แผนการเดินทาง ขับรถเที่ยว แอลเอ โยเซมิติ ซานฟรานซิสโก รีโน่ ทะเลสาบทาโฮ่ ลาสเวกัส แกรนด์แคนย่อน
เมื่อสองสามอาทิตย์ก่อนมีคนโทรมาติดต่อเกี่ยวกับโปรแกรมทัวร์ Los Angeles - Las Vegas - Grand Canyon แบบ 7 วัน 7 คืนที่ผมเคยโพสต์ไว้ในเน็ตเมื่อนานมาแล้ว แต่เขากลับอยากได้แบบ 10-11 วัน ผมก็เลยใช้เวลา 2-3 วันนั่งเขียนแผนเสียละเอียดยิบ เหมือนย้อนเวลากลับไปในช่วงที่ยังเรียนอยู่แล้วเที่ยวปุเลงๆ ไปทั่ว เฉพาะลาสเวกัสนี่ผมไปมาหลายเที่ยวมาก ไม่ได้ไปเพื่อเล่นคาสิโนนะครับ (เพราะเมืองที่ผมอาศัยอยู่ก็มีคาสิโน เล่นที่บ้านก็ได้ ฮ่าๆๆ) แต่เป็นเพราะลาสเวกัสเป็นเมืองที่มีอะไรใหม่ๆ น่าสนใจให้ผมสนุกได้ทุกครั้งที่ไปเยี่ยมชม พอจรดปากกาปุ๊บ (จริงๆ คือจรดมือลงคีย์บอร์ดครับ แหะๆๆ) แผนทัวร์มันก็ไหลเข้าหัวมาเรื่อยๆ จากแค่ LA-Vegas มันกลายเป็นรวมไปถึง San Francisco, Yosemite, Reno (ผมเคยเรียนอยู่ที่นี่แหละ), Lake Tahoe ... กลายเป็นการเขียนที่สนุกมากๆ จนลืมงานเขียนอื่นๆ ไปเลย (แหะๆ โทษทีนะครับ บ.ก.เจี๊ยบ แล้วจะเขียนชดเชยให้ทีหลัง) ... พอเขียนเสร็จ จะปล่อยเจ้าแผนทัวร์นี้ไว้ในฮาร์ดดิสก์เฉยๆ ก็เสียดาย แบบว่าเริ่มเข้าใจความรู้สึกพ่อแม่ที่อยากให้คนอื่นชื่นชมลูกตัวเอง ว่าแล้วผมก็เอาแผนทัวร์นี้มาวางไว้ในบล็อกดีกว่า ก่อนอื่นขอบอกว่า ผมตัดรูปออกไปเยอะมากกกกกกก (ตอนที่เขียนเสร็จ เป็นแผนทัวร์ที่ยาวร่วม 20 กว่าหน้า มีรูป 30-40 กว่ารูป แต่คงใส่ทั้งหมดในบล็อกไม่ไหว) ดังนั้นใครอยากเห็นรูป แวะเข้า google แล้วเอาชื่อสถานที่ต่างๆ ที่ผมเขียนไว้ไปหาดูรูปเอาเองเน้ออออ ทัวร์นี้เป็นทัวร์ที่เซ็ตไว้สำหรับการไปเที่ยวช่วงปลายมีนาคม ซึ่งยังเป็นช่วงหน้าหนาวอยู่ ผมเลยตัดสถานที่บางอย่างที่เข้าถึงไม่ได้ในช่วงหน้าหนาวออกไป (เช่น ที่ Yosemite มีจุดชมวิวจ๊าบๆ อยู่ แต่ก็ขับรถเข้าไม่ได้ช่วงหน้าหนาว) ดังนั้นถ้าใครจะเดินทางช่วงหน้าร้อน ก็เมล์มาติดต่อสอบถามผมอีกทีก็ได้ ใครอยากไปเที่ยวเอง ขับรถเอง เชิญใช้แผนทัวร์นี้ได้ตามสบายเลยครับ ขอแค่ความรู้สึกขอบคุณและคำอวยพรในใจให้ผมก็พอแล้ว แหะๆ :-) แต่ถ้าใครสนใจให้ผมเป็นไกด์นำทัวร์พาไปเที่ยวเป็นกลุ่ม ไม่จำเป็นต้องเป็นกลุ่มใหญ่ 10 คน จะเป็นแค่กลุ่ม 4-5 คนก็ยังได้ ก็ติดต่อผมได้ตลอดเวลาที่ ekkasitt@hotmail.com นะครับ คิดราคามิตรภาพมากๆ แบบว่าใช้งบประมาณพอๆ กับตอนที่ผมยังเป็นนักศึกษาขับรถตะลอนทัวร์อเมริกาน่ะครับ ทั้งสนุกและมีความเป็นส่วนตัวอย่างที่ทัวร์ใหญ่ๆ ไม่มีทางทำได้เลย ***ประกาศ*** เนื่องจากหลังจากที่ผมโพสต์แผนทัวร์นี้ไว้ ก็มีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมากที่ได้อีเมล์มาหาผม ผมเลยขอบอกไว้ตรงนี้ เพื่อไม่ให้เราต้องมาเสียเวลาทั้งสองฝ่าย ขอให้ทราบกันว่า ตอนนี้ผมไม่ได้อาศัยอยู่ที่อเมริกา แต่กลับมาเมืองไทยแล้ว ดังนั้นถ้าใครที่คิดว่า ค่าทัวร์ของผมจะถูกกว่าค่าทัวร์ของบริษัททัวร์ใหญ่ๆ ทั้งหลายเป็นครึ่งๆ นั้น ก็เข้าใจผิดแล้วครับ เนื่องจากค่าเครื่องบินของผมต้องถูกรวมอยู่ในค่าทัวร์ด้วย ราคาทัวร์ของผมก็เลยไม่ต่างจากทัวร์ของบริษัทใหญ่ๆ ในไทยนัก แต่สิ่งที่เราแตกต่างก็จะมี 1. จำนวนคน เพราะผมไม่ได้เปิดบริษัททัวร์ เราเลยไม่ได้ออกหาลูกค้ามาให้เต็มทัวร์ก่อนจะออกเดินทาง แต่ทริปผมจะเป็นแบบพาเที่ยวส่วนตัว คือไปกันเองเฉพาะกลุ่มเรา ดังนั้นเราจึงจะมีคนน้อยกว่า 2. ตารางทัวร์ เนื่องจากมีเฉพาะกลุ่มเราเอง ผมก็เลยจะจัดทัวร์ให้ตามใจลูกทัวร์ ตารางก็ยืดหยุ่นได้ตลอดระยะเวลาที่เดินทาง ปรับเปลี่ยนไปมาได้ตลอดแล้วแต่ความสะดวกและสถานการณ์ 3. รถ เนื่องจากเราไปกันเอง ดังนั้นเวลาผมเช่ารถ ผมจะไม่ใช้รถบัสเหมือนอย่างทัวร์อื่นๆ แต่จะใช้รถ 4 wheel หรือบางทีก็รถตู้ (ในกรณที่คนเยอะ) อย่างในกรณีของพี่ที่มี 3 คน เราก็คงใช้รถ 4WD ซึ่งจะทำให้การขับขี่คล่องกว่า และปลอดภัยกว่ารถทัวร์ทั่วไป 4. ที่เที่ยว - ลองดูตารางทัวร์ของบริษัทอื่นดูก็ได้ครับ รับรองไม่มีอันไหนเหมือนของเรา เพราะนี่เป็นทัวร์ที่ผมทำไว้เพื่อเที่ยวเองตอนที่ยังอยู่ที่อเมริกา แบบว่าเที่ยวมากกว่าเรียน ฮะๆๆ ทัวร์ของผมมันจะออกเป็นแบบ premium tour .. แบบ personal guide อะไรประมาณนั้นครับ ดังนั้นถ้าใครที่กำลังมองหาทัวร์ราคาถูกแบบ backpack นั้น ก็ไม่ใช่แบบที่ผมทำนะครับ แต่ถ้าใครสนใจ private tour แบบพิเศษๆ ก็ติดต่อมาได้เลยครับศุกร์ที่ 20 มี.ค. 52 16:20 น. ออกเดินทางด้วยสายการบินไทย TG 794 21:25 น. ถึงสนามบินลอสแองเจลลีส LAX 23:00 น. เดินทางโดยรถตู้ เพื่อเข้าพักผ่อนตามอัธยาศัยที่โรงแรม เสาร์ที่ 21 มี.ค. 52 09:00 น. ขับรถชมวิว LA และดูป้ายฮอลลีวู้ด ที่ถนน Beachwood Drive ซึ่งเป็นมุมมองที่สามารถเห็นป้ายฮอลลีวู้ดได้ดีที่สุด เนื่องจากป้ายจะอยู่ตรงหน้าพอดีในขณะที่ขับรถเข้าไปใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ 10:00 น. เดินทางไป Hollywood Boulevard ที่ซึ่งเราจะได้เยี่ยมชม Hollywood Walk of Fame, Kodak Theatre (สถานที่จัดงานออสการ์), Grauman’s Chinese Theatre (ถ่ายภาพคู่กับลายเซ็นและรอยฝ่ามือ/ฝ่าเท้าของดาราคนโปรด) 13:00 น. แวะเที่ยว Venice Beach หนึ่งในชายหาดที่ถูกถ่ายทำในซีรี่ส์ดัง Baywatch ชมอาคารรูปทรงแปลกๆ และชม Boardwalk เพื่อชมสินค้าวางขายข้างทางและการแสดงต่างๆ 16:00 น. แวะย่านช็อปปิ้งชื่อดังใน Rodeo Drive (ย่านนี้เป็นที่ถ่ายทำฉากเด็ดในหนังดังเรื่อง Pretty Woman ที่จูเลีย โรเบิร์ตเดินช็อปปิ้งเสื้อผ้า) 18:00 น. ทานข้าวร่วมกันที่ Universal CityWalk (เลือกร้านอาหารได้ตามใจ) เพลิดเพลินไปกับแสงสีและการประดับประดาของร้านค้าทั้งหลาย (กิจกรรมน่าสนใจ เล่น ifly ดิ่งพสุธาสไตล์ฮอลลีวู้ดในราคา $54.95) 20:00 น. ชมทิวทัศน์ยามดึกของ LA ที่ว่ากันว่าสวยที่สุดจากมุมมองบน Mulholland Drive 21:00 น. กลับถึงโรงแรมที่พัก และพักผ่อนตามอัธยาศัย อาทิตย์ที่ 22 มี.