WALK IN DREAM'S on the way to no I
Group Blog
 
All blogs
 

PATHFINDER หนังไม่ดัง ที่เราต้องไปดู

รีบอัพด่วน!! เพิ่งรู้เมื่อวานนี้เองว่าหนังจะเข้าฉายแล้ว!!!(ไม่ค่อยมีใครโปรโมทเล้ยยยย ถ้าเราไม่เห็นจากนสพ.โดยบังเอิญก็ไม่รู้นะคะเนี่ย)
ท่าทางหนังจะไม่ทำเงิน แต่ที่แน่ๆ...จะได้เงินค่าตั๋วจากคนที่ไม่ค่อยจะดูในโรงอย่างเรา!! เพราะอะไรเอ่ย???

PATHFINDER

กำกับ Marcus Nispel
นำแสดง Karl Urban, Moon Bloodgood, Russell Means
เข้าฉาย 26 เม.ย. นี้

เหตุผลที่เรายินดีเสียเงินเข้าโรงก็เพราะ...

1. ชอบเรื่องราวของพวกอินเดียนแดง
2. Karl Urban เล่นเป็นพระเอก

คนนี้ไงคะ



เราชอบเค้าเพราะ ....
1. ชอบคาแรกเตอร์ เอโอแมร์ แห่ง LotR คาร์ล เหมาะกับบทเอามากๆ ห้าวหาญทั้งแววตาและน้ำเสียง
2. หลังจากชอบเอโอแมร์ เราเพิ่งมานึกออกว่าเค้าเคยเล่นเป็นตัวประกอบในเรื่อง GHOST SHIP ....ในบทต้องอ้วกเอาหนอนออกมาล้นปาก ....เราล่ะชอบจัง คนที่เล่นอะไรไม่ห่วงหล่อเนี่ย
3. หลังจากนั้นน้องปลา refraeแนะนำให้ดูBORNE SUPREMACY คาร์ลเล่นเป็นตัวร้าย ตามล่าพระเอก Matt Demon …….เรื่องนี้ขอบอกว่าเราเชียร์ตัวร้ายเข้าเต็มๆเลยล่ะ เท่ห์มากกกกกกกกกก

ถัดจากเรื่องนี้มาคือเรื่อง DOOM คาร์ลได้รับบทพระเอก แต่ไม่ใช่ตัวเอก(เพราะบทเด่นเป็นของตัวร้ายกล้ามโต RockyRock) หนังไม่ค่อยได้รับคำชมเท่าไหร่ เพราะสร้างจากเกม

............เราว่าคาร์ลเป็นคนที่แสดงออกทางแววตาได้ดีมากๆ และเหมาะกับบทนักรบโบราณมากๆ แต่ที่ไม่ค่อยดังเพราะรูปลักษณ์ไม่ค่อยเป็นแบบพิมพ์นิยมเท่าไหร่รึเปล่าหว่า

ดังนั้น เรื่องนี้ดูจะเป็นเรื่องแรกที่ได้เล่นเป็นพระเอกเต็มตัวล่ะมั้ง


ผู้กำกับพูดถึง คาร์ลว่า...
หลังจากได้เห็นคาร์ล ในบทสมทบจาก BORNE SUPREMACY และ LORD OF THE RINGS เขารู้สึกเหมือนเห็นอนาคตของนักแสดงบู๊ชั้นนำอยู่ เห็นได้ชัดว่าคาร์ลมีคุณสมบัติครบถ้วน และเขาก็ไม่ใช่ดาราระดับบล็อกบัสเตอร์ด้วย

"เราต้องการคนที่สามารถทำให้คุณเชื่อในเรื่องราวแบบ David สู้กับยักษ์ Goliathได้จริงๆ คาร์ล สามารถยกระดับองค์ประกอบทุกอย่างให้กับหนังเรื่องนี้ได้
ในฐานะศิลปิน ผมสนใจใบหน้าและดวงตาของเขา ซึ่งมีความลึกซึ้งมาก "


(กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดเห็นด้วยคร่า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!ผกก.ขรา!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!)

"เขารู้วิธีการจับดาบ ขี่ม้า เราไม่ต้องเสียเวลาเป็นเดือนเพื่อฝึกฝนเขา
ที่สำคัญ เขายังไม่มีภาพลักษณ์อะไรติดตัว
นักแสดงหนุ่มๆที่โด่งดังหลายคนที่ผมเคยทาบทามให้มาเล่นบทนี้กังวลว่าการรับบทบาทหนุ่มนุ่งผ้าเตี่ยวจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของพวกเขา (และผมก็นึกว่า มันคงเป็นโศกนาฏกรรมเลยทีเดียว ถ้า Peter O Toole คิดอย่างนั้นเกี่ยวกับชุดที่เขาต้องใส่ใน Lawrence of Arabia)
สำหรับคาร์ลแล้วเรื่องนั้นไม่ใช่ประเด็นเลย!!"




PATHFINDER เป็นเรื่องราวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ทวีปอเมริกา ที่ยังไม่มีใครเคยหยิบยกมาสร้างเป็นภาพยนตร์

การต่อสู้ระหว่างสองวัฒนธรรม ในช่วงเวลาย้อนกลับไปก่อนที่ Christopher Columbus จะค้นพบทวีปอเมริกาหลายร้อยปี
(ใช่!! ถ้าพูดอีกที ก็คือ โคลัมบัสไม่ใช่คนแรกที่ค้นพบทวีปอเมริกา แต่เป็นพวกไวกิ้งจากยุโรปเหนือต่างหาก!!)

