WALK IN DREAM'S on the way to no I
Group Blog
 
All blogs
 

มิบังอาจสอนใคร แค่ขอเสนอไอเดีย “แต่งงานแบบทางเลือก”




*ขอบคุณเจ้าบ่าวเจ้าสาวและคุณเกรียงศักดิ์ผู้ถ่ายภาพและเล่าเรื่องค่ะ*



ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีน้องคนรู้จักและเพื่อนสนิทกำลังคิดจะแต่งงาน พร้อมกันนี้ก็ได้ข่าวอย่างเงียบๆว่าคู่น้องที่เพิ่งแต่งเมื่อ 2 ปีก่อน หย่ากันซะแล้ว

.....เห็นมากี่ครั้งแล้วน้า ภาพหวานๆของคนมีความรัก แค่คิดถึงอีกฝ่ายก็มองเห็นดอกไม้บานเป็นแบ็คกราวนด์
แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน การนึกถึงกัน กลับกลายเป็นความรู้สึกคล้ายไปเหยียบอุจจาระสุนัขเอาซะอย่างนั้น

ในฐานะของคนหนึ่งที่ผ่านช่วงเวลาบ้านแตกมาแล้ว ต้องแบกรับผลกระทบของมันมานานมาก ไม่แปลกที่จะมีรอยแผลรักษาไม่หายติดไว้ในใจ และยังบอกได้เลยว่าชาตินี้เราไม่เหลือความเชื่อใดๆในคำว่า “รักแท้”อีกแล้ว

.....แต่เรายังคงเชื่อในคำว่า “soulmates” .......

เชื่อตามนิยามของหนังสือเล่มนี้ ....(ปกติหนังสือแนวนี้เราจะไม่หยิบมาอ่านเลย ต้องขอบคุณ soulmates ของเราที่เราตระหนักถึงตัวตนของเค้าแล้วอย่างน้อย 4 คน ที่บันดาลใจให้หยิบมันมาอ่าน และทำให้ได้ข้อสรุปของคำว่า “soulmates” กว้างไกลออกไปกว่าที่เคยคิด แถมข้อคิดนี้ยังเอามาปรับใช้กับชีวิตประจำวัน เช่น เวลาเจ็บเพราะใคร แทนที่จะพร่ำหาคนผิด เราจะเกิดคำถามในใจ ว่า “เหตุการณ์นี้เราได้เรียนรู้อะไร?”)




เล่มนี้บอกว่า “จิตวิญญาณที่ได้มาพบกันอีก หากได้เรียนรู้บางสิ่งบางอย่างร่วมกัน แล้วส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายได้พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นในชาติภพนี้ เรียกได้ว่าพวกคุณได้เป็น soulmate กันแล้ว”
(เนื่องจากการเกิดมีขึ้นของพลังงานที่เรียกว่าจิตวิญญาณ มีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาขัดเกลาไปสู่สภาวะที่ดีขึ้น ถ้าไม่ได้พัฒนาหรือแก้ไขสิ่งผิดที่กระทำร่วมกันไว้ สิ่งนั้นจะเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกว่าเราจะแก้ไขได้ .......<< อ่านดีๆก็จะรู้ว่านี่คล้ายกับเนื้อหาในพุทธศาสนาของเราค่ะ )
“soulmates” ในเล่มนี้ จึงขยายความกว้างเกินขอบเตียงของคู่ผัวตัวเมีย แต่ใช้ได้แม้กับคนที่เป็น ศัตรูคู่อาฆาต-คนที่รักแล้วเลิกกัน-สามีภรรยาที่หย่ากัน ด้วย

...หากเวลาล่วงเลยไป คุณทั้งสองสามารถนึกถึงอีกฝ่ายได้ด้วยความอาทร กินข้าวร่วมโต๊ะกันได้ด้วยรอยยิ้มจากใจ ขอบคุณกันและกันที่ทำให้จิตวิญญาณได้เรียนรู้บางอย่างและเติบโต ..คุณทั้งสองก็สามารถเรียกได้ว่าเป็น “soulmate”


เนื่องด้วยเสียดายแทนคนที่เหลือไว้แค่ความเจ็บช้ำ หลังผ่านการรักมาแล้ว และ เร็วๆนี้ มีเพื่อนและคนรู้จักของเราอย่างน้อย สองคนที่กำลังจะคิดจะแต่งงาน จึงดลใจให้เราเอ่ยถึงเรื่องนี้ขึ้นมา
และหวังว่าคนที่ได้ผ่านตาจะเกิดไอเดียดีๆไปปรับใช้กับชีวิตเริ่มรัก/รักมาจนเบื่อ ของตัวเองด้วย

แถมช่วงเวลานี้ โลกกายภาพของมนุษย์เราก็ย่ำแย่ จุดประสงค์ของการแต่งงานที่เป็นเพียงการมีทายาทไว้สืบตระกูล เพียงเพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ ...มันดูไม่เข้าท่าไม่น่าชื่นชมอีกแล้ว
( ถ้ามองข้อเท็จจริงให้กว้างๆ และลดความเป็นมนุษยนิยมลงบ้าง เราจะเห็นว่า พวกเราสมควรลดจำนวนประชากรเพื่อความอยู่รอดของโลกใบนี้ด้วยซ้ำไป)