ค. 52 09:00 น. เลือกเที่ยวระหว่าง Disney World กับ Universal Studio (อาหารกลางวันและอาหารเย็นตามอัธยาศัย) 19:00 น. ออกเดินทางไปแวะพักที่ Fresno เพื่อรอเดินทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาติโยเซมิติ (Yosemite National Park) ในวันรุ่งขึ้น 22:30 น. แวะพักที่โรงแรมในเมือง Fresno จันทร์ที่ 23 มี.ค. 52 08:00 น. ออกเดินทางจากโรงแรม ไปยังอุทยานแห่งชาติโยเซมิติ - ตรงทางเข้าทางด้านใต้ของอุทยาน จะมีถนนที่นำไปสู่ต้นไม้ยักษ์ Giant Sequoias (Mariposa Grove) แต่ถนนมีโอกาสถูกปิดช่วงฤดูหนาว (ถ้าต้องการเดินด้วยรองเท้าหิมะหรือสกี จะต้องเดินเป็นระยะทาง 2 ไมล์ ซึ่งเป็นทางเดินสูงขึ้น 500 ฟุตจากจุดที่เริ่มเดิน) - ระหว่างที่อยู่บนไฮเวย์หมายเลข 41 หรือถนน Wawona Road ตรงเกือบสุดทาง จะเห็นมุมมองที่โด่งดังที่สุดของอุทยาน ที่ถูกเรียกว่า Tunnel Point โดยเราจะเห็นทั้งยอด El Capitan และน้ำตก Bridalveil Fall และ Half Dome - ที่ Yosemite Valley จะเห็นยอด El Capitan แบบชัดเจน หรือจะเดินไปที่ Sentinel Meadow หรือ Yosemite Chapel เพื่อมองน้ำตก Yosemite Fall แบบใกล้ชิด หรือจะไปที่สะพาน Sentinel Bridge เพื่อมองภาพ Half Dome สะท้อนแม่น้ำ Merced River (หมายเหตุ ช่วงเมษายนเป็นหน้าหนาว ดังนั้นแม่น้ำอาจจะแข็งหมด จึงไม่น่าจะมีเงาสะท้อน) - ซึ่งถ้าเดินเก่งๆ สามารถเดินไปดูน้ำตก Yosemite Fall แบบใกล้ชิดมากขึ้น นอกจากนี้แล้ว ขณะขับออกจาก Yosemite Valley บนถนนสาย 140 ที่แล่นคู่ไปกับแม่น้ำ Merced เมื่อผ่านวิวของ Bridalveil Fall ก่อนถึงสะพาน Pohono Bridge และก่อนที่จะเห็นป้ายบอกทางออกจาก Park เราจะเห็นจุดชมวิว Valley View อันโด่งดังอีกจุดหนึ่ง หมายเหตุ 1. นี่เป็นช่วงที่เราจะเที่ยวตามสบาย ดังนั้นจะไม่มีการจำกัดเวลาในสถานที่ใดที่หนึ่ง เราจึงอาจพักทานข้าวที่จุดใดจุดหนึ่งก็ได้ (ตามอัธยาศัย) ระหว่างที่ยังอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติ 2. อุณหภูมิในแถบอุทยานในช่วงเดือนมีนาคม/เมษายน ต่ำสุดเฉลี่ยอยู่ที่ 0-2 องศาเซลเซียส และสูงสุดเฉลี่ยอยู่ที่ 15-18 องศาเซลเซียส ดังนั้นจึงต้องเตรียมอุปกรณ์กันหนาวให้พร้อม 15:00 น. เริ่มเดินทางออกจากอุทยานแห่งชาติโยเซมิติ และมุ่งหน้าสู่ซานฟรานซิสโก 19:00 น. ถึงซานฟรานซิสโก แวะทานอาหารจีนที่ไชน่าทาวน์ร่วมกัน 21:00 น. เข้าพักผ่อนตามอัธยาศัยที่โรงแรม อังคารที่ 24 มี.ค. 52 09:00 น. เดินเท้าไปที่ท่า Pier 33 ใกล้ Fisherman’s Wharf แถบที่เราพัก เพื่อขึ้นเรือไปยังเกาะเล็กๆ กลางอ่าวซานฟรานซิสโกที่ชื่อ เกาะอัลคาทราซ (Alcatraz Island) ที่มีชื่อเล่นว่า The Rock (มีหนังฮอลลีวู้ดหลายเรื่องพูดถึงเกี่ยวกับเกาะนี้ เรื่องที่ดังที่สุดก็คือ The Rock นั่นเอง) ซึ่งเคยเป็นเกาะที่ใช้กักกันนักโทษชื่อดังหลายต่อหลายคน เช่น อัลคาโปน, เบิร์ดแมน เป็นต้น 10:30 กลับเข้าฝั่งมาเดินเล่นที่ท่า Pier 39 เพื่อชมร้านค้าต่างๆ ดูสิงโตทะเล 12:00 ทานอาหารกลางวันร่วมกันที่ Fisherman’s Wharf (ปูยักษ์ ล็อบสเตอร์ และซุปหอยลายข้นสไตล์ซานฟรานซิสโก) 