นอนถึงอดีต

หลายวันมานี้ ฉันนอนบ่อยมาก คือนอนเป็นช่วงๆทั้งวัน ปกติฉันไม่ใช่คนติดนอนเท่าไหร่ (และมักจะสงสัยอยู่เสมอเวลาถามเพื่อนๆว่า ทำไรวะ แล้วเพื่อนตอบว่า นอน) แม่ฉันบอกว่า อย่านอนข้ามตะวัน (คืออย่านอนตอนเย็น แล้วตื่นตอนมืด) แต่ฉันชอบแฮะ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแวมไพร์ดี แล้วอีกอย่างคือหลับช่วงเย็นๆมักจะฝันแปลกๆ สนุกๆ ...คนอื่นเค้าจะกังวลกันเวลาฝันแปลกๆ แต่ฉันโคตรชอบ อย่างล่าสุดนี่ฝันว่าตัวเองเป็นปลาทองบินได้ ว่ายอยู่กลางอากาศในบ้านยักษ์ แล้วยักษ์ก็ไล่ตบฉัน ฉันต้องว่ายหนีไปหลบบนฝ้าเพดาน อะไรอย่างนี้เป็นต้น

จะว่าไปมันก็ทำให้นิสัยเสียนะ ฉันเริ่มเสพย์ติดการนอน กลับมาบ้านก็นอนราวๆห้าโมงเย็น ไปตื่นเอาทุ่มนึง มันรู้สึกแปลกๆดีนะเวลาตื่นมาแล้วงงว่าเราอยู่ที่ไหน วันนี้วันอะไร เหมือนกับความทรงจำหายไปชั่วขณะ บางทีก็จะมึนๆ นึกว่าเช้าแล้ว ไปเรียนได้แล้ว ดูนาฬิกา อ้อ ยังเพิ่งทุ่มครึ่ง ตื่นมาเล่นเน็ตต่อ

ไอ้แบบนี้แหละที่เค้าเรียกว่าชีวิตไม่เป็นระบบ ฉันก็พอจะรู้ แต่มันเลิกไม่ได้ โดยฉันอ้างว่าตัวเองเบื่อ เบื่อโลก เหงา อยากหลุดจากโลกนี้ไปสู่โลกอื่น ใครบางคนบอกว่า การที่เราหนีความจริงแบบนี้ แปลว่าเราไม่มีความสุข อาจจะจริงก็ได้ จริงๆแล้วฉันรู้สึกว่าตัวเองก็มีความสุขดี แต่ฉันก็ยังโหยหาอดีต (แน่นอน ใครคนนั้นก็บอกไว้เช่นกันว่า คนที่โหยหาความสุขในอดีต แปลว่าไม่มีความสุขในปัจจุบัน)

อดีตของฉันคือจีแดง
-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
ขอย้อนความอีกครั้ง จีแดงคือกลุ่มเพื่อนๆสมัยม.ปลายของฉันเอง ชื่อนี้มีที่มาจากการที่เราเอาปากกาสีแดงไปฝนตัวอักษร G บนชีทวิชาภาษาอังกฤษ สมาชิกในแก๊งค์เราคือกลุ่มเด็กหลังห้องเกือบทั้งหมด บางคนไม่อยากอยู่ แต่ดันมานั่งหลังห้อง พวกเราก็นับเป็นกลุ่มจีแดงไปโดยปริยาย

นอกจากเรื่องพิสิททำกระจกแตกและนาฬิกาปลุกดังไม่หยุดในคอนโดตั้มแล้ว (อ่านสองเรื่องนี้ได้ที่ ../viewblog.php?id=enchantmoon&date=14-04-2007&group=1&gblog=8 ) แก๊งค์จีแดง(และเพื่อนๆห้องม.6/12 คนอื่นๆ) ก็ยังก่อวีรกรรมไว้อีกมากมาย

ฉันรู้ว่ามันไม่เหมาะสมและไม่ควรอย่างแรง แต่หลายๆวีรกรรมของเรา เกี่ยวเนื่องไปถึงอาจารย์ที่รักและเคารพ หะหะ ถือว่าฉันเล่าให้ฟังสนุกๆละกัน ยังไงเราก็เคารพคุณครูทุกท่านนะครับ ยกเว้นเวลาที่ท่านขี้บ่น เราก็แอบแก้แค้น และนี่คือวีรกรรมบาปๆของเรา ที่พอจะรวบรวมมาเล่าให้ฟังได้ดังนี้