ก็นั่นแหละ...โปรดอย่าให้
การรวมพลัง (;แต่งงาน) ของคนสองคนเป็นแค่ความคับแคบของการมีบุตรไว้สืบทอดมรดก- แค่การได้หฤหรรษ์กับ sex อย่างถูกทำนองคลองธรรม- หรือแค่การอวดความมีอันจะกินในโรงแรมหรูกับชุดขาวที่เลียนแบบคนอื่นมา
จะรักทั้งที ให้มีประโยชน์กับโลกด้วยเถอะ



ในโอกาสนี้ ขออนุญาตเสนอ “การแต่งงานทางเลือก” เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้คำว่า “ soulmate” ของคุณ

เคล็ดลับง่ายๆ (อาจเป็นสิ่งที่คุณรู้กันแล้ว แต่เราขอย้ำอีกครั้ง) คือ
“ในวันที่ความรักยังล้นกระเป๋า รีบเอาไปฝากไว้ที่ชีวิตอื่นๆให้มากๆ”
เพราะรักแท้แค่สองเรานั้นไม่ถาวร แต่ผลิตผลที่งดงามของรักอาจเป็นอมตะได้

ไม่ว่าเวลาสุดท้ายของชีวิต คุณจะยังคงอยู่ร่วมกันหรือไม่ สิ่งดีที่รักของคุณฝากเอาไว้ จะมีคนมากมาย แม้แต่ฟ้าและดิน ที่ยินดีร่วมเป็นสักขีพยานไปแสนนาน
เชื่อเราสิ


วิธีง่ายๆ แค่นำเสี้ยวหนึ่ง หรืองบประมาณทั้งหมดที่จะเอาไปใช้เป็นค่าสินสอดทองหมั้น ค่าชุดบ่าวสาว ค่าเช่าห้องโรงแรม ,etc มาใช้เพื่อการกุศลเท่านั้นเอง


มีสถานที่แบบนี้รอให้รักของคุณไปเผื่อแผ่มากมายค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าโรงแรมจะเจ๊ง
----------------------------------------------------------------

กรณีตัวอย่างที่ดีมากๆ คือ การแต่งงานของคนคู่นี้ค่ะ >>>>>>
[*ภาพถ่าย และเล่าเรื่องโดยคุณเกรียงศักดิ์ วงศ์วิฑูรวิช* ]
+ขอขอบคุณ เจ้าสาว : Phinyada Atchatavivan & เจ้าบ่าว : Piya Hanvoravongchai /สถานที่ :ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลน คลองโคน http://www.klongkhonemangrove.com
Photography by :Kriangsak Wongwithoonwit /Sweetheartstudio 081-4022905


(me: สารภาพตามตรงนะ ภาพถ่ายของคู่นี้ที่ยืนเคียงกัน ในเสื้อยืดกางเกงยีนส์ ดูสวยน่ารักกว่าคู่ที่แต่งชุดบ่าวสาวเต็มยศ แอ็คท่าถ่ายในสตูดิโอหรูๆด้วยซ้ำ (นอกจากเพราะความสวยงามที่เป็นธรรมชาติของการแสดงออกของคู่บ่าวสาวและแขกที่มาร่วมงานแล้ว ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะคนที่ถ่ายภาพ “เต็มใจที่จะถ่าย” เพราะชื่นชมคนคู่นี้จากใจก็เป็นได้)


-------------------------------


“งานแต่งงานที่ผมไม่เคยเจอ”

ผมถ่ายภาพงานแต่งงานมากว่า 15 ปี นี่เป็นครั้งแรกที่ถ่ายภาพเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติแบบนี้

เราคงเคยเจองานแต่งงานที่จัดแบบใกล้ชิดธรรมชาติ เช่น จัดงานในสวน ริมน้ำ ปาร์ตี้ริมทะเล
แต่...งาน แต่งงานของ คุณแพม & คุณปิยะ ผมคิดว่าเป็นงานแต่งงานเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่เริ่มต้นจากความคิดที่ทั้งคู่ได้เชิญเพื่อนๆ หอบลูกจูงหลาน มาร่วมทำกิจกรรมปลูกป่าชายเลน ทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ และสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคน ต.คลองโคน อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ห่างจากกรุงเทพฯ 75 กม.




คุณแพมและคุณปิยะ ได้เขียนเชิญชวนเพื่อนมาร่วมงานแต่งงานใน Website ของทั้งคู่ ไว้ว่า

“ความคิดเริ่มต้นมาจากความต้องการจะเห็นงานแต่งงานที่สนุกสนาน และก็เป็นประโยชน์ด้วย เราสองคนเลยคิดว่าอยากจะชวนทุกท่านสลัดสูท ถอดชุดราตรี เปลี่ยนมาใส่เสื้อยืด กางเกงขาสั้น และร่วมลุยโคลนปลูกต้นไม้ด้วยกัน ในโอกาสมงคลแห่งการเริ่มต้นนี้
ขอเชิญชวนกันมาช่วยชุมชนชาวคลองโคนขยาย พื้นที่ป่าชายเลนที่มีอยู่ ให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้อยใหญ่ และ เพิ่มเติมชีวิตชีวาให้ระบบนิเวศน์วิทยาในเขตริมทะเลสมุทรสงครามอย่างยั่งยืน ในงานแต่งงานที่เลอะ(โคลน)ที่สุดที่คุณจะเคยเจอ”