13:00 น. จากนั้นไปทานไอศกรีมช็อคโกแล็ตที่ Ghirardelli โรงงานทำช็อคโกแล็ตเก่าแก่ของซานฟรานซิสโก อร่อยๆ ทั้งนั้น 14:00 น. สัมผัสกับบรรยากาศแบบซานฟรานแท้ๆ ด้วยการขึ้นรถราง (cable car) สาย Powell-Hyde เพื่อไปลงที่ถนนคดเคี้ยวสุดสวย Lombard Street ถ่ายรูปกับถนน ดอกไม้ และความชันของถนน จากนั้นจึงวกกลับมาที่ Fisherman’s Wharf เช่นเดิม เพื่ออกเดินทางด้วยรถยนต์ ไปแวะชมปฏิมากรรม Palace of Fine Arts ก่อนแวะชมความอลังการของสะพานโกลเด้นเกท ปิดท้ายด้วยการไปชมวิวเมืองซานฟรานซิสโกจากยอด Twin Peaks"ถนน Lombard ตอนดอกไม้บาน... ถ้าไปช่วงปลายมีนา-เมษาก็น่าจะได้เห็น" "Palace of Fine Arts ครับ สวยมากๆ หาชมได้ในหนังเรื่อง The Rock :-)" 17:00 น. ทานอะไรรองท้องก่อนเดินทางไปรีโน่ เมืองเล็กที่ใหญ่ที่สุดในโลก (The Biggest Little City in The World) 21:00 น. ถึงรีโน่ แวะทานอาหารไทยที่ร้าน Siamese Hut และเข้าพักที่โรงแรม *** ผมอยากให้ชมบรรยากาศเมืองคาสิโนเล็กๆ ที่มีเสน่ห์ในตัวเอง นี่คือที่ๆ ชาวแคลิฟอร์เนียแวะมาเล่นคาสิโน และเล่นสกีกัน (ในเช้าวันถัดไป ผมจะพาไปเมืองแห่งทะเลสาบทาโฮ่ ซึ่งมีทั้งคาสิโน ทะเลสาบ และสกีรีสอร์ท และเป็นเมืองที่อยู่ติดกับรีโน่นี่เอง หมายเหตุ รีโน่คือเมืองที่ผมเคยอาศัยอยู่ 4 ปี ถ้าต้องการทำอะไรเป็นพิเศษ ก็สามารถบอกได้เลยครับ หรือจะเล่นสกีก็ได้เช่นกัน) "นี่แหละครับ เมืองคาสิโนที่ผมไปอยู่มา 4 ปี .. เมืองเล็กๆ ที่น่ารักมีเสน่ห์มากมาย" "วิวเมืองรีโน่ที่มองจากยอดเขา" พุธที่ 25 มี.ค. 52 09:00 น. เดินทางออกจากรีโน่ 10:00 น. มาถึงเวอร์จิเนียซิตี้ (Virginia City) เมืองเก่าแก่ในรัฐเนวาด้า ที่เคยเป็นเหมืองทองมาก่อน เป็นเมืองเล็กๆ ที่บรรยากาศคาวบอย มีร้านขายของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ รวมไปถึงเครื่องเงินอย่างดี ช่วงนี้เป็นช่วงเดินสบายๆ ถ่ายรูปกับเมืองเก่า ซื้อของที่ระลึก ฯลฯ 10:45 น. เดินทางออกจากเวอร์จิเนียซิตี้เพื่อเดินทางต่อไปยังทะเลสาบทาโฮ่ (Lake Tahoe) ซึ่งเป็นทะเลสาบที่เกิดจากหิมะละลายแล้วไหลจากยอดเขามารวมกันที่แอ่งตรงกลาง โดยไม่มีพื้นที่ติดต่อกับทะเล น้ำในทะเลสาบน้ำจึงเป็นน้ำจืดทั้งสิ้น ภูมิทัศน์ของเมืองจึงสวยงาม แถมยังมีคาสิโนกับ outlet ให้ช็อปปิ้ง นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นสวรรค์สำหรับนักเล่นสกีในแถบแคลิฟอร์เนียและเนวาด้า"Emerald Bay ที่ทะเลสาบทาโฮ่" 11:45 น. ถึงทะเลสาบทาโฮ่ แวะทานข้าวที่ Outlet - Factory Stores @ the “Y” ที่ถนน Lake Tahoe Boulevard เสร็จแล้วช็อปปิ้งตามอัธยาศัย 14:30 น. ออกเดินทางไปชมทิวทัศน์ทาโฮ่ เช่น เกาะกลางทะเลสาบ Emeral Bay ชมเมือง Incline Village 16:30 น. เดินทางออกจากทะเลสาบทาโฮ่ 21:00 น. ถึงเมืองโทโนปาห์ (Tonopah) ทานอาหารเย็นร่วมกัน และนอนพักผ่อนที่โรงแรม พฤหัสที่ 26 มี.