การสู้รบระหว่างอินเดียนแดงเจ้าถิ่น กับ นักรบไวกิ้งแห่งยุโรปเหนือผู้กล้าแกร่ง
รวมทั้ง การสู้รบภายในจิตใจของตัวเอก ว่าจะเลือกสิ่งใดเป็นแรงผลักดันในการต่อสู้ –การต้องการแก้แค้นอย่างบ้าระห่ำ หรือ เพื่อความรักและเผ่าพันธุ์




คาร์ล รับบทเป็น Ghost เด็กชายสายเลือดไวกิ้งผู้ต้องพลัดจากพวกพ้องเพราะเรือแตก
เด็กชายอายุ10ปี ต้องเติบโตมาภายใต้การเลี้ยงดูของอินเดียนแดง จนกระทั่งวันที่เรือมังกรของไวกิ้งมาจอดเทียบชายฝั่งอเมริกาเหนือเพื่อแย่งชิงดินแดนอันอุดมสมบูรณ์

ดังนั้นเขาคือชาวอเมริกันที่ตกหม้อหลอมทางวัฒนธรรมคนแรกในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้

------------(รายละเอียดเรื่องราวจะเป็นยังไง ไม่สามารถ spoilได้ เราก็รอดูในโรงค่ะ)------------------------------------------


หนังเรื่องนี้ ถ่ายทำในป่าอันงดงามของแวนคูเวอร์ บริติชโคลัมเบีย ยาวนาน53วัน

บางฉากที่เสี่ยงอันตราย เหล่านักแสดงแสดงเองด้วยสปิริตโดยแท้ เพราะผู้กำกับ Nispel ต้องการให้ผู้ชมรับทราบในระดับจิตใต้สำนึกเลยว่า นี่คือการแสดงจริง ไม่ใช่ CG
ทั้งฉากห้อยโหน คน 80 คนตกจากหน้าผา ฉากวิ่งผ่านป่า น้ำตก ท่ามกลางฝนตกและความหนาวเย็น ลมแรง อากาศแปรปรวน ล้วนเกิดขึ้นจริง

สภาพอากาศ เป็นปัจจัยที่สำคัญของหนังเรื่องนี้

"ผมคิดว่าตอนที่นักแสดงกำลังเหงื่อออกหรือหนาวสั่น อะดรีนาลีนหลั่งไหล พวกเขาจะเลิกแสดงและทำอะไรที่เป็นจริง พวกเขาเริ่มกลายเป็นไวกิ้งและเนทีฟอเมริกัน แล้วทุกอย่างก็เข้าที่เข้าทาง!" Nispel กล่าว

"นี่เป็นหนังที่อันตรายที่สุดและโหดที่สุดที่ผมเคยแสดงมาเลยครับ ตั้งแต่วันแรก ผมก็รู้ว่าจะต้องต่อสู้กับความเจ็บปวดและบาดแผลตลอดเวลา แต่ผมก็เหมือนกับ Ghost ที่ตั้งใจไว้ว่า จะไม่ยอมให้มีอะไรมาขัดขวางการทำงานของผมได้".... คาร์ลกล่าว

(ขอปรบมือดังๆให้คุณคาร์ลค่า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!วี๊ดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!และขอบคุณ MOVIE TIME ที่เอาเรื่องนี้ขึ้นปกและมีภาพสวยๆข้างในให้เราเอามาแปะblogนะค้า)

พรุ่งนี้จะหาทางไปดูให้ได้เลย




 

Create Date : 25 เมษายน 2550    
Last Update : 9 มิถุนายน 2550 9:41:30 น.
Counter : 1132 Pageviews.  

"300ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก" กับพิชัยยุทธทมิฬ...."อุดรูพลีชีพ"

ขอโทษเพื่อนๆด้วยที่หายไปนานค่ะ แบบว่าเพิ่งฟื้นตัวจากไวรัสดองblogอ่ะ แฮ่ะๆ

จริงๆก่อนหน้านี้ไปเที่ยว blog เพื่อนๆมาทีแล้ว แต่คอมเมนท์ไม่ได้เลยเพราะ BLOGGANG ปิดซ่อมแซมอยู่....เป็นเพราะสมาชิกมากขึ้นทุกวันๆรึเปล่านิ
(ขอขอบคุณทีมBLOGGANGที่คอยเหนื่อยคอยดูแล ให้พวกเรามีอะไรเล่นหนุกๆฟรีๆด้วยน้า)




ไปดู 300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก มาแล้ว
ตอนเดินออกจากโรงไม่ค่อยได้อะไรที่ประทับใจแบบละเมียดละไมออกมาเท่าไหร่ (แอบคิดว่าถ้าเรื่องนี้ให้ ปีเตอร์ แจคสัน สร้าง จะออกมาแนวไหนน้อ ที่แน่ๆคงละเมียดและเรียกเสียงกรี๊ดจากสาวๆได้แน่ๆ)

ดูแล้วได้อารมณ์ขำขันซะส่วนใหญ่(แปลกดีนะ ทั้งที่เจตนาคนสร้างเค้าไม่ได้ชวนให้ขำขันเลยนา)

ไม่ได้ตามดูรายละเอียดให้รู้เบื้องหลังการสร้างเรื่องนี้เท่าไหร่หรอกนะคะ(เพราะสังหรณ์แต่แรกว่าคงเป็นแนวที่คงไม่กรี๊ดกร๊าดเท่าไหร่นัก) แค่อ่านผ่านๆมาว่า..
- ผกก.เคยออกตัวว่าเป็นพวก"ชอบความรุนแรง"
- ผลงานก่อนหน้านี้ของผกก. คือหนังซอมบี้ เรื่อง...DAWN OF THE DEATH ...มั้งคะ ถ้าผิด ต้องขอโทษด้วย
- เรื่องนี้ตอนเอาไปเสนอบริษัทหนัง ปรากฏว่าโดนปฏิเสธ เนื่องจากบริษัทขอให้คิวเรื่องTROY ก่อน(ซึ่งภาษีดีกว่าด้วยประการทั้งปวง แบบว่าแค่เห็นชื่อกะใบหน้าพระเอกก็รู้แล้วว่าเรื่องไหนจะขายดีกว่า)
<-หล่อไม่เท่าแบรด พิทท์

- เรื่องนี้ถ่ายทำบน BLUE SCREEN ทั้งเรื่อง (เราไม่รู้หรอกค่ะ ว่าถ่ายบลูสกรีนแล้วเป็นไงหว่า รู้แต่ว่าภาพออกมาแปลกๆดี ตอนดูหนังตัวอย่างของเรื่องนี้(ฉากแขกเปอร์เซียถูกพระเอกถีบตกหลุมดำ) ถึงได้ตั้งใจว่าจะไปดูซะหน่อย

ขณะดู ความคิดที่เกิดขึ้นก็คือ....

