Group Blog
 
All blogs
 
ขันติ ...



สวัสดีทุกท่านครับ

ทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ แม้ว่าจะต่างกันด้วยเพศ วัย ฐานะความเป็นอยู่ แต่ทุกคนก็ย่อมมีความรู้สึกนึกคิดเหมือนกันอยู่ประการหนึ่ง นั่นก็คือทุกคนปรารถนาความสุข และกำลังแสวงหาให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เป็นความสุขนั้น นักปราชญ์บางคนกล่าวว่า ความสุขนั้นไม่ต้องไปแสวงหา มันไม่ได้อยู่ที่ไหนห่างไกลจากตัวเราเลยเพียงแต่ว่าเราพยายามขจัดเหตุของความทุกข์ไปให้พ้น ไม่ประกอบเหตุนั้น ความสุขก็
จะเกิดขึ้นเอง

นำเรื่องขันติมาฝากครับ


ขันติ ....

‘เป็นอาวุธไม่เบียดเบียนคนดี คือทำลายอกุศล’ เพราะคนดี เมื่อมีขันติแล้วจะไม่มีความเดือดร้อนใจ เพราะขันติเป็นอาวุธที่ไม่เบียดเบียนคนดี เพราะเหตุว่าสมบูรณ์ด้วยคุณสมบัติ เพราะกำจัดความโกรธอันเป็นปฏิปักษ์ต่อคุณธรรม ไม่มีส่วนเหลือ ถ้าสามารถที่จะอดทนได้ในขณะนั้น โทสะไม่เกิด วาจาที่ไม่ดีก็ไม่มี แม้เพียงเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่มี ไม่ต้องกล่าวถึงวาจาที่รุนแรง แม้แต่คำเพียงเล็กน้อยที่เกิดจากใจที่โกรธก็ไม่มี

‘เป็นเครื่องประดับของผู้สามารถครอบงำผู้อื่นได้’ ถึงแม้จะประดับเครื่องประดับสวยงามหลากหลายสักเท่าไร แต่ถ้ากายวาจาไม่ดี จะไม่สวยเลย แม้ว่าเครื่องประดับจะสวยในขณะนั้น ความไม่โกรธหรือขันติ เป็นเครื่องประดับของผู้สามารถครอบงำผู้อื่นได้ ไม่ต้องมีเครื่องประดับเลย ก็ยังงามกว่าผู้มีเครื่องประดับ แต่ว่าไม่มีขันติ คือกายวาจาไม่งาม

‘เป็นพละสัมปทาของสมณพราหมณ์’ คือ เป็นการถึงพร้อมด้วยกำลังของผู้สงบ คนที่สงบไม่ต้องไปมีเรื่องวุ่นวายกับใครทั้งสิ้น ฉะนั้น ความสงบจากอกุศล เป็นพละสัมปทาของสมณพราหมณ์

‘เป็นสายน้ำกำจัดไฟ คือความโกรธ’ ถ้าจะโกรธแล้วมีขันติบารมี ไม่โกรธ ขณะนั้นจะเพิ่มความอดกลั้นต่ออกุศลต่างๆ ได้สะดวกขึ้น เพิ่มขึ้น ง่ายขึ้น จนกระทั่งเป็นอุปนิสัย

‘เป็นเครื่องชี้ถึงความเกิดแห่งกิติศัพท์อันดีงาม เป็นมนต์ และยาวิเศษระงับพิษ คือคำพูดของคนชั่ว’ เวลาโกรธและพูดคำที่ไม่ดีออกมา ใครไม่ดีในขณะที่พูดคำไม่ดี ? คือตัวเอง ตนเองเท่านั้นคือคนชั่ว ใครที่พูดชั่วคนนั้นก็คือคนชั่ว ฉะนั้น ขันติเป็นมนต์ และยาวิเศษระงับพิษ คือคำพูดของคนชั่ว

