All Blog
จัดการเวลาอย่างไรไม่ให้เครียด สำหรับนักเรียนปริญญาโทและเอก (ตอนที่ ๑)
สิ้นปีแล้วค่ะ ปีเก่าผ่านไป ปีใหม่ก็เข้ามา เผลอแป็บเดียวก็ผ่านไปอีกหนึ่งปี คนที่เรียนโทหรือเอกอยู่ก็อาจจะเริ่มเครียด เพราะเวลาผ่านไปอีกปีแล้ว ยังไม่ได้ทำ thesis ซักเท่าไรเลย คนที่มาเรียนไกลบ้าน ไม่มีครอบครัวมาคอยดูแลช่วยกระตุ้นให้เราตั้งใจเรียน/ทำแลบ ก็อาจจะควบคุมตัวเองยาก ที่จะให้ขยันตลอดเวลาได้ แต่จริงๆแล้ว เคล็ดลับการเรียนไม่ได้อยู่ที่การขยันตลอดเวลาค่ะ แต่อยู่ที่การจัดการเวลาต่างหาก (Time management) ส่วนใหญ่พอเรารู้สึกว่าเราทำงานไปได้ไม่เยอะเท่าไร ช่วง break ก็เลยไม่ไปไหนเลย ไม่ไปเที่ยวพักผ่อน หรือไม่กลับไปเยี่ยมบ้าน แล้วคาดว่าจะเอาเวลามาทำงาน บางทีก็ยิ่งทำให้เราเครียดขึ้นไปอีกนะคะ การทำงานกับการพัก เป็นของคู่กันที่ต้องมีให้สมดุลค่ะ

สำหรับคนที่ยังเรียน coursework อยู่ ก็แนะนำให้เรียนให้เสร็จไปเร็วๆค่ะ เทอมหลังๆจะได้มีเวลาทำแลบอย่างเดียว แต่บางคนชอบที่จะลง coursework อย่างน้อย ๑ ตัวไปเรื่อยๆทุกเทอม จะได้ทำแลบแล้วไม่เบื่อ ก็แล้วแต่ความชอบนะคะ ผู้เขียนเคยมีปัญหาคือ พอลงเรียน ๑ ตัว ควบคู่ไปกับการทำแลบ ปรากฏว่า เลยขยันอ่านหนังสือ ทำการบ้านใหญ่เลย เวลามีเวลาว่าง เพราะการเรียน coursework เค้ามาพร้อมกับ syllabus มันดูแน่นอน แล้วก็ง่ายกว่าการมาวางแผนทำแลบของตัวเองน่ะค่ะ เคยมีเพื่อนเป็นแบบนี้เหมือนกัน พอหมดเทอมก็เลยได้ A+ วิชานั้น เพราะมีเวลาอ่านเยอะ แต่งานแลบตัวเองไม่ค่อยเดินเท่าที่ควร ตอนหลังเลยใช้วิธีลงเรียนวิชา ตอน เทอม summer เพราะมันแค่ ๕ สัปดาห์เอง รีบๆเรียนให้เสร็จ แล้วก็มีเวลามาทำแลบค่ะ คราวนี้พอไม่มี class แล้ว เวลาในการทำแลบก็ flexible ขี้นเยอะ เพราะการทดลองบางอย่าง ต้องการเวลาติดต่อกัน ๖ ถึง ๗ ชั่วโมง เป็นต้น ช่วงมีเรียนบางทีเรียนเช้าที กับบ่ายอีกที ถึงจะไม่ยุ่งทั้งวัน แต่ก็ทำแลบวันนั้นไม่ได้ค่ะ

ส่วนคนที่ตอนนี้เหลือทำวิจัย กันเขียนงาน การควบคุมตัวเองก็อาจจะยากหน่อย เพราะไม่มี “syllabus” ของงานเราจากคนอื่นเหมือนอย่างตอนเรียน coursework แต่ไม่ว่าจะยังมีเรียน หรือทำวิจัยอย่างเดียว การบริหารเวลาที่ดี ก็จำเป็นนะคะ เทคนิคการจัดการเวลาที่จะเขียนต่อไปนี้ มาจากประสบการณ์ค่ะ ลองดูนะคะ