1.เรื่องปากระดาษใส่อาจารย์ไพจิตร
อาจารไพจิตรสอนวิชาภาษาอังกฤษ และยังเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาเราด้วย(มันก็ครูประจำชั้นนั่นแหละ) ซึ่งแกก็ขี้บ่นอยู่ วันนึงเรียนคาบสุดท้ายแล้วง ภาษาอังกฤษตอนสามโมงครึ่ง พระเจ้า อยากกลับบ้านจะตายห่าน แต่แกไม่ปล่อยซะที สุดท้ายเกิดเรื่องอะไรไม่ทราบ ดันมีคนปากระดาษขยำๆกลมๆไปโดนอาจารย์ เป็นเรื่องเลย แกโมโหใหญ่ ถามว่าใครปา ซึ่งทุกคนไม่มีใครยอมรับ ไม่ใช่เพราะแค้นอาจารย์นะ แต่มันไม่มีใครทำจริงๆ ฉันก็ไม่รู้ คนอื่นก็ไม่รู้ คือพวกเราไม่ได้รวมหัวกันแกล้ง แต่เป็นอุบัติเหตุจริงๆเลย ก็คือไม่มีใครยอมรับ อาจารย์ไพจิตรหัวเสียมาก เค้นหาตัวผู้รับผิดชอบใหญ่ ในขณะที่ทุกคนเคร่งเครียดกันอยู่นั้น(เพราะไม่ได้กลับบ้านซะที) ฉันกลับนั่งหัวเราะคิกๆอยู่คนเดียว

ไม่ใช่ว่าฉันเป็นคนปาหรอกนะ แต่ชั่วโมงนั้นไปเรียนห้่องของน้องม.3 (เด็กม.4-ม.5 อย่างเราไม่มีห้องประจำ ต้องเดินวนไปเรียนตามห้องน้องๆ) แล้วฉันรู้สึกเบื่อที่ไม่ได้กลับบ้านซะที เลยเริ่มค้นโต๊ะน้อง ก็ไปเจอหนังสือการ์ตูนเครยอนชินจังเล่ม 6 เลยแอบอ่านมันใต้โต๊ะนั่นแหละ แล้วไอ้ชินจังนี่มันขำใช่ย่อยซะเมื่อไหร่ ฮ่าๆๆๆ ขำจนเพื่อนข้างๆถาม มึงเป็นเหี้ยอะไร

เรื่องนี้จบลงตรงที่พวกเราทั้งห้องโดนพาไปห้องปกครอง ซึ่งอาจารย์อุดมฝ่ายปกครองไม่เห็นเป็นเรื่องซีเรียสตรงไหน ก็บอกว่าใครทำให้มาสารภาพกับครูวันรุ่งขึ้นก็แล้วกัน ไม่มีการลงโทษ แค่อยากเห็นลูกบดินทรตัวจริง (คนทำคือเพื่อนคนนึงของพวกเรานี่ล่ะ แต่ฉันขอไม่บอกว่าใครนะ ซึ่งมันบอกว่ามันไม่ได้ตั้งใจขว้าง มันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโดนอาจารย์ เพราะมันจะขว้างลงถังขยะ แต่ชั่วโมงนั้นถ้าสารภาพมา อาจารย์ไม่เชื่อแน่ๆ)

2.เรื่องอาจารย์บรรทม
อาจารย์บรรทมสอนวิชาฟิสิกส์สมัย ม.5 ห้องที่เรียนเป็นห้องเล็กๆ พวกเรานั่งล้อมกันโต๊ะละ 4-5 คน แล้วชั่วโมงอาจารย์บรรทม ชวนให้บรรทมสมชื่อ แกไม่สนใจใครเลย มาถึงอ่านโจทย์ขึ้นกระดานแล้วให้ลอกตามอย่างเดียว คนที่ตั้งใจเรียนก็มีแต่กลุ่มหน้าห้อง แล้วพวกเราจะไปเหลืออะไร ก็นั่งคุยกันตามระเบียบสิ ฉันเองก็จำได้ว่าไม่เคยสนใจเรียนเลย ชวนไอ้ป๊อกคุยเร่ืองโจโจ้อย่างเดียว