มีเพื่อนๆมาร่วมงานกว่า 200 คน ซึ่งทุกคนมาด้วยความตั้งใจที่จะมาร่วมงานแต่งงานและทำกิจกรรมปลูกป่าด้วย กัน ทุกคนมีการเตรียมตัวกันอย่างเต็มที่ เพื่อมาร่วมกิจกรรมใ นวันนี้ มีการเตรียมเสื้อผ้ามาเปลี่ยน เพื่อพร้อมลุยโคลนกันอย่างเต็มที่ บางคนเดินทางมาพร้อมกับรถบัสที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาวจัดเตรียมไว้ให้ บางคนก็ขับรถตามกันมาทั้งครอบครัว
เมื่อทุกคน เดินทางมาพร้อมกันที่ศูนย์ พี่เจษ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์ ฯ ได้เล่าถึงภาพรวมของป่าชายเลนในปัจจุบัน ซึ่งนับวันมีแต่ละลดลง ชนิดของต้นไม้ที่ใช้ปลูกในป่าชายเลน และ วิธีการปลูกต้นไม้ของป่าชายเลน ทุกคนฟังกันอย่างตั้งใจ เมื่อบรรยายจบทุกคนก็พร้อมลุยกันอย่างเต็มที่




ทุกคนทยอยลงเรือ ด้วยความสนุกสนาน เพราะบางคน ไม่เคยลงเรือหางยาวแบบนี้เลย บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ คู่บ่าว-สาวได้เตรียมเรือไว้ถึง 15 ลำ ลำหนึ่ง นั่งได้ 15 คน จุดแรกที่แวะชม คือ แวะให้อาหารลิงแสม ที่อาศัยอยู่ในป่าชายเลน ; พอได้ยินเสียงเรือ มันก็จะวิ่งออกมา และรอรับอาหาร จากนั้นเรือก็วิ่งไปรวมพลกันที่กะเตงกลางทะเล ซึ่งจะคนได้ 200 เป็นการพักผ่อน ชมวิว กินน้ำกินขนมร่วมกันเพื่อเติมพลังก่อนออกไปทำกิจกรรมปลูกป่า




ภาพของการปลูกป่ากันในวันนี้ เป็นภาพบรรยากาศที่สนุกสนาน เพราะการปลูกป่าชายเลนจะต้องลุยลงไปในเลน บางคนลงไปถึงครึ่งตัว บางคนถ้าไม่ลุยลงไป ก็จะใช้วิธีนอนบนไม้กระดานไถลโคลนไป เสียงหัวเราะ เสียงวี๊ดว้ายมีความต่อเนื่องไม่ขาดสาย เพราะทุกคนล้วนแต่ไม่เคยมาสัมผัสกับการทำกิจกรรมแบบนี้ แต่ทุกค นก็มีความสุข ความอิ่มเอมใจ ที่ได้ทำประโยชน์ร่วมกัน แม้แต่ตัวผมเอง ก็สนุกและอิ่มเอิมใจที่ได้มาร่วมกิจกรรมดีๆในวันนี้

พอกลับมาที่ศูนย์ เจ้าบ่าว เจ้าสาว ก็ไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วนเพื่อนๆ ก็ตามแต่อัธยาศัย บางคนก็ไปอาบน้ำ บางคนหิวมากก็ทานข้าวรอกันไป



เมื่อบ่าว-สาวแต่งตัวสวยหล่อกันแล้ว ก็เริ่มพิธีแต่งงานแบบง่ายๆ มีเพื่อนๆ ร่วมอวยพร 2 คน มีการตัดเค้ก ที่ทำด้วยขนมชั้น โดยเ ป็นฝีมือของชาวบ้าน ที่นำมามอบให้เป็นของขวัญกับเจ้าบ่าว-เจ้าสาว



สิ่งที่ผมรู้สึกได้จากงานวันนี้ คือ ความรู้สึกที่ดี ที่ทุกคนได้มาร่วมในงานแต่งงานของคุณแพม คุณปิยะ และได้ทำกิจรรมที่ดี และมีประโชยน์ ถึงแม้จะดูเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของจิตสำนึกที่ดีของการรักธรรมชาติ ให้อยู่ในใจของทุกคนตลอดไป

เกรียงศักดิ์ วงศ์วิฑูรวิช
ผู้รายงาน


-------------------------------------


เมื่อแต่งกันแล้วโปรดอย่าเริ่มด้วยการมุ่งผลิตทายาท มุ่งบริหารเงินในบัญชีของฉันของเธอของเรา มุ่งจะเอาบ้านใหญ่กี่ตรว.เอารถกี่คัน
โปรดแบ่งรักของคุณส่วนหนึ่งนั้น ไปฝากที่ธนาคาร “ชีวิตร่วมโลกอื่นๆ”ด้วย
เพื่อการรวมพลัง 2 คนครั้งนี้ จะได้มีภูมิคุ้มกันว่าจะไม่เจ็บป่วยมลายหาย จะไม่สูญเปล่ากลายเป็นแค่ความเจ็บช้ำย่ำขี้หมา
.....เพราะในวันที่ผลผลิตรักจากคุณ ที่ฝากไว้กับชีวิตอื่นๆ เติบโต คุณทั้งสองจะสามารถยิ้มให้กันในฐานะ “soulmate” แม้ว่าในวันนั้น คุณเลือกที่จะไม่ได้อยู่ร่วมกันแล้วก็ตาม.....


-----ในวันที่โลกนี้แย่หนัก รวมพลังรักกันทั้งทีให้มีประโยชน์-------















 

Create Date : 18 กันยายน 2553    
Last Update : 18 กันยายน 2553 23:42:58 น.
Counter : 1198 Pageviews.  