๑. มีสมุดปฏิทินเล่มเล็กๆ พกติดตัว ภาษาอังกฤษ เรียกว่า organizer ค่ะ บางทีก็เรียก calendar ขอย้ำว่าใช้แบบพกติดตัวได้ เพราะเวลาเราจะจดว่าวันไหนล่วงหน้า เราจะทำอะไร เราก็จะได้จดได้ทันที ไม่ลืมค่ะ ไม่ว่าจะเป็น deadline ส่งงาน, seminars ต่างๆที่ต้องเข้าฟัง, การประชุม, และอื่นๆค่ะ ซึ่งจดไว้ล่วงหน้าได้ เป็นเดือนๆเลย ผู้เขียนเคยใช้ organizer ใน computer อยู่ช่วงหนึ่ง เพราะช่วงนั้น เขียน thesis ปริญญาโท เลยเปิดใช้ computer ทุกวัน ก็ดีค่ะ ไม่มีปัญหาอะไร แถมยังใส่นัดที่ซ้ำๆได้ด้วย แต่พอเขียน thesis เสร็จ ก็ไปเริ่มทำแลบปริญญาเอก ก็เลยไม่ได้เอา laptop ไปทำงานทุกวัน แล้วบางทีก็อยู่ในแลบทั้งวัน ก็ไม่ได้ใช้ organizer ใน computer เลยค่ะ เลยไม่ค่อยสะดวกเท่าไร ตอนหลังเลยเปลี่ยนมาใช้แบบสมุดเล่มเล็กๆ พกไปมาสะดวกกว่าค่ะ กำหนดการทำแลบ ผุ้เขียนก็จดไว้ในเล่มเดียวกันนี้ล่ะค่ะ

๒. ตั้งเป้าหมายของปี ว่าปีนี้เราจะทำอะไรให้สำเร็จบ้าง เช่น ปีนี้จะเรียน coursework ให้จบ จะได้ทำแต่งานวิจัยอย่างเดียว หรือ ปีนี้จะไปพูด presentation ที่ conference กี่ครั้ง หรือ ปีนี้จะสอบ Qualifying exams หรือ Preliminary exam ให้ผ่าน ประมาณนั้นค่ะ

๓. เมื่อเรามีเป้าหมายคร่าวๆประจำปีแล้ว ก็มาแบ่งทีละเดือน ว่าเดือนนี้เราจะทำอะไรบ้าง เช่น เดือนนี้จะทำแลบให้ได้กี่การทดลอง หรือให้ได้ผลสำหรับไปพูดที่ conference หรือเดือนนี้จะเขียน thesis ในบท Literature Review ให้เสร็จ เป็นต้นค่ะ จากนั้นก็มาแบ่งงานที่จะทำให้เป็นขั้นๆ แล้วมาแบ่งว่าแต่ละอาทิตย์เราจะทำอะไรบ้าง

๔. บางครั้งเราอยากมีเวลาทำงานให้มากขึ้น เราก็เลยนอนดึก ตื่นเช้า นอนไม่พอ หรือบางทีก็อดนอนไปเลยถ้ามีงานด่วนต้องรีบส่ง ผู้เขียนเอง ถ้าไม่จำเป็นจริงๆก็จะพยายามนอนให้พอค่ะ เวลาเรานอนพอ พักผ่อนเต็มที่ เวลาทำงานก็มีประสิทธิภาพขึ้นค่ะ สมองก็คิดอ่านไวกว่าเวลาอดนอน สรุปแล้ว การอดนอนหรือนอนไม่พอ เป็นการเสียเวลาค่ะ เพราะทำให้วันนั้นทั้งวันเราสลึมสลือทำงานเชื่องช้า กาแฟบางทีก็เอาไม่อยู่ค่ะ

๕. เวลามีงานหลายๆอย่างเข้ามาพร้อมกัน ก็ให้จัดลำดับความสำคัญค่ะ ถ้าเป็นงานที่ต้องทำแน่ๆ ก็จัดว่าอันไหนต้องส่งก่อนก็ทำให้เสร็จก่อนค่ะ หรือถ้ามีงานหลายอย่างที่เวลาส่งใกล้ๆกัน จะทำสลับไปมาก็ได้ จะได้ไม่เบื่อค่ะ ส่วนงานบางอย่างอาจจะไม่สำคัญเท่าไร หรือไม่ด่วนเท่าไร ถ้าทำทีหลังได้ก็รอไปก่อนได้ค่ะ งานจิปาถะต่างๆ บางอย่าง เช่น ไปธนาคาร ซื้อของ shopping หรือ ยืมหนังสือห้องสมุด ก็ทำ online ได้ค่ะ ก็ประหยัดเวลาไปได้อีกค่ะ การจัดลำดับงานแต่ละอย่างว่าด่วนไม่ด่วน สำคัญไม่สำคัญ แล้วทำงานที่ด่วนและสำคัญก่อน ก็เป็นหลักที่มาจากหนังสือ The Seven Habits of Highly Effective People, from Stephen Covey ค่ะ

๖. การที่จะเรียนหรือทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การมีเวลาดูแลตัวเองด้วยค่ะ จากหนังสือ The Seven Habits… ข้างต้นเอง ก็กล่าวถึงหลักการรักษาสมดุลของ P (Production) and PC (Production Capability) เพื่อให้งานมีประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ Production ในที่นี้ก็เปรียบได้กับผลงานที่เราทำ ไม่ว่าจะเป็นการทำแลบวิจัย หรือการเรียนค่ะ ส่วน Production capability ก็คือ การดูแลตัวเราเอง ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง ไม่เหนื่อยอ่อน ทั้งกายและใจ เราจะได้มีพลังและความสามารถเต็มที่ในการทำงานค่ะ

๗. เพราะฉะนั้น การออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ และพักผ่อนจิตใจ เป็นสิ่งสำคัญค่ะ บางทีเราบอกตัวเองว่า เราไม่มีเวลาทำสิ่งเหล่านี้ เพราะจริงๆแล้วเรากลัวเสียเวลาไปกับมัน แล้วจะเอาเวลานั้นไปทำงานดีกว่า แต่ผู้เขียนคิดว่า การที่เราไม่เอาเวลาไปพักผ่อนและดูแลตัวเองเลย เป็นการเสียเวลามากกว่าค่ะ เพราะสุดท้ายงานเราก็ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะเราเหนื่อยเกินไป คิดงานไม่ออก หรือไม่มีแรงทำงานค่ะ ช่วงที่ผู้เขียนต้องเขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก ประมาณ ๓ ถึง ๔ เดือน ช่วงนั้นเขียนงานเช้ายันเย็นวันละ ๘ ถึง ๑๑ ชั่วโมงทุกวัน ก็วิ่งวันละ ๑ ไมล์ทุกวันค่ะ สมองโล่งเลยค่ะ นอกจากนี้ก็ยังนั่งสมาธิตอนเช้าวันละครึ่งชั่วโมง เพื่อเป็นการออกกำลังจิตใจ และชำระล้างใจที่มันคิดโน่นนี่ไม่สงบค่ะ นอกเหนือไปจากการวิ่งที่เป็นการออกกำลังทางกายเท่านั้น เพราะพอจิตใจหนักแน่น เป็นสมาธิ ไม่วอกแวกง่าย การเริ่มวันใหม่ในการทำงาน ก็เริ่มงานได้เร็ว ความคิดก็แล่น ทำงานเสร็จเร็วขึ้นค่ะ ของอย่างนี้ต้องลองด้วยตัวเองค่ะแล้วจะทราบถึงประโยชน์ของมัน

สำหรับเทคนิคการจัดการเวลาในข้อต่อๆไป ขอเชิญติดตามในตอนที่ ๒ นะคะ



Create Date : 01 มกราคม 2551
Last Update : 1 มกราคม 2551 1:42:59 น.
Counter : 1226 Pageviews.

5 comments
  
สวัสดีค่ะ

ข้อ 2 เป็นข้อที่สำคัญที่สุดนะคะ
เป้าหมายใหญ่ บางทีมองดูเป็นเรื่องยาก เรื่องใหญ่
คงต้องแบ่งให้เป็นเป้าหมายย่อยๆ
และวางแผนไว้ว่าจะทำอะไร ช่วงไหน เมื่อไหร่

ข้อ 7 ออกกำลังกาย ได้ทำน้อยที่สุดค่ะ

โดย: MicroMirror วันที่: 1 มกราคม 2551 เวลา:8:26:23 น.
  
ขอบคุณค่ะสำหรับคำแนะนำดีดี มันช่วยให้คิดอะไรได้เยอะค่ะ

พอดีหนูก็มีปัญหาเรื่องเวลาเหมือนกานนน
โดย: ิbow IP: 125.27.184.188 วันที่: 27 สิงหาคม 2553 เวลา:20:43:50 น.
  
ขอบคุณมากค่ะ
โดย: gift IP: 124.121.141.89 วันที่: 28 สิงหาคม 2553 เวลา:0:58:12 น.
  
เป็นเนื้อหาที่ดีมากค่ะ...ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ...^^
โดย: puy IP: 125.26.128.207 วันที่: 28 สิงหาคม 2553 เวลา:12:22:36 น.
  
วิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการรับสมัครนักศึกษาระดับป.โท-ป.เอก
หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (M.B.A.)
……….. Smart M.B.A. เรียนวันเสาร์วันเดียว
……….. Active M.B.A. เรียนวันอังคารและวันพฤหัสบดี
หลักสูตรบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต (D.B.A.)
หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต (M.P.A.)
……….. Smart M.P.A. เรียนวันเสาร์วันเดียว
……….. Active M.P.A. เรียนวันอังคารและวันพฤหัสบดี
หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิตและดุษฎีบัณฑิต
(M.P.A.&D.P.A.)
หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต (D.P.A.)
ภาคการศึกษาที่ 1 / 2559
ตั้งแต่บัดนี้ – 31 กรกฎาคม 2559
สมัครออนไลน์ http://rcim.rmutr.ac.th/?page_id=140
สามารถสอบถามรายละเอียดการสมัครได้ที่
วิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์
96 หมู่ 3 ถนนพุทธมณฑลสาย 5 ต.ศาลายา
อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170
โทร 0-2441-6067, 08825-50847 โทรสาร 0-2441-6067
อีเมล rcim@rmutr.ac.th
Website http://rcim.rmutr.ac.th/?p=3920
โดย: toey IP: 223.206.136.220 วันที่: 15 มิถุนายน 2559 เวลา:20:14:34 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

DrJoyKwanrawee
Location :
Davis, California  United States

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]



Locations of visitors to this page