ค. 52 07:00 น. เดินทางออกจากเมืองโทโนปาห์ ในช่วงขับรถแถวไฮเวย์ I95 จะพบกับวิวแปลกใหม่สองข้างทาง คือถนนที่ลากเป็นเส้นตรงผ่ากลางดินแดนแบบทะเลทรายสุดลูกหูลูกตา (ช่วงนี้จะยังไม่มีทราย แต่จะมีพื้นดินที่แห้งแล้ง กระบองเพชร และต้นไม้แถบทะเลทราย) เป็นวิวที่หาดูได้ไม่บ่อยนัก นอกจากนี้แล้ว ช่วงนี้จะเป็นเส้นทางตรงยาวเหยียดที่ต้องใช้เวลาขับนาน และมีรถสวนไปมาน้อยมาก เราสามารถจอดรถไปถ่ายรูปกลางถนนได้เลย ดังรูปของผมกับแฟนข้างล่างนี้ 9:30 น. ถึงอุทยานแห่งชาติหุบเขามรณะ (Death Valley National Park) ซึ่งเป็นหุบเขาที่ต่ำที่สุด แห้งที่สุด และร้อนที่สุดในอเมริกา (เนื่องจากช่วงที่เราเป็นยังเป็นช่วงต่อจากหน้าหนาว ดังนั้นจึงไม่ร้อนนัก อุณหภูมิต่ำสุดและสูงสุดเฉลี่ยในวันที่ 26 มี.ค. คือ 13-28 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ เราอาจมีโอกาสเห็นลานดอกไม้บานในทะเลทรายถ้าช่วงหน้าหนาวที่ผ่านมามีหิมะหรือฝนตก แต่คงต้องรอให้ใกล้เวลาเดินทางแล้วจึงจะพอคาดเดาสถานการณ์ได้)"รูปผมเองครับ ถ่ายที่ Sand Dune ใน Death Valley - ที่ย่าน Scotty’s Castle แวะดูหลุม Ubehebe Crater ที่เกิดจากลาวาภูเขาไฟ - ที่ย่าน Stovepipe Wells Village แวะดูหุบเขาโมเสค (Mosaic Canyon) และเดินท่ามกลางภูเขาทราย (Sand Dunes) ช่วงนี้เราคงต้องเดินทรายกันหน่อย ต้องเตรียมน้ำไปเยอะมากๆ (เดี๋ยวผมจัดการให้เอง) และต้องระวังไม่ให้ทรายเข้าไปในกล้องถ่ายรูป (ลมแรงมาก แดดก็แรงมาก ดังนั้นต้องมีแว่นตากันแดดไปด้วย) - ที่ย่าน Bad Water ดูที่ราบที่มีเกลือปกคลุม หรือเรียกว่า ลานเกลือ (Salt Flat) นี่คือจุดที่ต่ำที่สุดในอเมริกา 86 เมตรใต้ระดับน้ำทะเล (เนื่องจากเราไปช่วงมีนาคม ดังนั้นอาจเป็นไปได้ที่แถบนี้จะเป็นทะเลสาบตื้นๆ แทน เนื่องจากพอหน้าร้อน น้ำในทะเลสาบจะระเหยไปหมดจนทิ้งเกลือเอาไว้ดังรูป) ส่วนช่วงก่อนถึง Bad Water จะมีหินที่ถูกกัดเซาะจนกลายเป็นสะพานตามธรรมชาติ (ดังรูป) - ตบท้ายด้วยการเดินทางไปยอด Dante’s View เพื่อชมทิวทิศน์หุบเขามรณะจากด้านบน ในรูปนั้น ที่เห็นเป็นสีขาวๆ ก็คือเกลือทั้งหมดครับ 15:00 น. เดินทางออกจาก Death Valley 17:30 น. ถึงลาสเวกัส เข้าแวะพักผ่อนตามอัธยาศัยที่โรงแรม Imperial Palace 18:30 น. รับประทานอาหารเย็นร่วมกัน ตัวเลือกคือ 1) บุฟเฟต์สไตล์อเมริกันในโรงแรมใดๆ 2) ต้นตำรับบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคุณตัน โออิชิ – Todai - จากนั้นผมจะพาพวกเราทั้งหมดนั่งรถชมวิวย่าน Strip ของลาสเวกัส เพื่อจะได้รับทราบว่าแต่ละแห่งมีสิ่งใดที่น่าสนใจบ้าง - จากนั้นจะเริ่มดูโชว์ มีโชว์ฟรีต่างๆ เช่น โชว์ภูเขาไฟระเบิดที่ Mirage, โชว์ไซเรนสาวแห่ง TI ที่ Treasure Island, โชว์น้ำพุเต้นระบำที่ Bellagio, ฯลฯ หมายเหตุ ถ้าสนใจ สามารถดูโชว์แบบเสียเงินเพิ่ม (ค่าดูประมาณ 100-150 ดอลล่าร์) โดยโชว์ที่แนะนำก็คือ โชว์ Cirque de Soleil หลายๆ โชว์ในโรงแรมต่างๆ (แนะนำ Ka ครับ สุดยอดมากๆ), โชว์เดวิด ค็อปเปอร์ฟิลด์ นักมายากลระดับโลก, โชว์ Blue Man