คุณว่านางฟ้ามีจริงมั้ย?

เปล่า...ไม่ได้จะมาเสี่ยว ไม่ได้จะมาทำนอง "ผมเพิ่งเจอนางฟ้าของผม" อะไรแบบนั้น

เรื่องของเรื่องคือ เพิ่งจะได้ดูเรื่อง Pan's Labyrinth ที่เค้าร่ำลือกันมาดู ตัวผมเองชอบงานออกแบบสไตลล์ของตากิลเลอร์โม่ เดลโทโร่ อยู่แล้ว ดูจิตๆ หลอนๆดี (จริงน่าให้ตานี่ไปกำกับ Silent Hill นะเนี่ย 55) ว่าจะหามาดูนานแล้วเหมือนกัน แต่ก็เพิ่งจะซื้อดีวีดีมาเมื่อวาน

สารภาพว่า ดูจบแล้วร้องไห้ครับ

เรื่องย่อ...ไปหาอ่านเอาเองตามเวบหนังนะครับ (ขี้เกียจพิมพ์ อิอิ) แต่ที่ติดในใจมากที่สุด คือตอนจบของหนัง ...ซึ่งไม่ว่าหนังเรื่องไหนก็ตามที่จบแนวๆนี้ ก็จะต้องมีคนมาถกกันเสมอว่า "ตกลงเป็นแบบไหนกันแน่" และคำตอบยอดฮิตที่สุดก็หนีไม่พ้น "แล้วแต่จะคิด" (หรือแปลแบบง่ายๆคือ up to มึง เรื่องของมึง คิดว่าจบแบบไหนมันแล้วแต่มึงเลย)

แต่มันก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุดนะผมว่า ....หากผู้กำกับตั้งใจจะทิ้งอะไรบางอย่างให้เราไปคิดกันเอาเองหลังดูจบแล้ว ต่อไปก็เป้นหน้าที่ของเราแล้วล่ะ ที่จะใช้ประสบการณ์ ทัศนคติ และมุมมองส่วนตัวมาตีความเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหนัง ให้มันตรงตามที่เราเชื่อ เชื่อแบบไหน มันก็จบแบบนั้นแหละ

---------------------- ในตอนหนึ่งของหนัง โอฟีเลีย กล่าวถามแม่บ้านที่ดูแลตนว่า "คุณเชื่อว่านางฟ้ามีจริงไหมคะ?" ทำให้ผมสงสัยว่า ทำไมต้องถาม? ถ้าสิ่งที่ตนเห็น ตนรับรู้ ก็คือว่ามันมีจริงสำหรับตน ไม่ว่าคนอื่นจะเห็นยังไง จะว่ายังไง มันก็แล้วแต่เขานี่นา

หรือว่าการถาม คือการต้องการจะยืนยันว่าสิ่งที่ตนเห็น มันคือสิ่งที่คนอื่นเห็นด้วย ...คือความจำเป้นที่จะต้องเชื่อ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับคนอื่นได้

แต่งหน้าทำผม รู้สึกว่าหล่อแล้ว ถ้าคนอื่นบอกไม่หล่อ ก็คือไม่หล่อ ....จะมีประโยชน์อะไรถ้าตัวเองเห็นว่าหล่ออยู่คนเดียว

กรณีนี้ไม่ใช่การ"เชื่อในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ" แต่เป็นการ "พยายามให้คนอื่นเชื่อ ในสิ่งที่ตนเองเชื่อ" รึเปล่า??

บ่อยครั้งที่ผมไม่สนใจคำแนะนำของคนอื่น เวลาเพื่อนบอกว่า เฮ้ยกูว่าถ้ามึงเปลี่ยนมาใส่เสื้อเชิ้ต กางเกงสแล็กนะ มึงจะดูดีมากเลย ถามกลับไปว่า แล้วกูใส่ชุดที่ใส่เนี่ยมันไม่ดีเหรอ เพื่อนบอก มันกไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่ถ้าใส่แบบนั้นนะ จะดูดีกว่านี้อีก ....ตกลงคือมันไม่ได้แย่ใช่มั้ย ซึ่งตัวผมเองก็คิดว่ามันไม่ได้แย่ขนาดจะต้องไปเปลี่ยน ก็เลยเชื่อไปว่า เอาน่ะ อย่างน้อยกูก็เชื่อในสิ่งที่กูใส่แล้วกัน มันคงไม่เลวร้ายหรอกมั้ง

----------------กลับมาที่ตัวหนังต่อ... สปอยล์เลยก็แล้วกัน ว่า... (ใครไม่อยากรู้ อย่าเพิ่งเลื่อนลงไปดูล่ะ)







ตอนจบ นางเอกตาย และมันก็เลยกลายเป็นข้อถกเถียงกันว่า สิ่งที่เกิดขึ้น มันคือเรื่องที่เกิดจริงๆ คือความมหัศจรยย์แห่งจินตนาการจริงๆ หรือนางเอกแค่สร้างขึ้นมาเพื่อหลีกหนีจากความจริงอันโหดร้ายกันแน่

ลองตอบตัวเองดูหลังจากที่คุณชมหนังเรื่องนี้จบแล้ว ....แน่นอนว่าคำตอบที่ได้รับ ส่วนมากย่อมจะตอบว่า "นางเอกจินตนาการขึ้น" เพราะมันตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งโลกความจริงมากกว่า ความจริงก็คือ โลกเราไม่ได้สวยงาม โลกเราเต็มไปด้วยความโหดร้าย (เช่นเดียวกับที่ตัวละครหนึ่งในเรื่องบอกไว้) ยิ่งเราโตเป็นผู้ใหญ่ เราก็ยิ่งจะเห็นความเลวร้ายของโลกมากขึ้น สิ่งที่จะทำให้เราอยู่รอดได้คือต้องเผชิญกับความจริง บ่มเพาะตัวเองให้แข็งแกร่ง พร้อมจะสู้ชีวิตต่อไป