‘เป็นปกติของผู้มีปัญญายอดเยี่ยม ของผู้ตั้งอยู่ในสังวร’ ทุกท่านอยากจะมีปัญญาแต่กว่าจะมีปัญญาได้ต้องอดทนมาก เช่น อดทนต่อการที่จะฟังพระธรรม แล้วก็พิจารณาความลึกซึ้ง ความละเอียด และเป็นประโยชน์ของพระธรรมจริงๆ จนเห็นว่าควรจะประพฤติปฏิบัติตาม ไม่ใช่แต่เพียงฟัง แต่ว่าเป็นปกติของผู้มีปัญญายอดเยี่ยมถ้าต้องการมีปัญญา ก็ต้องเริ่มเป็นผู้ที่อดทน มีขันติบารมี

‘เป็นสาคร เพราะอาศัยความลึกซึ้ง’ ขันติเป็นสิ่งที่ลึกซึ้งจริงๆ จึงเป็นเหตุให้อกุศลเกิดบ่อยกว่ากุศล ถ้าสติสัมปชัญญะเกิด เห็นว่าขณะใดเป็นอกุศล แล้วมีความอดทนต่อการที่จะไม่เป็นอกุศลนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นโลภะ เป็นโทสะ ความริษยา ความตระหนี่หรือความสำคัญตน ขณะนั้นจะเห็นความลึกซึ้งจริงๆ ว่า ถ้าไม่รู้ก็ไม่สามารถจะบำเพ็ญขันติบารมีได้ ฉะนั้น ขันติบารมี และสติสัมปชัญญะจึงเป็นสิ่งที่ละเอียดมาก เพราะจะทำให้อดทนต่ออกุศลต่างๆ ได้

‘เป็นฝั่งของมหาสาคร คือโทสะ เป็นบานประตู ปิดประตูอบาย’ หลายคนกลัวอบายภูมิ ที่ทำกุศลก็เพราะไม่อยากจะเกิดในอบายภูมิ แต่ถ้าจะไม่เกิดในอบายภูมิ ก็ต้องเป็นผู้ที่อดทน เพราะความอดทนเป็นบานประตูที่ปิดประตูอบายเป็นบันไดขึ้นไปสู่เทวโลก และพรหมโลก เป็นภูมิสถิตของคุณทั้งปวง เป็นความบริสุทธิ์กายวาจาใจอย่างสูงสุด’ พึงมนสิการด้วยประการฉะนี้

ข้อมูลจากสุจินต์ บริหารวนเขตต์ บารมีในชีวิตประจำวัน ภาพประกอบอินเตอร์เน็ต

คงต้องคิดแล้วคิดอีกว่า จะมีความอดทนเพิ่มขึ้นได้หรือไม่ในทุกสถานการณ์ ถ้าฝึกหัดบ่อยๆ อบรมบ่อยๆ จะเจริญขึ้นจนเป็นปกติ บางท่านที่เป็นผู้มีอุปนิสัยอดทนมากกว่าคนอื่น เป็นเพราะการอบรมนั่นเอง




Create Date : 16 ธันวาคม 2551
Last Update : 16 ธันวาคม 2551 21:13:37 น. 2 comments
Counter : 286 Pageviews.

 
_/\\_ อนุโมทนาค่ะ

ขอให้เจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไปนะคะ


โดย: oor_dt วันที่: 16 ธันวาคม 2551 เวลา:22:09:37 น.  

 
ขออนุโมทนาสาธุ
ขอให้ความสุขเจริญในธรรมดวงตาเห็นธรรมสูงยิ่งนะเจ้าค่ะ


โดย: yoja วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:18:35:29 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ebusiness
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]







พระพุทธเจ้าทรงมอบสิ่งที่ดีที่สุดไว้ให้แก่มวลมนุษยชาติ สิ่งนั้นคือพระธรรมที่ใช้เป็นกรอบในการดำเนินชีวิตไปสู่สิ่งที่ดีงาม สู่ความเจริญสูงสุดของชีวิต ในฐานะชาวพุทธ ทุกคนมีหน้าที่ที่จะต้องดูแลรักษาสิ่งที่ดีเหล่านี้เอาไว้ให้ได้นานที่สุด อย่างน้อยก็ในช่วงชีวิตเราแต่ละคน
Friends' blogs
[Add ebusiness's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.