"ไพร่4หมื่นล้าน"-ดอกไม้บานอีกดอกกลางหมอกควัน



อ๊ะ ICT อย่าลบทิ้งนะคะ คนนี้เค้าเป็นดาราเกาหลีต่างหากล่ะคะ ไม่เกี่ยวอะไรกับ"เสื้อแดง"เล้ยยย อย่ามาเสียเวลาตามล้างตามเช็ดปิดบังเรื่องขำๆเลยนะคะ เอาเวลาไปทุ่มเทกับการปิดบังความเป็นจริงอย่างที่ทำๆอยู่ดีกว่าค่า ความจริงมันจะล้นทะลักแทบปิดไม่อยู่แล้ว
*กราบ*

ซารางเฮโย~~~คุณเอก!!

ขอบอกก่อนว่า เราไม่ใช่เสื้อเหลือง ไม่ใช่ชมพู ไม่กล้าพอที่จะเป็นเสื้อแดง เสื้อหลากสีก็ไม่เหมาะ(ซื้อเสื้อทีไร อดไม่ได้ที่จะซื้อแต่ขาวกับดำค่ะ ^^ )
แต่ที่แน่ๆตอนนี้เรารู้สึกเซ็งรัฐบาลที่ไม่จริงใจ สร้างภาพ บิดเบือน อ้างกฎหมายเพื่อปิดหูปิดตาประชาชนค่ะ

จริงๆมีเรื่องที่อยากจะเอามาบันทึกไว้ในบล็อกตัวเองมากกว่านี้ แต่เวลาไม่อำนวยซะเลย

เอาเป็นว่า มาทัศนาดอกไม้ดอกนี้กันดีกว่าค่ะ....>>

เป็นบทความสัมภาษณ์พิเศษ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจจากมติชนรายสัปดาห์ ฉบับ 16-22 เม.ย. 2553 นะคะ
(มติชน - ขอชื่นชมว่าเป็นสื่อดีมีคุณภาพ มีความเป็นกลาง อ่านแล้ว"ได้สติ และ ได้ปัญญา" ไม่ผิดหวังที่ซื้อมาตั้งหลายปี ) ไม่เหมือนบางสื่อ อ่านแล้วปัญญาหดๆยังไงไม่รู้

วางแผงมาหลายวันแล้ว พอดีเพิ่งมีเวลามานั่งสแกน
ถึงจะช้ายังไงก็อยากเอามาบันทึกไว้ในบล็อกส่วนตัวให้ได้ เพราะ"โดนใจ"

ส่วนตัวแล้ว ขอชมคนคนนี้ว่าเป็นดอกไม้อีกดอก ที่โผล่มาให้ความชื่นใจ ท่ามกลางหมอกควันการเมือง

ขอยกเป็น"กล้วยไม้ป่า"ก็แล้วกัน
เพราะ"ไพร่ไฮโซ"คนนี้ ไม่ได้เอาแต่วิจารณ์ใครอย่างมืดบอดบนหอคอยงาช้าง แต่เขาไปยืนมองอยู่ขอบสนามเลย

อีกอย่าง
ธุรกิจหลายหมื่นล้านของเขา ไม่อิงกับผู้ยิ่งใหญ่ในประเทศ
เหมือนกับ"รากอากาศ" ของกล้วยไม้ ..แค่ยึดเกาะย่างก้าวอยู่กับบ้านเกิดเมืองนอน แต่สามารถเลี้ยงดูตัวเอง สังเคราะห์แสงให้ตัวเองได้ ไม่ต้องพึ่งพิงสารอาหารจากใคร


ปกติเราจะตามอ่านคอลัมน์ของนักเขียนอยู่ไม่กี่ท่านในมติชนฯ ซึ่งโดยมากเป็นผู้อาวุโส แล้วพอมาสะดุดตากับคนหนุ่มคนหนึ่ง ที่ถูกสัมภาษณ์ฉายเดี่ยว รวด 3 หน้ากระดาษ ก็ต้องอดที่จะอ่านไม่ได้

.....อ่านจบ...อาการอย่างกับว่า(...ไม่ใช่ศรรักปักอกนะคะ)..ถูกกระซวกหัวใจ ควักเอาความคิดที่ซ่อนไว้ในหลืบ ออกมาเป็นคำพูดที่ชัดถ้อยชัดคำ ตรงไปตรงมาเข้าใจง่าย โดยคนๆนี้...ก็ว่าได้


คนรักแดง ก็คงถูกใจหนุ่มคนนี้

คนตรงกลาง ก็คงจะชมเขาได้ไม่เคอะเขิน ในฐานที่เขาให้ความเห็นแสดงจุดยืนของตัวเอง(ในฐานะนักธุรกิจ) ได้เคลียร์คัทสง่างาม

คนสีเหลืองบางคน อาจจะเกิดอคติทันที แค่ได้เห็นนามสกุลของเขา ...กรณีนี้ ลองเสียเวลาอ่านความเห็นของคนที่เคยรู้จักเขาดูละกันนะคะ
>> http://www.boringdays.net/thanathorn-sameskybooks-and-the-republic-gang/

** ที่เห็นหน้ากระดาษมันแปลกๆไม่เหมือนออริจินัล ก็เพราะเราสแกน แล้วเอามาเรียงคอลัมน์ใหม่ ให้ตัวอักษรอ่านได้ชัดขึ้นน่ะค่ะ แต่เนื้อความทุกอย่างครบนะคะ **










สรุปว่า

อ่านความคิดเขาแล้ว เหมือนได้แรงบันดาลใจ
เห็นค่าของธุรกิจที่พึ่งตนเองได้

มีรากอันมั่นคง วิสัยทัศน์จึงแจ่มใส
สามารถเสนอ"จุดยืน" ของตนเองได้กระจ่างแจ้ง








เป็นคนหนุ่มที่ไม่อาจละสายตานะเนี่ย


แต่....วันข้างหน้าอย่าเข้าไปเล่นการเมืองเลยนะคะ ห่วงว่ากล้วยไม้จะเฉาน่ะ




----------------------------------------------------------------------------









 

Create Date : 23 เมษายน 2553    
Last Update : 23 เมษายน 2553 18:30:31 น.
Counter : 750 Pageviews.  