เรื่องสนุกๆเรื่องนี้เป็นเรื่องของไอ้พิสิทและไอ้ก้วย (พิสิทมักจะเป็นหัวข้อเรื่องสนุกๆเสมอ ตัวละครนี้น่าสนใจ ฉันอาจจะรวมเรื่องมาเล่า(เผา)ให้ฟังในภายหลัง) คือตอนนั้นพิสิทกังวลเรื่องหัวล้านมาก แน่นอน เพื่อนที่ดีอย่างเราๆไม่ช่วยปลอบหรอก พวกเราช่วยกันแกล้ง ฮ่าๆๆ คือพิสิทเป็นพวกกังวลเกินเหตุ จนเพื่อนๆรำคาญ ช่วงนั้นมันแค่ผมร่วงมาเส้นสองเส้น ก็กลัวหัวจะล้านแล้ว พวกเราเลยเรียกกันวาไอ้ล้าน ไอ้ล้าน

เหตุเกิดคือชั่วโมงนั้น ไอ้ก้วยกับไอ้พิสิทนั่งหน้า แล้วดันไม่สนใจอาจารย์สอน ไอ้พิสิทก็บ่นเรื่องหัวล้าน ไอ้ก้วยได้ทีเลยแกล้งพูด ทุ่งหมาหลง ดงช้างข้าม ไอ้พิสิทก็ด่ากลับ มึงสิไอ้หัวล้าน ไอ้ก้วยก็ด่ามึงแหละไอ้ล้าน ด่าไปด่ามา ไอ้ทุ่งหมาหลง ไอ้ชะโดตีแปลง แร้งกระพือปีก ไอ้ถนนลื่นปรื๊ด ไอ้ท่าพระอาทิตย์ ฯลฯ

มันคงไม่เป็นเรื่องหรอก ถ้าไม่บังเอิญว่าอาจารย์บรรทมเป็นคนหัวล้าน ล้านแบบล้านไปเลย เถิกมีผมเหลืออยู่ด้านหลังนิดเดียว ไอ้สองคนนั้นก็เสือกลืม ด่ากันใกล้ๆอาจารย์ สุดท้ายอาจารย์งอนมาก เดินออกจากห้องไปเลย สองคนนั้นถึงเพิ่งรู้ตัว กูทำอะไรลงปายยยยย

พวกผมไม่ได้มีเจตนาจริงๆนะครับอาจารย์ ถ้าอาจารย์มาอ่านเจอ พวกผมต้องกราบขออภัย

3.คาบอาจารย์พูนทรัพย์
อาจารย์พูนทรัพย์สอนเคมี เป็นอาจารย์ที่ทำให้ฉันเกลียดวิชาเคมีมาจนทุกวันนี้ เรามีเรื่องเล่าในชั่วโมงอาจารย์พูนทรัพย์เยอะมาก เป็นต้นว่าไอ้เซนส์ ตั้มและหนูทองเสือกโดดเรียนคาบอาจารย์ ในวันสุดท้าย แล้วดันถูกจับได้พอดี คือวันก่อนๆหน้านั้นไม่เคยโดด อาจารย์ก็ไม่เคยเช็คชื่อ แกมาเช็คเอาวันนั้นล่ะ โดนเลย หรือเรื่องที่ไอ้กวินทำกรดซัลฟูริคหยดใส่โต๊ะอาจารย์เป็นรู หรือเรื่องที่ฉันท้านรกโดยการแอบเล่นการ์ดเมจิคเดอะเกตเตอริ่งกับไอ้ปฐมใต้โต๊ะระหว่างอาจารย์สอน

แต่ที่ฉันขำมากที่สุดคือไอ้พิสิท(อีกแล้ว) คืออาจารย์จะให้พวกเรานำชีทเคมีมาเย็บเล่มทุกๆเดือน แล้วทำปกด้วย ปกต้องห้ามเขียนมือ ให้พิมพ์เอา สมัยนั้นคอมพิวเตอร์ยังมีไม่ทุกบ้าน และบ้านพิสิทก็ไม่มี พิสิทจึงต้องหาทางออกโดยการไปยืมเอาเครื่องพิมพ์ดีดของเพื่อนในห้องที่เรียนวิชาเลือกเสรีพิมพ์ดีดมาใช้พิมพ์หน้าปกแทนคอมพิวเตอร์ แต่ดันไม่พิมพ์มาก่อน เลยต้องไปพิมพ์ในห้อง