ยังพอจำได้ไหม...ตอนเด็กๆที่เรายังคิดว่าโลกนี้สวยงาม โลกนี้คือเวทย์มนต์ลี้ลับน่าค้นหา เราพร้อมจะเชื่อในความลี้ลับอัศจรรย์ของอะไรก้ตามที่รับรู้ ...เคยไหมที่สงสัยว่าพ่อเราเก่งจัง พ่นควันออกจากจมูกได้ด้วย...จนโตมาถึงได้รู้ว่าไอ้อุปกรณ์พ่นควันนั้นเรียกว่าบุหรี่ และบุหรี่ คือพิษร้าย ....เคยไหมที่คิดว่าเวลาเงินหมด ไม่เห็นต้องกังวล ก็ไปกดเอาจากตู้เอทีเอ็มซี่ ใครๆเค้าก็ไปกดกัน แล้วก็มีเงินออกมา ....โตขึ้นถึงได้รู้ว่ากว่าจะได้เงินมาแต่ละบาทนั้นช่างยากเย็นเหลือเกิน

โลกของเด็กคือโลกแห่งความจอมปลอมงั้นหรือ?

ถามผมว่า ผมคิดยังไงกับตอนจบ ผมตอบตามตรงว่าไม่รู้ ไม่รู้จริงๆ ถ้าหากสิ่งที่โอฟีเลียเห็นเป็นเรื่องจอมปลอมที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อหลีกหนีจากโลกแห่งความจริง ถามว่ามันจอมปลอมของใครกันแน่? ก็สิ่งที่เธอเห็น เธอสัมผัส มันสามารถจับต้องได้ มันมีอยู่จริงในมุมมองของเธอ นางฟ้าที่เธอเห็นก็สื่อสารกับเธอได้ แล้วมันจอมปลอมยังไง? แค่เพียงเพราะคนอื่นมองไม่เห็น? แล้วตกลงอะไรคือความจริงกันแน่ เธอเห็นความจริงอยู่คนเดียว หรือคนที่เรียกตัวเองว่าผู้ใหญ่ ปฏิเสธความจริงนั้นแล้วเข้าไปอยู่ในโลกโหดร้ายจอมปลอมที่สร้างขึ้นตามวัยวุฒิที่มากขึ้น แต่จินตนาการกลับน้อยลง???

ถามอีกครั้ง คุณว่านางฟ้ามีจริงมั้ย?
ถ้าคุณตอบว่า ไม่มีจริง ...ก็แปลว่าคุณเชื่อในโลกอันโหดร้าย เชื่อว่านางฟ้าเป้นเพียงจินตนาการหลอกเด็ก?

แต่อย่าบอกว่านางฟ้าไม่มีจริง ถ้าคุณเห็นคนรักของคุณเป้นนางฟ้า...คำเปรียบเปรยแสนเสี่ยวแดกแบบที่ผมพูดไว้เมื่อตินเริ่ม ถึงใครจะว่ายังไง คนรักของคณก็ยังเป้นนางฟ้าในใจคุณอยู่ดี

ถ้าเป็นอย่างนั้น...ดีใจด้วยครับ คุณยังไม่สูญเสียพรสวรรค์วิเศษของมนุษย์ที่เรียกว่าจินตนาการ

ถามตัวเองอีกครั้ง....นางฟ้ามีจริงไหมครับ?


================================================
ปล.ภาพยนตร์เรื่องนี้เต็มไปด้วยความรุนแรง ไม่เหมาะกับเด็ก ท่านใดที่คิดว่าเรื่องนี้เป้นหนังเด็ก(ตามที่ชื่อภาษาไทยของหนังชวนให้เข้าใจผิดไปโข) กรุณาเข้าใจเสียใหม่ว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้มีฉากยิงหัวสดๆ มีฉากเอาขวดทุบหน้าจนจมูกยุบลงไป มีฉากเอามีดกรีดปากแหว่งถึงแก้ม....กรุณาเข้าใจตามนี้ด้วย


Create Date : 02 กันยายน 2550
Last Update : 2 กันยายน 2550 18:03:09 น. 2 comments
Counter : 280 Pageviews.

 
อ๋อ ไอ้ที่เพิ่งซื้อมาสดๆน่ะเหรอ
ดูหน้าปกก็รู้แล้ว หนังโหด รุนแรง เหมาะสมกับหน้าตาเจ้าของบล็อค

ฮ่าๆๆๆๆ


โดย: Still Alive IP: 58.11.8.172 วันที่: 2 กันยายน 2550 เวลา:19:33:27 น.  

 
แงๆๆ ยังไม่ได้ดูเร๊ยยย
ว่าจะยังไม่อ่านบลอก

สายตาดั๊นไปเจอสะปอยตอนจบง่ะ แงๆ

ตอบคำถามก็ได้
นางฟ้าไม่มีจริงหรอก
ถ้ามีจริงจะเอาหนังตื๊กยิงมาปิ้งกินเลย
เพราะนางฟ้าใจดีไม่ทั่วถึงเราซักที

เชื่อตัวเองดีที่ซุดจ้า


โดย: ซซ วันที่: 4 กันยายน 2550 เวลา:21:33:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

CARAGIO
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด
คนฉลาดตกเป็นทาสของคนแกล้งโง่
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add CARAGIO's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.