SOULMATES -ข้ามเวลามาพบกันเพื่ออะไร?



ในวันนี้ เรายังคงตอบคำถามไม่ได้ว่า มนุษย์มีบทบาทอะไรในระบบนิเวศน์ ? พระเจ้าคือใครหรือสิ่งใด ?
แต่ประโยคหนึ่งที่จริงแท้แน่นอนคือ
God’s greatest gift is the ability to LOVE.




การได้พบใครสักคนในชีวิต และได้ผูกสัมพันธ์ เปรียบเสมือนเราได้รับมอบต้นไม้ต้นหนึ่งมา และถ้าเปรียบภาระกิจแห่งความสัมพันธ์นั้นเป็น “การขยายพันธ์ต้นไม้ชนิดหนึ่งที่เราอาจไม่รู้วิธีขยายพันธุ์มาก่อน”

ทุกครั้งที่เราตั้งใจเรียงเมล็ดเล็กๆลงบนถาดเพาะ คอยดูแลรดน้ำ ลึกๆเราทุกคนควรรู้ดีว่า มันจะไม่เสียแรงเสียเวลาเปล่าแน่ แม้ว่าสุดท้าย เมล็ดอาจเน่าเสีย อัตราการงอกไม่ถึง 1%

เพราะแก่นสำคัญอยู่ตรงที่ เรากำลังจะได้เรียนรู้ร่วมกัน ว่า วิธีไหนใช้ได้/ไม่ได้ ดี/ไม่ดี ในการเปิดเผยความลับแห่งการคงอยู่ของต้นไม้ต้นนี้

และในทางกลับกัน หลังผ่านระยะเวลารอคอยยาวนาน
หากว่า วันหนึ่ง เมล็ดเหล่านั้นแตกยอดอ่อนขึ้นมาเต็มถาดเพาะ
วันนั้นแหละที่เราจะได้ซาบซึ้งกับความสุขที่สดใหม่อย่างยิ่ง
เข้าสู่ขั้นตอนแห่งการดูแลจนเติบโต
และ “ส่งมอบ”ความสุขให้ชีวิตอื่นๆต่อไปได้

เปรียบเหมือนสายสัมพันธ์ได้เดินทางมาถึงวันที่รอคอย วันที่ได้ร่วมสร้างบางสิ่งที่สำคัญ และอาจยืนนานยิ่งกว่าช่วงชีวิตของเรา






ถึงเพื่อนๆที่กำลังมีความรัก :

ขอให้ช่วยกันดูแลกล้าไม้แห่งรักในถาดเพาะให้แข็งแรง แล้วช่วยกันแบ่งปันต้นไม้นี้ ให้คนอื่นๆที่ขาดความรักด้วยค่ะ
ขอให้ทุกคนอย่าได้เสียเวลาแห่งรักไปกับความวุ่นวายใจ ว่า เราจะได้อะไรจากความสัมพันธ์นี้บ้าง เราจะสร้างบ้านหลังใหญ่ขนาดไหนดี เงินในบัญชีเธอและฉันรวมกันจะมากกว่าปีละสิบล้านมั้ย ลูกเราจะได้เป็นด็อกเตอร์มั้ย ,etc.

ในระยะที่ต้นกล้าในถาดเพาะยังแข็งแรงเต็มถาด รีบแยกลงถุง เลี้ยงให้โตอีกนิด แล้วนำพันธุ์ไม้ไปไปแบ่งปันให้คนอื่นๆบ้างนะคะ

เพราะมันจะเป็นวิธีเดียวที่ทุกเมล็ดที่งอกมา มีโอกาสได้อยู่รอดเติบโตมากที่สุด
ถ้าเลี้ยงอยู่แต่ในบ้านเรา หากเกิดวิกฤตอะไรที่ไม่คาดคิด โอกาสสูญพันธุ์มีสูงค่ะ

ตอนนี้โลกของเราดูจะป่วยหนัก มีมนุษย์ และ สิ่งมีชีวิตอื่นๆ มากมาย ที่ขาดแคลนความรัก
ดังนั้น ในยามที่คุณมีรักล้นใจ ขอให้ช่วยกันคิดว่า “ความสัมพันธ์ของเราจะให้อะไรกับโลกได้บ้าง”
นะคะ







ถึงเพื่อนๆที่เคยช้ำเพราะรัก :

คุณได้เรียนรู้เทคนิคการขยายพันธุ์ต้นไม้แห่งชีวิตแล้วล่ะค่ะ แต่อย่าจมอยู่กับความช้ำนานนักนะ ขอให้มีกำลังใจเริ่มต้นเรียนรู้วิธีใหม่โดยเร็วค่ะ แล้ววันหนึ่งคุณจะกลายเป็นกูรู ^^