อืมมม คนสร้างนี่ ท่าจะเป็นขาร็อค ถึงได้สร้างหนังทั้งเรื่องให้เรารู้สึกเหมือนดู MV เพลงร็อคมันๆ ยาวๆเรื่องนึง(โปรดสังเกตว่าเพลงประกอบหนังแนวมหากาพย์เรื่องนี้ เป็นเพลงร็อคฮ่ะ 5555 หนังมันแนววว)
และก็....คนสร้างนี่ท่าจะบ้าพลังความเป็นชายสุดๆ

SPOILLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLล่ะนะค้า


ตั้งแต่เริ่มเรื่องก็เน้นให้เห็นบททดสอบอันยากลำบากของเด็กน้อย(ต้องถูกพรากจากอกแม่ไปฝึกเป็นนักรบเหี้ยมหาญ ตบตีกับคนอืนอย่างไร้ความปราณี และก็ต้องเอาหอกเสียบปากหมาป่าอย่างไร้ความกลัวฯลฯ) กว่าที่จะได้รับการยอมรับให้เป็นชายชาติสปาร์ตันได้อย่างภาคภูมิ

เด็กคนนี้ โตมาก็ได้เป็น KING ลีโอไนดัส พระเอกของเรา ( แต่ความหล่อหายไปไหนโม้ด สงสัยสู้จนเยิน)

...ใส่เกราะแล้วหล่อขึ้นนิดนึง


เหตุการณ์ในเรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ทัพเปอร์เซียอันแสนเกรียงไกร กำลังรุกล้ำอาณาเขตชาวกรีก และประเทศเล็กๆของชาวสปาร์ตันก็เป็นหนึ่งในนั้น

พระเอก( KING ลีโอไนดัสของชาวสปาร์ตัน)คนนี้ ต้องแสดงความเป็นลูกผู้ชายอีกครั้งด้วยลูกถีบ.....ถีบ คณะทูต ฝ่ายศัตรูลงหลุมแบบยกทีมถีบ... แบบไม่ทันให้ตั้งตัวด้วยนะ...( คณะทูต ที่ว่า ถูกส่งมาจากกษัตริย์เปอร์เซีย ให้มาเจรจากึ่งบังคับให้ชาวสปาร์ตันยกดินแดนให้ว่างั้นเถอะ แต่โชคร้ายที่วางมาดใหญ่คับซอยไปนิด แถมพูดจาแสดงความดูถูกเพศหญิง-ชายาของพระเอก เลยถูกถีบ หึ...หึ...)
แอบสงสัยนิดนึงว่า หลุมนี้คนสร้างสร้างไว้ทำอะไรหว่า(ก่อนที่จะเอาไว้บันจี้จัมพ์ฝ่ายศัตรูเนี่ย)

และก็ แน่นอน เหตุการณ์นี้ ทำให้เปอร์เซียนำทัพใหญ่ยักษ์มาเตรียมขยี้สปาร์ตัน!!

ต่อมา...ตามหลักแห่งหยินหยาง เมื่อ"ราชาผู้เด็ดเดี่ยว"คิดรับมือกับทัพศัตรู ก็ต้องมีพวก"หนอนบ่อนไส้"ในฝ่ายตัวเอง คือมีฝ่ายสปาร์ตันคนหนึ่ง ติดสินบนกับกษัตริย์เปอร์เซีย คอยยุแหย่ให้ชาวสปาร์ตันมองว่าราชาลีโอไนดัสของเราก่อให้เกิดสงครามโดยไม่จำเป็น(ประมาณว่าถ้ายอมๆเขาไปก็จบเรื่องแล้ว)

.. แค่นี้ไม่พอ...เจ้านี่ยังแอบจ้างวานให้พวกผู้เฒ่าที่เป็นเหมือนผู้พยากรณ์ของชาวสปาร์ตันแจ้งคำทำนายออกมาผิดๆ

"ผู้เฒ่าพยากรณ์"ที่ว่าเนี่ย หนังเกริ่นตอนแรกว่า เป็นพวกคนแก่หน้าตาน่าเกลียดที่อยู่บนยอดเขาสูง ซึ่งชาวสปาร์ตันให้ความเคารพ และต้องดั้นด้นไปเพื่อขอคำทำนายฤกษ์ยามออกศึก พระเอกของเราเลยต้องแสดงความสามารถในการไต่เขาเพื่อไปขอคำแนะนำสู้ศึก .....เพียงเพื่อที่จะได้คำทำนายหลอกๆมา!! .....เพราะไอ้เฒ่าพวกนี้มันรับสินบนจากหนอนบ่อนไส้ไปเรียบร้อยแล้ว(แสดงว่าพวกหนอนนี่ไต่เขาได้เร็วกว่าพระเอกสินะ55)
เฒ่าพวกนี้โกหกว่าพระเอก"ต้อง delay วันยกทัพไปต้านทัพเปอร์เซีย "(ซึ่งนั่นก็หมายความว่า กว่าทัพพระเอกจะไปถึง ก็เสียดินแดนให้ทัพเปอร์เซียซะแล้ว)
รางวัลที่เฒ่าพวกนี้จะได้จากพวกเปอร์เซียคือ สาวงาม และก็ทรัพย์สมบัติ(แอบสงสัยว่า มันจะเอาไปทำไรฟะ ตัวเองก็อยู่บนเขาสูง อายุก็ปูนนั้น...แล้วไหง...ตาเฒ่าที่ชาวสปาร์ตันให้ความนับถือมานานถึงได้ทำตัวเป็นเฒ่ามักมากตัณหากลับได้เยี่ยงนี้ฟะ)

แล้วพระเอกเราก็แสดงความเป็นลูกผู้ชายอีกครั้ง ด้วยการตัดสินใจไม่ฟังคำทำนาย เตรียมนำนักรบผู้ภักดีพลีใจ แค่300 คน เดินทางไปต้านทัพเปอร์เซียเรือนแสน ด้วยยุทธการพลีชีพอุดรู (กว่าจะเข้าถึงเมืองสปาร์ตันได้ จะมีปราการเป็นช่องแคบระหว่างภูเขาเล็กๆ ที่เปิดออกสู่หน้าผาเลียบชายหาด พระเอกก็คิดยืนหยัดต้านศัตรูที่ช่องแคบนี้ เพราะเป็นหนทางเดียวที่จะสู้ทัพที่มีกำลังพลมากกว่าได้)

