Group Blog
 
All blogs
 
บารมี 10 ในชีวิตประจำวัน

สวัสดีทุกท่านครับ

พระสารีบุตรทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรมอันทำให้เป็นพระพุทธเจ้ามีเท่าไร พระเจ้าข้า
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนสารีบุตร ธรรมอันทำให้เป็นพระพุทธเจ้ามี ๑๐ ประการแล
ธรรม ๑๐ ประการคืออะไรบ้าง?
ดูก่อนสารีบุตร ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขา เป็นธรรมทำให้เป็นพระพุทธเจ้า

บารมีคือคุณธรรมทั้งหลาย มีทาน ศีล เป็นต้น ขอนำบารมี 10 ในชีวิตประจำวันมาฝากครับ

บารมี 10 เป็นสิ่งที่สำคัญมากในการที่จะดับกิเลส เป็นสมุจเฉท (การตัดขาด)เพราะการเจริญกุศลนั้นต้องเจริญทุกประการ เพื่อที่จะเป็นปัจจัยให้ปัญญาเกิดขึ้น ดับกิเลสได้หมดสิ้น เป็นสมุจเฉทเป็นลำดับขั้น จึงต้องเข้าใจให้ถูกต้องว่า กุศลใดเป็นบารมี และกุศลใดไม่ใช่บารมี บารมีเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการดับกิเลสเป็นสมุจเฉท จึงควรได้ศึกษาและเห็นความสำคัญของบารมีทั้ง 10 เพื่อที่จะได้อบรมได้ยิ่งขึ้น

บารมี 10 คือ ทานบารมี 1 ศีลบารมี 1 เนกขัมมบารมี 1 ปัญญาบารมี 1 วิริยบารมี 1 ขันติบารมี 1 สัจจบารมี 1 อธิษฐานบารมี 1 เมตตาบารมี 1 อุเบกขาบารมี 1

การกล่าวถึงบารมีทั้ง 10 ก็เพื่อให้พิจารณาสำรวจตัวเองว่า ยังยิ่งหย่อนบารมีใด จะได้อบรมบารมีนั้นให้ยิ่งขึ้น จนสามารถเป็นปัจจัยให้รู้แจ้งอริยสัจจธรรมได้ เพราะเหตุว่า ถ้ามุ่งจะให้สติเกิดระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่ปรากฏตามปกติ ตามความเป็นจริงในชีวิตประจำวัน โดยที่ไม่คำนึงถึงการอบรมเจริญบารมี ก็จะเห็นได้ว่า วันหนึ่งๆนั้นพ่ายแพ้ต่ออกุศลกรรม เพราะอกุศลกรรมมีปัจจัยเกิดขึ้นมากกว่ากุศลกรรม


บารมีทั้ง 10 นั้น ไม่ทราบว่าแต่ละท่านจะอบรมสะสมไปอีกนานเท่าไหร่ แต่ในชาติที่สามารถจะสะสมอบรมได้ ก็ควรจะสะสมอบรมแต่ละบารมีไปตามกำลังความสามารถ บารมีทั้ง 10 มีโลภะเป็นปฏิปักษ์ เพราะฉะนั้นต้องไม่ลืมเลยว่า การอบรมเจริญบารมีนั้น ไม่ใช่ด้วยความต้องการผลของกุศล แต่ต้องเป็นเพราะเห็นโทษของอกุศลแต่ละประเภท

ไม่ใช่ต้องการเจริญบารมีเพื่อผลคือ สังสารวัฏฏ์ แต่บำเพ็ญบารมีเพื่อขัดเกลากิเลสจนกว่าจะดับกิเลส จึงจะดับสังสารวัฏฏ์ได้ เพราะการดับสังสารวัฏฏ์จะเป็นไปด้วยการดับกิเลสทั้งหมด ตราบใดยังมีกิเลสอยู่ ก็ไม่สิ้นสังสารวัฏฏ์ ฉะนั้น การอบรมเจริญบารมีจึงไม่ใช่ด้วยความหวังผลของกุศลในสังสารวัฏฏ์

ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่เห็นโทษของความตระหนี่จึงให้ทาน ผู้ที่เห็นโทษของความเป็นผู้ทุศีลจึงรักษาศีล เห็นว่าการไม่สำรวมกายวาจาและการประพฤติทุจริตทางกายวาจา ย่อมนำโทษมาให้ แม้แต่เพียงคำพูดซึ่งไม่สำรวมระวัง ก็อาจจะไม่รู้เลยว่า นำโทษมาให้แล้วกับผู้พูดและกับบุคคลอื่นด้วย เพราะฉะนั้น ผู้ที่เห็นโทษของความเป็นผู้ทุศีลจึงรักษาศีล และสำรวมกายวาจายิ่งขึ้น


ผู้ที่เห็นโทษในกามและการครองเรือน ก็มีอัธยาศัยในเนกขัมมะ ผู้ที่เห็นโทษในความไม่รู้และความสงสัย จึงมีอัธยาศัยในการศึกษาให้รู้ให้เข้าใจธรรมตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นการอบรมเจริญปัญญา ผู้ที่เห็นโทษในความเกียจคร้านจึงมีความเพียร ผู้เห็นโทษในความไม่อดทนจึงมีความอดทน ผู้ที่เห็นโทษในการพูดและการกระทำที่ไม่จริงจึงมีอัธยาศัยในสัจจะ ผู้ที่เห็นโทษในการไม่ตั้งใจมั่นจึงมีอัธยาศัยในการตั้งใจมั่น ผู้ที่เห็นโทษในพยาบาทจึงมีอัธยาศัยในเมตตา ผู้ที่เห็นโทษในโลกธรรมจึงมีอัธยาศัยในการวางเฉย ทั้งหมดนี้เป็นบารมี 10 ซึ่งจะต้องค่อยๆ สะสมอบรมไป

เนื้อเรื่องโดย อาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ภาพประกอบอินเตอร์เน็ต ขอบคุณนักสร้างบารมีทุกท่านที่ติดตามอ่านครับ


Create Date : 23 กันยายน 2551
Last Update : 23 กันยายน 2551 15:32:51 น. 3 comments
Counter : 207 Pageviews.

 
อิฉันทราบนะคะในเรื่องของทฤษฏี
แต่พอเรื่องของการปฏิบัติแล้ว สอบตกทุกข้อเลยค่ะ

ตอนนี้คะแนนบารมีของอิฉัน คงติดลบอยู่เยอะเลยค่ะ



โดย: ก้าบ ก้าบ วันที่: 23 กันยายน 2551 เวลา:17:47:47 น.  

 
merry christmas

มีความสุขมาก ๆนะคะ

ปีใหม่นี้หวังสิ่งใดให้สมหวังในทุกอย่างนะคะ




โดย: bow_relax วันที่: 28 ธันวาคม 2551 เวลา:18:46:42 น.  

 



อารมณ์ขันยามบ่ายค่ะ

บายๆๆ


โดย: bow_relax วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:16:31 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ebusiness
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]







พระพุทธเจ้าทรงมอบสิ่งที่ดีที่สุดไว้ให้แก่มวลมนุษยชาติ สิ่งนั้นคือพระธรรมที่ใช้เป็นกรอบในการดำเนินชีวิตไปสู่สิ่งที่ดีงาม สู่ความเจริญสูงสุดของชีวิต ในฐานะชาวพุทธ ทุกคนมีหน้าที่ที่จะต้องดูแลรักษาสิ่งที่ดีเหล่านี้เอาไว้ให้ได้นานที่สุด อย่างน้อยก็ในช่วงชีวิตเราแต่ละคน
Friends' blogs
[Add ebusiness's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.