Group Blog
 
All Blogs
 

คอรัปชั่นเชิงนโยบายในฐานะของคำประดิษฐ์

คอรัปชั่นเชิงนโยบาย

นี่เป็นคำประดิษฐ์ที่ถูกนำมาใช้กับอย่างได้ผลในการรณรงค์ต่อต้านรัฐบาล
มันเป็นคำที่เลิศหรู แต่ความหมายไม่ชัดเจน ... มันจึงเป็นวิธีของการโปปะกันด้า
คือเป็นการตราหน้า ที่ก็ไม่รู้ชัดว่าคืออะไร แต่ก็พูดได้ซ้ำๆจนก่อความรู้สึกไม่ดีได้

ในบางนัยยะ ... มันหมายถึงการกำหนดนโยบายของประเทศ ที่อำนวยประโยชน์ให้แก่ตัวผู้กำหนด
แต่อย่างที่ว่ามาแล้ว ...มันคืออะไร? แล้วจะรู้ได้อย่างไร? ... ใครจะเป็นคนชี้ขาดได้?

ส่วนมากนักโปปะกันด้า ก็จะชี้ว่านโยบายนั้น ... รัฐบาลและพวกได้ประโยชน์อย่างไรๆ
โดยที่การกล่าวหานั้นจริงหรือไม่ ก็ไม่อาจทราบได้ ... แล้วก็ย้ำว่านั่นแหละคอร์รับชั่นเชิงนโยบาย
เจ้าเล่ห์ ไม่มีหลักฐาน จับไม่ได้ ... แต่โกงจริง

คนที่โดนโจมตีด้วยวิธีนี้ ต้องถือว่าโชคร้ายมาก เพราะไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร
และมันไม่มีประเด็นให้เห็นชัดเจนด้วย เพราะว่าผู้โจมตีก็ไม่ได้ให้ประเด็นชัด
เช่นเรื่องแก้ไขกฎหมายผังเมืองกรณีที่ดินรัชดา ... มันก็มีการแก้กฎหมายจริง
จะบอกว่าไม่ได้แก้ก็ไม่ได้...ที่ดินที่มีพวกไปซื้อ ก็ไปซื้อจริง ...
แต่ข้อเท็จจริงที่ว่า ทั้งการออกกฎหมายและการซื้อ มันเป็นกระบวนการที่ทำต่อเนื่องยาวนานมา
ก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร

เรื่องนโยบายนี้ จะเห็นว่าผู้โจมตีไม่เคยต้องบอกเลยว่า แล้วประชาชนจะได้อะไร
เช่นเรื่องที่ดินว่านี่ มีใครเคยบอกไหม ว่าที่ดินแถวนั้น ถูกกฏหมายเก่าล้าสมัยบังคับอยู่
ถนนรัชดาทั้งสาย มันเคยมีช่วงที่มีกฎหมายนี้บังคับอยู่
ปัจจุบัน มีการสร้างอาคารสูงเต็มไปหมดแล้ว การใช้ประโยชน์ที่ดินเปลี่ยนไปมากแล้ว
การแก้ไขกฎหมาย จะทำให้การซื้อขายและลงทุนในที่ดินย่านนั้นๆ ดีขึ้นมาก
การรถไฟที่เป็นเจ้าที่ในย่านนั้น จะได้ประโยชน์มากมาย
รัฐบาลจะได้ภาษีที่ดินและภาษีโรงเรือนมากมาย

นี่เป็นความเลวร้ายของการเอาข้อหาคอรับชั่นเชิงนโยบายไปใช้

ซึ่งรัฐบาลทุกรัฐบาล ก็อาจถูกกล่าวหาในทำนองนี้ได้ทั้งนั้น

เช่น ... การพัฒนากระบี่ และภูเก็ต ... พวก ปชป. ก็ได้ประโยชน์
การออก สปก. 4-01 ใครที่เคยมีที่ครอบครองอยู่ก่อน ไม่ว่าประชาชนหรือนักการเมือง ก็ได้ประโยชน์
การออกกฎหมายร่วมทุนวิสาหกิจ ... พวกหากินกับหน่วยงานรัฐ การบินไทย อสมท. กรมประชา ก็ได้ไปฯลฯ

ในเชิงนโยบาย การออกนโยบายอะไรออกมามีคนได้เสียทั้งนั้น ...ใช้โจมตีได้ตลอดทุกเรื่อง

จนวันนี้ การเมืองและการราชการ ไม่ค่อยมีใครกล้าทำอะไร ...ไม่กล้าแม้แต่จะรับรายงานกันแล้ว




 

Create Date : 26 เมษายน 2552    
Last Update : 26 เมษายน 2552 22:26:34 น.
Counter : 260 Pageviews.  