หนุ่มสีน้ำเงินที่โชว์แสง สี เสียงแบบสร้างสรรค์สุดๆ หรือถ้าจะให้ทันสมัย ก็ต้องโชว์ของนักมายากลสุดฮิป คริส แองเจิ้ล (จากรายการคนชอบกลที่ช่อง 3) 21:00 น. กลับมาพักผ่อนที่โรงแรม แยกย้ายกันเที่ยวลาสเวกัสตอนกลางคืนตามอัธยาศัย โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสี่ยงโชคเล็กๆ น้อยๆ J (แต่แนะนำให้นอนพักผ่อนเร็วๆ เพราะวันถัดมาเราจะต้องเดินทางไกลไปแกรนด์แคนย่อนตั้งแต่เช้าตรู่) ศุกร์ที่ 27 มี.ค. 52 07:30 น. ออกเดินทางไปแกรนด์แคนย่อน (เนื่องจากต้องเดินทางไกล จึงต้องออกเช้าสักหน่อย) - แวะเขื่อนฮูเวอร์ (Hoover Dam) เขื่อนที่เป็นรอยต่อระหว่างรัฐอริโซนากับเนวาด้าและ Lake Mead ทะเลสาบที่เกิดขึ้นจากเขื่อนนั้น - แวะถ่ายรูปกับถนนสายประวัติศาสตร์ route 66 อันโด่งดัง 12:00 น. แวะทานอาหารกลางวันร่วมกันระหว่างทางไปแกรนด์แคนย่อน 15.30 น. ถึงแกรนด์ แคนย่อน เที่ยวชมแต่ละจุดชมวิว สัมผัสกับความยิ่งใหญ่สุดระทึกใจรอบทิศทาง 17:00 น. ออกจากแกรนด์ แคนย่อน หาอะไรรองท้องระหว่างทาง 22:00 น. กลับมาทานอาหารเย็นร่วมกันที่ลาสเวกัส (แม้จะต้องขับรถไกลสักหน่อย แต่เราคงต้องกลับมาพักที่ลาสเวกัส เนื่องจากระหว่างทางจากแกรนด์แคนย่อนกับลาสเวกัส ไม่มีเมืองที่น่าแวะพักเลย เมืองใหญ่ที่น่าสนใจที่สุดคือ Kingman ซึ่งห่างจากลาสเวกัสเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น เราจึงขอเสนอว่ากลับมาพักผ่อนที่ลาสเวกัสน่าจะดีที่สุด นอกจากนี้แล้ว เราจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องขนย้ายกระเป๋าเดินทางด้วย) และพักผ่อนตามอัธยาศัย เสาร์ที่ 28 มี.ค. 52 08:00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม 09:30 น. เที่ยวชมตัวเมืองลาสเวกัส เยี่ยมชมบรรยากาศตระการตา พร้อมถ่ายรูปร่วมกับสถานที่ต่างๆ ในถนนสาย strip รวมไปถึงสถานที่เที่ยวภายในโรงแรมต่างๆ เช่น - สัมผัสบรรยากาศของเวนิส อิตาลี พร้อมฟังเพลงแซนต้าลูเซียขณะล่องเรือก็องโดล่าภายในโรงแรม Venetian - เดินดูความอลังการของยุคโรมันในอดีต หรือถ่ายรูปพระพรหมที่คุณกำพล วัชรพล สร้างไว้ ณ Caesars Palace - อัศจรรย์ใจไปกับน้ำพุเต้นระบำอันเลื่องชื่อ และชมสวนดอกไม้ภายใน Bellagio - ถ่ายรูปกับหอไอเฟล และประตูชัยจำลอง Arc de Triomph ที่ Paris - ชมตึกดังๆ ของนิวยอร์ค และสะพานบรู๊คลินจำลองที่ New York New York (หรือจะเล่นรถไฟเหาะบนยอด New York New York ก็ได้)"ถ่ายรูปร่วมกันที่สะพานบรู๊คลินจำลอง หน้าโรงแรม New York New York" - ชื่นชมสิงโตอย่างใกล้ชิดใน Lion Habitat ที่ MGM Grand - ขึ้นหอคอยชมวิวบนโรงแรม Stratosphere เพื่อมองถนน Strip ของลาสเวกัสแบบเต็มๆ (อาจขึ้น Eifel Tower ที่ Paris Paris แทนก็ได้ แต่ Stratosphere จะตั้งอยู่ที่ปลาย Strip จึงมองทั้ง Strip ได้ง่ายกว่า) - เล่นเกมส์หลากหลายที่ Gameworks ถ้ายังไม่ได้เล่น Indoor Skydiving ที่ LA ที่ลาสเวกัสก็มีให้เล่นเช่นกัน (แต่แพงกว่านะครับ คือ $75) - และอื่นๆ อีกมากมายยยยย ฯลฯข้อแนะนำสำหรับทริปช่วงนี้ ควรพักผ่อนและฟิตร่างกายให้ดี และใส่รองเท้าสำหรับเดิน เนื่องจากสถานที่แต่ละแห่งอยู่ติดกันมาก การขับรถไปจะไม่สะดวกและเสียเวลามากกว่าการเดินชมไปทีละจุด - ระหว่างทาง เราจะแวะพักทานข้าวกลางวันตามอัธยาศัย แต่ถ้าลูกทัวร์สนใจ เราขอเสนอให้ไปทานแฮมเบอร์เกอร์สุดอร่อยที่กำกันให้เห็นสดๆ ที่ Fat Burger รับประกันความอร่อยย…แฮ่ม - ถ่ายรูปกับป้าย Welcome to Las Vegas (อยู่ในทางเดียวกันกับ Outlet แห่งหนึ่ง ดังนั้นหลังจากถ่ายรูปคู่กับป้าย เราจะไปช็อปปิ้งกัน) - ชม Outlet ต่างๆ เพื่อซื้อของที่ระลึก, เสื้อผ้าหลากหลายแบรนด์, ฯลฯ โดย Outlet ที่น่าสนใจได้แก่ Fashion Show Mall ที่อยู่ใจกลางลาสเวกัส, แหล่งรวมร้านค้าภายในโรงแรมดังๆ เช่น Venetian, Bellagio, Caesars Palace, Wynn (มีโชว์รูมเฟอร์รารี่), และยังมี Las Vegas Outlet Center ที่มีสินค้าน่าสนใจมากมาย ฯลฯ หมายเหตุ ช่วงนี้จะเป็นการท่องเที่ยวแต่ละจุดแบบสบายๆ ดังนั้นจะไม่มีการจำกัดเวลา เนื่องจากเรายังมีเวลาในช่วงเช้าของวันถัดไปในการท่องเที่ยวลาสเวกัส (ซึ่งน่าจะใช้ในการช็อปปิ้ง) 18:00 น. รับประทานอาหารเย็นร่วมกันที่ร้านติ่มซำ Cathay House 19:00 น. Free Time (เสนอให้ลองเล่นคาสิโนสักเล็กน้อย พวกเราสามารถสอนวิธีเล่นบางอย่างให้ได้ และใช้เงินไม่มากมายนัก เนื่องจากคาสิโนแต่ละแห่งมีระบบสมาชิก และโปรโมชั่นต่างๆ ทำให้ในบางที่เราสามารถเล่นคาสิโนได้โดยใช้เงินฟรีที่คาสิโนนั้นๆ แจกหลังจากเราสมัครสมาชิกแล้ว) 21:00/22:00 น. ดูโชว์ที่ downtown ที่จะมีการปิดถนน และมีเพดานแผงไฟคลุมทั้งถนน แล้วโชว์ภาพเคลื่อนไหวบนเพดานไฟ ซึ่งเรียกว่า Fremont Street Experience (ถ้ามีบางคนเลือกดูโชว์แบบเสียเงิน เราสามารถแบ่งเป็น 2 กลุ่มแล้วแยกกันชมได้) อาทิตย์ที่ 29 มี.ค. 52 09.00 น. ทัวร์ลาสเวกัส เพื่อจัดการเรื่องที่อาจยังทำไม่เสร็จจากเมื่อวันก่อน เช่น ช็อปปิ้งในบางสถานที่ ถ่ายรูปในบางจุด 12.00 น. รับประทานอาหารร่วมกันระหว่างการเดินทาง (อาจเป็นบุฟเฟ่ต์อาหารจีน) 13.00 น. เดินทางออกจากลาสเวกัส 17.00-18.00 น. ถึงลอสแองเจลีส รับประทานอาหารร่วมกัน 19.00 น. ชมวิวกลางคืนของ LA ที่ Disney Hall, Music Center, Dorothy Chandler Pavillian สุดท้ายจบด้วยการเดินชมไฟที่ City Walk ของ Universal City 20.30 น. เดินทางไปถึงสนามบินลอสแองเจลีส LAX เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับประเทศไทย 23.10 น. ออกเดินทางจากสนามบินลอสแองเจลีส ด้วยสายการบินไทย TG 795 อังคารที่ 31 มี.ค. 52 06.40 น. กลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยปลอดภัย ปล. ผมนำบางรูปในนี้มาจากใน google แม้โดยมากจะเอามาจากเว็บทัวร์หรือเว็บประชาสัมพันธ์สถานที่ ไม่ได้เอามาจากเว็บส่วนตัวของใคร แต่ก็ขอขอบคุณเจ้าของรูปทั้งหลายมา ณ ที่นี้นะครับ
Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2554 14:45:10 น.