------------------------------------------------------------------


Happy Valentine’s Day


วันนี้ขอมอบบทความนี้ให้ทุกคนที่เราได้พบและผูกพันกันในช่วงชีวิตสั้นๆนี้นะคะ
และ
Special Thanks To My Soulmates
;

คนทั้ง4 ที่ช่วยให้วันวาเลนไทน์ปีนี้มีความหมายขึ้นมา(แม้เจ้าตัวอาจไม่รู้)

คนแรก...แม่ –รักแท้ของเรา ผู้ทำให้ซึ้งถึงอมตะของคำว่า “รักที่ไม่มีเงื่อนไข”

คนที่สอง...พ่อ –ผู้เปรียบเหมือนพ่อ เพื่อน พี่ชาย น้องชาย ที่ได้มอบบทเรียนสำคัญข้อหนึ่งในชีวิต คือ ..ในช่วงเวลาที่เกิดปัญหาขึ้นกับความสัมพันธ์ จงพยายามอย่าให้ “ความคาดหวัง”ของเราไปทำร้ายเขา แต่จง “มอบให้”เขา ในสิ่งที่เรามี ตามกำลังที่เราทำได้
หากเรามีความรักต่อกันเป็นรากฐาน ปัญหาทุกอย่างจะได้รับการแก้ไข เพียงแต่ต้องอาศัยเวลา

คนที่สาม...พี่ชายคนหนึ่ง ที่ช่วยให้พบว่า “บางความรู้สึกดีๆในชีวิต สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีเหตุผลดีๆรองรับ” ราวกับเคยสร้างปมไว้ด้วยกันเมื่อชาติก่อน ระยะเวลายาวเกือบสิบปีที่ไม่ได้พบพูดคุย หดสั้นลงทันทีที่ได้พบกันอีกครั้ง
และมนุษย์สามารถรู้สึกถึงรัก ปรารถนาดี และห่วงใยได้โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน

และคนที่สี่ ....น้องสาวคนหนึ่ง ที่ทำให้เรารู้ว่า “คนสองคนที่ไม่เคยพบหน้าค่าตา สามารถรับรู้ตัวตนของอีกฝ่ายได้ชัดเจน เปรียบเหมือนมิตรที่ช่วยกันพัฒนาด้านจิตวิญญาณ” ผ่านมาทักทายในความคิดคำนึงแทบทุกวัน ถ้อยคำจากเธอล้วนมีอิทธิพลทางบวกต่อการกระทำ ทำให้เรารู้ว่า “มันไม่สำคัญ ว่าคนเรานั้น มีคุณค่าจริงสมกับคำชมเชยที่ได้รับมาหรือไม่ แต่หากมีใครสักคน ที่เฝ้ามองและสละเวลาชื่นชมเรา สิ่งนั้นจะเป็นแรงใจให้เราพัฒนาตัวตนไปในทางที่ดีขึ้น สมกับที่สายตานั้นมองมา”

I LOVE YOU, MY SOULMATES.




-------------------------------------------------------



อ้อ ที่จะลืมขอบคุณไปไม่ได้ คือ หนังสือเล่มนี้ค่ะ

SOULMATES คู่แท้ข้ามภพ


ปกติเราจะเดินผ่านหนังสือประเภทรักๆใคร่ๆ ไม่เคยเสียตังค์ซื้อ
แต่ด้วยเหตุบางอย่าง(เล่าไว้ในเอนทรีล่าสุดหัวข้อ my art น่ะค่ะ) ทำให้ลองหยิบเจ้าเล่มนี้ขึ้นมาอ่านดู

อ่านคร่าวๆจนจบ ถึงได้พบว่า เล่มนี้เป็นหนังสือเรื่องรัก ที่สามารถวางเรียงไว้กับหนังสือธรรมะ/ศาสนา ได้เลยเชียวนะคะ

คุณ Richard ผู้แต่ง ได้ให้นิยามใหม่กับคำว่า "SOULMATES" ค่ะ

...ไม่ได้หมายความแค่คู่รักชายหญิงร่วมเรียงเคียงหมอน

แต่เป็นความผูกพันที่แน่นแฟ้นระหว่างคนสองคนที่เกิดขึ้นมาหลายชาติภพ โดยที่ต่างฝ่ายต่างช่วยให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับบทเรียนที่เขาหรือเธอจำเป็นต้องเรียนรู้ในชาติภพนี้

แนวคิดจากเล่มนี้ ที่ทำให้เรารู้สึกว่า"หนังสือเล่มนี้มีอะไรดีเกินกว่าที่เห็นแค่ปกนอก" ก็อย่างเช่น..

- การกลับมาเกิดใหม่ช่วยอธิบายเรื่องของกรรมเก่า

- กรรมให้อิสระในการเลือกกับเราอย่างยุติธรรมและอัตโนมัติ มีความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นมากมายบนโลกใบนี้ แต่กฎแห่งกรรมจะคอยดูแล และทำให้บัญชีลงตัวในที่สุด

- กรรมส่งผลต่อบุคลิกภาพของเราเช่นกัน เพราะสาเหตุที่เรามารวมกันที่นี่บนโลกใบนี้ก็เพื่อเรียนรู้บทเรียนบางอย่าง ~~~....~~~การมองเห็นความจริงผ่านมุมมองของลักษณะเหล่านี้ทำให้เราได้เผชิญกับสถานการณ์ต่างๆที่จะช่วยให้เราเติบโตและพัฒนาขึ้น........