ก่อนที่จะลาจากบ้านไปพลีชีพอุดรู พระเอกได้ใช้ค่ำคืนสุดท้ายกับชายา ถามความเห็นว่า"เขาตัดสินใจถูกแล้วหรือไม่ ??"
...ภรรยาก็ตอบมาอย่างที่ภรรยาดีเด่นควรจะตอบว่า ...
“อย่าได้คิดว่าในฐานะพระราชาว่าควรทำเช่นใด อย่าคิดว่าในฐานะสปาร์ตันควรทำเช่นใด แต่จงคิดว่า ตัวท่านเองน่ะ ควรจะทำเช่นใด นะ ที่รัก”

จากนั้นพระเอกก็อวดความเป็นลูกผู้ชายอีกครั้งด้วยฉากร่วมรักครั้งสุดท้ายกับศรีภรรยา (ไม่ขอบรรยาย เพราะฉากนี้ทำให้เราเห็นรสนิยมผู้สร้างเลยว่าบ้าพลังความเป็นชายเหลือเกินน้า)

ที่เล่ามาก็แค่ต้นเรื่องนะคะ

ช่วงที่เหลือจะเป็นฉากการต่อสู้ยาวนาน ของนักรบผู้เกรียงไกรชาวสปาร์ตัน300นาย ต้านการบุกทัพเปอร์เซียที่ยกมาบุกแบบไม่รู้จบ
ช่วงการต่อสู้นี่ ให้อารมณ์เหมือน MVเพลงร็อคเลยอ่ะค่ะ สู้กันแบบร่างทะลุ เลือดกระจาย จังหวะเร็วสลับสโลว์โมชั่น สลับภาพนิ่ง ดูเพลินๆฟังเพลงประกอบแบบร็อคๆไปเพลินๆ

ทีม300นี่จุดเด่นคือใจสู้ พร้อมสละชีวิต ตามแบบชายชาติสปาร์ตัน แต่เราก็แอบคิดว่าทำไมไม่ปรึกษาพระนเรศวรของชาวไทยซะมั่ง อย่างเช่นเอาลูกฟางยักษ์จุดไฟถล่มลงมาจากหน้าผาใส่หัวศัตรู...อะไรแบบเนี้ย (ใช้หัวร่วมด้วยซักกะหน่อยจะได้เซฟแรงงานไง)

ทัพเปอร์เซียนี่ก็....โห...นี่มันสงครามมิดเดิ้ลเอิร์ธ รึเปล่านี่ ทยอยยกมาครบเซ็ตเลย

เริ่มด้วยนักรบใส่หน้ากากลุคพี่ยุ่น(ที่เปิดตัวด้วยการบรรยายสรรพคุณซะน่ากลัว สุดท้ายก็กลายเป็นกองศพ)

ตามมาด้วยพวกออร์ค (เมด อิน มอร์ดอร์) ??? ตัวใหญ่ยักษ์

สัตว์สงวนก็ยกทีมตามมาด้วย ทั้งแร่ดยักษ์ ทั้งช้างยักษ์ (สุดท้ายก็โดนพวกพระเอกตัวเล็กๆดันตกหน้าผากระจุยกระจาย)
...แอบคิดถึง เลโกลัสสุดที่รักของพวกเราถ้ามาร่วมรบด้วยคงได้นับแต้มยิงช้างอีกแหงมๆ

และแล้ว บุคคลที่ทำให้เราหัวเราะก๊าก....ก็เปิดเผยตัว กษัตริย์เซอร์ซีส(Xerxes)แห่งเปอร์เซีย ....กล้องค่อยๆโคลสจากระยะไกล เห็นบุรุษทรงสกินเฮด ทองหยองเต็มตัว แต่นุ่งผ้าเตี่ยวกระจ๊อยยยเดียว ยืนจังก้ามาบนเกี้ยวเงินเกี้ยวทองสลักรูปแพะหรือตัวอะไรก็ไม่รู้แหละขนาดอลังการ(มองมาใต้เกี้ยวนึกว่าล้อคงเป็นทอง ที่ไหนได้พี่แกใช้แรงคนแบกมาฮ่ะ...แถมตอนเสด็จลงจากบันได ก็มีทาสวิ่งมาค้อมตัวเป็นบันไดให้เหยียบด้วยนา......(ไอ้ฉากบันไดมนุษย์นี่เคยเห็นในหนังจิ๋นซีฮ่องเต้มาทีนึงละ....เฮ้อ...คนเรานะจะเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ได้นี่ต้องรู้จักเหยียบคนได้หรืออย่างไร)



พอกล้องโคลสเข้าหาใบหน้ากษัตริย์...โอ้ว กันคิ้วซะเรียว ขอบตาเข้ม ขนตางอน ..เอ๊ะ ...make upแบบนี้คุ้นๆชอบกล กระเทยนี่นา!!!!(แต่เสียงแบบ...กระเทยควาย)

ทำให้เราคิดอีกแล้วว่า คนสร้างบ้าพลังลูกผู้ชายและก็มีความแค้นส่วนตัวกับกระเทยรึเปล่าถึงได้สร้างภาพกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเปอร์เซียมาให้มีลุคกระเทย +รสนิยมพิเรนทร์ +นำทัพพิลึกๆแบบนี้
(ซึ่งคนแบบนี้ในความเป็นจริงๆก็ชวนให้สงสัยมั้ยล่ะว่าเป็นจอมทัพผู้ยิ่งใหญ่ไปได้อีท่าไหน)

(.....ได้ข่าวว่าหนังเรื่องนี้ชาวอิหร่านวีนแตกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โทษฐานสร้างภาพพิเรนทร์ให้กษัตริย์เปอร์เซีย...ก็สมควรแหละน้อ)

