....ในความรู้สึกนะครับ คุณลองคิดดู สมมติว่าเจอเพื่อนๆเก่ากัน แล้วถามไถ่กัน เฮ้ยทำงานอะไร ไอ้คนนั้นก็ เป้น Consult อีกคนก็ เป้นวิศวกรอยู่บริษัทนี้ๆๆ อีกคนก็ ทำบัญชีอยู่ ฯลฯ พอหันมาถึงคาราจิโอ้ คาราจิโอ้ตอบว่า

"เอ่อ...เราออกแบบเกมอยู่อ่ะ"

แล้วคนอื่นจะคิดยังไง มันจะคิดมั้ยว่าเราทำอะไรโง่ๆอยู่ หรือคิดว่าไอ้นี่มันเกาะแม่กินรึเปล่า วันๆเล่นแต่เกม ก็รู้.....ว่าเราต้องมั่นใจในงานที่ทำ แต่บางทีมันก็อดไม่ได้ ยิ่งงานนี้มันไม่ได้เ็นงานที่คนไทยคุ้นเคยอยู่แล้ว ขนาดเพื่อนมันยังถามเราว่า ทำอะไรวะ ทำเกม เขียนโปรแกรมเหรอ? เครื่องอะไร? มือถือ? แล้วรายได้ดีเหรอวะ ฯลฯ ขนาดเพื่อนๆรุ่นเดียวกันยังสงสัย แล้วผู้ใหญ่กว่าเราจะเข้าใจมั้ยเนี่ย?

โชคดีที่ยังมีพ่อแม่เข้าใจ ท่านแม่เคยบอกว่า ถ้ามันเป้นทางที่เราเลือกก็ลุยเลยลูก แต่เอาให้มันสุดๆ พ่อเราบางทีก็ถาม ทำอะไรนะลูก? ก็ได้แต่หวังว่าสักวันพอมันเริ่มอยู่ตัว เราคงเอาเกมที่เราออกแบบมาให้พ่อแม่เล่นได้บ้าง

แต่ที่เครียดนิดๆก็คือเวลาตอบคำถามนี่ล่ะ รู้สึกเหมือนเมื่อสามสี่ปีก่อน เวลามีคนถามว่าพี่สาวเราทำงานอะไร ถ้าเกิดเราตอบว่า ทำงานแบงค์ ก็โอเคจบ ตอบว่าเป็นแอร์โฮสเตส อาจมีถามต่อ สายการบินอะไร? แต่ก็เคลียร์หมด ไม่มีอะไรติดใจอีก

ติดแต่ว่าตอนนั้นพี่เราทำงานเป้นเลขาของคุณโอ๊ค พานทองแท้ บริษัทฮาวคัม บอกใครไปใครก็ถามซ้ำ แต่ละคนนึกว่าเรามุข คาดคั้นจะให้ตอบยจริงๆ สุดท้ายพอบอกว่ากูพูดจริงๆนะ พี่กูเป็นเลขาพานทองแท้จริงๆ คำถามต่อมาคือ โอ๊คนิสัยดีมั้ย? แล้วเป็นเลขานี่โดนโอ๊คจีบมั่งรึเปล่า กูตอบไปมันก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา เผลอๆเอาข่าวไปขาย นักข่าวใส่ไข่ สืบต้นตอมาพบว่ากูเล่าไป เผลอๆโดนยิงอีก หะหะ

เมื่อไหร่วงการเกมไทยจะไปได้ดีวะเนี่ย? คุณรู้ไหมครับว่าเวลาผมตอบชาวไทยว่าทำงานออกแบบเกม ทุกคนทำหน้าแบบ...เหมือนผมเป็นเด็กติดเกมที่วันๆเอาแต่เล่นเกม แต่เวลามีชาวต่างชาติถาม แล้วผมตอบว่า "I want to be a game designer" ทุกคนทำหน้าจริงจัง และพูดว่ามันเป็นงานที่น่าสนใจมากๆ บางคนก็แนะนำมาอีกว่าประเทศตัวเองมีโรงเรียนสอนด้านนี้อยู่เหมือนกัน ถ้าสนใจก็ลองเข้าเวบดูได้ ฯลฯ

เฮ้อ

แต่ยังไงมันก็เป้นงานที่เรารัก บอกตรงๆ ความฝันของผมคือวันหนึ่งเราอาจจะเป็นรายแรกๆที่ปฏิวัติวงการเกมไทยเลยก็ได้ คือการที่ยังไม่มี ใช่ว่ามันจะไม่มี มันไม่เคยมีนี่ยิ่งเป็นโอกาสดีที่เราจะทำให้มันมีขึ้นมา ไม่รู้ว่ามันจะเป็นจริงได้มั้ย แต่อย่างน้อยเราก็หวังว่ามันจะเป้นจริงสักวัน

และไอ้ความหวังนี้เองที่หล่อเลี้ยงเราอยู่ ไม่ให้เราล้มเลิกจากงานที่ตัวเองรัก ไปทำงานที่มีหน้ามีตา มีชื่อเสียงมากกว่า

แต่เราไม่ได้รักมัน และไม่มีความสุขที่จะใช้ชีวิตร่วมกับมัน
=============================
Sincerely




 

Create Date : 19 เมษายน 2551    
Last Update : 19 เมษายน 2551 2:19:46 น.
Counter : 263 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  

CARAGIO
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด
คนฉลาดตกเป็นทาสของคนแกล้งโง่
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add CARAGIO's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.