- ไม่สำคัญหรอกว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเราบ้าง แต่เป็นวิธีการที่เราปฏิบัติต่อเหตุการณ์นั้นๆต่างหากที่สำคัญ ถ้าเราสนองตอบต่อสถานการณ์ที่เป็นลบด้วยวิถีทางที่เป็นบวก ก็เท่ากับเรากำลังสร้างกรรมดี หมายความว่าเราได้รับบทเรียนและก้าวไปข้างหน้า
ในทางตรงข้าม ถ้าเราสนองตอบต่อสถานการณ์ไปในทางลบ ด้วยความโกรธขึ้ง ความเครียด ความขมขื่น ด้วยความอิจฉาริษยาและหมายมุ่งล้างแค้น แสดงว่าเราไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยจากบทเรียน ผลก็คือ เราจะถูกหยิบยื่นสถานการณ์แบบเดียวกันอีกไม่วันใดก็วันหนึ่ง และจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าเราจะเรียนรู้ได้ในที่สุด


เป็นหนังสือที่น่าอ่านในวันแห่งความรักนี้ค่ะ




 

Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2553 18:34:57 น.
Counter : 662 Pageviews.  

Symphony#2 รวมสุดยอดผลงานนักวาดไทย-เริ่มจำหน่ายแล้ว

ช่วยเพื่อนกระจายข่าว!! ผลงานนี้พลาดไม่ได้สำหรับผู้ชื่นชอบผลงานเด็กไทยค่ะ
เป็นงานillust หลากสไตล์ จากน้องๆที่มีชื่อเสียงในวงการในขณะนี้
และมีคุณเพื่อนของเรา SHUN_ACHO เป็นบ.ก.ค่ะ เห็นว่าทุ่มทุนใช้เวลารวบรวมภาพและจัดทำนานร่วมปีทีเดียว
งานนี้ถือเป็นเล่มที่สอง ต่อจาก ROOM#1 ก็ว่าได้ แต่นักวาดจะไม่ซ้ำเดิมนะคะ





Symphony#2 รวมสุดยอดผลงานนักวาดไทย
Asuka111, Bpalm, Fylus, Hippori, Nair, Ray_Kitsune, Reii, Sloth, Tako, Tigermyuou, Waenaglariel ทั้งหมด 11 คนค่ะ


ราคา 220 บาทค่ะ
ขายวันแรกที่งาน imagine gate วันอาทิตย์ที่ 25 มค.นี้
ที่อาคารรวมจิตรเพียรธรรม ชั้น 11 รพ.เซนต์หลุยส์
ที่บูท Greenleaf ค่า


รายละเอียดงาน imagine gate เข้าไปดูที่นี่เลยค่ะ
http://imaginegate.exteen.com/

รายละเอียดเกี่ยวกับ Symphony#2 เพิ่มเติมที่บล็อกของshun ค่ะ>>
http://shunacho.exteen.com/

ส่วนการสั่งซื่อทางปณ. รบกวนติดตามที่บล็อก shun นะคะ




 

Create Date : 23 มกราคม 2552    
Last Update : 23 มกราคม 2552 15:20:29 น.
Counter : 462 Pageviews.  

บันทึกแพทย์ชนบท : ไฟดับที่ตากใบกับโรงพยาบาลที่"หยุดบริการไม่ได้"


ขอร่วมเผยแพร่เรื่องราวความยากลำบาก และวิธีการพยายามที่จะแก้ไขปัญหา ของเหล่าบุคลากรด้านสาธารณสุข ผู้เสียสละทำงานช่วยเหลือผู้ป่วยในจ.นราธิวาสค่ะ




เหตุการณ์การก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ด้วยการถอดน๊อตเสาไฟฟ้าแรงสูง จนทำให้ไฟฟ้าดับทั้งจังหวัดนราธิวาส
หลายอำเภอไฟฟ้าดับนานกว่า 2 วันเมื่อวันที่ 6-8 พฤษภาคม 2551 ที่ผ่านมา
ได้สร้างความหวาดผวาให้กับประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมาก
อีกทั้งสร้างความโกลาหลให้กับชีวิตของประชาชนในโลกยุคปัจจุบันที่ต่างต้องพึ่่งพาไฟฟ้าในแทบทุกกิจกรรมประจำวัน

สำหรับโรงพยาบาลทุกแห่งในจังหวัดนราธิวาส รวมทั้งโรงพยาบาลตากใบนั้น ไม่เคยพบกับสถานการณ์ไฟดับต่อเนื่องยาวนานกว่า 2 วันเช่นนี้ แม้ไฟจะดับแต่ความเจ็บป่วยรอไม่ได้ การให้บริการรักษาพยาบาลยังต้องดำเนินต่อไป

การปรับตัวในการจัดบริการให้กับผู้ป่วยได้ให้ใกล้เคียงกับปกติที่สุดในท่ามกลางการไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้นั้น นับเป็นบทเรียนใหม่ของระบบสาธารณสุขไทยในยุคใหม่



โดยพื้นฐานทุกโรงพยาบาลในจังหวัดชายแดนใต้ มีการเตรียมความพร้อมของเครื่องปั่นไฟฟ้ากันอยู่แล้ว การสำรองน้ำมันสำหรับเครื่องปั่นไฟสำหรับให้พอปั่นไปข้ามคืนนั้นเป็นมาตรฐาน ปกติของทุกโรงพยาบาล
เครื่องปั่นไฟที่มีซึ่งมักมีขนาดเล็กและไม่เพียงพอสำหรับการใช้งานเต็มระบบ ก็จะมีการเดินระบบไฟฉุกเฉินสำหรับห้องที่มีความจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าให้มีกระแสไฟฟ้าใช้เช่นห้องคลอด ห้องฉุกเฉิน ไฟแสงสว่างในตึกผู้ป่วยใน ห้องยา ห้องบัตรเป็นต้น
แต่กรณีนี้เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยประสบ ไฟฟ้าดับนานต่อเนื่องถึง 2-3 วัน