กษัตริย์เซอร์ซีส อึ้งทึ่งกับความสามารถของพระเอกที่รบได้ถึงใจ เลยอุตส่าห์มาพบพระเอกสองต่อสอง เพื่อชวนให้มาเป็นลูกน้อง

...สวีททท

“ในโลกทั้งใบนี้ เจ้าจะไม่ต้องคุกเข่าให้ใคร เว้นแต่ข้าผู้เดียว”.........อะไรประมาณนี้

ซึ่งแน่นอนว่า ลูกผู้ชายอย่างพระเอก ปฏิเสธ (แบบกวนโอ๊ยซะด้วย)
แน่นอน...คราวนี้กษัตริย์เปอร์เซีย...งอนฮ่ะ

she เลยเปิดแบล็คเกท(???) ยกทัพมาแบบมืดฟ้ามัวดิน ไม่มียั้งอีกต่อไป
พวกพระเอกที่ล้มตายกันไปพอสมควร ก็ยังยืนหยัดที่จะได้ตายแบบสปาร์ตัน ในสนามรบที่มีเกียรติ

แอบขำ...
ฉากที่หนุ่มน้อย(ที่หล่อที่สุดในทีม300)ถูกตัดคอขาด ผกก.ทำฉากนี้ได้สมกับที่เคยกำกับหนังซอมบี้มาก่อนจริงๆ

อุตส่าห์ตั้งใจแช่ภาพให้สโลว์ในจังหวะถูกบั่นคอ(เพื่อกดดันจิตใจคนดู ..ว่าคนหน้าตาดีคนเดียวในเรื่องคอขาดซะแล้วนาเฟ้ย) ไอ้เราก็รอดูเลือดพุ่งนะ(ปกติถูกตัดคอเลือดต้องพุ่งกระฉูดดิ) แต่มันไม่มีเลยอ่ะ ดูแล้วเหมือนซอมบี้จริงๆเล้ยยย
ไม่ใช่แค่ฉากนี้นะ ฉากการตายอื่นๆอีกหลายฉากก็ด้วย 55


สลับมาที่เหตุการณ์ข้างในเมืองสปาร์ตัน...
พระชายาของพระเอกก็มิได้นิ่งเฉย คิดหาทางช่วยพระเอก ด้วยการทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองได้ออกไปกล่าวแถลงในสภา เพื่อให้ชาวสปาร์ตันเข้าใจว่าพระเอกนำนักรบชั้นยอดที่มีแค่300คนของประเทศตัวเองไปต้านทัพเปอร์เซียนั้นเพื่ออะไร

(มีประเด็นอยู่ว่าสมัยนั้น โลกยังไม่ค่อยยอมรับบทบาทหญิงเท่าใดนัก ...แต่ยังไงด้านกรีกยังดีกว่าเปอร์เซีย เพราะขานั้นผู้หญิงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากทาส)

พระชายาถึงกับยอมทอดกายให้ไอ้เจ้าหนอนบ่อนไส้ เพื่อแลกกับคำสัญญาว่าจะยกทัพไปช่วยพระเอก

และแล้ว นางก็ได้ออกไปพูดต่อหน้าสภา พูดได้ดีมากๆจนผู้ใหญ่ในสภา เริ่มพยักหน้าเข้าอกเข้าใจ

เจ้าหนอนบ่อนไส้เห็นท่าไม่ดี เลยลุกขึ้นประณามการ"ทอดร่าง"ของนางเพื่อให้ได้มาพูดตรงนี้

เอาล่ะสิ ลุ้นอยู่เหมือนกันว่าพระชายาจะทำไงต่อไป
ง่ายๆสั้นๆกว่าที่คิด ...นางเอามีด...เสียบ!!!!เจ้าหนอนบ่อนไส้ ล้มลงไปกองต่อหน้าคนทั้งสภา

....ดูเหมือนทำแบบนี้จะไม่ช่วยอะไร นอกจากสะใจคนดู

แต่โชคดี....ที่เจ้าหนอนนี่ นอกจากเลวแล้วดันโง่ด้วย ดั๊นน...เอาเหรียญทองที่มีรูปกษัตริย์เปอร์เซียใส่ไว้ในกระเป๋า เหรียญนี่กระจัดกระจายออกมาตอนที่ล้มลง ทุกคนก็เลยรู้ว่าเจ้านี่เป็นกบฏบ้านเมือง!!!
.....*เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คิดจะเป็นกบฏ ก็อย่าใส่เหรียญประเทศตรงข้ามไว้ในกระเป๋าตังค์นะ !!*

.
.
.


จากนั้น นักรบสปาร์ตันที่ถูกปิดหูปิดตา จึงรวมใจเดินทัพไปสมทบพวกพระเอก ที่ตอนนี้ล้มตายลงไปแทบไม่เหลือ

กว่าที่พรรคพวกจะมาสมทบ พระเอกก็ตายไปแล้ว

ก่อนตาย คนดูได้สะใจฉากที่พระเอก ถอดหมวก ถอดเกราะ ถอดโล่ห์ แล้วนั่งคุกเข่าเหมือนยอมจำนนต่อหน้ากษัตริย์เปอร์เซีย แต่จริงๆแล้วเป็นการทำตัวเองให้เบา เพื่อจะได้ขว้างหอกเข้าใส่กษัตริย์ (เสียดายที่ทำได้แค่ปากฉีก ไอ้เราก็ลุ้นให้เข้าปากจังๆซะอีก)

กล้องค่อยๆโคลสให้เห็นราชาลีโอไนดัสของเราจบชีวิตลงในสภาพกางแขนรับลูกธนูที่ปักเต็มร่าง ฉากนี้รู้สึกเหมือนจงใจทำให้ดูเสมือนพระเยซู ผู้เสียสละ ...ยังไงยังงั้น

เรื่องราวต่อจากนั้น จบลงที่ว่า ทัพสปาร์ตันที่เหลือสามหมื่นได้รับแรงใจอย่างเต็มเปี่ยมจากการเสียสละของนักรบ300คน สามารถเอาชนะทัพเปอร์เซียที่มีจำนวนมากกว่าหลายเท่าได้ในที่สุด