24 comments
Counter : Pageviews.
โดย: นู๋ Beee เองค่ะ (Beee_bu ) วันที่: 3 มีนาคม 2552 เวลา:12:07:58 น.
โดย: nop IP: 124.120.170.112 วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:20:23:09 น.
โดย: MrET_TK วันที่: 17 เมษายน 2552 เวลา:8:11:14 น.
โดย: loukkid IP: 118.172.132.194 วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:7:18:13 น.
โดย: Lunar IP: 67.82.24.158 วันที่: 16 พฤษภาคม 2552 เวลา:0:52:58 น.
โดย: MrET_TK วันที่: 16 พฤษภาคม 2552 เวลา:21:28:29 น.
โดย: เนม IP: 70.145.122.18 วันที่: 27 พฤษภาคม 2552 เวลา:8:27:27 น.
โดย: MrET_TK วันที่: 30 พฤษภาคม 2552 เวลา:10:39:44 น.
โดย: รริ IP: 110.49.101.24 วันที่: 26 กันยายน 2552 เวลา:10:58:44 น.
โดย: MrET_TK วันที่: 6 ตุลาคม 2552 เวลา:8:13:22 น.
โดย: รริ IP: 58.8.175.148 วันที่: 8 ตุลาคม 2552 เวลา:10:57:29 น.
โดย: Paul IP: 58.10.0.247 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2552 เวลา:15:23:14 น.
โดย: MrET_TK IP: 117.47.141.209 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2552 เวลา:19:56:16 น.
โดย: AA IP: 125.24.173.215 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2552 เวลา:18:57:33 น.
โดย: พนมรุ้ง12 IP: 71.55.124.199 วันที่: 6 ธันวาคม 2552 เวลา:11:10:45 น.
โดย: เนเน่ IP: 115.87.112.197 วันที่: 23 มกราคม 2554 เวลา:2:24:19 น.
โดย: somjai IP: 125.24.62.40 วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:14:01:20 น.
โดย: Arunee IP: 112.120.77.244 วันที่: 23 มีนาคม 2554 เวลา:13:39:33 น.
โดย: MrET_TK วันที่: 23 มีนาคม 2554 เวลา:16:40:28 น.
โดย: อูฐ IP: 202.29.92.203 วันที่: 12 กรกฎาคม 2554 เวลา:20:10:31 น.
โดย: อาม IP: 110.164.90.6 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2554 เวลา:19:40:00 น.
โดย: แอน IP: 101.108.59.220 วันที่: 18 พฤศจิกายน 2554 เวลา:22:36:38 น.
โดย: ฝนผ่านฟ้า IP: 68.100.23.38 วันที่: 4 สิงหาคม 2555 เวลา:8:39:27 น.
โดย: MrET_TK วันที่: 19 กันยายน 2555 เวลา:14:03:19 น.
Location :
พิษณุโลก Thailand
[Profile ทั้งหมด]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
วิศวกรคอมพิวเตอร์โดยปริญญา แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นอาจารย์ในที่สุด (แถมเป็นคณะวิทยาศาสตร์ด้วย ฮะๆๆ) ปัจจุบันเป็นวิทยากรด้านการตลาดออนไลน์ให้กับสถาบันในเครือกรุงเทพธุรกิจและเว็บ exitcoren รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดออนไลน์ให้บริษัทเอกชน ผมเขียนบทความใน fan page เป็นประจำ (http://www.facebook.com/dr.ekkasit ) แล้วค่อยนำบางบทความมาวางในบล็อกนี้
น่าไปมั่ก ๆ ค่ะ แต่นู๋ม่ายมีตังค์ งุงิ
เมื่อวานนี้ไปทำสังฆทานมาค่ะ แวะเอาบุญมาฝากนะคะ