โรงพยาบาลตากใบ จังหวัดนราธิวาส ปลายสุดของสายไฟฟ้าไทย ได้แก้ปัญหาให้สามารถจัดบริการได้ดีที่สุดในท่ามกลางการไม่มีไฟฟ้าใช้ได้อย่างน่าสนใจ ในทันทีที่ไฟดับและทางโรงพยาบาลรู้ว่า "ครั้งนี้ไปจะดับนานไม่น้อยกว่า 3 วัน "

นายแพทย์สมชาย ศรีสมบัณฑิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตากใบ รีบสั่งให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจัดซื้อน้ำมันสำหรับเครื่องปั่นไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เท่าตัว จากเดิมที่มีอยู่ 400 ลิตร เพิ่มขึ้นเป็น 800 ลิตร ,เติมน้ำมันรถทุกคันของโรงพยาบาลให้เต็ม เพราะน้ำมันในเมืองเล็กๆอาจหมดลงอย่างรวดเร็วหากสถานการณ์ยืดเยื้อ

เครื่องปั่นไฟอายุกว่า 10 ปีที่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่งโมงนั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ โจทย์ที่ถกเถียงกันอย่างหนักในโรงพยาบาลคือ จะหยุดพักเครื่องสัก 2 ชั่วโมงในช่วงเวลาใดจึงเหมาะสมที่สุด กระทบต่อการบริการน้อยที่สุด ??

ในมุมมองของเจ้าหน้าที่ในการเริ่มหาข้อสรุป ส่วนใหญ่ก็มีความเห็นให้หยุดพักเครื่องในช่วงที่มีแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ อาจเป็นช่วงบ่ายหรือเย็น หรือไม่ก็ยามฟ้าสางในช่วงเช้า

แต่เมื่อถกเถียงไประยะหนึ่งก็พบว่า ไม่สามารถปิดบริการในช่วงบ่ายหรือช่วงเย็นได้ เพราะเป็นช่วงเวลาที่มีผู้ป่วยมารับบริการต่อเนื่อง
สุดท้ายคำตอบจึงไปอยู่ที่การดับไฟฟ้าในช่วงฟ้าสาง
แต่ด้วยปัญหาที่ทางโรงพยาบาลไม่สามารถเดินเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าในช่วงเวลากลางวันได้ เพราะปริมาณกระแสไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟไม่เพียงพอ จึงต้องมีการปรับระบบงานให้เจ้าหน้าที่ซักรีดมาทำงานในช่วงฟ้าสางจนถึงก่อนเ วลาทำการของโรงพยาบาล ทำให้ต้องปั่นกระแสไฟฟ้าในการซักรีดในช่วงเช้าตรู่

คำตอบสุดท้ายจึงไปอยู่ที่การพักเครื่องปั่นไปในช่วงเวลาดึกคือตี 2 ถึงตี 4 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีผู้ป่วยมาที่ห้องฉุกเฉินน้อยมาก ผู้ป่วยส่วนใหญ่นอนหลับ มีความต้องการเพียงไฟส่องสว่างเท่านั้น เป็นโรงพยาบาลที่มืดมิดมีเพียงแสงเทียนแสงไฟฉายและแสงไฟฉุกเฉินเช่นเดียวกับ ชุมชนทั้งอำเภอตากใบ

การที่ไฟฟ้าดับเป็นเวลานานส่งผลต่อสถานีอนามัยเช่นกัน เพราะไม่มีระบบไฟฟ้าสำรอง แม้ว่าการให้บริการของสถานีอนามัยจะใช้ไฟส่องสว่างเป็นสำคัญ กลางวันสามารถให้บริการได้
แต่ปัญหาอยู่ที่ตู้เย็น ในครั้งนี้ไฟฟ้าเริ่มดับในเวลา 2 ทุ่ม ทำให้ห่วงโซ่ความเย็นในการรักษาความเย็นในการเก็บวัคซีนของตู้เย็นที่สถานีอนามัยนั้นไม่เย็นพอที่จะรักษาคุณภาพวัคซีนได้ จนทำให้วัคซีนทั้งหมดที่เก็บในตู้เย็นของสถานีอนามัยต้องทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์


แต่กระนั้นความมืดมิดจากไฟฟ้าดับ 2 วันของจังหวัดนราธิวาสในครั้งนี้ กลับกลายเป็นบทเรียนอันมีค่ากับระบบสาธารณสุขไทย ต่อการเรียนรู้เพื่อรับมือกับสถานการณ์วิกฤติในอนาคต

พยาบาลหญิงเหล็กแห่งรพ.ตากใบ >>


บ้านของเรา >>


ลิงค์อื่นเกี่ยวกับรพ.ตากใบ >> http://www.opdc.go.th/content.php?menu_id=5&content_id=963




 

Create Date : 06 มิถุนายน 2551    
Last Update : 6 มิถุนายน 2551 16:13:02 น.
Counter : 509 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  

walkin
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




walk in dream,always.
Friends' blogs
[Add walkin's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.