*****ขอบอกว่าคนที่เล่นเป็น ฟาราเมียร์ ในเรื่อง LORD OF THE RINGS เล่นเรื่องนี้ด้วยนะคะ (คิดถึงพี่กบขึ้นมาทันที รู้อยู่ว่าชอบฟาราเมียร์นิ)
แต่ขอบอกว่าพี่กบไม่ชอบลุคเรื่องนี้แน่เลย ....ลุคพี่บึ้ก+หัวกระเซิง+โชว์กล้ามท้อง+ ใส่กางเกงในตัวเดียวห่มผ้าคลุมไปประจัญบานเนี่ยะ555

แต่เค้าได้รับบทเด่นนา แบบว่าระหว่างยุทธการอุดรูพลีชีพ เกิดพลาดเสียลูกตาไปหนึ่งข้าง แต่พระเอกรู้จักดีว่าเค้าเป็นพวกมีวาทศิลป์ เลยเลือกให้เค้ามีชีวิตรอดกลับไปบอกเล่าเรื่องราวการต่อสู้พลีชีพครั้งนี้ เพื่อปลุกระดมชาวสปาร์ตันที่ยังหลับหูหลับตาอยู่ให้ยกทัพเสริมมาในภายหลัง

สรุป….ก็เป็นเรื่องที่..ถึงแม้จะดูหยาบๆแบบลูกผู้ชาย แต่ก็ขำๆ+สะใจดีอ่ะนะคะ ไม่งั้นคงไม่มีอารมณ์มานั่งเล่าได้แบบนี้เนาะ




 

Create Date : 20 มีนาคม 2550    
Last Update : 9 มิถุนายน 2550 9:42:05 น.
Counter : 1819 Pageviews.  

THE LEGEND OF 1900 หนังดีที่เพิ่งได้ดู

THE LEGEND OF 1900
ตำนานนาย1900 หัวใจรักจากท้องทะเล

An epic story of a man who could do anything….
Except be ordinary



By GIUSEPPE TORNATORE
/TIM ROTH

ได้ดูหนังดีรับปีใหม่ ต้องขอขอบคุณคุณvee vee ด้วยค่ะ ที่อุตส่าห์สนองตอบ request ของเราและต้องลำบากหาแผ่นเรื่องนี้มาให้ ขอบคุณจริงๆนะคะ


ดูเรื่องนี้จบตอนตีหนึ่ง ไม่รู้สึกง่วงแม้แต่น้อย เกิดอาการเดินวนไปวนมารอบเตียงหลายรอบเพื่อให้สมองแปลความรู้สึกที่ได้หลังดูจบให้ออกมาเป็นภาษาที่จะเอาไปเล่าให้คนอื่นฟังได้(แต่ก็รู้สึกว่าทำได้ไม่ดีนักค่ะ เรื่องแบบนี้น่าจะดูเองรับรู้ได้ดีกว่า บางทีความรู้สึกที่เกิดในใจ ไม่ใช่จะอธิบายได้ด้วยภาษาทั้งหมดนี่เนอะ)

ดูแล้ว .....อดอิจฉานาย1900ไม่ได้


อิจฉาที่เขาเป็นเด็กกำพร้าถูกทิ้งไว้บนเรือ ไร้เงาบุพการี

อิจฉาที่เขาเติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูของกรรมกรผิวดำใต้ท้องเรือ

อิจฉาที่เขาไม่มีชื่อในทะเบียน ไม่ได้มีตัวตนในโลกที่อยู่พ้นไปจากเรือลำนี้

อิจฉาวันคืนที่ผ่านไปในชีวิตเขาที่ไม่มีเสียงใดๆบรรเลงให้ได้ยิน นอกจากเสียงของมหาสมุทร
และเสียงจากเรื่องราวชีวิตของผู้คนที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปในเรือลำนี้

อิจฉาที่เขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะเรียนรู้ตัวโน้ต แต่สามารถเป็นหนึ่งเดียวกับเปียโนเก่าๆตัวหนึ่งบนเรือ บรรเลงเพลงชีวิตของผู้คนที่เขารับรู้ได้อย่างอัศจรรย์

อิจฉาที่เขาได้หลงรักหญิงสาวแสนงาม แต่ไม่ได้เรียกร้อง ต้องการ และยึดเหนี่ยว อย่างที่ใครๆในโลกมักเรียกร้องเอาจากความรัก ...เขาได้เลือกที่จะเก็บมันไว้เป็นเพียงเสียงดนตรี

อิจฉาที่ ความมีชื่อเสียง ความร่ำรวย และการได้รับความชื่นชมจากผู้คน ไม่สามารถดึงเขาออกไปจากวันคืนในโลกแคบๆโคลงเคลง บนท้องเรือ

อิจฉาที่ สงครามของโลกบนบก เป็นเพียงสิ่งที่เขาอาจคิดว่าเฮงซวย และคำว่า สงครามเฮงซวย ของเขานั้น มีความหมายที่ลึกซึ้งต่อความเป็นมนุษย์ มากกว่าคำว่าสงครามเฮงซวยที่ออกจากปากของคนบนบก

อิจฉาที่เขา ได้เลือกเส้นทางแห่งจุดจบของตนเอง ไม่ยืดเยื้อ ไม่ยึดติด ไม่มีอะไรที่ต้องเสียดายและอาวรณ์

ได้สัมผัสความงดงามของการมีชีวิต การมีรัก และการตาย ในสภาพที่ไร้พันธนาการใดๆ


อิจฉาที่ชีวิตของเขาได้กลายเป็นปรากฏการณ์ที่งดงามที่สุดที่มนุษย์คนหนึ่งพึงเป็น






พูดถึงเรื่องนี้แล้วต้องพูดถึงเรื่องโหมโรงด้วย




เรื่องโหมโรงเป็นหนังไทยที่ชอบมากๆ ดู3รอบแล้วยังไม่เบื่อ(เพิ่งมาพูดตอนนี้คงไม่ช้าเกินไปนะ)
เห็นด้วยค่ะว่าฉากดวลระนาดของเรื่องโหมโรงคลับคล้ายกับฉากดวลเปียโนของเรื่องนี้
แต่ช่วงเวลาหลังการดวลนี้ เราขอชื่นชมเรื่องโหมโรงมากกว่า เพราะไม่ทิ้งความรู้สึกนุ่มนวลและกตัญญูรู้คุณแบบไทยๆ