แน่นอน ชั่วโมงอาจารย์พูนทรัพย์ไม่มีใครคุยกันเลย แต่โชคดีที่เป็นห้องแล็บ ห้องเลยกว้างหน่อย พิสิทคว้าพิมพ์ดีดไปนั่งหลบอยู่ในซอกหลังห้อง แล้วพิมพ์ปกเอา ปัญหาคือ พิมพ์ดีดนี่มันไม่เหมือนคอม พิมพ์ทีก็เสียงดังมาก แต๊กๆๆๆๆ มันเลยต้องค่อยๆพิมพ์ทีละตัว ตั้งแต่หัวข้อ ชื่ออาจารย์ ชื่อตัวเอง วิชา รหัสวิชา ฯลฯ พวกเรานั่งเรียนไปจะได้ยินเสียงดัง แต๊ก แต๊ก มาเป้นระยะ ซึ่งพิสิทเก่งมากในการพรางเสียงให้กลมกลืนไปกับเสียงภายนอก อาจารย์ไม่รู้ตัวเลย แต่พวกเรากลั้นหัวเราะกันแทบตาย สักพักก็แต๊ก .......แต๊ก...........แต๊กแต๊ก....

วันนั้นพิสิทไม่ได้เรียนเลย พิมพ์ปกอย่างเดียวใช้เวลา 100 นาทีพอดีเป๊ะ หมดคาบปุ๊บ ก็ได้ปกรวมเล่มมาส่งพอดี

-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-

ฉันโหยหาตัวเองสมัยม.ปลาย ซึ่งพอมองย้อนกลับไปดูแล้ว ฉันรู้สึกว่าตัวเองตลกมาก มีหลายๆเรื่องที่ขำตัวเองว่าทำไปได้อย่างไร แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จริง ฉันก็คงไม่ขอแก้อะไรทั้งนั้น จะขอนั่งดูแล้วก็ขำก๊ากไปอย่างเดียว เหมือนกับเวลานอน ฉันคงไม่ขอเข้าไปอยู่ในโลกแห่งความฝันตลอดกาลหรอก ฉันขอแค่มีช่วงตื่นที่สนุกสนาน และช่วงฝันที่มีไร้ซึ่งความทุกข์ แบบนี้ฉันก็จะได้มีความสุขทั้งยามหลับยามตื่นเลยไง

ปล. เรื่องของจีแดงยังมีอีกมากมาย....


Create Date : 27 ธันวาคม 2550
Last Update : 27 ธันวาคม 2550 22:31:57 น. 3 comments
Counter : 193 Pageviews.

 
Merry X’mas & Happy New Year 2008

มีลูกโป่งให้จิ้มนับถอยหลังเล่นๆ รอรอยยิ้มวันฉลองความสุข



โดย: =Lord Gary= วันที่: 27 ธันวาคม 2550 เวลา:22:38:00 น.  

 
นอนไม่เป็นเวลา ตื่นมาแล้วก็งงจริงๆ อ้ะ เคยแล้วเหมือนกัน

นอนกลางวัน ตื่นมาสองทุ่ม เอ๋อไปเลย ตื่นมาตกใจ เฮ้ย ทำไมมันมืดอ้ะ


โดย: เผือกหางหงอก วันที่: 27 ธันวาคม 2550 เวลา:22:50:29 น.  

 
แปลกเนอะ ทำไมโหยหาชีวิตมงปลายได้ แสดงว่าเรียนมหาลัยแล้วเหงาอะป่าวง่ะ

ตอนสมัยเรียนเนี่ย..พี่ติดนอนตอนเย็นแล้วตื่นมาเคลิ้มๆซักหกโมง....แดดแสงแดงๆยังกะตอนเช้าเลยง่ะ

ด้วยความเคยชินเดินไปอาบน้ำจะไปเรียนซะงั้น...ดีที่เพื่อนเรียกไว้ทัน

อย่าลืมมาเล่าเรื่องจีแดงอิกน๊า


โดย: ซซ วันที่: 27 ธันวาคม 2550 เวลา:22:57:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

CARAGIO
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด
คนฉลาดตกเป็นทาสของคนแกล้งโง่
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add CARAGIO's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.