เผด็จการรัฐสภา ... เรื่องแหกตาทางการเมือง


การกุมอำนาจเบ็ดเสร็จของเสียงข้างมากในสภา

มักใช้ในความหมายว่า พรรคการเมืองหนึ่งสามารถกุมเสียงโหวตข้างมากได้
แต่มันก็มีประเด็นอยู่นิดนึง ว่าอะไรคือการกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ
ซึ่งในที่นี้ ผมขออนุมานเอาว่า มันคือการกุมเสียงข้างมากเด็ดขาด
หรือ Absolute Majority

ถ้าเป็นตามข้างต้น คำนี้อาจมีภาพอีกภาพหนึ่ง ที่ภาษาโฆษณาชวนเชื่อเรียกกันว่า 'เผด็จการรัฐสภา'
และนี่จึงเป็นคำที่คนไทยถูก'แหกตา'มากที่สุดคำนึง
และเป็นอาวุธคำพูดที่ถูกเอามาทิ่มแทงรัฐบาลที่คนเลือกมาอย่างท่วมท้นได้ อย่างได้ผล

ถ้าคุณเข้ามาอ่านที่เขียนนี่ ลองนึกดีๆ ซิ ว่าเผด็จการรัฐสภาคืออะไร ?

คนฟังมักจะงงๆกับคำนี้ ไม่ชัดในความหมาย แต่รู้ว่ามันไม่ดี เพราะมันน่าจะเป็นเผด็จการแบบนึง
ต้องบอกว่า ฮา ฮา ฮา ... นั่นแหละที่เขาใช้ต้มกัน

คำว่าเผด็จการรัฐสภา มันไม่มีอยู่จริงในโลกประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้งแบบเสรี
ที่ที่ใครอยากตั้งพรรค ... ตั้ง ใครอยากลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็ลงได้ ....ขอให้มีคุณสมบัติตามกฎหมาย
และกฎหมายก็กำหนดคุณสมบัติไว้อย่างสั้นๆ ง่ายๆ ...จนประมาณว่าคือผู้บรรลุนิติภาวะแทบทุกคน

เผด็จการรัฐสภา
ถ้าจะมีมันอาจมีในประเทศคอมมิวนิสต์หรือประเทศเผด็จการที่คล้ายๆ กัน
คือเป็นสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งเสรี ไม่ใช่ใครที่อยากสมัครก็สมัครได้
นักวิชาการบางคน ใช้คำนี้กับสภาที่มาจากการแต่งตั้ง หรือมีการเลือกตั้งไม่เสรี เช่นบังคับให้มีพรรคเดียว
ส่วนกรณีมีคนบอยคอต ... ยังถือว่าเสรีนะครับ เพราะจะลงก็ลงได้ลงได้ แต่เลือกไม่ลงเอง

กลับมาที่รัฐสภาที่มีพรรคการเมืองกุมเสียงข้างมากได้เด็ดขาด (พรรคเดียวมีเสียงเกินครึ่ง)

สภาแบบนี้ ในประเทศเสรีประชาธิปไตย ต้องถือว่าเป็นที่พึงปรารถนา
เพราะเมื่อประชาชนเลือกพรรคการเมืองนั้นมาด้วยเสียงข้างมากเด็ดขาด
ต้องถือว่าประชาชนมีความเชื่อถือในพรรคนั้นมาก เห็นชอบในนโยบายของพรรคนั้นมาก
พรรคนั้น จึงมีความชอบธรรมในการกำหนดนโยบายบริหารประเทศ
และในสภา การผ่านกฎหมาย ผ่านงบประมาณ ก็จะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ไม่ต้องยอมต่อรองลูบหน้าปะจมูกมาก หรือรอมีอำมาตย์ผู้ใหญ่มาขอให้

การบริหารประเทศโดยมีเสียง Absolute Majority จึงทำให้ทำงานได้ผลดี รวดเร็ว ตอบสนองปัญหา

แต่ความเร็วนี้ ก็อาจมีอันตรายได้ ถ้าไม่ระมัดระวัง ... อาจทำผิดหรือถลำได้
แต่ก็มิใช่ว่าจะไม่มีการตรวจสอบ เพราะยังมีอำนาจตุลาการและองค์กรอิสระรอค้ำอยู่

ส่วนรัฐบาลที่ง่อนแง่น ที่ต้องยอมต่อรอง ถูกพรรคร่วมแบ็ลคเมลล์ขู่ถอนตัวอยู่ตลอดเวลา
มันก็อย่างที่เห็นในรัฐบาลผสมหลายพรรค ที่พรรคแกนนำมีเสียงน้อยกว่าครึ่งมาก
วันๆ ไม่เป็นอันทำอะไร มีแต่งานรักษาเก้าอี้ คอยกำจัดศัตรู และต้องคอยสนองคำเรียกร้อง
งานการไม่เป็นอันทำ ปัญหาไม่มีเวลาไปแก้

พิจารณานะครับ ... ใครกันที่หลอกลวงประชาชน




 

Create Date : 26 เมษายน 2552    
Last Update : 26 เมษายน 2552 22:00:03 น.
Counter : 217 Pageviews.  