ในเรื่อง1900นี้ แม้ว่าพระเอกจะน้ำตาไหลด้วยซาบซึ้งกับการบรรเลงของอัจฉริยะบนบกที่มาท้าชิงเขา แต่สุดท้ายก็เป็นการเอาชนะกันอย่างหักล้าง เชิดใส่ และประชดประชันกันไปเลยด้วยความสะใจ(แต่ก็อย่างว่าแหละนะ นายอัจฉริยะที่มาท้าชิงนี่ก็วางมาดน่าหมั่นไส้เหลือแสน)

แต่เรื่องโหมโรงนี้ ถึงแม้ในที่สุดพระเอกจะเอาชนะท่านขุนอินทร์ในเชิงระนาดได้ พระเอกก็เข้าไปก้มกราบและเคารพนับถือท่านขุนอินทร์เป็นครูคนสำคัญ จนวันสุดท้ายของชีวิตนี่คือสิ่งดีๆของวิถีไทยที่หาได้น้อยในโลกนี้จริงๆ
(ขอออกอีกหนึ่งเสียงชื่นชมหนังดีๆของไทย อย่างโหมโรงด้วยค่ะ)



ดูสองเรื่องนี้จบ ตัดสินใจไม่ได้เลยว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เราจะเลือกเรียนระนาด หรือ เปียโนดีล่ะเนี่ย
(ณ ปัจจุบันนี้ ตีฉิ่งเป็นอย่างเดียวอ่า)


ป.ล.คุณvee เราส่งEMS สองเรื่องนี้ไปวันนี้แล้วนะคะ

STAND BY ME


ฉากน่ารักที่ประทับใจมาจนทุกวันนี้



WHALE RIDER
in the ways of the ancients,she found a hope for the future.
หนังน่ารักที่ดูแล้วได้กำลังใจ+ได้ชำระล้างจิตใจ





และก็
สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังกับเพื่อนพี่น้องทุกๆคนด้วยค่า
ขอโทษที่ช้าไป เพราะช่วงปีใหม่ใช้เวลาทุกนาทีไปกับครอบครัวและต้นไม้ที่บ้าน หมดเลย ประมาณว่าลืมโลกภายนอกไปเลยค่ะ
และขอแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสียในเหตุการณ์ระเบิดด้วยนะคะ




 

Create Date : 04 มกราคม 2550    
Last Update : 9 มิถุนายน 2550 9:42:40 น.
Counter : 2033 Pageviews.  

ดูมาแล้ว BIGBANG LOVE JUVENILE A/46รักพันปี..(คิดหนักแฮะ)

ไปดูมาแล้วค่ะ มึนออกมาเลย(ใครที่ไม่รู้ว่านี่มันเรื่องไรหว่า เลื่อนลงไปดูที่เราแปะไว้ที่blogด้านล่างๆนะคะ)



**เนื้อหาข้างล่าง spoilนะคะ**

สังหรณ์แล้วเชียวว่า ขึ้นชื่อว่าหนังพี่ยุ่น ถ้ามันเข้าใจยากตั้งแต่ชื่อเรื่อง ตัวหนังก็คงจะเข้าใจยากไปด้วย สมเป็นหนังที่เข้าเฉพาะโรงจริงๆค่ะ

บอกไม่ถูกว่าคนสร้างเค้าต้องการสื่ออะไร เท่าที่รับมาได้ก็คือ ...

ชีวิตที่เลวร้ายของเด็กหนุ่มทั้งสอง(จะว่าไปก็ไม่ได้เน้นแค่2คนนะ เหมือนเค้าจะบอกรวมๆว่าชีวิตของใครหลายๆคนนี่แหละ) มันช่างบอบบางและทุกข์ทรมาน ไม่รู้ว่าความสุขคืออะไรกันแน่ เฝ้าสงสัยว่าสวรรค์มีจริงมั้ย และสำหรับบางคน ถ้าเมื่อไรที่...คนที่อยู่ในนรกมาตลอด เกิดหันมาขบคิดถึงสวรรค์ นั่นก็หมายความถึงความตายเท่านั้น

เตือนนะ:
ถ้าคาดว่าจะได้ดูหนังloveๆ ของสองหนุ่มหน้าใส อย่าไปดูเชียวค่ะ เพราะมีประเด็นนี้ให้สัมผัสอยู่ไม่กี่ซีน

แต่เราก็ชอบนะ ฉากที่จุนมองผ่านรูที่ผนังออกไปที่แสงภายนอก พอหันกลับมาพบว่าคาซึชิอยู่ข้างหลัง มือประกบกันโดยไม่รู้ตัว ดูน่ารักมาก เหมือนทั้งสอง(ฆาตกรในคุก)เป็นเทวดาในสวรรค์

คือ หนังไม่มีฉากอะไรที่เป็นบทแสดงความรักของสองคนนี้เลยนะ แต่เรารู้สึกว่า ฉากนี้แล ที่คุณผกก.เค้าแสดงให้เห็นถึงความรักที่เกิดระหว่างเด็กหนุ่มชีวิตพร่องสองคนนี้
ฉากเดียว แทนคำพูดทุกอย่าง.......รู้สึกว่างี้แหละ

และก็มีฉากที่จุนเห็นใจจนเผลอกอดคาซึชิไป ฉากนี้เค้าวางมุมกล้องและแสงสีให้ราวกับว่าคุกแห่งนี้คือสวรรค์ และจุน(เด็กหนุ่มที่เพิ่งฆ่าคนมาอย่างโหดร้าย)ที่กอดคาซึชิไว้นี่เหมือนเทวดาทีเดียว

และเพราะเขา(คาซึชิ)ซึ่งเคยกล้าแกร่งอยู่ในนรกตลอดมา ได้พบเทวดา(จุน) เขาจึงนึกถึงสวรรค์ และคิดว่าความตายจะพาเขาไปถึงมันได้ จุนถึงได้สารภาพกับตำรวจว่า"เขาเป็นคนฆ่าคาซึชิ"(ทั้งที่จริงๆแล้วนักโทษอีกคนเป็นคนทำ) แต่จุนรู้สึกว่าเป็นเพราะเขาจริงๆ คาซึชิที่แกร่งกล้าจึงอยากตาย เพื่อจะไปถึงสวรรค์

สรุปว่า ใครอยากไปดูหนังแบบที่ออกมาแล้วต้องมานั่งคิดว่าคุณผกก.ทั่นต้องการบอกอะไร(วะ) ก็ลองไปดูนะคะ ส่วนตัวเราก็ว่าจะรอซื้อ VCD เอามานั่งเคี้ยวให้ละเอียดอีกรอบ แต่ขอบอกค่ะ ถ้าหนังเรื่องนี้ ไม่ได้ผิวขาวผ่องของ มัตสึดะ ริวเฮ กับ แววตาแบบ puppy eye ของมาซาโนบุ อันโด มาทำให้ภาพหนังที่ออกมาดูสวยงามแล้วล่ะก็ เราคงไม่มีแรงจะมานั่งเคี้ยวเรื่องนี้ต่อค่ะ

ในนสพ.ลงโฆษณาว่า"ถ้าคุณเคยประทับใจBROKEBACK MOUNTAINมาแล้ว เรื่องนี้จะทำให้คุณรู้สึกอย่างนั้นอีกครั้ง"<.....แอบสงสัยว่าคนที่บอกแบบนี้ได้ดูหนังเรื่องนี้ยังหว่า เพราะมันคนละfeelingเลยค่ะ
brokeback จะเน้นเรื่องราวความรักที่เกิดอุปสรรคเพราะความเป็นเพศเดียวกัน แต่เรื่องนี้ เหมือนจะเน้นความเป็นคน ที่ทำให้น่าสนใจขึ้นโดยนำเด็กหนุ่มในวัยที่ต้องเผชิญความเลวร้ายของสังคมมาเป็นตัวแทนพวกเรามากกว่า

นึกดูแล้วหนังเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ตลอดเรื่อง ชายชุดแดงที่เต็มไปด้วยรอยสัก,ผีเสื้อ,จรวด,etc เรายังนึกไม่ออกเลยค่ะว่ามันหมายถึงไรเนี่ยะ อยากอ่านความรู้สึกของพวกนักวิจารณ์เร็วๆค่ะ ว่าเค้าจะคิดยังไงกันมั่ง





 

Create Date : 21 ธันวาคม 2549    
Last Update : 30 มกราคม 2550 18:36:58 น.
Counter : 729 Pageviews.  

BIG BANG LOVE_JUVENILE A/4.6รักพันปี-หนังชายรักชายจากญี่ปุ่น

ในที่สุด เดือนนี้ก็มีหนังที่เรารอดูอีกเรื่องแล้วจ้า

ชื่อเรื่อง....ใช้เวลา10นาที กว่าจะท่องได้ เห็นชื่อเรื่องแล้วอดคิดไม่ได้ว่าต้องเป็นหนังแบบกลับชาติมาเกิด(แล้วดันเป็นชายทั้งคู่)แน่เลย ....แต่...พออ่านเรื่องย่อแล้ว....เฮ้อ....อีกแล้ว ท่าทางจะพารันทดอีกแล้วครับท่าน ครานี้รักกันในคุกซะฉิบ

BIG BANG LOVE JUVENILE A /4.6 รักพันปี


กำกับ- Miike Takashi
แสดงนำ-Ryuhei Matsuda , Masanobu Ando

เรื่องย่อ:
(ขออนุญาตก็อปมาจากแนวหน้าดอทคอมค่ะ)
หนังชายรักชายจากแดนอาทิตย์อุทัย ที่นำเอาสองชีวิตที่แตกต่างท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบบังคับภายในคุกชาย ให้เขาทั้งสองรวมความรักเป็นหนึ่งเดียว เพื่อทลายกำแพงที่แน่นหนาออกจากชีวิตคนทั้ง คู่ "BIG BANG LOVE 4.6 รักพันปี" เป็นเรื่องราวของ "อาริโยชิ จุน(ริวเฮ มัทสึดะ) และ คาซุกิ ชิโร่(มาซาโนบุ อันโด) ชายสองคนที่ต้องเดินทางมาพบกันในคุกโดยบังเอิญ...เมื่อ "จุน" ได้ฆ่าลูกค้าคนหนึ่งที่บาร์เกย์หลังจากที่พยายามคุกคามทางเพศเขา เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้ เขาจิตตก หวาดผวากับสิ่งที่เกิดขึ้น ความทุกข์ทรมานทำให้เขาต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวภายในคุกจน กระทั่งวันที่ "คาซุกิ ชิโร่"(มาซาโนบุ อันโด) ได้มาก้าวปลดปล่อยความหวาดกลัวออกจากจิตใจ ของเขา ทั้งคู่แลกเปลี่ยนด้วยหัวใจที่สิ้นหวัง ก่อเกิดเป็นความรักเพื่อช่วยเหลือกัน ทลายกำแพงที่ แน่นหนาภายในคุกแห่งนี้ให้หมดสิ้น..

web นี้รวมเรื่องย่อ+trailer:
http://www.twitchfilm.net/archives/006543.html

นักแสดงนำ(ปกติไม่ค่อยรู้จักดาราญี่ปุ่นสมัยนี้เท่าไหร่ แต่อยากรู้มาก ว่าพี่ยุ่นจะคัดดาราแบบไหนมาแสดงหนังชายรักชาย เลยค้นรูปดู...ก็....สมแล้ว ดูเค้าหน้าแต่ละคนนี่ BISHONEN เชียวน้า...)

RYUHEI MATSUDA(แสดงเรื่องNANA)






MASANOBU ANDO
น่ารักจังเลย..








เข้าฉาย 21 ธันวาคม
APEX สยาม เท่านั้น
เสียค่าเดินทางจากบ้านนอกอีกแล้วครับท่าน




 

Create Date : 12 ธันวาคม 2549    
Last Update : 30 มกราคม 2550 18:36:36 น.
Counter : 1177 Pageviews.  

1  2  

walkin
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




walk in dream,always.
Friends' blogs
[Add walkin's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.