ลมแรงพักเรือทำบล็อค

ช่วงนี้ การเมืองกำลังแรง

การบริหารประเทศ ก็ไม่ได้อยู่ในภาวะปกติ ... มีกรณีปราบปรามการชุมนุม มีทหารออกมาเต็มเมือง
การประกาศใช้พรก. ภาวะฉุกเฉินฯ ทำให้รัฐบาลสามารถใช้อำนาจปิดสื่อเช่นเวบต่างๆ ได้
ไม่ต้องอาศัยอำนาจของศาล และไม่จำต้องให้เหตุผลอะไรที่ชัดเจนนัก
ดังนั้น เวบมาสเตอร์ต่างๆ ที่ไม่อยากเสี่ยง ก็จำต้องลู่ลม โอนอ่อนไปตามสภาพ

ในฐานะของคนเข้ามาอ่านมาแสดงความคิดเห็นในเวป
ผมเองก็หนีไม่พ้นโดนผลกระทบไปด้วย
สงการต์ที่ผ่านมา มีเวลาโพสต์ ก็อาจโพสต์มากไปหน่อย และข้อความที่โพสต์ไปนั้น
มีอันหนึ่งที่ทำให้ผมถูกระงับการใช้บริการไป 1 เดือน

ที่จริงนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมโดน
ผมเคยโดนระงับการใช้มาก่อนหน้าแล้วบ้าง แต่ครั้งก่อนๆ ผมไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อน
เห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม ผมมักจะยอมรับ และเคารพในวิจารณญานของคนที่รับผิดชอบ
รอเวลาของผมไปเงียบๆ

แต่ครั้งนี้ ผมรู้สึกแตกต่างไป
การเขียนตอบกระทู้ของขาจรที่เข้ามาในราชดำเนินจำนวนมากระหว่างนี้
และในจำนวนนั้น ก็มีพวกพูดจาดูหมิ่นคนราชดำเนินบ้าง กักขฬะบ้าง
ซึ่ง ผมก็เขียนตอบไปในลักษณะไม่ให้เกียรติเขา หรือย้อนกลับในระดับหนึ่ง
มีคำหนึ่งที่ผมใช้ คือ "ผัดแป้งขาหนีบ" ทำให้มีผลโดนระงับไปหนึ่งเดือน ...
ทำใจรับได้ยากครับ

มันอาจมีที่มาของการระงับแบบนี้ก็ได้ครับ ...
มีฝ่ายนักโพสต์ฝั่งตรงข้าม นำข้อความที่ผมเขียนไปแปะในกระทู้อื่น ที่ผมเขียนต้อนรับขาจรหรือมือใหม่ที่เขามาราชดำเนินด้วยหวังดี
และก็ยกพลกันเข้ามาถล่ม แถมให้เกียรติแตกประเด็นกระทู้ผมไปเขียนประจานกันเป็นที่สนุกสนาน
บางคนเห็นได้ชัดว่าไม่ได้อ่านที่ผมเขียน ก็เข้าไปร่วมด้วยช่วยกัน
ถึงขนาดว่า บางก็ไปกูเกิลคำว่าผัดแป้งขาหนีบ แล้วบอกว่ามันหยาบ
ซึ่งผมลองทำดูบ้าง แต่ก็ยังหาไม่พบ ...
ก็ถ้ามันหายากขนาดนั้น ทำไมมันเซริชหายากกว่าคำหยาบอื่นๆ เหลือเกินเล่าครับ ?
เอาครับ หยาบก็หยาบ ...... ไม่เป็นไร

เพื่อความเข้าใจที่ดีระหว่างกัน
ผมเองได้โทรไปคุย ได้พบกับเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่คนเสนอระงับ แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้มาก
เธอว่าให้ผมอีเมลล์ไป ผมก็ทำ แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ

ก็ไม่เป็นไรอีกครั้งครั้บ .... ถือเป็นบทเรียนรู้ธรรมเนียมที่นี่อีกข้อหนึ่งไป

ระหว่างนี้ ไหนๆ เข้ามาอ่านได้ แต่แสดงความคิดเห็นอะไรไม่ได้
ผมก็ถือโอกาสเขียนบล็อคของผมขึ้นมาก็แล้วกัน

ถือเป็นการใช้เหตุการณ์ให้เป็นประโยชน์เสียเลย
เพื่อนๆ ที่เคยเข้ามาที่นี่แล้วเห็นบล็อคผมว่างเปล่า ต่อไปก็จะได้เห็นพัฒนาการของมันบ้างแล้ว
ต่อไปคงไม่ทิ้งร้างอีกแล้วมั๊งครับ เพราะได้เริ่มสร้างนิสัยนี้ขึ้นมาแล้ว

ทั้งหมดนี่ ก็เป็นการพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาสำหรับสถานะของสมาชิกของผม
และถือเป็นการเริ่มเปิดบล็อค พร้อมขอกล่าวทักทายกัน

ขอสวัสดีและยินดีต้อนรับครับ




 

Create Date : 20 เมษายน 2552    
Last Update : 20 เมษายน 2552 2:38:13 น.
Counter : 104 Pageviews.  


X-CU
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add X-CU's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.